krirk

32.ต้องเคารพในทาน

๓๒. ต้องเคารพในทาน เงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์ที่เขานำมาทำบุญ เขาต้องเอา ชีวิตเป็นเดิมพัน เพราะฉะนั้นจะจับจ่ายใช้สอยสิ่งใดก็ตาม แม้จะ เป็นงานพระศาสนาก็ต้องรู้จักใช้ให้ทุกบาททุกสตางค์ประหยัดสุด ประโยชน์สูง ให้เป็นบุญกุศลของท่านเจ้าภาพและตัวเราด้วย อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย นี่เป็นเรื่องที่สำคัญนะ กว่าจะได้เงินมาแต่ละบาทแต่ละสตางค์ไม่ใช่ง่ายเลย สมัย คุณยายอาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะพร่ำสอนว่า เงินทองเขาจบเหนือหัว มาทำบุญ จะจับจ่ายใช้สอยอะไรก็ต้องคิดให้รอบคอบ เราจะได้ไม่เป็นหนี้ และจะเป็นบุญทั้งของผู้ทำบุญและของเราด้วย ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้น แก่งานพระศาสนา นี่คือสิ่งที่คุณยายสอนมา ซึ่งได้รับถ่ายทอดมา จากพระเดชพระคุณหลวงปู่พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ ปราบมาร พระเดชพระคุณหลวงปู่ ท่านเป็นคนประหยัด มัธยัสถ์ ท่าน มักจะสอนว่า ต้องใช้เงินให้เป็น ไม่อย่างนั้นเราจะเป็นทาสของเงิน กว่าญาติโยมเขาจะนำอาหาร นำปัจจัยมาถวาย เขาลำบาก ต้องอาบ เหงื่อต่างน้ำ เอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพราะฉะนั้นจะจับจ่ายใช้สอยอะไร ก็ต้องใช้กันให้ดี ให้มีความเคารพในทานของเขา ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา …

32.ต้องเคารพในทาน Read More »

31.ความแตกต่างของผลแห่งทาน ที่ให้โดยเคารพและไม่เคารพ

๓๑. ความแตกต่างของผลแห่งทานที่ให้โดยเคารพและไม่เคารพ พระบรมศาสดา ทรงตรัสเล่าเรื่องเวลามพราหมณ์ ว่าด้วย การให้ทานที่มีผลมาก แก่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี บุคคลผู้ให้ทานที่ประณีตหรือไม่ก็ตาม หากให้โดยไม่เคารพ ในทาน ไม่ทำความนอบน้อมในทาน ไม่ได้ให้ด้วยมือของตน ให้ของ เหลือเดน ให้โดยไม่เชื่อเรื่องกรรมและผลของกรรม คือ ให้ไปอย่างนั้นเอง ให้ ๆ ไป ให้พ้นหูพ้นตา ทานนั้น ๆ จะส่งผลให้เขา เมื่อไปเกิดในที่ใดก็ตาม แม้มีทรัพย์มาก จิตของผู้นั้นย่อมไม่ยินดีที่จะทานอาหารอย่างดี จะรับประทานแต่ของเก่า ค้างคืน แม้มีทรัพย์มาก ย่อมไม่ยินดีที่จะใช้ผ้าเนื้อดี ชอบแต่ผ้าเนื้อหยาบ แม้มีทรัพย์มาก ย่อมไม่ยินดีที่จะใช้พาหนะดี ๆ ชอบแต่ของเก่า ๆ แม้มีทรัพย์มาก ย่อมไม่ยินดีที่จะนำทรัพย์นั้นมาบำรุงบำเรอด้วย สิ่งที่ตนปรารถนา แม้บริวารของผู้ให้ทาน คือ บุตร ภรรยา ทาส คนรับใช้ เป็นต้น ก็ไม่เชื่อฟัง เหล่านี้เป็นผลแห่งกรรมที่ทำทานโดยไม่เคารพ ไม่ตระหนัก เห็นคุณค่าในการทำทาน ส่วนบุคคลผู้ให้ทานที่ประณีตหรือไม่ก็ตาม ถ้าให้ทานโดยเคารพ ทำความนอบน้อมในทาน ให้ทานด้วยมือของตน …

31.ความแตกต่างของผลแห่งทาน ที่ให้โดยเคารพและไม่เคารพ Read More »

30.เอาชนะความตระหนี่ให้ได้

๓๐. เอาชนะความตระหนี่ให้ได้ กิเลสอาสวะสอนให้ตระหนี่ เขาพยายามกันสมบัติเรา ด้วยการ ทำให้เราเกิดความรู้สึกหวงแหนเสียดายทรัพย์ วิตกกังวลเรื่องความ ปลอดภัยในชีวิต หรือทำให้เราเกิดความรู้สึกว่า ถ้าเรามีน้อยกว่าเขา ก็จะไม่ปลื้มใจ จะทำให้ฐานะทางสังคมเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เราวิตก กังวลไปต่าง ๆ มากมาย ถ้าหากเราเชื่อตามกิเลสที่คอยบังคับอยู่ในใจ เท่ากับเรายอม ให้เขาเอาผังจนถาวรที่ดำมืดยาวเหยียดมาใส่ไว้ติดอยู่ในกลางกาย เหมือนไฟฟ้าที่สว่างตามเสาไฟฟ้าข้างทาง เวลาเขาดับสวิตช์ไฟทีเดียว ก็จะดับเป็นร้อยเป็นพันเสา มันก็มืดตลอดทางเลย นั่นหมายถึงว่า ชีวิตเราจะอยู่ด้วยความมืดเป็นร้อยชาติพันชาติ หรือเกินไปกว่านั้น ชีวิตที่อยู่ในความมืด อยู่ในความยากจน เป็นชีวิตที่เสี่ยง ต่ออบายภูมิ เพราะสิ่งแวดล้อมจะอำนวยความสะดวกให้เราสร้างแต่ บาปอกุศลที่จะนำไปสู่มหานรกได้ง่าย ซึ่งมันอันตราย ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/42 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 1 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

29.ทำไมต้องชวนทำบุญบ่อย ๆ

๒๙. ทำไมต้องชวนทำบุญบ่อยๆ บุญ แปลว่า เครื่องชำระใจให้บริสุทธิ์ เมื่อใจบริสุทธิ์ ใจจะ มีคุณภาพ ความใสความสว่างจะบังเกิดขึ้น นี้แหละคือ ตัวบุญ กระแสบุญอยู่ตรงกลางดวงบุญ บุญเกิดขึ้นเมื่อเราให้ทาน รักษาศีล หรือเจริญภาวนา จะทำให้ จิตมีคุณภาพขึ้น มีอานุภาพส่งกระแสบุญไปทุกทิศทุกทาง สามารถ ดึงดูดสมบัติทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกได้ ยามใดที่เรามีบุญ กระแสบุญจะส่งผล เราก็รวมสมบัติให้มาเป็น ของเราได้ แต่ยามใดบุญน้อย กระแสบุญก็อ่อนตัวลง สมบัติแม้มีอยู่ ก็สูญสลายไป พลัดพรากไป เพราะไม่มีแรงดึงดูดเข้ามา เพราะฉะนั้น สมบัติจะอยู่กับเราได้ ต่อเมื่อเรามีบุญ ถ้าหมดบุญ ก็เปลี่ยนมือไป บุญจึงเป็นสิ่งสำคัญ แม้เรามองไม่เห็นด้วยตา สัมผัส ไม่ได้ด้วยมือ แต่ว่าสิ่งนั้นมีอยู่ จะเห็นได้ก็ต้องเข้าถึงธรรมกาย มีญาณ- ทัสสนะเกิดขึ้น เราจะเห็นกระแสธารแห่งบุญ ซึ่งอยู่ในกลางดวงบุญ คอยส่งกระแสออกไปทุกทิศทุกทาง แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ในระหว่างที่ สร้างบารมี พระองค์ทรงสั่งสมบุญอยู่เป็นนิจ เพราะพระองค์รู้เห็นว่า บุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต ตั้งแต่ชีวิตใน ระดับของปุถุชนจนกระทั่งเป็นพระอริยเจ้า …

29.ทำไมต้องชวนทำบุญบ่อย ๆ Read More »

28.ใช้ทรัพย์ให้เป็น

๒๘. ใช้ทรัพย์ให้เป็น ทรัพย์ที่เรามี คืออุปกรณ์สร้างบารมีในชาตินี้ ตายแล้วก็เอาไป ไม่ได้ จะเอาไปได้ต้องเปลี่ยนทรัพย์เป็นเครดิตการ์ดภายในฝากฝังไว้ ในพระพุทธศาสนา แปรเปลี่ยนทรัพย์หยาบเป็นทรัพย์ละเอียด เป็น ดวงบุญใส ๆ ภายใน แล้วก็แปรไปเป็นทิพยสมบัติในเทวโลกต่อไป ชีวิตในปรโลกยาวนานกว่าในเมืองมนุษย์มากมายนัก ในเมือง มนุษย์จนแค่ไม่กี่สิบปีก็ตายแล้ว แต่ถ้าจนในปรโลกเป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้านปี ยาวนานอย่างที่เรานึกไม่ถึงเลย ถึงตอนนั้นเรา จะมานึกเสียดายก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้นรีบทำตั้งแต่ตอนนี้ ถ้ารวยในปรโลกก็รวยนาน รวยในเมืองมนุษย์ประเดี๋ยวเดียว ทำไมเรา ไม่มองไกลไปถึงปรโลก เพราะเราต้องไปอย่างแน่นอน ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/42 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 1 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

27.เหตุแห่งความรวยความจน

๒๗. เหตุแห่งความรวยความจน คนจะรวยต้องมีบุญ บุญเก่าเราไม่รู้ว่ามีมากน้อยเพียงใด แต่บุญใหม่เราต้องสร้าง ต้องสั่งสม แล้วหมั่นนึกถึงบุญ เพราะ บุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จทั้งปวง หมั่นทำใจให้ใส ๆ ดวงบุญจะได้ใส ๆ อธิษฐานให้บุญบันดาล ให้ มีช่องทาง ถ้าหากเรานึกถึงบุญ ใจก็จรดที่บุญ กระแสธารแห่งบุญจะ หลั่งไหลมาที่ตัวเรา เมื่อบุญเต็มเปี่ยมก็จะสามารถดึงดูดทรัพย์สมบัติ มาได้ บุญเป็นเหตุแห่งความสำเร็จ ความรู้ความสามารถเป็นเพียงส่วน ประกอบ จังหวะที่ดี ถ้อยคำที่มีพลังให้สำเร็จได้นั้นต้องอาศัยกำลังบุญ คำพูดประโยคเดียวกัน คนมีบุญพูดกับคนไม่มีบุญพูดให้ผลต่างกัน คนมีบุญเงินมาหา แต่คนบุญน้อยต้องไปหาเงิน แล้วหาไม่ค่อยได้ คนมีบุญมีหนูตายตัวเดียว ยังมีวิธีการแสวงหาทรัพย์จนเป็น เศรษฐีได้ (จุลลกเศรษฐีชาดก) ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/42 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 1 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

26.บุญไม่ใช่สินค้า…อยากได้ต้องทำเอง (๓)

๒๖. บุญไม่ใช่สินค้า…อยากได้ต้องทำเอง (๓) มีชาวต่างประเทศท่านหนึ่งไม่เข้าใจเรื่องการทำบุญ ถามภรรยา ซึ่งเป็นคนไทยว่า เธอซื้อบุญหรือ? เพราะว่าเขาไม่เข้าใจจริง ๆ บุญไม่มีการซื้อขาย มีแต่ทำด้วยจิตที่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ทำบุญเพื่อให้ได้บุญ เพื่อเอาชนะความตระหนี่ ความโลภในตัว หรือ กิเลสอาสวะในตัวให้มันเจือจางเบาบางลงไป การให้ทาน สามารถขจัดกิเลสหยาบ ๆ ได้ ในระดับหนึ่ง แต่กิเลสละเอียด ๆ ต้องไปรื้อด้วยศีล ด้วยภาวนา กิเลสหยาบ ๆ ก็เปรียบเหมือนก้อนหินใหญ่ ๆ เราต้องทลาย มันไปก่อน พอถึงก้อนกรวด ก้อนทราย เราค่อยเอาเครื่องมือที่ละเอียดขึ้น ไปเรื่อย ๆ ไปขจัดปัดเป่ามัน เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เป็นการซื้อขายบุญ แต่เป็นการทำบุญ ด้วย จิตที่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย และรู้ว่าบุญนี้เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข และความสำเร็จในชีวิต ตั้งแต่ปุถุชนจนกระทั่งเป็นพระอริยเจ้าจึงทำ ถ้าคิดว่าซื้อบุญ มักจะไม่ค่อยได้บุญ เพราะยังขาดดวงปัญญา ไม่เข้าใจว่า เขาทำบุญไปเพื่ออะไร ยังไม่เข้าใจเรื่องราวความเป็นจริง ของชีวิต ซื้อบุญ ซื้อสวรรค์ ซื้อไม่ได้ …

26.บุญไม่ใช่สินค้า…อยากได้ต้องทำเอง (๓) Read More »

25.บุญไม่ใช่สินค้า…อยากได้ต้องทำเอง (๒)

๒๕. บุญไม่สินค้า…อยากได้ต้องทำเอง (๒) การซื้อบุญไม่มี เพราะบุญไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่ว่า…ใครมีเงินจะซื้อได้ มีแต่การทำบุญ สร้างบุญเท่านั้น ไม่มีซื้อขายบุญ ต้องมีศรัทธา มีปัญญา มีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องบุญอย่างแจ่มแจ้ง ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า อะไรเป็นอุปสรรค ของชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบว่า ความโลภ ความโกรธ ความหลง ๓ อย่างนี้ ทำให้ชีวิตไม่สุขสมหวัง ไม่ประสบความสำเร็จ ในชีวิต ความโลภ ทำให้จิตพร่อง มีความอยาก มีความหิวอยู่ตลอดเวลา เหมือนตุ่มก้นรั่ว ขวดก้นรั่ว แก้วก้นรั่ว ความโกรธ ทำให้ใจเร่าร้อน ทุรนทุราย เหมือนถูกไฟเผาลน ตลอดเวลา ความหลง ทำให้ใจมืดบอด กิเลสทั้ง ๓ อย่างนี้ ทำให้ใจไม่ใส เมื่อใจไม่ใส ความสุขก็ไม่เกิด ดังนั้นการเอา ความโลภ ความโกรธ ความหลง ออกไปให้หมดจากใจ ได้นั่นแหละ ใจจึงจะเข้าถึงความสุขความสมหวังในชีวิต เข้าถึง อานุภาพอันไม่มีประมาณ และจะได้เข้าไปเรียนรู้ความจริงของชีวิต ยิ่ง …

25.บุญไม่ใช่สินค้า…อยากได้ต้องทำเอง (๒) Read More »

24.บุญไม่ใช่สินค้า…อยากได้ต้องทำเอง (๑)

๒๔. บุญไม่ใช่สินค้า… อยากได้ต้องทำเอง (๑) บุญ…ไม่มีการซื้อ ไม่มีการขาย อยากจะได้ก็ต้องทำเอา ไม่ใช่ธุรกิจ ไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่กล้วยทอด ไม่ใช่เต้าฮวย เฉาก๊วย ซีเซ็กฉ่าย เกี่ยมฉ่าย “บุญ” ไม่ใช่สินค้า แต่เป็นเรื่องของจิตใจ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสติปัญญา มองการณ์ไกลไปในอนาคต ทำตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ว่า ชีวิตในวัฏสงสาร ถ้าไม่ทำบุญแล้วน่าสงสาร มันลำเค็ญ พระพุทธองค์จึงสอนให้ทำบุญเอาไว้ เพราะบุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต ทั้งในมนุษยโลก และในเทวโลก ตลอดจนในสังสารวัฏ เราจะสมบูรณ์ด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผล นิพพาน วิชชาธรรมกาย หรือทุกสิ่งที่ดี เพราะบุญอย่างเดียวเท่านั้น จะเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี เป็นพระอริยบุคคล บุญอยู่เบื้องหลังทั้งนั้น จะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ พระอริยเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็บุญอีกเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ซื้อขายบุญไม่มี ได้ยินคำนี้แล้ว อย่าท้อใจ อย่าคลางแคลงใจ เชื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า …

24.บุญไม่ใช่สินค้า…อยากได้ต้องทำเอง (๑) Read More »

23.ทาน ศีล ภาวนา เกิดบุญต่างกันอย่างไร?

๒๓. ทาน ศีล ภาวนา เกิดบุญต่างกันอย่างไร? บุญ แปลว่า เครื่องชำระใจให้สะอาดบริสุทธิ์จากกิเลสอาสวะ มีวิธีทำได้หลายวิธี แต่โดยย่อมี ๓ วิธี คือ ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ทาน ขจัดความโลภ ศีล ขจัดความโกรธ ภาวนา ขจัดความหลง หลงทิศ หลงทาง หลงผิด หลงลืม หลงใหล การทำทาน เมื่อเราบริจาคทาน พอเราให้ ความโลภที่หุ้มใจเรา ก็จางหายไปเรื่อย ๆ จิตที่ปราศจากความโลภ ก็จะใสขึ้น ความหิว ความอยากต่าง ๆ ก็หมดไป จิตก็บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น ความบริสุทธิ์ของจิต นี้แหละ เขาเรียกว่า บุญ แต่ว่ามันสะอาดไปได้ระดับหนึ่งเท่านั้น การรักษาศีล จิตที่ถูกความโกรธเข้าไปหุ้ม ทำให้จิตเร่าร้อน อยู่ตลอดเวลา พอเราเริ่มรักษาศีล ความร้อนของจิตที่เกิดจากความ โกรธก็ค่อย ๆ คลายลง จิตก็ผ่องใสยิ่งขึ้น …

23.ทาน ศีล ภาวนา เกิดบุญต่างกันอย่างไร? Read More »

22.สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสุขความสำเร็จในชีวิต

๒๒. สิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ความสุขความสำเร็จในชีวิต บุญเป็นเรื่องของความสุขและความสำเร็จในชีวิต เป็นทุกสิ่งของชีวิตเรา…ในด้านที่ดี ตั้งแต่มีรูปร่างครบอาการ ๓๒ แข็งแรง อายุยืน เกิดในตระกูล ที่ดี ครอบครัวเป็นสัมมาทิฐิ มีศรัทธา ศีล ทิฐิเสมอกัน มีความ ศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัย มีอาหารอย่างดีให้เรารับประทาน มีน้ำให้ดื่ม ให้อาบ ให้ล้างหน้า แปรงฟัน มีเสื้อผ้าให้นุ่งห่ม ไม่ต้อง ไปนุ่งใบไม้ ได้เรียนหนังสือ เจริญเติบโตเรื่อยมากระทั่งจบการศึกษา มีหน้าที่การงานที่ดี มียศ มีตำแหน่ง มีฐานะดี มีคนนับหน้าถือตา มีพวกพ้องบริวาร ญาติสนิทมิตรสหายที่ดี คอยเป็นกำลังสนับสนุนเรา คอยปกป้องผองภัย บริวารก็เป็นมือเป็นเท้า ธุรกิจการงานเจริญรุ่งเรือง ทุกอย่างเหล่านี้ เป็นเพราะบุญทั้งนั้น บางทีเราไม่รู้ที่มา เพราะเราคุ้นเคย ตลอดใน สังสารวัฏ เราหนีเรื่องเหล่านี้ไม่พ้น เวลาที่จะแข่งขันกัน หรือชิงตำแหน่งสักตำแหน่ง หรือเก้าอี้ สักตัว ซึ่งมันมีจำกัด ต้องใช้บุญนะ บางคนมีเงิน มีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ถ้าไม่มีบุญก็ไม่สำเร็จ บุญอยู่เบื้องหลัง …

22.สิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสุขความสำเร็จในชีวิต Read More »

21.ดวงบุญ…ต้นทางแห่งความสำเร็จ

๒๑. ดวงบุญ…ต้นทางแห่งความสำเร็จ ทุกครั้งที่เราสร้างความดี ไม่ว่าจะเป็นการทำทาน รักษาศีล หรือ เจริญภาวนา บุญก็จะเกิดขึ้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นกระแส ที่ใสสว่างสะอาดและบริสุทธิ์ เหมือนเพชรลูกที่เจียระไนแล้ว ยามต้อง แสงสว่างจากพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน แต่ต่างกันที่ดวงบุญจะมีความ ละเอียดยิ่งกว่า กระแสบุญ เมื่อหลั่งไหลเข้าสู่ศูนย์กลางกายก็จะรวมเป็นดวง เรียกว่า “ดวงบุญ” ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกายของเราทุกคน ดวงบุญนี้แหละ เป็นต้นเหตุแห่งความสุขความสำเร็จ เมื่อเราปรารถนาสิ่งใด ก็ให้ อธิษฐานจิตที่กลางดวงบุญนั้น พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/42 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 1 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

20.เข้าวัดสร้างบุญ

๒๐. เข้าวัดสร้างบุญ วันพระ ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ เราจะต้องเข้าวัดไปสั่งสม บุญกันดีกว่า เวลาเข้าวัดต้องเข้าให้เป็นนะ เข้าวัดให้เป็นทำอย่างไร คือต้องให้เป็นทางมาแห่งบุญ อะไรที่เป็นทางมาแห่งบุญ เราเอาหมด จะจัดเรียงรองเท้า ทำความสะอาดเสนาสนะ ถวายภัตตาหาร ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม เวลาฟังธรรม อย่าไปคุยแข่งกับพระ ต้องให้ความเคารพในธรรม เคารพในทาน เพราะท่านเป็นตัวแทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กำลังนำ ความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาสอนให้เรารู้ว่า จะต้องดำเนินชีวิต อย่างไร การเคารพในธรรม เคารพในทาน มีอานิสงส์ คือ เราจะได้รับความเคารพยกย่องในทุกสถานที่ จะมีสามีภรรยา สามีภรรยานั้นก็เกรงใจ จะมีบุตรธิดา บุตรธิดาก็จะเคารพเชื่อฟัง จะมีบริวาร ในบ้าน นอกบ้าน ที่ทำงาน ทุกหนทุกแห่ง จะได้รับ การยกย่อง ให้เกียรติ ได้รับการชื่นชม ให้ความสำคัญแก่เรา เพราะฉะนั้น เมื่อเรามาวัดแล้ว ต้องฉลาดในการสั่งสมบุญ เห็น อะไรที่เป็นทางมาแห่งบุญ ในบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ เราทำหมด และทำ ด้วยความเคารพ ด้วยจิตใจที่เบิกบานว่า …

20.เข้าวัดสร้างบุญ Read More »

19.เวลาสร้างบุญในโลกนี้มีจำกัด

๑๙. เวลาสร้างบุญในโลกนี้มีจำกัด เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้จำกัด จะต้องใช้เวลาในการสร้างบารมีให้มาก ๆ เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย เราต้องเสียเวลาในการนอนหลับพักผ่อนไปถึงหนึ่งในสามของ ชีวิต โดยไม่ได้บุญกุศลอะไรเลย ทำมาหากินอีกหนึ่งในสาม อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน รับประทานอาหาร ขับถ่าย เข้าสังคม เดินทาง ไกลอีกตั้งเยอะ เพราะฉะนั้นเวลาที่สร้างบารมีจริง ๆ เหลือนิดเดียว อย่านึกว่า เราสร้างบุญกันมากมาย อย่าคิดอย่างนั้น ถ้าเราอายุ ๖๐ ปี ลองเอา ๓ หาร นอนไปฟรี ๆ ๒๐ ปี ทำงานหมดไปอีก ๒๐ ปี อีก ๒๐ ปี เหลือสำหรับบริหารขันธ์ ๕ อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน รับประทานอาหาร ขับถ่าย เดินทางไกล เข้าสังคม อีกกี่ปีก็ไม่รู้ เหลือเวลาสร้างบารมีกันจริง ๆ นิดเดียว เพราะฉะนั้นใครที่ความเพียร ไม่สม่ำเสมอ …

19.เวลาสร้างบุญในโลกนี้มีจำกัด Read More »

18.ธรรมเทศนาในยุคโซเชียลมีเดีย

๑๘. ธรรมเทศนาในยุคโซเชียลมีเดีย สงครามข่าวในยุคโซเชียลมีเดีย ปัจจุบันมีผู้ไม่หวังดี โจมตี ด่าว่าพระ ด่าว่าวัดเยอะ ลงข่าวเป็นประเด็นทุกวัน เพื่อมุ่งหวังทำลาย ศรัทธาของชาวพุทธให้คลอนแคลน และหวังบ่อนทำลายพระพุทธ ศาสนาและสังฆมณฑล ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องชี้แจงแสดงความจริงให้โลกรู้ และ กระจายออกไปให้มากที่สุด เราไม่ชี้แจงไม่ได้…ขนาดขึ้นศาลยังต้องฟัง ข้อมูลทั้งสองฝ่าย ถ้าเราไม่ชี้แจงความจริงไปให้มาก ๆ จะปล่อยให้ เขาให้ข้อมูลข้างเดียวหรือ? สิ่งที่เราช่วยกันกระจายข้อมูลที่ถูกต้อง ชี้แจงสัมมาทิฐิให้เกิดขึ้นนี้ ไม่ผิดหลักวิชชา ที่บอกว่า..“ไม่สู้ ไม่หนี ทําดีเรื่อยไป” คำว่า “ไม่สู้” หมายถึง ไม่สู้แบบมิจฉาทิฐิ คือ ไม่ได้ให้ไปสู้แบบ รบราฆ่าฟัน ส่วนการชี้แจงให้ชาวโลกรับรู้สิ่งที่ถูกต้องให้มาก ๆ คือ ปลูกสัมมาทิฐิให้เขา นี่แหละคือการ “ทำดีเรื่อยไป!” การทำดี ต้องทำทั้งตนเองและเป็นกัลยาณมิตรให้ผู้อื่นด้วย ให้เขาได้มีความเห็นถูก เป็นกัลยาณมิตรให้เขาเพราะ “โลกขาดดวงตะวันไม่ได้ฉันใด โลกก็ขาดกัลยาณมิตรไม่ได้ฉันนั้น” แม้เราไม่เก่งเทคโนโลยี ก็ไม่เห็นจะมีปัญหา ที่ไหนมีที่ให้กด เราก็แค่เอานิ้วไปกด บวกไปกับความคิดที่เป็นสัมมาทิฐิและความรักใน เพื่อนมนุษย์ที่ไม่ต้องการให้เขาไปอบาย ให้เขามีสัมมาทิฐิ แล้วทุกอย่าง …

18.ธรรมเทศนาในยุคโซเชียลมีเดีย Read More »