krirk

กัณฑ์ ๑-๗ สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภควา

กัณฑ์ ๑ พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ แปลว่า พระองค์เป็นบรมครูแห่งเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ข้อนี้สาธกได้ด้วยพุทธกิจ ๕ ประการ ซึ่งว่า ๑ เวลาเช้าบิณฑบาต ๒ เย็นทรงแสดงธรรมให้โอวาทภิกษุ ๓ พลบค่ำ ให้โอวาทพระภิกษุ ๔ เที่ยงคืน แก้ปัญหาเทวดา ๕ ย่ำรุ่ง พิจารณาดูเวไนยสัตว์ที่พึงจะโปรด จะเห็นได้ว่าในข้อ ๒ – ๓ นั้นทรงเป็นครูมนุษย์ ข้อ ๔ นั้นทรงเป็นครูเทวดาและยังมีมงคลสูตรเป็นข้อยืนยันอีก เพราะเหตุที่พระองค์จะทรงแสดงมงคลสูตรนั้นก็เนื่องจากเหตุว่า เทวดาลงมาเฝ้าและยกปัญหาขึ้นทูลถามว่า อะไรเป็นมงคล พระองค์จึงทรงประทานเทศนามงคลสูตร ซึ่งเริ่มต้นด้วยบทพระคาถาว่า อเสวนา จ พาลานํ เป็นอาทิ ซึ่งแปลว่า อย่าคบคนพาล เป็นต้น ตลอดจนถึง นิพฺพานสจฺฉิกิริยา การทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน ซึ่งพระองค์ตรัสว่า สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นมงคลทั้งสิ้น ดังนี้จึงได้พระนามว่า สตฺถา เทวมนุสฺสานํ …

กัณฑ์ ๑-๗ สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภควา Read More »

กัณฑ์ ๑-๖ อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ

กัณฑ์ ๑ พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ พระคุณข้อนี้หมายความว่า พระองค์ก็เปรียบเสมือนสารถีผู้ฝึกสอนคนเป็นอย่างดี หาผู้อื่นเสมอเหมือนมิได้ ว่าโดยย่อก็คือ พระองค์มีพระปรีชาญาณเฉลียวฉลาดในอันที่จะฝึกสอนคนให้เป็นคนดี ได้ว่าโดยที่สุดก็คือ ให้สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้ย่นคำสอนของพระองค์ก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา แต่พระองค์มีอุบายสอนต่างๆนานาสุดแล้วแต่จะทรงพิจารณา เห็นว่าบุคคลจำพวกใดมีนิสัยอย่างไร ก็ทรงใช้อุบายสอนให้ต้องกับนิสัย เช่น พระนันทกุมารมีนิสัยหนักไปในทางราคจริต พระองค์ทรงเนรมิตเป็นรูปนางฟ้าเข้าล่อ จนพระนันทกุมารเห็นว่า สวยกว่านางคู่รักของเธอแล้ว ก็ทรงยักเยื้องวิธี จนพระนันทกุมารเบื่อหน่ายในรูป . ในบางกรณีเพื่อการเผยแพร่พระพุทธศาสนาพระองค์ทรงใช้อิทธิปาฏิหาริย์ ดังเช่นเรื่อง อุรุเวลกัสสปะ เป็นต้น ซึ่งมีเรื่องว่า ครั้งเมื่อพระองค์คิดจะทรงปลูกฝังพระศาสนาให้เป็นปีกแผ่นในกรุงราชคฤห์ แต่มีคณาจารย์คนสำคัญอยู่ที่นั่นชื่อ อุรุเวลกัสสปะ ซึ่งมีคนนับถือมาก ถ้าปราบอุรุเวลกัสสปะเสียได้ พระพุทธศาสนาจึงจะรุ่งเรือง พระองค์จึงเสด็จไปยังอาศรมแห่งอุรุเวลกัสสปะ ตรัสขออาศัยพักสักราตรีหนึ่งที่โรงเพลิง อุรุเวลกัสสปะว่า ที่นั่นมีพญานาคพิษร้ายอยู่ตัวหนึ่ง พระองค์ว่าไม่เป็นไรก็เสด็จประทับอยู่ที่นั่น ครั้นตกเวลากลางดึก พญานาคสำแดงพิษ หรือเรียกว่าพ่นพิษทำร้ายพระองค์ แต่พระองค์ทรงดำรงพระสติเฉพาะหน้า ต่อพระกัมมัฏฐานภาวนานุโยคประมวลมา ซึ่งอิทธาภิสังขาร สำแดงเตโชกสิณสมาบัติ บันดาลให้เป็นเปลวเพลิง ยังพญานาคให้พ่ายแพ้ ด้วยฤทธิ์ของพระองค์ แล้วให้ขดตัวอยู่ในบาตร …

กัณฑ์ ๑-๖ อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ Read More »

กัณฑ์ ๑-๕ โลกวิทู

กัณฑ์ ๑ พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ โลกวิทู โลกวิทู แปลว่า รู้แจ้งซึ่งโลก โลกแบ่งออกเป็น ๓ คือ สังขารโลก สัตว์โลก โอกาสโลก โลกทั้ง ๓ นี้ สมเด็จพระบรมศาสดาทรงรู้แจ้งหมด รู้ถึงความเป็นไปของโลกเหล่านี้โดยละเอียดด้วย จึงได้พระนามว่า โลกวิทู คำว่า โลก หมายความว่า เป็นที่ก่อแห่งสัตว์ หรือนัยหนึ่งว่า เป็นที่ก่อผลแห่งสัตว์ ซึ่งว่าเป็นที่ก่อแห่งสัตว์ก็คือ เป็นที่เกิด ที่อยู่แห่งสัตว์ ที่ว่าเป็นที่ก่อผลแห่งสัตว์ก็คือ เป็นที่ซึ่งสัตว์ได้อาศัย ก่อกุศลและอกุศล ว่าโดยเฉพาะโลกมนุษย์ เป็นที่มนุษย์อาศัยสร้างบุญ แล้วก็ได้ผลไปบังเกิดในสวรรค์ หรือบำเพ็ญบารมี แล้วส่งผลไปสู่นิพพาน ดั่งเช่น องค์สมเด็จพระศาสดา ถ้าสร้างบาปแล้ว ก็เป็นผลให้ไปเกิดในนรก สังขารโลก คือ โลกที่มีอาหาร เป็นปัจจัยปรุงแต่ง ได้แก่ คำว่า อาหารฏฺฐิติกา สัตว์อยู่ได้เพราะอาหารปรนปรือ อาหาร แปลว่า ประมวลมา หรือเครื่องปรนปรือ …

กัณฑ์ ๑-๕ โลกวิทู Read More »

กัณฑ์ ๑-๔ สุคโต

กัณฑ์ ๑ พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ สุคโต แปลได้เป็นหลายนัย เช่นว่า ไปดีแล้ว ไปสู่ที่ดี หรือทรงพระดำเนินงาม ที่ว่าไปดีแล้ว หมายถึงว่า พระองค์ประพฤติดีทั้งกาย วาจา ใจ คือ กายเป็นสุจริต วาจาสุจริต ใจสุจริต ประพฤติสม่ำเสมอมาเป็นอเนกชาติ ดับขันธ์จากชาติหนึ่ง ก็ไปสู่สุคติ ทุกชาติ ไม่ไปสู่ทุคติเลย อย่างนี้ก็เรียกว่า สุคโต ไปดีแล้ว . นัยหนึ่งพระองค์ดำเนินกาย วาจา ใจ ไปในแนวอริยมรรคได้แก่ มรรคมีองค์ ๘ มีสัมมาทิฏฐิ เป็นต้น สัมมาสมาธิเป็นปริโยสาน ซึ่งย่อลงเป็น ศีล สมาธิ ปัญญา พระองค์เดินทางศีลเป็นเบื้องต้น ศีลมีประเภทจำแนกละเอียดไว้มากมาย รวมเข้าเป็นวินัยปิฎกถึง ๕ พระคัมภีร์ รวมยอดเข้าเป็นปฐมมรรค ปฐมมรรคเป็นดวงใสอยู่ในกึ่งกลางกายนั้นแหละ รวมยอดมาจากศีล นี่แหละตัวศีล สุคโตในทางศีล พระองค์เดินทางใจ ไปหยุดอยู่ตรงดวงปฐมมรรคนั้น . …

กัณฑ์ ๑-๔ สุคโต Read More »

กัณฑ์ ๑-๓ วิชชาจรณะสัมปันโน

กัณฑ์ ๑ พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน คำว่า วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน แปลว่า พระองค์ถึงพร้อมด้วย วิชชาและจรณะ คุณวิเศษของพระองค์ในที่นี้ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภทคือ ๑ วิชชา ๒ จรณะ อะไรเรียกว่า วิชฺชา วิชฺชาในที่นี้ หมายเอาความรู้ที่กำจัดมืดเสียได้ มืดคืออะไร ในที่นี้หมายเอาขันธ์ ๕ คือ รูปเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ตรงกันข้ามกับ อวิชชา ที่แปลว่า ไม่รู้ คือไม่รู้ถูกหรือผิด เพราะว่าเข้าไปยึดมั่นในขันธ์ ๕ ว่าเป็นตัวเป็นตน จึงมืดมนไม่รู้ไม่เห็นของจริง คือนิพพาน ข้อสำคัญอยู่ที่อุปาทาน ซึ่งแปลว่า ยึดมั่น คือยึดมั่นในขันธ์ ๕ ถ้ายังตัดอุปาทานไม่ได้ตราบใด ก็คงมืดตื๊ออยู่อย่างนั้น ตัดอุปาทานได้ มีนิพพานเป็นที่ไป ในเบื้องหน้า หรือพูดให้ฟังง่ายกว่านี้ ก็ว่าเมื่อตัดอุปาทานเสียได้ จะมองเห็นนิพพานอยู่ข้างหน้า อวิชชาที่แปลว่าไม่รู้นั้น …

กัณฑ์ ๑-๓ วิชชาจรณะสัมปันโน Read More »

กัณฑ์ ๑-๒ สัมมาสัมพุทโธ

กัณฑ์ ๑ พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ สมฺมาสมฺพุทฺโธ สัมมา สัมพุทโธ แปลตามศัพท์ว่า ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ หรือนัยหนึ่งว่า ตรัสรู้เองโดยถูกต้อง หรือพูดให้สั้นก็ว่า รู้ถูกเอง เพื่อให้ใกล้กับภาษาสามัญที่ใช้กันว่า รู้ผิด รู้ถูก ได้แก่ คำที่พูดติเตียน คนที่ทำอะไรผิดพลาดไปว่า เป็นคนไม่รู้ถูก รู้ผิด ทำไปอย่างโง่ๆ ดังนี้ เป็นต้น แต่แท้จริง พุทฺโธ คำนี้ เมื่อพิเคราะห์ให้ลึกซึ้งลงไปตามรูปศัพท์แล้ว มีความหมายลึกซึ้งมาก ต่างกันไกลกับคำว่า ชานะ หรือ วิชานะ ซึ่งแปลว่า รู้แจ้งนั้น ดังนั้น พุทฺโธ จึงได้แปลกันว่า ตรัสรู้ ไม่ใช่ รู้ เฉยๆ เติมคำว่า ตรัส นำหน้า รู้ ซึ่งสะกิดให้สนใจว่า รู้ กับ ตรัสรู้ ๒ คำนี้ มีความหมายลึกตื้นกว่ากันแน่ โดยมิสงสัย …

กัณฑ์ ๑-๒ สัมมาสัมพุทโธ Read More »

กัณฑ์ ๑-๑ อรหัง

กัณฑ์ ๑ พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๘ – ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ * *พระทิพย์ปริญญา (ธูป กลัมพะสุต ป.๖) บันทึกธรรมเทศนาของพระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ) ปรากฎในหนังสือตามรอยธรรมกาย หน้า ๓๒๒-๓๘๖ นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสฯ (๓ หน) อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติฯ สํ.ม.(บาลี) ๑๙/๑๔๘๖/๔๕๔ ณ บัดนี้ จะได้แสดงธรรมิกถาว่าด้วย พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ เพื่อประดับสติปัญญาและปสาทะแห่งท่านสัปบุรุษพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย …

กัณฑ์ ๑-๑ อรหัง Read More »

อจินไตย สิ่งที่อยู่เหนือขอบเขตความนึกคิดของมนุษย์

อจินไตย สิ่งที่อยู่เหนือขอบเขตความนึกคิดของมนุษย์ หลวงพ่อฟังเรื่องอานุภาพของพระรัตนตรัยทุกคืน คืนละ ๗ เรื่อง ฟังต่อเนื่องกันมาประมาณ ๒ ปีกว่าๆ ตอนแรกๆ ก็ฟัง ๑๒ เรื่อง ตอนหลังก็ให้เขาลดลงมาเหลือ ๗ เรื่อง เปีนเรื่องที่ทำให้เรามีกำลังใจในการสร้างบารมี เห็นว่าอานุภาพแห่งพระรัตนตรัยนี่ มีคุณไม่มีประมาณจริงๆ เมื่อคืนนี้มีเรื่องที่แปลกดีเหมือนกัน เขาเล่าให้ฟังว่า ยามที่เพิ่งมาอยู่ใหม่เฝ้ามหาธรรมกายเจดีย์ อยู่ตรงด้านหลังสภาธรรมกายสากลทางเข้าด้านทิศใต้ของมหาธรรมกายเจดีย์ เขาเล่าให้อุบาสิกาฟัง ตอนที่อุบาสิกาเอาดอกบัวไปกราบไหว้พระมหาธรรมกายเจดีย์ เขาจะแบ่งปันดอกไม้ให้กับคนที่ไปบริเวณนั้นรวมทั้งยามด้วย ยามคนนี้ก็เข้ามาหาแลัวบอกว่า “พี่ๆอย่าเพิ่งไป เดี๋ยวผมจะเล่าอะไรให้ฟัง” แล้วก็ร้องไห้ ร้องไห้ด้วยความปลื้มปีติ ยามคนนี้เพิ่งมาเป็นยามใหม่ อยู่ยามตอนดึกๆ สักตี ๑ ตี ๒ เขาก็เห็น หลวงพ่อ หลวงปู่ หลวงตาอยู่องค์หนึ่ง เขาบอกไม่รู้จะเรียกอย่างไร เดินออกมาจากมหาธรรมกายเจดีย์ เขาก็ทักไป “เอ้า นี่ตี ๑ ตี ๒ แล้ว หลวงพ่อยังไม่นอนอีกหรือ ทำไมมาเดินอะไรแถวนี้” ท่านก็ได้พูดคุยกัน ก็ไม่รู้จักว่าหลวงพ่อองค์ไหน เจอกันอยู่หลายคืน …

อจินไตย สิ่งที่อยู่เหนือขอบเขตความนึกคิดของมนุษย์ Read More »

วัดพระธรรมกาย เป้าหมายเพื่อสันติภาพของโลกที่แท้จริง

๓๐ ปี วัดพระธรรมกาย เป้าหมายเพื่อสันติภาพของโลกที่แท้จริง วันนี้ทั้งวันจะต้องทำใจให้ผ่องใส เนื่องจากเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือวันมาฆบูชา ซึ่งเราชาวพุทธทราบกันเป็นอย่างดีว่า เป็นวันจาตุรงคสันนิบาต มีเหตุที่สำคัญ ๔ ประการคือ วันที่พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ รูป ที่ได้รับประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทา ล้วนทรงอภิญญา มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายที่เวฬุวนาราม ในเวลายามบ่ายเพื่อที่จะได้รับฟังโอวาทปาฎิโมกข์ เป็นการประชุมเพื่อที่จะได้นัดแนะถึงเรื่องอุดมการณ์ หลักการ แล้วก็วิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เข้าใจกันไปในทิศทางเดียวกัน ในวันที่พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ ต่างมากันโดย ไม่ได้นัดหมาย เป็นความอัศจรรย์อย่างยิ่ง แล้ววันนี้ก็มาพ้องกันกับการสถาปนาวัดพระธรรมกายเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๑๓ ตรงกับวันมาฆบูชา วันนี้ก็ครบ ๓๐ ปีบริบูรณ์ หลวงพ่อไปเรียนธรรมะกับคุณยายเมื่ออายุได้ ๒๐ ปีตรงกับปี พ.ศ.๒๕๐๗ ก็ได้ตั้งใจที่จะเผยแผ่วิชชาธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ขาดหายไป หลังจากพุทธปรินิพพานมาแล้วได้ ๕๐๐ ปี ปรากฏคำว่าธรรมกายมีอยู่ในคัมภีร์ ต่างๆ ทั้งของเถรวาท มหายาน และวัชรยาน แต่ว่ายังไม่ทราบว่ามีลักษณะอย่างไร อยู่ที่ไหนจะเข้าถึงด้วยวิธีการใด มีแต่คำว่าธรรมกายเท่านั้น ที่ปรากฎอยู่แล้วก็แปลไปตามความเข้าใจของแต่ละท่าน …

วัดพระธรรมกาย เป้าหมายเพื่อสันติภาพของโลกที่แท้จริง Read More »

พระคุณอันยิ่งใหญ่ ของพระมงคลเทพมุนี

พระคุณอันยิ่งใหญ่ ของพระมงคลเทพมุนี ความตั้งใจของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ที่ท่านจะสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี มีมานานตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ โดยเป็นความดำริของหลวงพ่อที่อยากจะสร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนีให้เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อทองคำของท่าน ในฐานะท่านเป็นผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายที่สูญหายไปหลังจากพุทธปรินิพพานแล้วได้ประมาณ ๕๐๐ ปี เหลือแต่ชื่อของคำว่า “ธรรมกาย” ที่มีปรากฏอยู่ในคัมภีร์ต่างๆ ในแต่ละนิกายทั้งเถรวาท มหายานและวัชรยาน แต่ก็ไม่มีใครบอกว่าธรรมกายมีลักษณะเป็นอย่างไร อยู่ที่ไหน จะเข้าถึงได้อย่างไร บางทีไปแปลความหมายของคำว่าธรรมกายเพี้ยนออกไป กลายเป็นธรรมกลายไม่ใช่ธรรมกาย แล้วก็เป็นเรื่องถกเถียงกันอยู่ บางคนก็ว่าเป็นนามธรรมก็เถียงกันไป แล้วสิ่งนี้ก็สิ้นสุดลงเมื่อมีการบังเกิดขึ้นของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากนํ้า ภาษีเจริญ ท่านก็ค้นพบวิชชานี้กลับคืนมาใหม่ ทำให้เราได้รู้จักคำว่า “ธรรมกาย” แล้วก็รู้ได้ว่ามีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกๆคน และทุกคนก็สามารถเข้าถึงได้ เข้าถึงแล้วก็มีความสุข มีความสำเร็จในชีวิตสมหวังในชีวิต คุ้มกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ นี่คือสิ่งที่ท่านมีอุปการคุณต่อมวลมนุษยชาติ และยังได้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ที่จะนำสรรพสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้นจากอาสวะกิเลส ค้นพบวิชชาธรรมกายที่ค้นไปถึงต้นแหล่งของกิเลสอาสวะว่าอยู่ที่ไหนท่านได้ค้นพบว่า ต้นแหล่งที่ผลิตความมืดคือกิเลสมาทำให้สรรพสัตว์เร่าร้อน และแต่ละยุคก็มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านลงมาบังเกิดขึ้น แล้วก็นำสรรพสัตว์ทั้งหลายเข้าสู่อายตนนิพพานกัน เป็นชุดๆ เป็นกลุ่มๆ กลุ่มเล็กๆ แต่คำว่ากลุ่มเล็กก็มีปริมาณมากมายนับไม่ถ้วน แต่ถ้าจะเทียบกับจำนวนทั้งหมดนั้นก็ยังเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ดังนั้น จึงมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นกัปแล้วกัปเล่าเรื่อยไป บางกัปก็มีพระองค์หนึ่ง บางกัปก็ ๒-๓ พระองค์ ที่มากที่สุดก็ ๕ พระองค์ ก็ขนมนุษย์กันขึ้นไปได้ทีละกลุ่ม แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราก็เป็นพระองค์หนึ่งที่ได้สอนให้มนุษย์ได้เข้าถึงธรรมกาย …

พระคุณอันยิ่งใหญ่ ของพระมงคลเทพมุนี Read More »

หลวงพ่อวัดปากนํ้า ผู้บังเกิดมาเพื่อดับที่สุดแห่งทุกข์

หลวงพ่อวัดปากนํ้า ผู้บังเกิดมาเพื่อดับที่สุดแห่งทุกข์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า “สังสารวัฏคือการเวียนว่ายตายเกิด กำหนดเบื้องต้น ท่ามกลางและเบื้องปลายไม่ได้ เมื่อหมู่สัตว์มีอวิชชามากางกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องผูกไว้ ที่สุดย่อมไม่ปรากฏ จึงต้องเสวยทุกข์อันเผ็ดร้อนรํ่าไป เหตุนี้บัณฑิตทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง เมื่อเบื่อหน่าย จิตก็คลายกำหนัด เมื่อคลายกำหนัด จิตก็หลุดพ้นไปสู่อายตนนิพพาน” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอยากให้เราไปพระนิพพาน ก็เพราะว่าพระองค์ทรงเบื่อหน่ายในการเวียนว่ายตายเกิด ไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไรก็ตาม เกิดตายอยู่ในภพทั้ง ๓ ไม่ได้ประเสริฐอะไรก็แค่นั้น สู้นิพพานไม่ได้ ขึ้นชื่อว่าการเกิดแล้ว ล้วนมีทุกข์ทรมานทั้งสิ้น ตั้งแต่ทุกข์ประจำสังขาร และทุกข์ที่จรมา แล้วบางทีเราก็หาเข้ามาเองก็มี เลยทำให้เป็นทุกข์ ยิ่งถ้าถูกกิเลสบังคับให้สร้างกรรม สร้างแล้วก็มีวิบาก วิบากนั้นก็จะทำให้พลัดไปตกในอบายภูมิ ไปเกิดเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานได้ ก็ยิ่งมีความทุกข์ใหญ่ เพราะฉะนั้น บัณฑิตผู้รู้ทั้งหลายท่านจึงอยากจะพ้นทุกข์ ก็แสวงหาหนทางกันเรื่อยมาเลย สร้างบารมีกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วน สละทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่สละทรัพย์ สละอวัยวะ จนกระทั่งถึงสละชีวิต ก็เพื่อต้องการจะเห็นหนทางไปสู่อายตนนิพพาน หลวงพ่อวัดปากนํ้า ภาษีเจริญ ก็เช่นเดียวกัน ท่านมองเห็นว่า ชีวิตเป็นทุกข์ การทำมาหากินก็เป็นทุกข์ ตายไปแล้วก็เอาอะไรติดตัวไป ไม่ได้สักอย่างหนึ่ง พิจารณาอย่างนั้นท่านก็เกิดความสลดสังเวช จึงอยากจะหาหนทางออกจากทุกข์ …

หลวงพ่อวัดปากนํ้า ผู้บังเกิดมาเพื่อดับที่สุดแห่งทุกข์ Read More »

หลวงพ่อวัดปากนํ้า ผู้ยังโลกให้สว่างด้วยแสงแห่งธรรม

หลวงพ่อวัดปากนํ้า ผู้ยังโลกให้สว่างด้วยแสงแห่งธรรม วันนี้ (๑๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๓) เป็นวันที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งของโลกทีเดียว เพราะเป็นวันคล้ายวันเกิดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากนํ้า ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ท่านบังเกิดขึ้นในวันนี้เมื่อ ๑๑๖ ปีก่อน (๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๒๗ ซึ่งตรงกับวันศุกร์แรม ๖ ค่ำ เดือน ๑๑) โลกจึงมีบุคคลสำคัญที่สุดบังเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ การบังเกิดขึ้นของท่านได้นำแสงสว่างมาให้กับโลก สว่างไสวด้วยแสงแห่งธรรม ความมืดมนอนธกาล ความลี้ลับในเรื่องราวของแผนผังชีวิตก็ได้ถูกเปิดเผยขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อท่านได้บรรลุธรรมในวันเพ็ญขึ้น ๑๔ ค่ำเดือน ๑๐ ได้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย รู้เรื่องราวเกี่ยวกับแผนผังชีวิตของท่านและของมนุษย์ทุกๆคนในโลก ท่านได้นำสิ่งนี้มาเปิดเผยแนะนำสั่งสอน จนกระทั่งมีผู้บรรลุธรรมตามกัน บรรลุธรรมตามท่านมากมายทีเดียว ท่านเป็นผู้รื้อฟื้นคำสอนดั้งเดิมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รี้อฟื้นช่องทางเดิน ภายในกายของมนุษย์ โดยบอกให้ชาวโลกทั้งหลายได้รู้ว่า เราไม่ใช่มีเพียงกายมนุษย์นี้กายเดียวเท่านั้น ชีวิตไม่ใช่ไปสิ้นสุดที่เชิงตะกอน แต่ว่ายังมีชีวิตภายในที่สลับซับซ้อน ซึ่งเป็นชีวิตที่ประเสริฐกว่า ซ้อนกันอยู่ภายในตัวของเรา เป็นกายที่ละเอียดซ้อนกันอยู่ เป็นแผนผังของชีวิตที่ติดตัวเรามาตั้งแต่ดั้งเดิม เมื่อท่านนำสิ่งเหล่านี้มาเปิดเผย ก็มีผู้ปฏิบัติตาม เมื่อปฏิบัติตามก็ได้เข้าถึงตาม แล้วก็เป็นพยานแห่งการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เข้าถึงไตรสรณคมน์ …

หลวงพ่อวัดปากนํ้า ผู้ยังโลกให้สว่างด้วยแสงแห่งธรรม Read More »

หลวงพ่อวัดปากนํ้า พยานในการตรัสรู้ธรรม

หลวงพ่อวัดปากนํ้า พยานในการตรัสรู้ธรรม หลวงพ่อวัดปากนํ้า ภาษีเจริญ เป็นพยานในการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพทธเจ้า ในเส้นทางสายกลางนี้ เมื่อท่านได้ปล่อยชีวิตเอาใจหยุดนิ่งอยู่ภายใน ณ จุดที่หยุดนิ่งก็จะเกิดการเคลื่อนไหว เกิดการเดินทางเข้าไปสู่ภายใน นิ่งและเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน เมื่อใจหยุดนิ่งถูกส่วนก็จะมีการเคลื่อนเกิดขึ้นที่เรียกว่า คมนะ เคลื่อนเข้าไป แล่นเข้าไป แล่นเข้าไปสู่ภายใน แล้วในที่สุด ท่านก็ได้พบของจริงที่มีอยู่ในต้ว ซึ่งไม่เคยรู้เรื่องรู้ราวกันมาก่อน ที่คำว่ารู้เห็นอะไรไปตามความเป็นจริง คือสิ่งที่เป็นจริง ที่ไม่ใช่มายา มันอยู่ภายใน มีมาดั้งเดิมแล้ว ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ดั้งแต่เริ่มมีธาตุมีธรรม มีเห็น มีจำ มีคิด มีรู้ มีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น ธาตุธรรมต่างๆ บังเกิดขึ้นมา มีมาดั้งเดิม คือดวงธรรมต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องกลั่นจิต ไม่ใช่กรองอย่างเดียว กลั่นจิตให้บริสุทธิ์ ให้บริสุทธิ์ไปตามลำด้บ บริสุทธิ์ระดับหนึ่งก็หลุดพ้น ความบริสุทธิ์นั้นทำให้เคลื่อนต่อเข้าไปได้ ไปพบดวงธรรมต่างๆ ผุดซ้อนๆ กันขึ้นมา บริสุทธิ์ระดับหนึ่ง ส่งให้ถึงความบริสุทธิ์อีกระดับหนึ่งที่ประณีตขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยอาการนิ่งและเคลื่อนไปพร้อมกัน คือใจที่หยุดนิ่งๆนั้นแหละเคลื่อนไปพร้อมๆกัน จนกระทั่งเข้าไปถึงกายในกาย กายตั้งแต่กิเลสบังคับเบาบางกว่ากายมนุษย์หยาบ ที่ละเอียดเข้าไปเรื่อย บังคับกายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม …

หลวงพ่อวัดปากนํ้า พยานในการตรัสรู้ธรรม Read More »

การรบที่แท้จริง

การรบที่แท้จริง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ไม่นาน แต่ชีวิตหลังความตายนั้นยาวนานนานมาก จนเราแทบไม่เชื่อทีเดียวว่า จะนานเป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน เป็นกัป เป็นมหากัป ไม่ว่าเราจะเกิดในอบายภูมิ หรือสุคติภูมิก็ตาม มันยาวนานมาก ชีวิตที่ยังมีเนี้อหนังเป็นกายมนุษย์อยู่มันสั้นนิดเดียว อย่างที่คนโบราณกล่าวว่า คนที่มีอายุ ๖๐ ปี มีสิทธิ์ตายได้ทุกปี คนอายุ ๗๐ ปี มีสิทธิ์ตายได้ทุกเดือน คนอายุ ๘๐ ปีมีสิทธิ์ตายได้ทุกอาทิตย์ ส่วนคนอายุ ๙๐ ปี มีสิทธิ์ตายได้ทุกวัน แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไวัยิ่งกว่านั้นอีกว่า “เรามีสิทธิ์ตายได้ทุกอณุวินาที แค่ชั่วระยะลมหายใจเข้าและออกเท่านั้น” หายใจเข้าแล้วไม่หายใจออกก็ตาย หายใจออกแล้วไม่หายใจเข้าก็ตาย หรือไม่หายใจทั้งเข้าและออกก็ตาย หมายความว่า ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะอยู่ในปฐมวัย มัชฌิมวัยหรือปัจฉิมวัย ทุกคนมีสิทธิ์ตายได้เท่ากัน อย่าไปคิดว่าคนแก่จะต้องตายก่อนคนหนุ่มคนสาวหรือเด็ก เพราะเราก็เห็นกันอยู่บ่อยๆ ว่า บางครั้งลูกก็ตายก่อนพ่อแม่ บางครั้งพ่อแม่ก็ตายก่อนลูก นี่เป็นสัจธรรม แต่บางคนก็มองข้ามไป ไม่ได้นำมาพิจารณาว่า ชีวิตมนุษย์นี่สั้นนัก เพราะฉะนั้นผู้ฉลาด ผู้ไม่ประมาทในชีวิต ย่อมใช้วันเวลาให้เป็นประโยชน์ในการสร้างบารมี …

การรบที่แท้จริง Read More »

วันบูชาครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย

วันบูชาครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย วันนี้เป็นวันสำคัญอย่างยิ่งของนักสร้างบารมี ที่มุ่งจะศึกษาวิชชาธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราได้กำหนดเอาวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ซึ่งเป็นวันบรรลุธรรมของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากนํ้า ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เป็นวันบูชาครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย เพื่อมาระลึกนึกถึงปฏิปทา ข้อวัตรปฏิบัติของท่าน ที่ท่านได้อุทิศชีวิตจนกระทั่งได้บรรลุธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบรรลุ เมื่อ ๔๓ ปีที่ผ่านมา ที่โบสถ์วัดโบสถ์ (บน) บางคูเวียง วังหวัดนนทบุรี วันนี้เราก็จะได้มาระลึกนึกถึงท่าน นึกถึงวิชชาธรรมกายนี้ เราจะได้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมน้อมถวายบุญกุศลที่เกิดขึ้นจากการทำภาวนา บูชาธรรมท่าน เราจะบูชาครูวิชชาธรรมกายด้วยความเคารพอย่างยิ่ง เพราะว่าหลวงพ่อวัดปากนํ้าท่านเป็นปูชนียบุคคลที่หาได้ยาก ท่านมีพระคุณอย่างจะนับจะประมาณไม่ได้ มีความสำคัญต่อชาวโลกและต่อพวกเราเป็นอย่างยิ่ง ถ้าปราศจากการสละชีวิตของท่านแล้ว เราจะไม่มีวันรู้จักคำว่า ธรรมกาย เลย คำว่าธรรมกายก็จะมีปรากฏเพียงในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเท่านั้น เราจะไม่รู้จักว่าเป็นอย่างไร มีความสำคัญแค่ไหน จะเข้าถึงได้ด้วยวิธีการใด เราจะไม่มีวันได้รู้จักเลย ถ้าท่านไม่นำเรื่องราวของธรรมกายมาเปิดเผย ยิ่งถ้าเราได้ศึกษาวิชชาธรรมกายให้ลึกซึ้ง เราก็จะยิ่งซาบซึ้งในพระคุณของท่าน มากกว่าที่เคยได้ยินได้ฟังมา เพราะท่านมีมโนปณิธานที่ยิ่งใหญ่ ที่จะรื้อสัตว์ขนสัตว์ใปให้หมดทุกๆ ภพทีเดียว ใจท่านมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรมอยู่ตลอดเวลา ยังไม่เคยมีใครคิดอย่างนี้เลย นี่ก็เป็นสิ่งที่บังเกิดขี้นได้ยาก แต่ก็บังเกิดขึ้นแล้วด้วยมหากรุณาที่ไม่มีประมาณของท่านที่มีต่อมวลมนุษยชาติ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ตลอดแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล …

วันบูชาครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย Read More »