krirk

อุทกดาบส-อาฬารดาบส

อุทกดาบส-อาฬารดาบส (พลาดโอกาสที่เข้าพระนิพพาน ในกาลที่ตนควรจะได้) พระธรรมกายเป็นสิ่งที่ชาวโลกต่างกำลังแสวงหากัน เป็นความปรารถนาอันสูงสุดของทุกคน เมื่อใดที่มวลมนุษยชาติได้เข้าถึงพระธรรมกาย เมื่อนั้นทุกคนจะพบกับความเหมือนกันที่สมบูรณ์ที่สุด ทั้งรูปร่างหน้าตา คุณสมบัติ  ความบริสุทธิ์ และอานุภาพ จะพบกับกายมาตรฐานที่เป็นสากลจริงๆ เป็นกายที่สวยงาม ประกอบด้วยลักษณะมหาบุรุษ ครบถ้วนทุกประการเหมือนกันหมด เหมือนเป็นพิมพ์เดียวกันเลย มีความเสมอภาคที่แท้จริง เพราะเป็นวงศ์แห่งพระอริยเจ้า ที่ไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ แต่จะมีดวงใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทั้งความคิด คำพูด และการกระทำจะบริสุทธิ์เหมือนๆกัน จะไม่มีความรังเกียจเดียดฉันท์ หรือเบียดเบียนแก่งแย่งชิงดีกันจะมีแต่ความรักเเละความปรารถนาดีต่อกันเสมอ มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน ธัมมหทยวิภังค์ ว่า “เหล่าสัตว์ที่มีอำนาจแห่งบุญส่งเสริม ไปแล้วสู่กามภพ และรูปภพ หรือแม้ไปสู่ภวัคคพรหม ย่อมกลับสู่ทุคติอีกได้ เหล่าสัตว์มีอายุยืนถึงเพียงนั้น ก็ยังจุติเพราะสิ้นอายุ ภพไหนๆ ชื่อว่า เที่ยงไม่มี สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ได้ตรัสไว้อย่างนี้ เพราะฉะนั้น เหล่านักปราชญ์ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด คำนึงถึงความจริงข้อนี้ จึงเจริญมรรคอันอุดมเพื่อพ้นจากชรามรณะ ครั้นเจริญมรรคอันบริสุทธิ์สะอาด ซึ่งมีปกติยังสัตว์ให้หยั่งถึงพระนิพพานแล้ว ย่อมเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน” หลวงพ่อได้อธิบายถึงพรหมภูมิและอรูปพรหม พร้อมกับสภาวธรรมของรูปพรหมตั้งแต่พรหมโลกชั้นที่ ๑ ซึ่งเป็นพรหมโลกชั้นล่างสุดคือ พรหมปาริสัชชาภูมิ …

อุทกดาบส-อาฬารดาบส Read More »

ภวัคคพรหม

ภวัคคพรหม (สัญญานั้นมีแต่ก็เหมือนไม่มี เหมือนน้ำมันที่ทาติดบาตร) การประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับตัวเราเองและมวลมนุษยชาติ ใครก็ตามที่รู้วิธีการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้องสมบูรณ์ และมีความเพียรทำอย่างสมํ่าเสมอ คุณธรรมที่ดีงามต่างๆ จะเพิ่มพูนขึ้นมาในใจของบุคคลนั้น ทำให้เป็นผู้ที่สามารถครองตนด้วยธรรมะ และจะเป็นที่รักของมนุษย์และเทวาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย หากมีธรรมะเป็นอาภรณ์แล้ว ก็จะเป็นบุคคลผู้ทรงคุณค่า ธรรมะนี้แหละจะเป็นที่พึ่งให้กับตัวของเราได้ตลอดเวลา เป็นอริยทรัพย์คู่กายที่อมตะมั่นคงที่สุด ที่จะติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ ให้หมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมกันให้ดี เราจะได้เป็นเจ้าของสมบัติอันลํ้าค่านี้กันทุกคน มีวาระพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน พรหมชาลสูตร ว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงครอบงำสรรพสัตว์เบื้องบนถึงภวัคคพรหม เบื้องล่างถึงอเวจีเป็นที่สุด เบื้องขวางในโลกธาตุอันหาประมาณมิได้ ด้วยศีลบ้าง ด้วยสมาธิบ้าง ด้วยปัญญาบ้าง ด้วยวิมุตติบ้าง ด้วยวิมุตติญาณทัสสนะบ้าง การจะชั่งหรือประมาณพระองค์ หามีไม่ พระองค์เป็นผู้ไม่มีใครเทียบเคียงได้ อันใครๆ ประมาณไม่ได้ เป็นผู้ยอดเยี่ยม เป็นพระราชาที่พระราชาทรงบูชา คือ เป็นเทพที่ยิ่งด้วยเทพ เป็นพรหมที่ยิ่งกว่าพรหมทั้งหลาย ” อานุภาพของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ เป็นอานุภาพที่ไม่มีประมาณ และไม่มีขอบเขตจำกัด หลวงพ่อยกพระบาลีข้างต้นขึ้นมาเพื่อจะอธิบายคำว่า ภวัคคพรหม ว่าอยู่ที่ไหน เพราะเท่าที่ได้อธิบายเรื่องของพรหมโลก ก็ยังไม่พบชื่อพรหมโลกชั้นนี้ว่าอยู่ในรูปภพหรืออรูปภพ * คำว่า ภวัคคพรหม นี้มีปรากฏอยู่ในพระไตรปิฏก หมายถึง พรหมโลกชั้นสูงสุด …

ภวัคคพรหม Read More »

สัญญาเวทยิตนิโรธ

สัญญาเวทยิตนิโรธ (ถึงสัญญาเวทยิตนิโรธแล้วจึงเสด็จดับขันธปรินิพพาน) จุดหมายปลายทางของทุกชีวิต คือการไปสู่อายตนนิพพาน พระบรมศาสดาทรงเป็นต้นแบบของบุคคลที่สมบูรณ์แล้ว ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตแล้ว ในระหว่างที่ทรงสร้างบารมี พระองค์ต้องเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏยาวนาน ทรงเห็นว่าชีวิตเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะเกิดเป็นพระราชามหากษัตริย์ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก็ยังไม่พ้นจากทุกข์ ดังนั้นท่านจึงสละราชสมบัติ แล้วมุ่งแสวงหาหนทางพระนิพพานอันเป็นบรมสุข ด้วยการทำใจให้หยุดนิ่ง จนได้เข้าถึงกายธรรมอรหัต ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปฐมวิหารสูตร ว่า “อนุปุพพวิหาร คือธรรมเป็นเครื่องอยู่ตามลำดับ ๙ ประการ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน อากาสานัญจายตนฌาน วิญญาณัญจายตนฌาน อากิญจัญญายตนฌาน เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน และสัญญาเวทยิตนิโรธ นี้คืออนุปุพพวิหาร ๙ ประการนี้” คำว่า ฌาน หมายถึง การทำจิตให้เป็นสมาธิจนนิ่งแน่นมีพลัง ใจที่มีพลังขึ้นมาได้เพราะเกิดจากภาวะที่ใจสงบนิ่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นการทำสมาธิที่อยู่ในขั้นของจิตที่เป็นอัปปนาสมาธิ ใจที่รวมเป็นหนึ่งเดียวเป็นสภาวะที่มีพลังและทรงอานุภาพมาก เหมือนแสงอาทิตย์ที่สาดส่องมายังโลก เนื่องจากไม่รวมเป็นจุดเดียวกัน ความร้อนของแสงอาทิตย์จึงมีไม่มาก ต่อเมื่อใดที่เรานำเอาแสงอาทิตย์ให้มารวมเป็นจุดเดียวกัน ก็จะกลายเป็นพลังงานที่ร้อนแรง เพราะฉะนั้น ผู้ที่เจริญสมาธิภาวนาอยู่ในระดับที่เป็นอัปปนาสมาธิ ก็สามารถทำฌานสมาบัติให้เกิดขึ้นได้ การทำใจให้หยุดนิ่งดิ่งเข้ากลางของกลางไปเรื่อยๆ เรียกว่าเป็นการเข้าฌานในหลายๆ ระดับ เมื่อกล่าวถึงฌานสมาบัติซึ่งเป็นผลลัพท์ที่เกิดจากการฝึกสมาธินั้น …

สัญญาเวทยิตนิโรธ Read More »

อรูปภพ

อรูปภพ (ร่างกายเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ จึงพอใจในภาวะที่ไม่มีตัวตน ไม่มีรูปกาย) เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เพื่อแสวงหาสิ่งที่ทำให้ใจเราบริสุทธิ์ ที่สุด  บริสุทธิ์จนกระทั่งพบกับตัวตนที่แท้จริง ที่มั่นคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง และมีความสุขอย่างแท้จริง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพบว่า พระรัตนตรัยเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุด และมีอยู่ภายในตัวของพวกเราทุกๆ คน เป็นธรรมที่สงบ ละเอียด ประณีต ลึกซึ้ง เราจะนึก คิดหรือคาดคะเนเอาไม่ได้เลย เพราะเป็นเรื่องของการปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึง หากเราสามารถ ปรับใจที่หยาบให้ละเอียดลุ่มลึกไปตามลำดับ จนกระทั่งเข้าไปถึงแหล่งของสติแหล่งของ ปัญญา ซึ่งอยู่ในกลางกายฐานที่ ๗ เราก็จะรู้เห็นไปตามความเป็นจริงของธรรมทั้งหลาย ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สาเลยยกสูตร ว่า “พราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย ถ้าผู้มีปกติประพฤติธรรม มีปกติประพฤติเรียบร้อย พึงหวังว่า โอหนอ หลังจากตายเพราะกายแตก ขอให้เราเข้าถึง ความเป็นเพื่อนกับพวกเหล่าพรหมชั้นปริตตสุภา ชั้นอัปปมาณสุภา ชั้นสุภกิณหา ชั้นเวหัป ผลา ชั้นอวิหา ชั้นอตัปปา ชั้นสุทัสสา ชั้นสุทัสสี ชั้นอกนิฏฐะ พึงเป็นผู้เข้าถึงอากาสานัญจา ยตนะ เข้าถึงวิญญาณัญจายตนะ เข้าถึงอากิญจัญญายตนะ เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะ ข้อที่หลังจากตายเพราะกายแตกไป …

อรูปภพ Read More »

ปัญจสุทธาวาส

ปัญจสุทธาวาส (พรหมที่เป็นอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา) ทุกวันนี้มนุษย์กำลังสับสน ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต เมื่อไม่ได้ฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชีวิตจึงต้องเวียนวนอยู่ในกระแสแห่งความทุกข์ระทม คือต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏ ซึ่งเปรียบเสมือนคุกใหญ่ที่ควบคุมเชลยเอาไว้ สรรพสัตว์ทั้งหลายต้องถูกตรึงด้วยเครื่องพันธนาการ มีกับดักคือเบญจกามคุณต่างๆ ยากจะสลัดออกได้ ต่อเมื่อได้ฟังพระสัทธรรม และได้ประพฤติปฏิบัติตามหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงจะเข้าใจความเป็นไปและความเป็นจริงของชีวิต และสามารถสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นกับชีวิตได้ คุณค่าของชีวิตอยู่ที่การสร้างบารมีและทำใจหยุดใจนิ่ง เพราะใจหยุดคือสิ่งเดียวที่จะฉุดให้หลุดออกจากวังวนแห่งวัฏสงสารอันหาเบื้องต้น ท่ามกลางและเบื้องปลายไม่ได้ เพื่อเข้าสู่กระแสพระนิพพานถึงที่สุดแห่งการเกิด นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สามัญญผลสูตร ว่า “ภิกษุเมื่อจิตตั้งมั่น บริสุทธิ์ ผุดผ่อง ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส เป็นจิตอ่อน ควรแก่การงาน มั่นคง ถึงความไม่หวั่นไหว ย่อมน้อมจิตไปเพื่อแสดงฤทธิ์ เธอย่อมแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง ย่อมสามารถลูบคลำพระจันทร์พระอาทิตย์ซึ่งมีฤทธิ์มีอานุภาพมาก ใช้อำนาจทางกายไปตลอดพรหมโลกก็ได้ เปรียบเหมือนช่างหม้อหรือลูกมือของช่างหม้อผู้ฉลาด เมื่อนวดดินดีแล้ว ต้องการภาชนะชนิดใด ก็ทำภาชนะชนิดนั้นให้สำเร็จได้” อานุภาพของผู้มีใจหยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์แล้ว เป็นอานุภาพที่ไม่มีขอบเขตจำกัด ดังพุทธพจน์ที่หลวงพ่อได้ยกขึ้นมา ภพสามจะอยู่ในสายตาของบุคคลผู้มีจิตตั้งมั่นบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว คืออยู่ในญาณทัสสนะของธรรมกายที่สามารถไปรู้ไปเห็นได้หมด ถ้าฝึกจิตให้ดีที่เรียกว่ากัมมัฏฐาน คือใจนุ่มนวลควรแก่การงานแล้ว จะโน้มน้าวจิตไปทางไหนก็ได้ โน้มจิตไปตรวจดูนรกขุมต่างๆ ก็รู้เห็นได้ตามความเป็นจริง จะไปสวรรค์หรือพรหมโลกก็รู้เห็นได้หมด โดยเฉพาะผู้ที่ฝึกสมาธิขั้นสูงอยู่ในระดับใจบังคับกายได้ คือใจเป็นนายกายเป็นบ่าว เมื่อใจฟ่องเบาเต็มที่ …

ปัญจสุทธาวาส Read More »

อสัญญีสัตตาพรหม

อสัญญีสัตตาพรหม (ความทุกข์ทั้งหลายเกิดจากจิต  จึงไม่อยากมีจิต) บุญที่เป็นสุดยอดของบุญคือการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ถึงแม้ว่าปกติของใจจะไม่อยู่นิ่ง มักจะท่องเที่ยวไปตลอดเวลา บางครั้งก็ล่องลอยไปจนตามไม่ทัน ผู้ที่ไม่ระวังรักษาใจ ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านไปอย่างนั้น จะมีชีวิตที่อึดอัดคับแคบ ไม่มีความสุขในชีวิต แต่หากเรารู้เท่าทันธรรมชาติของใจ และรู้จักปรับใจด้วยการนำใจที่ซัดส่ายล่องลอยไปตามที่ต่างๆ ให้มาหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่๗ ซึ่งเป็นที่ตั้งถาวรของใจ เราย่อมพบความสุขที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเลยในชีวิต ใจหยุดคือที่มาแห่งความสุขที่แท้จริง ยิ่งใจหยุดนิ่งมากเท่าไร ความสุขก็ยิ่งมากขึ้นไปตามลำดับ การอบรมใจให้หยุดนิ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำกันทุกๆ วัน เพราะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่จะนำเราก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางของชีวิตคือได้บรรลุมรรคผลนิพพาน มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน มหาโควินทสูตร ว่า “ดูก่อนพราหมณ์ สัตว์ละความยึดถืออัตตาว่าเป็นของเราในสัตว์ทั้งหลายที่เกิดเป็นมนุษย์ เป็นผู้เดียวโดดเด่น น้อมไปในกรุณา เป็นผู้ปราศจากกลิ่นเหม็น เว้นจากเมถุน ตั้งอยู่ในธรรมนี้ และศึกษาอยู่ในธรรมนี้ จึงจะถึงพรหมโลกได้” เส้นทางไปสู่พรหมโลก เพื่อเสวยพรหมสมบัติอันลํ้าเลิศกว่าความสุขที่เป็นของมนุษย์ และสุขอันเป็นทิพย์ของชาวสวรรค์นั้น ผู้รู้ทั้งหลายได้แนะนำไว้ว่า จะต้องรู้จักปล่อยวางในคน สัตว์ สิ่งของ ไม่ไปยึดมั่นถือมั่นในสิ่งเหล่านั้น ให้หาโอกาสปลีกวิเวกเพื่อทำความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ให้บังเกิดขึ้นแก่ตัวเอง ด้วยการแสวงหาเสนาสนะอันสงัด ซึ่งเหมาะต่อการปฏิบัติธรรม เช่น ตามโคนไม้ บนภูเขา ในซอกเขา ถ้ำ ป่าช้า …

อสัญญีสัตตาพรหม Read More »

เวหัปผลาพรหมโลก

เวหัปผลาพรหมโลก (พรหมภูมิที่พ้นจากการทำลายล้างทุกๆ อย่าง) การทำงานทางโลกทุกอย่างไม่ว่างานเล็กหรืองานใหญ่ จะเป็นภาครัฐหรือเอกชน ต่างล้วนปรารถนาที่จะประสบผลสำเร็จกันทั้งนั้น เพราะความสำเร็จนำมาซึ่งความปลื้มปีติให้กับตัวเอง รวมทั้งคนรอบข้างด้วย ส่วนการทำงานทางใจ คือการฝึกฝนใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่ง จนได้บรรลุธรรมที่ละเอียดลึกซึ้งภายใน ก็จะเป็นที่ยินดีปรีดาทั้งของมนุษย์และเทวาทั้งหลายเช่นกัน  อีกทั้งยังเป็นที่พึ่งแก่สรรพสัตว์ได้อีกด้วย งานทางใจจึงเป็นงานที่ยิ่งใหญ่และสำคัญกว่างานทางโลก เป็นงานหลักของการเกิดมาเป็นมนุษย์ โดยมีเป้าหมายคือ จะต้องทำตนให้หลุดพ้นจากอาสวกิเลสเข้าสู่นิพพาน มีวาระพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน มหาโควินทสูตร ว่า “ถ้าพวกท่านละกามทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ปุถุชนข้องได้แล้ว จงปรารภความเพียรมั่นคง เป็นผู้มีขันติเป็นกำลัง ทั้งมีใจตั้งมั่นเถิด ทางนั้นเป็นทางตรง ทางนั้นเป็นทางยอดเยี่ยม เป็นพระสัทธรรม ที่พวกสัตบุรุษรักษาแล้ว เป็นไปเพื่อการเข้าถึงพรหมโลก” การจะวัดว่าใครมีโอกาสจะได้ไปสู่พรหมโลกบ้าง ท่านให้สังเกตที่จิตใจ ซึ่งไม่ข้องเกี่ยวและไม่ยึดติดในเบญจกามคุณทั้งหลาย คือสามารถสอนตัวเองได้ในระดับหนึ่งว่า ความสุขที่ยิ่งใหญ่ไพศาลและยาวนานกว่าสุขของชาวโลกก็ดี ยิ่งกว่าสุขอันเป็นทิพย์ของชาวสวรรค์ก็ดี ยังมีอยู่อีก นั่นคือสุขอันเป็นพรหมสมบัติที่เกิดจากได้ฌานสมาบัติ  เพราะฉะนั้น เมื่อพุทธศาสนายังไม่ถือกำเนิดขึ้นในโลก ผู้รู้ทั้งหลายซึ่งมีภูมิรู้ภูมิธรรมในระดับหนึ่ง คือยังมีใจไปไม่ถึงกระแสพระนิพพาน ท่านมักจะสละชีวิตทางโลกด้วยการออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ เป็นดาบส นักพรต ฤาษี ชีไพร หมั่นฝึกฝนอบรมจิตอยู่ตามป่าเขา ลำเนาไพร บางท่านเข้าไปในป่าหิมพานต์ มีผลหมากรากไม้และเผือกมันเป็นอาหาร บำเพ็ญตบะธรรมจนแก่กล้า ได้ฌานสมาบัติในระดับต่างๆ เป็นผู้ทรงอภิญญาที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ ครั้นละโลกแล้วก็ไปสู่พรหมโลกชั้นต่างๆ …

เวหัปผลาพรหมโลก Read More »

พรหมปุโรหิตาภูมิ

พรหมปุโรหิตาภูมิ ตราบใดที่กิเลสอาสวะภายในใจของเรายังไม่หมด ย่อมต้องถูกพญามารตามรังควานในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่กิเลสมาร ขันธมาร อภิสังขารมาร มัจจุมาร รวมไปถึงเทวบุตรมาร และผู้ที่จะถูกเขาบังคับบัญชาได้ง่าย คือผู้ที่ไม่ได้ฝึกฝนอบรมใจให้หยุดนิ่ง มัวปล่อยใจให้เลื่อนลอยไปตามกระแสโลก ปล่อยชีวิตให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ไปยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ต่างๆ ทำให้ประมาทในชีวิต มีอยู่ที่หนึ่งที่พญามารบังคับบัญชาไม่ได้ คือที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ที่ตรงนี้เป็นเหมือนป้อมเหมือนค่าย เป็นหลุมหลบภัยที่ดีที่สุด เราจะปลอดภัยจากมารทั้งหลาย เพราะฉะนั้น ให้ทุกท่านหยุดใจไว้ที่ตรงนี้ อย่าประมาทในชีวิต ให้ใช้เวลาที่ผ่านไปให้เกิดประโยชน์มากที่สุดด้วยการประพฤติธรรม นำใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายให้ได้ตลอดเวลา หมั่นทำในทุกอิริยาบถทำทุกๆ วันอย่างสมํ่าเสมอ เราจะได้พบกับที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด คือ พระรัตนตรัยภายใน ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะแก้วคุ้มกันภัยชั้นเลิศของเรา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เกวัฏฏสูตร ว่า “ดูก่อนเกวัฏฏะ ปาฏิหาริย์ ๓ อย่างนี้ เราทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่ง ด้วยตนเองแล้ว จึงประกาศให้รู้ ปาฏิหาริย์ ๓ อย่างคือ อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทศนาปาฏิหาริย์ และอนุสาสนีปาฏิหาริย์ ดูก่อนเกวัฏฏะ อิทธิปาฏิหาริย์ คือ …

พรหมปุโรหิตาภูมิ Read More »

พรหมปาริสัชชาภูมิ ( พรหมชั้นแรก )

พรหมปาริสัชชาภูมิ ( พรหมชั้นแรก ) ความบริสุทธิ์ เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นทางมาแห่งความสุขความสงบในจิตใจของทุกคน และยังสามารถแผ่ขยายไปยังบุคคลรอบข้าง ตลอดจนกระทั่งมวลมนุษยชาติทั้งหลาย ความบริสุทธิ์ที่หลวงพ่อกล่าวถึงนี้ เป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เพราะมีอยู่แล้วในตัวของพวกเราทุกๆ คน และต้นแหล่งของความบริสุทธิ์ ก็อยู่ในกลางพระธรรมกายภายในตัวของเรา ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความบริสุทธิ์ และความสุขที่แท้จริง เมื่อใจของทุกคนหยุดเข้าไปอยู่ในกลางพระธรรมกาย ความสุขและความบริสุทธิ์ จะพรั่งพรูขึ้นมาอย่างไม่รู้จักหมดสิ้น จิตใจของทุกคนก็จะรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระธรรมกาย เมื่อนั้นสันติสุขที่แท้จริงย่อมบังเกิดขึ้นในโลก มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน เมตตาสูตร ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อเมตตาเจโตวิมุตติ อันบุคคลเสพแล้ว ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยาน ทำให้เป็นที่ตั้ง ให้ตั้งมั่นโดยลำดับ สั่งสมดีแล้ว ปรารภด้วยดีแล้ว เมื่อยังไม่บรรลุคุณวิเศษที่ยิ่งขึ้นไปย่อมบังเกิดในพรหมโลก” * พรหมโลกคือภพภูมิอันเป็นที่อยู่ของรูปพรหมผู้ประเสริฐ เหตุที่ได้ชื่อว่าประเสริฐ เพราะมีใจออกห่างและไม่ข้องแวะกับเบญจกามคุณ เป็นผู้ที่มีใจสูงกว่าเทวดา มีการเสวยอารมณ์ที่นำความสุขมาให้ ซึ่งเกิดจากอำนาจรูปฌานสมาบัติ ที่ได้ปฏิบัติเอาไว้ในครั้งที่ได้เป็นมนุษย์ อย่างเช่น นักบวช ฤๅษี ชีไพร นักพรต สิทธาทั้งหลาย ท่านอุทิศตนเพื่อการบำเพ็ญพรตประพฤติพรหมจรรย์ ปฏิบัติตนอย่างสมถะ มักน้อย สันโดษ อยู่ตามป่าเขาลำเนาไพร และเจริญเมตตาจิต …

พรหมปาริสัชชาภูมิ ( พรหมชั้นแรก ) Read More »

ปฏิปทาแห่งพรหมโลก

ปฏิปทาแห่งพรหมโลก (สุภมาณพทูลถามเรื่องพรหมโลก) โลกคือหมู่สัตว์ คือ สัตวโลก ขันธโลก อากาสโลก ใจของเราคือสัตวโลกที่แท้จริง หากเราหมั่นฝึกฝนอบรมใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ ใจที่บริสุทธิ์ผ่องใสนั้น จะส่งผลมาถึงขันธโลกคือร่างกายที่ประกอบด้วยขันธ์ ๕  เมื่อขันธโลกสะอาดบริสุทธิ์ ก็จะส่งผลต่อไปถึงอากาสโลกที่อยู่รอบตัวเราให้สะอาดบริสุทธิ์ตามไปด้วย ตัวของเรามีความเกี่ยวเนื่องกับสรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลาย ใจที่ใสบริสุทธิ์จะส่งผลออกมาสู่ความคิดที่ดีๆ ความคิดดีๆ ก็จะนำไปสู่คำพูดและการกระทำที่ดีๆ เมื่อเราทำแต่สิ่งที่ดีๆ ความดีนี้ก็ส่งผลไปสู่คนรอบข้าง ถ้าหากเราทำความดีกันเป็นทีมใหญ่ กระแสแห่งความดีอันยิ่งใหญ่ ก็จะแผ่ขยายกว้างไกลออกไป ทำให้โลกและจักรวาลเต็มไปด้วยพลังมวลแห่งความบริสุทธิ์และความดี  ดังนั้น การฝึกฝนใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่งด้วยการเจริญสมาธิภาวนา จึงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับมนุษย์ทุกๆ คนในโลกที่ต้องลงมือประพฤติปฏิบัติด้วยตัวเองกันให้ได้ * พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สุภสูตร ว่า “บุรุษผู้เกิดแล้ว ทั้งเจริญแล้วในหมู่บ้านนฬการนั้น ถูกถามถึงทางของหมู่บ้านนฬการ ย่อมไม่ชักช้าหรือเกิดอาการประหม่า ตถาคตถูกถามถึงพรหมโลก หรือปฏิปทาเครื่องให้ถึงพรหมโลก ก็ไม่ชักช้าหรือประหม่าเช่นเดียวกัน ดูก่อนมาณพ เราย่อมรู้จักทั้งพรหมโลกและปฏิปทาเครื่องให้ถึงพรหมโลก อนึ่ง ผู้ปฏิบัติด้วยประการใดจึงเข้าถึงพรหมโลก เราย่อมรู้ชัดซึ่งประการนั้นด้วย” พระบรมศาสดาทรงเป็นโลกวิทูผู้รู้แจ้งโลกทั้งหมด ทั้งมนุษยโลก เทวโลก และพรหมโลก นอกจากรู้จักพรหมโลกแล้ว ยังสามารถไปพรหมโลกได้ และทรงรู้จักปฏิปทาหรือวิธีการที่จะทำให้ได้ไปบังเกิดในพรหมโลกอีกด้วย ที่ผ่านมาหลวงพ่อได้นำเรื่องของหมู่สัตว์ที่เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในกามภพมาเล่าให้พวกเราได้เรียนรู้กันเป็นตอนๆ ไป กามภพก็ประกอบไปด้วยอบายภูมิ ๔  …

ปฏิปทาแห่งพรหมโลก Read More »

ปรนิมมิตวสวัตดี ตอน สิริมาเทพนารี ๒

ปรนิมมิตวสวัตดี ตอน สิริมาเทพนารี  ๒ ชีวิตของคนเราต้องมีการพลัดพรากจากกันเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง คน สัตว์ สิ่งของอันเป็นที่รัก ดังนั้นถึงคราวจำเป็นต้องสูญเสียบางสิ่ง หลายๆ คนยอมเสียเงินตราเพื่อแลกกับเวลาที่จะสูญเสียไป  เพราะเวลาเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งกว่าเงินตรา เวลาแม้เพียงน้อยนิด สามารถเปลี่ยนเป็นสมบัติได้อย่างมหาศาล หลายๆ คนยอมเสียเวลาเพื่อแลกกับอารมณ์ที่ดีๆ เพราะอารมณ์ดีมีคุณค่ายิ่งกว่าเงินตรา ดังนั้นจึงยอมเสียเงินตรา ดีกว่าเสียเวลาและอารมณ์ อารมณ์ดี อารมณ์เบิกบานและอารมณ์ที่เป็นกุศล ควรให้เกิดขึ้นในดวงใจของเราเสมอ เพราะเมื่ออารมณ์ดีแล้ว ใจของเราก็จะมีความสุข แม้จะสูญเสียอะไรก็ตาม แต่ถ้าใจเราดี ใจเราเป็นสุข ก็เสมือนไม่ได้สูญเสียอะไรไป ฉะนั้นให้หวงแหนเวลาและรักษาอารมณ์ดีไว้เสมอ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปุญญกริยาวัตถุสูตร ว่า “ดูก่อน เธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ กระทำบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยทานมีประมาณอันยิ่ง กระทำบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยศีลมีประมาณอันยิ่ง แต่ไม่ได้เจริญบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยภาวนาเป็นอย่างยิ่ง เมื่อถึงแก่กาลกิริยาตายไปแล้ว เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดี” เมื่อครั้งที่แล้ว หลวงพ่อได้เล่าเรื่องของหญิงงามเมืองชื่อสิริมาค้างเอาไว้ว่า เธอได้เปลี่ยนวิถีชีวิตจากหญิงงามเมืองมาเป็นยอดหญิงพุทธสาวิกาผู้มีจิตใจสูงส่ง วิถีชีวิตของเธอได้เปลี่ยนไป เพราะได้ยอดกัลยาณมิตรคือมหาอุบาสิกาอุตตรา ที่ได้พามาฟังธรรมจากพระผู้มีพระภาคเจ้า และด้วยอุปนิสัยบารมีที่เธอเคยสั่งสมอบรมมาแต่ปางก่อน ทำให้เธอได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน เป็นอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา ตั้งแต่นั้นมา เธอก็ละเว้นอาชีพเดิม ซึ่งเป็นที่รังเกียจของคนดีมีศีลธรรม เธอได้มุ่งหน้าประกอบกองการกุศล มีอจลศรัทธาที่เชื่อมั่นไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดๆ …

ปรนิมมิตวสวัตดี ตอน สิริมาเทพนารี ๒ Read More »

ปรนิมมิตวสวัตดี ตอน สิริมาเทพนารี ๑

ปรนิมมิตวสวัตดี ตอน สิริมาเทพนารี ๑ การกระทำต่างๆ จะดีหรือร้ายก็ตามล้วนเป็นผลจากความคิดทั้งสิ้น การกระทำที่ถูกต้องมาจากความคิดที่ดีเป็นกุศล การกระทำที่ไม่ถูกต้องมาจากความคิดที่เป็นอกุศล ดังนั้นความคิดจึงเป็นสิ่งที่ควรปรับปรุงก่อนสิ่งอื่นใด  การปฏิบัติธรรมเป็นการพัฒนาความคิดให้สมบูรณ์ขึ้น โดยเฉพาะความคิดที่จะปรารภความเพียรนั่งสมาธิให้ต่อเนื่องจนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย เป็นความคิดที่ประเสริฐสุด ต้องอาศัยความต่อเนื่อง ความสมํ่าเสมอ และความเพียร ซึ่งเป็นหัวใจของการปฏิบัติธรรม เมื่อเราได้ปฏิบัติธรรม อย่างน้อยที่สุดความคิดก็จะเป็นระเบียบ มีพลังความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่รู้หมดสิ้น การนั่งสมาธิทุกๆ วันจะทำให้ใจเราสงบเยือกเย็น มีความสุข และความเบิกบานเกิดขึ้น เป็นการเพิ่มพลังชีวิตให้แก่ตัวของเราเอง เมื่อใจหยุดนิ่งจนถูกส่วนแล้ว ก็จะได้เข้าถึงพระธรรมกายภายในที่ใสสว่าง ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึก เป็นหลักประกันของชีวิตอย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทานสูตร ว่า “ดูก่อนสารีบุตร ในการให้ทานนั้น บุคคลไม่มีความหวังให้ทาน ไม่มีจิตใจผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน ไม่มุ่งการสั่งสมให้ทาน อีกทั้งไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า “เราจักเป็นผู้จำแนกแจกทาน เช่นเดียวกับบัณฑิตนักปราชญ์ในกาลก่อนทั้งหลาย แต่ให้ทานด้วยคิดว่า เมื่อเราให้ทานอย่างนี้แล้ว จิตจะเลื่อมใส เกิดความปลื้มใจและปีติโสมนัส เขาให้ทานคือ ข้าวและนํ้าเป็นต้นแล้ว ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดี” ตอนนี้ เราได้มาถึงสวรรค์ชั้นที่ ๖ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดในฉกามาวจรภูมิ สวรรค์ชั้นนี้มีนามว่า ปรนิมมิตวสวัตดีภูมิ เป็นที่อยู่ของเหล่าทวยเทพ ซึ่งเสวยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ที่วิเศษสุดด้วยสุขสมบัติยิ่งกว่าสวรรค์ทุกชั้นฟ้า เพราะว่าเมื่ออยากได้อะไร …

ปรนิมมิตวสวัตดี ตอน สิริมาเทพนารี ๑ Read More »

นิมมานรดี (เรื่อง สุภัททาเทพนารี)

นิมมานรดี (เรื่อง สุภัททาเทพนารี) พระธรรมกายคือกายแห่งการตรัสรู้ธรรม ซึ่งมีอยู่แล้วภายในตัวของพวกเราทุกๆ คน และของมนุษย์ทุกคนในโลก เราจะเข้าถึงพระธรรมกายได้ เมื่อใจหยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ หากเราทั้งหลายตั้งใจลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจัง และปฏิบัติอย่างถูกวิธี ก็จะเข้าถึงพระธรรมกายได้อย่างแน่นอน ขอเพียงให้มีฉันทะ มีใจรักที่จะเข้าถึง และมีความเพียรพยายาม ไม่ท้อแท้ท้อถอยในการฝึกฝนใจ หมั่นเอาใจจดจ่ออยู่กับศูนย์กลางกายในทุกอิริยาบถ โดยมีใจมุ่งมั่นว่าจะต้องเข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ อีกทั้งรู้จักสังเกตข้อบกพร่องของตัวเราเอง ว่าทำไมใจของเราจึงไม่หยุดนิ่ง แล้วตอนที่ใจเราสงบนิ่งนั้น เราทำอย่างไร หากใช้สติปัญญาพิจารณาหมั่นสังเกตก็จะพบเหตุแห่งความบกพร่อง และช่องทางแห่งความสำเร็จในการเข้าถึงพระธรรมกายกันทุกคน มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน ทานสูตร ความว่า “ดูก่อนสารีบุตร ในการให้ทานนั้น บุคคลไม่มีความหวังให้ทาน ไม่มีจิตใจผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน ไม่มุ่งการสั่งสมให้ทาน อีกทั้งไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า “เราหุงหากินได้ แต่สมณะ หรือพราหมณ์ทั้งหลาย ไม่ได้หุงหากิน การไม่ให้ทานแก่สมณะหรือพราหมณ์ทั้งหลาย ย่อมเป็นการไม่สมควร” แต่ให้ทานด้วยคิดว่า “เราจักเป็นผู้จำแนกแจกทานเช่นเดียวกับท่านฤาษีทั้งหลาย ผู้ที่ได้เคยจำแนกแจกทาน ตามแบบอย่างของบัณฑิตนักปราชญ์ในกาลก่อน บุคคลนั้นให้ทานด้วยอาการอย่างนี้แล้ว เมื่อทำกาลกิริยาตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาทั้งหลาย ในสวรรค์ชั้นนิมมานรดี” สวรรค์ชั้นที่ ๕ มีนามว่า นิมมานรดี สวรรค์ชั้นนี้เป็นที่อยู่ของเทพบุตรเทพธิดา ผู้มีบุญที่ได้สั่งสมบุญมาอย่างดี มีท้าวนิมมิตตเทวาธิราชเป็นผู้ปกครองสวรรค์ชั้นนี้ …

นิมมานรดี (เรื่อง สุภัททาเทพนารี) Read More »

ดุสิตบุรี

ดุสิตบุรี (ที่รวมประชุมของพระบรมโพธิสัตว์) สันติภาพอันไพบูลย์ จะเกิดขึ้นได้ถ้ามวลมนุษยชาติมีใจประกอบด้วยเมตตา มีความรักและปรารถนาดีต่อกันอย่างแท้จริง หากทุกๆ คนมีจิตใจที่สูงส่งดีงาม เพราะมีธรรมะภายใน จิตใจก็จะเบ่งบานขยายกว้างใหญ่ไพศาล จะมีความรู้สึกเหมือนกับว่า คนทั้งโลกที่เกิดมาคือสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน ที่มาอยู่ในบ้านหลังใหญ่หลังเดียวกัน และทุกๆ คนก็มีความเป็นญาติพี่น้องกัน หากชาวโลกมีความรู้สึกดีๆ เช่นนี้ ก็จะเกิดความอบอุ่นใจ ปลอดภัย ทำให้สังคมน่าอยู่น่าอาศัย จะมีแต่ความสงบสุข ไม่หวาดระแวงกัน ไม่มีการแก่งแย่งชิงดีรบราฆ่าฟันกัน ซึ่งการที่จะให้โลกเกิดสันติสุขที่แท้จริงได้นั้น ทุกๆ คนจะต้องร่วมมือกัน โดยหันมาเจริญสมาธิภาวนา ทำใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เมื่อใจหยุดนิ่งแล้วความสุขที่แท้จริงจึงจะบังเกิดขึ้น และเมื่อนั้นสันติภาพอันไพบูลย์ก็จะพลันเป็นจริงขึ้นมาได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทานสูตร ว่า “ดูก่อนสารีบุตร ในการให้ทานนั้น บุคคลให้ทานโดยไม่มีหวังผล ไม่มีจิตผูกพันในผลแห่งทาน ไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยายของเราเคยให้มาก่อน เราก็ไม่ควรทำให้ประเพณีอันดีนี้ขาดหายไป แต่ให้ทานด้วยคิดว่า เราหุงหากินได้ แต่สมณะพราหมณ์ไม่ได้หุงหา เราแสวงหาทรัพย์ได้ จะไม่ให้ทานแก่สมณะพราหมณ์ผู้ไม่แสวงหาทรัพย์เลี้ยงชีพ ย่อมไม่สมควร บุคคลนั้นให้ทานด้วยอาการอย่างนี้ เมื่อทำกาลกิริยา ละจากโลกนี้ไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหาย …

ดุสิตบุรี Read More »

พระศรีอริยเมตไตรย

พระศรีอริยเมตไตรย (กำเนิดพระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์) การไปสู่สุคติโลกสวรรค์ เป็นการไปเสวยผลบุญ หรือย้ายที่อยู่ใหม่ ซึ่งเป็นที่พักระหว่างทางของการสร้างบารมี ตราบใดยังไม่หมดกิเลส ยังไปสู่อายตนนิพพานไม่ได้ เมื่อกายมนุษย์หยาบไม่เอื้ออำนวยที่จะสร้างบารมีอยู่ในโลกอีกต่อไป ก็ต้องเดินทางออกจากร่างเปลี่ยนเป็นกายทิพย์ กายพรหม หรือกายอรูปพรหมตามแต่กำลังบุญ และความละเอียดของใจที่ทำไว้ในสมัยที่เป็นมนุษย์ เหมือนกับว่าถ้าหากเราอยากมีทรัพย์สมบัติมาก ก็ต้องขยันทำงาน ถ้าอยากได้กายที่ละเอียดประณีต เสวยสุขได้ยาวนาน ก็ต้องประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต นั่นคือต้องฝึกฝนใจให้สะอาดบริสุทธิ์ให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ * มีถ้อยคำอันเป็นอาสภิวาจาที่พระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์กล่าวไว้ว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ขอจงทรงหยุดพระธรรมเทศนาแต่เพียงเท่านี้เถิด พระธรรมเทศนาทั้งปวงนั้น มีพระนิพพานสิ่งเดียวเป็นที่สุด บัดนี้ ข้าพระบาทจะตัดเศียรเกล้ากับมงกุฏ กระทำสักการบูชาพระธรรมเทศนาของพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระนามว่าสิริมาผู้ประเสริฐ ขอพระองค์จงเสด็จสำราญในอมตมหานิพพานไปก่อนเถิด ข้าพระบาทจะตามเสด็จพระองค์ไปในภายหลัง ด้วยเดชะแห่งผลสักการบูชาของข้าพระบาทนี้” เมื่อกล่าวถึงพระศรีอริยเมตไตรยพวกเราคงรู้จักกันดีทุกคน เพราะว่าท่านคือนิยตโพธิสัตว์ผู้ที่จะเสด็จอุบัติเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๕ ในภัทรกัปนี้  ซึ่งพุทธศาสนิกชนมักจะกล่าวถึงท่านบ่อยๆ และมีผู้มีบุญจำนวนไม่น้อยที่ทำบุญกุศลแล้ว ได้อธิษฐานจิตขอให้ไปบังเกิดในยุคสมัยของท่านซึ่งมนุษย์มีอายุ ๘๐,๐๐๐ ปี ในปัจจุบันนี้พระบรมโพธิสัตว์ ยังสถิตอยู่ที่สวรรค์ชั้นดุสิต รอคอยเวลาที่เหมาะสมเพื่อจะลงมาสร้างบารมีให้แก่รอบบนโลกมนุษย์ และบำเพ็ญปัญจมหาบริจาค เหมือนพระเวสสันดรโพธิสัตว์อีกครั้งหนึ่ง จากนั้นท่านจะกลับไปชั้นดุสิตอีก และเมื่อถึงเวลาอันสมควร คือยุคสมัยที่มนุษย์มีอายุขัย ๘ หมื่นปี ท่านจึงจะจุติลงมาอุบัติเพื่อตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พวกเราอาจสงสัยว่า …

พระศรีอริยเมตไตรย Read More »