krirk

อย่าก่อเวรอีกเลย (การจองเวรของนางรัชชุมาลากับลูกสะใภ้ของพราหมณ์)

อย่าก่อเวรอีกเลย (การจองเวรของนางรัชชุมาลากับลูกสะใภ้ของพราหมณ์)      ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะเราจะได้ประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสัจธรรมนำพาชีวิตให้เข้าถึงความสุข หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล ปัจจุบันนี้มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต เมื่อไม่ได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ ชีวิตจึงต้องเวียนวนอยู่ในกระแสแห่งความทุกข์ระทม เหมือนนาวาที่หลงทิศทางอยู่ในท่ามกลางมหาสมุทร แต่เมื่อได้ฟังพระสัทธรรม จึงเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต แล้วมุ่งแสวงหาสาระอันแท้จริงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดคือพระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า                               “ยสฺส ปาปํ กตํ กมฺมํ     กุสเลน ปิถียติ                         โส อิมํ โลกํ ปภาเสติ   อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา      บุคคลใดละบาปที่ตนทำไว้แล้วด้วยกุศล บุคคลนั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง เหมือนดวงจันทร์ที่พ้นแล้วจากเมฆหมอก”      ผู้ใดทำบาปกรรมไว้ แล้วเกิดความละอายเห็นโทษเห็นภัยที่จะเกิดขึ้น จึงกลับมาทำความดี ละเว้นจากความชั่ว เลิกเบียดเบียน ไม่อาฆาตพยาบาทใคร ตั้งใจรักษาศีล อบรมจิตใจให้ผ่องแผ้ว ทำใจให้ใสจนกระทั่งเข้าถึงพระรัตนตรัย ย่อมได้รับความสุขในปัจจุบันชาตินี้ ด้วยอำนาจของพระรัตนตรัย ซึ่งทำให้จิตใจสว่างไสว ขจัดความมัวหมองในชีวิต ไม่ว่าจะเกิดเคราะห์กรรมอะไรก็ตาม ใจของผู้นั้นก็ยังมีความสุขอยู่เหนือความทุกข์ทั้งมวล …

อย่าก่อเวรอีกเลย (การจองเวรของนางรัชชุมาลากับลูกสะใภ้ของพราหมณ์) Read More »

ความปรารถนาของบัณฑิต (อกิตติพระโพธิสัตว์)

ความปรารถนาของบัณฑิต (อกิตติพระโพธิสัตว์)      ในการเดินทางไกล นักเดินทางจำเป็นต้องมีเข็มทิศนำทาง และต้องศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนออกเดินทาง เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ การเดินทางไกลในวัฏสงสาร เพื่อก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางของชีวิต คือพระนิพพานก็เช่นเดียวกัน จำเป็นต้องรู้จักเส้นทางที่ถูกต้องที่จะนำไปสู่ความบริสุทธิ์หลุดพ้น เส้นทางแห่งความบริสุทธิ์นั้นคือเส้นทางสายกลางที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา เป็นทางเอกสายเดียวที่จะหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย ไปถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สัพภิสูตร ความว่า                            “สพฺภิเรว สมาเสถ       สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ                       สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย    สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ      บุคคลควรคบหากับสัตบุรุษ ควรทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษ เพราะเมื่อบุคคลรู้ทั่วถึงธรรมของสัตบุรุษแล้ว ย่อมหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง”      การประคับประคองนาวาชีวิต ให้ดำเนินไปสู่จุดหมายปลายทาง จำเป็นต้องคบหาคนดี ผู้เป็นนักปราชญ์บัณฑิต ซึ่งจะคอยแนะนำให้เราประพฤติในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ให้มีความบริสุทธิ์กายวาจาใจ การคบบัณฑิตทำให้เราได้ซึมซาบคุณธรรมจากบัณฑิต ชีวิตของเราจะมีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป      ธรรมดาของบัณฑิตย่อมไม่อยู่ร่วมกับคนพาล และเมื่อได้ทำความดีแล้วจะตั้งจิตปรารถนาให้ห่างไกลจากคนพาล เพราะการอยู่ใกล้คนพาลแม้ในช่วงเวลาอันสั้นอาจทำให้ชีวิตมัวหมองได้ พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ” การได้คบบัณฑิต เป็นมงคลอันสูงสุด …

ความปรารถนาของบัณฑิต (อกิตติพระโพธิสัตว์) Read More »

ผู้นำประโยชน์สุขมาให้แก่ชาวโลก (โชติปาละโพธิสัตว์)

ผู้นำประโยชน์สุขมาให้แก่ชาวโลก (โชติปาละโพธิสัตว์)      เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราว ไม่ช้าก็ต้องจากไป แม้ทรัพย์สมบัติภายนอกที่มีอยู่ เราก็ไม่สามารถเอาติดตัวไปได้ สิ่งที่จะติดตัวเราไป มีเพียงบุญกับบาปเท่านั้น ถ้าหากเราสั่งสมบุญ ชีวิตเราจะมีคุณค่า เกิดมาแล้วมีชีวิตไม่ว่างเปล่า เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น เพราะเราได้ใช้วันเวลาอันน้อยนิดที่มีอยู่ในโลกนี้สร้างบารมีอย่างเต็มที่โดยไม่ประมาท เช่นเดียวกับพระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สังฆโสภณสูตร ความว่า “โย โหติ พฺยตฺโต จ วิสารโท จ พหุสฺสุโต ธมฺมธโร จ โหติ ธมฺมสฺส โหติ อนุธมฺมจารี ส ตาทิโส วุจฺจติ สงฺฆโสภโณ      ผู้ใดเป็นคนฉลาด แกล้วกล้า เป็นพหูสูต ทรงธรรม และเป็นผู้ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม ผู้เป็นเช่นนั้นท่านเรียกว่า เป็นผู้ยังหมู่ให้งดงาม”      ผู้มีสัมมาทิฏฐิเมื่อบังเกิดขึ้นในโลก ย่อมยังมหาชนให้รู้จักเส้นทางอันประเสริฐของชีวิต ด้วยการแนะนำให้สั่งสมบุญบารมี ชี้เส้นทางไปสุคติโลกสวรรค์ทางไปพระนิพพาน ผู้มีสัมมาทิฏฐินี่แหละ ชื่อว่าเป็นบัณฑิตที่แท้จริง เพราะคอยประคับประคองตนเองและผู้อื่น ให้ดำเนินชีวิตอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง ทั้งทางโลกและทางธรรม เหมือนดวงจันทร์ที่คอยขจัดความมืดมิด ชี้ทางสว่างให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย …

ผู้นำประโยชน์สุขมาให้แก่ชาวโลก (โชติปาละโพธิสัตว์) Read More »

อย่าโกรธกันเลย (พระนางโรหิณีน้องสาวพระอนุรุทธะ เป็นโรคผิวหนัง)

อย่าโกรธกันเลย (พระนางโรหิณีน้องสาวพระอนุรุทธะ เป็นโรคผิวหนัง) สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนปรารถนาความสุข มนุษยชาติต่างปรารถนาอยากให้โลกมีสันติสุข มีการเรียกร้องหาสันติภาพทั่วโลก แต่จะมีสักกี่คน ที่รู้ว่าสันติภาพภายนอกต้องเริ่มมาจากสันติสุขภายใน แล้วทำอย่างไรจึงจะเข้าถึงสันติสุขภายในได้ เว้นจากการปฏิบัติธรรมแล้วไม่มีวิธีอื่นเลย ที่จะทำให้เราได้รู้จักกับสันติสุขที่แท้จริง เมื่อเราปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงพระธรรมกายภายในได้ เราจึงจะซาบซึ้งว่าพระธรรมกายเป็นแหล่งแห่งสันติสุข เป็นจุดกำเนิดของสันติภาพที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า “โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํ สญฺโญชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺย ตนฺนามรูปสฺมึ อสชฺชมานํ อกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา บุคคลพึงละความโกรธ สละความถือตัว ล่วงสังโยชน์ทั้งสิ้นได้ ทุกข์ทั้งหลายย่อมไม่ตกต้องบุคคลนี้ ผู้ไม่ข้องในนามรูป ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล” ขึ้นชื่อว่าความโกรธเมื่อเกิดกับผู้ใดแล้ว ย่อมแผดเผาใจให้เร่าร้อนกระวนกระวาย ส่งผลให้หน้าตาเศร้าหมองไม่ผ่องใส ไม่เป็นที่น่าคบหาสมาคมของเหล่าบัณฑิตนักปราชญ์ ผู้ที่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำจิตใจอยู่เป็นประจำ ย่อมได้ชื่อว่าเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เหมือนไฟที่ไหม้เรือนหลังแรกแล้วลุกลามไปไหม้หลังที่สอง หลังที่สาม ลุกโหมเป็นเปลวไฟใหญ่ ไหม้ต่อๆ กันไปไม่สิ้นสุด ความโกรธนำแต่สิ่งที่เป็นโทษมาสู่ตนเองและคนอื่น ทำให้เป็นทุกข์ ยังเผาผลาญใจให้มอดไหม้ไปจากคุณธรรมความดี พระพุทธองค์จึงสอนให้ละความโกรธ ให้มีความอดทนอดกลั้น เบื้องต้นอาจรู้สึกเป็นความขมขื่น ทรมานจิตใจ แต่ผลที่ได้ในภายหลัง คือความสุขสดชื่น …

อย่าโกรธกันเลย (พระนางโรหิณีน้องสาวพระอนุรุทธะ เป็นโรคผิวหนัง) Read More »

บุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง (มณีเมขลาช่วยสังขพราหมณ์ที่ว่ายน้ำอยู่ในทะเล ๗ วัน)

บุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง (มณีเมขลาช่วยสังขพราหมณ์ที่ว่ายน้ำอยู่ในทะเล ๗ วัน)      การสร้างบารมีเป็นงานที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติ เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี ดำเนินตามรอยบาทพระบรมศาสดา มุ่งแสวงหาสาระอันแท้จริงของชีวิต เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางคือที่สุดแห่งธรรม แต่ในระหว่างการสร้างบารมี เป็นธรรมดาที่จะต้องเจออุปสรรค อุปสรรคเป็นเพียงเครื่องทดสอบกำลังใจของนักสร้างบารมี หากเราใช้สติและปัญญา ปัญหาทั้งหลายจะดับไป เหมือนการเอาคบเพลิงจุ่มลงไปในน้ำ เมื่อทำใจให้หยุดได้ก็เกิดดวงปัญญา สามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ว่า                             “ทสฺสนกาโม สีลวตํ   สทฺธมฺมํ โสตุมิจฺฉติ                        วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ     ส เว สทฺโธติ วุจฺจติฯ      ผู้ใดใคร่เห็นผู้มีศีล ปรารถนาจะฟังพระสัทธรรม กำจัดมลทิน คือความตระหนี่ได้ ผู้นั้นแล ท่านเรียกว่าผู้มีศรัทธา”      ความศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นทางมาแห่งความสุขความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการทำงานให้สำเร็จลุล่วง พลังศรัทธาของมนุษย์สามารถทำลายอุปสรรคขวากหนามนานัปการได้ ทลายภูเขาที่สูงตระหง่านเสียดฟ้าให้ราบเป็นหน้ากลองได้ และทำในสิ่งที่คนทั่วไปคิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ พลังศรัทธาเป็นพลังแฝงที่มีอานุภาพซ่อนเร้นอยู่ภายใน และก่อให้เกิดพลังใจที่จะก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางของชีวิต      ในทางพระพุทธศาสนา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงความมีศรัทธาที่แท้จริงว่า ต้องรู้จักเข้าหาผู้มีศีลมีธรรมที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ …

บุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง (มณีเมขลาช่วยสังขพราหมณ์ที่ว่ายน้ำอยู่ในทะเล ๗ วัน) Read More »

บุญเท่านั้นที่ปรารถนา (สาธินะโพธิสัตว์กลับจากดาวดึงส์สู่โลกมนุษย์เพื่อสร้างบุญกุศล)

บุญเท่านั้นที่ปรารถนา (สาธินะโพธิสัตว์กลับจากดาวดึงส์สู่โลกมนุษย์เพื่อสร้างบุญกุศล) เราทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่จะต้องศึกษาควบคู่กันไปอยู่ ๒ ประการ คือ การศึกษาวิชาความรู้ในทางโลก และการศึกษาวิชชาในทางธรรม การศึกษาความรู้ทางโลก เพื่อให้เรารู้จักวิธีการแสวงหาปัจจัยสี่มาเลี้ยงตน ทำให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ส่วนการศึกษาความรู้ในทางธรรม มีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อจะได้เข้าถึงแหล่งแห่งความรู้ที่สมบูรณ์ เป็นความรู้เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง เข้าถึงความสุขอันแท้จริงที่มีอยู่ภายใน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน อิฏฐสูตร ความว่า “ชนผู้ปรารถนาอายุ วรรณะ ยศ เกียรติ สวรรค์ ความเกิดในตระกูลสูงและความเพลิดเพลินใจ พึงขวนขวายในความไม่ประมาทให้ยิ่งขึ้นไป” บัณฑิตทั้งหลาย สรรเสริญความไม่ประมาทในการสั่งสมบุญ เพราะผู้ไม่ประมาทย่อมยึดเอาประโยชน์ทั้งสองไว้ได้ คือประโยชน์ในปัจจุบันนี้และประโยชน์ในสัมปรายภพ” พระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย ได้ตั้งความปรารถนาเพื่อจะบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ทรงพิจารณาด้วยสติปัญญาว่าควรสร้างบารมีอะไรเป็นอันดับแรก ต่างเห็นพ้องต้องกันหมดทุกพระองค์ ว่าต้องเริ่มต้นจากทานบารมี เพราะทานเป็นทางมาแห่งโภคทรัพย์ ซึ่งจะทำให้สร้างบารมีอื่นๆ เป็นไปอย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น * ในอดีตกาล ที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระราชาทรงพระนามว่า สาธินะ ปกครองแว่นแคว้นและประชาราษฎร์ในมิถิลานคร พระองค์เป็นผู้ยินดีในการบริจาคทาน และทรงพระราชทานโอวาทแก่ชาวแว่นแคว้น ให้หมั่นสั่งสมบุญด้วยการให้ทานและรักษาศีล มหาชนทั้งหลายตั้งอยู่ในโอวาท ต่างทำบุญให้ทานกันเป็นประจำ เมื่อหมดอายุขัยก็ได้ไปบังเกิดเป็นเทพบุตรเทพธิดาอยู่ในสุคติโลกสวรรค์กันมากมาย เมื่อเหล่าเทพในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มาประชุมกัน ณ สุธรรมาเทวสภา เทวดาเหล่านั้นต่างพรรณนาถึงคุณของพระเจ้าสาธินะ เทวดาอื่นๆ …

บุญเท่านั้นที่ปรารถนา (สาธินะโพธิสัตว์กลับจากดาวดึงส์สู่โลกมนุษย์เพื่อสร้างบุญกุศล) Read More »

สามัคคีคือพลัง (ฝูงนกกระจาบแตกความสามัคคี)

สามัคคีคือพลัง (ฝูงนกกระจาบแตกความสามัคคี)      เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เพื่อแสวงหาสิ่งที่เป็นแก่นสารหรือตัวตนที่แท้จริง ที่มีความมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง และให้ความสุขอย่างเดียวไม่มีทุกข์เจือปนเลย พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพบว่า พระรัตนตรัยเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุด เป็นแก่นของชีวิต และมีอยู่ในตัวของพวกเราทุกคน แต่เป็นของละเอียด ซึ่งเราจะต้องปรับใจให้ละเอียดหยุดนิ่งเข้าไปตามลำดับ จึงจะเข้าถึงพระรัตนตรัยที่มีอยู่แล้วภายในได้ เข้าถึงแล้วจะมีความสุขอย่างไม่มีประมาณ เป็นบรมสุข เพราะพระรัตนตรัยเป็นธรรมอันเกษมจากโยคะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ว่า                               “สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี   สมคฺคานญฺจนุคฺคโห                          สมคฺครโต ธมฺมฏฺโฐ     โยคกฺเขมา น ธํสติ      ความสามัคคีของหมู่คณะนำความสุขมาให้ การสนับสนุนผู้ที่สามัคคีกัน ก็นำความสุขมาให้ ผู้ที่ยินดีในบุคคลผู้สามัคคีกัน มั่นคงในธรรม ย่อมไม่เสื่อมจากธรรมอันเกษมจากโยคะ”      ที่ใดก็ตาม ที่มีความสมัครสมานสามัคคี มีความพร้อมเพรียงกันทุกคน ที่แห่งนั้นย่อมมีความสุข และการประพฤติปฏิบัติธรรมของบุคคล ในสถานที่ที่มีความสามัคคีกัน ย่อมได้รับผลแห่งการปฏิบัติที่ก้าวหน้า เพราะทุกคนต่างมีความสุขในการอยู่ร่วมกัน ความสุขเป็นรากฐานของความสำเร็จทั้งมวล      * แม้ในคราวที่มีภัยหรือมีอุปสรรค หากหมู่คณะมีความพร้อมเพรียงกัน ย่อมสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายให้พ้นภัยพิบัติไปได้ …

สามัคคีคือพลัง (ฝูงนกกระจาบแตกความสามัคคี) Read More »

ควรพิจารณากิจของตน (พระพุทธองค์เตือนอุบาสิกาทำกิจของตนคือน้อมนำใจตามกระแสธรรม)

ควรพิจารณากิจของตน (พระพุทธองค์เตือนอุบาสิกาทำกิจของตนคือน้อมนำใจตามกระแสธรรม)      เราได้เหน็ดเหนื่อยกันมาตลอดทั้งวัน จากการประกอบธุรกิจหน้าที่การงาน การศึกษาเล่าเรียน หรือเรื่องอื่นๆ ที่เราได้ทำผ่านมาแล้ว  ดังนั้น ในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เราจะได้ให้โอกาสแก่ตัวของเราเอง ในการแสวงหาสาระอันแท้จริงของชีวิต เพื่อเพิ่มเติมสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดให้กับชีวิตของเรา ด้วยการปฏิบัติธรรม ชีวิตจะได้ประสบแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง เมื่อใจอยู่ในกระแสแห่งธรรม เราจะรู้สึกอิ่มเอิบ เบิกบานสดชื่น แจ่มใส คลายจากความเหน็ดเหนื่อยที่เราได้ตรากตรำกันมาตลอดทั้งวัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                               “น ปเรสํ วิโลมานิ       น ปเรสํ กตากตํ                          อตฺตโน ว อเวกฺเขยฺย   กตานิ อกตานิ จ      บุคคล ไม่ควรใส่ใจคำก้าวร้าวของคนอื่น ไม่ควรมองการงานของคนอื่น ว่าเขาทำแล้วหรือยังไม่ได้ทำ ควรพิจารณาดูแต่การงานของตน ที่ทำเสร็จแล้วหรือยังไม่ได้ทำเท่านั้น”      * ในสมัยพุทธกาล มีหญิงชาวเมืองสาวัตถีคนหนึ่ง เป็นผู้อุปัฏฐากดูแลปาฏิกาชีวก ซึ่งเป็นนักบวชนอกพระพุทธศาสนา ด้วยความเคารพเลื่อมใสมาเป็นเวลานาน ได้อุปัฏฐากบำรุงอย่างดีเสมือนเป็นบุตรของตน …

ควรพิจารณากิจของตน (พระพุทธองค์เตือนอุบาสิกาทำกิจของตนคือน้อมนำใจตามกระแสธรรม) Read More »

อยู่ไกลก็เหมือนใกล้ (จูฬสุภัททา อาราธนานิมนต์พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป ทางอากาศ)

อยู่ไกลก็เหมือนใกล้ (จูฬสุภัททา อาราธนานิมนต์พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป ทางอากาศ)      “ธรรมกาย คือตถาคต” ตถาคตเป็นชื่อของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การที่เราระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้สมบูรณ์พร้อมด้วยคุณความดีทั้งหลาย จะทำให้ใจเราผูกพันกับพระพุทธองค์ ใจจะผ่องใส ถ้านึกถึงท่านทุกวัน จะทำให้ดวงจิตบริสุทธ์ขึ้นทุกวัน ดวงจิตจะถูกเปลี่ยนแปลงให้บริสุทธิ์ขึ้นทุกวัน ยิ่งสะอาดบริสุทธิ์ใจยิ่งมีอานุภาพ ความบริสุทธิ์เป็นทางมาแห่งมหากุศล ใจจะบริสุทธิ์ได้ ต้องหยุดนิ่ง เพราะฉะนั้น การทำภาวนาจึงเป็นการชำระใจให้บริสุทธิ์ได้ดีที่สุด มีธรรมภาษิตที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย อปาทาน ว่า                             “เอวํ อจินฺติยา พุทฺธา     พุทฺธธมฺมา อจินฺติยา                        อจินฺติเยสุ ปสนฺนานํ      วิปาโก โหตฺยจินฺติโย      พระพุทธเจ้าเป็นอจินไตย พระธรรมของพระพุทธเจ้าก็เป็นอจินไตย วิบากของบุคคลผู้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า และพระธรรมของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นอจินไตย ก็เป็นอจินไตย”      พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้แล้วเองโดยชอบ ทรงสมบูรณ์พร้อมด้วยวิชชา และจรณะ เป็นผู้เสด็จไปดีแล้วในทุกหนทุกแห่ง ทรงมีพระทัยยินดีในพระนิพพาน ทรงรู้แจ้งแทงตลอดในสรรพสิ่งทั้งหลาย …

อยู่ไกลก็เหมือนใกล้ (จูฬสุภัททา อาราธนานิมนต์พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป ทางอากาศ) Read More »

การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก (พญานาคราชรักษาศีลยิ่งชีวิต เพื่อให้ได้อัตภาพเป็นมนุษย์)

การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก (พญานาคราชรักษาศีลยิ่งชีวิต เพื่อให้ได้อัตภาพเป็นมนุษย์)      การเจริญสมาธิภาวนาเป็นทางลัดที่สุด ที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ถ้ามีความบริสุทธิ์มาก บุญกุศลก็เกิดขึ้นมาก ถ้ามีความบริสุทธิ์น้อย บุญกุศลก็ลดหย่อนลงไป ความบริสุทธิ์เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข เป็นสิ่งที่สั่งสมได้ ถ้าเราเจริญภาวนาทุกวัน ยิ่งเป็นการเพิ่มเติมความบริสุทธิ์ขึ้นทุกวัน จะทำให้เราเข้าถึงความสุขที่แท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา และต่างกำลังแสวงหากันอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เราจึงควรให้ความสำคัญกับการเจริญภาวนา เพื่อให้ชีวิตของเราเข้าถึงความสุข และความบริสุทธิ์ที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                               “กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ   กิจฺฉํ มจฺจาน ชีวิตํ                          กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ      กิจฺโฉ พุทฺธานมุปฺปาโท      การได้อัตภาพเป็นมนุษย์เป็นการยาก ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายเป็นอยู่ยาก การได้ฟังพระสัทธรรมเป็นการยาก การอุบัติขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นการยาก”      การได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นของยาก ต้องอาศัยกำลังความเพียรในการสั่งสมความดีอย่างยิ่งยวด พระพุทธองค์ทรงอุปมาความยากในการเกิดเป็นมนุษย์ไว้ว่า “ในท้องทะเลกว้างใหญ่สุดจะประมาณ มีเต่าตาบอดทั้งสองข้างอยู่ตัวหนึ่ง ทุกๆ หนึ่งร้อยปี จะโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำ ๑ ครั้ง …

การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก (พญานาคราชรักษาศีลยิ่งชีวิต เพื่อให้ได้อัตภาพเป็นมนุษย์) Read More »

บุคคลผู้ทรงธรรม (ผู้ใดเรียนคาถาแม้บทเดียว แล้วแทงตลอดในธรรมทั้งหลาย ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรม)

บุคคลผู้ทรงธรรม (ผู้ใดเรียนคาถาแม้บทเดียว แล้วแทงตลอดในธรรมทั้งหลาย ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรม)      ธรรมกาย คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา ผู้เข้าถึงพระธรรมกายคือผู้เข้าถึงแก่นของพระพุทธศาสนา พระบรมศาสดาทรงเข้าถึงความเป็นสัพพัญญูพุทธเจ้า เพราะได้บรรลุกายธรรมอรหัต เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสัทธรรมคำสอนของพระองค์จึงเป็นความรู้อันบริสุทธิ์ กลั่นออกมาจากใจที่หยุดอย่างสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นผู้ที่จะศึกษาพระสัทธรรมอันประเสริฐ ต้องมีจิตใจที่หยุดนิ่ง เข้าถึงความบริสุทธิ์ภายในเช่นเดียวกัน      หลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเลิกทรมานพระวรกาย ที่เรียกว่าอัตตกิลมถานุโยคแล้ว ทรงหันมาปฏิบัติตามหนทางสายกลาง ที่เรียกว่า “มัชฌิมาปฏิปทา” จนได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ได้ทรงเปล่งอุทานว่า “ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺมํ”      “เมื่อใดธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ เมื่อนั้น ความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์ย่อมสิ้นไป เพราะมารู้ชัดธรรมพร้อมทั้งเหตุ”      พระสัทธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นของจริง คนจริงเท่านั้นจึงจะคู่ควรกับของจริง หากตั้งใจปฏิบัติอย่างจริงจัง มีความเพียรไม่ลดละ ปฏิบัติตามพุทธวิธีที่ทรงแนะนำไว้ ย่อมจะรู้แจ้งเห็นจริง หมดความสงสัยในพระรัตนตรัย จะเข้าใจความเป็นจริงของโลกและชีวิต เพราะธรรมะเป็นเรื่องของการปฏิบัติ ลำพังอาศัยการนึกคิดตรึกตรองด้วยปัญญาของปุถุชน …

บุคคลผู้ทรงธรรม (ผู้ใดเรียนคาถาแม้บทเดียว แล้วแทงตลอดในธรรมทั้งหลาย ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรม) Read More »

มรณสติ นำชีวิตสู่หลักชัย (พญาหงส์ทองมีความเร็วดังพระอาทิตย์ แต่ช้ากว่าความเสื่อมของสังขาร)

มรณสติ นำชีวิตสู่หลักชัย (พญาหงส์ทองมีความเร็วดังพระอาทิตย์ แต่ช้ากว่าความเสื่อมของสังขาร)      สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ล้วนเป็นของไม่เที่ยง ชีวิตเปรียบเสมือนหยาดน้ำค้างบนปลายยอดหญ้า ยามต้องแสงอาทิตย์อุทัย ย่อมพลันเหือดแห้งหายไป ทุกชีวิตล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมสลาย เรามีเวลาสร้างบารมีอยู่ในโลกนี้อย่างจำกัด จึงไม่ควรประมาทในการดำเนินชีวิต บัณฑิตทั้งหลายพึงรีบสั่งสมบุญ เพื่อเป็นเหตุให้เข้าถึงความสุขภายในที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน จุลลสุตโสมชาดก ว่า “อุปนิยฺยติทํ มญฺเญ ปริตฺตํ อุทกํว ปงฺกวารมฺหิ เอวํ สุปริตฺตเก ชีวิเต น จ ปมชฺชิตุ ํ กาโล ฯ      ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไปสู่ความตาย เป็นของน้อยนิด ดุจน้ำในโคลนฉะนั้น เมื่อชีวิตเป็นของน้อยเหลือเกินอย่างนี้ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมัวประมาทเลย”      พระพุทธองค์ทรงให้ความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก ทรงชี้ให้เห็นถึงความไม่เที่ยงของสังขารว่า มันสั้นน้อยนิด ไม่นานก็ต้องแตกสลายไปสู่ความตาย จึงสอนให้นึกถึงความตาย ด้วยการเจริญมรณสติบ่อยๆ เพราะถ้าหากไม่นึกถึงเป็นประจำ เมื่อความตายมาปรากฏต่อหน้า ก็จะเกิดความหวาดกลัว ตั้งสติไม่อยู่      ผู้เจริญมรณสติเป็นนิตย์ จะเป็นผู้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ด้วยการเร่งรีบทำความดี หมั่นเจริญสมาธิภาวนาเป็นประจำ เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ก็จะมีสุคติเป็นที่ไป …

มรณสติ นำชีวิตสู่หลักชัย (พญาหงส์ทองมีความเร็วดังพระอาทิตย์ แต่ช้ากว่าความเสื่อมของสังขาร) Read More »

ปัจจัยในการบรรลุธรรม (อุบาสิกาอุปัฏฐากเหล่าพระภิกษุสงฆ์จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด)

ปัจจัยในการบรรลุธรรม (อุบาสิกาอุปัฏฐากเหล่าพระภิกษุสงฆ์จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด)      เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี การสร้างบารมีเป็นหน้าที่หลักของมนุษย์ทุกคน เราเกิดมาภพชาติหนึ่งก็เพื่อสั่งสมบุญบารมีเท่านั้น บุญที่เราได้ทำไว้ดีแล้ว จะเป็นเสบียงในการเดินทางข้ามวัฏสงสารอันยาวไกล เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต คือการทำใจให้สะอาด บริสุทธิ์ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ได้เข้าถึงความสุขอันเป็นนิรันดร์ คือการเข้าถึงพระธรรมกาย อันเป็นสุดยอดแห่งความปรารถนาของมวลมนุษยชาติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                             “ทุนฺนิคฺคหสฺส ลหุโน    ยตฺถ กามนิปาติโน                        จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ    จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ      การฝึกจิตที่บุคคลข่มได้ยาก เป็นธรรมชาติแล่นไปเร็ว มักตกไปในอารมณ์ตามความปรารถนา เป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าจิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมเป็นเหตุนำความสุขมาให้”      ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้นนั้น พระองค์ทรงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาจิตใจเป็นอันดับแรก เพราะใจของเรานั้นเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง นักปราชญ์กล่าวว่า “การฝึกใจตนเองนั้นยากกว่าฝึกสอนคนอื่น” เพราะใจมีธรรมชาติแล่นไปเร็ว ในเวลาแค่นาทีเดียว ใจเราสามารถคิดไปได้ตั้งหลายเรื่อง ดังนั้นเราจึงต้องฝึกควบคุมใจตนเอง โดยเอาใจที่แวบไปแวบมา คิดไปในเรื่องต่างๆ ที่ไม่เป็นสาระ ให้กลับมาอยู่ที่ตั้งของใจ ตรงฐานที่ ๗ ถ้าใจตั้งมั่นอยู่ตรงนี้ได้ …

ปัจจัยในการบรรลุธรรม (อุบาสิกาอุปัฏฐากเหล่าพระภิกษุสงฆ์จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด) Read More »

ได้โปรดอภัยเถิด (พระเจ้าเอกราชทรงแผ่เมตตาไปยังพระราชาผู้ประทุษร้าย)

ได้โปรดอภัยเถิด (พระเจ้าเอกราชทรงแผ่เมตตาไปยังพระราชาผู้ประทุษร้าย)      สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนปรารถนาความสุข มนุษยชาติต่างปรารถนาให้โลกมีสันติสุข มีการเรียกร้องหาสันติภาพกันทั่วโลก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าสันติภาพภายนอกต้องเริ่มมาจากสันติสุขภายใน แล้วทำอย่างไรจึงจะเข้าถึงสันติสุขภายในได้ เว้นจากการปฏิบัติธรรมแล้ว ไม่มีวิธีอื่นเลยที่จะทำให้เราได้เข้าถึง และสัมผัสกับสันติสุขที่แท้จริง เมื่อเราปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงพระธรรมกายภายในได้ เมื่อนั้นเราจะเข้าถึงแหล่งกำเนิดแห่งความสุขที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เมตตาสูตร ความว่า                          “โย จ เมตฺตํ ภาวยติ      อปฺปมาณํ ปฏิสฺสโต                      ตนู สํโยชนา โหนฺติ     ปสฺสโต อุปธิกฺขยํ                      โย น หนติ น ฆาเตติ    น ชินาติ น ชาปเย                      เมตฺตโส สพฺพภูตานํ     เวรนฺตสฺส น เกนจิ      ผู้ใดมีสติมั่นคง เจริญเมตตาอันหาประมาณมิได้ สังโยชน์ของผู้นั้น ผู้เห็นธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิกิเลส ย่อมเบาบาง ผู้ใดมีเมตตาจิตในสรรพสัตว์ ไม่ฆ่าสัตว์เอง …

ได้โปรดอภัยเถิด (พระเจ้าเอกราชทรงแผ่เมตตาไปยังพระราชาผู้ประทุษร้าย) Read More »

เราชนะแล้ว (พราหมณ์สองสามีภรรยามีผ้าห่มคลุมกายผืนเดียวผลัดกันไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า)

เราชนะแล้ว (พราหมณ์สองสามีภรรยามีผ้าห่มคลุมกายผืนเดียวผลัดกันไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า)      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นต้นแบบของบุคคลที่สมบูรณ์แล้ว ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตแล้ว ทรงชี้ให้เห็นว่า จุดหมายปลายทางของทุกชีวิต คือการไปสู่อายตนนิพพาน ในระหว่างที่พระพุทธองค์ทรงสร้างบารมี ต้องเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏยาวนาน ทรงเห็นว่าชีวิตเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะเกิดเป็นพระราชามหากษัตริย์ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก็ยังไม่พ้นจากทุกข์ ดังนั้นในภพชาติสุดท้าย ท่านจึงทรงสละราชสมบัติ อันเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาของมนุษย์ทั้งหลาย มุ่งแสวงหาหนทางแห่งความพ้นทุกข์ สู่พระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน พิลารโกสิยชาดก ขุททกนิกาย ว่า “มจฺเฉรา จ ปมาทา จ    เอวํ ทานํ น ทิยฺยติ                ปุญฺญํ อากงฺขมาเนน    เทยฺยํ โหติ วิชานตา      เพราะความตระหนี่และความประมาท คนเราจึงให้ทานไม่ได้ ผู้มีปัญญาเมื่อต้องการบุญ พึงให้ทานเถิด”      ความตระหนี่และความประมาท เป็นเหตุทำให้คนเราไม่ยอมให้ทาน เมื่อไม่ให้ก็ไม่ได้บุญ เพราะบุญเกิดจากการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา บุญนั่นเองเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต ตั้งแต่ชีวิตของปุถุชน จนกระทั่งถึงความเป็นพระอริยเจ้า บุญจะบันดาลให้เราพรั่งพร้อมด้วยสมบัติทั้งสาม คือเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะมีโภคทรัพย์สมบัติไว้ใช้สร้างบารมี หล่อเลี้ยงสังขารของตนเองและผู้อื่นอย่างสะดวกสบาย …

เราชนะแล้ว (พราหมณ์สองสามีภรรยามีผ้าห่มคลุมกายผืนเดียวผลัดกันไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า) Read More »