krirk

ชีวิตชาวสวรรค์

ชีวิตชาวสวรรค์ กว่าพระพุทธศาสนาจะบังเกิดขึ้นมาในโลกนี้ยากแสนยาก จะต้องอาศัยพระโพธิสัตว์ผู้มีใจใหญ่ ทุ่มเทสร้างบารมีอย่างไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากลำบาก ทำทุกอย่างเพื่อสร้างบารมีให้แก่รอบ จนกระทั่งตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นทีพึ่งของโลกทั้งมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย เมื่อพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น จึงมีพระพุทธศาสนาอยู่คู่โลก การบังเกิดขึ้นของพระพุทธองค์จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ผู้ใดปฏิบัติตามพระพุทธโอวาท ผู้นั้นย่อมมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ใน มหาสีหนาทสูตร ว่า “อิธาหํ สารีปุตฺต เอกจฺจํ ปุคฺคลํ เอวํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ชานามิ ตถายํ ปุคฺคโล ปฏิปนฺโน ตถา จ อิริยติ ตญฺจ มคฺคํ สมารูโฬฺห ยถา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชิสฺสตีติ ตเมนํ ปสฺสามิ อปเรน สมเยน ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ …

ชีวิตชาวสวรรค์ Read More »

มนุสสภูมิที่สร้างบารมี

มนุสสภูมิที่สร้างบารมี ในชีวิตของมนุษย์ทุกๆ คน ตราบใดที่ยังไม่สามารถทำอาสวกิเลสให้หลุดล่อนออกจากใจได้หมดสิ้น ตราบนั้นก็ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดกันรํ่าไป  การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ จำเป็นจะต้องมีเสบียงคือบุญคอยสนับสนุน จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางของชีวิต เสบียงคือบุญนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมวลมนุษย์ เพราะวันคืนผ่านไป ได้นำพาสังขารร่างกายไปสู่ความเสื่อมสลาย ร่างกายที่เคยแข็งแรง สดชื่นแจ่มใสก็อ่อนแรงไปตามกาลเวลา บัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลายจึงดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่ประมาท และตระหนักว่าคุณค่าที่แท้จริงของชีวิตคือการสั่งสมบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป จนกว่าบุญบารมีจะเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ กระทั่งสามารถทำอาสวกิเลสให้หมดสิ้นไป เพื่อมุ่งสู่อายตนนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ  การได้อัตภาพเป็นมนุษย์ เป็นการยาก” ผู้ที่ตายไปแล้ว จะกลับได้อัตภาพของความเป็นมนุษย์อีกครั้ง ที่ท่านเรียกว่า ปฏิลาโภ คือได้เป็นมนุษย์อีก เป็นสิ่งที่ยากมาก เหมือนที่พระพุทธองค์ตรัสเอาไว้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ที่จุติจากโลกมนุษย์ไปแล้ว จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกนั้นมีประมาณน้อย โดยที่แท้สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้วนั้น พากันไปเกิดในนรก ในเปตวิสัย ในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน มีประมาณมากกว่า หรือแม้จุติจากมนุษย์ไปแล้ว จะได้ไปเกิดเป็นเทวดาก็มีประมาณน้อยเหลือเกิน โดยที่แท้จะไปเกิดในนรก ในเปตวิสัย ในกำเนิดสัตว์เดรัจฉานมากกว่า” * ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากว่า ในบรรดาหมู่สัตว์ที่เวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ ทั้ง ๓๑ ภูมินี้ ภพภูมิของมนุษย์เป็นสถานที่ที่เหมาะสมต่อการสร้างบารมีมากที่สุด จะทำทานก็ทำได้ง่ายที่สุด …

มนุสสภูมิที่สร้างบารมี Read More »

ติรัจฉานภูมิ

ติรัจฉานภูมิ สรรพสิ่งและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เหมือนรถที่เราซื้อมาขับ ตอนแรกๆ เราก็ชื่นชม ทะนุถนอมทำความสะอาด เอาใจใส่อย่างดี แต่เมื่อนานวันเข้า ก็กลายเป็นรถเก่าที่ไม่น่าใช้อีกต่อไป  ชีวิตของเราก็เช่นเดียวกัน กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมสลาย จากที่เราเคยเห็นว่า ร่างกายที่แข็งแรงในวัยเด็กแลดูน่ารักน่าเอ็นดู เมื่อถึงวัยหนุ่มวัยสาวก็เห็นแต่ความสวยงาม อยากให้อยู่ในวัยนี้นานๆ ครั้นกาลเวลาผ่านไป ก็ย่างเข้าสู่วัยแก่ชราไปตามลำดับ จำต้องประคับประคองสังขารนี้ไว้ จะทอดทิ้งก็ไม่ได้ จะชอบใจหรือไม่ชอบใจ ก็ต้องอดทนบริหารขันธ์นี้จนกว่าจะสิ้นลม แต่ก่อนสังขารนี้จะแตกดับ ควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการสร้างความดีให้ได้มากที่สุด จะต้องให้เป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะทำให้เราเข้าถึงพระรัตนตรัยภายในให้ได้ เพื่อชีวิตในภพชาติต่อไปที่สมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้นไป มีวาระพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน มหาวรรคสังยุตต์ ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้ว จะกลับมาเกิดในพวกเทวดาหรือมนุษย์มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้วกลับไปเกิดในนรก ในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน ในเปตติวิสัย มีมากกว่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะไม่เห็นอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ ทุกขสมุทัย ทุกขนิโรธ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแล เธอทั้งหลาย พึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา …

ติรัจฉานภูมิ Read More »

อสุรกายภูมิ

อสุรกายภูมิ สาระที่แท้จริงของชีวิตอยู่ที่การทำใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่ง เพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทางคือที่สุดแห่งธรรม อุปสรรคเป็นเพียงเครื่องทดสอบกำลังใจของนักสร้างบารมีว่าจะยังคงมั่นและรักษาปณิธานเดิมเอาไว้ได้มากเพียงไร  หากเราใช้สติและปัญญา ปัญหาทั้งหลายที่มีอยู่ก็จะค่อยๆ หมดไป แม้ปัญหาใหม่จะเกิดขึ้น แต่ก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องก้าวข้ามไปให้ได้ หากเราทำใจให้หยุดนิ่งได้ ดวงปัญญาก็จะเกิดขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้อย่างอัศจรรย์ การทำใจหยุดนิ่งจึงเป็นงานหลักที่จะทำให้เราได้เข้าถึงแก่นแท้ของชีวิต และไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็ว มีวาระพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน อามกธัญญเปยยาลวรรควรรณนา ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ที่ตายจากมนุษย์ไปแล้ว จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกมีน้อย โดยที่แท้สัตว์ทั้งหลาย ที่ตายจากมนุษย์ไปแล้ว ย่อมไปเกิดในเปตวิสัย มีประมาณมากกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ที่จุติจากเปตวิสัยไปแล้ว จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์มีน้อย โดยที่แท้สัตว์ที่จุติจากเปตวิสัยไปแล้ว ย่อมกลับไปเกิดในเปตวิสัย ในนรก ในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน มีประมาณมากกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ที่จุติจากเปตวิสัยไปแล้ว จะไปเกิดเป็นเทวดามีน้อย โดยที่แท้สัตว์ที่จุติจากเปตวิสัยไปแล้ว ย่อมกลับไปเกิดในนรก ในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน ในเปตวิสัย มีประมาณมากกว่า เหมือนฝุ่นในแผ่นดินใหญ่ มีมากกว่าฝุ่นในเล็บมือ” นี่เป็นอุปมาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ เป็นการบอกให้พวกเรารู้ว่า การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏของสรรพสัตว์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะได้มนุษย์สมบัติและสวรรค์สมบัติ ซึ่งเป็นสุคติภพไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน ส่วนใหญ่แล้วมักจะระทมทุกข์อยู่ในทุคติภูมิ คือพลัดไปตกอยู่ในนรก เป็นเปรต อสุรกายและสัตว์เดรัจฉาน ทำให้หมดโอกาสที่จะได้สั่งสมบุญให้กับตัวเอง หนทางที่จะแผ้วถางทางไปสู่พระนิพพานก็ยืดยาวออกไปอีก …

อสุรกายภูมิ Read More »

ปฏิปทาของผู้ไปเกิดเป็นเปรต

ปฏิปทาของผู้ไปเกิดเป็นเปรต จิตใจของเราจำเป็นต้องชำระล้างให้สะอาดบริสุทธิ์ ด้วยการสวดมนต์เจริญภาวนา เหมือนกับร่างกายที่เราต้องใช้อยู่ทุกวัน มีความจำเป็นจะต้องชำระล้างให้สะอาดด้วยน้ำที่สะอาด พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงสั่งสอนให้พุทธบริษัทเจริญภาวนาอยู่ในหนทางสายกลาง ให้เราเห็นความสำคัญของการฝึกฝนใจว่า ใจที่ผ่องใสย่อมเป็นเหตุนำสุขมาให้ ใจผ่องใสเป็นทางมาแห่งมหากุศล เป็นเครื่องนำสัตวโลกทั้งหลายไปสู่สุคติภูมิ และนำทุกชีวิตไปสู่เป้าหมายอันสูงสุด คือการบรรลุมรรคผลนิพพาน ดังนั้นวันเวลาที่ผ่านไป  เราควรชำระล้างทั้งสรีระร่างกายและจิตใจให้สะอาดควบคู่กันไปพร้อมๆ กัน มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน มหาสีหนาทสูตร ว่า “ดูก่อนสารีบุตร เราย่อมรู้จักซึ่งเปตวิสัย ทางไปสู่เปตวิสัย และปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงเปตวิสัย อนึ่ง สัตว์ผู้ดำเนินประการใด เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ย่อมเข้าถึงเปตวิสัย เราย่อมรู้ชัดซึ่งประการนั้นด้วย ดูก่อนสารีบุตร เราย่อมกำหนดรู้ใจของบุคคลบางคนในโลกนี้ด้วยใจอย่างนี้ว่า บุคคลนี้ปฏิบัติอย่างนั้น ดำเนินอย่างนั้น และขึ้นสู่หนทางนั้นแล้ว เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงเปตวิสัย โดยสมัยต่อมา เราย่อมเห็นบุคคลนั้น เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกเข้าถึงแล้วซึ่งเปตวิสัย เสวยทุกขเวทนาเป็นอันมาก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์” การเห็นเรื่องราวความเป็นไปของเปรต และปฏิปทาของผู้ที่จะไปบังเกิดเป็นเปรตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น มีความแจ่มแจ้งชัดเจนมาก ท่านอุปมาเหมือนต้นไม้ที่เกิดในพื้นที่ลุ่มๆ ดอนๆ มีเงาโปร่งไม่ค่อยเป็นประโยชน์ต่อผู้มาอาศัย ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งมีเนื้อตัวถูกความร้อนแผดเผา เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินทาง มีความหิวกระหาย เดินทางหาต้นไม้เพื่อเป็นที่พักระหว่างทาง คนตาดีเห็นเขาแล้ว รู้ว่ามีต้นไม้ต้นหนึ่งพอจะเป็นที่พักให้อาศัยได้บ้าง ก็มีใจกรุณาแนะนำว่า “พ่อมหาจำเริญ ถ้าท่านเดินไปทางนี้ จักไปถึงต้นไม้ซึ่งพอจะเป็นที่พักอาศัยของท่านได้บ้าง” …

ปฏิปทาของผู้ไปเกิดเป็นเปรต Read More »

ปรทัตตูปชีวีเปรต (เปรตญาติพระเจ้าพิมพิสาร)

ปรทัตตูปชีวีเปรต (เปรตญาติพระเจ้าพิมพิสาร) พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเป็นผู้ชี้แนะหนทางไปสู่สวรรค์และนิพพาน เราทั้งหลายจะต้องลงมือปฏิบัติเพื่อพิสูจน์ให้รู้แจ้งเห็นจริงตามคำสอนของพระพุทธองค์ให้ได้ ถ้าหากเราตั้งใจปฏิบัติกันจริงๆ และปฏิบัติอย่างถูกวิธี เราก็จะเข้าถึงธรรมได้อย่างแน่นอน เนื่องจากธรรมทั้งหลายมีอยู่ภายในตัวของพวกเรา ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นหรือสมมติขึ้นมา แต่เป็นของที่มีอยู่แล้วในตัวของมนุษย์ทุกคนในโลก จะเข้าถึงได้ต้องทำใจให้หยุดนิ่ง เมื่อใจหยุดนิ่ง สิ่งที่เป็นความเร้นลับของชีวิตก็จะถูกเปิดเผย เราจะเปลี่ยนจากผู้ไม่รู้ มาเป็นผู้รู้แจ้ง การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอันยิ่งใหญ่จะบังเกิดขึ้นเมื่อเราทำใจหยุดนิ่งได้เท่านั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ติโรกุฑฑสูตร ว่า “ยถา วาริวหา ปูรา      ปริปูเรนฺติ สาครํ เอวเมว อิโต ทินฺนํ      เปตานํ อุปกปฺปติ อทาสิ เม อกาสิ เม     ญาติมิตฺตา สขา จ เม เปตานํ ทกฺขิณํ ทชฺชา   ปุพฺเพ กตมนุสฺสรํ น้ำฝนตกลงในที่ดอนย่อมไหลไปสู่ที่ลุ่ม ฉันใด ทานที่ญาติมิตรให้แล้วจากมนุษยโลกนี้ ย่อมสำเร็จผลแก่เปรตทั้งหลาย ฉันนั้น ห้วงน้ำใหญ่เต็มแล้ว …

ปรทัตตูปชีวีเปรต (เปรตญาติพระเจ้าพิมพิสาร) Read More »

เปรต ๑๒ ตระกูล (๔)

เปรต ๑๒ ตระกูล (๔) คำถามที่มักจะได้ยินคือ อะไรคือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา บ้างก็ว่าอริยสัจ ๔ บ้างก็ว่าอริยมรรคมีองค์ ๘ นั่นก็ถูก แต่ยังยากต่อการปฏิบัติให้ถึงแก่นของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ในเบื้องต้นเราจะต้องปฏิบัติให้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวให้ได้เสียก่อน จึงจะเข้าใจว่าอะไรคือแก่นแท้ หลวงปู่วัดปากนํ้าภาษีเจริญท่านยืนยันว่า พระรัตนตรัยในตัว หรือพระธรรมกายนี่เองเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา พุทธศาสนาเกิดขึ้นมา เพราะพระสิทธัตถะบรมโพธิสัตว์ ได้ปฏิบัติธรรมเข้าถึงกายธรรมอรหัต จนกระทั่งปฏิญาณตนว่าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้น ถ้าหากเราเข้าถึงธรรมกายได้ อย่างน้อยก็ได้เข้าถึงความเป็นพุทธะภายใน เราจะเป็นพุทธศาสนิกชนที่สมบูรณ์ เป็นชาวพุทธ คือผู้มีใจหยุดนิ่ง ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลนในพระรัตนตรัยอย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สคัยหกสูตร ว่า “อิธาหํ ภิกฺขเว เอกจฺจํ ปุคฺคลํ ปสฺสามิ สกฺกาเรน อภิภูตํ ปริยาทินฺนจิตฺตํ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนํ ฯ อิธ ปนาหํ ภิกฺขเว เอกจฺจํ ปุคฺคลํ ปสฺสามิ อสกฺกาเรน …

เปรต ๑๒ ตระกูล (๔) Read More »

เปรต ๑๒ ตระกูล (๓)

เปรต ๑๒ ตระกูล (๓) การพัฒนาฝึกฝนอบรมตนเอง ถือเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก เป็นรากฐานของการพัฒนาทั้งปวง ชีวิตจะสูงส่งหรือตกตํ่า ย่อมอยู่ที่การพัฒนาตนเองโดยเฉพาะในภพชาติปัจจุบันนี้เป็นสำคัญ อุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ถือเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อหลอมชีวิตของเราให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เหมือนเพชรกว่าจะฉายแสงแวววาวเป็นที่ดึงดูดตาดึงดูดใจของผู้ได้พบเห็น ก็ต้องผ่านการเจียระไนมาครั้งแล้วครั้งเล่า บนเส้นทางของการสร้างบารมีให้เป็นผู้สมบูรณ์พร้อมในทุกๆ สิ่ง บางครั้งอาจจะมีบ้าง ที่ต้องพานพบกับอุปสรรค โดยเราก็ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร และไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไร จะเอ่ยปากถามใครก็ไม่กล้า ทุกอย่างดูมืดมนอนธการไปหมด เมื่อนั้นให้ลองหลับตาลงเบาๆ ปล่อยวางความคิดจากเรื่องราวทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แล้วทำใจให้หยุดนิ่งอยู่ตรงกลางกาย กระทั่งใจสงบ เราก็จะพบทางออกและมองเห็นช่องทางแห่งความสำเร็จได้เอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “อิธ ตปฺปติ เปจฺจ ตปฺปติ  ปาปการี อุภยตฺถ ตปฺปติ ปาปํ เม กตนฺติ ตปฺปติ    ภิยฺโย ตปฺปติ ทุคฺคตึ คโต บุคคลผู้ทำบาปย่อมเดือดร้อนในโลกนี้ ย่อมเดือดร้อนในโลกหน้า  ย่อมเดือดร้อนในโลกทั้งสอง บุคคลผู้ทำบาปนั้น ย่อมเดือดร้อนว่า บาปอกุศลเราทำไว้แล้ว บุคคลผู้ทำบาปนั้น ไปสู่ทุคติแล้ว …

เปรต ๑๒ ตระกูล (๓) Read More »

เปรต ๑๒ ตระกูล (๒) รากยาทำให้เห็นเปรต ภูต ผี ปีศาจ

เปรต ๑๒ ตระกูล (๒) รากยาทำให้เห็นเปรต ภูต ผี ปีศาจ สรรพสัตว์ทุกชีวิตล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน ทุกข์ที่มาพร้อมกับการเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย ความทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก หรืออยู่ร่วมกับบุคคลผู้ไม่เป็นที่รัก ทั้งทุกข์ประจำและทุกข์จร เมื่อเราเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตว่าชีวิตเป็นทุกข์แล้ว เราจะได้เกิดความเบื่อหน่ายในทุกข์ทั้งหลาย และรีบขวนขวายหาทางหลุดพ้นจากทุกข์  การปฏิบัติธรรมเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตของผู้ที่ปรารถนาความหลุดพ้น เพื่อไปให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน เขตตูปมาวัตถุ ว่า “เขตฺตูปมา อรหนฺโต   ทายกา กสฺสกูปมา พีชูปมํ เทยฺยธมฺมํ      เอตฺโต นิพฺพตฺตเต ผลํ เอตํ พีชํ กสิเขตฺตํ      เปตานํ ทายกสฺส จ ตํ เปตา ปริภุญฺชนฺติ    ทาตา ปุญฺเญน วฑฺฒติ อิเธว กุสลํ กตฺวา       เปเต …

เปรต ๑๒ ตระกูล (๒) รากยาทำให้เห็นเปรต ภูต ผี ปีศาจ Read More »

เปรต ๑๒ ตระกูล (๑)

เปรต ๑๒ ตระกูล (๑) เมื่อได้เกิดมาเป็นมนุษย์ อาศัยอยู่ในกามภพซึ่งเป็นหนึ่งในภพสาม คือกามภพ รูปภพ และอรูปภพนั้น ย่อมต้องพบกับความสมหวัง หรือผิดหวัง  ซึ่งเป็นธรรมดาของโลก ที่เรียกว่า “โลกธรรม ๘” เป็นธรรมประจำโลก ยิ่งในสภาวะปัจจุบันนี้ สังคมและเศรษฐกิจมีความแปรผันสูง อย่าได้หวั่นไหวกัน ให้ตั้งใจทำความดีเรื่อยไป ถ้าเราประกอบเหตุดี ผลที่ออกมาก็ย่อมจะดีเอง เพราะฉะนั้น ให้หมั่นสั่งสมบุญสั่งสมบารมีให้มากกันทุกๆ คน มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย เปตวัตถุ ว่า “น หิ ตตฺถ กสิ อตฺถิ     โครกฺเขตฺถ น วิชฺชติ วณิชฺชา ตาทิสี นตฺถิ    หิรญฺเญน กยากยํ อิโต ทินฺเนน ยาเปนฺติ   เปตา กาลกตา ตหึ เปตวิสัยนั้น ไม่มีกสิกรรม ไม่มีการเลี้ยงโค การค้าขายก็ไม่มี การซื้อการขายด้วยเงินก็ไม่มี สัตว์ผู้ทำกาละจะไปเกิดในเปตวิสัยนั้น …

เปรต ๑๒ ตระกูล (๑) Read More »

ภพของเปรตผู้มีฤทธิ์ (ภรรยาเวมานิกเปรต)

ภพของเปรตผู้มีฤทธิ์ (ภรรยาเวมานิกเปรต) สรรพสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต  ต่างอยู่บนพื้นฐานของกฎไตรลักษณ์ คือมีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง แปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมตลอดเวลา และสูญสลายไปในที่สุด เพราะฉะนั้น เราควรแสวงหาสิ่งที่เที่ยงแท้แน่นอน ที่จะนำแต่ความสุขและความสำเร็จมาให้ เป็นตัวตนที่แท้จริงของเรา  ด้วยการปฏิบัติธรรมในหนทางสายกลางหรือเอกายนมรรค ทางเอกสายเดียวที่มุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพาน มีสุภาษิตที่เวมานิกเปรตได้กล่าวไว้ใน สุตตเปตวัตถุ ว่า “ท่านพึงบอกชนเหล่าอื่นที่มาสู่ที่นี่ว่า ท่านทั้งหลายจงทำบุญเถิด ท่านทั้งหลายจะได้รับความสุข ดิฉันได้เห็นเปรตทั้งหลายผู้ไม่ได้ทำความดี กำลังเดือดร้อนอยู่ฉันใด มนุษย์ทั้งหลายก็ฉันนั้น หมู่สัตว์คือเทวดาและมนุษย์กระทำกรรมอันมีสุขเป็นวิบากแล้ว ย่อมเป็นผู้ดำรงอยู่ในความสุข” เรื่องของบุญกุศล เป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญเอาไว้มากๆ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตของเราในทุกภพทุกชาตินั้น ไม่มีอะไรจะสำคัญยิ่งไปกว่าบุญกุศล ถ้าบุญในตัวของเรามีมาก ความสุขและความสำเร็จก็มีมาก  หากมีบุญน้อย ความสุขและความสำเร็จก็ลดหลั่นกันลงมาตามลำดับ มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการของชีวิตในจุดสุดท้าย ซึ่งเป็นรอยต่อของชีวิตจากโลกนี้ไปสู่โลกหน้า นอกจากนี้บางคนยังเข้าใจว่าชีวิตไปสิ้นสุดอยู่ที่เชิงตะกอน แต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น เราจะต้องมาศึกษาคำสั่งสอนของผู้รู้ผู้บริสุทธิ์ คือพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ได้ให้ความรู้ที่สำคัญสำหรับรอยต่อของชีวิตว่า ตอนช่วงจิตดวงสุดท้ายที่จะดับวูบไป ถ้าจิตผ่องใสไม่เศร้าหมอง ก็จะไปสู่สุคติโลกสวรรค์ แต่ถ้าจิตเศร้าหมองไม่ผ่องใส หนทางเดียวที่จะไปคืออบายภูมิ  ต้องไปเกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน คือไปสู่ในภพภูมิที่เสื่อมลงไป ที่มีแต่ความทุกข์ทรมาน ตรงข้ามกับสุคติภพที่มีแต่ความสุขสดชื่นเบิกบาน …

ภพของเปรตผู้มีฤทธิ์ (ภรรยาเวมานิกเปรต) Read More »

ทุกข์ในอเวจีมหานรก (พระเทวทัต)

ทุกข์ในอเวจีมหานรก (พระเทวทัต) เวลาในโลกนี้แสนสั้น แต่เวลาหลังจากที่ละโลกนี้ไปแล้วยาวนานมาก  นักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลายท่านมองเห็นภัยในสังสารวัฏ เห็นทุกข์เห็นโทษในอบายภูมิ และมองเห็นสุขในสุคติภูมิ จึงละชั่วทั้งทางกาย วาจา และใจ หมั่นสั่งสมบุญกุศลอย่างเต็มที่ ฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งเป็นประจำสมํ่าเสมอ เพื่อให้ชีวิตที่อยู่ในโลกนี้มีคุณค่า และให้ชีวิตในสัมปรายภพมีความปลอดภัย มีความสุขสดใสยิ่งๆ ขึ้นไป เราทั้งหลายก็ควรดำเนินตามปฏิปทาของบัณฑิตผู้รู้เหล่านั้น ชีวิตเราจะได้ไม่ผิดพลาด เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้อย่างจำกัด ดังนั้นต้องรีบสั่งสมบุญกันให้เต็มที่ ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและชาวโลก ให้สมกับที่เป็นยอดนักสร้างบารมี ที่เกิดมาทำประโยชน์อันยิ่งใหญ่ให้แก่มวลมนุษยชาติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “สุกรํ สาธุนา สาธุ    สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ ปาปํ ปาเปน สุกรํ    ปาปมริเยหิ ทุกฺกรํ ความดี คนดีทำได้ง่าย แต่คนชั่วทำได้ยาก  ความชั่ว คนชั่วทำได้ง่าย แต่คนดีทำได้ยาก” ในโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์พร้อม มีทั้งคนดีและคนไม่ดีอาศัยอยู่ บางครั้งตัวเราเองก็เป็นคนดี คิดดี พูดดี แต่บางทีก็ไม่ค่อยจะดี ขุ่นมัว ขัดเคือง โกรธคนนั้นโกรธคนนี้ ยังมีทั้งดีและไม่ดีสลับกัน ถ้าช่วงไหนกุศลธรรมเข้ามาในจิตใจ …

ทุกข์ในอเวจีมหานรก (พระเทวทัต) Read More »

มหานรก ๘ ขุม

มหานรก ๘ ขุม ธรรมดาของชีวิตมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ชีวิตหลังความตายเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ ไม่ได้สั่งสมบุญไว้ แต่เป็นเรื่องปกติธรรมดาของผู้มีบุญที่ได้สั่งสมไว้อย่างดีแล้ว เพราะการตายเป็นเพียงการเปลี่ยนภพเปลี่ยนภูมิใหม่เท่านั้นเอง ผู้เป็นบัณฑิตเห็นว่าการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เลวร้ายอย่างที่คนส่วนใหญ่มักจะทุกข์อกทุกข์ใจ เมื่อมีญาติอันเป็นที่รักจากไป การปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกภายใน เป็นการเพิ่มเติมความมั่นใจ ในการเดินทางไปสู่สัมปรายภพ เพราะพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันอบอุ่นและปลอดภัยที่จะนำไปสู่สุคติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทิฏฐิสูตร ว่า “จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย กตเมหิ จตูหิ กายทุจฺจริเตน วจีทุจฺจริเตน มโนทุจฺจริเตน มิจฺฉาทิฏฺฐิยา อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้  เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ธรรม ๔ ประการ คือ บุคคลผู้มีกายทุจริต วจีทุจริต …

มหานรก ๘ ขุม Read More »

ที่ตั้งของมหานรก

ที่ตั้งของมหานรก (พระมาลกะติสสะ อดีตนายพราน) เราเกิดมามีเวลาสร้างบารมีบนโลกใบนี้เพียงชั่วคราว ส่วนใหญ่ไม่ถึง ๑๐๐ ปี ก็จะต้องจากโลกนี้ไปแล้ว แม้ทรัพย์สมบัติภายนอกที่มีอยู่ก็ไม่สามารถจะเอาติดตัวไปได้ สิ่งที่จะติดตัวเราไป มีแต่บุญกับบาปเท่านั้นเอง  ถ้าหากเราสั่งสมบุญ ชีวิตเราก็จะมีคุณค่า เพราะเกิดมาแล้วมีชีวิตที่ไม่ว่างเปล่าจากความดี ได้ทำชีวิตให้เกิดประโยชนทั้งต่อตนเองและผู้อื่น บุญบารมีที่เราสั่งสมเอาไว้นั้น จะเป็นทิพยสมบัติรอคอยให้เราได้ไปเสวยสุขในสัมปรายภพ แต่บาปอกุศลแม้เพียงน้อยนิดที่ทำไว้ ก็จะติดตามเราไป ทำให้ชีวิตของเราประสบความยากลำบากในภพเบื้องหน้า เพราะฉะนั้นเกิดมาทั้งที โดยเฉพาะเกิดมาในยุคที่มีพระพุทธศาสนากำลังเจริญรุ่งเรือง ก็ขอให้ขวนขวายสร้างบุญบารมีให้เต็มที่กันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เทวทูตสูตร ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มหานรกนั้นมีเปลวไฟพุ่งจากฝาด้านหน้าจรดฝาด้านหลัง พุ่งจากฝาด้านหลังจรดฝาด้านหน้า พุ่งจากฝาด้านเหนือจรดฝาด้านใต้ พุ่งจากฝาด้านใต้จรดฝาด้านเหนือ พุ่งขึ้นจากข้างล่างจรดข้างบน พุ่งจากข้างบนจรดข้างล่าง สัตว์นั้นจะเสวยทุกขเวทนาที่แรงกล้า เจ็บแสบอยู่ในมหานรกนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าที่บาปกรรมยังไม่สิ้นสุด” เรายังคงอยู่ในเรื่องภพภูมิอันน่าสะพรึงกลัวคือในอบายกันอยู่  คำว่า มหานรก ท่านหมายเอาอเวจีมหานรก ซึ่งเป็นนรกขุมใหญ่ที่สุด และอยู่ลึกที่สุด การถูกลงโทษก็ทรมานมากที่สุดชนิดไม่มีเวลาพักกันเลย ความร้อนแรงของอเวจีมหานรกนั้นแผ่ไปตลอด ๑๐๐ โยชน์ ในมหานรกนี้ มีแต่ไฟลุกท่วมอยู่ตลอดเวลา ถ้าเอาก้อนหินก้อนใหญ่ๆ เท่าบ้านหลังโตๆ โยนเข้าไปในไฟนรก เพียงชั่วพริบตาเท่านั้น หินก้อนนั้นก็จะแหลกละเอียดเป็นจุณทันที แต่ที่สัตว์นรกทนอยู่ได้ ก็เพราะแรงกรรมที่ทำเอาไว้ …

ที่ตั้งของมหานรก Read More »

ทุกข์ในนรก

ทุกข์ในนรก การเกิดมาเป็นมนุษย์ หากไม่ได้พบพระพุทธศาสนา ไม่เป็นสัมมาทิฏฐิ ชีวิตก็เหมือนกับการเกิดมาเปล่า เพราะไม่รู้เส้นทางชีวิตที่ถูกต้อง ว่าอะไรเป็นสาระเป็นแก่นสาร หรือเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต การที่พวกเราทั้งหลายเกิดมาพบกับคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับว่าเป็นโชคอันมหาศาล ยิ่งกว่าการได้สมบัติจักรพรรดิเสียอีก เพราะสมบัติภายนอกเป็นเพียงของนอกกายที่เราอาศัยกันอยู่ชั่วครั้งชั่วคราว จะเอาติดตัวไปด้วยก็ไม่ได้ พระธรรมคำสอนอันบริสุทธิ์ที่เราได้รับฟัง แล้วนำไปประพฤติปฏิบัติ จะเป็นแสงส่องนำทางชีวิต ให้เราดำเนินไปในทางที่ถูกต้องและปลอดภัย ความไม่ประมาทเป็นธรรมที่สำคัญ คุณธรรมทั้งหลายต่างรวมลงในความไม่ประมาท เหมือนรอยเท้าสัตว์ทุกชนิดประมวลรวมลงในรอยเท้าช้าง ดังนั้น การมีชีวิตอยู่ในหนทางแห่งการประพฤติปฏิบัติธรรม ไม่ประมาทในการสั่งสมบุญ เว้นขาดจากบาปอกุศล จึงเป็นวิถีชีวิตของบัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน พาลบัณฑิตสูตร ว่า “ส โข โส ภิกฺขเว พาโล กาเยน ทุจฺจริตํ จริตฺวา วาจาย ทุจฺจริตํ จริตฺวา มนสา ทุจฺจริตํ จริตฺวา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนพาลนั่นแล ประพฤติทุจริตทางกาย ทางวาจา ทางใจแล้ว …

ทุกข์ในนรก Read More »