krirk

เวสารัชชธรรม ๔

เวสารัชชธรรม ๔      ธรรมกายเป็นกายตรัสรู้ธรรมที่เป็นเป้าหมายชีวิตของทุกๆคนในโลก การที่จะปฏิบัติให้เข้าถึงธรรมกายได้ ต้องเริ่มจากการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใสอยู่เป็นประจำ เมื่อหยุดนิ่งได้ถูกส่วน ในไม่ช้าก็จะเข้าถึงธรรมกายได้ แล้วชีวิตเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น มีความสุขเพิ่มขึ้น มีความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิต และเรายังสามารถอาศัยธรรมกาย ขจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นจากใจไปสู่อายตนนิพพานได้   มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย อปทาน ว่า      “พระพิชิตมารผู้ถึงที่สุดโลก ทรงทำโลกทั้งหลายให้ยินดีด้วยพระรัศมี พระองค์ยังดอกปทุม คือ เวไนยสัตว์ให้บานด้วยพระดำรัส ทรงสมบูรณ์ด้วยเวสารัชชธรรม ๔ เป็นอุดมบุรุษ ละความกลัวและความยินดีได้เด็ดขาด ทรงถึงธรรมอันเกษม องอาจกล้าหาญ พระผู้เลิศในโลก ทรงปฏิญาณซึ่งฐานะของผู้องอาจและพุทธภูมิทั้งสิ้น ไม่มีใครจะทักท้วงได้ในฐานะไหนๆ เมื่อพระพุทธเจ้าผู้คงที่พระองค์นั้นบันลือสีหนาท ย่อมไม่มีเทวดา มนุษย์ หรือพรหมบันลือสีหนาทตอบได้ พระพุทธเจ้าผู้แกล้วกล้าในบริษัท ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ ช่วยมนุษย์พร้อมทั้งเทวดาให้ข้ามวัฏสงสาร”      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ทรงเป็นผู้เลิศกว่าใครๆในภพทั้งสาม ในวันนี้หลวงพ่อจะอธิบายคุณธรรมที่สำคัญประการหนึ่ง ที่เรียกว่า เวสารัชชธรรม ซึ่งเป็นคุณธรรมเฉพาะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น เพราะเหตุที่พระบรมศาสดาทรงสมบูรณ์ด้วยเวสารัชชธรรม ๔ ประการ พระองค์จึงเป็นผู้องอาจ ไม่ครั่นคร้าม มีความแกล้วกล้า อาจหาญในท่ามกลางพุทธบริษัท …

เวสารัชชธรรม ๔ Read More »

ต้นแบบแห่งความดี

สัญญาแห่งความเลื่อมใส      พระรัตนตรัย คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ สามอย่างนี้เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด เมื่อนึกถึงแล้วจะทำให้ใจบริสุทธิ์ มีความสุข สดชื่น เบิกบาน เป็นสรณะของมวลมนุษยชาติ เพราะการที่เราต้องเกิดในมาแต่ละภพแต่ละชาติ ก็เพื่อแสวงหารัตนะทั้งสามนี้เท่านั้น แต่ถ้าเรามัวไปแสวงหาจากนอกตัวก็จะไม่มีวันพบ เพราะฉะนั้น ให้เราได้นึกน้อมใจกลับมาเพื่อแสวงหาสรณะ อันเป็นพึ่งที่แท้จริง ที่อยู่ภายในตัวของเราทุกคน      ในการเจริญพุทธานุสติ โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ มีพระแก้วใสเป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ มีอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ปิดประตูอบายภูมิทีเดียว เพราะอานุภาพแห่งการเจริญพุทธานุสติ ระลึกถึงผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว อย่างเป็นชีวิตจิตใจ ในทุกอิริยาบถทั้งยืน เดิน นั่ง นอน จนกระทั่งท่านมาปรากฏอยู่ในกลางใจของเรา และติดอยู่ตลอดเวลา มีอานุภาพที่ไม่มีประมาณ ปิดประตูอบายได้ เพราะใจจะผ่องใส ไม่เศร้าหมอง มีสุคติเป็นที่ไป หลังจากละโลกไปแล้ว เราจะมีกายใหม่ เป็นกายทิพย์ที่สวยงาม มีรัศมีสว่างไสว มีสมบัติอันเป็นทิพย์ มีวิมานอยู่ในสวรรค์ มีบริวารเกิดขึ้นมากมาย หรือถ้าปรารถนาจะไปบังเกิดในพรหมโลก  ก็สามารถไปได้ มีพุทธภาษิตที่ปรากฏใน สุภูติเถราปทาน ตอนหนึ่งว่า      …

ต้นแบบแห่งความดี Read More »

สัญญาแห่งความเลื่อมใส

สัญญาแห่งความเลื่อมใส      พระรัตนตรัย คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ สามอย่างนี้เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด เมื่อนึกถึงแล้วจะทำให้ใจบริสุทธิ์ มีความสุข สดชื่น เบิกบาน เป็นสรณะของมวลมนุษยชาติ เพราะการที่เราต้องเกิดในมาแต่ละภพแต่ละชาติ ก็เพื่อแสวงหารัตนะทั้งสามนี้เท่านั้น แต่ถ้าเรามัวไปแสวงหาจากนอกตัวก็จะไม่มีวันพบ เพราะฉะนั้น ให้เราได้นึกน้อมใจกลับมาเพื่อแสวงหาสรณะ อันเป็นพึ่งที่แท้จริง ที่อยู่ภายในตัวของเราทุกคน      ในการเจริญพุทธานุสติ โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ มีพระแก้วใสเป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ มีอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ปิดประตูอบายภูมิทีเดียว เพราะอานุภาพแห่งการเจริญพุทธานุสติ ระลึกถึงผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว อย่างเป็นชีวิตจิตใจ ในทุกอิริยาบถทั้งยืน เดิน นั่ง นอน จนกระทั่งท่านมาปรากฏอยู่ในกลางใจของเรา และติดอยู่ตลอดเวลา มีอานุภาพที่ไม่มีประมาณ ปิดประตูอบายได้ เพราะใจจะผ่องใส ไม่เศร้าหมอง มีสุคติเป็นที่ไป หลังจากละโลกไปแล้ว เราจะมีกายใหม่ เป็นกายทิพย์ที่สวยงาม มีรัศมีสว่างไสว มีสมบัติอันเป็นทิพย์ มีวิมานอยู่ในสวรรค์ มีบริวารเกิดขึ้นมากมาย หรือถ้าปรารถนาจะไปบังเกิดในพรหมโลก  ก็สามารถไปได้ มีพุทธภาษิตที่ปรากฏใน สุภูติเถราปทาน ตอนหนึ่งว่า      …

สัญญาแห่งความเลื่อมใส Read More »

ผลแห่งการเข้าถึงพระรัตนตรัย

ผลแห่งการเข้าถึงพระรัตนตรัย      พระรัตนตรัยเป็นสรณะอันประเสริฐสุด มีพระคุณอย่างจะนับจะประมาณมิได้ แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระพุทธญาณอันลึกซึ้งกว้างไกลเป็นอจินไตย ทรงรู้แจ้งโลกและแทงตลอดทั้งนิพพาน ภพสาม โลกันต์ ก็ยังไม่อาจจะพรรณนาพระคุณของพระรัตนตรัยให้หมดสิ้นได้ เพราะพระรัตนตรัยมีคุณเป็นอนันต์ แม้แสนโกฏิจักรวาลอนันตจักรวาลก็เล็กเกินไป      เราจะซาบซึ้งคุณของพระรัตนตรัยก็ต่อเมื่อได้เข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับรัตนทั้งสาม คือพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ถ้าเข้าถึงอย่างนี้ ถือว่าได้บรรลุจุดประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ มาพบพระพุทธศาสนา เพราะมีพระรัตนตรัยเป็นหลักชัยของชีวิต มีวาระพระบาลีที่กล่าวไว้ใน สมยสูตร ว่า “เยเกจิ พุทฺธํ สรณํ คตา เส น เต คมิสฺสนฺติ อปายภูมึ ปหาย มานุสํ เทหํ เทวกายํ ปริปูเรสฺสนฺติ      “ชนเหล่าใดถึงพระพุทธเจ้า ว่าเป็นที่พึ่ง ชนเหล่านั้น จักไม่ไปสู่อบายภูมิ ละกายมนุษย์แล้ว จักยังหมู่เทวดาให้บริบูรณ์”      พระคาถานี้คืออนุสติเตือนใจให้ทราบว่า “อัปปมาโณ พุทโธ พระพุทธเจ้ามีคุณไม่มีประมาณ” เพียงแค่ทำจิตให้เลื่อมใส หมั่นตรึกระลึกนึกถึงพุทธคุณบ่อยๆ ก็สามารถปิดประตูอบายภูมิได้ ครั้นละโลกไป จะได้ไปเป็นสหายแห่งเทวดา นี่ถ้าหากเพิ่มความเพียรพยายามให้มากขึ้น …

ผลแห่งการเข้าถึงพระรัตนตรัย Read More »

ถึงพระรัตนตรัยได้ไปสวรรค์

ถึงพระรัตนตรัยได้ไปสวรรค์      การกระทำต่างๆ ไม่ว่าจะดีหรือร้ายล้วนเป็นผลมาจากความคิดทั้งสิ้น การกระทำที่ถูกต้องมาจากความคิดที่ดีเป็นกุศล การกระทำที่ไม่ถูกต้องมาจากความคิดที่ไม่ดี ดังนั้นความคิดจึงเป็นสิ่งที่ควรปรับปรุงก่อนสิ่งอื่น การปฏิบัติธรรมเป็นการพัฒนาความคิดให้สมบูรณ์ขึ้น โดยเฉพาะความคิดที่จะปรารภความเพียรนั่งสมาธิให้ต่อเนื่อง จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย เป็นความคิดที่ประเสริฐสุด ต้องอาศัยความต่อเนื่องความสมํ่าเสมอและความเพียร ซึ่งเป็นหัวใจของการปฏิบัติธรรม        เมื่อเราได้ปฏิบัติธรรม อย่างน้อยที่สุดจะส่งผลให้เกิดความคิดที่เป็นระเบียบ มีพลังแห่งการสร้างสรรค์อย่างไม่รู้หมดสิ้น การนั่งสมาธิทุกๆ วันจะทำให้ใจเราสงบเยือกเย็น มีความสุขความเบิกบาน เป็นการเพิ่มพลังชีวิตให้กับตัวของเราเอง เมื่อทำใจให้หยุดให้นิ่งมากเข้าจนถูกส่วนแล้ว จะเข้าถึงพระธรรมกายที่ใสสว่าง ซึ่งเป็นที่พึ่ง เป็นหลักประกันของชีวิตตลอดไป มีวาระพระบาลีใน มหาปทานสูตร ว่า      “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้น พระวิปัสสีพุทธเจ้าผู้เสด็จหลีกออกเร้นอยู่ในที่ลับ ได้ทรงพระปริวิตกเช่นนี้ว่า โลกนี้ถึงความยาก ย่อมเกิด แก่ ตาย และเวียนตายเวียนเกิดไม่รู้จบ ก็บุคคลไม่รู้ชัดถึงอุบายเครื่องพ้นทุกข์ คือ ชราและมรณะ การพ้นทุกข์ คือชราและมรณะนี้ จักปรากฏแต่เมื่อไร”      พระพุทธเจ้าของเราทุกๆ พระองค์ ในสมัยที่ยังเป็นพระบรมโพธิสัตว์อยู่ ไม่ว่าจะเกิดมากี่ภพกี่ชาติก็ตาม ล้วนแต่แสวงหาทางพ้นทุกข์ แสวงหาความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ด้วยกันทั้งสิ้น …

ถึงพระรัตนตรัยได้ไปสวรรค์ Read More »

พรรณนาพุทธคุณหนุนส่งถึงนิพพาน

พรรณนาพุทธคุณหนุนส่งถึงนิพพาน      ในชีวิตประจำวัน เราต้องมีการสื่อสาร พบพูดคุยกัน เพราะสังคมมนุษย์จะต้องอยู่ร่วมกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน บางครั้งในการพูดคุยสนทนา เราจะได้ข้อคิด มุมมองต่างๆ ที่เป็นทางออกที่ดี ข้อคิดบางอย่างเพียงไม่กี่คำ อาจพลิกผันชีวิตที่ตกต่ำให้กลับฟื้นขึ้นมาสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ เพราะวาจาที่ดีสามารถนำพาชีวิตไปสู่ความเจริญ ยิ่งถ้ามีวาจาสุภาษิต รู้จักกลั่นกรองถ้อยคำให้ดีก่อนพูด และพูดในสิ่งที่เป็นความจริง มีประโยชน์ ประกอบด้วยจิตเมตตา วาจาไพเราะและถูกกาลเทศะ ก็จะยิ่งประสบความสำเร็จในชีวิตได้โดยไม่ยาก ซึ่งวาจาที่ดีงามล้วนออกมาจากใจที่งดงาม ดังนั้นเราควรจะฝึกฝนอบรมใจควบคู่ไปกับวาจา ชีวิตเราจะได้เจริญก้าวหน้ากันทุกคน พระสุคันธเถระท่านได้กล่าวอานิสงส์ของการสรรเสริญพระพุทธคุณไว้ว่า      “เรากล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า ว่ามีทั้งส่วนพระองค์ และที่เป็นประโยชน์แก่คนอื่น จึงเป็นผู้ประกอบด้วยปีติในพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้มีความงดงาม เมื่อเรากล่าวสรรเสริญพระคุณ ชื่อว่าชมเชยพระผู้นำ ผู้ทรงชนะมาร ล่วงเสียซึ่งเดียรถีย์ ครอบงำเดียรถีย์ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้มีความรุ่งเรือง เมื่อเรากล่าวสรรเสริญพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชื่อว่าทำพระองค์ให้เป็นที่รักของหมู่ชน เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้น่ารักน่าชื่นชม เหมือนพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ฉะนั้น”      การยกย่องชื่นชมบุคคลผู้ประเสริฐ บุคคลที่ควรบูชา เป็นทางมาแห่งมหากุศลใหญ่ กระทั่งสามารถอำนวยผลให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ เหมือนดังพระสุคันธเถระ ที่ท่านได้กล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้า จึงก่อให้เกิดบุญกุศลส่งเสริมสนับสนุนให้ท่านได้บรรลุพระอรหันต์ และในระหว่างที่เวียนว่ายตายเกิดเพื่อสั่งสมบุญบารมีนั้น ท่านประสบแต่ความสุขความสำเร็จในชีวิต …

พรรณนาพุทธคุณหนุนส่งถึงนิพพาน Read More »

ถึงพระรัตนตรัยอยู่ไกลก็เหมือนใกล้

ถึงพระรัตนตรัยอยู่ไกลก็เหมือนใกล้      ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในวัฏสงสาร และเป็นทางมาแห่งบุญกุศลอันไม่มีประมาณ ภัยทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นภัยในชีวิต ภัยในอบาย และภัยที่ชาวโลกทั้งหลายมองว่าน่ากลัวที่สุด คือ มรณภัย ภัยจากความตาย และความทุกข์ทรมานหลังความตาย แต่เมื่อเข้าถึงพระรัตนตรัย ซึ่งสิงสถิตอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ แล้ว ภัยทั้งหลายเหล่านั้นจะไม่มีทางทำอันตรายใดๆ ได้เลย และเราจะสามารถยืนหยัดต่อสู้กับภัยเหล่านั้นได้อย่างองอาจกล้าหาญ โดยไม่หวั่นไหวเกรงกลัวแต่อย่างใด      เมื่อเราเข้าถึงพระรัตนตรัย ท่านจะช่วยเราขจัดทุกข์โศกโรคภัยได้ และที่สำคัญยังเป็นแหล่งกำเนิดแห่งบุญกุศลอันยิ่งใหญ่อีกด้วย เพราะพระรัตนตรัยเป็นศูนย์รวมของความดี ของอานุภาพที่ไม่มีประมาณ เป็นทางไหลผ่านของสายธารแห่งบุญที่มาสู่กายมนุษย์ได้อย่างเต็มที่      ฉะนั้น เราควรให้ความสำคัญให้มากกับศูนย์กลางกาย และพระรัตนตรัยในตัว โดยหมั่นเจริญสมาธิภาวนาให้มากๆ แล้วเราจะได้ที่พึ่งอันเกษม ที่เป็นทางมาแห่งบุญใหญ่อีกด้วย มีวาระแห่งพุทธพจน์ที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย อปทาน ความว่า    “อตีตํ นานฺวาคเมยฺย         นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ      ยทตีตมฺปหีนนฺตํ             อปฺปตฺตญฺจ อนาคตํ …

ถึงพระรัตนตรัยอยู่ไกลก็เหมือนใกล้ Read More »

สรรเสริญพระรัตนตรัยปลอดภัยทุกชาติ

สรรเสริญพระรัตนตรัยปลอดภัยทุกชาติ      ชีวิตของทุกๆ คนที่เวียนเกิดในสังสารวัฏ ต่างก็เคยผ่านการถือกำเนิดในทุกภพทุกภูมิมาแล้ว ทั้งในระดับสูง ระดับกลาง และระดับล่าง ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช หรือยาจกวณิพก เพราะชีวิตมีการขึ้นลงไปตามอำนาจแห่งบุญและบาปที่ได้ก่อขึ้นในภพชาตินั้นๆ ถ้าทำบุญมากจะได้รับผลดี ชีวิตจะประสบแต่ความสุขความเจริญ ถ้าทำบาปอกุศลไว้มาก ก็ต้องไปเสวยวิบากกรรมในอบายภูมิ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ก็หลีกหนีกฎแห่งกรรมไม่พ้น        ดังนั้น เราต้องตระหนักถึงคุณค่าของการสร้างบารมี เพื่อเพิ่มพูนความบริสุทธิ์บริบูรณ์ให้แก่ตนเอง โดยหมั่นประพฤติปฏิบัติธรรม ทำใจหยุดใจนิ่งบ่อยๆ ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ชีวิตจะสมหวัง เต็มด้วยบุญบารมี และความบริสุทธิ์บริบูรณ์ มีวาระแห่งภาษิตที่มาใน สาคตเถราปทาน ความว่า      “เราได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ฝึกพระองค์แล้ว แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ผู้ฝึกตน จึงยังจิตของตนให้เลื่อมใส และได้กล่าวชื่นชมพระองค์ผู้นำของโลกว่า ต้นไม้ทุกชนิดงอกงามบนแผ่นดิน ฉันใด ผู้มีความรู้แจ้ง ก็ฉันนั้น ย่อมงอกงามในศาสนาของพระชินเจ้า องค์พระสัพพัญญูผู้ทรงนำสรรพสัตว์แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงปลดเปลื้องชนเป็นอันมากออกจากทางผิดแล้ว ตรัสบอกทางที่ถูก พระองค์ฝึกพระองค์แล้ว แวดล้อมด้วยผู้เพ่งฌาน ทรงมีความเพียร แวดล้อมด้วยผู้ส่งตนไปแล้ว เป็นผู้สงบระงับ และผู้คงที่ประดับด้วยบริษัท ย่อมงามด้วยพระญาณอันเกิดแต่บุญ รัศมีของพระองค์รุ่งเรืองดังพระอาทิตย์อุทัยฉะนั้น พระศาสดาพระนามว่า ปทุมุตตระ …

สรรเสริญพระรัตนตรัยปลอดภัยทุกชาติ Read More »

กุศโลบายในการเข้าถึงพระรัตนตรัย

กุสโลบายในการเข้าถึงพระรัตนตรัย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัต ทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้บริสุทธิ์หลุดพ้นแล้วจากอาสวกิเลส กิจที่จะทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ในฐานะที่พวกเราเป็นสาวกของพระพุทธองค์ จะต้องดำเนินรอยตามพระองค์ ด้วยการใช้วันเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดนี้ สร้างบารมีทำความดีความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ให้เกิดขึ้น เพราะเรายังมีกิจที่จะต้องทำให้รู้แจ้งให้ได้ว่า เราเกิดมาจากไหน มาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต และจะไปสู่เป้าหมายนั้นได้อย่างไร ดังนั้น เราจึงควรหมั่นฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้หยุดให้นิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายในคือพระธรรมกายให้ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มหาปรินิพพานสูตร ว่า “ดูก่อนอานนท์ สังเวชนียสถาน ๔ แห่งเหล่านี้ เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา คือ ๑.สถานที่พระตถาคตประสูติ ๒.สถานที่ตรัสรู้ของพระตถาคตเจ้า ๓.สถานที่ยังธรรมจักรอันยิ่งยวดให้เป็นไป และ ๔.สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ดูก่อนอานนท์ สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง เหล่านั้นแล เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา” เป็นที่ทราบกันดีว่า ไม่ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงมีพระชนม์ชีพอยู่หรือดับขันธปรินิพพานแล้วก็ตาม หากบุคคลมีจิตเลื่อมใสเสมอเหมือนกับที่พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ผลนั้นไม่แตกต่างกัน เพราะพระพุทธเจ้าทรงมีอานุภาพอันไม่มีประมาณ ดังนั้น ก่อนจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระพุทธองค์จึงตรัสบอกถึงสถานที่ที่ควรเคารพบูชา และเป็นทางมาแห่งมหากุศล ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีปรากฏอยู่ที่ประเทศอินเดียและเนปาลเป็นต้น สาธุชนจากต่างประเทศทั่วโลก ผู้เลื่อมใสในพระพุทธองค์ …

กุศโลบายในการเข้าถึงพระรัตนตรัย Read More »

อาทิตตปริยายสูตร

อาทิตตปริยายสูตร      สรรพสัตว์และสรรพสิ่ง ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไป ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ ล้วนตกอยู่ในสภาพนี้ทั้งนั้น คือ มีความไม่เที่ยง แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมทุกอนุวินาที มนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องตาย แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นเลิศกว่าใครในภพสาม ก็ยังต้องทอดทิ้งพระวรกายของพระองค์ไว้ในโลก แล้วดับขันธปรินิพพานไป        ดังนั้นเราต้องหมั่นนึกคิดถึงความตายอย่างนี้อยู่เสมอ จะได้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต แล้วเร่งขวนขวาย สร้างความดีในทุกรูปแบบ สิ่งใดที่ไม่เป็นสาระ จะได้ปลดปล่อยวาง ให้ใจหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นในคน สัตว์ สิ่งของ ที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา มุ่งแสวงหาสิ่งที่เป็นนิจจัง สุขัง อัตตา คือพระรัตนตรัยภายในตัวของเรานั่นเอง ให้พิจารณาปล่อยวางอย่างหนึ่ง เพื่อมุ่งเข้าหาอีกอย่างหนึ่ง ที่เป็นสาระแก่นสารที่แท้จริงของชีวิต มีวาระพระบาลีที่กล่าวไว้ใน อาทิตตปริยายสูตร ว่า      “สพฺพํ ภิกฺขเว อาทิตฺตํ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน  กิญฺจิ ภิกฺขเว สพฺพํ อาทิตฺตํ ภิกษุทั้งหลาย สิ่งอะไรเล่าเป็นของร้อน …

อาทิตตปริยายสูตร Read More »

อนัตตลักขณสุตร

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา ต้นฉบับ หนังสือ ธรรมะเพื่อประชาชน ฉบับพระรัตนตรัย กลับสู่ สารบัญธรรมะเพื่อประชาชน สำหรับไฟล์เสียง, วีดีโอ และ Article

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (๒)

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (๒)      การเกิดมาในสังสารวัฏของมนุษย์ทุกๆ คน เปรียบเสมือนการเดินทางไกลที่ทุรกันดาร และเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม คือ กิเลสราคะ โทสะ โมหะ ทำให้เราไม่รู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งที่ควรรู้ควรเห็น การดำรงอยู่เช่นนั้น ก็เป็นการยากที่จะทำให้เราอยู่อย่างเป็นสุข และปลอดภัยจากภัยทุกชนิดในวัฏสงสาร ความไม่ประมาทเป็นเหมือนเกราะแก้วคุ้มครองเรา ให้ดำเนินอยู่บนหนทางแห่งความถูกต้องดีงาม การฝึกฝนอบรมจนกระทั่งใสบริสุทธิ์ หยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์ จะทำให้ชีวิตไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัยและมีชัยชนะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ว่า “เทฺวเม ภิกฺขเว อนฺตา ปพฺพชิเตน น เสวิตพฺพา โย จายํ อตฺตกิลถานุโยโค กามสุขลฺลิกานุโยโค      ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทางสุดโต่งสองอย่างบรรพชิตไม่ควรเสพ คือ การทรมานตัวเองให้ลำบากและการประกอบพัวพันในกาม”      ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นพระธรรมเทศนาเรื่องแรก ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ได้แสดงให้กับพระปัญจวัคคีย์ พร้อมกับพรหมอีก ๑๘ โกฏิ ให้ได้รับอมฤตธรรมตามพระองค์ไปด้วย และเป็นสักขีพยานในการตรัสรู้ธรรมของพระพุทธองค์ เพราะฉะนั้น ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร จึงเป็นพระสูตรที่สำคัญ ที่พวกเราควรศึกษาเอาไว้ เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว เมื่อศึกษาจนเข้าใจแล้ว …

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (๒) Read More »

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (๑)

ธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร (๑)      ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายที่ยังมีกิเลสอาสวะ ดวงจิตถูกห่อหุ้มด้วยอวิชชา บดบังดวงปัญญาไม่ให้รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิต เรื่องราวในสังสารวัฏจึงเป็นความลี้ลับที่มืดมน ไม่มีใครรู้เบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย คนเราทุกคนที่เกิดมาแล้วต่างก็มีหน้าที่ คือ ต้องแสวงหาหนทางแห่งความหลุดพ้น มุ่งตรงไปสู่อายตนนิพพาน        ดังนั้น การกำจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปจึงเป็นวัตถุประสงค์ของชีวิต จะกำจัดกิเลสอาสวะได้ ต้องเข้าถึงธรรมกาย แล้วใช้กายธรรมที่ละเอียดที่สุดบริสุทธิ์ที่สุด จึงจะไปกำจัดต้นเหตุของกิเลสอาสวะได้ แต่กว่าจะเข้าไปถึงจุดนั้น เราจะต้องทำใจของเราให้หยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์ หยุดในหยุดกันตลอดไปบนเส้นทางแห่งอริยมรรค เส้นทางของพระอริยเจ้าทั้งหลาย ครั้งหนึ่งท้าวสหัมบดีพรหมได้ทูลอาราธนาให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรม ว่า      “ขอพระองค์ผู้มีพระปัญญาดี มีพระจักษุโดยรอบ ปราศจากความโศกแล้ว จงเสด็จขึ้นสู่ปราสาทอันสำเร็จด้วยธรรม จงพิจารณาชุมชนผู้จมอยู่ในความโศก ถูกชาติและชราครอบงำแล้ว อุปมาเหมือนบุคคลผู้อยู่บนยอดเขา อันล้วนด้วยศิลา จะพึงเห็นชุมชนโดยรอบ ฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้แกล้วกล้า ผู้ทรงชนะสงครามแล้ว ขอพระองค์จงแสดงธรรมเพื่อเกื้อกูลแก่หมู่สัตว์ด้วยเถิด”      เมื่อครั้งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ ที่พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ได้ทรงบรรลุกันแล้ว ก็ทรงเข้านิโรธสมาบัติมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ ตลอดระยะเวลา ๗ วันที่โพธิมณฑล ทรงให้เวลาล่วงไปกับการเข้านิโรธสมาบัติอีกหลายสัปดาห์ พร้อมกับพิจารณาธรรม ที่เป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้งสุขุมลุ่มลึกยิ่งนัก ยากที่สรรพสัตว์จะตรองตามได้       …

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (๑) Read More »

โพชฌงค์ ๗ ทางสำเร็จสู่นิพพาน

โพชฌงค์ ๗ ทางสำเร็จสู่นิพพาน      ความขยันหมั่นเพียรเป็นทางมาแห่งความสำเร็จ เป็นวิริยบารมีที่นักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลาย ต่างก็ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยเฉพาะความเพียรในการขจัดกิเลสอาสวะออกจากใจ เป็นภารกิจหลักที่สำคัญของมนุษยชาติที่จะต้องทำ ยิ่งถ้าหากเพียรพยายามชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์มากมายเพียงใด เราจะมีโอกาสหลุดพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามารได้มากเพียงนั้น ดังนั้น เราจึงต้องทุ่มเทจิตใจในการสร้างบารมี และเพียรพยายามเจริญสมาธิภาวนา เพื่อให้บรรลุมรรคผลนิพพาน มีวาระพระบาลีกล่าวไว้ใน กุณฑลิยสูตร ว่า      “โพชฌงค์ ๗ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังวิชชาและวิมุตติ ให้บริบูรณ์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธะ น้อมไปในจาคะคือการสละ เจริญธัมมวิจยสัมโพชฌงค์..เจริญวิริยสัมโพชฌงค์…เจริญปีติสัมโพชฌงค์.เจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์…เจริญสมาธิสัมโพชฌงค์..เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธะน้อมไปในจาคะ  โพชฌงค์ ๗ นี้อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้”      โพชฌงค์ คือ ธรรมะที่เป็นเหตุให้ตรัสรู้ ถ้าหากตั้งใจปฏิบัติตามหลักโพชฌงค์ ๗ ประการนี้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ จะเป็นเหตุให้ได้บรรลุวิชชาในทางพระพุทธศาสนาได้ ไม่ว่าจะเป็นวิชชา ๓ วิชชา ๘ …

โพชฌงค์ ๗ ทางสำเร็จสู่นิพพาน Read More »

ธรรมกาย กายมาตรฐาน

ธรรมกาย กายมาตรฐาน      พระธรรมกาย เป็นกายตรัสรู้ธรรมของมนุษย์ทุกๆ คนในโลก พระบรมศาสดาทรงรู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในธรรมทั้งหลายทั้งปวง เพราะเข้าถึงกายธรรมอรหัตนี้เท่านั้น กายนี้เป็นกายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสติด้วยปัญญา และยังมีอานุภาพไม่มีประมาณ คำสอนทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ประชุมรวมลงในธรรมกายทั้งสิ้น      ธรรมกายนี้เป็นกายที่ประกอบไปด้วยลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ งามกว่ามนุษย์ เทวดา พรหม  และอรูปพรหม สิงสถิตอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของพวกเราทุกๆ คน สมบูรณ์ทั้งวิชชาและจรณะ จะเข้าถึงธรรมกายได้ต้องอาศัยใจที่หยุดนิ่งอย่างเดียวเท่านั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “อฏฺฐีนํ นครํ กตํ        มํสโลหิตเลปนํ           ยตฺถ ชรา จ มจฺจุ จ    มาโน มกฺโข จ โอหิโต      สรีรยนต์นี้ ถูกกรรมปรุงแต่งทำให้เป็นนครแห่งกระดูกทั้งหลาย ฉาบด้วยเนื้อและโลหิต เป็นที่ตั้งลงแห่งชรา มรณะ มานะ และมักขะ”      สังขารร่างกายที่เราอาศัยอยู่นี้ …

ธรรมกาย กายมาตรฐาน Read More »