krirk

ผู้ถึงความพินาศ (กาผู้มีนิสัยละโมภและโลเลทำความเดือดร้อนให้นกพิราบโพธิสัตว์ที่ตนอาศัยอยู่ด้วย)

ผู้ถึงความพินาศ (กาผู้มีนิสัยละโมภและโลเลทำความเดือดร้อนให้นกพิราบโพธิสัตว์ที่ตนอาศัยอยู่ด้วย) ธรรมชาติของใจนั้น มีความว่องไวพร้อมจะท่องเที่ยวไปในทุกหนทุกแห่ง ทุกเวลา แม้ขณะช่วงเวลาเพียงสั้นๆ ใจก็สามารถล่องลอยคิดไปได้หลายๆ เรื่อง ผู้ที่ไม่ระวังรักษาใจ ปล่อยให้ฟุ้งซ่านไปในอกุศล จะมีชีวิตที่สับสนวุ่นวาย เป็นอันตรายทั้งต่อตนเอง และผู้อื่น เมื่อเรารู้เท่าทันธรรมชาติของใจ ว่าว่องไวต่อทั้งสิ่งที่บริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ เราควรรีบดูแลรักษาใจให้สะอาดบริสุทธิ์ เต็มเปี่ยมไปด้วยความสงบสุข ด้วยการปฏิบัติธรรม ให้ใจดวงเดียวของเรานี้มีแต่สิ่งที่ดีงามอยู่ในใจ เพราะภาพดีงามในใจย่อมส่งผลดีต่อชีวิตของเรา ขอให้เรามีชีวิตอยู่กับความดี เพื่อให้ใจมีแต่ภาพที่ดีเก็บไว้ แม้วันหนึ่งเราจะต้องละจากโลกนี้ไป แต่ภาพแห่งความดีที่สั่งสมไว้ในใจ จะทำให้เราภาคภูมิใจไปตลอดกาล มีวาระพระบาลีใน กาโปตกชาดก ว่า “ผู้ใดเมื่อบุคคลกล่าวสอนอยู่ ไม่ทำตามคำสอนของผู้ปรารถนาประโยชน์ ผู้อนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูล ผู้นั้นย่อมถึงความพินาศ ย่อมเศร้าโศกเหมือนกาที่ไม่เชื่อฟังคำของนกพิราบ ตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู” หากมีผู้มาตักเตือน เราต้องรับฟังด้วยความอ่อนน้อม ให้มีสติ อย่าเพิ่งชอบใจ หรือไม่ชอบใจ ให้พิจารณาให้ดีก่อนว่า ที่เขามาตักเตือนเรานั้นมีเหตุผลแค่ไหน และเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง มีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ หากเราพิจารณาแล้วว่า เขาตักเตือนเราด้วยความปรารถนาดี และหวังดีต่อเราจริงๆ แม้เรื่องนั้นอาจขัดความรู้สึกของเราบ้าง เราก็ควรรับฟัง แล้วรีบปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของบัณฑิตผู้รู้ทั้งหลาย การไม่เชื่อฟัง หรือดื้อดึงนั้น มีผลอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตของเรา ซึ่งบางครั้งอาจมีผลถึงชีวิต ดังเรื่องของกา ที่ไม่เชื่อฟังคำเตือนของนกพิราบ …

ผู้ถึงความพินาศ (กาผู้มีนิสัยละโมภและโลเลทำความเดือดร้อนให้นกพิราบโพธิสัตว์ที่ตนอาศัยอยู่ด้วย) Read More »

เหตุอย่างเดียวกัน แต่ได้ผลต่างกัน (เหตุคือจามเพราะพริกป่น คนหนึ่่งจมูกขาดวิ่น คนหนึ่งได้ราชสมบัติและราชธิดา)

เหตุอย่างเดียวกัน แต่ได้ผลต่างกัน (เหตุคือจามเพราะพริกป่น คนหนึ่่งจมูกขาดวิ่น คนหนึ่งได้ราชสมบัติและราชธิดา) ทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ เพราะใจเป็นจุดเริ่มต้นของความคิด และความคิดจะก่อให้เกิดการกระทำ ใจจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสุด ทีจะบันดาลให้ทุกอย่างเกิดขึ้น ใจของคนที่ผ่องใสนั้น ไม่ว่าจะคิด พูด หรือ ทำสิ่งใดก็ตาม ย่อมมีพลัง และความเพียรไม่มีที่สิ้นสุด ตรงกันข้ามกับสภาพจิตใจที่ขุ่นมัวไม่ผ่องใส ย่อมทำลายความสำเร็จทั้งหมดให้มลายหายสูญไป เพราะหากใจไม่ผ่องใสแล้ว จะคิด พูด หรือทำสิ่งใดก็ยากที่จะสำเร็จ แม้เรื่องที่ง่ายแสนง่ายก็ไม่มีทางทำได้ หรือไม่มีโอกาสทำให้สำเร็จ แม้บุคคลนั้นจะมีฐานะดี ความรู้สูงตำแหน่งหน้าที่สูง หรือมีความสามารถมากเพียงไร แต่ถ้าขาดความเชื่อมั่น ขาดพลังใจอันสูงส่ง ขาดความเพียรพยายามแล้ว ศักยภาพในตัวแม้มีมากมายเพียงไร ย่อมไม่สามารถนำออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ มีธรรมภาษิตที่ปรากฏใน อสิลักขณชาดก ความว่า “เหตุอย่างเดียวกัน เป็นผลดีแก่คนหนึ่ง แต่เป็นผลร้ายแก่อีกคนหนึ่งได้ เพราะฉะนั้นเหตุอย่างเดียวกัน มิใช่ว่าจะเป็นผลดีไปทั้งหมด และมิใช่ว่าจะเป็นผลร้ายเสมอไป” บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว เป็นเช่นนั้นจริงๆ คนที่พูดว่า ทำดีแล้วไม่ได้ดี หรือทำชั่วได้ดีมีถมไปนั้น เป็นคำพูดที่ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน เพราะไม่ช้าผลแห่งการกระทำก็ย่อมปรากฏแก่ผู้กระทำ เพียงแต่ผลจะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง ปลูกถั่วย่อมได้ถั่วจะเป็นงาไม่ได้ ทำอย่างไรก็ได้ผลอย่างนั้นแน่นอน …

เหตุอย่างเดียวกัน แต่ได้ผลต่างกัน (เหตุคือจามเพราะพริกป่น คนหนึ่่งจมูกขาดวิ่น คนหนึ่งได้ราชสมบัติและราชธิดา) Read More »

ความหวังที่ควรตั้งใจ (พระราชาตั้งความหวังไว้ที่บุตรฤาษีชื่ออาสังกา ละทิ้งจตุรงคเสนา ยอมทนลำบากในป่า ถึง ๓ ปีเต็ม)

ความหวังที่ควรตั้งใจ (พระราชาตั้งความหวังไว้ที่บุตรฤาษีชื่ออาสังกา ละทิ้งจตุรงคเสนา ยอมทนลำบากในป่า ถึง ๓ ปีเต็ม) การสร้างบารมีเป็นภารกิจหลักของมนุษย์ทุกชีวิต ที่สำคัญยิ่งกว่าภารกิจทั้งปวง ถือเป็นภารกิจที่จำเป็นต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ เรามีชีวิตอยู่ไม่เกินร้อยปีก็ต้องบ่ายหน้าไปสู่ความตาย การเดินทางไปสู่ปรโลก โดยปราศจากบุญบารมีเป็นสมบัติละเอียดติดตัวไปนั้น เป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งนัก เพราะบุญเท่านั้นเป็นที่พึ่งของหมู่สัตว์ในปรโลก เหตุนี้ ผู้รู้บัณฑิตทั้งหลาย จึงหนักแน่นมั่นคงในการสั่งสมบุญบารมี โดยไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น ท่านเหล่านั้นมักจะเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนที่จะละกายหยาบอันเป็นที่อาศัยชั่วคราว เพื่อเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดา เหมือนทำลายภาชนะดิน เพื่อถือเอาภาชนะทองคำฉะนั้น ดังนั้น ผู้มีปัญญาจึงควรหมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ ชีวิตจะได้ปลอดภัย ทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า มีวาระแห่งถ้อยคำอันเป็นสุภาษิตใน อาสังกชาดก ความว่า “เถาวัลย์ชื่ออาสาวดี เกิดในสวนจิตรลดาวัน พันปีจึงออกผลผลหนึ่ง เมื่อมีผลระยะไกลถึงเพียงนั้น เหล่าทวยเทพก็พากันไปเยือนมันบ่อยๆ ข้าแต่พระราชา ขอพระองค์จงทรงจำนงหวังไว้เถิด ความหวังที่มีผลเป็นเหตุให้เกิดสุข” การมีชีวิตอยู่อย่างผู้มีความหวังนั้น ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำการงานต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จด้วยดี ความหวังทั้งปวงนั้น เราควรตั้งไว้เป็นเป้าหมายในใจ โดยเฉพาะความหวังอันสูงสุดที่มนุษย์ทุกๆ คน ควรตั้งเอาไว้ในใจ คือต้องหมั่นสั่งสมบุญบารมีทุกรูปแบบ โดยไม่หวาดหวั่นต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น และตั้งใจมั่นว่า จะทำความบริสุทธิ์บริบูรณ์ให้เกิดขึ้นจนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย …

ความหวังที่ควรตั้งใจ (พระราชาตั้งความหวังไว้ที่บุตรฤาษีชื่ออาสังกา ละทิ้งจตุรงคเสนา ยอมทนลำบากในป่า ถึง ๓ ปีเต็ม) Read More »

หนวดเต่า เขากระต่าย (มหาธนเศรษฐีถูกหญิงงามเมืองปฎิเสธ เกิดความสลดใจ ได้สติ เบื่อหน่ายในเพศฆราวาส)

หนวดเต่า เขากระต่าย (มหาธนเศรษฐีถูกหญิงงามเมืองปฎิเสธ เกิดความสลดใจ ได้สติ เบื่อหน่ายในเพศฆราวาส) มีคำกล่าวที่ว่า ชีวิต คือการต่อสู้ แต่การต่อสู้ที่เข้าใจนั้น ยังเป็นความเข้าใจในระดับพื้นฐาน เช่นต่อสู้กันในเชิงธุรกิจ ในเรื่องการทำมาหากิน ต้องแก่งแย่งกัน ชิงดีกัน มีทั้งคู่แข่ง และคู่แค้น ต้องกระทบกระทั่งเบียดเบียนกัน บางครั้งต้องลงมือประทุษร้ายกัน เพราะขาดความอดกลั้น ความยับยั้งชั่งใจ ยามใดที่เราต้องเผชิญกับผู้ไม่ประสงค์ดี เผชิญกับการดูถูกดูหมิ่น ขอให้เราใช้สติปัญญาพิจารณา อย่าหุนหันพลันแล่น อย่าเสียเวลาและความดี ไปราวีกับคนพาล ต้องรู้จักอดทน อดกลั้น ยับยั้งใจตนเองไว้ให้ดี เพราะเราไม่จำเป็นเลยที่จะต้องไปต่อสู้หรือเอาชนะใคร เพราะชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เหนืออื่นใด คือการชนะใจตนเอง เมื่อเราชนะใจของเราแล้ว ชีวิตก็จะมีความสุข ความสมหวัง ดังนั้นการต่อสู้ที่แท้จริง คือต่อสู้กับกิเลสในใจของเรา ด้วยการฝึกฝนอบรมใจให้หยุดนิ่ง เราจะได้ช่วยกันสร้างโลกนี้ให้เป็นสวรรค์บนดิน ด้วยการให้อภัยทาน และเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ แบ่งปันความสุข ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน มีวาระพระบาลีที่ พระเชนตเถระ ได้ภาษิตไว้ว่า “ทุปฺปพฺพชฺชํ เว ทุรธิวาสา เคหา ธมฺโม คมฺภีโร ทุรธิคมา …

หนวดเต่า เขากระต่าย (มหาธนเศรษฐีถูกหญิงงามเมืองปฎิเสธ เกิดความสลดใจ ได้สติ เบื่อหน่ายในเพศฆราวาส) Read More »

อานุภาพเนรุบรรพต (หงส์โพธิสัตว์ละทิ้งเนรุบรรพต เพราะแม้จะมีค่ามากสักปานใด ก็ไม่ใช่ถิ่นที่อยู่อันเหมาะสม)

อานุภาพเนรุบรรพต (หงส์โพธิสัตว์ละทิ้งเนรุบรรพต เพราะแม้จะมีค่ามากสักปานใด ก็ไม่ใช่ถิ่นที่อยู่อันเหมาะสม) เวลาในโลกมนุษย์เพียงวันละ ๒๔ ชั่วโมงนั้น เป็นเวลาที่น้อยมาก ยิ่งวันเวลาผ่านพ้นไป สังขารร่างกายของเราก็ยิ่งเสื่อมไปตามลำดับ เหมือนพระอาทิตย์ที่เดินทางมาจนเริ่มบ่ายคล้อยทุกขณะ และเหลือเวลาอีกไม่นาน ก็ต้องอัสดง นี่คือความเป็นจริงของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมราชา หรือยาจกเข็ญใจ ต่างต้องตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้ทุกคน ขอให้ทุกคนตระหนักว่า ในขณะที่สังขารร่างกายกำลังเดินทางไปสู่ความเสื่อมสลายทุกลมหายใจควรต้องเป็นไปเพื่อการสร้างบารมีเท่านั้น เราต้องบำเพ็ญทั้งทาน ศีล และภาวนาไม่ให้ขาดแม้แต่วันเดียว โดยเฉพาะการทำใจให้หยุดนิ่งนี้เป็นวัตถุประสงค์หลักของการเกิดมาของมนุษย์ทุกๆ คน มีวาระพระบาลีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มงคลสูตร ความว่า “ปฏิรูปเทสวาโส เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ การอยู่ในประเทศที่เหมาะสม เป็นมงคลอันสูงสุด” ถิ่นที่อยู่อันเหมาะสมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก สภาพแวดล้อมที่ดีนั้น ย่อมมีผลต่อทุกคน โดยเฉพาะสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวจะมีผลต่อการดำเนินชีวิต ความเป็นอยู่ และอุปนิสัยใจคออย่างมาก แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงนำเรื่องราวในอดีตมาตรัสเล่าว่า แม้รุกขชาติที่ปราศจากความรู้สึก ไม่มีวิญญาณ มีเพียงการเจริญเติบโตตามสภาพของมันเท่านั้น แต่หากอาศัยอยู่ใกล้สิ่งใด ก็มักจะเป็นเหมือนสิ่งนั้นด้วย ต้นมะม่วงที่เคยหอมหวานอร่อย อยู่ใกล้ต้นสะเดา ถูกกิ่งและรากเกี่ยวพัน ยังทำให้กลายเป็นมะม่วงที่มีรสขมเหมือนสะเดาได้ จะกล่าวไปไยกับหมู่มนุษย์ที่ยังไม่หมดอาสวกิเลส ถูกอวิชชาปิดบัง จะไม่ถูกสภาพถิ่นที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยได้ ในยุคปัจจุบัน ถิ่นที่เหมาะสมในการสร้างบารมี และสร้างคนให้เป็นคนดีนั้น นับวันยิ่งลดน้อยลงไปทุกขณะ ส่วนใหญ่มักพบกับสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการสร้างบารมี …

อานุภาพเนรุบรรพต (หงส์โพธิสัตว์ละทิ้งเนรุบรรพต เพราะแม้จะมีค่ามากสักปานใด ก็ไม่ใช่ถิ่นที่อยู่อันเหมาะสม) Read More »

โอวาทที่เหมาะสม (ดาบสถวายโอวาทพระราชาแล้วได้รับพระราชทานหมู่บ้านชั้นดี แต่ให้โอวาทไม่ถูกกาลกับคนพาลคือนายแจวเรือจ้าง)

โอวาทที่เหมาะสม (ดาบสถวายโอวาทพระราชาแล้วได้รับพระราชทานหมู่บ้านชั้นดี แต่ให้โอวาทไม่ถูกกาลกับคนพาลคือนายแจวเรือจ้าง) การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ เป็นเรื่องราวที่มนุษย์ยังคงสงสัยและค้างคาอยู่ในใจว่า มนุษย์เกิดมาจากไหน มาทำไม ตายแล้วจะไปไหน และเป้าหมายสูงสุดของชีวิตคืออะไร เป็นคำถามที่อยู่ในใจของสรรพสัตว์ทั้งหลายมายาวนาน ยังไม่มีใครรู้ชัดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน หากไม่มาพบพระพุทธศาสนาแล้ว โอกาสที่จะได้แสวงหาแสงสว่างแห่งความหลุดพ้นจากวังวนแห่งอวิชชานี้ก็ยิ่งยาก เมื่อความไม่รู้มาครอบงำ การเวียนว่ายตายเกิดของเราในสังสารวัฏ ก็ยิ่งไม่ปลอดภัยจากอบายภูมิ การแสวงหาความหลุดพ้น และค้นหาเป้าหมายที่แท้จริงของการเกิดมานั้น เป็นสิ่งที่สำคัญต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งเราจะต้องตระหนักในความเป็นมนุษย์ และเมื่อได้มีโอกาสมาพบพระพุทธศาสนา อีกทั้งเป็นสัมมาทิฏฐิ จึงจำเป็นต้องหมั่นแสวงหาความบริสุทธิ์ให้กับตนเองทุกๆ วัน ด้วยการทำใจหยุดใจนิ่ง ตัวของเราจะได้เข้าใกล้สิ่งที่ประเสริฐสุด คือพระรัตนตรัย เพราะพระรัตนตรัยนี้ จะนำพาเราทั้งหลายให้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต ได้รู้แจ้งเห็นจริงในสรรพสิ่ง ตรงไปตามความเป็นจริงทุกประการ มีธรรมภาษิตที่ปรากฏใน สมันตปาสาทิกา ว่า “พระตถาคตทรงรู้วาจาใด จริง แท้ เป็นประโยชน์ และวาจานั้นไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของชนเหล่าอื่น ในวาจานั้น พระตถาคต ก็ทรงเป็นผู้รู้จักกาล เพื่อพยากรณ์วาจานั้น พระตถาคตทรงรู้วาจาใด จริง แท้ เป็นประโยชน์ และวาจานั้นเป็นที่รักที่ชอบใจของชนเหล่าอื่น ในวาจานั้น พระตถาคตก็เป็นผู้รู้จักกาล เพื่อพยากรณ์วาจานั้น” การอยู่ร่วมกันในสังคมโลกจำเป็นต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ในยุคที่เต็มไปด้วยการสื่อสารทุกชนิด วาจาเป็นสื่อที่ใช้มากที่สุดก็ว่าได้ การพูดเป็นสิ่งที่สำคัญและละเอียดอ่อนมาก …

โอวาทที่เหมาะสม (ดาบสถวายโอวาทพระราชาแล้วได้รับพระราชทานหมู่บ้านชั้นดี แต่ให้โอวาทไม่ถูกกาลกับคนพาลคือนายแจวเรือจ้าง) Read More »

ผู้ควรประดับดอกไม้ทิพย์ (ปุโรหิตลวงโลกอยากได้ดอกไม้ทิพย์กล่าวเท็จต่อเทพบุตรทั้ง 4 ได้รับทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส)

ผู้ควรประดับดอกไม้ทิพย์ (ปุโรหิตลวงโลกอยากได้ดอกไม้ทิพย์กล่าวเท็จต่อเทพบุตรทั้ง 4 ได้รับทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส) ทุกชีวิตที่เกิดมาในสังสารวัฏ ต่างเคยผ่านการเกิดในทุกภพทุกภูมิ ทั้งชีวิตในระดับสูง ระดับกลาง และระดับล่างมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ หรือยาจกเข็ญใจ เพราะชีวิตมีการขึ้นลงไปตามอำนาจแห่งบุญและบาปที่ได้ทำไว้ในภพชาตินั้นๆ ถ้าทำบุญมากย่อมได้รับผลที่ดี เสวยสุขในสุคติภูมิ ชีวิตจะประสบแต่สิ่งที่ดีงาม มีแต่ความสุขความสำเร็จในชีวิต ถ้าทำบาปอกุศลไว้มาก ก็ต้องไปเสวยวิบากแห่งกรรมในอบายภูมิ นี้เป็นวงจรชีวิตของสรรพชีวิตทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะหลีกหนีกฎแห่งกรรมไม่พ้น ดังนั้น เราเกิดมาแล้วต้องสร้างบารมีให้เต็มที่ เพิ่มพูนความบริสุทธิ์บริบูรณ์ให้แก่ตนเอง และวิธีที่จะทำความบริสุทธิ์ได้อย่างดีที่สุด คือต้องหมั่นปฏิบัติธรรมอย่าให้ขาดแม้แต่วันเดียว ทำใจหยุดใจนิ่งบ่อยๆ ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ชีวิตของเราจะสำเร็จสมหวังมีแต่ความสุขตลอดกาลนาน มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย เถรคาถา ว่า “สีลํ รกฺเขยฺย เมธาวี ปตฺถยาโน ตโย สุเข ปสํสํ วิตฺตลาภญฺจ เปจฺจ สคฺเค ปโมทนํ ผู้มีปัญญา เมื่อปรารถนาความสุข ๓ ประการ คือ คำสรรเสริญ ๑ การได้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจ ๑ ละโลกแล้วได้บันเทิงในสวรรค์ ๑ …

ผู้ควรประดับดอกไม้ทิพย์ (ปุโรหิตลวงโลกอยากได้ดอกไม้ทิพย์กล่าวเท็จต่อเทพบุตรทั้ง 4 ได้รับทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส) Read More »

อย่ามองข้ามการปฏิสันถาร (พระเถระให้การต้อนรับปฏิสันถารโจรที่ตั้งใจมาปล้น ทำให้โจรเลื่อมใสปวารณารักษาวัด)

อย่ามองข้ามการปฏิสันถาร (พระเถระให้การต้อนรับปฏิสันถารโจรที่ตั้งใจมาปล้น ทำให้โจรเลื่อมใสปวารณารักษาวัด) ชีวิตสมัยใหม่ดำเนินไปอย่างเร่งรีบฉับไว แต่ไม่ว่าจะเร่งให้เร็วเพียงใดก็ไม่เคยทันใจมนุษย์ เพราะคนส่วนใหญ่ใจร้อน ดูเหมือนจะรู้ว่าเวลาเป็นของมีค่า แต่กลับใช้เวลาอย่างไม่คุ้มค่า ปล่อยให้หมดไปกับสิ่งที่ไม่เป็นสาระ บางครั้งการยอมสูญเสียเวลาอันมีค่า เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดี หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งผลงานอันประณีตสมบูรณ์ เช่นการปฏิบัติธรรมของเราก็เป็นไปเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต แม้บางครั้งต้องใช้เวลาบ้าง แต่ผลการปฏิบัติที่ได้มา ย่อมคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป หากเราทำอย่างถูกวิธี มีความพากเพียรสม่ำเสมอไม่ช้าเราจะต้องเข้าถึงธรรมอย่างแน่นอน ขอให้เราทำอย่างมีความสุข แล้วเราจะรู้สึกว่าเราไม่ได้สูญเสียเวลาอันมีค่าไป ตรงกันข้ามเวลาแห่งใจหยุดใจนิ่ง กลับทำให้ชีวิตเรามีคุณค่ายิ่งขึ้น แม้ชีวิตในวันนี้ เราต้องก้าวไปอย่างฉับไว แต่ใจของเรายังคงหยุดนิ่งอยู่กับสิ่งที่ดีที่สุด คือพระรัตนตรัยในตัวนั่นเอง มีวาระพระบาลีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน สักกัจจสูตร ความว่า “ดูก่อนสารีบุตร ภิกษุเคารพในพระศาสดา จักไม่เคารพในพระธรรม ข้อนี้ ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ภิกษุเคารพในพระศาสดา ชื่อว่าเคารพในธรรมด้วย ภิกษุเคารพในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในสิกขา ในสมาธิ ในความไม่ประมาท จักไม่เคารพในปฏิสันถาร ข้อนี้ ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ภิกษุเคารพในพระศาสดา ในธรรม ในพระสงฆ์ ในสิกขา ในสมาธิ ในความไม่ประมาท ชื่อว่าเคารพในปฏิสันถารด้วย” ความเคารพ คือความตระหนักซาบซึ้ง รู้ถึงคุณความดีที่มีอยู่จริงของบุคคลอื่น …

อย่ามองข้ามการปฏิสันถาร (พระเถระให้การต้อนรับปฏิสันถารโจรที่ตั้งใจมาปล้น ทำให้โจรเลื่อมใสปวารณารักษาวัด) Read More »

เมตตาบารมี (พญาช้างฉัททันต์ ยินดีมอบงาให้พรานด้วยใจเมตตาและไม่ปรารถนาจะจองเวรกับใคร)

เมตตาบารมี (พญาช้างฉัททันต์ ยินดีมอบงาให้พรานด้วยใจเมตตาและไม่ปรารถนาจะจองเวรกับใคร) ความสุขและความบริสุทธิ์ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกๆคน เพราะถ้ากายและใจของเราไม่มีความสุขแล้ว จะประกอบภารกิจการงานอันใด ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะแสวงหาความสุขที่แท้จริงให้กับตนเอง ร่างกายที่เราต้องใช้อยู่ทุกวัน จำเป็นที่จะต้องชำระล้างให้สะอาด จึงจะอยู่อย่างเป็นสุข และทำหน้าที่ได้เป็นปกติ จิตใจของเราก็เช่นเดียวกัน ต้องมีการชำระล้างให้สะอาดบริสุทธิ์ ผ่องใส ด้วยการเจริญสมาธิภาวนา ใจจึงจะเป็นสุข และสามารถคิดอ่านทำการงานต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เราต้องหมั่นฝึกฝนใจของเราให้หยุดนิ่ง เพื่อจะได้เข้าถึงความสุขในปัจจุบัน และเพื่อเข้าถึงเป้าหมายอันสูงสุดของชีวิตด้วย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เมตตาสูตร ความว่า “บุคคลพึงแผ่ไมตรีจิตไปในหมู่สัตว์ว่า ขอสัตว์ทั้งปวงจงเป็นผู้มีความสุข มีความเกษม มีตนถึงความสุขเถิด สัตว์เหล่าใดเหล่าหนึ่งมีอยู่ ยังเป็นผู้สะดุ้งหรือเป็นผู้มั่นคงทั้งหมด หมู่สัตว์ที่มีลำตัวยาวหรือใหญ่ ปานกลางหรือสั้น ผอมหรืออ้วนเหล่าใด ที่เราเห็นแล้วหรือมิได้เห็น อยู่ในที่ใกล้หรือไกล ที่เกิดแล้วหรือที่แสวงหาภพเกิดใหม่ ขอสัตว์ทั้งปวงเหล่านั้น จงเป็นผู้มีตนถึงความสุขเถิด มารดาถนอมบุตรคนเดียวผู้เกิดในตนด้วยชีวิตฉันใด บุคคลพึงเจริญเมตตาอันไม่มีประมาณในสัตว์ทั้งปวง แม้ฉันนั้น พึงเจริญเมตตาอันไม่มีประมาณในโลกทั้งปวง ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง ให้เป็นผู้ไม่มีความคับแค้น ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีศัตรูต่อกัน ผู้มีเมตตา ไม่เข้าถึงสักกายทิฏฐิ เป็นผู้มีศีล ถึงพร้อมด้วยทัสสนะ …

เมตตาบารมี (พญาช้างฉัททันต์ ยินดีมอบงาให้พรานด้วยใจเมตตาและไม่ปรารถนาจะจองเวรกับใคร) Read More »

ชีวิตของนักสร้างบารมี (ธัมมิกอุบาสกทูลถามพระพุทธเจ้าถึงแนวทางปฎิบัติตนที่ถูกต้อง)

ชีวิตของนักสร้างบารมี (ธัมมิกอุบาสกทูลถามพระพุทธเจ้าถึงแนวทางปฎิบัติตนที่ถูกต้อง) วัตถุประสงค์ของทุกชีวิตในการเกิดมาแต่ละภพแต่ละชาติ คือการสั่งสมบุญบารมี เพื่อมุ่งไปสู่อายตนนิพพานอันเป็นเอกันตบรมสุข การสั่งสมบุญเป็นหน้าที่หลักของมวลมนุษยชาติ บุญเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสุขความสำเร็จทุกประการ เพราะถ้าไม่มีบุญแล้ว การจะได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตย่อมเป็นไปได้ยาก พระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเกิดมากี่ภพกี่ชาติ ท่านสร้างบารมีเรื่อยมา ดำรงตนเป็นต้นบุญต้นแบบให้ชาวโลกได้ดูเป็นตัวอย่าง พวกเราทุกคนควรดำเนินตามปฏิปทาของท่าน เพราะนั่นเป็นเส้นทางที่จะนำเราไปสู่ความสมบูรณ์ของชีวิต หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวงได้ มีวาระพระบาลีที่ปรากฎใน คิหิสูตร ความว่า “เย จ สนฺเต อุปาเสนฺติ สปฺปญฺเญ ธีรสมฺมเต สทฺธา จ เนสํ สุคเต มูลชาตา ปติฏฺฐิตา เทวโลกญฺจ เต ยนฺติ กุเล วา อิธ ชายเร อนุปุพฺเพน นิพฺพานํ อธิคจฺฉนฺติ ปณฺฑิตา นรชนเหล่าใด คบหาสัตบุรุษผู้มีปัญญาดี ได้รับยกย่องว่าเป็นนักปราชญ์ ชนเหล่านั้นตั้งศรัทธาไว้ในพระสุคตเป็นเค้ามูลแล้ว ย่อมไปสู่เทวโลก หรือพึงเกิดในตระกูลสูงในโลกนี้ ชนเหล่านั้นเป็นบัณฑิต ย่อมบรรลุนิพพานโดยลำดับ” การคบหาสมาคมกับนักปราชญ์บัณฑิต เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และซึมซับคุณธรรมความดีจากท่าน เป็นวิสัยของผู้รักในการฝึกตัว ตราบใดที่เรายังไม่หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ …

ชีวิตของนักสร้างบารมี (ธัมมิกอุบาสกทูลถามพระพุทธเจ้าถึงแนวทางปฎิบัติตนที่ถูกต้อง) Read More »

ละความโกรธกันเถิด (ดาบสโพธิสัตว์ข่มความโกรธจนเอาชนะใจพระราชาได้)

ละความโกรธกันเถิด (ดาบสโพธิสัตว์ข่มความโกรธจนเอาชนะใจพระราชาได้) เวลาในโลกนี้แสนสั้น แต่ชีวิตหลังความตายยาวนานนัก นักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลายผู้มองเห็นทุกข์ในอบายภูมิ เห็นสุขในสุคติโลกสวรรค์ และเห็นเอกันตบรมสุขในอายตนนิพพาน จึงละชั่วทั้งทางกาย วาจา ใจ หมั่นสั่งสมบุญกุศลอยู่เป็นนิตย์ และทำใจให้ผ่องใสด้วยการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อชีวิตในโลกนี้จะได้มีคุณค่า และเพื่อชีวิตในสัมปรายภพที่ประเสริฐยิ่งๆขึ้นไป พวกเราควรดำเนินรอยตามปฏิปทาของผู้รู้เหล่านั้น ชีวิตจะได้ไม่ผิดพลาด ไม่พลัดหลงไปทนทุกข์ทรมานในอบายภูมิ เราทุ่มเทสร้างบารมีบนโลกมนุษย์เพียงไม่กี่ปี แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้น เป็นสิ่งที่มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ไพศาล แม้ตัวเราเองก็คาดไม่ถึง จะเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ทำแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต สมกับเป็นชีวิตของนักสร้างบารมีที่เกิดมาอย่างมีเป้าหมาย คือสร้างบารมีเพื่อไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม มีวาระพระบาลีใน จุลลโพธิชาดก ความว่า “เอวํ มนฺทสฺส โปสสฺส พาลสฺส อวิชานโต สารมฺภา ชายเต โกโธ โสปิ เตเนว ฑยฺหติ อคฺคีว ติณกฏฺฐสฺมึ โกโธ ยสฺส ปวฑฺฒติ นิหียติ ตสฺส ยโส กาฬปกฺเขว จนฺทิมา อนินฺโท ธูมเกตูว โกโธ ยสฺสูปสมฺมติ อาปูรติ ตสฺส ยโส …

ละความโกรธกันเถิด (ดาบสโพธิสัตว์ข่มความโกรธจนเอาชนะใจพระราชาได้) Read More »

ผู้เสียหายทั้งสองทาง (พรานเบ็ดได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสเพราะความตระหนี่)

ผู้เสียหายทั้งสองทาง (พรานเบ็ดได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสเพราะความตระหนี่) หากบุคคลใดไม่รู้ว่า เกิดมาเพื่ออะไร หรือเกิดมาจากไหน มาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต และจะเข้าถึงได้ด้วยวิธีการใด บุคคลนั้นอาจดำเนินชีวิตผิดพลาดล้มเหลวได้ อันจะเป็นอันตรายต่อชีวิตอย่างยิ่ง เพราะต้องพลัดตกไปสู่อบายภูมิ คือไปเกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉาน เปรต อสุรกาย สัตว์นรก เป็นเวลายาวนาน ซึ่งเป็นความทุกข์อย่างยิ่ง เพราะจะต้องทนทุกข์ทรมานไม่ว่างเว้นแม้แต่อนุวินาทีเดียว เมื่อกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ย่อมมีชีวิตที่ลำบาก โดยเฉพาะกว่าจะมีโอกาสมาพบผู้รู้แจ้งเห็นจริงอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ยากทีเดียว เพราะเหตุนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ว่า การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก และการได้มาพบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฟังธรรม ได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม และเข้าถึงธรรมนั้นยิ่งเป็นการยากขึ้นไปอีก มีวาระพระบาลีใน อุภโตภัตถชาดก ความว่า “อกฺขี ภินฺนา ปโฏ นฏฺโฐ สขีเคเห จ ภณฺฑนํ อุภโต ปทุฏฺฐกมฺมนฺตา อุทกมฺหิ ถลมฺหิ จ ตาของเจ้าก็แตก ผ้าของเจ้าก็หาย ภรรยาของเจ้าก็ทะเลาะกับหญิงเพื่อนบ้าน การงานทั้งหลายเสียหายทั้งสองด้าน ทั้งในน้ำ ทั้งบนบก” ชีวิตของคนเราต้องมีการพลัดพราก ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทองอันเป็นที่รักและพึงปรารถนาของมวลมนุษย์ แต่เมื่อจำเป็นต้องสูญเสียก็ต้องยอมแลกเปลี่ยน ในบางครั้งหลายคนยอมเสียเงิน เพื่อแลกกับเวลาที่สูญเสียไป เพราะเวลาคือชีวิต ชีวิตมีค่า …

ผู้เสียหายทั้งสองทาง (พรานเบ็ดได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสเพราะความตระหนี่) Read More »

คนโง่ได้ยศก็ไม่เกิดประโยชน์ (พญาช้างพระโพธิสัตว์ไม่คู่ควรกับพระราชามีจิตริษยา)

คนโง่ได้ยศก็ไม่เกิดประโยชน์ (พญาช้างพระโพธิสัตว์ไม่คู่ควรกับพระราชามีจิตริษยา) จุดมุ่งหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์คือการไปสู่อายตนนิพพาน การจะทำให้ได้เช่นนั้น ใจต้องสะอาดบริสุทธิ์ ต้องหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวง ที่คอยบังคับบัญชาให้เราเวียนว่ายตายเกิด โดยต้องอาศัยวิธีการทำหยุดทำนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ด้วยวิธีการอย่างถูกวิธี ทำสม่ำเสมอทุกวัน ถ้าทำวันหนึ่งแล้วหยุดไปหลายๆ วันก็ไม่ได้ผล เพราะว่าชั่วโมงหยุด ชั่วโมงนิ่ง ชั่วโมงกลางนั้นน้อยไป แต่ถ้าทำสม่ำเสมอทุกวัน ในทุกอิริยาบถ ให้ใจคุ้นกับศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เมื่อทำบ่อยจะคุ้นเคย จนกระทั่งเราไม่ใช่สิ่งแปลกหน้าสำหรับศูนย์กลางกาย ไม่ช้าศูนย์กลางกายจะต้อนรับเรา ใจของเราจะอยู่ที่ตรงนั้นตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะอยู่ในอิริยาบถใด จะทำภารกิจอันใดก็ตาม ใจจะไม่เคลื่อนออกจากศูนย์กลางกาย หากเราทำได้อย่างนี้ ร่างกายของเราจะเป็นฐานรองรับความบริสุทธิ์ภายใน กระแสธรรมภายในก็จะไหลผ่านตัวเราตลอดเวลา ทำให้เราสมปรารถนาในชีวิตได้ มีวาระพระบาลีใน ทุมเมธชาดก ความว่า “ยสํ ลทฺธาน ทุมฺเมโธ อนตฺถํ จรติ อตฺตโน อตฺตโน จ ปเรสฺญฺจ หึสาย ปฏิปชฺชติ ผู้มีปัญญาทรามได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบัติเพื่อความเบียดเบียนตน และคนอื่น” สมบัติพัสถานบริวารทั้งหลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างปรารถนา เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของ และยังทำให้เป็นที่ยอมรับของบุคคลในสังคมอีกด้วย ผู้มีปัญญาจึงแสวงหาและรักษาไว้ซึ่งสมบัติเหล่านั้นให้เพิ่มพูนงอกงามยิ่งขึ้นไป อีกทั้งพวกพ้องบริวารก็เป็นสมบัติอีกประการหนึ่งที่เรียกว่าบริวารสมบัติ ยิ่งมีมากก็ยิ่งดี …

คนโง่ได้ยศก็ไม่เกิดประโยชน์ (พญาช้างพระโพธิสัตว์ไม่คู่ควรกับพระราชามีจิตริษยา) Read More »

ยอดผู้นำ และผู้บริหาร (กระบี่โพธิสัตว์ นำพาบริวารพ้นภัยจากผู้จองเวร)

ยอดผู้นำ และผู้บริหาร (กระบี่โพธิสัตว์ นำพาบริวารพ้นภัยจากผู้จองเวร) ทุกสรรพชีวิตล้วนมีพื้นฐานเหมือนกัน เพราะต่างเป็นเพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น ตั้งแต่วันแรกเกิดจนกระทั่งหลับตาลาโลก ชีวิตล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน เช่นเดียวกับโลกนี้ที่มีความมืดเป็นพื้นฐาน แต่ที่เราเห็นแสงสว่างเพราะมีแสงจันทร์ แสงอาทิตย์หรือแสงไฟ จึงทำให้โลกของเราสว่างไสวได้ ในความเป็นจริงของชีวิต โลกภายในของเรามีแสงแห่งธรรมที่เป็นความสว่างไม่มีประมาณ สว่างกว่าพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ความสว่างด้วยแสงแห่งธรรมนี้ จะทำให้ชีวิตของเราหลุดพ้นจากความทุกข์ได้ ดังนั้น ขอให้พวกเราตระหนักถึงคุณค่าของการปฏิบัติธรรมให้ดีกันทุกคน มีวาระแห่งภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน กปิชาดก ความว่า “คนพาลสำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต บริหารหมู่คณะ ลุอำนาจความคิดของตน คงนอนตายเหมือนกับกระบี่ตัวนี้ คนโง่แต่มีกำลัง บริหารหมู่คณะไม่ดี ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่หมู่ญาติ เหมือนนกต่อไม่เป็นประโยชน์แก่นกทั้งหลาย ส่วนคนฉลาด มีกำลังบริหารหมู่คณะดี เป็นประโยชน์แก่หมู่ญาติ เหมือนท้าววาสวะเป็นประโยชน์แก่ทวยเทพฉะนั้น” บุคคลใดก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้า หรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่าผู้บริหารนั้น จะต้องเป็นผู้ที่ฉลาดรอบรู้ในทุกๆ เรื่อง และจะต้องเป็นผู้ที่สุขุมรอบคอบ จึงจะประคับประคองหมู่คณะให้รอดพ้นจากภัยทั้งปวงได้ หากหน่วยงานใดได้นักบริหารที่ไม่ใช่บัณฑิต ไม่รอบรู้ และประมาทเลินเล่อแล้ว นั่นคือสัญญาณอันตรายของหมู่คณะ เหมือนกริ่งเตือนภัยเริ่มดังขึ้นแล้ว ดังนั้น เราจะต้องระมัดระวัง และเลือกผู้นำให้ดี * ดังเรื่องที่พระภิกษุทั้งหลายได้สนทนากันที่โรงธรรมสภา ถึงเรื่องของพระเทวทัตที่ถูกแผ่นดินสูบว่า พระเทวทัตนั้น นอกจากทำตนให้เสียหายแล้ว ยังทำให้หมู่คณะที่หลงเชื่อตน พลอยได้รับความเสื่อมเสียอีกด้วย …

ยอดผู้นำ และผู้บริหาร (กระบี่โพธิสัตว์ นำพาบริวารพ้นภัยจากผู้จองเวร) Read More »

ขออย่างพระอริยเจ้า (อัฏฐิเสนะฤๅษีโพธิสัตว์ขอพระราชา)

ขออย่างพระอริยเจ้า (อัฏฐิเสนะฤๅษีโพธิสัตว์ขอพระราชา) การที่จะนำตนให้พ้นจากอาสวกิเลส ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์เข้าถึงอายตนนิพพานได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับนักสร้างบารมีผู้มีหัวใจเต็มเปี่ยมด้วยการสร้างบารมีนั้น ย่อมตระหนักว่า การสร้างบุญกุศลคือกรณียกิจที่สำคัญยิ่ง เพราะบุญที่เราสร้างนี้ จะเป็นเครื่องสนับสนุนให้เราได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิต เส้นทางในสังสารวัฏของเรา ย่อมก้าวไปได้อย่างสะดวกสบาย และมีโอกาสสร้างบารมีให้ยิ่งขึ้นไป เป็นบุญต่อบุญไม่มีที่สิ้นสุด การสร้างบารมีอย่างที่เรากำลังทำอยู่นี้ เป็นสิ่งที่มีคุณค่า และมีความสำคัญสำหรับพวกเราทุกๆ คน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อัฏฐิเสนชาดก ความว่า “น เว ยาจนฺติ สปฺปญฺญา ธีโร จ วิทิตุมรหติ อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺติ เอสา อริยาน ยาจนา ผู้มีปัญญาทั้งหลาย จะไม่ออกปากขอเลย ธีรชนควรรู้ไว้ พระอริยเจ้าทั้งหลาย ยืนเฉพาะเจาะจงอยู่ที่ใด นั่นคือการขอของพระอริยเจ้าทั้งหลาย” ผู้มีปัญญาในที่นี้ หมายเอาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก และพระสงฆ์สาวกทั้งหลาย ท่านเหล่านี้ถือว่า เป็นเนื้อนาบุญแก่ปฏิคาหก การขอของท่านจะเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน จะไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ตนอย่างแน่นอน เพราะชีวิตของท่านเหล่านั้น เป็นไปเพื่อส่วนรวม สร้างคุณประโยชน์ เพื่อนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งมวล นี่คือผู้มีปัญญาที่กล่าวถึงในพระคาถา เราหากรับรู้ดังนี้แล้ว …

ขออย่างพระอริยเจ้า (อัฏฐิเสนะฤๅษีโพธิสัตว์ขอพระราชา) Read More »