krirk

พระพุทธคุณ ตอน ผู้ไกลจากกิเลส

พระพุทธคุณ ตอน ผู้ไกลจากกิเลส (ไม่ทรงยินร้ายในสิ่งที่ไม่น่าปรารถนา เช่นที่พระนางมาคันทิยาว่าจ้างให้ชาวเมืองโกสัมพี ตามด่าว่าพระองค์อย่างรุนแรงในทุกหนทุกแห่งที่เสด็จไป) ความปรารถนาของมวลมนุษยชาติ ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ล้วนปรารถนาให้โลกมีสันติสุขที่แท้จริง แต่ไม่มีใครรู้ว่า สันติสุขที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ไหน มีลักษณะอย่างไร จะเข้าถึงได้อย่างไร จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบหนทางสายกลาง และพบว่าโลกจะมีสันติสุข ต่อเมื่อมนุษย์ทุกคนได้ตั้งใจปฏิบัติธรรม จนเข้าถึงสันติสุขภายใน ซึ่งเป็นแหล่งแห่งความสุขที่แท้จริง และสันติสุขภายในนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของสันติสุขภายนอกนั่นเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทรงมีพระคุณยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครๆ จะพรรณนาให้หมดได้ บัณฑิตในกาลก่อนจึงมักกล่าวพระคุณไว้โดยย่อ ๙ ประการ โดยเรียบเรียงเป็นบทสวดมนต์ สรรเสริญพระพุทธคุณให้เราสวดกันว่า “อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน “เป็นต้น อรหํ แปลว่า ไกล คือ ไกลจากกิเลส หรือพ้นจากกิเลส ซึ่งตรงข้ามกับปุถุชนผู้หนาแน่นไปด้วยกิเลส บัณฑิตในกาลก่อน ท่านจึงนำมากล่าวเป็นคาถาว่า โส ตโต อารกา นาม    ยสฺส เยนาสมงฺคิตา อสมงฺคี จ โทเสหิ    นาโถ เตนารหํ มโตฯ พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงเป็นที่พึ่ง  ไม่ทรงเกี่ยวข้องกับกิเลสใด …

พระพุทธคุณ ตอน ผู้ไกลจากกิเลส Read More »

พระพุทธคุณไม่มีประมาณ

พระพุทธคุณไม่มีประมาณ (พระวารณเถระย้อนดูอดีตชาติของตน) พระรัตนตรัยเป็นหลักของพระพุทธศาสนา เป็นหลักของโลก ผู้มีปัญญาทั้งหลายพึงดำเนินตามรอยบาทพระบรมศาสดา เพราะผู้ได้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต จะทำให้เป็นผู้ที่มีชีวิตปลอดภัย ทั้งภัยในโลกนี้ ภัยในอบายภูมิ และภัยในสังสารวัฏ อีกทั้งจะประสบแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง เพราะมีใจหนักแน่นมั่นคงในพระรัตนตรัย มีความเลื่อมใสในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งเป็นทางมาแห่งมหากุศลอย่างที่จะนับจะประมาณมิได้  ดังนั้น ผู้มีใจผูกพันในพระรัตนตรัย ตรึกนึกถึงพระรัตนตรัยตลอดเวลา และหมั่นสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย ย่อมได้อานิสงส์ใหญ่ กระทั่งได้บรรลุมรรคผลนิพพานโดยเร็วพลัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ปฐมทุสีลยสูตร ว่า “ผู้ใดมีความศรัทธา ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า มีศีลอันงามที่พระอริยเจ้าสรรเสริญ มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ และมีความเห็นตรง บัณฑิตทั้งหลายเรียกผู้นั้นว่า เป็นผู้ที่มีชีวิตไม่เปล่าประโยชน์” ความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยนี้ เป็นทางมาแห่งมหากุศล ซึ่งพระพุทธองค์ทรงตรัสรับรองไว้ว่า จะส่งผลให้เราไม่พลัดตกไปในอบายภูมิ ไม่ว่าจะเป็นภูมิของสัตว์นรก เปรต อสุรกาย หรือสัตว์เดรัจฉานซึ่งเป็นภพภูมิที่ตกต่ำเหล่านั้น ความเลื่อมใสในวัตถุที่ควรเลื่อมใสนี้ สามารถปิดประตูอบายภูมิให้กับตัวของเราเอง และยังทำให้เวียนวนอยู่ในสุคติภูมิอย่างเดียวเท่านั้น เพราะพระรัตนตรัยเป็นที่สุดของบรรดาที่พึ่งทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกนี้ ผู้ที่ยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก มีจิตตั้งมั่นไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ในพระธรรมคำสอนของพระองค์ และในพระสงฆ์สาวกผู้สืบทอดพระธรรมคำสอนอันบริสุทธิ์ จึงนับว่าเป็นชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสาระ เพราะสาระของชีวิตอยู่ที่การดำรงชีวิตอยู่บนหนทางที่ถูกต้องดีงาม หนทางที่จะนำไปสู่ความบริสุทธิ์ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลายทั้งปวงนั่นเอง ในโลกนี้มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่า ตนเองยังตกเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร เป็นเหมือนหุ่นที่ถูกเขาเชิด …

พระพุทธคุณไม่มีประมาณ Read More »

วันประกาศพระพุทธศาสนา

วันประกาศพระพุทธศาสนา (โอวาทปาฏิโมกข์) ช่วงเวลานี้ เป็นเวลาที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะเราจะได้มาศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสัจธรรมนำพาชีวิตให้เข้าถึงความสุข หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล ปัจจุบันมนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่า เกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต  เมื่อไม่ได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ ชีวิตจึงต้องเวียนวนอยู่ในกระแสแห่งความทุกข์ระทม เหมือนถูกตรึงด้วยเครื่องพันธนาการร้อยรัด ต่อเมื่อได้ฟังพระสัทธรรม จึงจะเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต และมุ่งแสวงหาสาระอันแท้จริง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ พระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ซึ่งถือว่าเป็นอุดมการณ์ของชาวพุทธ นั่นคือ ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโตฯ สพฺพปาปสฺส อกรณํ      กุสลสฺสูปสมฺปทา สจิตฺตปริโยทปนํ          เอตํ พุทฺธานสาสนํฯ อนูปวาโท อนูปฆาโต     ปาติโมกฺเข จ สํวโร …

วันประกาศพระพุทธศาสนา Read More »

พระพุทธคุณ ตอน พระผู้เสด็จไปดีแล้ว

พระพุทธคุณ ตอน พระผู้เสด็จไปดีแล้ว (พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ว่าจะเสด็จไปที่ใดก็ตาม ย่อมทำให้ที่นั้นสะอาดหมดจด มีแต่ความสุข ความเจริญ มนุษย์และเทวดาต่างเข้าถึงธรรม) ขึ้นชื่อว่า มนุษย์ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ย่อมจะแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง แต่ความหมายของสิ่งที่ดีที่สุดนั้น ไม่ได้หมายถึงเฉพาะวัตถุสิ่งของที่ต้องหามาเพื่อการดำรงชีวิตเท่านั้น แต่หมายถึง ใจ ของเราด้วย ถ้าเราไม่เคยฝึกฝนอบรมใจของตนเองแล้ว ชีวิตความเป็นมนุษย์ของเราก็เท่ากับว่างเปล่าจากสิ่งที่ดีงาม  เพราะฉะนั้น ต้องทำชีวิตของเราให้มีค่า สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ด้วยการเจริญสมาธิภาวนากันทุกวัน  หมั่นตรึกระลึกถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า ทำใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ ผ่องใส มีความเลื่อมใสในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บางทีเราจะได้ยินพระนามของพระองค์ว่า พระสุคต มาจากศัพท์บาลี คือ สุคโต แปลว่า เสด็จไปดี เสด็จไปงาม คือ พระองค์ทรงมีทางเสด็จที่ดีงามอันได้แก่ อริยมรรค และได้เสด็จไปสู่ที่ดีงาม คือ พระนิพพาน โดยทรงดำเนินรุดหน้าไป ไม่หวนกลับคืนมาสู่กิเลสที่ทรงละได้แล้ว สุคโต ไปสู่ที่ไหน ดีที่นั่น คือ ไปทำประโยชน์เกื้อกูลให้ความสุขแก่ที่นั่น * ดังเมื่อกรุงเวสาลีเกิดทุพภิกขภัย ข้าวยากหมากแพง ผู้คนอดอาหารตายกันเป็นจำนวนมาก ซากศพถูกปล่อยทิ้งเกลื่อนกลาด กลิ่นก็ดึงดูดอมนุษย์มารังควาน …

พระพุทธคุณ ตอน พระผู้เสด็จไปดีแล้ว Read More »

พระพุทธคุณ ตอน พระคุ้มครอง

พระพุทธคุณ ตอน พระคุ้มครอง (เด็กน้อยผู้มีพระพุทธเจ้าอยู่ในใจ) จุดหมายปลายทางของทุกชีวิต คือ การไปสู่อายตนนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นต้นแบบของบุคคลที่สมบูรณ์ ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตแล้ว ในระหว่างที่ทรงสร้างบารมี พระองค์ต้องเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏอันยาวไกล เกิดเป็นอะไรต่ออะไรมากมาย พระองค์ทรงพบว่าชีวิตเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะเกิดเป็นพระราชามหากษัตริย์ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิก็ยังไม่พ้นจากทุกข์  ดังนั้น พระองค์จึงทรงสละราชสมบัติอันเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาของมนุษย์ แล้วทรงแสวงหาหนทางพ้นทุกข์มุ่งสู่พระนิพพาน ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน จึงต้องแสวงหาที่พึ่งเพื่อให้เกิดความอบอุ่นใจและปลอดภัย แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักที่พึ่งที่แท้จริง  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “มนุษย์เป็นอันมาก  เมื่อถูกภัยคุกคามย่อมยึดเอาภูเขาป่าไม้ว่าเป็นที่พึ่ง แต่ที่พึ่งนั้นไม่เกษม ไม่อุดม เพราะบุคคลอาศัยแล้วย่อมไม่พ้นจากทุกข์ไปได้ ส่วนผู้ใดถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่ง ที่พึ่งนั้นแลเป็นที่พึ่งอันเกษม เป็นที่พึ่งอันอุดม  เมื่อบุคคลอาศัยที่พึ่งนั้นแล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้” พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่แท้จริง เป็นแหล่งกำเนิดของความสุขที่มีอยู่ในตัวของเราทุกคน  เมื่อเข้าถึงแล้วเราจะมีความสุข จะรู้สึกปลอดภัย ภัยอันตรายใดๆ จะไม่มากลํ้ากราย  เพราะฉะนั้น บุคคลใดปรารถนาความสุขความสำเร็จ และความปลอดภัยในชีวิต หรือแม้ปรารถนาความหลุดพ้นจากภัยในวัฏสงสาร หากหมั่นระลึกถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก บุคคลนั้นย่อมสมความปรารถนาได้ ดังเช่นลูกชายของคนตัดฟืน ดังเรื่องมีอยู่ว่า * ในกรุงราชคฤห์มีเด็กชาย ๒ คน …

พระพุทธคุณ ตอน พระคุ้มครอง Read More »

ดวงแก้วคุณยาย มาเพื่อสร้างอาคาร ๑๐๐ ปี

ดวงแก้วคุณยาย มาเพื่อสร้างอาคาร ๑๐๐ ปี เมื่อตอนที่หลวงพี่ไปวัดปากน้ำครั้งแรก ตอนปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ก็ได้พบคุณยาย ตอนนั้นท่านอยู่ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ หลวงพี่มีโอกาสอยู่ใกล้ท่าน ได้พูดคุยกับท่านตั้งแต่ตอนนั้น และได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ จากท่าน รวมทั้งเรื่องดวงแก้ว เมื่อพูดถึงคำว่า “แก้ว” คุณยายท่านจะรู้สึกสดชื่นมาก ท่านเคยบอกว่า “เรื่องแก้วนี่..ยายรู้ดี หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านเคยใช้ให้ยายไปค้นเรื่องแก้ว” คำว่า “ค้น” ในที่นี้ ก็คือ ค้นไปสู่ละเอียด ว่า เรื่องราวของแก้วเป็นมาอย่างไร จะเอามาใช้งานได้อย่างไร เพราะว่า “แก้ว” เขามีศักยภาพที่ใช้งานได้ดี เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านฝึกฝนให้คุณยายทำจนกระทั่งเชี่ยวชาญ ทำให้คุณยายมีความคุ้นเคยกับแก้วเป็นอย่างดี หลวงพี่เคยถามคุณยายว่า “ยาย..แล้วยายรักแก้วไหม..” คุณยายตอบว่า “ยายรักแก้ว ของอย่างอื่นยายไม่รัก ยายเฉย ๆ แต่แก้วนี่ยายรัก” เพราะคุณยายคุ้นเคยที่ต้องค้นและทำงานร่วมกันมา ทำให้ท่านผูกพันอยู่กับเรื่องแก้วมาก จำได้ว่า สมัยแรก ๆ ที่หลวงพี่ไปบ้านธรรมประสิทธิ์ ตอนนั้น “ดวงแก้ว” เป็นสิ่งที่หายาก แล้วเวลาคุณยายแนะนำการปฏิบัติธรรม ท่านจะให้ใช้นิมิตเป็นองค์พระ เพราะดวงแก้วหายาก …

ดวงแก้วคุณยาย มาเพื่อสร้างอาคาร ๑๐๐ ปี Read More »

ดวงแก้วคุณยาย แก้วสารพัดนึก

ดวงแก้วคุณยาย แก้วสารพัดนึก หลวงพ่อเคยกราบเรียนถามคุณยายตั้งแต่สมัยเริ่มเข้าวัดว่า “ดวงแก้วกายสิทธิ์นี้มไว้ทำอะไร แล้วเขาเป็นใคร” คุณยายตอบชัดเจนว่า “เขาไม่ใช่กายทิพย์ ไม่ใช่กายมนุษย์ แต่เขามีลักษณะพิเศษ ของเขา ถ้าเขาอยู่กับผู้ที่ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม เขาจะทำหน้าที่คล้าย ๆ ลูกศิษย์วัด คือ ดูแลตามสมบัติให้ แต่เขาก็ไม่ใช่เทวดา เขามีสภาพอีกสภาพหนึ่ง คือ เป็นผู้คอยหล่อเลี้ยงมนุษย์” ในเวลาที่เจ้าของดวงแก้วตั้งใจปฏิบัติธรรม เขาจะทำหน้าที่ของเขาอีกเหมือนกัน คือ ช่วยดึงดูดใจของผู้ปฏิบัติธรรมให้เข้าไปสู่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ได้ง่ายขึ้น คุณยายท่านใช้คำว่า “ช่วยคุมบุญให้ ช่วยคุมใจเวลานั่งสมาธิให้” เพราะว่าเขามีฤทธิ์อยู่ในตัว โบราณจึงเรียกกันว่า แก้วกายสิทธิ์ หากใครได้อ่านคัมภีร์โบราณทั้งของจีน ของอินเดีย และของไทย จะเจอคำว่าดวงแก้วกายสิทธิ์ ซึ่งมีฤทธิ์ดังนี้ คือ • ตามสมบัติให้ได้ • เวลาปฏิบัติธรรมช่วยคุมธรรมะให้ได้ • เวลามีอุปสรรค จะช่วยทำหน้าที่เหมือน body guard เหมือนขุนพล หรือเหมือน รปภ.ที่ดูแลรักษา คุ้มครองเจ้านาย ดวงแก้วจะอยู่กับผู้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมเท่านั้น อาหารของพวกเราเป็นข้าว เป็นน้ำ แต่อาหารของเขา …

ดวงแก้วคุณยาย แก้วสารพัดนึก Read More »

ดวงแก้วคุณยาย จิ๋วแต่แจ๋ว

ดวงแก้วคุณยาย จิ๋วแต่แจ๋ว (เรียบเรียงจากโอวาทคุณครูไม่ใหญ่) ดวงแก้วคุณยายที่ครูไม่ใหญ่มอบให้ผู้มีบุญ ดูเผิน ๆ ก็เหมือนแก้วจุยเจียธรรมดา บางท่านเคยได้รับไปแล้วหลายดวง และไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องมารับอีก ดวงแก้วนี้ที่จริงข้างนอกดูธรรมดา แต่ข้างในไม่ใช่ เพราะไม่ใช่ของตาย แต่เป็นของเป็น คุณยายท่านซ้อนทุกวันเป็นเวลาหลายปี กลั่นให้ใส ดวงแก้วนี้จึงมีความสำคัญต่อการสร้างบารมีของลูกทุกคน เพื่อให้สมบูรณ์ทั้งโลกิยทรัพย์และอริยทรัพย์ ดวงแก้วชุดนี้เป็นชุดสุดท้ายของคุณยาย ถึงขนาดเล็กก็มีอานุภาพ จิ๋วแต่แจ๋ว ถ้าขนาดใหญ่ระดับพ่อแก้วแม่แก้ว ก็แจ๋วคูณสาม คูณสี่ไปเรื่อย ๆ ได้ไปแล้วก็ขอให้เก็บรักษาไว้ให้ดี หล่อเลี้ยงเขาด้วยบุญ คือ ต้องสั่งสมบุญอยู่เป็นนิจ ทั้งทาน ศีล ภาวนา ยิ่งทำซ้ำ ๆ ดวงแก้วจะยิ่งมีอานุภาพเพิ่มขึ้น ภาษาคุณยายท่านจะพูดว่า “ตัวจะแก่ขึ้น” คือ กายเขาจะสุกใส สว่างขึ้นจากบุญที่เราทำ ซึ่งจะเนื่องไปถึงเขา เขาก็จะมาช่วยเหลือเกื้อกูลเราได้เร็วแรงขึ้นในทุกเรื่อง ทำความปรารถนาของเราให้สมหวังได้ ถ้าไม่ทำบุญเขาจะไม่อยู่ด้วย ต้องทำให้ถูกหลักวิชชา คือ พูดกับเขาด้วยปิยวาจา และทำแต่สิ่งดี ๆ เขาก็จะปกปักรักษา ช่วยตามสมบัติให้ ช่วยทำอะไรต่าง ๆ อีกหลายอย่าง กระทั่งคุมธรรมะให้เข้าถึงธรรม ตอนนี้ดวงแก้วไปอยู่บ้านใครจะไปช่วยเชื่อมสายสมบัติ เมื่อได้รับไปแล้วขอให้นำดวงแก้วไปตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ …

ดวงแก้วคุณยาย จิ๋วแต่แจ๋ว Read More »

ดวงแก้วเป็นของรักของหวง

ดวงแก้วเป็นของรักของหวง (เรียบเรียงจากโอวาทคุณครูไม่ใหญ่) ผู้มีบุญในกาลก่อนก็มีดวงแก้วเหมือนกัน เช่น โชติกเศรษฐี ท่านมีดวงแก้วดวงหนึ่งเกิดจากบุญในอดีตชาติที่เคยถวายดวงแก้วแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่อยู่ของท่านเป็นปราสาทแก้ว ในปราสาทสว่างไสวด้วยดวงแก้ว เหมือนความสว่างของแสงไฟ จะให้สว่างทั่วถึงก็ได้ จะให้สว่างเฉพาะส่วนก็ได้ จะให้สว่างแล้วไม่มีเงาของวัตถุสิ่งของก็ได้ ดวงแก้วดวงนี้นอกจากบันดาลความสว่างไสวไปทั่วทั้งปราสาทแก้วของท่านเศรษฐีแล้ว ยังบันดาลความสำเร็จทุกอย่างให้เกิดขึ้น แม้แต่นาคก็ยังมีดวงแก้วห้อยไว้ที่คอ เรื่องมีอยู่ว่า มีฤาษีพี่น้อง ตั้งอาศรมอยู่ริมน้ำ ฤาษีน้องเจริญเมตตาวิหารธรรมตลอดเวลา กระแสแห่งความเมตตาแผ่ไปทุกทิศทาง ไปกระทบใจพญานาคที่อยู่ใต้บาดาล พญานาคจึงมาตามกระแสนั้น เมื่อเห็นฤาษีน้องนั่งอยู่ที่อาศรมก็เกิดความรักขึ้นมา จึงเข้าไปแสดงความรักด้วยการรัดตัว ฤาษีน้องก็เหมือนคนธรรมดาที่เจองูรัด พอนาคมารัดบ่อย ๆ ฤาษีน้องก็ผอมลง ๆ ฤาษีพี่รู้เรื่องก็ถามว่า ที่ตัวนาคมีอะไรเป็นพิเศษไหม ฤาษีน้องบอกว่ามีดวงแก้วห้อยคออยู่ ฤาษีพี่ก็เลยแนะนำว่า ถ้านาคมาคราวนี้ให้ขอดวงแก้วจากนาค ต่อมานาคขึ้นมาหาฤาษีน้องเหมือนเดิม พอจะรัดตัว ฤาษีน้องก็ขอดวงแก้ว นาคบอกว่า “ไม่ได้ ดวงแก้วดวงนี้นำมาซึ่งอาหารต่าง ๆ และของที่ปรารถนา ให้ไม่ได้” วันนั้นเลยไม่กล้ารัดตัว รีบลงน้ำไปเลย วันหลังพอนาคมา ฤาษีน้องก็ขอดวงแก้วอีก ขอหลายครั้งเข้านาคก็เลยไม่มาอีก โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา หนังสือ ดวงแก้วคุณยาย www.dhamma01.com/book/81

แก้วจากฟ้า ลอยมาหาผู้มีบุญ

แก้วจากฟ้า ลอยมาหาผู้มีบุญ (เรียบเรียงจากโอวาทคุณครูไม่ใหญ่) คนมีบุญที่ดวงแก้วลอยมาหาเองเลยก็มี ท่านคือ คุณยายเพิ่ม แก้ววิเศษ ด้วยบุญของท่านที่ทำไว้ในปางก่อน วันหนึ่งฝนฟ้าครึ้ม คุณยายเพิ่มกำลังรองน้ำอยู่ที่รางน้ำ อยู่ ๆ ก็มีเสียงฟ้าฝ่าเปรี๊ยะลงมาที่บ้าน ท่านได้ยินเสียงกลิ้งกรุบ ๆ มาที่รางน้ำฝน แล้วก็จ๋อมลงไปในโอ่ง ท่านเดินไปดูก็เห็นมีดวงแก้วอยู่ดวงหนึ่ง ทรงยาว ๆ ตรงโคนใส ตรงปลายขุ่นหน่อย ๆ น่าแปลกที่แก้วดวงนี้ลอยได้โดยไม่ต้องมีใครจับ ลอยแล้วเปล่งแสงได้ด้วย เวลาคุณยายเพิ่มจะไปไหน ดวงแก้วจะลอยนำหน้าสว่างไปเลย กิตติศัพท์นี้เลื่องลือกันไปทั่ว อยู่มาวันหนึ่งท่านเห็นดวงแก้วสวยดี ก็คิดว่าจะเอาไปทำหัวแหวน จะให้ช่างตัดตรงที่ขุ่น ๆ ออก แล้วเอาบริเวณที่ใส ๆ มาทำหัวแหวน แต่ช่างเห็นแล้วรู้สึกชอบ อาจเป็นเพราะได้ยินกิตติศัพท์ด้วยว่า แก้วดวงนี้มากับฟ้า ลอยได้ เปล่งแสงได้ พูดได้ด้วย ช่างก็เลยอยากได้ เวลาคุณยายเพิ่มไปทวงก็บ่ายเบี่ยง ไม่ให้เสียที แต่คุณยายเพิ่มท่านมีวิธีเรียกแก้วกลับมา ปรากฏว่า แก้วที่อยู่ในมือของช่างดิ้นพรวดลงมาเป็นแมลงภู่บินพรืดหายไปเลย ตกดึก คุณยายเพิ่มนอนตะแคงอยู่ พอพลิกตัวหลังไปทับดวงแก้ว อ้อ!ดวงแก้วกลับมาแล้ว ต่อมาท่านไปกราบเรียนเรื่องนี้ให้หลวงปู่ฟัง หลวงปู่ก็เลยขอยืมดวงแก้วไปทำวิชชา และให้ผู้ทำวิชชาใส่ไถ้ผูกไว้ที่เอว …

แก้วจากฟ้า ลอยมาหาผู้มีบุญ Read More »

ไม่ใช่ของขลัง แต่เป็นของศักดิ์สิทธิ์

ไม่ใช่ของขลัง แต่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ (เรียบเรียงจากโอวาทคุณครูไม่ใหญ่) เรื่องดวงแก้วเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ คุณยายเคยเล่าให้ฟังว่า มีดวงแก้วอยู่ดวงหนึ่งเป็นของคุณยายทองสุข สำแดงปั้น เดิมทีดวงแก้วดวงนี้มีมาตั้งแต่สมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นดวงแก้วขนาดใหญ่ที่มีอานุภาพมาก สามารถกลิ้งตัวเองเข้าไปใต้รัตนบัลลังก์เพื่อฟังธรรมได้ ต่อมาเมื่อเขารู้ว่าผู้มีบุญที่จะได้ครอบครองดวงแก้วมาเกิดแล้ว เขาจึงย้ายมาอยู่ด้วย แต่เนื่องจากไม่สามารถนำพาเอาเรือนเดิมซึ่งมีขนาดใหญ่มาด้วยได้ จึงย้ายมาอยู่ในเรือนเล็กแทน ฟังแล้วก็รู้สึกอัศจรรย์ใจว่า กายสิทธิ์ในดวงแก้วสามารถย้ายเรือนได้ เพราะเหตุที่ดวงแก้วมีความสำคัญและมีอานุภาพมากขนาดนี้ คุณยายท่านจึงชอบใช้ดวงแก้ว ซึ่งต่อมาก็มีคนเอามาถวายท่านเรื่อย ๆ ท่านบอกว่า “บางดวงก็มีตัว บางดวงไม่มีตัว บางดวงตัวอ่อน บางดวง ตัวแก่” ความอ่อนความแก่ในที่นี้ หมายถึง บุญบารมีของกายสิทธิ์ที่นั่งสมาธิอยู่ภายในดวงแก้ว โดยมีดวงแก้วเป็นเรือน ถ้าตัวยิ่งแก่บารมี ยิ่งมาก ก็ยิ่งสว่าง สุกสดใส ยิ่งสวย ยิ่งมีฤทธิ์มีอานุภาพมาก ตัวอ่อนก็หย่อนลงมา ส่วนดวงแก้วที่ไม่มีตัว ก็ต้องไปอัญเชิญมาใส่ ดวงแก้วที่คุณยายได้มา แม้ตอนแรกไม่ค่อยใส แต่หลายเดือนผ่านไป พอแกะห่อผ้าออกดู น่าอัศจรรย์ใจว่า ดวงแก้วกลับใสขึ้น และไม่ใช่ความใสแบบด้าน ๆ อย่างแก้วเจียระไนธรรมดา แต่เป็นความผ่องใสเหมือนนวลผักคะน้าหรือนวลมะม่วง ดวงแก้วจะเปล่งประกาย มีเสน่ห์ มีพลังแผ่ออกมา เป็นเพราะคุณยายท่านนำมากลั่นแก้และฝึกงานด้วยอานุภาพพระธรรมกาย ดวงแก้วเหล่านี้ …

ไม่ใช่ของขลัง แต่เป็นของศักดิ์สิทธิ์ Read More »

ดีใจที่ได้แก้ว

ดีใจที่ได้แก้ว (เรียบเรียงจากโอวาทคุณครูไม่ใหญ่) เมื่อย้ายมาอยู่ที่วัดพระธรรมกาย คุณยายก็พยายามแสวงหาดวงแก้วมาไว้ติดตัวเพื่อทำวิชชา เพราะท่านคุ้นเคย แต่ในสมัยนั้นดวงแก้วหายากมากที่สุด ไม่ง่ายเหมือนสมัยนี้ ครูไม่ใหญ่กับคุณยายตามดวงแก้วมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๗  มีความคิดว่าต่อไปนี้ ขอให้มีดวงแก้วมาก ๆ และตั้งผังไว้ว่า “ขอให้มีดวงแก้วของตัวเอง และมีเผื่อแผ่ไว้สำหรับผู้มีบุญที่เขาจะเข้าถึงพระธรรมกายต่อไปในอนาคต” เพราะเราทราบถึงอานุภาพของดวงแก้ว ในขณะที่คนอื่นเขาไม่ทราบ วันหนึ่ง ครูไม่ใหญ่ได้ดวงแก้วมาดวงหนึ่ง ขนาดเล็กกว่ามะนาวลูกเล็ก ๆ ราว ๆ ลูกพุทรา ได้จากพี่ที่ครูไม่ใหญ่เคารพนับถือ เป็นดวงแก้วที่สืบทอดมาจากคุณยายทองสุข ท่านมอบให้ เพราะเห็นว่าครูไม่ใหญ่ รักธรรมะ รักวิชชาธรรมกาย ครูไม่ใหญ่ไปรับมาจากบ้านของท่านที่ ประตูน้ำ รับเสร็จแล้วเดินตัวปลิวเหมือนไม่ติดพื้น ในวันนั้นครูไม่ใหญ่เข้าใจคำว่า “ดีใจเหมือนได้แก้ว” ว่าเป็นอย่างนี้นี่เอง เพราะครูไม่ใหญ่รู้อานุภาพของดวงแก้วและปรารถนาอยากจะได้มาก ๆ เพื่อเอามาทำวิชชา ต่อมาก็มีดวงแก้วมาเรื่อย ๆ มีมามากทีเดียวมาจากทั่วโลก เป็นไปตามผังที่ตั้งเอาไว้ ให้ครูไม่ใหญ่ได้แจกจ่ายให้กับผู้มีบุญทุกคนที่มาร่วมบุญกับครูไม่ใหญ่ จะได้มีบุญเข้าถึงวิชชาธรรมกาย โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา หนังสือ ดวงแก้วคุณยาย www.dhamma01.com/book/81

ดวงแก้วทำวิชชา

รูปหล่อหลวงปู่วัดปากน้ำ ภายในบรรจุดวงแก้วปราบมารทั้ง ๓ ดวง (เรียบเรียงจากโอวาทคุณครูไม่ใหญ่) ดวงแก้วทำวิชชา หลังจากนั้น ท่านก็ค้นคว้าและเผยแผ่วิชชาธรรมกายต่อไป และแสวงหาดวงแก้วเอาไว้สำหรับทำวิชชา ต่อมามีผู้นำดวงแก้วมาถวายท่าน เป็นแก้วดวงใหญ่ ๓ ดวง แต่ละดวงโตประมาณ ๗ เซนติเมตร ขนาดส้มเขียวหวาน ท่านให้เอาไปใส่ไว้ในตะลุ่มในโรงงานทำวิชชา คุณยายเล่าว่า ในดวงแก้วเหล่านั้นมีกายสิทธิ์ที่มีฤทธิ์ มีอานุภาพมาก สามารถพูดให้ได้ยินด้วยหูมนุษย์ได้ เหมือนเราได้ยินมนุษย์พูดคุยกัน เวลาลูกระเบิดจะมาลง ดวงแก้วก็จะพูดให้ได้ยิน หลวงปู่ท่านให้พวกทำวิชชาถือดวงแก้วนี้ไว้ แล้วก็เอากายละเอียดในดวงแก้วทำวิชชาธรรมกายไปสู้รบกับพญามาร คุณยายของเราถือไว้ ๒ ดวง มือซ้ายดวงหนึ่ง มือขวาอีกดวงหนึ่ง แล้วทำวิชชาควบคู่กันไปกับดวงแก้ว ท่านถืออยู่อย่างนี้เป็นเวลาหลายปี ทุกครั้งที่เข้าไปรับหน้าที่ ท่านฝึกสอนกายสิทธิ์ที่อยู่ในดวงแก้ว จนกระทั่งมีอานุภาพทำตามกันไปเป็นทีมได้ ตั้งแต่ช่วยแก้ไขทุกข์มนุษย์ แก้ไขเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยสงครามโลก และมุ่งไปที่สุดแห่งธรรม ตอนนั้นดวงแก้วดวงใหญ่มีอยู่แค่ ๓ ดวง นอกนั้นเป็นดวงเล็ก ๆ สำหรับผู้ทำวิชชาปราบมารถือไว้เป็นแนวร่วมสนับสนุน แล้วก็ทำวิชชากันไปอย่างมีความสุขสนุกสนานทีเดียว วันหนึ่งขณะอยู่ในเวรดึก หลวงปู่ท่านได้ยินเสียงดังกริ๊ก ท่านจึงถามว่า “ใครทำดวงแก้วกระทบกัน” คุณยายบอกว่า “ลูกเองเจ้าค่ะ” หลวงปู่ท่านถามว่า “รู้ไหมว่าแก้วดวงหนึ่งมีค่าขนาดไหน ขนาดเอาประเทศมาตีค่าไม่ได้ทีเดียวนะ” หมายถึง เอาทรัพยากรของประเทศ …

ดวงแก้วทำวิชชา Read More »

ดวงแก้วคุณยายชุดสุดท้าย

ดวงแก้วคุณยายชุดสุดท้าย (เรียบเรียงจากโอวาทคุณครูไม่ใหญ่) ดวงแก้วเป็น ๑ ในรัตนะ ๗ ที่เป็นของคู่บุญของพระเจ้าจักรพรรดิและผู้มีบุญเท่านั้น ดังนั้นผู้ที่ได้ครอบครองดวงแก้วจึงเหมือนมีสมบัติจักรพรรดิติดตัวเลยทีเดียว รัตนะทั้ง ๗ ของพระเจ้าจักรพรรดิประกอบด้วยจักรแก้ว ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว นางแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว และดวงแก้วมณี แก้ว ทั้ง ๗ อย่างนี้  จะช่วยทำให้พระเจ้าจักรพรรดิมีความสุข มีอานุภาพ และสามารถปกครองไปได้ถึงทวีปทั้ง ๔ อันได้แก่ อุตตรกุรุทวีป ปุพพวิเทหทวีป ชมพูทวีป อปรโคยานทวีป ดวงแก้วมณีของพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นดวงแก้วที่มีอานุภาพมาก สัณฐานกลมรอบตัว มีรัศมีสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน ไปไหนมาไหนได้ ใช้ส่องดูภพภูมิต่าง ๆ ได้ ดูที่ลับที่แจ้งได้ บันดาลให้พืชพันธุ์ธัญญาหารและเครื่องบริโภคอุปโภคบังเกิดขึ้นได้ และสามารถเลี้ยงมนุษย์ทั้งโลก ได้ ฯลฯ นอกจากพระเจ้าจักรพรรดิผู้ปกครองทวีปทั้ง ๔ แล้ว ผู้มีบุญทั่วไปก็นิยมมีดวงแก้วไว้ประจำตัวหรือประจำบ้านเช่นกัน อย่างเช่นในประเทศญี่ปุ่น เวลาทำพิธีสถาปนาพระเจ้าจักรพรรดิองค์ใหม่ จะต้องมีพิธีมอบดวงแก้วดวงโตขนาดส้มโอเสียก่อน มิฉะนั้นการสถาปนาเป็นพระเจ้าจักรพรรดิก็จะไม่สมบูรณ์ ประเพณีนี้สืบทอดมานานนับพันปีแล้ว แม้บริษัทใหญ่ ๆ ในประเทศญี่ปุ่นก็มีดวงแก้วดวงใหญ่เอาไว้เป็นเครื่องดึงดูดโภคทรัพย์สมบัติ …

ดวงแก้วคุณยายชุดสุดท้าย Read More »

กรุแก้วกายสิทธิ์คุณยายชุดสุดท้าย

ความเป็นมากรุแก้วกายสิทธิ์คุณยายชุดสุดท้าย เมื่อวันอาสาฬหบูชาที่ผ่านมา (๒๖ ก.ค. ๒๕๕๓) หลวงพ่อฝันเห็นคุณยายมาหา มายิ้มให้ และพูดคุยกันเหมือนสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ฝันเหมือนจริงมาก หลวงพ่อไม่เคยฝันเห็นคุณยายเลย ตั้งแต่ท่านละสังขารไป ๑๐ ปี ( ๑๐ ก.ย. ๒๕๔๓) เหมือนคุณยายอยากมาบอกอะไรกับ หลวงพ่อ หลวงพ่อเลยตั้งใจทำอาคาร ๑๐๐ ปี คุณยาย ให้เสร็จภายในปีนี้ เพื่อบูชาธรรมคุณยาย ๑๐๑ ปี เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน หลวงพ่อไปที่กุฏิเก่าคุณยายเพื่อเอาของ พอเดินผ่านห้องที่หลวงพ่อเคยนั่งธรรมะกับคุณยาย ทำให้คิดถึงท่าน เหมือนมีอะไรดลใจให้หลวงพ่อเข้าไปในห้องนั้น และอยากจัดข้าวของให้เข้าที่เหมือนสมัยที่คุณยายยังมีชีวิตอยู่ (ปกติหลวงพ่อเอาของเสร็จก็จะกลับเลย ไม่เคยแวะเข้าไปที่ห้องนั้น) วันนั้นหลวงพ่อยกของและจัดของเองจนเหนื่อย ในนั้นมีลังไม้ใบใหญ่ ๆ อยู่ ๔-๕ ลัง หลวงพ่อเลื่อนออกมาแล้วให้อุปัฏฐากช่วยดูว่าของในลังเป็นอะไร ปรากฏว่าเป็นดวงแก้วกับองค์พระ ดวงแก้วห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ไว้อย่างดี ซึ่งหลวงพ่อเองก็จำไม่ได้ว่ามีของชุดนี้อยู่ พอสืบค้นความเป็นมาของดวงแก้วชุดนี้แล้ว ปรากฏว่าเป็นดวงแก้วที่มาจากญี่ปุ่นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ (กระดาษหนังสือพิมพ์ที่ห่อดวงแก้วเป็นหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นที่พิมพ์เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๘๔) แสดงว่าเป็นแก้วชุดแรก …

กรุแก้วกายสิทธิ์คุณยายชุดสุดท้าย Read More »