การปฎิบัติธรรมงานบุญวันอาทิตย์ 3/12/49 (18:38)
การปฎิบัติธรรม โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
การปฎิบัติธรรม โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
การปฎิบัติธรรม โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
การปฎิบัติธรรม โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
คนเราถ้าไม่มีอารมณ์หงุดหงิดและมักโกรธ มันเป็นอารมณ์ที่วิเศษมากกว่ามูลค่าของทรัพย์สินเงินทองเสียอีก โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
เหมือนเราหลับตาแล้วเรามืด เรายังไม่เห็นช่องทางเข้ากลาง แต่เราก็ต้องทำๆไปก่อน ต้องถามตัวเองทุกวันว่า..ณ ช่วงเวลานี้ใจของเราอยู่ไกลตัว ใกล้ตัว หรือกลางตัว ถามไปเรื่อยๆ มันก็จะสอนตัวเองไปเรื่อยๆ..อ๋อ..ใจต้องอยู่กลางตัว พอใจจะหลุดไปปั๊บ..เดี๋ยวเราก็ดึงมาใหม่ สักวันก็จะเห็นช่องทาง แล้วก็อย่าลืมสติ สบาย สม่ำเสมอ และก็หมั่นสังเกต ต้องสบายๆ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่ใครไม่มีอารมณ์สบาย ถ้าไม่มีอารมณ์สบายก็เป็นมนุษย์ไม่ได้..ต้องไปอยู่ในโน้น… ถ้ายังเป็นมนุษย์ก็ยังต้องมีอารมสบาย มีกันทุกคน ต้องหากันให้เจอ พอทำสบายๆ เดี๋ยวอารมณ์สบายก็มา มันจะเป็นกระแส..ดูดมาเลย ถ้านึกถึงเรื่องกลุ้ม เดี๋ยวกระแสกลุ้มมาเลย นึกถึงกระแสสบาย..มันดูดมาเลย จะมีกระแสที่จะดึงดูดเข้าหากันได้..แล้วแต่ว่าเราจะเลือกอะไร โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
อีก 1 อสงไขยเศษเท่านั้นเอง เราน่าจะดึงยุคนั้นมาสู่ยุคนี้ได้นะ โลกมันแล้วแต่เรา ถ้าเราปรารถนาอย่างนั้นจริงๆเราก็สามารถทำได้ แต่ต้องทุกคนในโลกสมัครใจอยากจะเป็นเหมือนยุคนั้น ในช่วงที่กัปป์ไขลงสุดๆตอนปลาย เราสามารถทำได้ ถ้าเราทำเหมือนยุคนั้น ถ้าทุกคนในโลกบวชหมด..ก็ดีนะ แล้วใครจะเลี้ยง..เจออยู่คำถามหนึ่ง ไม่ต้องห่วง..สิ่งมหัศจรรย์อย่างนี้ ขอให้มีคนมหัศจรรย์จริงๆเถอะ เดี๋ยวสิ่งอัศจรรย์จะเกิดขึ้น เรื่องอาหารหรือปัจจัย 4..นี่เรื่องเล็ก ด้วยอานุภาพแห่งบุญของทุกๆคนนี่แหละ จะบันดาลให้สิ่งเหล่านี้มีขึ้นในหลายๆกรณี เช่น ต้นกัลปพฤกษ์บังเกิดขึ้น เป็นแหล่งผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคอย่างง่ายๆสบายๆ แล้วถ้าหากว่าอยากจะบวชกันจริงๆ ในช่วงนั้น คนมีบุญมาก ต้องการความสันโดษ มักน้อย ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะและยินดีในปัจจัยตามมีตามได้ เพราะฉะนั้นต้นไม้บันดาลให้เกิดขึ้นได้ หรืออีกกรณีหนึ่ง..มีชาวสวรรค์มาใส่บาตรด้วยอานุภาพแห่งบุญ จะมาใส่บาตรเต็มไปหมด อีกกรณีหนึ่งจะเกิดคล้ายๆกับในวิมารในเทวโลกที่มีดวงแก้วสารพัดนึกมาบังเกิดขึ้น แล้วก็จะบันดาลสิ่งที่ต้องการได้ เราต้องสมัครใจเป็นอย่างนี้กันก่อน..สมัครใจก็จะได้ เพราะฉะนั้นสิ่งอะไรที่เป็นปรปักษ์หรือเป็นข้าศึกต่อตัวเอง พึงหักดิบทิ้งไปเลย แล้วเอาศีลธรรมที่มีอยู่มาใช้ ปลูกศีลธรรมในดวงใจแล้วก็ประพฤติธรรม โอ้!..เดี๋ยวจะมหัศจรรย์ โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
หลวงปู่ปลื้มที่ลูกหลานเห็นความสำคัญของแผ่นดินเกิดด้วยรูปกายเนื้อของท่าน และร่วมกันทำภาระกิจนี้ให้สำเร็จ ท่านก็อำนวยอวยพรให้พวกเรา ถ้าพูดตามภาษาหลักวิชชา ท่านยิ่งปลื้มยิ่งเอาเราเข้ากลางหนักเข้าไปเรื่อยๆ กลั่นให้สะอาดให้บริสุทธิ์ สะสางธาตุดินน้ำลมไฟวิญญาณอากาศ ของทุกๆกาย ทั้งธาตุทั้งธรรม เห็นจำคิดรู้ ทั้งกายและใจของทุกๆกาย อย่างที่เราได้ศึกษาว่า กายภายในมีอยู่ 18 กาย ท่านก็กลั่นให้ทั้ง 18 กาย และเอาแต่ละกายมากลั่นหนักไปอีก จากกายกายหนึ่ง ท่านก็ผ่าเข้าไปในกลางกายนั้นนับไม่ถ้วนของแต่ละกายเลย กลั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะให้มีอานุภาพ ให้รู้เรื่องราวธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเรื่องราวของท่าน ท่านกลั่นแล้วก็เติมบุญเติมบารมีมากมายก่ายกอง ให้ติดไปข้ามภพข้ามชาติไปเลย นับภพนับชาติไม่ถ้วนด้วย และแก้ไขวิบากกรรมวิบากมารอะไรต่างๆที่ติดตัวเรามา รื้อผังเหล่านี้ที่พญามารบังคับบัญชาเอาไว้ ให้ค่อยๆแก้ไปเรื่อยๆ กลั่นไปเรื่อยๆ หนักเป็นเบา เบาเป็นหาย ร้ายกลายเป็นดี แล้วก็เซ็ตโปรแกรมใหม่ ตั้งผังใหม่ที่จะมีอุปกรณ์การสร้างบารมีดีกว่าชาตินี้ติดไปในภพชาติเบื้องหน้า ทั้งๆที่ลูกหลานของท่านทุกๆคนชาติที่ผ่านๆมาก็เข้าถึงธรรมกันทั้งนั้น ตามกำลังแห่งความเพียรและความไม่ประมาทในชีวิต แต่ชาตินี้ก็ยังต้องมานั่งเริ่มต้นใหม่เหมือนไม่เคยเจอในสิ่งที่เคยเจอ เหมือนเรามาเริ่มต้นใหม่ในแต่ละครั้งที่เกิดมา เพราะพญามารเขาบดบัง กลัวจะรู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในเรื่องราวของตัวของตัวเอง งั้นก็ต้องขวางกัน ท่านก็พยายามแก้สะสางไปเรื่อย บางคนกว่าจะมาเริ่มต้นใหม่..อายุปาเข้าไปตั้ง 20 หลายรอบ แผ่นดินแดนเกิดในรูปกายเนื้อของท่านมีพื้นที่ทั้งหมด 22 ไร่ ก่อนหน้านี้มีลูกหลานเชื้อสายโลหิตของพระเดชพระคุณหลวงปู่ อยู่บนแผ่นดินดอกบัวหรือใบบัว 32 ครอบครัว โอวาท …
มนุษย์นี้ก็เหมือนหุ่น ให้บุญและบาปเชิด ยุคใดสมัยใดบุญเชิด มนุษย์ก็จะมีศีลมีธรรม โลก..ตั้งแต่อากาศโลก ขันธโลก สัตวโลก ก็จะสดใส สัตวโลกก็ได้แก่ จิตใจที่มีศีลมีธรรม ขันธโลกก็ได้แก่ ขันธ์ 5 คนสัตว์สิ่งของอะไรต่างๆ อากาศโลกก็ สิ่งแวดล้อม จะสดใสเหมือนยุคพระศรีอริยเมตไตรย์ ถ้ายุคใดที่บุญปกครอง มนุษย์ก็จะมีศีลมีธรรมและมีความรอบรู้ รู้แจ้งเห็นแจ้งในธรรม แต่ถ้ายุคใดบาปปกครอง มนุษย์จะเสื่อมจากศีลธรรม ความไม่รู้ก็จะครอบงำ ความไม่รู้ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของความคิดคำพูดและการกระทำ คิดมาจากแหล่งที่ไม่รู้..มันก็ไม่รู้ มันก็ไม่ค่อยถูก จะคิดผิด พูดผิด และก็ทำผิด มันก็จะวุ่นวายสับสนกัน อย่างที่เราเห็นว่าโลกเปลี่ยนแปลงตลอด เดี๋ยวยุคนั้นเจริญ ยุคนี้เสื่อม อะไรต่างๆ นี้กำลังจะถึงจุดที่จะสิ้นโลกแล้ว โลกยุคแห่งความมืด ความเสื่อม กำลังเข้าไปสู่ศักราชเลิศเปิดโลกยุคใหม่ โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
ดวงกลมๆนี้มีอยู่แล้วในตัวทุกๆคน ในโลก ทุกเชื้อชาติศาสนาและเผ่าพันธุ์ แต่ไม่รู้ว่ามี เป็นดวงกลมสากล เหมือนดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ดวงดาวบนท้องฟ้า ที่ใครๆก็ดูได้ แค่ดูไปเฉยๆ ทำตัวนิ่งใจนิ่งไปเรื่อยๆ ไม่ขัดแย้งกับความเชื่อใดๆทั้งสิ้นเลย โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
ศีล..อุปมาเหมือนชันที่ใช้อุดรอยรั่วของภาชนะ สิ่งที่จะรองรับบุญนี้คือใจ เมื่อศีลพร่อง ก็เหมือนภาชนะมีรอยรั่ว คือใจก็จะรั่ว บุญที่ได้รับก็หกๆหล่นๆ ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เหมือนเอาชะลอมตักน้ำ หรือเข่งตักน้ำ ดูเหมือนเยอะ ยกขึ้นมาเหลือนิดเดียว เพราะมีรูรั่ว โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
สมาธิจะกลั่นใจของเราให้บริสุทธิ์ผ่องใสมากขึ้น คือ ธาตุในตัวของเรา ดิน น้ำ ลม ไฟ วิญญาณ อากาศธาตุ ธาตุธรรมเห็นจำคิดรู้ เมื่อเราถูกกิเลสดึงใจเราออกจากฐานที่ตั้งไปติดกับเรื่องคนสัตว์สิ่งของ..ก็จะทำให้ใจหยาบ ให้นึกถึงอณูธาตุที่เป็นโพลงกลวงๆมีช่องๆๆ เหมือนเราเอาอณูหรือโมเลกุลมาต่อๆกันแต่มันไม่หนาแน่น ตรงช่องว่างๆ พญามารจะเอากิเลสเข้าไปแทรก ที่มาพร้อมกับความทุกข์ทรมาน ความไม่รู้ และบังคับให้เราสร้างกรรม และมีวิบาก มีผลของกรรม แต่พอเราดึงใจกลับมาสู่ที่ตั้งภายใน ใจพอกลับมา..อณูธาตุจะค่อยๆหนาแน่น จนบริสุทธิ์ และเห็นความบริสุทธิ์เป็นดวงใสๆ ใจประกายเพชรเกิดขึ้น ถ้าพูดถึงความแข็ง..ก็เลย 10 มันใสเพราะอณูข้างในธาตุมันจัดเรียงโมเลกุลอย่างมีระบบระเบียบ อะตอมใจถูกจัดเรียงกันอย่างมีระเบียบ..หนาแน่น เพราะฉะนั้นกระแสกิเลส..แทรกไม่ได้ หรือแทรกได้น้อย ถ้าเรายิ่งใส ใสในใสไปเรื่อยๆ ด้วยหยุดในหยุด หยุดในหยุด ธาตุที่บริสุทธิ์จะก่อเกิดเป็นกายแก้ว เขาเรียกว่าพุทธรัตนะ ทั้งแข็งทั้งใส จนคำนวณความแข็งไม่ได้ แข็งประมาณไหน…แข็งในระดับพญามารแทรกไม่ได้ เมื่อแทรกไม่ได้ ก็จะมีแต่ความสุขล้วนๆ จะมีความสุข ความบริสุทธิ์ ความสว่างเจิดจ้า ที่ไม่มีอะไรมาบดบังได้ ความรู้แจ้งที่เกิดจากความเห็นแจ้งเกิด วิชชาเกิด เพราะเรารวมอะตอมใจ โมเลกุลใจให้มันหนาแน่นด้วยวิธีการหยุดใจนิ่งเฉยๆ โลกขาดแคลนความรู้ตรงนี้ จึงต้องมี MMC จะอยู่ที่ไหนก็ตาม ถ้าใจเราหยุดนิ่งแล้วที่ตรงนั้นก็เป็นอริยะได้ …
“อยากจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ใจของเรา นี้เป็นความจริงแท้ ไม่มีใครจะมาลิขิตชีวิตของเราได้นอกจากตัวของเราเอง เป็นเรื่องที่สำคัญทีเดียว.. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ค้นพบวิธีการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องถูกหลักวิชา ท่านเป็นมนุษย์ผ่านขั้นตอนในการพัฒนาตัวเองมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 20 อสงไขยแสนมหากัป จนกระทั่งในที่สุดก็ได้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อบารมีท่านเต็มเปี่ยม แล้วท่านก็นำความรู้นี้มาถ่ายทอดว่าท่านฝึกตัวของท่านมาอย่างไร ชีวิตในสังสารวัฏที่ท่านเวียนว่ายตายเกิดนี้ ท่านทำของท่านอย่างไรบ้าง กว่าจะมาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันนี้ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ หลุดพ้นจากทุกข์ ดับทุกข์ได้ และก็เข้าถึงบรมสุข สุขอย่างยิ่งอย่างเดียวไม่มีทุกเจือปนเลย ท่านฝึกตัวของท่านมาอย่างไร นี่ท่านมาถ่ายทอด พวกเราเป็นชาวพุทธมีบุญมาก ที่ได้มาศึกษาเรียนรู้คำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ท่านฝึกตัวของท่านเองแล้วมาถ่ายทอด มนุษย์กับมนุษย์เท่านั้น ถึงจะเข้าใจคุยกันรู้เรื่อง ถ่ายทอดกันรู้เรื่อง คือท่านจะบอกว่ามนุษย์ธรรมดาอย่างเราที่มีกิเลสหนาปัญญาหยาบ สามารถพัฒนาตัวเราเองให้หลุดพ้นจากทุกข์ได้ แล้วท่านก็บอก know how วิธีการต่างๆ โชคดีนะ..เรามีบุญมากเลย ท่านบอกจนกระทั่งวาระสุดท้ายของท่านก่อนดับขันธปรินิพพาน สิ่งที่เราสอนมา 45 ปี ใครมีข้อสงสัยอะไรบ้าง..ถามเรา จะได้ไม่เสียใจในภายหลังว่า ตอนเราอยู่ก็ไม่ถาม คือท่านต้องการจะถ่ายทอดความรู้ วิธีพัฒนาตัวของเราเองด้วยตัวเราเองและเป็นอยู่ด้วยตัวของตัวเอง พัฒนาตัวเราเองด้วยตัวของตัวเอง ที่เราคุ้นกับคำว่า “อัตตาหิ อัตตโนนาโถ“ คือไม่พึ่งพาสิ่งอื่น..พึ่งตัวเอง เพื่อหาที่พึ่งของตัวเอง ให้เข้าเป็นตัวของตัวเอง เป็นอยู่ได้ด้วยตัวของตัวเอง เหมือนดวงอาทิตย์ดวงตะวันที่มีความสว่างในตัวเอง ไม่เหมือนดาวเคราะห์ที่ต้องอาศัยแสงสว่างจากดาวดวงอื่น นี่เป็นเรื่องที่เราต้องศึกษาเรียนรู้กันให้ดี ต้องรู้ว่า..เรามีบุญมาก …
ยังไม่เสร็จ ตอนที่ใจสงบ แล้วนึกถึงหัวข้อธรรมะ มาตรึกตรองจะทำให้เข้าใจอะไรต่างๆนั้น ก็ถูกหลักวิชชาในระดับหนึ่งนะลูกนะ การตรึกตรองหรือพิจารณาหัวข้อธรรมมันมี 2 ระดับ ในระดับความคิด จินตมยปัญญา กับในระดับของการเห็น สมมุติว่าลูกใจสงบนิ่งเข้าถึงดวงธรรมใส่ๆแล้ว ใจกำลังเป็นหนึ่ง แล้วก็ถอนใจมาตรึกตรองหัวข้อธรรมะ มันจะดูเหมือนว่าเข้าใจนะลูกนะ แล้วเราจะปลื้มๆนะ เหมือนเข้าใจแจ่มแจ้งอะไรต่างๆ แต่จริงๆแล้วมันได้ในระดับของความคิด มันยังไม่สมบูรณ์ มันแจ่มแต่มันไม่ถึงกับแจ้ง ถ้าเอาสมาธิในขั้นนี้มาตรึกตรองหรือพิจารณา แต่ถ้าหากว่า พิจารณาในระดับพาวนามยปัญญา มันจะละเอียดกว่านี้ เพราะฉะนั้นพอใจเห็นดวงธรรมใสๆ กำลังสงบ แล้วมาตรึกตรองพิจารณามันได้แค่ความปลื้ม ความเข้าใจระดับหนึ่ง แต่จิตจะถอน มันจะไม่ละเอียดเข้าไปอีก จะอยู่แถวๆนั้นแหละ แต่ถ้าหากว่าลูกทำเฉยๆไปเรื่อยๆ กระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย ถึงพระรัตนตรัยในตัว ตอนนี้ท่านมีธรรมจักขุ มีญานทัศนะ เวลาตรึกตรองหรือพิจารณาในระดับนี้เขานึกนิดเดียวแค่นั้นเอง ป้อนข้อมูลเข้าไปนิดหนึ่ง หัวข้อธรรมะนี้หมายถึงอะไร แค่นี้..แล้วมันจะเห็นเป็นภาพเป็นเรื่องเป็นราวเลยลูก เราจะเข้าใจแจ่มแจ้ง ตอนนี้แจ้งแล้ว เหมือนเราดึงของที่อยู่ที่มืดมาไว้ในกลางแจ้ง จะเห็นชัดว่าเชือกหรืองูหรือทางมะพร้าว โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
บุญนั้นไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง ต้องจำเอาไว้เลย ต้องทำเอง อย่าไปหวังที่เขาทำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ ทำเท่าไหร่ก็ได้เป็นของเรา ทำน้อยก็ได้น้อย ทำปานกลางก็ได้ปานกลาง ทำมากก็ได้มาก เศรษฐีทั้งหลายที่เขามีทรัพย์มากอย่างปัจจุบันที่เราเห็น ในสมัยก่อนโน้นที่เราไม่เห็น ล้วนประกอบเหตุจากการสร้างทานบารมีทั้งสิ้น ตั้งแต่ทำบุญสงเคราะห์โลก ช่วยเหลือคนยากคนจน โรงเรียนโรงพยาบาลเป็นต้น กระทั่งสั่งสมบุญในเนื้อนาบุญ ในบุญเขต กับพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา สร้างโบสถ์วิหารศาลาการเปรียญ สร้างวัดวาอารามอย่างนี้เป็นต้น เวลาบุญส่งผลนี่ไม่ธรรมดาทีเดียว เศรษฐีในปัจจุบันล้วนอย่างนี้ทั้งสิ้น จะมองแค่ 1 สมอง 2 มือ ถูกเหมือนกัน แต่ไม่ครบถ้วนบริบูรณ์ เพราะบางคน 1 สมองหลายมือก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ทีมถึง ทุนถึงใจถึง..แต่ถ้าบุญไม่ถึงก็ไม่ประสบความสำเร็จ..นี่ก็มีให้เราเห็นกันอยู่ เศรษฐีบางคนที่คุณครูไม่ใหญ่รู้จัก รวยมหาราชเลย มีทั้งที่ทั้งบ้านทั่วโลกเลย..อยู่กันไม่ไหว ตื่นขึ้นมา..ไม่รู้ว่าตื่นมาที่บ้านหลังไหน บางแห่งสร้างรั้วล้อมรอบ..เกือบพันล้าน ล้วนแต่สั่งสมทานบารมีทั้งสิ้นเลย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้สำคัญนะลูกนะ อยากรวยจงให้ทาน สั่งสมทานบารมีกันไปเยอะๆ..แล้วจะรวย อย่างคุณบิลเกตส์หรือใครต่อใครล้วนประกอบเหตุจากการสร้างทานบารมีกันทั้งนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญมากต้องศึกษาเอาไว้ แต่บุญที่ทำในบุญเขตจะได้อานิสงส์มาก โดยเฉพาะถวายสังฆทานพระสามพันวัด..รวยอย่างเดียว เรียกว่าความจนจนตรอก ความจนร่มสลายไปเลย โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)
ศีล 5 รักษาง่ายนะ…แค่อยู่เฉยๆเท่านั้น..ไม่ต้องทำอะไร ไม่ฆ่า ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด ไม่ดื่มสุรา ง่ายกว่าการฆ่า คิดฆ่า ต้องวางแผนเยอะแยะ คิดจะไปขโมย ไปฉ้อ ไปคดไปโกง ไปคอรัปชั่นไปอะไรต่างๆ..ยากนะ คิดที่จะไปผิดลูกผิดเมียเขา..ยากมากต้องหาวิธีการ คิดจะโกหก มันต้องจำให้ได้นะ นี่เราโกหกไปกี่เรื่องแล้ว ..มันหมองไม่ใส จะโกหกเรื่องอะไร โกหกแล้วเขาจะเชื่อไหม เพราะวัตถุประสงค์ของการโกหกคือเราต้องการให้เขาเชื่อ แล้วถ้าเขาไม่เชื่อแล้วจะเป็นอย่างไร แล้วถ้าเขาเกิดเชื่อขึ้นมาแล้วเราจะเป็นอย่างไร แล้วถ้าเขาเกิดเชื่อแล้วตอนหลังเราจำไม่ได้แล้วจะเป็นอย่างไร คิดจะดื่ม..ต้องมีเงิน อยู่ๆไปคว้าขวดขึ้นมา..โดนตำรวจจับ การจะมีเงิน เราก็ต้องไปหาเงินมา ต้องไปอาบเหงื่อต่างน้ำมากว่าจะได้เงิน แล้วก็จะต้องเดินไปซื้อหรือขึ้นรถไปซื้อหรือฝากคนไปซื้ออะไรต่างๆ เอามากินแล้วก็เมาอีก ถ้ากินแล้วไม่เมาดื่มน้ำอโนดาด น้ำเปล่าหรือน้ำฝนดีกว่า พอเมาแล้วก็มีเรื่องวุ่นวายกันอีก ผลข้างเคียงตามมากับความเมามีอีกเยอะแยะเลยเป็นขบวนการ จะเห็นได้ว่าการรักษาศีล 5 คือ “ไม่” อย่างเดียวเท่านั้นเอง ไม่ทำอย่างที่ว่า แค่อยู่เฉยๆเท่านั้นเอง..ครบแล้ว 5 ข้อ และการ “ไม่ทำ” อย่างนี้ถือเป็นการให้อย่างหนึ่งด้วย ให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเพื่อนมนุษย์ ให้ความปลอดภัยต่อครอบครัว ให้ความจริงใจ ให้ความมีสติกับตัวของเรา ให้ความสงบสุขแก่สังคม อยู่เฉยๆแล้วนอกจากจะรักษาศีล …