krirk

ชายสามโบสถ์หมายความว่าอย่างไร

คำถาม:  หลวงพ่อครับ ชายสามโบสถ์หมายความว่าอย่างไรครับ? คำตอบ:  จริงๆ แล้ว ในสมัยพุทธกาลชายสามโบสถ์ หมายถึงคนที่เปลี่ยนศาสนา 3 ครั้ง เช่น ตอนนี้เป็นพุทธ อีกพักหนึ่งกลายเป็นพราหมณ์อีกสักพักไปบวชเป็นชีปะขาว ชายสามโบสถ์ คือชายที่เปลี่ยนศาสนา 3 หน แต่คนไทยเอามาเรียกคนที่บวชแล้วสึก สึกแล้วบวชใหม่ บวชๆ สึกๆ ถึง 3 หน         การที่คนเราจะบวชถึง 3 หน สึก 3 หน นี่ว่ากันไม่ได้ เนื่องจากแต่ละคนมีความจำเป็นไม่เหมือนกัน ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุรูปหนึ่งบวชแล้วสึกถึง 7 หน จนในการบวชครั้งสุดท้ายได้บรรลุเป็นพระอรหันต์         ฉะนั้น คำๆ นี้ส่วนมากจะเป็นสำนวนเรียกคนที่ทำอะไรไม่จริง โลเล เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทำอะไรแบบจับจดนะ  โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

จริงหรือไม่ ไม่ควรหันหน้าพระพุทธรูปไปทางทิศตะวันตก

คำถาม:  ทำไมพระพุทธรูปที่สภาธรรมกายสากลของวัดพระธรรมกายจึงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ผมเคยได้ยินว่าถ้าจะให้เป็นมงคล ไม่ควรตั้งพระพุทธรูปให้หันหน้าไปทางทิศตะวันตกนะครับ? คำตอบ:  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะหันพระพักตร์ไปทางทิศไหน ก็เป็นมงคลทั้งนั้น เพราะพระองค์เป็นผู้ที่หมดกิเลสแล้ว แม้พระพุทธรูปที่เราทำขึ้นเอง เพื่อรำลึกถึงพระองค์ ก็เป็นมงคลไปทั้งองค์         เพราะฉะนั้นการจะตั้งพระพุทธรูปหันหน้าไปทางทิศใด ก็เป็นมงคลทุกทิศ ไม่มีข้อบังคับใดๆทั้งสิ้น แต่ที่พระพุทธรูปซึ่งเป็นพระประธานในสภาธรรมกายสากล หันหน้าไปทางทิศตะวันตกขณะนี้ ก็เพราะว่าต้องการความสะดวกในการใช้งานของศาลาที่วัดนี้ โดยทั่วไปแล้วเราใช้กันในเวลามีงานวันอาทิตย์ตั้งแต่เช้าเริ่มตั้งแต่ 9.30 น. แดดส่องมาทางทิศตะวันออกมากเลย         เพราะฉะนั้น ถ้าเวลาประกอบพิธีแล้วหันพระพุทธรูปไปทางทิศตะวันออก ศาลานี้จะถูกแดดไล่เข้ามาตั้งเยอะ ทำให้เสียเนื้อที่สำหรับนั่งมาก ถ้าตั้งพระพุทธรูปหันหน้าไปทางทิศตะวันตกศาลานี้จะรับคนได้มากกว่า เพราะตอนช่วงเช้าแดดส่องทางทิศตะวันออก เงาศาลาทอดไปทางตะวันตก ทำให้มีเงาทอดไปทางด้านตะวันตกอีกมาก         การหันหน้าพระธรรมกายองค์ประธานไปทางทิศตะวันตก ก็เป็นเหตุผลในเรื่องการใช้สถานที่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด แต่โดยแท้ๆ แล้ว พระพุทธรูปจะหันหน้าไปทางทิศไหน ก็ไม่มีข้อบังคับ ถือเป็นมงคลทั้งนั้น โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

คำว่าเป็นเดียร์ถีย์ กับคำว่าอลัชชี แปลว่าอย่างไร

คำถาม:  คำว่าเป็นเดียร์ถีย์ กับคำว่าอลัชชี แปลว่าอย่างไรครับ? คำตอบ:  คำว่า “เดียร์ถีย์” เป็นชื่อเรียกนักบวชนอกพระพุทธศาสนา ซึ่งเขาก็มีวิธีการปฏิบัติของเขาหลายอย่าง เช่น ยืนขาเดียว ทรมานตน         ส่วน “อลัชชี” แปลว่า ไม่อาย นอกจารีต หมายถึงผู้ที่บวชในพระพุทธศาสนา แล้วไม่ตั้งใจรักษาศีล ไม่ตั้งใจประพฤติอยู่ในพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เช่น บวชแล้วก็ยังไป กินเหล้า บวชแล้วก็ยังเล่นไพ่ บวชแล้วก็ประพฤตินอกลู่นอกทางของพระพุทธศาสนา ใครที่บวชแล้วประพฤติผิดจารีตของความเป็นพระ ท่านเรียกว่า “อลัชชี”              โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

สึกตามฤกษ์

คำถาม:  ผมอยากเข้าอบรมเป็นธรรมทายาทและอุปสมบท มาเกือบ 3 ปี แต่ไม่มีโอกาสได้ลางาน พอมีโอกาสได้ลาก็เจออุปสรรคอีก เพราะคุณแม่ต้องการให้สึกตามฤกษ์สึก ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าบวชในโครงการธรรมทายาทสำหรับผมไม่เป็นปัญหา แต่ไม่รู้จะอธิบายให้คุณแม่ฟังอย่างไร? คำตอบ:  เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะ ถึงเวลาเขาจะอบรมธรรมทายาท คุณมาก็แล้วกัน อย่าไปห่วงฤกษ์ยามกันให้มากนัก ดวงอาทิตย์ ดวงดาว ดวงจันทร์อยู่ฟ้าจะมาทำอะไรได้ ทำดีเมื่อไร ก็ฤกษ์ดีเมื่อนั้น คิดดี พูดดี ทำดี ฤกษ์ดีทันที คิดชั่ว ทำชั่ว พูดชั่ว เมื่อใดฤกษ์ร้ายเมื่อนั้น         เพราะฉะนั้นเมื่อเราคิดจะบวช เราคิดดีได้โอกาสบวชเมื่อไรก็บวชเลย ไม่ต้องดูฤกษ์ เวลาจะสึกก็เหมือนกัน สมัยเมื่อหลวงพ่อวัดปากน้ำยังมีชีวิตอยู่ เวลาพระที่ลางานมาบวชในช่วงพรรษาจะสึกท่านก็มาหาหลวงพ่อวัดปากน้ำ แล้วกราบเรียนว่า         “หลวงพ่อครับผมจะสึก”         “เออ…ได้ฤกษ์หรือยัง”         “ยังเลยครับ” โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

การบูชาพระจุดเทียนเล่มเดียวได้หรือไม่

คำถาม:  เวลาบูชาพระ จุดเทียนเล่มเดียวได้ไหมคะ? คำตอบ:  โดยทั่วไปแล้วเวลาบูชาพระ เราใช้เทียน 2 เล่ม ใช้ธูป 3 ดอก โบราณาจารย์ท่านให้เหตุผลว่า         ธูปเป็นการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีพระคุณยิ่ง 3 ประการ คือ พระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณท่านจึงให้ใช้ธูป 3 ดอก           เทียนเป็นการบูชาคุณของพระธรรม หรือคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีพระคุณ 2 ประการใหญ่ๆ คือ         1. เป็นความจริงตลอดกาล         2. เมื่อใครปฏิบัติตามแล้ว ย่อมช่วยตัวเองให้พ้นทุกข์พ้นภัยได้         พระธรรมมีพระคุณอย่างนี้ท่านก็เลยให้บูชาด้วยเทียน 2 เล่ม         ดอกไม้เป็นการบูชาพระสงฆ์ เป็นการอุปมาอุปไมยว่า พระสงฆ์บวชมาจากคนต่างวรรณะกัน ลูกยาจกก็มี ลูกเจ้าขุนมูลนายก็มี มาบวชด้วยกัน พอบวชแล้วก็มีพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนาหรือศีล 227 ข้อ ร้อยรัดไว้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นลูกใคร พอบวชแล้ว ถือว่าอยู่ในวรรณะเสมอกันหมด เป็นความงดงามอย่างหนึ่ง …

การบูชาพระจุดเทียนเล่มเดียวได้หรือไม่ Read More »

การจัดงานสงกรานต์ที่เป็นธรรมเนียมไทยแท้ๆ เขาทำกันอย่างไร

คำถาม:  หลวงพ่อคะ วันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของคนไทยเราสมัยนี้ เขาทำอะไรกันแปลกๆ หลายอย่าง การจัดงานสงกรานต์ที่เป็นธรรมเนียมไทยแท้ๆ เขาทำกันอย่างไรคะ? คำตอบ:  ในวันสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทยเรามาแต่โบราณ ปู่ย่า ตาทวด ท่านทำหลายสิ่งหลายอย่าง ซึ่งล้วนแต่เป็นกิจกรรที่ประสานงานทางโลกและทางธรรมให้กลมกลืนกันไป  และงานสงกรานต์นี้ท่านก็ไม่ได้ทำกันเฉพาะในวันที่ 13 เมษายน ท่านประกอบพิธีแบบไทยๆ มาตั้งแต่วันตรุษ ซึ่งถือเป็นวันสิ้นปี นับทางจันทรคติตรงกับวันแรก 14 หรือ 15 ค่ำ เดือน 5 ก่อนวันสงกรานต์หลายวัน ท่านตั้งหลักการจัดงานไว้ดังนี้ คือ         1. ถือความกตัญญูกตเวทีเป็นที่ตั้ง เพราะฉะนั้นช่วงนี้ลูกหลานว่านเครือทั้งหลาย ไม่ว่าจะไปทำมาหากินอยู่ที่ไหน ต้องจัดแจงการงาน จัดเวลาให้ว่างไว้ เพื่อกลับมาเยี่ยมบ้านในวันสงกรานต์ให้ได้ นอกจากจะกลับไปเยี่ยมผู้เฒ่าแล้ว เขายังไม่ไปมือเปล่าจะต้องมีสิ่งของที่สมควร เช่น ผ้าผ่อนท่อนสไบ ของกินบำรุงสุขภาพติดมือไปเป็นเครื่องกราบเครื่องไหว้ หรือที่เรียกว่า เครื่องสักการะ ปู่ย่าตายายที่บ้านแม้ล่วงลับไปแล้ว ก็ควรที่จะแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อท่าน ด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ เพราะฉะนั้นประเพณีไทยในวันสงกรานต์ ท่านจึงกำหนดให้จัด พิธีทำบุญกระดูกบรรพบุรุษกันด้วย         2. ถือหลักเมตตากรุณา ความเมตตากรุณาเป็นคุณธรรมค้ำจุนโลก ให้มีสันติสุขตลอดไป …

การจัดงานสงกรานต์ที่เป็นธรรมเนียมไทยแท้ๆ เขาทำกันอย่างไร Read More »

บรรพบุรุษผู้ล่วงลับสามารถรับอาหารเส้นไหว้หน้าหลุมศพได้หรือไม่

คำถาม:  การเอาอาหารไปเช่นไหว้หน้าศพบรรพบุรุษนั้น อยากทราบว่า ท่านสามารถรับอาหารที่เราเซ่นไหว้ได้หรือไม่? อาหารเซ่นไหว้หน้าศพบรรพบุรุษ อาหารเซ่นไหว้หน้าศพบรรพบุรุษ คำตอบ:  ไม่ได้ อาหารที่ไปตั้งหน้าศพ แล้วจะให้ศพลุกขึ้นมากินได้อย่างไร กินก็ไม่ได้ สูดกลิ่นก็ไม่ได้ มีแต่ว่าเราเอาอาหารนั้นไปทำบุญแล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ จึงอาจจะได้ บางคนตอนยังมีชีวิตอยู่ป่วยนอนซม ยังกินไม่ค่อยจะได้เลย ตายแล้วจะลุกขึ้นมากินได้อย่างไร โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ผมศรัทธาบวชตลอดชีวิต ต้องถือศีล 8 เป็นเวลากี่ปีครับ หลวงพ่อจึงจะอนุญาต

คำถาม:  ผมศรัทธาบวชตลอดชีวิต ต้องถือศีล 8 เป็นเวลากี่ปีครับ หลวงพ่อจึงจะอนุญาตให้บวช ถ้าหากแม่ไม่เห็นด้วย หลวงพ่อมีข้อแนะนำอย่างไรครับ ผมจึงจะสามารถบวชได้? คำตอบ:  ขอแนะนำว่า ควรจะนั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง แล้วรักษาศีล 8 ไปทุกวัน ทำอย่างนี้ให้ผ่านไปได้สัก 1 ปีก่อน โดยไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่วันเดียว แล้วค่อยมาคุยกันนะ         ส่วนเรื่องแม่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอะไรนั่น อย่าเพิ่งไปกังวล เราทำแค่นี้ให้ได้ก่อน เป็นการวัดกำลังใจตัวเอง ถ้าไม่ผ่าน ต่อให้แม่อ้อนวอนขอให้บวช จะยอมบวชหรือเปล่ายังไม่รู้เลยนะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ศพคนตายทำไมต้องมีดอกไม้ธูปเทียนอยู่ในมือ

คำถาม:  ทำไมเมื่อคนตายแล้ว จึงให้มีดอกไม้ธูปเทียนอยู่ในมือ หนูอยากทราบว่าทำไปทำไมคะ? คำตอบ:  คนเราเวลาจะตายมีอาการก่อนตายอยู่ 2 ลักษณะ ได้แก่         1. ตายแบบขาดสติ คือร้องโอยๆ จนกระทั่งขาดใจตาย หรือกินเหล้าจนกระทั่งตายคาขวดเหล้า บางคนประสบอุบัติเหตุตาย หรือกำลังคิดอะไรเพลินๆ ก็ถูกยิงตาย ตายลักษณะนี้เขาเรียกว่าตายแบบขาดสติ เมื่อตายแล้วส่วนมากไปไม่ดี ที่ว่าไปไม่ดีคือไปอยู่ในที่ลำบาก ส่วนจะลำบากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าตอนกำลังจะตายใจขุ่นมากหรือขุ่นน้อย ถ้าขุ่นมากก็ลงนรก ถ้าขุ่นน้อยก็แค่ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่ไม่ว่าจะเป็นสัตว์นรกหรือสัตว์เดรัจฉาน ถือว่าไม่ดีทั้งนั้น คนตายแบบขาดสติต้องไปอย่างนี้อย่างแน่นอน         2. ตายแบบมีสติ ผู้ที่ฝึกสมาธิ(Meditation)หรือตั้งใจรักษาศีลเป็นประจำ ใจจะหนักแน่นมั่นคง ไม่เผลอสติไปคิดเรื่องไร้สาระ ใจท่านกำหนดถึงคุณธรรมความดี กำหนดถึงองค์พระ ถึงดวงแก้วเป็นประจำจนคุ้น พอใกล้ตายมักรู้ตัวว่าจะตาย ท่านรู้ตัวก่อนเพราะมีสติ พอรู้ตัวท่านก็กำหนดจิตละเอียดเข้าไปอีกเลยว่า ไหนๆ เราก็จะตายแล้ว เราจะทำใจให้ผ่องใสที่สุด         การทำใจให้ผ่องใสด้วยวิธีง่ายๆ ทำอย่างไร? ผู้ที่นั่งสมาธิเป็น เขาจะเอาใจจรดเข้ากลางพระธรรมกายในตัว หรือเข้ากลางดวงปฐมมรรคตรงกลางองค์พระเรื่อยไป ทำอย่างนี้ไม่นานใจจะใสขึ้นๆ ใสจนเป็นเพชร ถ้าใครตายตอนนี้ก็ไปดีแน่         อีกพวกสติมีเหมือนกันแต่มีแบบอ่อนๆ เพราะไม่เคยทำสมาธิ สวดมนต์ เคยแต่ไหว้พระ …

ศพคนตายทำไมต้องมีดอกไม้ธูปเทียนอยู่ในมือ Read More »

การรับนิสัยของพระบวชใหม่คืออะไร

คำถาม:  เคยได้ยินเขาพูดกันว่า พระบวชใหม่ต้องถือนิสัย คือรับถ่ายทอดนิสัย การถ่ายทอดนิสัยมีเพื่ออะไร ทำไมพระจึงต้องถ่ายทอดนิสัย แล้วถ่ายทอดกันได้อย่างไร? คำตอบ:  ตอนที่หลวงพ่อไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด เมื่อหลายปีก่อน ได้พบว่าการสอนของเขากำหนดว่านักศึกษาทุกคนจะต้องมีติวเตอร์ คือมีพี่เลี้ยง และนักศึกษาต้องอยู่หอพัก อยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของติวเตอร์         ได้ถามท่านอธิการบดีของมหาวิทยาลัยว่า เห็นดีอย่างไรจึงมีระบบพี่เลี้ยง เหมือนธรรมเนียมการบวชในพระพุทธศาสนา ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ เท่ากับว่าเขาปฏิบัติตามหลักธรรมในพุทธศาสนาโดยไม่รู้ตัว         เขาตอบชัดเจนว่า การถ่ายทอดความรู้ทางวิชาการนั้นไม่ยาก เพราะตำรับตำราในท้องตลาดเดี๋ยวนี้มีมาก แต่การถ่ายทอดนิสัยสันดานนั้นยาก และสำคัญที่สุดเขาพยายามศึกษากันมามากว่า ทำอย่างไรจึงจะทำให้ความรู้ทางวิชาการที่ถ่ายทอดไปนั้น ไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด          ก็พบว่ามีทางเดียวคือจะต้องถ่ายทอดนิสัยด้วยเทคนิคการถ่ายทอดนิสัยที่ได้ผลอย่างหนึ่ง คือการให้อยู่ใกล้ชิดกัน เพราะฉะนั้นจึงยังต้องใช้ระบบพี่เลี้ยงต่อไป         พอเขาพูดอย่างนี้ หลวงพ่อก็นึกถึงระบบปกครองของพระสงฆ์ ซึ่งพระวินัยกำหนดว่าพระภิกษุที่บวชใหม่ ต้องอยู่กับอุปัชฌาย์ 5 ปี เพื่อรับการถ่ายทอดนิสัย พระภิกษุสมัยนี้บวชปีสองปีแรกไม่ค่อยจะอยู่กับอุปัชฌาย์กัน เพราะกลัวอุปัชฌาย์เข้มงวด เพราะฉะนั้นการถ่ายทอดนิสัยจึงขาดตอน คุณภาพของสงฆ์ก็หย่อน เหมือนกับลูกๆ ของโยมนั่นแหละเดี๋ยวนี้ พอโตเป็นหนุ่มเป็นสาว ก็ไม่อยากอยู่กับพ่อแม่ อยากอยู่หอพัก นิสัยก็เลยเหมือนคนแถวๆ หอพัก ไม่เหมือนพ่อไม่เหมือนแม่ นี่คือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในสังคม          …

การรับนิสัยของพระบวชใหม่คืออะไร Read More »

เวลาใส่บาตรจำเป็นต้องถอดรองเท้าหรือไม่

คำถาม:  เวลาใส่บาตรจำเป็นต้องถอดรองเท้าหรือไม่ เห็นบางคนถอดแล้วยังยืนอยู่บนรองเท้านั่นเอง? คำตอบ:  อุตส่าห์ถอดแล้วยังยืนบนรองเท้า มันก็คือไม่ถอดนะสิ ที่มาของเรื่องก็คือว่าเวลาพระออกบิณฑบาตนี่ พระท่านถอดรองเท้านะ โดยพระวินัยแล้วต้องถอดรองเท้า เป็นการให้ความเคารพในทานของผู้ให้         ในขณะเดียวกัน ผู้ที่ตักบาตรก็ต้องถอดรองเท้าด้วย เพื่อให้ความเคารพในพระภิกษุ ซึ่งมีศีลถึง 227 ข้อ พระภิกษุถอดรองเท้าบิณฑบาต เพราะเคารพในทานของผู้ตักบาตร ส่วนผู้ตักบาตรเองก็ถอดรองเท้า ในฐานะให้ความเคารพกับพระภิกษุ ซึ่งมีศีล 227 ข้อ ธรรมเนียมขาวพุทธไทยการถอดรองเท้าเป็นการแสดงความเคารพ         ทีนี้ถ้าถอดแล้วยังยืนอยู่บนรองเท้า มันก็คือไม่ได้ถอดนะ ทำท่าว่าจะทำถูก แต่แล้วก็ผิดอีกจนได้ ไปแก้ไขเสียใหม่เถอะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

จริงหรือไม่ การสร้างบ้านในทิศทางที่ไม่ดี จะ ทำให้อยู่แล้วไม่เป็นสุข

คำถาม:  การสร้างบ้านหรือที่อยู่อาศัย หากตั้งอยู่ในทิศทางที่ไม่ดี ก็จะ ทำให้อยู่แล้วไม่เป็นสุข ไม่เจริญในชีวิตเท่าที่ควร ความเชื่อถือนี้มีมูลความจริงอย่างไรบ้าง และข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรคะ? คำตอบ:  บ้านไหน ที่ทำงานไหนจะอยู่เป็นสุข พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้หลักไว้ 4 ประการ ถ้ามีครบ 4 จะอยู่เป็นสุข ถ้าไม่ครบ ความสุขก็จะลดหย่อนไปตามส่วน หลัก 4 ประการก็คือ หลักปฏิรูปเทส นั่นเอง มีดังนี้         1. ลักษณะทางภูมิศาสตร์ หรือ อาวาสเป็นที่สบาย ทำเลที่ตั้งบ้าน ถ้าสภาพพื้นที่ไม่ดีจะมีผลต่อสุขภาพจิต สุขภาพกายของผู้อยู่อาศัย เช่น ลุ่มเกินไป แล้งเกินไป ฝนชุกเกินไป ลมโกรกเกินไป การเปลี่ยนแปลงของอากาศแต่ละวันมากเกินไป เป็นต้น         กล่าวคือบ้านที่อยู่ในทิศทางลมไม่ดี เช่นมีลมแรงจัดเกินไปก็พังง่าย หรืออยู่ในช่องทางที่อับลม อากาศก็อบอ้าวตลอดปี ที่เขาใหญ่หุบเขาบางด้าน เย็นสบาย แต่บางด้านอบอ้าวตลอดปี บ้านใครตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ภูมิอากาศไม่อำนวย คนในบ้านก็แย่เหมือนกัน คนที่มีบ้านอยู่กลางแจ้ง ในที่โล่งๆ ถ้าสร้างบ้านหันหน้าไปทางตะวันออกหรือตะวันตกก็ลำบาก เพราะย้อนแสงตะวัน แดดส่องร้อนทั้งวัน ในกรุงเทพฯ …

จริงหรือไม่ การสร้างบ้านในทิศทางที่ไม่ดี จะ ทำให้อยู่แล้วไม่เป็นสุข Read More »

ธูปเทียนที่จุดตอนสวดมนต์

คำถาม: หลวงพ่อครับที่วัดธรรมกายเวลาทำวัตรเช้า-ทำวัตรเย็น ทำไมจึงไม่จุดธูปเทียนเหมือนวัดอื่นๆ ครับ ? คำตอบ: เป็นคำถามที่ดีมากเลย ที่ถูกต้องก็ควรจะจุดธูปเทียนก่อนที่จะสวดมนต์ทำวัตรเช้า-ทำวัตรเย็นกัน และในบทสวดตอนต้นก็เป็นบทสวดบูชาคุณของพระรัตนตรัย ของที่นำมาใช้เป็นเครื่องบูชานั้น ตั้งแต่สมัยปู่ย่า ตายายมาแล้ว ท่านใช้ธูป 3 ดอก สำหรับจุดบูชาพระคุณของพระพุทธเจ้า ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต หรืออีกนัยหนึ่งบูชาพระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ท่านจุดเทียนอีก 2 เล่ม ก็เพื่อบูชาพระธรรม ที่ใช้ 2 เล่มก็เพราะว่าธรรมะนั้นแบ่งออกเป็น ธรรมและวินัย หรือพระธรรมมีคุณ 2 ประการคือ 1. เป็นความจริงตลอดกาล 2. ปฏิบัติตามธรรมแล้วพ้นทุกข์ได้ ส่วนดอกไม้ที่จัดไว้ในแจกันก็เพื่อบูชาพระสงฆ์ ซึ่งบวชมาจากสกุลต่างๆ กัน พอบวชแล้วก็ถือเป็นสกุลเดียวกัน คือลูกพระพุทธเจ้านี่ก็เป็นเหตุผลในมุมมองหนึ่ง ถ้าจะว่าจริงๆ ถามว่าจุดธูป จุดเอาอะไร ก็บอกว่าจุดเอาความหอม ปู่ย่า ตายายเวลาทำธูป ก็อาศัยทั้งกำยาน ทั้งกฤษณา ท่านเอาของหอมสารพัดชนิดมาผสมกัน จุดแล้วก็หอมดี แต่ขณะนี้หาธูปหอมจริงๆ เหมือนสมัยโบราณหายากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร เพราะเดี๋ยวนี้ส่วนมากเขาใช้ขี้เลื่อยผสมกับกาวแล้วไปพอกกับก้านธูปเอาหัวน้ำหอมมาหยดๆ …

ธูปเทียนที่จุดตอนสวดมนต์ Read More »

ถ้าไม่จุดธูปเทียนก่อนแต่พระสวดมนต์เลยจะผิดวินัยหรือไม่

คำถาม:  ผมอยากถามว่า งานมงคลหรืออวมงคล ถ้าประธานไม่จุดธูปเทียนก่อน พระที่นิมนต์มาถึงก็สวดเลย ตามวินัยมุขเล่ม 2 ของนักธรรมโทและวินัยสงฆ์ พระจะผิดวินัยไหมครับ? คำตอบ:  ไม่ผิดหรอก เพราะนี่เป็นเรื่องศาสนพิธี พิธีกรรมเกิดตามหลังวินัย ถ้าจะเอาผิดวินัย ถือว่าไม่ผิด แต่ว่าถ้าจะถามเกี่ยวกับพิธีกรรมละก็ เราเคยชินกันมาว่าประธานต้องจุดธูปเทียนก่อน พอไม่ได้จุด บางทีอาจจะรู้สึกขัดตาบ้าง แต่ถ้าถามว่าผิดไหม ก็ต้องบอกว่าไม่ผิด โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

อสงไขยแปลว่าอะไร เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าอย่างไรบ้าง?

คำถาม:  อสงไขยแปลว่าอะไรครับ เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าอย่างไรบ้าง? คำตอบ:  อสงไขย แปลตามศัพท์ว่า “ไม่พึงนับ” เพราะมันมากเหลือเกิน มากจนนับไม่ได้ แต่ถ้าจะนับให้ได้ก็ประมาณว่าเขียนเลขหนึ่งไว้แล้วเติมศูนย์ลงไปอีก 140 ตัว เขาอ่านว่า “อสงไขย” คุณลองไปนับดูแล้วกันนะ         ตัวเลขนี้เขาเอามานับอะไรกัน มีอะไรที่มีจำนวนหน่วยตั้งเยอะตั้งแยะอย่างนี้ มีเรื่องเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่ง           ท่านเนรูห์ พ่อของนางอินทิรา คานธี ท่านได้ศึกษาตำรับตำรามากเข้าๆ ก็มาติดว่า เอ..คำว่าอสงไขย คำนี้บัญญัติไว้ใช้นับอะไรกัน จะนับคนในประเทศอินเดียในสมัยพุทธกาลหรือ มันก็ไม่น่าจะใช่ จะนับอะไรมันก็ไม่มีจำนวนมาก ถึงอสงไขยสักอย่าง แต่ทำไมถึงบัญญัติศัพท์คำนี้ขึ้นมาใช้         ท่านหาคำตอบไม่ได้ ก็จะไปตอบได้อย่างไร เพราะคำนี้บัญญัติใช้เฉพาะในพระพุทธศาสนา ท่านเนรูห์นับถือศาสนาฮินดู จึงไม่รู้ว่าหน่วยอสงไขยนี่เขาเอามาคำนวณเวลาในการบำเพ็ญบารมีเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งต้องใช้เวลายาวนานมาก ยาวกว่าอายุของโลก เวลานี้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สามารถอธิบายให้เรารู้ว่า โลกเริ่มต้นกันตั้งแต่เป็นหมอกเพลิง แล้วเย็นลงจนในที่สุดเป็นแผ่นดินให้เราได้มาอยู่กันอย่างนี้ รู้กันมาแค่นี้ ถือว่าความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เก่งแล้ว         แต่ทางด้านพระพุทธศาสนารู้ยิ่งกว่านั้นคือ รู้ว่าโลกเริ่มจากหมอกเพลิง แล้วเย็นลงเป็นแผ่นดิน จนกระทั่งมนุษย์สามารถอยู่บนพื้นโลกได้ แต่อีกหน่อยเมื่อมนุษย์ก่อเวรรบราฆ่าฟันกันมากๆ เข้า โลกก็จะร้อนระอุกลับไปเป็นหมอกเพลิงอีกครั้งหนึ่ง เวลานับจากโลกเป็นหมอกเพลิงแล้วเย็นลง …

อสงไขยแปลว่าอะไร เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าอย่างไรบ้าง? Read More »