krirk

คนที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีกับพระราชาเขาเคยทำบุญกันมาอย่างไร

คำถาม: ทราบว่ามีคนไปถามหลวงพ่อวัดปากน้ำ ว่านายกรัฐมนตรีกับในหลวง ในอดีตชาติสร้างบุญมาต่างกันอย่างไร หลวงพ่อท่านตอบว่าอย่างไรค่ะ? คำตอบ: พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ (พระมงคลเทพมุนี) ท่านไม่ตอบเอง ท่านให้สามเณรนั่งสมาธิไปดูการสร้างบุญในอดีตชาติของท่านทั้งสอง แล้วก็ให้สามเณรเล่าให้ฟัง         สามเณรตอบชัด ไม่ลังเลเลยว่า ผู้มีบุญได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ในอดีตหลายภพหลายชาติเคยเป็นผู้ตักบาตรเป็นประจำสม่ำเสมอ ท่านตักบาตรไม่มาก แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ยอมขาด แล้วยังชวนคนอื่นด้วย         ส่วนคนที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ภพในอดีตทำบุญบ้าง ไม่ทำบ้าง เวลาทำก็ทำคราวละมากๆ แต่ถ้านึกขี้เกียจขึ้นมาก็ไม่ทำเลย พอถึงคราวบุญส่งผล บุญที่สร้างไว้คราวละมากมาย ก็ทำให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ระยะหนึ่ง พอหมดบุญก็หมดวาระหรือตกกระป๋องไป         สำหรับพระเจ้าแผ่นดิน หรือในหลวงของเราทุกพระองค์ แม้ท่านมีอำนาจในการบริหารประเทศน้อยกว่านายกรัฐมนตรี แต่ท่านทรงได้เป็นในหลวงตลอดชีวิต         ยังมีคนถามต่อว่า ถ้าตักบาตรอย่างสม่ำเสมอและเป็นตัวตั้งตัวตีชวนเพื่อนด้วย แต่น้อยกว่าที่ในหลวงทำในอดีตชาติ จะได้บุญอย่างไร ท่านตอบว่า จะได้เป็นหัวหน้าเผ่าเล็กๆ แต่ได้เป็นหัวหน้าและอยู่ในตำแหน่งนั้นตลอดชีวิต         อย่างไรก็ดี นี้ถือว่าเป็นการตัดตอนตอบให้ตรงคำถามเท่านั้น การส่งผลของบุญมีความซับซ้อนมากกว่านี้ เพราะแต่ละคนเกิดมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน ทำบุญอย่างนี้ชาตินี้จะหวังผลอย่างนั้นในชาติถัดไปคงยาก ส่วนผสมของบุญบาปจะถูกส่วนเป๊ะๆ ส่งผลเป็นอย่างนั้นอย่างนี้มันยากจะคาดเดาได้ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ …

คนที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีกับพระราชาเขาเคยทำบุญกันมาอย่างไร Read More »

นิ้วมือของกายมหาบุรุษ

คำถาม:  ตามที่หลวงพ่อเคยเทศน์ครั้งก่อนว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศ จึงทำให้นิ้วมือแต่ละนิ้วของท่านยาวเท่ากัน แต่ถูกสงสัยว่านิ้วหัวแม่มือทั้ง ๒ ของท่านสั้นกว่านิ้วอื่นไม่ใช่หรือเจ้าคะ และลูกไม่เห็นอุณาโลมที่พระธรรมกายเลยค่ะ เป็นเพราะว่าปั้นไม่ได้หรือเพราะอะไรเจ้าคะ? คำตอบ: ไปดูใกล้ๆ ให้ดีนะ คืออุณาโลมนี้ไม่ใช่ใหญ่โตมากมายอะไร เป็นเส้นขนเล็กๆ กลุ่มหนึ่งขดอยู่เหนือหว่างคิ้วกลางหน้าผาก ขอให้เข้าไปดูใกล้ๆ แล้วจะเห็น อย่างไรก็ตามเส้นขนนั้นปั้นยากที่สุด         สำหรับเรื่องนิ้วมือ นิ้วทั้ง ๕ ของพระพุทธองค์ยาวเสมอกันจริงๆ นิ้วหัวแม่มือก็ยาวเท่ากับอีก ๔ นิ้ว แต่ฐานที่ตั้งของนิ้วหัวแม่มือต่ำกว่า จึงดูเหมือนว่าสั้นกว่านิ้วอื่นๆ ไปเล็กน้อย จริงๆ แล้วเท่ากัน แต่นิ้วหัวแม่มือของพวกเราสั้นกว่านิ้วอื่นเป็นอันมาก เพราะเรายังไม่ได้ลักษณะมหาบุรุษ เหมือนอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ทำไมพระโมคคัลลานะ เป็นพระอรหันต์ แต่ยังต้องชดใช้วิบากกรรมทำร้ายทุบตีพ่อแม่

คำถาม:  หลวงพ่อเคยสอนว่าทำบุญมากเข้า กรรมชั่วจะค่อยๆ จางไป แล้วเปรียบเทียบเรื่องน้ำกับเกลือ หนูฟังแล้วเข้าใจว่าทำกรรมดีมากเข้า กรรมชั่วจะตามไม่ทัน เพราะกรรมดีมีมากกว่า แล้วได้ฟังเรื่องของพระโมคคัลลานะ ที่ถูกโจรฆ่าตาย เพราะกรรมตามมาสนอง สงสัยว่าทำไมคนที่มีบุญสูงมากเช่นนี้ จึงยังต้องชดใช้กรรมที่เคยทำมาคะ ? คำตอบ: ธรรมดากรรมชั่วที่เราทำไว้ ถึงเวลากรรมนั้นก็ตามให้ผลเป็นความเดือดร้อน ทำนองเดียวกัน กรรมดีที่เราทำไว้ ถึงเวลากรรมดีก็ตามให้ผลเป็นความร่มเย็นเป็นสุข และการให้ผลก็อยู่ในลักษณะดอกเบี้ยทบต้นด้วย เหมือนอย่างเราเอาข้าวเปลือกเมล็ดหนึ่งมาปลูก ปลายปีก็ได้ข้าวกอเบ้อเร่อ ได้รวงข้าว ไม่รู้กี่รวงต่อกี่รวง ถ้าเอาหญ้าคาสักเมล็ดมาปลูก ปลายปีหญ้าก็งามได้เมล็ดเป็นกอบเลย ดอกเบี้ยมันทบต้นอย่างนี้         การกระทำใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าฝ่ายบุญฝ่ายบาป เมื่อทำแล้วไม่ไร้ผล และยังตามให้ผลไปอีกนานทีเดียว ในลักษณะต่างฝ่ายต่างให้ เพราะฉะนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้ตรัสไว้ว่า “ขึ้นชื่อว่าความชั่วไม่ทำเสียเลยดีกว่า” ทำแต่ที่ดีๆ เข้าไว้ แล้วจะรอดตัว         พระโมคคัลลานะท่านเคยทำร้ายทุบตีพ่อแม่ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีพระคุณมาก เมื่อภพชาติในอดีต จึงเป็นกรรมหนัก เพราะฉะนั้นภพชาติสุดท้าย ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นพระอรหันต์แล้ว บาปกรรมนั้นก็ยังตามท่านอยู่ แต่ว่าเมื่อท่านเข้าพระนิพพานแล้วไม่ต้องเกิดอีก บาปเวรจะชดใช้หมดหรือไม่หมด ถึงเวลานั้นก็ต้องยกเลิก เหมือนข้าศึกไม่มีสนามรบ บาปที่ทำร้ายพ่อแม่มีฤทธิ์มากนัก อุปมาเป็นเกลือเม็ดเดียวไม่ได้ บุญขนาดพระอรหันต์ยังเจือจางฤทธิ์บาปที่ทำร้ายพ่อแม่ไม่ได้ทั้งๆ …

ทำไมพระโมคคัลลานะ เป็นพระอรหันต์ แต่ยังต้องชดใช้วิบากกรรมทำร้ายทุบตีพ่อแม่ Read More »

คนที่ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญว่ามีจริงจะตอบเขาว่าอย่างไรดี

คำถาม:  คนที่ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญว่ามีจริง ซ้ำยังกล่าวว่าคนที่เชื่อนั้นงมงาย เขายกเหตุผลมาชี้ว่า คนที่ฆ่าคนตายถ้าบาปมีจริง ทำไมจึงไม่ได้รับการฆ่าอย่างเดียวกันและฉับพลันล่ะ เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่เกรงกลัวบาปกรรมและยังถามว่าบาปกรรมหน้าตาเป็นอย่างไร จะตอบเขาว่าอย่างไรดีคะ? คำตอบ: ไปบอกคนที่ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคนนั้นว่า ถ้าอยากจะเห็นตัวบาปชัดๆ ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ก็มีวิธีดูง่ายๆ คือให้ไปดูที่หน้ากระจกเงา หน้าที่เห็นในกระจกนั่นแหละตัวบาปละ         ส่วนตัวคุณโยมเองก็ควรรู้ความจริงว่า ไม่ว่าบาปไม่ว่าบุญเวลาออกผลต้องใช้เวลาพอสมควร เหมือนปลูกกล้วยวันนี้ ถามว่าพรุ่งนี้จะได้กินกล้วยไหม ?         ตอบว่าไม่ได้ ต้องรออีกเป็นเดือนๆ บางทีเกือบปี จึงจะได้กินกล้วย เช่นกันทำความดีวันนี้จะให้สังคมยอมรับ หรือทำให้ลาภผลอะไรเกิดขึ้นต้องรออีกเป็นปี ต้องรอด้วยกันทุกคน แต่ที่จะได้ทันที คือผลที่เกิดขึ้นภายในใจของผู้กระทำความดีได้ในลักษณะเป็นความชื่นใจ สบายใจ ทำปุ๊บได้ปั๊บเลยทีเดียว         บาปก็เช่นเดียวกัน ทำบาปปุ๊บก็ได้ผลปั๊บเหมือนกัน คือใจขุ่นมัวแล้วกว่าผลบาปเต็มๆ จะตามมาทัน ก็ต้องรอเวลาอีกช่วงหนึ่งเหมือนกัน ธรรมดามันเป็นเช่นนี้ ฉะนั้นคนที่มักง่าย ไม่ตรองอะไรจริงๆ จังๆ ไม่ละเอียดสุขุมรอบคอบก็เลยมักจะทึกทักเอาว่า บุญไม่มี บาปไม่มี         คนส่วนมากในโลกนี้เมื่อเวลาคนอื่นทำชั่ว ก็อยากทำให้เขาได้รับผลชั่วทันที ซึ่งก็ดีเหมือนกัน สมมุตินะ ถ้าพอใครโกหกปุ๊บให้ฟันหักหมดปากปั๊บเลย สงสัยที่นั่งกันอยู่ตรงนี้คงไม่มีใครเปลือฟันสักซี่ แต่ส่วนมากไม่เป็นอย่างนั้น เวลาตัวเองโกหกปุ๊บ …

คนที่ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญว่ามีจริงจะตอบเขาว่าอย่างไรดี Read More »

มีคำกล่าวว่า “บาปอยู่กับคนทำ กรรมอยู่กับคนกิน” จริงหรือไม่

คำถาม:  มีคำกล่าวว่า “บาปอยู่กับคนทำ กรรมอยู่กับคนกิน” ถ้าคนไม่กินเนื้อสัตว์ เขาก็ไม่ต้องฆ่าสัตว์ ขอทราบว่าจริงๆ ตัวบาปตัวกรรมจะอยู่กับใครครับ ? คำตอบ: ถามอย่างนี้ลองฟังนิทาน สักเรื่องหนึ่งก่อนดีไหม         มีแร้งตัวหนึ่งบินมาเห็นซากสุนัขตายอยู่ก็ลงไปกิน กินอิ่มแล้วก็บินไป ถามว่าแร้งบาปไหม ไม่บาป ทำไมไม่บาป ไม่บาปเพราะไม่ได้ฆ่า สุนัขมันตายเอง อีกาตัวหนึ่งบินมา หิวแทบตาย อยากกินเนื้อสุนัขที่มันพบ ๒ ตัวข้างทาง เลยยั่วยุให้สุนัข ๒ ตัวนั้นกัดกัน คิดว่าจะรอให้มันกัดกันจนตาย เมื่อตายแล้ว มันถึงจะกิน ถามว่าอีกาบาปไหม บาป ทำไมบาป บาปเพราะยุให้สุนัขกัดกัน ถือว่ามีส่วนในการฆ่า         เอาละ..สมมุติว่าเราเป็นพ่อครัว พรุ่งนี้ที่บ้านเราจะมีงานต้องการเนื้อวัวสัก ๕๐ กิโลมาแกงเลี้ยงกัน ตกเย็นเราก็เอาค่ามัดจำไปให้ร้านขายเนื้อแล้วสั่งว่า “ไอ้ตี๋ พรุ่งนี้เอาเนื้อวัว ๕๐ กิโลนะ”         เช้าขึ้นมาไอ้ตี๋ก็เอาเนื้อวัวมาให้ ๕๐ กิโล นี่เราเป็นประเภทอีแร้งหรืออีกา ใช่..อีกา นั่นละสั่งฆ่าชัดเลย แต่ถ้าพรุ่งนี้จะมีงาน พอรุ่งขึ้นเราก็ไปตลาดแต่เช้าเลย …

มีคำกล่าวว่า “บาปอยู่กับคนทำ กรรมอยู่กับคนกิน” จริงหรือไม่ Read More »

เป็นหมันเพราะกรรมอะไร

คำถาม:  แต่งงานมาหลายปีแล้ว อยากมีลูกสักคนแต่ก็ไม่มี หมอบอกว่า ดิฉันเป็นหมัน นี่เวรกรรมอะไรคะ? คำตอบ: มีโยมบางคนมาปรารภว่า ตัวเองเป็นหมัน ไม่มีลูก อยากจะมีแต่ว่าไม่มีลูกสักที ให้ทางด้านการแพทย์ช่วยยังไงๆ ก็ไม่มีลูก เขาก็มาถามว่าเป็นเพราะเวรกรรมอะไร เหมมือนที่คุณโยมมาถามนี่แหละ เรื่องนี้ในทางธรรมเราก็ตรวจเช็คตามวิธีของเรากันมากเลย         เรื่องนี้ก็พบว่าในบางคนเป็นหมัน เพราะว่าภพในอดีตได้อธิษฐานขอไม่มีลูกเอาไว้ คือแกมีลูกเกเร อบรมยังไงๆ ก็ไม่ดีขึ้น แกเลยอธิษฐานทุกครั้งที่ทำบุญว่า เกิดกี่ชาติๆ อย่าต้องมีลูกเลย ไม่เอาแล้ว เข็ดแล้ว พอมาชาตินี้ก็เลยเป็นหมัน นี่มา ด้วยแรงอธิษฐาน ก็เป็นพวกหนึ่ง         อีกพวกหนึ่งมา ด้วยแรงบาป เช่น ตัวเองในอดีตชาติเป็นนักตอนสัตว์ ตอนหมู ตอนวัว ตอนควาย ตอนเป็น ตอนไก่มามาก เจตนามันคุ้นเคยจะให้เป็นหมัน ไม่ให้สัตว์มีลูก พอเกิดมาในชาตินี้ตัวเองก็เลยเป็นหมัน         อาการเป็นหมันของคนสองคนที่เป็นหมันเพราะอธิษฐานมา กับที่เป็นหมันเพราะไปตอนสัตว์มานี้ต่างกันอย่างไร ?         คนเป็นหมันเพราะอธิษฐาน เป็นหมันชนิดที่เขาไม่ได้เกิดความกระทบกระเทือนอะไร พอเกิดมาก็เป็นหมันเลย ส่วนที่ เป็นหมันเพราะไปตอนสัตว์มานั้น ชาตินี้เป็นหมันเพราะเกิดอุบัติเหตุโน่นๆ …

เป็นหมันเพราะกรรมอะไร Read More »

พระภิกษุที่มีบุคลิกดี เทศน่าฟัง ท่านทำบุญอะไรมา

คำถาม: พระภิกษุที่มีบุคลิกดี มีเสียงดี เทศน์น่าฟัง ท่านทำบุญมาอย่างไรคะ? คำตอบ: ก็ขอบอกก่อนว่า บุคลิกดี เสียงดีนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ กับคนใดคนหนึ่ง ผู้ที่จะได้สิ่งนี้มา จะต้องฝึกตัวติดต่อกันมาหลายชาติทีเดียว         คนที่บุคลิกดีอย่างน้อยที่สุดต้องรักษาศีลมาดี ไม่เคยไปทุบตี ทำร้ายใคร รู้จักขวนขวายช่วยเหงืองานบุญงานกุศล มีความเคารพนบนอบผู้ใหญ่และผู้ปฏิบัติธรรม ผลของความดีนี้เลยส่งผลให้ข้ามภพข้ามชาติมาทำให้ได้บุคลิกดี         คนที่เสียงดี ถามว่าสร้างบุญอะไรมาหรือ? พวกนี้โดยทั่วๆ ไปก็คือ ข้ามภพข้ามชาติมาไม่นินทาคนอื่น ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดเพ้อเจ้อ ได้สวดมนต์บูชาสรรเสริญพระรัตนตรัยเป็นประจำ ได้ยกย่องสรรเสริญบูชาบุคคลที่ทำความดี คนที่ควรบูชาในทุกโอกาส         คนที่ได้ลักษณะดีๆ มานั้นเป็นผลจากการทำความดีข้ามภพข้ามชาติของเขาเอง แต่ก็มีสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ หลายคนพอได้ลักษณะที่ดีนี้มาแล้วมักจะลืมตัวใช้ความดีเหล่านี้ไปโอ้อวดข่มคนอื่น ผลที่สุดกลายเป็นว่า บุญที่อุตส่าห์สร้างมาข้ามภพข้ามชาติกลับนำไปใช้เป็นฐานสำหรับสร้างบาป         น่าเสียดายจริงๆ เหมือนอย่างคนในยุคนี้หลายๆ คน ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อาจจะเป็นทางด้านการแสดง การร้องรำอะไรก็ตามที การที่เขามีชื่อเสียงดี รูปร่างดี แสดงได้ดีอย่างนั้น ก็แสดงว่าเขาได้ก่อเหตุดี สร้างกรรมดีในอดีตมามากพอสมควรทีเดียว         แต่มาชาตินี้ น่าเสียดายที่บางคนกลับเอาเสียงดีๆ ของตัวเองไปใช้ในทางที่ผิด …

พระภิกษุที่มีบุคลิกดี เทศน่าฟัง ท่านทำบุญอะไรมา Read More »

ผลแห่งกรรมมีจริงหรือไม่

คำถาม:  ผลของกรรมมีจริงหรือไม่คะ? คำตอบ: กรรม แปลว่า การกระทำ ขึ้นชื่อว่าการกระทำแล้วย่อมมีผลเสมอ เหมือนกับเราอิ่มเพราะอะไร เพราะกิน ถ้าไม่กินก็หิว ถ้าไม่นอนก็ง่วง ถ้านอนก็หายง่วง นี่คือกรรม ซึ่งในที่นี้กรรมแปลว่าการกระทำ ยังไม่ได้แยกออกว่าทำดีหรือทำชั่ว แต่ถ้าขึ้นชื่อว่าทำแล้วเป็นต้องมีผลเสมอ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว         ทางวิชาฟิสิกส์บอกชัดเลยว่า แรงที่ส่งออกไปมีผลเท่ากับแรงที่สะท้อนกลับ เซอร์ไอแซก นิวตัน ได้ค้นพบทฤษฎีแรงว่า Action เท่ากับ Reaction เมื่อ ๓๐๐ ปีมานี่เอง นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบและทั่วโลกเพิ่งยอมรับ แต่พระพุมธองค์ได้ค้นพบ และสั่งสอนชาวโลกมาตั้ง ๒,๐๐๐ กว่าปีมาแล้วนะ ท่านสอนว่า ทำดี ได้ดี และ ทำชั่ว ได้ชั่ว นั่นเอง โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ผู้ที่อิจฉาริษยาผู้อื่นจะได้รับผลกรรมอย่างไร

คำถาม:  ผู้มีนิสัยอิจฉาริษยาผู้อื่น จะได้รับผลกรรมอย่างไร? คำตอบ: จำไว้เลยใครที่มีนิสัยชอบอิจฉาชาวบ้าน คนขี้อิจฉาคือคนที่ไม่อยากให้คนอื่นได้ดี ความไม่อยากให้คนอื่นได้ดีก็คือไม่อยากให้คนอื่นทำความดีนั่นเอง เพราะกลัวว่าเขาจะได้ดี เพราะฉะนั้นมโนภาพที่อยู่ลึกๆ ในใจของเขาตลอดเวลา หรือความนึกคิดของเขาจึงเป็นในลักษณะที่นึกสร้างภาพความต่ำต้อยความพินาศไว้ในใจตลอดเวลา บุคคลใดมีใจอิจฉาริษยา มุ่งร้าย จะทำให้เป็นคนไร้อำนาจ บุคคลใดมีใจอิจฉาริษยา มุ่งร้าย จะทำให้เป็นคนไร้อำนาจ         กรรมนี้จะติดตัวไปว่า เกิดอีกกี่ชาติก็ตาม ภาพความต่ำต้อยในใจที่สะสมไว้มาก จะทำให้เป็นเป็นคนหย่อนอานุภาพ แม้จะเกิดเป็นกษัตริย์ก็เป็นได้แค่กษัตริย์ประเทศราช หรือประเทศที่เป็นเมืองขึ้นเขา เป็นได้แค่นั้น         ถ้าจะเป็นภรรยาใครเขา ก็คงได้เป็นแค่ภรรยาน้อย ภรรยาลับเท่านั้น เป็นสามีเขาก็ได้ทำนองเดียวกันทั้งนั้นแหละ อานุภาพมันหย่อนไปทุกสถานะ กรรมที่ทำให้มีนิสัยเป็นคนขี้อิจฉาเพราะภพในอดีตชอบคบคนพาล กรรมที่ทำให้มีนิสัยเป็นคนขี้อิจฉาเพราะภพในอดีตชอบคบคนพาล         กรรมเก่าอะไรที่ทำให้ชาติก่อนนั้นเขามีนิสัยขี้อิจฉา ตอบว่า เพราะภพในอดีตไปคบคนพาลเข้า ทำให้มีวินิจฉัยผิดมีความเห็นผิดตามคนพาล คือวินิจฉัยผิด คิดว่าการทำลายล้างผลาญ หรือนึกให้คนอื่นเขาวินาศสันตะโรไปได้ นั่นคือความสุขของตน ความเห็นเช่นนี้ เมื่อเกาะกินใจนานเข้าๆ ก็กลายเป็นนิสัยที่ไม่ดีขึ้นมา โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ผิดคำสาบาน บาปหรือไม่

คำถาม: ดิฉันมีสามีแต่งงานกัน ก่อนแต่งงานเคยไปสาบานที่วัดพระแก้วว่าเราจะรักกันและซื่อสัตย์ต่อกันจนกว่าจะตายจากกัน แต่เวลานี้มีสามีผิดคำสาบาน ไปมีเมียใหม่ อยากทราบว่าเขาจะบาปไหมคะ? คำตอบ: บาปแน่ๆ แล้วพวกที่ผิดคำสาบาน ฝากเอาไว้ด้วยนะ ยิ่งสาบาน ไว้หนักหนาสาหัสว่าถ้าฉันผิดคำสาบานขอให้ตกน้ำตาย ให้ฟ้าผ่าตาย พวกนี้มักจะตายโหง คือตายด้วยอุบัติเหตุ ตายอย่างนั้นจริงๆ ด้วย นี่ไม่ใช่ว่าแช่งสามีคุณนะ นี่พูดเรื่องจริง         คนที่ตายโหงนี้ หลวงพ่อวัดปากน้ำก็ดี คุณยายอาจารย์ก็ดี หลวงพ่อธัมมชโย นักปฏิบัติธรรมทั้งหลายก็ดีช่วยกันค้น พอค้นกันหนักเข้าก็พบว่า คนตายโหงนี่ไม่ว่าจะเป็นตกน้ำตาย ฟ้าผ่าตาย รถชนตาย หรือแม้ที่สุดตกเขาตาย โดยไฟฟ้าช็อตตาย อะไรต่ออะไรเหล่านี้เพราะเขามีเวร ๒ อย่างมาบรรจบกันพอดี         เวรงบที่หนึ่งคือ เวรปาณาติบาต ที่ทำมาข้ามภพข้ามชาติ เวรปาณาติบาต นี้มันคอยไล่ตามคนก่อเวร เหมือนอย่างสุนัขล่าเนื้อ แค่สุนัขล่าเนื้อไล่ตามเรา บางครั้งเราหนีทัน บางครั้งเราก็หนีไม่ทัน แต่ถ้ามีใครมาขวางเราไม่ให้เราไปต่อหรือสะดุดตอล้มลง รับรองว่าสุนัขล่าเนื้อมันตามทันแน่         ต่อมาพอเขาผิดศีลข้อมุสา เสียสัจจะเป็นเวรงบที่สอง เข้าอีก คราวนี้ผลออกทันทีเลย มันเหมือนมีคนมาจับเขามัดให้สุนัขล่าเนื้อเล่นงาน พอเวรปาณาติบาตบรรจบกับเวรเสียสัจจะ พวกนี้ตายโหงหมด ตกน้ำตาย ฟ้าผ่าตาย …

ผิดคำสาบาน บาปหรือไม่ Read More »

คนที่ไม่ยอมทำความดี อยู่ไปวันๆ ตายแล้วจะไปไหน

คำถาม:  คนที่ไม่ค่อยจะยอมทำความดี มีชีวิตอยู่ไปวันๆ ตายแล้วจะไปไหนครับ? คำตอบ: ใครก็ตาม ถ้าตายแล้วเขาก็จะไปที่ชอบๆ ของเขาทั้งนั้น แล้วที่ชอบน่ะนรกหรือสวรรค์? อ้าวก็เขาชอบอะไรล่ะ ชอบนรก ก็ไปนรก ชอบสวรรค์ ก็ไปสวรรค์         ถ้าเมี่อมีวิตอยู่กินเหล้าทุกวัน เป็นคนชอบกินเหล้า ถึงคราวตายก็ไปที่ชอบๆ ที่ชอบของคนกินเหล้าน่ะที่ไหน เขาก็ไปอยู่กันที่ไหนก็ไปที่นั่นแหละ ดูง่ายๆ อย่างนี้         ส่วนคนที่ไม่ค่อยจะยอมทำความดี ถึงไม่ทำร้ายให้ใครเดือดร้อน เอาแต่นอนทั้งวันก็นับว่าเป็นคนเกียจคร้าน ความเกียจคร้านเป็นอบายมุขอย่างหนึ่ง นำไปสู่ความเดือดร้อนฉิบหาย แหล่งที่ไปอยู่แล้วเดือดร้อนคือที่ไหน พวกติดอบายมุข พอตายแล้วเขาก็ไปอยู่ที่นั่นแหล่ะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ผู้ที่อิจฉาริษยาผู้อื่นมักจะได้เกิดในตระกูลต่ำจริงหรือ

คำถาม:  ถ้าเราเป็นคนขี้อิจฉาริษยามาตลอด แก้ไขไม่ได้เลย ว่ากันว่าเรา จะต้องไปเกิดในตระกูลต่ำ เรื่องนี้จริงหรือไม่เจ้าคะ? คำตอบ: คนที่เกิดในตระกูลต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีอำนาจน้อยต้องตกอยู่ในอุ้งมือของศัตรู ถามว่าคนพวกนี้ก่อเวรก่อบาปอะไรมา         ตอบว่าก่อเวร อิจฉาริษยาคนอื่น คนที่มีนิสัยชอบอิจฉาชาวบ้าน แสดงว่าบุญน้อยแล้วยังไม่สำนึก ถ้าบุญน้อยแล้วสำนึกได้จะไม่อิจฉาใคร มีแต่จะตั้งใจสร้างบุญสร้างความดีต่อไปเรื่อยๆ  ในไม่ช้า บุญที่เกิดจากความดีนั้น จะส่งผลให้เจริญรุ่งเรืองได้ แต่ว่าถ้าตัวเองบุญน้อย ไม่มีอำนาจวาสนาแล้วยังไม่พอ ยังไปอิจฉาคนอื่นเขาเข้าอีก โดยที่ตัวเองก็ไม่พยายามสร้างบุญให้เพิ่มขึ้น ถ้าอย่างนี้เกิดกี่ชาติๆ ก็ไม่มีทางเจริญรุ่งเรืองได้ และที่อิจฉาเขา คิดจะทำให้เขาตกต่ำลงมาเป็นรองเรา นั่นก็ทำไม่สำเร็จหรอก มีแต่ตัวเราเองนั่นแหละจะยิ่งร้อนอกร้อนใจ         ความอิจฉาริษยานี่ไม่ดีเลย ตัดทอนกำลังที่จะนำไปสร้างบุญต่อได้มาก แม้บุญเก่าจะมากพอส่งผลให้เป็นเศรษฐี ก็ยังต้องไปเป็นเศรษฐีที่อยู่ใต้อำนาจนักการเมือง พูดง่ายๆ เป็นขี้ข้าเขาข้ามภพข้ามชาติเลย         ความอิจฉามันออกผลมาอย่างนี้ มองภาพให้ชัดแล้วก็ตัดใจเสียอย่าไปอิจฉาริษยาใครเขานะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

มีคำกล่าวว่า เอาปลายเข็มชี้ลงไปในแผ่นดิน สถานที่ๆ พระโพธิสัตว์ไม่เคยมาเกิด ไม่มี จริงหรือไม่

คำถาม:  มีคำกล่าวว่า เอาปลายเข็มชี้ลงไปในแผ่นดิน สถานที่ๆ พระโพธิสัตว์ไม่เคยมาเกิด ไม่มี จริงไหมครับ? คำตอบ: เรื่องนี้จริง ไม่ต้องถึงพระโพธิสัตว์หรอก แม้พวกเรานี่แหละ เดินไปเถอะบนพื้นโลกนี้ ที่ไหนที่เราไม่เคยไปเกิดมาก่อนน่ะ ไม่มี แล้วที่ไหนที่เราเคยเกิดมาซ้ำๆ ที่ตรงนั้นหลายหนแล้วละก็ พอไปถึงที่ตรงนั้นอีกจะมีความรู้สึกว่า เอ๊ะเราเคยมาตั้งหลายหนแล้วนะที่ตรงนี้ ทั้งๆ ที่จริงแล้วเราเพิ่งเคยไปหนนี้หนเดียวเท่านั้นแหละ         ถามว่าทำไมเป็นอย่างนั้น ตอบว่าก็เราเคยเกิดในที่นี้หลายชาติเต็มทีน่ะซี ฉะนั้นพอไปถึงปั๊บ ก็เลยรู้สึกคุ้นๆ นะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

แผ่นดินไหวเกิดจากสาเหตุอะไร

คำถาม:  แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นน่ากลัวจังเลยครับ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร แล้วเมืองไทยเรา จะเกิดเหตุอย่างนี้ไหมครับ? คำตอบ: การที่เกิดแผ่นดินไหว เกิดเหตุวิปริตอะไรขึ้นในบ้านเมือง จะเป็นบ้านเมืองไทยหรือบ้านเมืองไหนก็ตาม ขอให้รับรู้ความจริงไว้ อย่างหนึ่งว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ เพราะเมื่อเจาะลึกลงไปแล้วเราพบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากมนุษย์ที่ช่วยกันทำขึ้นมาทั้งสิ้น หรือบางกรณีไม่ได้ช่วยกันทำหรอก ต่างคนต่างทำ แต่ว่าเกิดเป็นผลรวมกัน         ความจริงที่คนทั่วไปมักมองไม่ออก คือมนุษย์นี่แหละเป็นผู้ควบคุมบรรยากาศ ไม่ใช่บรรยากาศควบคุมมนุษย์ หลักความจริงเรื่องนี้สำคัญมาก ถ้าเข้าใจหลักนี้แล้ว เราจะสามารถมองเห็นความเป็นไปในโลกได้อย่างทะลุปรุโปร่งทีเดียว ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ก็รู้เหตุรู้ผลทั้งหมด         มนุษย์ควบคุมบรรยากาศได้อย่างไร ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมุติเราสร้างบ้าน ๒ หลังขึ้นพร้อมๆ กัน ให้แบบแปลนเหมือนกันทุกอย่างแล้วก็ตั้งอยู่ใกล้ๆ กันด้วย แต่บ้านหลังหนึ่ง เมื่อสร้างเสร็จแล้วเราใช้สำหรับสวดมนต์ไหว้พระ ส่วนอีกหลังหนึ่งเมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ใช้เป็นที่ชุมนุมพรรคพวกให้มากินเหล้ามาเล่นไพ่กัน         บ้าน ๒ หลังนี้ทั้งๆ ที่สร้างเสร็จพร้อมๆ กัน ใช้งานพร้อมๆ กันนั่นแหละ แต่แปลกเวลาเราเข้าไปในแต่ละบ้าน เราได้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน คือเข้าไปในบ้านที่มีการสวดมนต์ไหว้พระเป็นประจำ เรารู้สึกเย็นชุ่มฉ่ำขึ้นมาในใจอัตโนมัติ ยิ่งเข้าไปสวดมนต์ไหว้พระด้วยแล้ว ยิ่งชุ่มฉ่ำหัวใจยิ่งขึ้นไปอีก         ตรงกันข้าม เมื่อเราเข้าไปในบ้านหลังที่เขาใช้เป็นที่กินเหล้าเล่นไพ่กันเป็นประจำ …

แผ่นดินไหวเกิดจากสาเหตุอะไร Read More »

ในพระพุทธศาสนามีพูดเรื่องพันธุกรรมไว้หรือไม่

คำถาม:  โบราณว่าเวลาเลือกคู่ครองให้ลูก มักจะสืบว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใครสืบไปถึงปู่ ย่า ตา ยาย เหมือนจะคัดพันธุ์กันทีเดียวความรู้ในพระพุทธศาสนา อธิบายเรื่องพันธุกรรมไว้หรือเปล่าครับ? คำตอบ: ในพระพุทธศาสนาอธิบายการเกิดของมนุษย์ไว้ว่า ขณะที่กายละเอียดยังแสวงหาที่เกิดอยู่นั้น สติสัมปชัญญะของกายละเอียดก็มีอยู่พอสมควร รู้ว่าพ่อแม่คนไหนที่มีบุญบาปใกล้เคียงกับตน ก็จะเลือกมาเกิดกับพ่อแม่คนนั้น เป็นอันว่าความรู้ในพระพุทธศาสนานั้นได้ครอบคลุมมาถึงเรื่องพันธุกรรมด้วย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า “กรรมเป็นเครื่องจำแนกสัตว์โลก จำแนกเผ่าพันธุ์”         คำว่า “พันธุกรรม” นั้น ที่จริงแล้วมีความหมายลึกซึ้งกว่าที่เราเข้าใจกันนัก พันธุกรรมก็คือกรรมที่เราทำเอาไว้ มาทำหน้าที่เป็นเครื่องจำแนกวงศาคณาญาติให้เรา ในส่วนละเอียดจำแนกโดยการเกิดมาเป็นลูกเต้าเผ่าพันธุ์กัน ในส่วนหยาบจำแนกโดยการคบหาสมาคมกัน          ยกตัวอย่างง่ายๆ ในส่วนหยาบหรือในทางโลก พวกชอบกินเหล้า จะไม่ไปกับพวกกินเบียร์ พวกกินเบียร์จะคบหากับพวกชอบกินเบียร์ด้วยกัน จะไม่ไปกับพวกเล่นไพ่ พวกเล่นไพ่ยังแยกย่อยไปอีก พวกเล่นไพ่รัมมี่แยกไปพวกหนึ่ง พวกเล่นไพ่นกกระจอกก็แยกไปอีกพวกหนึ่ง พวกชอบเที่ยวบาร์ไปพวกหนึ่ง พวกลงอ่างก็ไปอีกพวกหนึ่งไม่ไปด้วยกัน         กรรมเป็นเครื่องจำแนกสัตว์โลกอย่างนี้แหละ พวกนี้อย่างไรเสีย ก็ไม่ไปกับพวกชอบทำบุญตักบาตร แม้พวกชอบทำบุญเองก็ยังแยกออกไปอีก พวกหนึ่งจะไปวัดทำบุญเฉยๆ ไม่มีการรักษาศีล อีกพวกหนึ่งทำบุญด้วยรักษาศีลด้วย พวกทำบุญด้วยรักษาศีลด้วยก็จะไม่ไปด้วยกันกับพวกทำบุญด้วย รักษาศีลด้วย แล้วฝึกสมาธิด้วย ไม่ไปด้วยกันหรอก ไปคนละทางคนละวัด เพราะฉะนั้นการแสวงหาพระอาจารย์จึงแบ่งออกเป็นสายๆ ตามลักษะอุปนิสัย กรรมใครกรรมมัน …

ในพระพุทธศาสนามีพูดเรื่องพันธุกรรมไว้หรือไม่ Read More »