krirk

อยากเป็นเศรษฐีข้ามภพข้ามชาติ จะต้องปฏิบัติตามหลักธรรมใด

คำถาม: หลวงพ่อเจ้าคะ แล้วถ้าเราอยากจะเป็นเศรษฐีข้ามภพข้ามชาติ จะต้องปฏิบัติตามหลักธรรมข้อใดเจ้าคะ คำตอบ: เราต้องทำความเข้าใจในประเด็นนี้ก่อน คือ             ประเด็นที่ ๑ บางคนรวยแล้วตั้งแต่ชาตินี้ แล้วเขาก็หวังว่าเขาจะรวยอีกในชาติต่อไปอีกด้วย นี่กรณีหนึ่ง             อีกกรณีหนึ่ง ชาตินี้จนเหลือเกิน ก็ให้มันจนแค่ชาตินี้ อย่าจนข้ามชาติเลย ขอไปรวยชาติหน้า มี ๒ ประเด็นด้วยกัน             ๑. รวยอยู่แล้ว ทำอย่างไรจะรวยต่อ             ๒. ยังไม่รวย แต่ขอไปรวยเอาข้างหน้า             สรุปคือ ต้องการจะไปรวยด้วยกันทั้งนั้น ข้างหน้าก็มีหลักง่ายๆ ว่าถ้าจะเป็นเศรษฐีไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน             ๑. ต้องมีความเพียร มีความทุ่มเท ที่จะทำงานนั้นอย่างจริงจัง             ๒. ต้องมีบุญเก่าติดตัวไปด้วย มีเสบียงติดตัวไปด้วย             จะทำอย่างไร ในเมื่อชาตินี้เรารวยแล้ว และจะไปรวยชาติหน้าต่อ ก็แสดงว่าเรามี ๒ อย่างแล้วก็คือ             ๑. มีนิสัยขยัน จึงมาทุ่มเททำงาน …

อยากเป็นเศรษฐีข้ามภพข้ามชาติ จะต้องปฏิบัติตามหลักธรรมใด Read More »

คาถาหัวใจเศรษฐี จะทำให้เราเป็นเศรษฐีได้อย่างไร

คำถาม: หลวงพ่อเจ้าคะ เคยเห็นคนท่องหัวใจเศรษฐีคือ “อุ อา กะ สะ” เพราะเชื่อว่าจะทำให้รวยได้ อยากกราบเรียนถามว่า คาถานี้จะช่วยคนเราเป็นเศรษฐีได้จริงหรือไม่เจ้าคะ คำตอบ:  คาถานี้หรือคาถาไหนก็ตาม หากไม่ทำตามอย่างจริงจัง คือไม่ทำความเข้าใจ และทำตามอย่างจริงจังแล้ว คาถานี้ไม่ศักดิ์สิทธิ์แน่นอน แม้ทำตามคาถาอย่างเคร่งครัดแล้ว ก็ยังมีข้อแม้อีกคือ             ๑. หากมีความขยันทุ่มเทไปเท่าไหร่ก็ตาม นั่นเป็นเพียงความเพียร พยายามในปัจจุบันเท่านั้น แต่มีอีกองค์ประกอบหนึ่ง ซึ่งมนุษย์ไม่รู้คือ บุญเก่าที่มีติดตัวข้ามชาติมา ถ้าความเพียรในปัจจุบันมีมากพอ แต่ว่าบุญเก่าไม่พอ คือทุนเก่ามันน้อยไป บางทีติดลบข้ามชาติมาเสียอีก ในกรณีนี้ให้ทำความเพียรทุ่มเททำตามคาถาเข้าไป ผลที่ได้จะไม่ได้เท่าที่หวัง             ในทางตรงกันข้าม พวกหนึ่งทุ่มเทความเพียรลงไป แล้วก็มีบุญเก่าด้วย พวกนี้อย่างไรก็ประสบความสำเร็จ มีความศักดิ์สิทธิ์ มีความสำเร็จตามคาถานั้น             แต่มีพวกหนึ่ง ไม่ค่อยจะมีความเพียร แต่ว่าบุญเก่าของเขามันดี ทำอะไรไม่ค่อยมากแต่ก็สำเร็จเพราะบุญเก่ามาส่ง พูดง่ายๆ คือไม่เก่งแต่ว่า “เฮง”             แต่ที่เราอยากได้จริงๆ เลย คือทั้งเก่งทั้งเฮง คือความเพียรก็มาก บุญเก่าก็เยอะ เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ทำอะไรนอกจากสำเร็จหมดแล้ว …

คาถาหัวใจเศรษฐี จะทำให้เราเป็นเศรษฐีได้อย่างไร Read More »

บริจาคโลหิตกับอุทิษร่างกายหลังตายแล้ว ได้บุญต่างกันอย่างไร

คำถาม: หลวงพ่อเจ้าคะ ถ้าการบริจาคโลหิตได้บุญมาก ถ้าอย่างนั้นการอุทิศร่างกายให้แก่โรงพยาบาลหลังจากที่เราตายไปแล้ว ก็น่าจะได้อานิสงส์มากยิ่งกว่า ใช่หรือไม่เจ้าคะ คำตอบ: การบริจาคโลหิตกับการบริจาคร่างกายหลังจากตาย อย่างไหนบุญมากกว่ากัน คำถามนี้ต้องเข้าใจอย่างนี้ก่อน การจะได้บุญนั้นมันอยู่ที่ ต้องทำตอนที่เรามีชีวิตอยู่ ไม่ใช่ทำเอาตอนที่ตาย เพราะบุญเกิดขึ้นจากเจตนาอันเป็นกุศล ต้องชัดเจนตรงนี้ก่อน ฉะนั้นการที่เราบริจาคโลหิตทำให้ได้บุญมากนั้น เป็นเพราะ             ๑. เรามีเจตนาที่จะให้เป็นบุญกุศลจริงๆ ในเจตนาของเรามัน แฝงด้วยความเมตตากรุณาเอาไว้ ถึงได้ให้เขาไป เจตนาของเราในการเสียสละ ครั้งนี้ เป็นเรื่องความมีเมตตากรุณา             ๒. ต้องใช้กำลังใจสูง เพราะเลือดในตัวเรามันไม่ใช่ของเหลือเฟือ ไม่มีใครมีเลือดเกินเลยสักคนเดียว อย่างมากก็มีแค่พอดี             เพราะฉะนั้นเวลาเราบริจาคเลือดเมื่อไหร่ มันเป็นเรื่องของการตัดใจให้ เรายังจำเป็นต้องใช้เลือด สักหยดหนึ่งก็ไม่น่าให้ใครทั้งนั้น แต่ก็ มากด้วยความเมตตากรุณา ก็เลยตัดใจให้             เมื่อตัดใจให้ไปอย่างนี้ มันเป็นการฝึกให้มีกำลังใจในการตัด ความโลภ ความตระหนี่ที่ฝังลึกอยู่ในใจด้วยกันทุกคน ลึกๆ ในใจของเรามีเชื้อตระหนี่ และความโลภอยู่ เพราะฉะนั้นของอะไรต่างๆ ของเรา มันอดที่จะหวงและเสียดายไม่ได้             แต่ว่าวันนี้เห็นแก่ความทุกข์ยากของสัตว์โลก เพื่อนร่วมโลกจึงเกิดความเมตตากรุณาอย่างเปี่ยมล้น ก็เลยตัดใจ …

บริจาคโลหิตกับอุทิษร่างกายหลังตายแล้ว ได้บุญต่างกันอย่างไร Read More »

วิธีใช้ชีวิตให้มีความสุข

คำถาม: หลวงพ่อเจ้าคะ สังคมไทยทุกวันนี้เปลี่ยนไปมาก ผู้คนมุ่งแต่ทำมาหากินจนหารอยยิ้มไม่ค่อยเจอ อยากขอความเมตตาจากหลวงพ่อชี้แนะวิธีใช้ชีวิตให้มีความสุขในสังคมยุคนี้เจ้าค่ะ คำตอบ:  ความจริงแล้วไม่ว่ายุคนี้หรือยุคไหน ถ้าเรามุ่งแต่เรื่องการทำมาหากินแล้ว ก็ยากที่จะหาความสุขได้ เพราะว่าในชีวิตของคนเหล่านั้น แค่มีเงินใช้ มีทรัพย์สินเงินทองเหลือเฟือ หรือเป็นมหาเศรษฐี ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวเองจะเป็นสุขได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้สติเอาไว้ว่า ความสุขในชีวิตแบบทางโลกนั้น ท่านให้ไว้ ๔ ข้อด้วยกันคือ             ข้อที่ ๑. ต้องมีทรัพย์ ต้องมีงานทำ มีรายได้             ข้อที่ ๒. ต้องใช้ทรัพย์เป็น ถึงได้มามากแต่ถ้าใช้ไม่เป็น ทรัพย์ที่ได้มานั้นอาจไม่พอใช้ และมันอาจจะถูกใช้ไปในทางที่ไม่เหมาะสม ก็มีโอกาสเดือดร้อนได้ ตรงนี้เองที่คนมองโลกได้ตรงความจริง จะรู้สึกว่าในยุคนี้การดำเนินชีวิตนั้นเป็นไปได้ยากยิ่ง             ตรงนี้คือความผิดพลาดของเราในเรื่องของการใช้ทรัพย์เป็น สิ่งที่ต้องระวังอยู่นิดหนึ่งก็คือ อย่าบริหารทรัพย์เฉพาะบัญชีรายรับรายจ่ายเท่านั้น ต้องบริหารด้วยส่วนที่เหลือด้วย             ถ้าเก็บเอาไว้แล้วไม่ค่อยได้ใช้ เก็บไว้จนรวยเลย มันอาจจะกลายเป็นขี้เหนียวก็ได้ แม้จะป่วยไข้ ก็ยังไม่อยากเอามาใช้ พ่อแม่ซึ่งเลี้ยงดูเรามา ก็ไม่อยากจะให้ท่านเป็นการตอบแทนพระคุณ อย่างนี้ใช้ทรัพย์ไม่เป็น ได้มาก็เดือดร้อน เดือดร้อนในการเก็บรักษา ถ้าใช้ในทางไม่ถูกไปใช้ในเรื่องอบายมุข ก็ยิ่งเสียหายหนัก คนในยุคนี้ จบปริญญา …

วิธีใช้ชีวิตให้มีความสุข Read More »

เราเกิดมาทำไม

คำถาม: คนเราเกิดมาทำไมกันครับหลวงพ่อ คำตอบ:   ก่อนอื่นคุณควรเข้าใจให้ถูกในเรื่องโลกและชีวิต เสียก่อนว่า         ๑. คนเราตายแล้วไม่สูญ ตายแล้วยังต้องเกิดอีกนับชาติไม่ถ้วน ตราบใดยังปราบกิเลสในตัวไม่หมด ก็ยังต้องเกิด         ๒. กรรมดีกรรมชั่ว ทำแล้วมีผลแน่นอน และจะส่งผลทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ไม่หายไปไหน         ๓. นรก สวรรค์มีอยู่จริง เมื่อทำความเข้าใจถูกต้องถึงจุดนี้แล้ว เรื่องแรกที่เราควรนึกถึงก็คือ  ทำอย่างไรจึงจะปิดนรกให้ตัวเองได้ หรือมีทางใดบ้างที่เมื่อตายไปแล้ว จะทำให้ไม่ตกนรกและมีแต่สุคติเป็นที่ไป         คุณถามว่าคนเราเกิดมาทำไม  ตอบแบบรวบรัดว่าคนเราเกิดมาเพื่อพัฒนาตนเอง เพื่อยกระดับจิตใจของตนให้สูงขึ้น และเพื่อสั่งสมบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไปตามลำดับ  เมื่อบุญบารมีเต็มส่วนแล้วก็จะสามารถปราบกิเลสในตัวได้หมด พ้นจากทุกข์อย่างถาวร เข้านิพพานตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในที่สุด เป้าหมายสุดท้ายของมนุษย์ทุกคนเป็นอย่างนี้ แต่คนเราโดยมากนักจะไม่ค่อยรู้กัน         คุณเองก็เช่นกัน  ในขณะนี้คุณยังไม่ได้บวช  ยังต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ ดูแลครอบครัวอยู่  จึงจำเป็นจะต้องมีแนวทาง หรือหลักในการดำรงชีวิตอยู่ในโลก ซึ่งมีอยู่ ๔ ประการ ดังนี้         ๑. มีสัจจะ  คือ  ต้องเป็นคนจริง คนตรง ซื่อสัตย์ คนส่วนมากในสังคมปัจจุบันมีนิสัยชอบโกหก  …

เราเกิดมาทำไม Read More »

ให้ตัวแทนเป็นคนกรวดน้ำ จะได้ผลเหมือนกับการที่เรากรวดน้ำด้วยตัวเองหรือไม่

คำถาม: การกรวดน้ำอุทิศแผ่ส่วนบุญ ในงานพิธีบุญที่มีสาธุชนมาก ถ้าหากจะให้ตัวแทนเป็นผู้กล่าวนำคำอุทิศ แล้วเรากล่าวตาม และให้ตัวแทนเป็นผู้กรวดน้ำแทนด้วย จะได้ผลเหมือนทำเองไหมครับ? คำตอบ: การกรวดน้ำในงานพิธีโดยทั่วไป กำหนดให้มีตัวแทนทำหน้าที่กรวดน้ำอยู่แล้ว และขณะกรวดน้ำก็ไม่จำเป็นจะต้องมีคำกล่าวอะไร เพราะว่าขณะที่กำลังกรวดน้ำนั้นเป็นเวลาเดียวกับที่พระสงฆ์กำลังให้พร ถ้าเรากล่าวอะไรเสียงดังออกไป เท่ากับไปขัดจังหวะ ไปส่งเสียงแข่งกับพระภิกษุ         เพราะฉะนั้นใครๆ ก็ไม่จำเป็นต้องไปกล่าวอะไรทั้งนั้น ใครทำหน้าที่กรวดน้ำ ก็หลั่งน้ำทันทีที่พระสงฆ์ผู้เป็นประธานกล่าวขึ้นต้นคาถาว่า ยถา วาริวหา ปูรา…และให้หยุดหลั่งน้ำ เมื่อพระภิกษุรูปที่สองรับขึ้นว่า สัพพีติโย…         คนอื่นนอกนั้นก็นึกน้อมอธิษฐานจิตนึกถึงบุญและแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลไปยังผู้ที่เราต้องการส่งบุญไปให้ ทำแค่นี้ก็เหมือนกับเราลงมือกรวดน้ำด้วยตนเองนั่นแหละ มันสำคัญอยู่ที่ใจนะลูกนะ         บทกรวดน้ำ ที่ขึ้นต้นว่า อิทังเม ญาตินัง โหตุฯ นั้นใช้ท่องตามลำพังของเรา หลังจากที่พระให้พรจบแล้ว โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

การกรวดน้ำหลังทำบุญใส่บาตร ลืมแล้วกรวดน้ำทีหลัง ผู้รับจะได้ผลบุญบ้างหรือไม่?

คำถาม: ทราบว่าเวลาใส่บาตรแล้วควรกรวดน้ำ แต่ถ้าลืมกรวดน้ำในเช้าวันนั้น  มากรวดใหม่ในตอนกลางคืน ผู้รับจะได้ผลบุญบ้างหรือไม่? คำตอบ: เรื่องนี้ก็ได้รับบ้าง แต่ไม่เหมือนกับตอนที่ใส่บาตรใหม่ๆ นะเหมือนตีเหล็กให้ได้รูป ถ้าจะให้ดีต้องตีตอนเหล็กร้อนจัดสีแดงๆ เหมือนเปลวไฟ ถ้าปล่อยให้เหล็กเย็นแล้วจึงตี บางทีดัดให้เข้ารูปไม่ได้เลย ถึงพอจะได้บ้างก็ต้องออกแรงตีจนเจ็บมือ การกรวดน้ำควรจะทำทันทีในขณะที่ใจยังปีติอยู่ในบุญในทานที่ได้กระทำแล้ว ผลของทานจะได้ถึงผู้รับอย่างรวดเร็วและเต็มเม็ดเต็มหน่วย โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ทำบุญแบบไหนถึงจะได้เฝ้าและฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต

คำถาม: ทำบุญแบบไหนถึงจะได้ไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต และได้ฟังธรรมด้วยกันครับ? คำตอบ: ถ้าอยากจะพบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าละก็ ต้องให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ให้ได้ครบทั้ง ๓ อย่าง ทุกเช้าพอตักบาตรทำทานแล้วนั่งสมาธิ ให้มากๆ  ต่อไปศีลจะอยู่คู่ตัวได้เองโดยอัติโนมัติ พอศีลมั่นคง ปัญญาจะแตกฉาน จนเข้าใจเรื่องโลกและชีวิตได้ถูกต้องตามความเป็นจริง ซึ่งพอถึงจุดนี้จะคิดได้เองว่าควรทำบุญแบบไหนถึงจะได้บุญมากๆ         อีกอย่างขอแนะนำให้แบ่งเวลาอ่านพระไตรปิฎกด้วย แล้วคุณจะรู้เองว่าในอดีตคนที่เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ติดสอยห้อยตามฟังธรรมของพระพุทธองค์นั้น  ชาติก่อนเขาทำบุญมาอย่างไร         สำหรับคุณถ้าจะให้เร็วขึ้น หลวงพ่อขอแนะนำว่าถ้าไม่ติดขัดอะไร พรุ่งนี้ก็บวชเสีย  แล้วก็อธิษฐานตรงดิ่งไปเลยว่า ขอเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต เหมือนที่พระสารีบุตรท่านทำบุญแล้วอธิษฐานขอเป็นพระอัครสาวกเบื้องขวานั่นแหละ         สำหรับรายละเอียดเป็นอย่างไรคงต้องให้มาฟังที่วัด จะได้มีโอกาสเกิดไปใกล้ชิดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เข้าเฝ้า และได้ฟังธรรมกันเต็มอิ่มเชียวละ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ปล่อยสัตว์ปล่อยปลาอย่างไรถึงจะถูกต้อง

คำถาม:  การปล่อยสัตว์ปล่อยปลา จะได้บุญเสมอไปหรือค่ะ ได้ทราบว่าในที่บางแห่งมีคนจับนกมาขัง แล้วให้กินยาเสพย์ติด สักพักหนึ่งก็เอามาขาย คนซื้อนกติดยามาปล่อยหวังจะได้บุญ แต่นกมันติดยา ปล่อยแล้วก็บินกลับไปหาคนขายอีก ทราบว่านกตัวหนึ่งๆ ขายได้หลายรอบ อย่างนี้บุญที่เราปล่อยสัตว์ จะกลายเป็นบาปหรือเปล่าเจ้าค่ะ? เพราะเท่ากับไปช่วยส่งเสริมสนับสนุนอาชีพเขา ให้จับนกมากักขังเพื่อขาย คำตอบ: การให้ชีวิตสัตว์เป็นทาน เจตนาเป็นบุญก็ได้บุญ เราได้บุญกันตรงเจตนา ได้บาปได้ชั่วก็ตรงเจตนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า เจตนาหํ กมฺมํ วทามิ เราตถาคตกล่าวว่าเจตนานั่นแหละเป็นกรรม         ถ้าเราปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยวัว ปล่อยควาย ให้ชีวิตเป็นทานโดยเจตนาบริสุทธิ์ก็เป็นอันว่าใช้ได้ ส่วนที่จะได้บุญก็ได้บุญละนะแต่ส่วนที่ว่าสมควรหรือไม่สมควร ยังมีอีก         การกระทำบางอย่างเป็นบุญ แต่ไม่สมควรก็ต้องงด เช่น ไปขอซื้อวัว-ควายจากโรงฆ่าสัตว์มาปล่อยวัด ถ้าตัวเดียวก็พอให้อยู่วัดได้ แต่พอหลายตัวเข้าก็ชักเลอะเทอะกันใหญ่         คนที่คิดจะไปไถ่ชีวิตวัวควายมาให้พระเลี้ยง ในอีกแง่มุมหนึ่งก็ต้องสงสารวัด สงสารพระกันบ้างเถอะ ท่านบวชเข้ามาก็หวังจะเรียนธรรมวินัย หวังฝึกหัดขัดเกลาตัวเองให้กิเลสเบาบางลงไป จะได้ไปสอนชาวบ้านให้เป็นคนดี มีความสุขความเจริญในการทำมาหากิน         แต่นี่ชาวบ้านกลับจะมาให้ท่านเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย ต้องมาคอยล้างขี้วัวขี้ควาย มันสมควรอยู่หรือ?         คราวนี้เรื่องนกติดยาอะไรนี่ ก็อย่าไปกังวลให้มากเลย …

ปล่อยสัตว์ปล่อยปลาอย่างไรถึงจะถูกต้อง Read More »

ตอนใส่บาตรถ้าไม่ได้เอาน้ำใส่ไปด้วยคนตายจะได้กินน้ำไหมคะ

คำถาม: ตอนใส่บาตร ถ้าไม่ได้เอาน้ำใส่ไปด้วย คนตายจะได้กินน้ำไหมค่ะ? คำตอบ: คุณโยมต้องทำความเข้าใจเรื่องผลของทานเสียใหม่นะ เราตักบาตรถวายทานแด่พระภิกษุ โดยตั้งใจให้เป็นบุญเป็นกุศล ทานที่เราถวายจะก่อให้เกิดผลเป็นบุญทันที จากนั้นบุญจะเปลี่ยนสภาพไปเองโดยอัติโนมัติ ไม่ใช่ใส่อย่างไหน คนตายจะได้กินอย่างนั้น ไม่ใช่นะ         ถ้าเราใส่บาตรด้วยของดี ของประณีต บุญที่เกิดจากการถวายทาน ก็กลายเป็นของดี ของประณีต เหมาะสำหรับผู้ได้รับในภพภูมิที่เขาอยู่ เช่น ถ้าผู้รับเป็นเปรตที่กำลังหิวโหย อยู่ในภพภูมิที่รับบุญได้ พอเขารับรู้ถึงบุญที่เราอุทิศให้ และเขาอนุโมทนาบุญ ความหิวโหยก็จะหายไป         ถ้าผู้รับเป็นเทวดา เขาก็ได้รับความอิ่มทรัพย์ โดยไม่ต้องเคี้ยวข้าวหรอกนะ         หากคุณโยมคิดจะเอาถุงน้ำใส่ลงไปในบาตรพระละก็ ต้องนึกถึงเวลาที่พระท่านเดินกลับวัดด้วยว่า ถ้าถุงน้ำเกิดแตกในบาตร ข้าวปลาอาหารที่ท่านรับมาก็จะเสียหายหมด         ใครอยากได้บุญเรื่องถวายน้ำละก็ ขอแนะนำให้เอาน้ำไปถวายเติมให้เต็มแท็งค์น้ำของวัด หรือไปเจาะบ่อบาดาลถวายวัดที่กันดารน้ำจะดีกว่า ถ้าทำแบบนี้รับรองว่าเกิดไปกี่ภพกี่ชาติจะไม่มีวันอดน้ำแน่นอน โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ลูกอยากได้บุญในการปลูกต้นไม้ จะทำอย่างไรได้บ้างค่ะ

คำถาม: ลูกอยากจะได้บุญในการปลูกต้นไม้ด้วย จะทำอย่างไรได้บ้างค่ะ ? คำตอบ: สำหรับผู้ที่เคยมาวัดพระธรรมกายตั้งแต่ต้น ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า การประดับดอกไม้ทั้งภายในอาคารและรอบๆ อาคารสภาธรรมกายนี้ก็ดี ได้เปลี่ยนรูปแบบไปจากที่เคยทำกันมา คือแทนที่จะเป็นดอกไม้ล้วนๆ หรือใบไม้ที่ตัดเอามาประดับ เราเปลี่ยนวิธีเป็นว่าเราปลูกพวกไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ เอาไว้ในกระถาง        พอถึงเวลาใช้ได้ คือช่อดอก หรือพุ่มใบไม้งามดี ก็ยกทั้งกระถางเอามาประดับ พอเสร็จงานเราก็ยกกลับไปเก็บในเรือนเพาะชำ เพื่อว่าดอกไม้และใบไม้จะได้ไม่ช้ำ และพร้อมที่จะนำไปใช้งานได้อีก โดยไม่ต้องทำอะไรมาก อย่างนี้เราพบว่าประหยัดเงินค่าซื้อดอกไม้ได้มาก        ขอฝากพวกเราก็แล้วกันว่า ใครที่มีไม้กระถางไม้ประดับจะเอามาทำบุญก็ได้นะ ขอเป็นประเภทไม้พุ่มยืนต้นก็แล้วกัน อย่างที่เห็นตั้งอยู่ในศาลา หรือภายในอาคารนั่นแหละ อย่าให้เป็นไม้ประเภทที่เลี้ยงยากนัก เอาชนิดเลี้ยงง่าย ตายยาก ออกดอกมาก กินน้ำน้อย อะไรทำนองนี้แหละ ถ้าสวยๆ ด้วยแล้วละก็ยิ่งดี ถ้าใครมีต้นไม้กระถางเหลือเฟือ แล้วอยากได้บุญ ก็ยกมาทั้งกระถางเลย เอามาไว้ที่วัดพระธรรมกายเถอะ หลวงพ่อรับรองจะดูแลบำรุงรักษาให้อย่างดีทีเดียว ถึงเวลามีงานบุญใหญ่ ก็จะได้เอามาประดับตกแต่งสถานที่กัน สาธุชนเห็นต้นไม้ดอกไม้สวยๆ จะได้รู้สึกชื่นอกชื่นใจ สบายตา อารมณ์ดี ฟังเทศน์เพลิน สาธุชนเห็นต้นไม้ดอกไม้สวยๆ จะได้รู้สึกชื่นอกชื่นใจ สบายตา อารมณ์ดี ฟังเทศน์เพลิน …

ลูกอยากได้บุญในการปลูกต้นไม้ จะทำอย่างไรได้บ้างค่ะ Read More »

ใส่บาตรพระไม่กี่รูปทุกวัน กับ ตักบาตรพระจำนวนมากในวันสำคัญ ได้บุญต่างกันอย่างไร

คำถาม: มีคน ๒ กลุ่ม กลุ่มหนึ่งใส่บาตรพระด้วยอาหารที่ทำสำหรับกินเองทุกวัน แต่แบ่งใส่บาตรพระก่อนวันละ ๑-๒ องค์ แต่อีกกลุ่มใส่เฉพาะวันพระ หรือวันสำคัญ ด้วยอาหารที่ประณีตมากมากมาย ชนิดเลี้ยงพระทั้งวัด อยากทราบว่าอานิสงค์ที่ได้รับต่างกันอย่างไรค่ะ? คำตอบ: เรื่องนี้ต่างกันแน่นอน พวกที่ใส่บาตรทุกวัน ได้รับอานิสงค์คือมีสมบัติให้ใช้ไม่ขาดมือ จะรวยหรือเปล่าไม่ทราบ แต่สมบัติจะไม่ขาดมือ ต้องการเมื่อไรก็มีมาเมื่อนั้น แล้วเกิดไปกี่ภพกี่ชาติไม่ว่าจะหยิบจะทำอะไร ทรัพย์สมบัติจะเกิดขึ้นกับเขาอย่างง่ายดาย เป็นคนมีโชค อยากได้อะไรเป็นต้องได้ทุกครั้ง ทำประณีตเป็นพิเศษ และทำมากๆ        ส่วนอีกพวกหนึ่ง เนื่องจาก ๗ วันตักบาตรที ถ้าจะมีโชคก็เป็น ๗ วัน จึงจะมีจะได้กับเขาสักครั้ง แต่เนื่องจากทำประณีตเป็นพิเศษ และทำมากๆ ชนิดเลี้ยงพระทั้งวัด ถึงคราวบุญส่งผล เขาก็จะได้ของที่ประณีตเป็นพิเศษ ได้มากๆ แต่ว่านานๆ จึงจะได้สักครั้งหนึ่ง   ทำทุกวันแต่ไม่ประณีตก็ได้สมบัติธรรมดาและสมบัติจะไม่ขาดมือ       ส่วนพวกที่ทำทุกวัน แต่ไม่ประณีตก็ได้สมบัติธรรมดา ไม่ประณีตแต่ก็ได้ไม่ขาดมือ ถ้าทำทุกวันๆ แล้วประณีตด้วย อย่างนี้มีโชคทุกวัน แล้วก็ได้ของดีเยี่ยม เป็นของเลิศ ของที่ตกมาถึงมือเขารับรองได้ …

ใส่บาตรพระไม่กี่รูปทุกวัน กับ ตักบาตรพระจำนวนมากในวันสำคัญ ได้บุญต่างกันอย่างไร Read More »

คุณแม่ทำบุญด้วยเงินที่ลูกให้ท่านจะได้บุญหรือไม่

คำถาม:  คุณแม่ของหนูท่านแก่แล้ว ทำอะไรไม่ค่อยไหว ลูกๆ ให้เงินท่านใช้ ท่านก็แบ่งเอาไปทำบุญบ้าง แต่ดูท่านมีกังวล ไม่เบิกบานเหมือนคนอื่นที่เขาไปทำบุญกัน ถามได้ความว่าคุณแม่กลัวไม่ได้บุญ เพราะไม่ใช่เงินของท่าน กราบเรียนถามหลวงพ่อว่า ท่านจะได้บุญไหมค่ะ เพราะเงินนั้นเป็นเงินที่ลูกๆ ให้เป็นสิทธิ์ของท่านแล้วค่ะ คำตอบ: เมื่อเงินนั้นเป็นสิทธิ์ของท่านแล้ว ท่านจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของท่าน ถ้าท่านเอาไปทำบุญ ท่านก็ได้บุญ ถ้าท่านเอาไปทำบาป ท่านก็ได้บาป คุณแม่กลัวไม่ได้บุญ เพราะไม่ใช่เงินของท่าน        หลวงพ่อฝากช่วยเอาคำตอบของหลวงพ่อไปอธิบายให้ท่านเข้าใจด้วยนะ ท่านจะได้ดีใจว่าท่านได้บุญทุกครั้งที่เอาเงินของลูกที่มอบให้ไปทำบุญ และจริงๆ แล้วลูกๆ ก็ได้บุญด้วย ทั้งบุญที่ได้จากการตอบแทนคุณพ่อแม่ และบุญจากเงินที่ลูกหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงไปก่อให้เกิดประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา เท่ากับว่าคุณแม่ได้ช่วยโลกีย์ทรัพย์ธรรมดาๆ ของลูกให้เป็นอริทรัพย์       นี่เป็นลักษณะบุญต่อบุญ สามารถขยายผลมากอย่างนี้ ขอให้ดีใจกันทั้งคุณแม่และคุณลูกนะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

จริงหรือไม่ที่กล่าวกันว่า เมื่อทำบุญเสร็จแล้ว ถ้าไม่ได้กรวดน้ำให้กับผู้ตาย แม้ผู้ตายจะเป็นญาติสนิท เขาก็ไม่ได้รับบุญ

คำถาม: จริงหรือไม่ที่กล่าวกันว่า เมื่อทำบุญเสร็จแล้ว ถ้าไม่ได้กรวดน้ำให้กับผู้ตาย แม้ผู้ตายจะเป็นญาติสนิท เขาก็ไม่ได้รับบุญที่เราอยากให้เขาได้? คำตอบ: เรื่องนี้ก็มีส่วนจริงนะ การกรวดน้ำ คือการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่เราทำให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เราระบุถึง ถ้าเราไม่ให้ เขาก็ไม่ได้รับน่ะซิ         ในสมัยพุทธกาล มีอยู่คราวหนึ่ง พระเจ้าพิมพิสารท่านทำบุญแล้วไม่ได้อุทิศส่วนกุศลให้กับใคร ทีนี้พวกญาติในอดีตชาติของท่านซึ่งชอบยักยอกของที่เขาเตรียมไว้จะถวายพระ พวกนี้ตายแล้วไปเกิดเป็นเปรตนานจนนับเวลาไม่ถ้วน ตลอดเวลานั้นก็รออยู่ว่า เมื่อไหร่หนอพระเจ้าพิมพิสารจะกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้บ้าง แต่ทำบุญกี่ครั้งๆ พระองค์ก็ไม่กรวดน้ำให้สักที เขาไม่ได้บุญ ก็เลยไม่พ้นจากสภาพการเป็นเปรต         วันหนึ่งพระเจ้าพิมพิสารทำบุญถวายวัดเวฬุวันให้แก่สงฆ์แล้วก็ไม่ได้กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ใครอีกเช่นเคย เพราะไม่เคยทำสักที แต่เนื่องจากบุญครั้งนี้มากเป็นพิเศษ เป็นที่รู้กันทั่วไปหลายภพหลายภูมิ พวกเปรตที่เป็นญาติเก่าก็รู้ด้วย และรอรับส่วนบุญอยู่ พอไม่ได้อย่างที่หวังตั้งตารอ ก็นัดกันประท้วง         เจ้าเปรตพวกนี้พอนัดแนะกันอย่างดีแล้ว ตกกลางคืนก็ไปร้องกรี๊ดๆ ทำเสียงโหยหวนอยู่รอบพระราชวัง บ้างก็แสดงกายให้พระเจ้าพิมพิสารเห็นพอพระเจ้าพิมพิสารได้ยินเสียง ก็สงสัย เอ๊ะ! มันอะไรกัน พอเห็นตัวชัดก็ตกพระทัยว่า เจ้าเปรตพวกนี้จะมาทำลายแว่นแคว้นหรือจะมาเอาชีวิตพระองค์ หรือจะยังไงกันแน่ วันรุ่งขึ้น ก็เลยรีบเสด็จแต่เช้า ไปกราบทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น         พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า เปรตพวกนี้เคยเป็นญาติของพระเจ้าพิมพิสารในชาติก่อนๆ โน้นนานมาแล้ว เขาไม่ได้มาทำร้ายอะไรหรอก แต่มาขอส่วนบุญ …

จริงหรือไม่ที่กล่าวกันว่า เมื่อทำบุญเสร็จแล้ว ถ้าไม่ได้กรวดน้ำให้กับผู้ตาย แม้ผู้ตายจะเป็นญาติสนิท เขาก็ไม่ได้รับบุญ Read More »

การบริจาคโลหิตเป็นการทำบุญหรือไม่ ถ้าเป็นจะได้อานิสงส์อย่างไร?

คำถาม: การบริจาคโลหิตเป็นการทำบุญหรือไม่ ถ้าเป็นจะได้อานิสงส์อย่างไรครับ? คำตอบ: เป็นบุญแน่นอน การบริจาคโลหิตถือว่าเป็นการให้เลือดเนื้อเป็นทานทีเดียว ได้บุญมากระดับอุปบารมี คือเป็นบุญที่ส่งผลทันตาเห็น         ผลในชาตินี้ ทางการแพทย์ยืนยันว่าใครที่บริจาคโลหิตไปร่างกายก็จะผลิตเม็ดเลือดขึ้นมาใหม่ ที่บริสุทธิ์และมีคุณภาพสูงกว่า เพื่อทดแทนโลหิตที่บริจาคไป ส่วนอานิสงส์ที่จะได้ติดตัวข้ามภพข้ามชาติไป คือจะไปเกิดกีภพกี่ชาติก็ตาม จะมีร่างกายแข็งแรงและมีสติปัญญาฉลาดหลักแหลมเหนือมนุษย์ทั้งหลาย         ถ้าเราอ่านเรื่องโบราณๆ จะพบว่าบางคนมีแรงมาก ขนาดชักคะเย่อกับช้างได้ หรือแม้ที่สุดกับคนหนุ่มฉกรรจ์ประเภททหารเกณฑ์ขนาด 1 ต่อ 100 ก็ยังชักคะเย่อชนะ ให้ปล้ำต่อสู้กับเสือ ยังหักคอเสือได้ พวกที่แข็งแรงอย่างนี้เป็นเพราะกำลังบุญจากอดีตที่เคยบริจาคโลหิตเป็นทานนั่นเอง โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา