krirk

สว่างไสวไปทั่วหมื่นโลกธาตุ

สว่างไสวไปทั่วหมื่นโลกธาตุ ธรรมกายเป็นของจริง มีอยู่ภายในตัวของพวกเราทุกคน เป็นสิ่งที่เราสามารถเข้าถึงได้ ถ้าเรามีความเพียรทำกันอย่างสม่ำเสมอและทำอย่างถูกวิธี จะต้องเข้าถึงกันหมดทุกคน เพราะธรรมกายมีอยู่ในตัวของทุกๆ คน ธรรมกายนี้เป็นหลักของโลก เป็นหลักของพระพุทธศาสนา เพราะเมื่อเข้าถึงธรรมกายได้ ย่อมได้ชื่อว่า ถึงพระตถาคตเจ้า เนื่องจากตถาคตคือธรรมกาย และธรรมกายก็เป็นชื่อของพระตถาคตเจ้า อีกทั้งเป็นแก่นของพระพุทธศาสนาอีกด้วย เราจะซาบซึ้งถึงคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และรู้จักพระพุทธองค์มากยิ่งขึ้น ต่อเมื่อได้ลงมือปฏิบัติ จนเข้าถึงพระธรรมกายภายในตัว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน อัคคัปปสาทสูตร ว่า “ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ เย ภิกฺขเว พุทฺเธ ปสนฺนา อคฺเค เต ปสนฺนา อคฺเค โข ปน ปสนฺนานํ อคฺโค วิปาโก โหติ พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า บัณฑิตกล่าวว่าเป็นเลิศกว่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ชนเหล่าใดเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ชนเหล่านั้นชื่อว่าเลื่อมใส ในบุคคลผู้เลิศ ก็ผลอันเลิศย่อมมีแก่บุคคลผู้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าผู้เลิศ” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ กว่าที่ท่านจะได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ท่านต้องสร้างบารมีอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันนับภพนับชาติไม่ถ้วน บารมีจึงจะเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ พระพุทธองค์เป็นตัวอย่างของนักสร้างบารมีที่สมบูรณ์ที่สุด ที่ใครๆ …

สว่างไสวไปทั่วหมื่นโลกธาตุ Read More »

แสนโกฏิจักรวาล

แสนโกฏิจักรวาล การเจริญสมาธิภาวนาเป็นทางลัดที่สุด ที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ถ้ามีความบริสุทธิ์มาก ความสุขก็เกิดขึ้นมาก ถ้ามีความบริสุทธิ์น้อย ความสุขก็ลดหย่อนลงไป ความบริสุทธิ์เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข เป็นสิ่งที่สั่งสมได้ถ้าเราเจริญภาวนาทุกๆ วัน ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมความสุขความบริสุทธิ์ จะทำให้เราเข้าถึงความสุขที่แท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกชีวิตล้วนปรารถนา เหมือนพระบรมศาสดาของเรา ที่ดำรงตนเป็นแบบอย่างให้กับชาวโลกทั้งหลาย  ดังนั้นเราจึงควรหมั่นเจริญภาวนา เพื่อให้ชีวิตของเราเข้าถึงความสุข และความบริสุทธิ์ที่แท้จริง มีวาระพระบาลีใน มธุรัตถวิลาสินี ว่า “สตฺตกาโย จ อากาโส     จกฺกวาฬา อนนฺตกา พุทฺธญาณํ อปฺปเมยฺยํ      น สกฺกา เอเต วิชานิตุ หมู่สัตว์ ๑ อากาศ ๑ จักรวาลไม่มีที่สุด ๑ และพระพุทธญาณอันหาประมาณมิได้ ๑ ทั้ง ๔ อย่างนี้ ใครๆ ไม่อาจรู้ได้” มีหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย ที่เป็นความลี้ลับของโลกและชีวิต ที่ไม่สามารถเปิดเผยออกมาได้ เพราะไม่มีใครพิสูจน์ได้ แม้แต่นักวิทยาศาสตร์นักดาราศาสตร์หรือผู้ที่แสดงตนว่าเป็นผู้รู้ทั้งหลาย …

แสนโกฏิจักรวาล Read More »

พุทธานุภาพไม่มีประมาณ

พุทธานุภาพไม่มีประมาณ บนเส้นทางการสร้างบารมีในสังสารวัฏ เพื่อก้าวไปสู่จุดหมายปลายทาง คืออายตนนิพพานนั้น เราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเข้าไปข้องเกี่ยวกับคน สัตว์ และสิ่งของ หากเรามั่นคงในเป้าหมาย มีมโนปณิธานอุดมการณ์ที่ชัดเจน ก็จะไม่ไปมัวเมายึดติดในสิ่งต่างๆ เหล่านั้น ไม่หลงใหลในเบญจกามคุณ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ที่มากระทบใจ ซึ่งเป็นเหยื่อล่อให้เราห่างเหินจากการสร้างบารมี การปฏิบัติธรรมด้วยการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง เป็นวิธีการกลั่นใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ใจที่ผ่องใสจะทำให้เรามองเห็นโลก และชีวิตไปตามความเป็นจริง เราจะทุ่มเทสร้างบารมีกันอย่างเต็มที่จนกว่าจะบรรลุถึงจุดหมายปลายทาง มีวาระพระบาลีใน ธรรมบท ขุททกปาฐะ ว่า “เย ฌานปสุตา ธีรา     เนกฺขมฺมูปสเม รตา เทวาปิ เตสํ ปิหยนฺติ    สมฺพุทฺธานํ สตีมตํ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นปราชญ์ ขวนขวายในฌาน ยินดีแล้วในธรรมที่เข้าไปสงบระงับ ด้วยสามารถแห่งการประพฤติพรหมจรรย์ แม้เทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย ก็ย่อมรักใคร่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีสติเหล่านั้น” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว ทรงรู้แจ้งแทงตลอดในภพทั้งสาม ตั้งแต่กามภพ รูปภพ อรูปภพ รู้ไปถึงอายตนนิพพานซึ่งเป็นโลกุตระ เป็นสภาวะที่มีธรรมธาตุที่บริสุทธิ์ล้วนๆ …

พุทธานุภาพไม่มีประมาณ Read More »

พญาวานรโพธิสัตว์

พญาวานรโพธิสัตว์ ธรรมกาย เป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา และเป็นแก่นของชีวิตที่มนุษย์ทุกๆ คนเกิดมาก็เพื่อแสวงหาสิ่งนี้ หากว่าได้เข้าถึงธรรมกายภายในก็จะเป็นผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยบุญบารมี และความสุขที่ละเอียดประณีตเกินกว่าสุขใดๆ ในโลก เพราะรสแห่งธรรมนั้นเลิศกว่ารสทั้งปวง สุขอันเกิดจากธรรมะประเสริฐกว่าอย่างอื่นทั้งหมด ชีวิตเราจะเป็นชีวิตที่สมบูรณ์ และได้รับอานิสงส์อันไม่มีประมาณ มหากุศลจะบังเกิดขึ้นทุกๆ ขั้นตอนที่เราสร้างบารมี เพราะใจเราหยั่งลงสู่กุศลธรรมตรงกลางกายธรรม ธรรมกายเป็นต้นแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ทั้งปวง  ดังนั้นการได้เข้าถึงธรรมกาย จะทำให้ชีวิตของเราก้าวไปสู่ความสมบูรณ์ได้ในที่สุด เราจึงควรที่จะปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงธรรมกายให้ได้ มีวาระพระบาลี ในมหากปิชาดกความว่า “ตํ มํ น ตปฺปตี พนฺโธ    วโธ เม น ตเปสฺสติ สุขมาหริตํ เตสํ           เยสํ รชฺชมการยึ การผูกมัดไว้ ไม่เผาลนข้าพระองค์ให้เดือดร้อน ผู้ฆ่าก็จักไม่ให้ข้าพระองค์เดือดร้อน เพราะข้าพระองค์ได้นำความสุขมาให้แก่เหล่าวานร ที่ให้ข้าพระองค์ครองความเป็นใหญ่” ชีวิตของพระบรมโพธิสัตว์เจ้าของเราทั้งหลาย เป็นชีวิตที่เสียสละอย่างใหญ่หลวง ท่านทุ่มเทสร้างบารมีมาเป็นอสงไขยภพ อสงไขยชาติไม่ถ้วนเพื่อที่จะบ่มบารมีให้แก่รอบ จนกว่าจะได้บรรลุพระโพธิญาณ ในแต่ละภพละชาติที่เกิดมานั้น ท่านจะยอมสละทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตของตนเองเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม ในหัวใจของพระโพธิสัตว์จึงเต็มเปี่ยมด้วยมหากรุณาอย่างไม่มีประมาณ แม้จะรวมน้ำในมหาสมุทรทั้งสี่ก็ไม่อาจที่จะเปรียบเทียบกับสายธารแห่งน้ำใจของพระบรมโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลายได้ พวกเราทุกๆ คน จึงควรภาคภูมิใจในพระบรมศาสดาของพวกเรา …

พญาวานรโพธิสัตว์ Read More »

ยอดกัลยาณมิตรของโลก

ยอดกัลยาณมิตรของโลก ทุกชีวิตที่เกิดมาในโลกนี้ ล้วนต้องการกัลยาณมิตรคอยชี้แนะวิธีการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง เพราะกัลยาณมิตรเป็นทั้งหมดของชีวิตที่สมบูรณ์ และเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์ ที่คอยชี้ทางสว่างให้แก่ชาวโลก โลกจะมืดมิดหรือสว่างไสวเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับกัลยาณมิตร  เพราะฉะนั้น เราต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม กับการที่จะทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตรให้กับทั้งตนเอง และแก่ชาวโลก โดยเฉพาะในด้านจิตใจ เราต้องหมั่นทำสมาธิเจริญภาวนา ให้เข้าถึงพระธรรมกายภายในให้ได้ เพื่อเราจะได้เป็นผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตรที่สมบูรณ์ มีพุทธพจน์ใน บัณฑิตวรรค ธรรมบท ความว่า “น ภเช ปาปเก มิตฺเต     น ภเช ปุริสาธเม ภเชถ มิตฺเต กลฺยาเณ     ภเชถ ปุริสุตฺตเม บุคคลผู้มีปัญญาไม่พึงคบพวกปาปมิตร ไม่พึงคบพวกบุรุษต่ำทราม พึงคบกัลยาณมิตร พึงคบบุรุษสูงสุด” โลกเราจะเป็นอย่างไรนั้น ไม่ได้อยู่ที่สภาพดินอากาศฟ้า หรืออยู่ที่สภาพแวดล้อมแต่อย่างใด ที่แท้โลกจะมืดหรือจะสว่าง ขึ้นอยู่กับกัลยาณมิตรเท่านั้น เพราะเป็นความสว่างด้วยแสงแห่งธรรม กัลยาณมิตร คือ ผู้นำในการทำความดีทุกรูปเเบบ เป็นผู้ที่นำแสงแห่งพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปส่องสว่างในใจของชาวโลก ใจของสรรพสัตว์ที่ยังตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ทรมาน ย่อมจะได้รับอิสรภาพ ได้รับการปลดปล่อย ให้เป็นใจที่เปี่ยมสุขและบริสุทธิ์ดังเดิม มหาเศรษฐีทุกคนในโลกนี้ ถึงแม้เขาจะมีครบทุกอย่างบริบูรณ์ …

ยอดกัลยาณมิตรของโลก Read More »

พระอรหันต์ของโลก

พระอรหันต์ของโลก การเกิดมาแต่ละภพแต่ละชาติของสรรพสัตว์ทั้งหลายนั้น ต่างมีเป้าหมายสูงสุดอย่างเดียวกัน คือ เพื่อจะฝึกฝนอบรมจิตใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ให้เข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ แล้วอาศัยธรรมกายศึกษาวิชชาธรรมกาย กำจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไป จะได้พ้นจากความทุกข์เข้าถึงความสุขที่แท้จริงไปสู่อายตนนิพพาน ซึ่งมีแต่สุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือปนเลย เสวยวิมุตติสุขอย่างเดียว คือ สุขที่เกิดจากการหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ เป็นความสุขที่ไม่มีขอบเขต ไม่มีประมาณ นี่คือเป้าหมายของชีวิต  ดังนั้น เราจะต้องมุ่งแสวงหาความสุขที่แท้จริงกันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน จูฬโคปาลสูตร  ความว่า “อยํ โลโก ปรโลโก       ชานตา สุปฺปกาสิโต ยญฺจ มาเรน สมฺปตฺตํ     อปฺปตฺตํ ยญฺจ มจฺจุนา สพฺพํ โลกํ อภิญฺญาย     สมฺพุทฺเธน ปชานตา วิวฏํ อมตทฺวารํ            เขมํ นิพฺพานปตฺติยา ฉนฺนํ ปาปิมโต โสตํ   …

พระอรหันต์ของโลก Read More »

มหาบุรุษ อัครบุรุษแห่งโลก

มหาบุรุษ อัครบุรุษแห่งโลก พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเป็นต้นแบบของยอดนักสร้างบารมี ที่สร้างบารมีในทุกเวลา ทุกสถานที่ จะกี่ภพกี่ชาติพระองค์ก็มุ่งสร้างบารมีโดยไม่มีข้อแม้ ข้ออ้าง และเงื่อนไข เป็นผู้ไม่ว่างเว้นจากการสร้างบารมี ทำให้มีความสมบูรณ์ พร้อมทั้งโลกียทรัพย์ และอริยทรัพย์ สมบูรณ์ด้วยรูปกายที่ได้ลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการพร้อมทั้งอนุพยัญชนะ ๘๐ ที่บังเกิดขึ้นได้ยากในโลก และได้ตรัสรู้ธรรมกายอรหัต อันเป็นอมตะที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เราทั้งหลายจึงควรดำเนินตามรอยบาทของพระศาสดา ให้เป็นผู้บริบูรณ์ไปด้วยสมบัติทั้งภายใน และภายนอก คือ สร้างบารมีกันอย่างเต็มที่ และหาโอกาสหมั่นฝึกฝนใจให้สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะเข้าถึงฝั่งแห่งนิพพาน อันเป็นเอกันตบรมสุขติดตามพระองค์ไปด้วย มีวาระพระบาลีใน อัปปมาทวรรคว่า “บรรดาสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ทั้งที่เป็นสัตว์ ๒ เท้า  ๔ เท้า มีเท้ามาก เท้าน้อย หรือไม่มีเท้าก็ตาม เป็นเทวา พรหม อรูปพรหมก็ดี พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นยอดแห่งสัตว์ทั้งปวงเหล่านั้น” พระบรมศาสดาของเรานั้น สมัยที่ยังเป็นพระบรมโพธิสัตว์สร้างบารมี เพื่อนำตน และหมู่สัตว์ให้ข้ามพ้นสังสารวัฏ ท่านมุ่งแสวงหาทางหลุดพ้นจากทุกข์อย่างเดียว ใจท่านไม่เหมือนคนธรรมดา แม้บางภพพลาดพลั้งไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่ท่านไม่ย่อท้อ ไม่ท้อแท้ในโชคชะตาชีวิต มุ่งพัฒนาชีวิตจิตใจของตนให้สูงขึ้นตลอดเวลา เพราะความสูงส่งของชีวิตอยู่ที่จิตใจที่ดีงาม …

มหาบุรุษ อัครบุรุษแห่งโลก Read More »

มหาสมัยสูตรครั้งที่ 4 (ตอนพระพุทธเนรมิต)

มหาสมัยสูตรครั้งที่ ๔ การปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญ เราเกิดมาในภพชาติหนึ่งต่างมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งแสวงหาความบริสุทธิ์ ให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะด้วยการสร้างบารมี ฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗  ซึ่งเป็นต้นทางที่จะดำเนินจิตเข้าไปสู่ภายใน เป็นทางรอดทางเดียว ที่จะเอาชนะกิเลสอาสวะทั้งหลายไปสู่อายตนนิพพานได้  ดังนั้น ควรที่เราจะดำเนินจิตของเราให้เข้าไปสู่เส้นทางสายกลางภายใน ให้เข้าไปถึงพระธรรมกายให้ได้ การที่จะเข้าถึงพระธรรมกายได้ เราต้องหมั่นทำใจหยุดใจนิ่งให้ถูกวิธีจึงจะสมปรารถนา มีเนื้อความแห่งพระบาลีใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “สพฺพาภิภู สพฺพวิทูหมสฺมิ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺโต สพฺพญฺชโห ตณฺหกฺขเย วิมุตฺโต สยํ อภิญฺญาย กมุทฺทิเสยฺยํ เราเป็นผู้ครอบงำธรรมได้ทั้งหมด รู้ธรรมทุกอย่าง ไม่ติดอยู่ในธรรมทั้งปวง ละธรรมอันเป็นไปในภูมิสามได้ทุกอย่าง พ้นแล้วในธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา รู้เองแล้ว จะพึงอ้างใครเล่า ว่าเป็นอุปัชฌาย์อาจารย์” นี้เป็นพระดำรัสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงประกาศความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว เป็นบุคคลแรกที่ทำลายอวิชชาได้ ความยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์นั้น พวกเราทั้งหลายได้ตระหนักกันดีอยู่แล้ว  ครั้งนี้ จะถือโอกาสเล่าให้พวกเราได้ตระหนักถึงความสำคัญในพุทธคุณกันอีกครั้ง * ภายหลังที่พระบรมศาสดาได้ใช้พระญาณตรวจดูในสากลโลก ทรงมีพระดำริว่า “ในจักรวาลนี้ ไม่มีผู้ใดที่จะสามารถถามตอบปัญหากับเราได้ พระพุทธเจ้าเช่นกับเราเท่านั้น จึงจะทำเช่นนั้นได้ เราพึงถามเองและก็ตอบเอง …

มหาสมัยสูตรครั้งที่ 4 (ตอนพระพุทธเนรมิต) Read More »

มหาสมัยสูตรครั้งที่ 3 (ตอนภพมารสะดุ้ง)

มหาสมัยสูตรครั้งที่ ๓ (ตอนภพมารสะดุ้ง) กว่าพระพุทธศาสนาจะบังเกิดขึ้นมาในโลกนี้ ยากแสนยาก จะต้องมีพระบรมโพธิสัตว์ผู้มีใจใหญ่มาบังเกิด และต้องทุ่มเทสร้างบารมีอย่างไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากลำบาก ยอมทำทุกอย่างเพื่อสร้างบารมีให้แก่รอบ จนกระทั่งได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะของโลก  เมื่อพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นแล้ว จึงมีพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นตามมา มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เกิดขึ้น การบังเกิดขึ้นของพระรัตนตรัยเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย บุคคลใดได้กระทำตามพุทโธวาท ดำรงตนอยู่ในความดีงาม บุคคลนั้นย่อมมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองตลอดไป มีวาระพระบาลีใน ขุททกนิกายธรรมบท ความว่า “ตโต มลา มลตรํ        อวิชฺชา ปรมํ มลํ เอตํ มลํ ปหนฺตฺวาน     นิมฺมลา โหถ ภิกฺขโว เราจะบอกมลทินอันยิ่งกว่ามลทินนั้น อวิชชาเป็นมลทินอย่างยิ่ง ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย  เมื่อละมลทินนั้นได้แล้ว ย่อมเป็นผู้หมดจด” พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นผู้ที่รู้แจ้งโลก พระองค์เป็นบุคคลแรกที่ทำลายอวิชชา เหมือนลูกไก่เจาะกระเปาะไข่ออกมาได้เป็นตัวแรก ทรงรู้เห็นโลกสามได้อย่างแจ่มชัด และรู้แจ้งหนทางที่จะกำจัดอวิชชาเหล่านั้นให้หมดไปได้ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่มีอยู่ในพระองค์ ทำให้พวกเราได้รับรู้ถึงคำสอนที่ตกทอดมาถึง สามารถทำตนให้บริสุทธิ์ กำจัดกิเลสอาสวะ และอวิชชาความไม่รู้ทั้งหลายให้หมดสิ้นไปได้ * เมื่อคราวที่แล้ว ได้กล่าวถึงรายชื่อของเหล่าอมนุษย์ทั้งหลาย ตั้งแต่นาค …

มหาสมัยสูตรครั้งที่ 3 (ตอนภพมารสะดุ้ง) Read More »

มหาสมัยสูตรครั้งที่ 2 (ตอนรายนามเหล่าเทวา)

มหาสมัยสูตรครั้งที่ ๒ (ตอนรายนามเหล่าเทวา) ดวงใจที่ได้รับการฝึกฝนอบรม ให้หยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จะเป็นใจที่ใสสะอาดบริสุทธิ์  เมื่อมีใจสะอาดย่อมสามารถดำเนินจิต เข้าสู่เส้นทางสายกลางภายในได้อย่างง่ายดาย ทางสายกลางเป็นเส้นทางเอกสายเดียวที่มีความสำคัญยิ่งต่อชีวิต เพราะจิตที่เข้ากลางได้ จึงจะหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวง จิตที่หยุดนิ่งดีแล้ว จะได้รับความสุขที่เที่ยงแท้ถาวรที่ไม่มีทุกข์เจือปน  ดังนั้น ให้หมั่นฝึกทำใจหยุดใจนิ่งกันทุกๆ วัน มีวาระพระบาลีใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ความว่า “สุปฺปพุทฺธํ ปพุชฺฌนฺติ    สทา โคตมสาวกา เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ     นิจฺจํ พุทฺธคตา สติ สติของชนเหล่าใด แล่นไปแล้วในพระพุทธเจ้าเป็นนิตย์ ทั้งกลางวัน และกลางคืน ชนเหล่านั้น เป็นสาวกของพระโคดม ตื่นอยู่ด้วยดีในกาลทุกเมื่อ” การมีใจส่งไปในพระพุทธเจ้าอยู่เนืองนิตย์ เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การยกย่องสรรเสริญอย่างยิ่ง  บุคคลใดหมั่นระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้า มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ บุคคลนั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต จะทำให้สภาวะจิตของบุคคลนั้นถูกยกให้สูงขึ้นไปตามลำดับ จนมีใจที่ผ่องใสบริสุทธิ์ ติดแน่นอยู่ในกลางองค์พระธรรมกาย และจะมีความสุขในการเจริญพุทธานุสติ เหมือนเหล่าเทวาทั้งหลายที่หลวงพ่อได้นำมาเล่าในตอนที่แล้ว เหล่าเทวดาในหมื่นจักรวาลต่างมาประชุมรวมกัน เพื่อที่จะฟังธรรมจากพระผู้มีพระภาคเจ้า มากันชนิดที่ว่ามืดฟ้ามัวดินทีเดียว เต็มจักรวาลไปหมด …

มหาสมัยสูตรครั้งที่ 2 (ตอนรายนามเหล่าเทวา) Read More »

มหาสมัยสูตรครั้งที่ 1 (ตอนพรหมและเทวาโกลาหล)

มหาสมัยสูตรครั้งที่ ๑ ตราบใดที่สรรพสัตว์ทั้งหลายยังไม่หมดสิ้นกิเลสอาสวะ ตราบนั้นต่างยังต้องสั่งสมบุญ เพราะบุญเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิต  ดังนั้น เราต้องสร้างบารมี และให้มีจิตใจเยี่ยงพระบรมโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลาย ที่ทุกลมหายใจของท่าน เป็นไปเพื่อการสั่งสมบุญบารมีล้วนๆ มีใจมุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพาน ฉะนั้น ให้จิตใจของเราผูกพันกับการสร้างบารมี ผูกพันกับพระนิพพานทั้งวันทั้งคืนตลอดเวลา  เมื่อทำได้อย่างนี้ จิตใจของเราจะได้รับการกลั่นให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ขึ้น จะได้เหมาะสมที่จะเป็นภาชนะรองรับอริยมรรคภายใน ที่จะบังเกิดขึ้นต่อไป มีวาระแห่งพระบาลีใน ขุททกนิกายธรรมบท ความว่า “ทิวา ตปติ อาทิจฺโจ        รตฺติมาภาติ จนฺทิมา สนฺนทฺโธ ขตฺติโย ตปติ    ฌายี ตปติ พฺรหฺมโณ อถ สพฺพมโหรตฺตึ          พุทฺโธ ตปติ เตชสา พระอาทิตย์ ย่อมส่องแสงในเวลากลางวัน พระจันทร์ย่อมส่องแสงในเวลากลางคืน กษัตริย์เมื่อทรงเครื่องรบแล้วย่อมรุ่งเรือง พราหมณ์ผู้มีความเพ่งเพียร ย่อมรุ่งเรือง ส่วนพระพุทธเจ้า ย่อมรุ่งเรืองด้วยเดชตลอดทั้งกลางวัน และกลางคืนทั้งหมด” พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาวทั้งหลายที่มีอยู่ในสากลโลกนี้ ยังมีเวลาขึ้นเวลาตกไม่ได้ส่องแสงตลอดเวลา …

มหาสมัยสูตรครั้งที่ 1 (ตอนพรหมและเทวาโกลาหล) Read More »

การแก้คำกล่าวหาแบบพุทธวิธี

การแก้คำกล่าวหาแบบพุทธวิธี สรรพสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมา ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา เปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมสลาย มีความแก่ ความเจ็บ และความตายในที่สุด เป็นสิ่งที่ใครๆ จะหลบหนีไปไม่ได้ สิ่งที่จะเป็นอนุสรณ์แห่งชีวิต ให้อนุชนรุ่นหลังได้อนุโมทนา คือบุญกุศล และคุณงามความดีที่ได้สั่งสมไว้อย่างดีแล้วเท่านั้น  ดังนั้น เราจึงไม่ควรประมาทในชีวิต ควรใช้วันเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ สร้างบารมีให้เต็มที่ หมั่นฝึกฝนอบรมตนเองให้เป็นผู้มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งกาย วาจา ใจ สั่งสมความบริสุทธิ์ สั่งสมบุญกุศล ซึ่งจะเป็นเพื่อนแท้ในการเดินทางไกลในสังสารวัฏ เราจะได้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน เข้าถึงเอกันตบรมสุข คือ สุขที่คงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ยโสชสูตรว่า “ยสฺส ชิโต กามกณฺฏโก อกฺโกโส จ วโธ จ พนฺธนญฺจ ปพฺพโต วิย โส ฐิโต อเนโช สุขทุกฺเขสุ น เวธตี ส ภิกฺขุ ภิกษุใด ชนะหนามคือกาม ชนะการด่า การฆ่า และ การจองจำได้ ภิกษุนั้น …

การแก้คำกล่าวหาแบบพุทธวิธี Read More »

พระพุทธเจ้าเป็นอจินไตย

พระพุทธเจ้าเป็นอจินไตย พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นหลักของพุทธศาสนา ผู้เข้าถึงธรรมกาย ได้ชื่อว่าเป็นผู้เข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา พระบรมศาสดาได้เข้าถึงพระรัตนตรัย และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัต ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า หมดสิ้นกิเลสอาสวะ มีแต่ความบริสุทธิ์ล้วนๆ จึงเป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ ผู้มีจิตเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าผู้เลิศ ผลบุญอันเลิศย่อมบังเกิดขึ้นกับบุคคลนั้น และบุญนั้นยังตามส่งผลข้ามภพข้ามชาติไปจนถึงที่สุดแห่งธรรม  การทำสมาธิภาวนาด้วยการเจริญพุทธานุสติ มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ จึงมีอานิสงส์ใหญ่ สมควรที่พวกเราทั้งหลาย จะต้องฝึกให้เป็นอุปนิสัย บุญใหญ่ย่อมจะบังเกิดขึ้นแก่เรา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย อปทานว่า “เอวํ อจินฺติยา พุทฺธา        พุทฺธธมฺมา อจินฺติยา อจินฺติเยสุ ปสนฺนานํ        วิปาโก โหตฺยจินฺติโย พระพุทธเจ้าเป็นอจินไตย พระธรรมของพระพุทธเจ้าก็เป็นอจินไตย วิบากของเหล่าชนผู้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า และพระคุณของพระองค์ ก็เป็นอจินไตย” * ที่ท่านกล่าวอย่างนี้เพราะว่า อานุภาพของพระพุทธเจ้ามีมากมายเกินกว่าที่จะนึกคิดด้นเดา ที่เรียกว่าอจินไตย คือ คำนวณไม่ได้ว่าบุญที่เกิดจากการบูชาพระพุทธเจ้า จะมีประมาณมากเพียงใด แต่เราจะได้บุญอย่างเกินควรเกินคาด เป็นสิ่งที่อยู่เหนือจินตนาการ เพราะพระองค์เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้แล้วเองโดยชอบ สมบูรณ์พร้อมทั้งวิชชาและจรณะ จะหาสรรพสัตว์ทั้งมนุษย์ เทวดา พรหม หรืออรูปพรหม …

พระพุทธเจ้าเป็นอจินไตย Read More »

พุทธปาฏิหาริย์ ๓,๕๐๐ อย่าง

พุทธปาฏิหาริย์ ๓,๕๐๐ อย่าง พุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ เป็นอานุภาพที่ไม่มีประมาณ เพราะเป็นอจินไตย อยู่เหนือวิสัยของผู้ที่ใจยังไม่หยุด จะเข้าใจได้ด้วยการนึกคิดด้นเดาเอาตามหลักตรรกวิทยา หรือศาสตร์ต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกนี้ก็ไม่ได้ เพราะเป็นศาสตร์เฉพาะของผู้รู้แจ้งเท่านั้น ผู้ที่ทำจิตให้เลื่อมใสในพระรัตนตรัย มักจะประสบกับอานุภาพของพระรัตนตรัยอยู่เสมอ เจอแต่เรื่องอัศจรรย์จนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะสิ่งอัศจรรย์จะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าหากใจเราหยุดนิ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระรัตนตรัย เราก็จะมีความบริสุทธิ์ มีอานุภาพตามไปด้วย เพราะไม่มีสิ่งใดจะยิ่งใหญ่หรือเทียบเท่าพระรัตนตรัยได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน รัตนสูตรว่า “ยาวตา ภิกฺขเว สตฺตา อปทา วา ทฺวิปทา วา จตุปฺปทา วา พหุปฺปทา วา รูปิโน วา อรูปิโน วา สญฺญิโน วา อสญฺญิโน วา เนวสญฺญินาสญฺญิโน วา ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายมีประมาณเท่าใด ไม่มีเท้าก็ดี  ๒ เท้าก็ดี  ๔ …

พุทธปาฏิหาริย์ ๓,๕๐๐ อย่าง Read More »

ตามรอยบาทพระศาสดา

ตามรอยบาทพระศาสดา เราเกิดมาสร้างบารมี สร้างความดีไปจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม ไม่ว่าอุปสรรคอันใดจะเกิดขึ้น เราจะต้องเข้มแข็งไม่ยอมแพ้ เพราะว่าอุปสรรคเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จ เราจะต้องขวนขวายสร้างบุญสร้างบารมีให้เต็มที่ และต้องหมั่นทำใจให้หยุดอยู่เสมอ ภายนอกเคลื่อนไหวภายในหยุดนิ่ง หยุดใจแต่ไม่หยุดการทำความดี ทำให้เต็มที่ เราต้องดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท อย่าไปคิดว่าชาติหนึ่งยาวนาน เพราะเวลาในโลกมนุษย์นี้มีอยู่อย่างจำกัด ฉะนั้น เราควรใช้เวลาทุกอนุวินาที ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการสั่งสมบุญบารมี ทำใจหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้ใจอยู่ในแหล่งแห่งบุญกุศลตลอดเวลา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน โสณทัณฑสูตรว่า “หากว่าแม้พระพุทธเจ้าจะพึงพรรณนาพระคุณของพระพุทธเจ้าด้วยกัน โดยไม่ตรัสอย่างอื่นเลย จนกัปหนึ่งผ่านไปแล้ว แต่คุณของพระพุทธเจ้าก็หาหมดไปไม่” เนื่องจากคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอจินไตย คือ จะพรรณนาอย่างไรก็ไม่หมด อยู่เหนือจินตนาการ และการคาดเดาด้วยปัญญาของมนุษย์ เหมือนน้ำในมหาสมุทร จะใช้ความพยายามเพียงไร ก็ไม่อาจทำให้น้ำในมหาสมุทรเหือดแห้งไปได้ เพราะพระพุทธเจ้ามีคุณอย่างไม่มีประมาณ พระองค์เป็นผู้มีใจประเสริฐสูงส่งกว่ามนุษย์ และเทวาทั้งหลาย กว่าทุกสิ่งในภพสาม นอกจากจะทรงมุ่งทำตน ให้หลุดพ้นจากทุกข์ในสังสารวัฏแล้ว พระองค์ยังมีใจใหญ่คิดที่จะช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้นตามไปด้วย ใจของพระองค์เปี่ยมล้นด้วยมหากรุณามาตั้งแต่ครั้งเป็นพระบรมโพธิสัตว์ เพราะได้สั่งสมคุณความดีมานานนับภพนับชาติไม่ถ้วน  ดังนั้น การพรรณนาถึงพระพุทธคุณ จึงเสมือนปริมาณของน้ำที่ผ่านรูเข็ม  เมื่อนำมาเทียบกับน้ำในท้องพระมหาสมุทรทั้งสี่ ผู้รู้ได้อุปมาความยาวนานของระยะเวลา ๑ กัป ไว้ว่า หากมีภูเขาหินศิลาแท่งทึบ ทั้งกว้างยาว และสูงด้านละ …

ตามรอยบาทพระศาสดา Read More »