หลวงพ่อทัตตชีโว

ถ้านักเรียนทำผิด แล้วครูตีให้หลาบจำ จนเป็นแผลจะผิดหรือเป็นบาปหรือไม่

คำถาม: ถ้านักเรียนทำผิด แล้วครูตีให้หลาบจำ จนเป็นแผลจะผิดหรือเป็นบาปไหมคะ? คำตอบ: เอาแล้วไหมล่ะ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี แต่ผสมความโกรธความเจ้าโทสะไปด้วย เลยตีก้นซะเหวอะเลย นั่นจะฆ่าให้ตายแล้ว         การตี ก็ควรตีแต่พอให้เจ็บ พอให้หลาบจำ ตีด้วยความเมตตา เพื่อให้เด็กกลัว ไม่กล้าทำความผิดอีก หรือเพื่อให้ละทิ้งนิสัยไม่ดีๆ เสีย มีผู้ใหญ่หลายๆ คนที่ได้ดิบได้ดี เพราะไม้เรียวของหลวงปู่ หลวงตา ของครูบาอาจารย์ที่ท่านเฆี่ยนตีด้วยความเมตตา         เพราะฉะนั้น ก่อนจะตีใครลงโทษใคร ให้ตั้งจิตเมตตาไว้ก่อน จิตเมตตานั้นจะเป็นตัวเบรกเอง ก่อนจะเกิดกรณีทำอะไรที่รุนแรงเกินกว่าเหตุลงไปนะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ทำอย่างไรจึงจะฝึกตนให้เป็นคนมีเหตุผล

คำถาม: ทำอย่างไรจึงจะฝึกตนให้เป็นคนมีเหตุผล คำตอบ:       คนมีเหตุผล คือผู้ที่สามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีความเห็นถูกตามมาตรฐานของผู้รู้จริง คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณด้วยพระองค์เองความเห็นถูก ภาษาพระเรียกว่า สัมมาทิฐิ หมายถึง ความเห็นถูกหรือความเข้าใจถูกในเรื่องของกรรม      หลักเหตุและผลที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน คือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ซึ่งเป็นไปตามกฎแห่งกรรม ที่มีผลบังคับต่อทุกสรรพชีวิตในโลก ไม่ว่าใครจะรู้หรือไม่รู้กฎนี้ก็ตามพระพุทธองค์ทรงค้นพบกฎนี้ที่มีอยู่ก่อนแล้ว เมื่อรู้แล้วก็นำมาเปิดเผยให้ชาวโลกทราบความจริงเรื่องนี้ เพราะทรงมีมหากรุณาจะช่วยชาวโลก แม้ว่ายังต้องอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรมก็ต ามแต่ทรงต้องการให้รู้เท่าทันจะได้เลือกดำเนินชีวิตแต่ในส่วนที่เป็นกรรมดี เวลาที่กฏแห่งกรรมส่งผล ก็จะได้ส่งผลในทางที่ดี ที่เป็นประโยชน์แก่ชีวิต      พระพุทธองค์ทรงสอนให้ชาวโลกเป็นผู้มองการณ์ไกล เพราะชีวิตยังต้องดำเนินต่อไปอีกยาวนาน จากชาตินี้ภพนี้สู่ชาติหน้าภพหน้า สู่ชาติต่อ ๆ ไป จนกว่าจะกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้สำเร็จ      ดังนั้น ทุกจังหวะของชีวิต จะตัดสินใจทำอะไร ไม่ทำอะไร จะดำเนินชีวิตไปสู่จุดไหน จำเป็นต้องคิดและชั่วน้ำหนักให้ดีถึงผลดีผลเสียของการกระทำ      ในคราวใดที่ได้รับผลร้ายของการกระทำที่ทำผิดพลาดไว้ในอดีต จะต้องไม่มัวแต่หาคนผิดเพราะเรานั่นเองคือผู้รับผิดชอบการกระทำของตัวเรา สิ่งที่ควรจะทำคือยอมรับและแก้ไข คือทำใหม่ให้ดีกว่าเดิม อย่าให้ผิดพลาดอีก เราจึงจะเป็นผู้ที่ลิขิตชีวิตที่ดีให้แก่ตนเองได้      สิ่งสำคัญของผู้ที่จะเข้าใจกฎแห่งกรรมได้ดีจริงๆ คือ คนๆ นั้นจะต้องได้ทำความดีมาจนคุ้นในระดับหนึ่งเพราะถ้าไม่เคยทำความดีมาก่อน …

ทำอย่างไรจึงจะฝึกตนให้เป็นคนมีเหตุผล Read More »

ทำอย่างไรจึงจะใช้งานคนอื่นได้ง่าย

คำถาม: มีวิธีการอย่างไร ที่จะทำให้สามเณรหรือเด็กวัดที่เราต้องการจะใช้สอย ทำโน่นทำนี่ให้ตามความต้องการของเรา โดยที่เราเองไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส และไม่ได้รับมอบหมายอำนาจสั่งการแทน แต่อยากจะให้วัดดูเป็นระเบียบ? คำตอบ: วิธีการที่จะให้สามเณรในวัดทำอะไรต่ออะไรตามคำสั่ง โดยที่เราเองไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส ก็มีอยู่วิธีเดียวคือ เราลงไปทำงานนั้นกับเณรด้วย จะให้เณรกวาดวัด ถูกุฏิของส่วนกลาง เราก็ไปถูกับเณร อย่างนี้จะใช้อะไรก็ใช้ง่าย แต่ถ้าชี้นิ้วใช้ เณรไปกวาดซิ เณรไปถูซิ เณรจะนึกในใจ “เป็นพ่อกูเมื่อไหร่ล่ะ ก็โตไล่กันมา รอยเท้าไล่กันมาทุกวันๆ เมื่อไหร่พ่อบวชเป็นพระบ้างละก็…ฮึ่ม!” ก็จะเกิดอาการอย่างนั้น แต่ว่าถ้าบอกว่า “เณรมาช่วยหลวงพี่หน่อย” แล้วก็กวาดก็ถูเรื่อยไป เณรมา เณรก็ช่วย ถ้าอย่างนี้คุยกันได้ จำไว้ว่า จะใช้งานใครก็ตาม จะให้ง่ายต้อง         1) ทำให้ดู แล้วก็ช่วยทำด้วย         2) มีอะไรก็แบ่งปันกันกินกันใช้ มีอะไรฉันก็แบ่งให้ฉัน มีอะไรใช้ ก็แบ่งให้เณรใช้บ้างนะ         อย่าทำให้เณรคิดแย้งในใจว่า “ทีงานละก็โยนโครมๆ ให้เณรทำ ทีเวลาฉันละก็ฉันคนเดียวเงียบเชียว” อย่างนี้น่าทำงานให้ไหมเณร? ไม่น่าเลยนะ ถ้าเจ้าอาวาส พระลูกวัด เด็กวัดมีอะไรฉันก็ฉันก็กินเหมือนๆ กัน ข้าวหุงมาจากหม้อเดียวกัน กับข้าวก็จากกระทะเดียวกัน พระก็ฉัน เด็กวัดก็กิน …

ทำอย่างไรจึงจะใช้งานคนอื่นได้ง่าย Read More »

มีวิธีอย่างไรที่จะทำให้มีความตื่นตัวรักความก้าวหน้าในการพัฒนาวัด

คำถาม: คือที่วัดของผมมีโยมอยู่ 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งอยากจะพัฒนา อีกฝ่ายไม่อยากจะพัฒนาทำอย่างไรดีครับ? (พระเรียนถามมา) คำตอบ: สำหรับเรื่องนี้  ถ้าหลวงพ่อหรือเจ้าอาวาสของวัด หรือพระอุปัชฌาย์ของเรา ท่านไม่ค่อยจะตื่นตัว เราไปทำอะไรท่านไม่ได้หรอกครับ แต่มีวิธีอยู่อย่างหนึ่ง ที่จะทำให้วัดของเรา ตัวของเราก้าวหน้า คือ         1) กุฏิที่เราอยู่เองต้องทำให้ดี ให้สะอาดเรียบร้อย         2) ตัวเราเองต้องตั้งใจศึกษาหาความรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยไป         ทำอย่างนี้ รอเวลาไว้ แล้วระหว่างนั้นก็อบรมญาติโยม อบรมสามเณร อบรมเด็กวัด ทำอะไรได้ก็ทำกันไป เอาให้เต็มที่อย่าไปท้อ ที่ท่านถามมานี่ ผมขอถามท่านคำเดียวว่า ถ้าเขาให้ท่านเป็นเจ้าอาวาสวันนี้ ท่าจะสามารถพัฒนาวัดได้จริงหรือเปล่า ไม่ง่ายนะครับ เพราะพอลงมือทำงานเมื่อไร คนของเราเองนั่นแหละ จะแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นด้วย อีกฝ่ายหนึ่งจะไม่เห็นด้วย ไม่ต้องมาก ลองให้สามเณรที่มีอยู่แล้วไปทำความสะอาดวัด ทำง่ายๆ ให้ไปกวาดใบไม้ ท่านจะพบว่าสามเณรฝ่ายหนึ่งก็คงจะเห็นด้วยว่าดี แต่อีกฝ่ายหนึ่งก็อาจจะนึกว่า แหม…หลอกใช้งานเราอีกแล้ว         ยกตัวอย่างนะ ทำอะไรขึ้นมาแล้ว ที่จะได้รับคำชมอย่างเดียวไม่มี ถูกด่าอย่างเดียวก็ไม่มี ขนาดโจรยังมีคนชมเลย ใครชม? …

มีวิธีอย่างไรที่จะทำให้มีความตื่นตัวรักความก้าวหน้าในการพัฒนาวัด Read More »

การพัฒนาวัดให้สำเร็จตามเป้าหมาย

คำถาม: วัดในท้องถิ่นยากจน มีโอกาสพัฒนาได้ยาก เพราะประชาชนในเขตนั้น ไม่ค่อยมีปัจจัยช่วย ในกรณีที่ท่านมีความจำเป็นต้องใช้ปัจจัยในการพัฒนาวัด หากท่านเป็นพระสังฆาธิการจะมีวิธีการดำเนินการอย่างไร การพัฒนา วัดจึงจะสำเร็จสมความตามเป้าหมาย? คำตอบ: เวลาจะทำอะไรก็ตาม คนส่วนมากในโลกนี้ มักจะนึกถึงเงินทุนก่อน จะทำกิจการจะตั้งบริษัท เขาก็นึกถึงเงินก่อน พระจะพัฒนาวัดก็นึกถึงเงินก่อน ลูกเศรษฐีจะสร้างฐานะ ก็แบมือขอเงินพ่อ จะเอาเท่านั้นล้านเท่านี้ล้าน พ่อก็ใจดีให้ไป ให้ไปแล้วแทนที่จะได้ผลงอกเงย เปล่าหรอก ไม่กี่วันทำเจ๊งเสียอีกแล้ว เงินที่ให้ไปก็หมด         หลวงพ่อ หลวงพี่ทั้งหลายพอจะพัฒนาวัด ก็คิดหางบหาเงินจากที่โน่นที่นี่มาพัฒนาวัดโดยไม่ได้ดูตัวเอง ไม่ได้ดูลูกวัดบ้างว่า ในวัดโดยไล่ตั้งแต่ตัวพระสังฆาธิการเอง มีความรู้ ความสามารถพอแล้วหรือยัง ไปบอกบุญกับญาติโยมเอาเงินมา พอได้มาแล้ว ก็ทำไม่สำเร็จ         เพราะความสำเร็จทั้งหลายเหล่านั้นอยู่ที่บุคคลที่ฝึกดีแล้ว ถ้าไม่ฝึกลองดูสิครับ ดูง่ายๆ ไปเจอขอทาน แหม..สงสารขอทานเหลือเกิน ส่งเงินให้ล้านหนึ่ง รับรองเจ้าขอทานคนนั้นเดินไปไม่พ้น 10 ก้าว ก็โดนเหยียบตาย อย่าว่าเป็นล้านเลย ให้ไปแค่แสนเดียว หมื่นเดียวเดี๋ยวก็ไปโดนเหยียบตาย ไม่สามารถจะเอาเงินนั้นไปใช้ประโยชน์เพราะคุณภาพของคนในสังคมยังใช้ไม่ได้         เมื่อเราเริ่มสร้างวัดพระธรรมกาย เมื่อ 27 ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2512) …

การพัฒนาวัดให้สำเร็จตามเป้าหมาย Read More »

ทำไมวัดพระธรรมกายจึงมีคนศรัทธามาก

คำถาม: ที่วัดพระธรรมกายมีแรงศรัทธาอย่างแรงกล้าจากญาติโยมทุกสารทิศ ใช้วิธีอย่างไรครับ? (พระเรียนถามมา) คำตอบ: วิธีทำให้วัดมีเสน่ห์น่าเข้า คนมีเสน่ห์ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้ อยากไปหา เสน่ห์ คือเครื่องดึงดูดใจ เสน่ห์ของวัด คือเครื่องดึงดูดใจให้คนอยากมาเข้าวัด เสน่ห์ที่แรงที่สุด คือความสะอาด ถ้าเกี่ยวกับสถานที่ ถามว่าจุดไหนของวัดที่คนมุ่งไปหามากที่สุด ก้าวแรกที่ญาติโยมลงมาจากรถ เขาถามหาอะไรก่อน? คำแรกเลย คือส้วมอยู่ที่ไหน? หรือห้องน้ำอยู่ที่ไหน? เขาไม่ถามหรอกว่า เจ้าอาวาสอยู่ที่ไหน หรือหลวงพ่อ หลวงพี่ที่สอนบาลีรูปนั้นรูปนี้ที่เทศน์เก่งๆ อยู่ที่ไหน เขายังไม่ถาม แต่เขาถามว่า ห้องน้ำห้องส้วมอยู่ที่ไหน?         เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่จะต้องทำ และต้องทำให้มีเสน่ห์ให้ได้ คือความสะอาดของห้องน้ำ และของบริเวณสถานที่ ถ้าความสะอาดภายนอกอย่างนี้ยังทำไม่ได้ เรื่องอื่นอย่าไปพูดถึงเลย ทำไม่ได้หรอกครับพระคุณเจ้า เมื่อเรารักษาความสะอาดสถานที่ได้แล้ว หน้าที่ของพระมีอยู่ 2 อย่าง คือ         1) ศึกษาและฝึกตนเองตามพระวินัย         2) รู้พระธรรมวินัยแล้วสอนคนอื่นให้รู้ตาม         ถ้าพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ หลวงพ่อหลวงพี่ทั้งหลายครับ ถ้าอยากจะให้วัดของเราเป็นศูนย์รวมศรัทธาของคนละก็ ศีลของเราต้องดี สมาธิ(Meditation)ของเราต้องดี แล้วความรู้ทางด้านปริยัติของเราก็ต้องดี ต้องให้ครบเครื่อง ยิ่งกว่านั้น ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือเราต้องขยันเทศน์ …

ทำไมวัดพระธรรมกายจึงมีคนศรัทธามาก Read More »

จริงหรือไม่ที่มูลนิธิธรรมกายบุกรุกป่าสร้างวัดตามวนอุทยานแห่งชาติ

คำถาม: ที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่า มูลนิธิธรรมกายบุกรุกป่า จะไปสร้างวัดตามวนอุทยานแห่งชาติ ความจริงเป็นอย่างไร อธิบายตามข้อที่เป็นจริงด้วยครับ? คำตอบ: ข้อที่เป็นจริงมีอยู่นิดเดียว เรื่องมีอยู่ว่า จากประสบการณ์ของผู้บังคับบัญชาในกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ท่านพบว่าในการรักษาป่านั้น มีความจำเป็นจะต้องให้ทหารฝึกอาวุธให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า แต่พอฝึกแล้วปรากฏว่า ทำให้คนของเขาจิตใจห้าวหาญ มิหนำซ้ำบางคนก็กลับไปโค่นป่าเสียเอง ทางผู้ใหญ่ท่านมองเห็นจุดอันตรายนี้ ท่านกลัวว่าเด็กหนุ่มๆ ที่เป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ถ้ายังไม่มีคุณธรรม หรือมีนิสัยเป็นพาลอยู่ พอส่งอาวุธให้ มันก็ยิ่งจะไปก่อกรรมทำเข็ญ จะกลายเป็นติดอาวุธให้คนพาลไป         ท่านก็เลยมาขอให้หลวงพ่ออบรมศีลธรรมให้เจ้าหน้าที่พวกนี้ด้วย ก็รับปากอบรมให้เขา ตลอดระยะเวลา 4 ปีแรก ที่เขาส่งมาอบรมที่วัด ปีหนึ่งประมาณ 3 รุ่น รุ่นหนึ่ง 70-80 คน ท่านเห็นว่าอบรมแล้วคนของท่านดีขึ้น การรู้จักยับยั้งชั่งใจมีมากขึ้น บางคนเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ไปเลยก็มี แล้วก็ตั้งใจทำงานดีขึ้น ท่านก็เลยส่งมาตลอด         ต่อมาทางกองอุทยานแห่งชาติก็มาคิดว่า เอ…การอบรมอย่างนี้ ดีน่ะดีหรอก แต่ว่าจะกลายเป็นการรบกวนทางวัดมากเกินไป ทั้งที่ความจริงเราก็ไม่ได้ถือว่าเป็นการรบกวนอะไร เพราะว่าวัดก็มีหน้าที่อบรมให้ประชาชนอยู่แล้ว ก็บอกเขาไปว่าไม่ต้องเกรงใจ         แต่เขาก็มาคำนึงอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องงบประมาณที่จะต้องใช้จ่าย ถ้าอบรมในอุทยานละก็ ค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าการมาที่วัด เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องเดินทางเข้ามา ซึ่งบางแห่งก็อยู่ไกลมาก …

จริงหรือไม่ที่มูลนิธิธรรมกายบุกรุกป่าสร้างวัดตามวนอุทยานแห่งชาติ Read More »

วัดพระธรรมกายรับอบรมธรรมทายาท ทำไมจึงไม่รับผู้มีความรู้น้อย เห็นรับแต่นิสิต นักศึกษาของมหาวิทยาลัย?

คำถาม: วัดพระธรรมกายรับอบรมธรรมทายาท ทำไมจึงไม่รับผู้มีความรู้น้อย เห็นรับแต่นิสิต นักศึกษาของมหาวิทยาลัย? คำตอบ: ที่เราทำกันอยู่ขณะนี้ ธรรมทายาทจะต้องมีอายุอย่างน้อย 15 ปี เด็กอายุ 15 ปี ความรู้ชั้นไหน? ประมาณ ม.3 นะ ถามว่า ทำไมผู้ที่มีความรู้น้อยกว่านั้น เช่น ป.3 ป.4 ป.6 จึงไม่ค่อยรับ ไม่ใช่ไม่รับ เขาไม่มากันเอง         พวกที่เข้าอบรมธรรมทายาทของที่นี่ เรามีหลักสูตรสอนให้เวลาหลวงพ่อสอนก็ต้องตีประเด็นว่า คนที่เข้าอบรมส่วนมากมีความรู้โดยเฉลี่ยอยู่ระดับไหน ก็ต้องเริ่มจากตรงนั้น ผู้ที่มีความรู้ชั้นประถมแล้วก็อายุน้อยด้วย มาดูลาดเลาแล้วเห็นว่า มาเข้าอบรมแล้วคงไม่ค่อยจะเข้าใจ หรือตามเขาไม่ทัน ก็เลยไม่มาอบรม ถ้าเข้ามาอบรม คนสอน ก็คงจะเหนื่อยจัดทีเดียว แต่ก็มีที่อายุมากสักหน่อย จบ ป.4 นี่ละ แต่ว่าได้ทำงานทำการมาบ้าง ผ่านโลกมาแล้ว         เพราะฉะนั้นถึงแม้เรียนมาน้อยไม่ได้จบชั้นมัธยมกับเขา แต่ว่าก็ผ่านโลกมาพอสมควร สามารถที่จะฟังเทศน์แล้วตามทัน รับการอบรมได้ทันก็มี ประเภทนี้ก็มีมาร่วมบวชด้วยทุกปีนะ ก็ไม่ได้กีดกันใครเลย ขอยืนยัน เพราะว่าวัดเป็นของกลาง ของสาธุชน ของขาวพุทธทุกคนนะครับ โอวาท …

วัดพระธรรมกายรับอบรมธรรมทายาท ทำไมจึงไม่รับผู้มีความรู้น้อย เห็นรับแต่นิสิต นักศึกษาของมหาวิทยาลัย? Read More »

วัดพระธรรมกายนำอาหารมาเลี้ยงคนที่มาวัด เอามาจากไหนมากมาย?

คำถาม: วัดพระธรรมกายนำอาหารมาเลี้ยงคนที่มาวัด เอามาจากไหนมากมาย? คำตอบ: ข้าวปลาอาหารที่จัดเลี้ยงญาติโยมนี่ ส่วนใหญ่เขาก็ขนมาทำบุญ โยมบางท่านก็ขนข้าวมาเลย 6 กระสอบ น่าอนุโมทนาไหมล่ะ บางท่านขนน้ำมันพืชที่ใช้ทำกับข้าว ขนมาให้คราวละ 7-8 ปีบ วุ้นเส้นก็มี ผักเป็นคันรถ ไข่ไก่เป็นคันรถ บางคนมีกำลังน้อยก็ทำตามน้อย ตามกำลัง ก็ขนมาถือมาเท่าที่พอจะเอามาทำบุญได้         ถ้ามาก่อนวันงาน มาอยู่ธุดงค์ก่อน ก็เอาไปส่งไว้ที่โรงทานที่ครัวของวัด บางคนมาในวันงานเลย เขาก็อาจจะทำอาหารมามากเป็นพิเศษ นำมาถวายพระ แล้วแบ่งส่วนหนึ่งไว้รับประทาน ก็ตามแต่จะคิดจะทำกัน อาหารจึงมีพอเผื่อแผ่สำหรับทุกคนที่มาทำบุญ แม้ว่าบางคนจะไม่ได้เตรียมอาหารอะไรมาเลยก็ตาม         บางท่านไม่ค่อยถนัดด้านอาหาร เลยขนไม้กวาดทางมะพร้าวมาให้ 2,000 อัน ไม้กวาดอ่อนส่งมาให้ 500 อัน ก็มาเป็นของอย่างนั้น แต่พอคำนวณเป็นเงินแล้วก็มากมาย แต่ว่าจะมาในรูปไหนก็ตาม เราพยายามรักษา ถนอมใช้อย่างดีที่สุด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ญาติโยมได้บุญกันเต็มที่         เรื่องอาหารนี้ เราคำนึงถึงทั้งอาหารใหม่และอาหารเก่าของคน คือให้เขากินอิ่มแล้วต้องให้ถ่ายออกด้วย งวดนี้จึงสร้างห้องน้ำเพิ่มขึ้นอีก เมื่องานกฐิน (พ.ศ.2528) มีห้องน้ำอยู่ 600 ห้อง งวดนี้สร้างเพิ่มอีก …

วัดพระธรรมกายนำอาหารมาเลี้ยงคนที่มาวัด เอามาจากไหนมากมาย? Read More »

ที่สร้างวัดพระธรรมกายมานี่ มีทุนเท่าไร หาเงินมาได้อย่างไร จึงสร้างวัดได้ใหญ่โตอย่างนี้

คำถาม: ที่สร้างวัดพระธรรมกายมานี่ มีทุนเท่าไร หาเงินมาได้อย่างไร จึงสร้างวัดได้ใหญ่โตอย่างนี้ (พระเรียนถามมา) คำตอบ: เรื่องนี้ถูกถามมามาก คือเมื่อเริ่มสร้างวัด เราเริ่มขุดดินก้อนแรกเมื่อวันมาฆบูชา ปี พ.ศ. 2513 ขณะนั้นเรามีเงินก้นถุงอยู่ 3,200 บาทเท่านั้น แต่เมื่อตอนจะลงมือสร้าง คุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านไม่ได้มองที่เงิน แต่ท่านมองที่คนที่จะมาช่วยกันสร้างวัด         ขอฝากข้อคิดไว้กับพระภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกาด้วยว่า การมองที่เงินของคนบางคนได้ก่อให้เกิดปัญหาน่ารำคาญแก่วัดพระธรรมกายมาก มีคนพูดว่าวัดนี้รวยแล้วบ้าง พูดว่าวัดนี้ได้เงินจากคอมมิวนิสต์ จึงมีทุนสร้างวัดได้ใหญ่โต สาธุชนก็พากันมาวัดมากมายผิดปกติ สงสัยจะส้องสุมผู้คน เป็นเรื่องแปลกนะครับ เมื่อมีอะไรที่มันผิดหูผิดตาเกิดขึ้น หรือผิดความเคยชินสักหน่อย เรื่องเหล่านั้นจะกลายเป็นผิดปกติไปหมด         คุณยายอาจารย์เมื่อจะเริ่มลงมือสร้างวัด ก่อนหน้านั้นท่านคัดคนฝึกคนอย่างเคร่งครัด ฝึกเอาจากผู้ที่มาวัดนั่นแหละ ผมเองก็ไม่รู้ตัวว่าถูกคัด ภายหลังจึงทราบว่าท่านดูจากความตั้งใจในการปฏิบัติธรรม ดูศีลตั้งแต่เป็นฆราวาส ดูความประพฤติต่างๆ ท่านดูของท่านเงียบๆ ท่านดูและคัดมาเรื่อยๆ ว่าพอที่จะเป็นกำลังในการสร้างวัดได้หรือไม่         จากลูกศิษย์ของท่านที่มีมากมาย ท่านคัดเลือกมาเพียง 30 คนเท่านั้น ขณะนั้นที่บวชแล้วมีอยู่องค์เดียว คือ พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาส ผมเองก็ยังไม่ได้บวช         ท่านเรียกพวกเราเข้ามาบอกว่า …

ที่สร้างวัดพระธรรมกายมานี่ มีทุนเท่าไร หาเงินมาได้อย่างไร จึงสร้างวัดได้ใหญ่โตอย่างนี้ Read More »

วิธีการสร้างวัดพระธรรมกายและการบอกบุญต่างๆทำกันอย่างไร

คำถาม: หากไม่เป็นการรบกวน ใคร่ของความกรุณาให้ท่านเล่าถึงวิธีการสร้างวัดพระธรรมกายโดยสังเขป และวิธีการบอกบุญในการสร้างวัดด้วย ทุนในการดำเนินงานในระยะเริ่มแรกมีเท่าไร ได้โดยศรัทธาจากการแสดงธรรมอย่างไร (พระที่เข้าอบรมธุดงค์มาฆบูชา 2529 เรียนถาม) คำตอบ: ทุนเริ่มต้นมีเท่าไหร่ ตอบว่า จำได้ติดหูติดตาติดใจว่ามีอยู่ 3,200 บาท เป็นเงินเริ่มต้น พร้อมกับคณะดำเนินการ ฝ่ายชายก็มีอยู่ 10 กว่าท่าน ฝ่ายหญิงก็อีก 10 กว่าท่าน รวมแล้วไม่ถึง 30 คน แม้เงินจะน้อย แต่ว่าเราใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ยอมให้ตกให้หล่น         ที่สำคัญที่สุดเมื่อรับบริจาคเพิ่มมาแล้ว ก็ทำตามสัญญาที่บอกกับประชาชนโดยเร็วพลัน ไม่เอาไปแช่เย็นไว้ จนกระทั่งเขาสงสัยว่า เอ…เจ้าอาวาสท่านกักเงินเอาไว้ทำไม เมื่อไรจะสร้างสักที สงสัยจะเตรียมเก็บไว้สึกกระมัง เรื่องจะสึกหรือไม่สึก กลายเป็นข้อสงสัยเราเสียแล้ว เพราะฉะนั้นได้เงินมาแล้วจึงต้องรีบทำ แต่เราก็ไม่ทำอย่างมีหนี้ บอกบุญเขามา พอได้ส่วนที่เป็นเสาเป็นหลังคาก็ลงมือสร้าง แต่ว่าเขายังไม่ได้บริจาคให้พอทำพื้น         เพราะฉะนั้นขั้นต้นเราก็เอาดินเอาทรายลงไว้ก่อน สร้างหลังคาแล้วก็ใช้งานไปได้พักหนึ่ง พอมีเงินบริจาคมาอีก ก็เอาหินเกร็ดลงใช้กันได้อีกพักครึ่ง ต่อมาเขาบริจาคพื้นมาบ้างแล้ว แต่ยังได้ไม่ครบ พื้นปูนซีเมนต์แผ่นหนึ่งราคา 10 บาท 80 สตางค์ ถ้าปูเต็มพื้นที่จะต้องใช้งบประมาณเกือบล้านบาท …

วิธีการสร้างวัดพระธรรมกายและการบอกบุญต่างๆทำกันอย่างไร Read More »

ทำอย่างไรจึงจะชวนคนที่ไม่นับถือพระพุทธศาสนาให้หันมานับถือได้

คำถาม: ทำอย่างไรจึงจะชักชวนให้คนที่ไม่ได้นับถือพระพุทธศาสนา ให้เขามานับถือคะ? คำตอบ: การที่เราจะชักชวนให้ใครมานับถือพระพุทธศาสนานั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเทศน์เอาไว้ตั้งแต่ตอนที่พระองค์เพิ่งตรัสรู้ใหม่ๆ ในวันเพ็ญเดือน 3 คือวันมาฆบูชา เทศน์บทนั้นก็คือบทที่เราเราเรียกว่า “โอวาทปาฏิโมกข์”         พระองค์ทรงบอกว่า การที่จะไปชักชวนให้ใครมานับถือพระพุทธศาสนาตามอย่างเรานั้น ผู้ไปชวนจะต้องสามารถปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีก่อน เพื่อเอาชนะใจคนที่จะเข้ารับการสอนเสียตั้งแต่ต้นมือ ซึ่งจะทำให้ได้ผลดี และไม่หนักแรงจนเกินไป คำสอนของพระองค์ประกอบด้วยหลัก 6 ประการ คือ         1. อนูปวาโท ไม่ว่าร้ายกันด้วย ต้องไม่สอนศาสนาด้วยวิธีพูดกระทบกระเทียบ โจมตี แดกดัน ค่อนขอด เยาะเย้ย เหยียดหยามผู้อื่น         2. อนูปฆาโต ไม่ทำร้ายกันด้วย ต้องไม่สอนศาสนาโดยวิธีใช้กำลัง ใช้อาวุธ เข้าข่มขู่ บังคับ ทำร้ายหรือรังแก ข่มเหงให้เขาเชื่อ         3. ปาฏิโมกเข จ  สํวโร สำรวมในพระปาฏิโมกข์ด้วย ต้องสำรวมระวังความประพฤติของตนให้ดีงามเหนือกว่าเขา คือมีศีลธรรม มีวินัย มีมารยาท มีวัฒธรรมสูงกว่าเขา เพื่อให้เป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสศรัทธาตั้งแต่ต้น         4. มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺสมึ เป็นผู้รู้ประมาณในภัตตาหารด้วย ต้องเป็นคนไม่เห็นแก่กิน …

ทำอย่างไรจึงจะชวนคนที่ไม่นับถือพระพุทธศาสนาให้หันมานับถือได้ Read More »

ที่วัดพระธรรมกายทำอย่างไร คนจึงมาที่วัดกันเป็นพันๆ หมื่นๆ และยังมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย

คำถาม: ไม่ทราบว่าที่วัดพระธรรมกายทำอย่างไร คนจึงมาที่วัดกันเป็นพันๆ หมื่นๆ มามากอย่างนี้ แล้วยังมีระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย แปลกจริงๆ คำตอบ: วัดพระธรรมกาย ใช้ระบบที่ว่า ใครก็ตามเมื่อมาถึงวัดแล้ว เราจะฝึกคุณธรรมให้ทุกคนมีวินัย มีความเคารพ และมีความอดทน ให้มีคุณธรรม 3 อย่างนี้ก่อน         ยกตัวอย่างเช่น เมื่อญาติโยมมาถึงวัด ก็ฝึกให้เขานั่งเป็นแถวเป็นแนว โดยเอาเสื่อปูเป็นแถวๆ แล้วก็ทำจุดที่แถวหน้าให้เขาดู เวลานั่งต้องนั่งให้ตรงกับจุด ซึ่งส่วนมากก็นั่งกันได้เป็นแถวดี สำหรับผู้ที่ยังนั่งไม่ตรงจุด เราก็หาเด็ก 2-3 คน ให้เป็นคนคอยเชิญเขามานั่งให้ตรงจุดหรือตรงคอคนหน้า ใครเข้ามาใหม่ เด็กก็เชิญเขามานั่งต่อๆ กันไป เพราะฉะนั้นมีมาเท่าไหร่ก็นั่งเป็นแถวหมด เราก็ฝึกวินัยกันง่ายๆ อย่างนี้         พอเลิกนั่งสมาธิ เลิกเทศน์หรือเลิกพิธีแล้ว ก็ให้สวดมนต์ทำวัตรก่อน เป็นบทยาวประมาณ 15 นาที ขณะสวดมนต์เราก็มีเด็กเตรียมผ้าเช็ดเสื่อ ซึ่งซักแล้วบิดหมาดๆ มาวางไว้ที่หัวเสื่อ พอสวดมนต์เสร็จเขาก็ลุกออกจากที่ ส่วนหนึ่งก็จะไปเช็ด และม้วนเสื่อเก็บส่วนพวกที่ไม่ได้เช็ดเสื่อ ก็มีเด็กอีกชุดหนึ่งเตรียมไม้กวาดส่งให้ อีกชุดเตรียมไม้ถูพื้น ผ้าขี้ริ้ว เมื่อญาติโยมที่มาวัดได้ช่วยกันกวาด ได้เช็ดเสื่อ ได้ถูศาลาแล้ว เขาจะมีความรู้สึกผูกพัน มีความเป็นเจ้าของวัด …

ที่วัดพระธรรมกายทำอย่างไร คนจึงมาที่วัดกันเป็นพันๆ หมื่นๆ และยังมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย Read More »

จริงหรือไม่ที่วัดพระธรรมกายทำธุรกิจการค้าเพื่อหาเงินใช้จ่ายในวัด

คำถาม: เคยมีข่าวว่า วัดพระธรรมกายใช้ที่ดินมาก ใช้เงินในการดูแลวัดพัฒนาพระ เณร อุบาสก อุบาสิกามาก ก็เลยมีการทำธุรกิจการค้าเพื่อหาเงินใช้จ่ายในวัด ข่าวนี้กราบขอความกรุณาให้หลวงพ่อชี้แจงด้วย? คำตอบ: โยม ธุรกิจไม่ใช่เรื่องของพระ ที่เราเป็นอยู่ได้ทุกวันนี้ จริงๆ แล้วใช้หลักง่ายๆ ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ท่านให้เอาไว้ รวมกับหลักการของคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ของพวกเรามาแต่ต้น หลวงพ่อวัดปากน้ำ ให้คาถาเรียกเงินสร้างวัดไว้ 3 บท คือ         มนต์บทที่ 1 กวาดวัดให้สะอาด เพราะถ้าวัดสะอาดแล้วคนที่เขาตั้งใจมาทำบุญ สมมติว่าตั้งใจจะมาทำสัก 10 บาท มาถึงเห็นวัดสะอาดสะอ้าน น่ายืน น่าเดิน แม้กระทั่งน่านอนในศาลา จากเดิมที่คิดจะทำบุญ 10 บาท ก็มีสิทธิ์เพิ่มเป็น 100 บาท ถ้าตั้งใจทำบุญ 100 บาท ก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นเงาตามตัว         อุปกรณ์ทำความสะอาดนี่สำคัญมาก อย่ามองไม้กวาด มองผ้าขี้ริ้ว หรือถังขยะว่ามันเป็นไม้กวาด ผ้าขี้ริ้ว ถังขยะที่สกปรกโสโครก แต่ขอให้มองว่าของเหล่านี้ คือเทพธิดาแห่งความสะอาด ไม้กวาดที่เรากวาดขยะมีฤทธิ์ดึงดูดสมบัติติดปลายไม้กวาดมาได้นะ ทั้งผ้าขี้ริ้ว …

จริงหรือไม่ที่วัดพระธรรมกายทำธุรกิจการค้าเพื่อหาเงินใช้จ่ายในวัด Read More »

ถ้าพระเณรวัดอื่นขอมาอยู่วัดพระธรรมกายจะได้หรือไม่

คำถาม: สามเณรวัดอื่นจะขอมาอยู่ที่วัดพระธรรมกายจะได้หรือไม่ และจะต้องทำอะไรบ้าง? คำตอบ: เราประกาศอยู่ตลอดเวลาว่า ถ้าใครจะสมัครมาเป็นสามเณรที่นี่ จะเป็นพระที่นี่ เรายินดีรับ กฎเกณฑ์ต่างๆ มีไว้เรียบร้อย แต่ว่ากฎเกณฑ์ก็มากหน่อย แล้วก็บอกกันตรงๆ ว่าเป็นพระวัดนี้เหนื่อย ทั้งเจ้าอาวาส ทั้งรองเจ้าอาวาส พระเณรทุกรูปเหนื่อยกันทั้งนั้น ถ้าท่านคิดว่าจะทนเหนื่อยได้มาสิครับ ยินดีต้อนรับ         กฎเกณฑ์กติกาที่ว่านี้ ความจริงก็ไม่มากเท่าไร เช้าตี 4 ครึ่งก็ตื่นขึ้นมาทำวัตรทำภาวนาไป พอสว่างก็ไปบิณฑบาต เสร็จจากบิณฑบาตกลับมาฉัน เสร็จแล้วก็ไปเก็บกวาดเช็ดถูประมาณ 9 โมง ก็นั่งภาวนาไป งานอื่นยังไม่ต้อง ทำภาวนาไปจนกระทั่ง 11 โมง ถ้าท่านรูปไหนเพียงแค่นั่งชั่วโมงเดียว ก็โอยไม่ไหวแล้ว เมื่อยแล้ว ทนไม่ไหวท่านไม่ต้องมาสมัคร อยู่ไม่ได้หรอกครับ มีมาสมัครกันตั้งเยอะแล้วแต่มักจะอยู่กันไม่ได้ ที่อยู่ได้ก็มีครับ         ฉันเพลแล้วเรียนไม่ใช่นอน เรียนนักธรรม เรียนบาลีก็เรียนกันไป ตกกลางคืนทำภาวนาถึง 3 ทุ่ม หลังจากนั้นจะท่องหนังสืออ่านตำรา ก็นิมนต์ตามสะดวก แต่ไม่ว่าจะดึกดื่นแค่ไหน ตี 4 ครึ่ง ต้องตื่นอย่าอยู่ช้า ถ้าทนได้ ก็อยู่ด้วยกันได้ …

ถ้าพระเณรวัดอื่นขอมาอยู่วัดพระธรรมกายจะได้หรือไม่ Read More »