krirk

ทรัพย์สมบัติบุตรภรรยาเป็นเครื่องจองจำได้อย่างไร

คำถาม: ทรัพย์สมบัติ บุตร ภรรยา เป็นเครื่องจองจำได้อย่างไร? ไม่เข้าใจเลย หลวงพ่อกรุณาอธิบายให้ด้วยครับ? คำตอบ: เครื่องจองจำคนเรา โดยเฉพาะเครื่องจองจำที่เห็นด้วยตา เช่น กุญแจมือที่ตำรวจเขาใส่ข้อมือผู้ร้าย หรือโซ่ตรวนที่ผู้คุมเขาใส่กับนักโทษ ดูแล้วมันเหมือนผูกมัดคนจนแน่นหนา แต่อย่างไรก็ดีของพวกนี้เป็นเพียงเครื่องจองจำทางกาย ถึงเวลาหมดโทษเขาก็ต้องปลดออก แต่มีเครื่องจองจำชนิดหนึ่ง ที่ไม่ได้ติดอยู่กับร่างกายหรอก มันติดอยู่กับใจคน ติดแน่นจนสลัดไม่หลุด ของพวกนี้ได้แก่อะไรบ้าง?         เครื่องจองจำใจคนมีหลายอย่าง เช่น สามีหรือภรรยา ยามคิดถึงกัน ก็อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลไปหา ขืนไม่ไปก็คิดถึงอยู่นั่นแหละ ห่วงหาจนแทบจะเป็นจะตายเสียให้ได้ พอมีลูกขึ้นมา ก็ห่วงลูก ความห่วงอันนี้แหละทางพระพุทธศาสนาจัดเป็นเครื่องจองจำทีเดียว บางคนห่วงสามี บางคนห่วงภรรยา ห่วงกันจนกระทั่งกินไม่ได้นอนไม่หลับทีเดียว ห่วงสามีหรือภรรยา 1 ห่วงบุตร 1 ห่วงสมบัติ 1 ห่วงทั้ง 3 อย่างนี้ เป็นเครื่องจองจำหรือเครื่องพันธนาการทางใจของคน ที่ใครๆ ก็ดิ้นหลุดออกได้ยากเหลือเกิน เพราะเป็นสิ่งผูกพันที่ทำให้ห่วงใยคิดถึงอยู่ตลอดเวลา นั่งสมาธิ หลับตานึกถึงดวงแก้ว เดี๋ยวเดียวหน้าลูกโผล่ออกมาแล้ว หน้าเมียโผล่ซ้อนขึ้นมาอีกแล้ว เดี๋ยวเช็คก็โผล่ตามขึ้นมาอีกแล้ว เช็คจะเด้งหรือเปล่าหนอ? ที่นั่งสมาธิกันไม่ค่อยจะได้เห็นธรรมะ ก็เพราะเหตุตรงนี้แหละ ห่วงคู่ครอง …

ทรัพย์สมบัติบุตรภรรยาเป็นเครื่องจองจำได้อย่างไร Read More »

เมื่อวันมาฆบูชาตรงกับวันวาเลนไทน์

คำถาม: หลวงพ่อเจ้าคะ เมื่อวันมาฆบูชา (14 กพ. 38) ที่ผ่านมา ดิฉันผิดหวังจังเลยที่ชวนลูกๆ มาวัดไม่ได้เช่นทุกปี เพราะวันนั้นบังเอิญตรงกับวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรัก ดูสิคะเขาเป็นชาวพุทธแท้ๆ เขายังให้ความสำคัญของวันมาฆบูชาน้อยกว่าวันของพวกฝรั่ง ดิฉันจะอธิบายพวกเขาอย่างไรดีคะ ถ้าหากบังเอิญปีต่อไป วันมาฆบูชาตรงกับวันวาเลนไทน์อีก คำตอบ: วันวาเลนไทน์นี่หลวงพ่อเองก็เพิ่งมาได้ยินเมื่อบวชแล้ว ถามเขาว่าเป็นวันอะไรกัน ก็ได้ความว่าเป็นวันที่พวกทางยุโรป ทางอเมริกาเขาถือกันว่าเป็นวันแห่งความรักของพวกคนหนุ่มคนสาว พวกวัยรุ่นเมืองไทยเริ่มจะให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์เมื่อไม่กี่ปีมานี้ จากการโฆษณาของสื่อมวลชน เพื่อหวังผลทางธุรกิจ         ความจริงการที่ปีนี้วันวาเลนไทน์มาตรงกับวันมาฆบูชา น่าจะทำให้คุณโยมสมหวังมากกว่าผิดหวัง เพราะจริงๆ แล้ว วันมาฆบูชาก็เป็นวันแห่งความรักเหมือนกัน คือ เป็นวันแห่งความรักความปรารถนาดีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีแก่สัตว์โลกหรือชาวโลก         โดยพระพุทธองค์ทรงเห็นว่ามนุษย์ทั้งหลาย รวมทั้งสัตว์โลกชนิดอื่นๆ ที่ดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ล้วนเต็มไปด้วยความทุกข์ เพราะความโลภ โกรธ หลง ชักนำให้เขาคิดชั่ว พูดชั่ว แล้วก็ทำชั่ว ผลของการทำชั่วทำให้เขาต้องเดือดร้อนในชาตินี้ แม้ตายไปแล้วก็ยังต้องไปเดือดร้อนต่อในชาติหน้าอีก         พระพุทธองค์ทรงรักชาวโลก ปรารถนาจะให้ชาวโลกพ้นทุกข์ จึงใช้โอกาสในวันเพ็ญเดือน 3 หรือวันมาฆบูชา ในพรรษาแรกของพระองค์ประทานอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการในการประกาศพระพุทธศาสนา ที่เรียกว่า โอวาทปาฏิโมกข์ แก่พระอรหันต์จำนวน 1,250 …

เมื่อวันมาฆบูชาตรงกับวันวาเลนไทน์ Read More »

ความเชื่อเรื่องการแต่งงาน

คำถาม: เมื่อเร็วๆ นี้ได้จัดพิธีแต่งงานให้หลานสาว โบราณเขาว่าถ้าบ้านไหนจัดพิธีแต่งงานครั้งแรก แล้วเจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านนั้น บ้านนั้นจะมีเรื่องยุ่งยาก และไม่มีการแต่งงานที่บ้านนั้นอีกเลย เรื่องนี้จริงเท็จอย่างไรคะ? คำตอบ: โบราณน่ะครั้งไหน ครั้งตอนนั้นไทยยังอยู่ที่ภูเขาอัลไต หรือโบราณเมื่อวานนี้ แต่หลวงพ่อไม่เคยได้ยินเลยนะ และจริงๆ แล้วก็ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย จัดงานแต่งงานให้หลานสาว ให้เขามีครอบครัวก็ดีแล้ว เพราะเป็นหน้าที่ของญาติผู้ใหญ่ เขาแยกไปอยู่ต่างหากก็ดีอีก เขาจะได้ตั้งตัวได้เร็วๆ จะมีบ้าง บางครอบครัวที่ลูกหลานแยกไปแล้ว ก็เลยไม่มีใครดูแลผู้เฒ่า ความยุ่งยากมันก็เลยเกิดขึ้นตามเหตุตามผล ไม่ใช่เคล็ดไม่ใช่ลางอะไร ก็เป็นหน้าที่ของคนที่อยู่ด้วยต้องดูแลกันเองต่อไป         การดูแลท่านผู้เฒ่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มีเรื่องน่าเบื่อน่ารำคาญมากเลย ถ้าคนดูแลไม่ใช่ลูกหลานใกล้ชิด และไม่ใช่คนดี อาจทอดทิ้งให้ลำบากได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่แต่งงานจะอยู่เป็นโสด ก็จะต้องทำตัวให้ไม่น่าเบื่อ ตอนแก่จะได้ไม่มีใครรังเกียจที่จะดูแล คนที่นั่งสมาธิมากๆ ความน่าเบื่ออย่างนี้จะไม่ค่อยมี         แต่งงานให้หลานสาวไปแล้ว ถ้าลูกสาวเราจะแต่งงานบ้างในวันหลัง เขาอยากแต่งก็แต่งให้ลูกเถอะนะ เขาจะได้ไม่หนีตามกันไป แต่งงานให้ลูกแล้วตัวเองควรทำตัวอย่างไร โบราณปู่ย่าตาทวด ท่านสอนไว้ดีทีเดียว ท่านบอกว่าเมื่อลูกสาวคนโตแต่งงาน ให้พ่อแม่รีบเข้าวัด ก็ไม่เห็นจะมีใครจะยอมเชื่อ ไปเชื่อคนโบราณประเภทไหนก็ไม่รู้ ถ้ามันเป็นอย่างที่ว่าคงจะดีนะ วันหลังเลยไม่มีการแต่งงานที่บ้านนี้อีก แสดงว่าลูกสาวเราได้อยู่เป็นโสดสบายไปเลย โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา …

ความเชื่อเรื่องการแต่งงาน Read More »

ทำอย่างไรจึงจะทดแทนบุญคุณผู้มีพระคุณได้

คำถาม: ดิฉันรู้สึกตัวว่ากว่าจะเติบโตมาจนกระทั่งถึงวันนี้ ต้องเป็นหนี้พระคุณของพ่อแม่ และผู้มีพระคุณอื่นๆ อีกมากมาย หลายท่าน อยากทราบว่าจะมีหนทางใดบ้าง ที่จะสามารถทดแทนพระคุณของท่านเหล่านั้นได้มากที่สุดคะ? คำตอบ: วิธีจะทดแทนคุณผู้มีพระคุณอย่างยิ่งของเรา เช่น คุณพ่อคุณแม่ ลุง ป้า น้า อา ที่ช่วยกันไกวเปลเห่กล่อมเรามาก็ดี ครูบาอาจารย์ที่ให้ความรู้แก่เราก็ดี เราจะแทนคุณท่านให้ได้สูงสุดแล้ว ไม่มีอะไรหรอก ที่จะเกินไปกว่าให้ท่านได้รู้ความจริงเกี่ยวกับโลกและชีวิตเป็นสัมมาทิฏฐิบุคคล แล้วดำเนินชีวิตไปในเส้นทางที่ถูกต้อง         เราต้องยอมรับว่าการดำเนินชีวิตทางโลก ไม่ว่าจะระมัดระวังอย่างไร มีอาชีพอะไร จะมีลักษณะที่เรียกว่า บุญปนบาประคนกันไปเสมอ แม้แต่พ่อแม่ของเรากว่าจะเลี้ยงพวกเราโตมาได้ ชีวิตของท่านก็อยู่ในลักษณะบุญปนบาปเช่นกัน เช่น วันนี้ลูกรักอยากจะกินปลาต้มยำ คุณแม่ก็ทุบหัวปลาเปรี้ยงเลย ฆ่าปลามาต้มยำให้ลูกกิน ลูกดีใจได้กินปลาต้มยำอร่อย แต่แม่แบกบาปไปแล้ว         ชีวิตทางโลกจะมีลักษณะบุญปนบาปกันอย่างนี้ ใครฉลาดก็เลือกทำสิ่งที่ได้บุญมากๆ บาปน้อยๆ ที่จะให้ไม่มีบาปปนบ้างเลย บางทีก็ยากเหมือนกัน และเนื่องจากผู้มีพระคุณเหล่านี้ยังไม่หมดกิเลส หลายครั้งที่ท่านทำบาปเพราะรักเรา ตายแล้วยังต้องไปเกิดตามกรรม เพราะฉะนั้นเราซึ่งเป็นลูก ก็ต้องหาทางปิดนรกให้ท่าน เช่น ถ้าท่านยังไม่เข้าวัดก็ต้องหาทางพาท่านเข้าวัด ถ้าท่านเข้าวัดแล้วแต่ยังไม่ได้ทำทาน ก็ต้องหาทางให้ท่านทำทาน ยังไม่รักษาศีล ก็ต้องหาทางให้ท่านรักษาศีล ถ้ายังไม่ได้เจริญภาวนาก็ต้องหาทางให้ท่านเจริญภาวนาให้จงได้         แล้วสุดยอดเลยคือ พยายามประคับประคองให้ท่านเหล่านั้นปฏิบัติธรรม …

ทำอย่างไรจึงจะทดแทนบุญคุณผู้มีพระคุณได้ Read More »

ปัญหารถติดแก้ไขอย่างไรดี

คำถาม: การจราจรติดขัดมากในกรุงเทพฯ ประเทศอื่นรถยนต์เขาก็มีกันตั้งมาก ทำไมเขาไม่มีปัญหารถติดมากๆ อย่างเรา? คำตอบ: การจราจรติดขัด เกิดจากการไม่ยอมลดราวาศอกให้กันและกัน และการไม่ยอมกัน ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดในเรื่องที่คนไทยส่วนใหญ่เลี้ยงลูกไม่เป็น วิธีเลี้ยงลูกไม่ค่อยถูกต้อง         เอาง่ายๆ ถ้าลูกทะเลาะกันหรือลูกไม่ลงรอยกัน ถามว่าแม่จะห้ามไหม มีไม่กี่คนที่ไม่ห้าม ส่วนมากจะเข้าห้าม แล้วตัดสินลงโทษ ซึ่งบางทีก็ตัดสินพลาดไป ในทัศนะนี้ญี่ปุ่นไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เขาบอกว่ายังไงเสียเด็กก็ไม่ตีกันจนถึงตายหรอก เพราะฉะนั้นถ้าลูกทะเลาะกันเขาจะไม่ห้าม เขาปล่อยให้เด็กหาวิธียุติปัญหากันเอง คนโตอาจจะเกรี้ยวกราดกับน้องมากไปหน่อย แต่คนเล็กก็ต้องมีวิธีการพูดเสียงอ่อยๆ ทำให้น่าเห็นใจ จนพี่ต้องยอม เรื่องมันก็จบ หรือถ้าพี่รังแกน้องมากเข้าน้องก็ไม่เล่นด้วย พี่ก็ต้องมาตามง้อน้อง ก็เป็นเรื่องที่เขาจะแก้ปัญหากันเอง ไม่ใช่พ่อแม่ลงมาเล่นบทบู๊เสียเอง         คนไทยไม่เป็นอย่างนั้น เรื่องก็เลยกลายเป็นว่าทุกครั้งที่คนไทยมีเรื่องก็ทะเลาะกันต้องมีบุคคลที่สามมาห้าม ถ้าถึงขั้นจลาจลในหลวงต้องทรงลงมาไกล่เกลี่ยให้เสมอ แล้วถ้าครั้งนั้นในหลวงทรงห้ามไม่ทันจะทำอย่างไรกัน?         นิสัยอีกอย่างของคนไทย คือความรักอิสระ คนไทยแม้ไปอยู่ต่างประเทศก็รวมตัวกันไม่ได้ เมื่อมีเรื่องขึ้นมาก็ไม่รู้จะไปหาผู้ใหญ่ที่ไหนมาไกล่เกลี่ย ไม่มีตัวประสาน ขณะที่ชนชาติอื่นบางชาติ แม้ไปอยู่ต่างประเทศ เขาก็สามารถรวมตัวกันได้แน่นแฟ้น เขาไม่ต้องการให้ใครอื่นมาประสาน เขาประสานตัวของเขาเอง วินัยระดับชาติก็เป็นผลมาจากวิธีการเลี้ยงลูกของเขา         ในที่ประชุม ฝรั่งเขาโต้เถียงกันแบบเอาเป็นเอาตาย พอออกจากที่ประชุมเรื่องก็จบ ญี่ปุ่นก็เหมือนกัน แม้จะไม่ถูกกันเป็นส่วนตัว แต่ในที่ทำงานเขาประชุมกันอย่างดี พอออกจากที่ประชุมปั๊บต่างคนต่างไป …

ปัญหารถติดแก้ไขอย่างไรดี Read More »

ช่วยงานบ้านพ่อแม่กับไปทำบุญที่วัด อย่างไหนได้บุญมากกว่ากัน

คำถาม: วันหยุดถ้าเปรียบเทียบระหว่างดิฉันทำงานที่บ้าน ช่วยงานพี่สาวและแม่ ช่วยซักผ้า หุงข้าว กับการไปวัดไปปฏิบัติธรรมวันอาทิตย์ อย่างไหนจะได้บุญมากกว่ากันคะ? คำตอบ: ก็ทำให้ครบทั้ง 2 อย่างสิ เช้าก็ตื่นแต่เช้า รีบซักผ้า หุงข้าว เสร็จแล้วค่อยมาวัด เพราะรถที่จะมาวัดนี้ก็ได้จัดไว้ตั้งหลายจุดด้วยกันนะ แต่ละจุดคันสุดท้ายก็ออกสายหน่อย ไปดูจัดสรรแบ่งเวลาให้ดี จะได้บุญหลายๆ ประเภทนะ         คุณแม่พูดว่าการที่คนเราละทิ้งครอบครัวไปวัด จะไม่ได้บุญหรอก ดิฉันชวนคุณแม่มาวัด คุณแม่ไม่มา ที่แม่พูดจริงหรือเท็จอย่างไร?         ก็ขึ้นอยู่กับสภาพตัวเราเองนะ ถ้าสภาพบ้านเราย่ำแย่มาก อดตายแน่ๆ เลย ถ้ามาคลุกคลีอยู่ที่วัดทั้งวัน ในกรณีนี้ต้องหากินกันก่อนละ รอจนกว่าจะมีกินมีใช้ตามอัตภาพกันทั้งครอบครัวแล้ว พอจะวางงานได้ ก็ต้องแบ่งเวลามาวัดกันนะ อย่าไปกังวลเรื่อคำพูดของคุณแม่เลย ตรองเหตุผลด้วยตนเอง แล้วที่สำคัญอย่าไปเถียงท่านเข้าล่ะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

การทอดทิ้งครอบครัวออกบวช จะไม่บาปหรือ ในกรณีที่แต่งงาน มีบุตรแล้ว?

คำถาม: การทอดทิ้งครอบครัวออกบวช จะไม่บาปหรือ ในกรณีที่แต่งงาน มีบุตรแล้ว? คำตอบ: ถ้าเราหาเงินหาทองทิ้งไว้ให้เรียบร้อยแล้ว และมากพอที่จะสามารถเลี้ยงลูกได้เป็นอย่างดี ก็คงไม่เป็นปัญหาอะไร หรือจัดการให้ลูกมีงานทำ มีอาชีพเรียบร้อยไปแล้ว ตัวเองจะบวชก็บวชได้ แต่ว่าแน่นอน ถ้าเมียก็อดๆ อยากๆ ลูกก็อดๆ อยากๆ แล้วตัวมาบวช มันก็ไม่ถูก เพราะว่ามันจะไม่สงบ ทั้งลูกทั้งเมีย ทั้งตัวเองด้วย         ในกรณีนี้รอให้ลูกโตก่อนก็แล้วกัน ฟังให้ดีนะ สำหรับคนที่ยังไม่แต่งงาน ถ้าแต่งแล้วก็มักมีเรื่องให้ต้องมาบ่นอย่างนี้แหละ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ทำอย่างไรจึงจะมีลูกดีได้

คำถาม: หลวงพ่อคะ พ่อแม่ควรจะเริ่มอบรมลูกตั้งแต่อายุเท่าไรคะ จึงจะไม่สายเกินไป? คำตอบ: ก่อนอื่นจะต้องเข้าใจเสียก่อนว่า การถ่ายทอดนิสัยใจคอจากพ่อแม่ไปให้ลูกนั้นมี 2 ลักษณะ หรือ 2 ช่วง คือ         1. การถ่ายทอดลักษณะนิสัยใจคอทางกรรมพันธุ์ การถ่ายทอดลักษณะนี้ต้องทำในช่วงตั้งแต่ลูกยังไม่มาเกิด โดยทั่วไปเมื่อปฏิสนธิวิญญาณจะมาเกิดในครรภ์ของผู้ใด เขาจะต้องมีกรรม คือบุญหรือบาปใกล้เคียงกับผู้ที่จะมาเป็นพ่อเป็นแม่ในขณะนั้น         ดังนั้นถ้าคุณพ่อ คุณแม่มีร่างกายแข็งแรง ความประพฤติดี มีจิตใจดีงามแล้ว ก็มีโอกาสที่จะได้ปฏิสนธิวิญญาณที่ดี มาถือกำเนิดอยู่ในครรภ์ การอบรมลูก จึงควรเริ่มตั้งแต่ก่อนที่จะตั้งครรภ์ คือ คุณแม่ต้องอบรมความประพฤติของตัวเองให้ดี พร้อมทั้งกาย วาจา ใจ สิ่งที่ไม่ดีให้เลิกเสียให้หมด รักษาศีล 5 ให้ดี เป็นการเตรียมพร้อมให้ปฏิสนธิวิญญาณที่ดีมาเกิด         นั่นคือ อย่างช้าที่สุด จะต้องเริ่มอบรมตัวเองให้ดีพร้อมในทันทีที่แต่งงาน และในทันทีที่รู้ตัวเองว่าตั้งครรภ์ ก็ยิ่งต้องพยายามทะนุถนอมลูกในครรภ์ให้ยิ่งขึ้นไปอีก คือต้องมีความระมัดระวังตัวให้มาก ไม่ว่าจะเป็นการเดินการเคลื่อนไหวทุกๆ อิริยาบถ อาหารที่รับประทาน โดยเฉพาะพวกที่รสจัด พวกของหมักดองของเมา พวกยาต่างๆ หรือแม้แต่อารมณ์ที่ไม่ดี ก็ต้องระวังอย่าให้มากระทบกระทั่ง เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่ออุปนิสัยใจคอของเด็กทั้งสิ้น         2. การถ่ายทอดนิสัยใจคอจากสิ่งแวดล้อม หรือการอบรมเมื่อลูกคลอดออกมาลืมตาดูโลก …

ทำอย่างไรจึงจะมีลูกดีได้ Read More »

ไม่ชอบหน้าสามี จึงอธิษฐานไม่ให้เจอกัน จะเป็นผลหรือไม่

คำถาม: ไม่ชอบขี้หน้าสามีที่บ้าน ฉะนั้นเวลาทำบุญจึงอธิษฐานว่าเกิดอีกกี่ชาติๆ ขอให้ห่างกันร้อยโยชน์พันโยชน์ คำอธิษฐานนี้จะเป็นผลหรือไม่ ถ้าไม่เป็นผลต้องทำอย่างไรคะ? คำตอบ: คุณเอ๋ย..อธิษฐานให้ตายก็หนีไม่พ้น จนกว่าคุณจะปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงธรรมกายในตัวได้ แล้วอธิษฐานด้วยธรรมกายภายในของคุณ คือตอนนี้บุญก็ทำเรื่อยไป รักษาศีล 5 ให้ดี ขออนุญาตสามีรักษาศีล 8 บ้างในวันพระ วันอาทิตย์ แล้วอธิษฐานว่าชาติหน้าขอเกิดในพระพุทธศาสนา ขอบวชเสียเลยจะได้ไม่ต้องไปแต่งงานกับใครอีก ทำบุญแล้วก็นั่งสมาธิให้มากๆ ทำบุญแล้วก็นั่งสมาธิให้มากๆ ความจริง กรรมดี กรรมชั่ว จะกำหนดชีวิตในภพชาติเบื้องหน้าให้คุณเอง ถ้าคุณไม่ชอบหน้าสามีในชาตินี้ แล้วไปก่อกรรมทำเข็ญผูกกันไว้อีก อธิษฐานอย่างไรก็หนีไม่พ้นหรอก ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ ทำบุญแล้วก็นั่งสมาธิให้มากๆ ไม่ทันตายจาก คุณเองนั่นแหละจะใจเย็นขึ้น แล้วเลิกรำคาญสามี เลิกนิสัยไม่ชอบขี้หน้าคนโน้นคนนี้ง่ายๆ เสียได้ เรื่องนี้ให้ตายก็หนีไม่พ้น จนกว่าคุณจะตั้งใจนั่งสมาธิจนเข้าถึงธรรมกายในตัวได้ เพราะฉะนั้นอย่าขี้เกียจนั่งสมาธิ ถ้าขี้เกียจเมื่อไรละก็ ความขี้โกรธมันจะเข้ามาแทน ทำให้คุณผูกเวรกับสามีไม่รู้จักจบสิ้น กลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตในชาติต่อไปอีก โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

พ่อแม่ควรปลีกเวลาอยู่กับลูกตอนไหนอย่างไรครับ?

คำถาม: พ่อแม่ควรปลีกเวลาอยู่กับลูกตอนไหนอย่างไรครับ? คำตอบ: พ่อแม่ ควรจะทราบก่อนว่าธรรมชาติของเด็กที่เด่นๆ มี 2 ประการ คือ         ประการแรก เด็กเป็นเสมือนผ้าขาวสะอาด เด็กต้องการตัวอย่างหรือต้นแบบในการคิด การพูดและการกระทำ สิ่งใดมาถึงก่อนเด็กจะรับสิ่งนั้นไว้เป็นแบบอย่าง ดังนั้นถ้าเด็กได้รับแต่สิ่งที่ดีก่อน ก็ก็จะมีโอกาสทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป และมีฐานกำลังความดีไว้ต่อต้านความชั่วที่เข้ามาภายหลัง ทำให้เอาตัวรอดได้ง่าย         ประการที่สอง เมื่อเด็กทำอะไรผิด ในระยะ 2-3 ครั้งแรก เด็กจะมีพิรุธให้เห็นได้ชัด ทำให้เราหาทางแก้ไขได้ทันท่วงที ถ้าผู้ใหญ่ไม่รู้ หรือปล่อยปละละเลย เด็กก็จะเกิดความเคยชิน ทำผิดเป็นนิสัย โดยไม่มีพิรุธให้ผู้ใหญ่จับได้ ทำให้เสียนิสัยที่ดีงามไปในที่สุด         ในการอบรมเด็ก ผู้ใหญ่จึงควรจะต้องทำในสิ่งต่อไปนี้ คือ         1. พยายามหาโอกาสอยู่ใกล้ชิดเด็กให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เช่น ทุกๆ วัน ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะมีงานยุ่งอย่างไรก็ตาม ต้องหาเวลามารับประทานอาหารร่วมกับลูกทุกคนอย่างน้อย 1 มื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมื้อเย็น เพื่อว่าถ้าลูกทำอะไรถูกต้องดีงาม ก็จะได้ชมเชย ให้เกิดกำลังใจ ถ้าลูกทำผิดพลาด จะได้ว่ากล่าวตักเตือนแนะนำสั่งสอน หรือถ้าผิดร้ายแรง ก็ลงโทษกันได้อย่างทันทีทันควัน และที่สำคัญก็คือ จะได้มีโอกาสอบรมคุณธรรมให้ลูก …

พ่อแม่ควรปลีกเวลาอยู่กับลูกตอนไหนอย่างไรครับ? Read More »

จะทำอย่างไรเมื่อโดนเพื่อนบ้านเอาเปรียบ

คำถาม: เพื่อนบ้านบางคนชอบเอาเปรียบ เช่น กวาดขยะมาทิ้งหน้าบ้านเราทุกวัน จะทำอย่างไรดีคะ? คำตอบ: ที่เขากวาดขยะมาใส่บ้านเราทุกวัน เพราะเราเคยไปทำแบบนั้นกับเขาก่อนหรือเปล่า ถ้าเราไม่ได้ทำอย่างนั้น แต่เขายังมาทำกับเรา เราก็หาถังอะไรมาวางตรงที่ทิ้งขยะของเขาและของเรา อย่าเพิ่งไปทำอะไร หรืออย่าเพิ่งพูดอะไรมาก เริ่มทำตัวให้เขาทั้งรักทั้งเกรงเสียก่อน แล้วจึงค่อยไปพูดขอร้องกัน         ถ้าเราไปทำ จะให้เขาเกรงโดยไม่ต้องรัก เราก็เป็นอันธพาลประจำซอย เดี๋ยวก็ได้เรื่อง เขาอาจไม่กล้าเอาขยะมาทิ้งอีก แต่อย่าเลย ลูก..อย่าเป็นพาลเสียเอง เพราะมันแค่ทำให้เขาเกรงกลัว จะเป็นการเพาะศัตรูเพาะเวรภัยในภายหลัง         ทำให้เขารัก ดีกว่าทำให้เขาเกลียดกลัว การทำตัวให้น่ารักอาจจะเสียเวลาบ้าง แต่อดทนเถอะ ทนไปสักพัก พอชนะได้ครั้งหนึ่งแล้ว จะชนะได้ตลอด แล้วจากที่ชาวบ้านเรียกเราว่า “นายนั่น นายนี่” นักเลงโตประจำซอย ก็อาจเปลี่ยนเป็น “คุณพ่อ คุณแม่” ประจำซอยไปก็ได้ ซึ่งก็เป็นด้วยความที่เรามีคุณธรรม โดยเฉพาะมีขันติ อดทนต่อความไม่เข้าท่าเข้าทางของเพื่อนบ้านได้         เพื่อนบ้านนั้นหากผูกมิตรไว้ดีแล้ว เขาจะเป็นเสมือนญาติสนิทที่คอยเอื้ออาทร คอยปกป้องภัยอันตรายให้เรา รั้วน้ำใจนั้นดีกว่ารั้วเหล็กหลายเท่า เราควรทำให้บุคคลที่อยู่รอบบ้านเป็นเพื่อนของเรา อย่าให้เขาเป็น “คนอื่น” สำหรับเรา เพราะมิฉะนั้นเราก็จะเป็น “คนอื่น” สำหรับเขาเหมือนกัน โอวาท …

จะทำอย่างไรเมื่อโดนเพื่อนบ้านเอาเปรียบ Read More »

พ่อแม่จะฝึกลูกให้มีนิสัยประหยัดได้อย่างไร?

คำถาม: พ่อแม่จะฝึกลูกให้มีนิสัยประหยัดได้อย่างไร? คำตอบ: ลูกจะมีนิสัยประหยัดได้ พ่อแม่ต้องประหยัดเป็นแบบอย่างให้ลูกดูเสียก่อน การเพาะนิสัยประหยัดให้ลูก ทำได้ตั้งแต่ลูกยังเล็ก คือ         1. ฝึกลูกให้รู้จักคุณค่าของเงิน เมื่อลูกขอเงินต้องซักถามให้ละเอียดก่อนว่า จะเอาเงินนี้ไปทำอะไร มีความจำเป็นแค่ไหนจึงต้องใช้เงิน ถ้าลูกขอโดยไม่มีเหตุผล ก็ไม่ควรให้ ต้องชี้แจงให้ลูกทราบด้วยว่าเพราะเหตุใดจึงไม่ให้ แม้ลูกจะไม่พอใจก็ต้องทำใจแข็งไว้ อย่าให้เงินลูกเพียงเพื่อตัดความรำคาญ อย่าให้ลูกมีความคิดว่าเงินได้มาอย่างง่ายๆ ต้องสอนให้ลูกรู้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่พ่อแม่หามาได้หมายถึงหยาดเหงื่อแรงกายของพ่อแม่ ลูกจะได้รู้คุณค่าของเงินและใช้เงินอย่างคุ้มค่า         2. ฝึกให้งดเว้นของฟุ่มเฟือย สิ่งใดที่เห็นว่าเป็นของฟุ่มเฟือยไม่จำเป็น พ่อแม่อย่าซื้อหาให้ลูก ถ้าขัดไม่ได้ ก็หาอย่างอื่นที่ราคาไม่แพง แต่ใช้ทดแทนกันได้มาให้ หาวิธีอธิบายให้ลูกรู้ว่าของดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง ฝึกให้ลูกรู้จักใช้ของอย่างคุ้มค่า ให้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ไม่ใช้ทิ้งๆ ขว้างๆ เมื่อของเสียหาย ต้องสอนให้รู้จักซ่อมแซมของนั้นด้วยตัวเอง         3. ฝึกให้ลูกรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สอนลูกให้รู้จักทำของใช้เอง เป็นการเสริมสร้างปัญญาให้ลูก โดยเฉพาะของเล่น ให้ลูกรู้จักประดิษฐ์ขึ้นเอง หรือประกอบจากชิ้นส่วนเอง ลูกจะได้รู้จักช่วยตัวเองเป็น และมีความภาคภูมิใจในความสำเร็จ มีกำลังใจสูงขึ้น นอกจากนั้น ควรฝึกให้ลูกรู้จักวิธีตัดทอนงบประมาณค่าใช้จ่ายของลูกเองเพื่อลูกจะได้รู้จักวิธีอดออม และรู้จักทำงานให้ได้เงินด้วยตัวเอง         4. ฝึกลูกให้รู้จักเก็บออมทรัพย์ หากระป๋องออมสินให้ลูกสำหรับเก็บเงินที่เหลือจากค่าขนม หรือค่าใช้จ่ายประจำ พาลูกหรือสอนลูกให้เอาเงินที่เก็บออมได้ไปฝากเข้าบัญชีในธนาคาร เมื่อลูกได้เงินพิเศษ จากญาติผู้ใหญ่ในวันสำคัญของลูก เช่น วันเกิด …

พ่อแม่จะฝึกลูกให้มีนิสัยประหยัดได้อย่างไร? Read More »

พ่อแม่ควรฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบได้อย่างไร

คำถาม: พ่อแม่จะฝึกลูกให้มีความรับผิดชอบได้อย่างไร? คำตอบ: ก่อนอื่นพ่อแม่ต้องเป็นคนมีความรับผิดชอบ เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกดู คือเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ไม่ทอดทิ้ง ไม่ปล่อยปละละเลยลูก ทำหน้าที่ของพ่อแม่ที่ดีให้สมบูรณ์ สร้างฐานะของครอบครัวให้มั่นคง และฝึกลูกตั้งแต่ยังเล็ก ให้รู้จักช่วยตัวเอง รู้จักรับผิดชอบในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ต้องสอนให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่จะอยู่กับลูกตลอดไปนั้นเป็นไปไม่ได้ ลูกต้องรู้จักช่วยเหลือตัวเอง         การฝึกลูกให้เป็นคนมีความรับผิดชอบอาจทำได้ โดยมอบหมายหน้าที่ที่เหมาะสมกับวัยให้ลูกทำ เช่น ให้รับผิดชอบหน้าที่กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างห้องน้ำ ล้างจาน ช่วยงานแม่ในครัว หรือช่วยงานพ่อในสนาม เช่น ช่วยตัดหญ้า รดน้ำต้นไม้ ปลูกต้นไม้ ดูแลความสะอาดบริเวณบ้าน นอกจากรับผิดชอบงานส่วนรวมของบ้านแล้ว งานส่วนตัวก็ต้องสอนให้รับผิดชอบ ไม่ให้เป็นภาระแก่คนอื่น เช่นการดูแลเรื่องเสื้อผ้าของตนเอง เป็นต้น พ่อแม่ต้องฝึกลูกให้เป็นคนตรงต่อเวลา ให้เป็นคนมีระเบียบวินัย ในการกิน การเล่น ดูหนังสือ และนอนให้เป็นเวลา เพื่อลูกจะได้รู้จักบริหารเวลาเป็น ทำงานเป็น นิสัยตรงต่อเวลาจะได้เกิดขึ้นกับลูก         เมื่อมอบหมายหน้าที่ให้ลูกรับผิดชอบแล้ว พ่อแม่ต้องคอยสอดส่องดูแล สอนลูกให้ตระหนักในหน้าที่ของตัวเอง ถ้าลูกปล่อยปละละเลยก็ต้องตักเตือน หรือบางครั้งอาจต้องลงโทษ แต่ถ้าลูกรับผิดชอบในหน้าที่การงานได้ไม่บกพร่องเลย พ่อแม่ก็ควรชมเชยหรือให้รางวัลด้วย เพื่อเป็นกำลังใจในการทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป         นอกจากนั้นยังต้องฝึกลูกให้เป็นคนมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ …

พ่อแม่ควรฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบได้อย่างไร Read More »

ธรรมะข้อโสรัจจะนี้สามารถช่วยปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นได้หรือไม่

คำถาม: ลูกรู้ตัวว่าลูกไม่มีโสรัจจะ คือเวลาปรนนิบัติคุณแม่ที่ป่วยนานๆ จิตใจมักเศร้าหมอง เบื่อด้วย รำคาญด้วย เพราะคุณแม่ทั้งบ่นทั้งจู้จี้สารพัดเลย แต่เนื่องจากปฏิบัติต่อท่านอย่างดีตลอดเวลา ท่านคงไม่รู้หรอกว่า ในใจลูกนั้นเบื่อ แสนจะเบื่อ ลูกจะเอาธรรมะข้อโสรัจจะนี้ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นจะได้ไหม หรือว่าหลวงพ่อมีข้อแนะนำอะไรอีกบ้างคะ? คำตอบ: โสรัจจะ แปลว่า “ความเสงี่ยม” การปรนนิบัติดูแลคุณพ่อคุณแม่เวลาท่านเจ็บป่วยด้วยความเสงี่ยมงามนี้ได้บุญติดตัวมากนะ พ่อแม่ได้ชื่อว่าเป็นพระอรหันต์ของลูก เราดูแลท่านก็เหมือนดูแลพระอรหันต์นั่นแหละ ถือว่าเป็นการทดแทนพระคุณท่านอย่างหนึ่ง นอกจากนั้นระหว่างดูแลท่าน จะทำให้เราได้ข้อคิดมากมาย         เพราะฉะนั้นเบื่อแสนเบื่อก็ควรทำ ระหว่างนั้น ควรจะตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่ไม่ดีของท่านคือข้อเตือนใจของเรา ยกตัวอย่างเช่น ท่านจู้จี้ขี้บ่น เราอย่ามองท่านว่าจู้จี้ขี้บ่น ถ้ามองอย่างนั้นไม่ได้อะไร เราควรมองว่าท่านเคยทำผิดศีลข้อไหน หรือท่านขาดคุณธรรมข้อไหน จึงได้มาจู้จี้ขี้บ่นอย่างนี้ สาวให้รู้ต้นเหตุให้ได้         ถามว่ารู้แล้วจะได้อะไร? ได้มากเลย ได้ข้อเตือนใจตัวเองว่าเราจะไม่ทำอย่างนั้น ถ้าไม่หัดสังเกต และป้องกันตัวไว้ก่อน พอเราอายุมากเหมือนคุณแม่ เราก็จะจู้จี้ขี้บ่นเหมือนกับท่านอีกคน         นับแต่นี้ไปให้ปรับปรุงแง่คิดมุมมองของเราเสียใหม่ เห็นความไม่น่ารักของท่านข้อไหนบ้างให้จดเอาไว้ แล้วมาถามหลวงพ่อ ถ้าสาวไม่ออกว่า ท่านก่อกรรมทำเข็ญเรื่องอะไร หลวงพ่อจะชี้ให้ดูเป็นฉากๆ ไป ถ้าเข้าใจกันอย่างนี้แล้ว เราจะได้ป้องกันตัวเองถูกต้องตั้งแต่ตอนยังไม่แก่ว่า ความไม่ดีอย่างนั้นๆ เราจะไม่ทำ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ได้รับหน้าที่พยาบาลคุณพ่อคุณแม่ ขอให้คิดอย่างนี้ …

ธรรมะข้อโสรัจจะนี้สามารถช่วยปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นได้หรือไม่ Read More »

คุณพ่อกินเหล้าเมาอาละวาดทุกวันจะมีวิธีให้ท่านเลิกเหล้าได้อย่างไร

คำถาม: คุณพ่อผมกินเหล้าเมาอาละวาดทุกวัน จะมีวิธีให้ท่านเลิกเหล้าอย่างไรดีครับ? คำตอบ: ถ้าเป็นคนอื่นยังพูดง่าย เป็นพ่อนี่พูดยากที่สุด พอเอ่ยปากพูดไม่ทันจบ ก็ถูกห้ามเสียแล้ว “อย่าพูดๆ ฉันเลี้ยงแกมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย” หลวงพ่อเคยโดนห้ามทำนองนี้มาแล้ว ขนาดบวชแล้วเทศน์ให้คนอื่นเลิกเหล้าเลิกบุหรี่มาได้มากมาย กลับบ้านไปเทศน์ให้โยมพ่อเลิกเหล้า พูดเรื่องนี้ทีไร โดนคำพูดแบบศอกกลับมาทุกที         “โยมพ่อ..เลิกเหล้าเถอะนะสุขภาพจะได้ดีขึ้น เอาเวลาไปนั่งสมาธิดีกว่า” ตอนนั้นโยมพ่ออายุ 70 กว่าปีแล้ว ก็ตั้งใจจะให้ท่านสวดมนต์ภาวนานั่งสมาธิ กำหนดองค์พระ หรือดวงแก้วให้ใจผ่องใส พอเทศน์จบท่านตอบกลับมาอย่างนี้ “ดีเหมือนกันนะท่าน โยมจะนั่งสมาธิตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แต่นั่งไปกินเหล้าไป พร้อมๆ กับนั่งสมาธิ เวลานึกถึงดวงแก้วมันคงจะชัดดี”         ท่านพูดมาอย่างนั้นแล้วเราจะไปว่าอย่างไร พูดแรงไป เดี๋ยวแบกบาปอีกเพราะว่าเป็นพ่อ ครั้นไม่เตือนเลย เราก็จะไม่ได้แทนคุณท่าน กระอึกกระอักอยู่หลายปีกว่าจะแก้ตก หลวงพ่อต้องใช้กุศโลบายแก้เป็นเปลาะๆ ไป เริ่มตั้งแต่บอกโยมแม่ว่าอย่าซื้อเหล้าให้โยมพ่อกิน เมื่อท่านเคี่ยวเข็ญโยมแม่ไม่ได้ ก็หันไปทางพี่สาว หลวงพ่อก็บอกโยมพี่อีกว่า อย่าซื้อเหล้าให้โยมพ่อกินนะ พอใช้ลูกไม่ได้ ท่านก็ไปใช้หลาน         หลวงพ่อก็ต้องกำชับหลานว่าอย่าซื้อเหล้าให้ตานะ พอหลานไม่ซื้อท่านก็บ่น บ่นยังไม่พอ ด่าอีกด้วย หลวงพ่อก็บอกหลานให้ทนๆ เอา ให้เห็นแก่หลวงน้า ท่านไปเคี่ยวเข็ญแม้กระทั่งเหลนอายุ 7-8 …

คุณพ่อกินเหล้าเมาอาละวาดทุกวันจะมีวิธีให้ท่านเลิกเหล้าได้อย่างไร Read More »