ธรรมะเพื่อประชาชน

มงคลที่ ๒๙ เห็นสมณะ – สมณทัสสนา

มงคลที่ ๒๙ เห็นสมณะ – อริยทัสสนา นักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลาย ท่านพิจารณาเห็นว่า การเกิดบ่อยๆเป็นทุกข์ ความแก่ ความเจ็บและความตาย ก็เป็นทุกข์ ต่างแสวงหาหนทางหลุดพ้น เพราะคิดว่าเมื่อมีความทุกข์ ก็ต้องมีความสุขเป็นของคู่กัน จึงได้ลองผิดลองถูกแสวงหากันมาตลอดชีวิตก็ยังไม่พบ แต่พวกเราโชคดีที่ได้มาพบพระพุทธศาสนา มาทราบหนทางแห่งความหลุดพ้น หนทางไปสู่พระนิพพานว่า อยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด ซึ่งเป็นหนทางเอกสายเดียวที่จะไปสู่อายตนนิพพานได้ เป็นที่เดียวที่ความทุกข์มากล้ำกรายไม่ได้ มีแต่ความสุขล้วนๆ ที่ไม่มีทุกข์เจือปนเลย เราจึงควรหมั่นนำใจของเรามาหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา เพื่อเราจะได้เข้าถึงความสุขที่แท้จริงภายในกัน พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ใน เวสสันดรชาดก ว่า… สาหุ ทสฺสนมริยานํ สนฺนิวาโส สทา สุโข การได้พบเห็นพระอริยเจ้าเป็นสิ่งดี การอยู่ร่วมกับพระอริยเจ้า นำความสุขมาให้ทุกเมื่อ พระอริยเจ้า คือ ผู้ที่ได้ฝึกฝนอบรมตนเองตามคำสอนของพระบรมศาสดา และสามารถทำใจหยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์ที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด จนได้บรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคล ตั้งแต่เป็นพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัต ซึ่งเป็นกายธรรมของพระอริยเจ้าขั้นสูงสุดในพระพุทธศาสนา เนื่องจากท่านมีใจที่สว่างไสวอยู่เป็นนิตย์ เวลาคิดก็คิดแต่เรื่องที่ดีที่เป็นบุญเป็นกุศล เป็นประโยชน์ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย เวลาพูดก็พูดแต่วาจาสุภาษิต ชักชวนให้ทำความดี ชักชวนให้พ้นทุกข์ไปสู่อายตนนิพพาน และทำแต่สิ่งที่ดีงามไม่เบียดเบียนใคร มีศีลาจารวัตรงดงาม …

มงคลที่ ๒๙ เห็นสมณะ – สมณทัสสนา Read More »

มงคลที่ ๓๑ บำเพ็ญตบะ – แม้ตายก็ไม่ทิ้งธรรม

มงคลที่ ๓๑ บำเพ็ญตบะ – แม้ตายก็ไม่ทิ้งธรรม นักปราชญ์ทั้งหลายไม่ได้กล่าวว่า เครื่องจองจำที่ทำด้วยเหล็ก ทำด้วยไม้และทำด้วยหญ้า เป็นเครื่องจองจำที่มั่น นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า ความรักใคร่ในแก้วมณีและกุณฑล ความอาลัยในบุตรและภรรยาทั้งหลาย เป็นเครื่องจองจำที่มั่น พาให้ตกต่ำ เป็นเครื่องจองจำที่ผูกหย่อนๆ แต่แก้ยาก นักปราชญ์ทั้งหลายตัดเครื่องจองจำเช่นนั้นแล้วออกบวช เป็นผู้ไม่มีความอาลัย เพราะละกามทั้งหลายได้ โลกมนุษย์เป็นดินแดนแห่งการสร้างบุญและบาป การใช้ชีวิตของตนให้อยู่บนเส้นทางใด ไม่ว่าจะเป็นทางแห่งความดีหรืออื่นๆ ย่อมขึ้นอยู่กับตัวเรา เพราะโลกมนุษย์เป็นสถานที่กลางๆ ถ้าสร้างบารมีก็จะสามารถสร้างได้เต็มที่ หากประมาทพลาดพลั้ง ไปสร้างบาปอกุศลก็เป็นกรรมที่แรงเช่นกัน เราต้องเลือกเดินบนเส้นทางที่เกิดประโยชน์ และมีคุณค่าที่สุดในแต่ละวัน เช่นเดียวกับชีวิตของพระบรมโพธิสัตว์ ที่เกิดมาทุกภพทุกชาติเพื่อสร้างบารมีเท่านั้น ดังนั้นเราควรดำรงชีวิตให้ถูกต้องร่องรอยตามวิสัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย มีวาระพระบาลีใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ความว่า… นาญฺญตฺร โพชฺฌา ตปสา นาญฺญตฺร อินฺทฺริยสํวรา นาญฺญตฺร สพฺพปฏินิสฺสคฺคา โสตฺถึ ปสฺสามิ ปาณินํ นอกจากปัญญาเครื่องรู้ ตบะเครื่องเผาความชั่ว นอกจากความสำรวมอินทรีย์ นอกจากความสละคืนทุกสิ่งทุกอย่าง เรามองไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย คุณธรรมที่จะทำให้ไม่ยึดมั่นถือมั่น และนำไปสู่การตรัสรู้ธรรม ให้ได้รู้แจ้งเห็นจริงในสรรพสิ่งทั้งหลาย กระทั่งรู้เท่าทันอาสวกิเลสทั้งปวง …

มงคลที่ ๓๑ บำเพ็ญตบะ – แม้ตายก็ไม่ทิ้งธรรม Read More »

มงคลที่ ๒๙ เห็นสมณะ – อานิสงส์การเห็นสมณะ

มงคลที่ ๒๙ เห็นสมณะ – อานิสงส์การเห็นสมณะ บุญเป็นคุณเครื่องแห่งความสุข และความสำเร็จทุกอย่าง ตั้งแต่สมบัติที่เป็นโลกิยะ จนถึงสมบัติที่เป็นโลกุตตระ การบำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในอดีตนับภพนับชาติไม่ถ้วน ก็เพื่อเป็นเสบียงในการเดินทางข้ามห้วงทุกข์ แห่งสังสารวัฏอันยาวไกลไปสู่อายตนนิพพาน บุญนอกจากจะส่งผลในช่วงที่เราเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสุคติภูมิ และส่งผลให้ได้สร้างบารมีอย่างสะดวกสบายแล้ว ยังจะเป็นอุปนิสัยพลวปัจจัย ให้เราได้บรรลุมรรคผลนิพพาน บรรลุวิชชาธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อย่างง่ายดายอีกด้วย โดยเฉพาะบุญที่เกิดจากการทำใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่ง เป็นประจำสม่ำเสมอ เป็นบุญใหญ่ที่จะเป็นเหตุให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพานโดยเร็วพลัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มงคลสูตร ว่า… สมณานญฺจ ทสฺสนํ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ การได้เห็นสมณะ เป็นมงคลอย่างยิ่ง สมณะ คือ ผู้รู้ผู้สงบ หมายถึง บรรพชิตที่ได้บำเพ็ญสมณธรรม ฝึกฝนอบรมตนเอง ให้ถึงพร้อมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา จนกระทั่งมีกาย วาจา ใจ ใสสะอาดบริสุทธิ์ สงบจากบาปอกุศลทั้งปวง ดำรงตนอยู่บนเส้นทางของพระนิพพาน ผู้ที่ได้พบเห็นสมณะถือว่าได้พบเห็นสิ่งที่เป็นสิริมงคล เพราะเห็นแล้วย่อมบังเกิดความเลื่อมใส อยากทำบุญกับท่านผู้เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ บุญกุศลย่อมส่งผลให้ประสบความสุขความเจริญในชีวิต แม้ละโลกไปแล้วก็เป็นเหตุให้ได้ไปสวรรค์และนิพพาน *ในสมัยของ พระวิปัสสีพุทธเจ้า มีสาวน้อยคนหนึ่ง เป็นลูกของเศรษฐีประจำเมือง ในขณะที่กำลังเล่นอยู่กับเพื่อนๆบริเวณหน้าบ้านตามปกติ เธอได้มองเห็นพระพุทธเจ้ากำลังเสด็จบิณฑบาตในพระนครพันธุวดี …

มงคลที่ ๒๙ เห็นสมณะ – อานิสงส์การเห็นสมณะ Read More »

มงคลที่ ๓๑ บำเพ็ญตบะ – โลกตระการของคนเขลา

มงคลที่ ๓๑ บำเพ็ญตบะ – โลกตระการของคนเขลา สรรพสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในโลก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ต่างอยู่บนพื้นฐานของความจริงทั้งสิ้น คือ ไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมทุกวินาที และก็สูญสลายในที่สุด ทุกสิ่งล้วนเป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง เราควรแสวงหาของจริงที่จะนำความสุขที่แท้จริงมาให้แก่เรา นั่นคือ ธรรมกาย ที่มีอยู่ในตัวของพวกเรา เป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ด้วยการเจริญสมาธิภาวนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า… เอถ ปสฺสถิมํ โลกํ จิตฺตํ ราชรถูปมํ ยตฺถ พาลา วิสีทนฺติ นตฺถิ สงฺโค วิชานตํ ท่านทั้งหลาย จงมาดูโลกนี้อันตระการดุจราชรถ ที่พวกคนเขลาหมกอยู่ แต่ผู้รู้หาข้องอยู่ไม่ โลกใบนี้เหมือนละครโรงใหญ่ ที่มีนักแสดงมากมาย ทั้งเด็ก หนุ่มสาว และคนชรา บางครั้งในคนๆเดียวกันก็แสดงได้หลายบท เป็นทั้งคนดีและคนไม่ดี ขึ้นอยู่กับความชอบใจที่อยากจะเป็น แม้ตัวเราบางครั้งก็อยากทำความดี บางทีไม่อยากทำบาปอกุศล หรือบางทีก็อยากอยู่เฉยๆ เราจะสังเกตได้ว่า ถ้ายามใดที่ใจเราใสสะอาดบริสุทธิ์ มีความคิด คำพูดและการกระทำที่ดีๆ …

มงคลที่ ๓๑ บำเพ็ญตบะ – โลกตระการของคนเขลา Read More »

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล ภิกษุผู้รื่นรมย์ยินดีในธรรม ไตร่ตรองพิจารณาธรรม และระลึกถึงธรรมอยู่เป็นนิตย์ ย่อมไม่เสื่อมจากพระสัทธรรม พระอานนท์ ได้มองเห็นพระมหาเถระเหล่านั้นเดินตามกันไป ดูงดงามน่าเลื่อมใส ก็ปรารถนาจะฟังธรรมด้วย จึงชักชวน พระเรวตะ ออกติดตามไปด้วย เมื่อพระเถระทั้งหมดไปถึงที่พักของพระสารีบุตรแล้ว พระสารีบุตร ได้ทักทายพระอานนท์ก่อนว่า “ท่านอานนท์ ป่าโคสิงคสาลวันเป็นสถานที่น่ารื่นรมย์ ราตรีแจ่มกระจ่าง ไม้สาละออกดอกบานสะพรั่ง หอมฟุ้งดังกลิ่นทิพย์อย่างนี้ ท่านคิดว่าป่าโคสิงคสาลวัน จะงดงามด้วยภิกษุเช่นไรหนอ” พระอานนท์ตอบว่า “ป่าโคสิงคสาลวันพึงงดงามด้วยภิกษุผู้ทรงสุตตะ ทรงจำธรรมะมาก และเป็นผู้ประกาศพรหมจรรย์ อันบริสุทธิ์บริบูรณ์ แสดงธรรมอันแจ่มแจ้งแก่บริษัทสี่ เพื่อถอนอนุสัยกิเลสให้หมดสิ้น ป่าโคสิงคสาลวันจะงดงามด้วยภิกษุเช่นนี้” จากนั้น พระสารีบุตรได้ถามพระเถระแต่ละรูปไปตามลำดับ พระเรวตะตอบว่า “ภิกษุผู้มีความยินดีในความหลีกเร้น ปฏิบัติเจโตสมถะ ไม่เหินห่างจากฌาน และเจริญวิปัสสนา จะทำให้ป่าโคสิงคสาลวันงดงามยิ่งนัก” พระอนุรุทธะ ตอบว่า “ภิกษุผู้ตรวจดูโลกธาตุพันหนึ่งด้วยทิพยจักษุ เห็นสัตว์ทั้งหลายกำลังจุติและอุบัติขึ้นในจักรวาลทั้งหลาย ยังจิตให้สังเวชในวัฏฏภัย เจริญวิปัสสนา พึงทำให้แจ้งซึ่งโลกุตรธรรม จะทำให้ป่านี้งดงามยิ่ง” พระมหากัสสปเถระ ผู้บำเพ็ญธุดงควัตรเป็นปกติ ตอบว่า “ป่าโคสิงคสาลวันจะพึงงดงามด้วยภิกษุผู้บิณฑบาตเป็นวัตร ถือผ้าบังสุกุลและไตรจีวรเป็นวัตร เป็นผู้มีความปรารถนาน้อย สันโดษ …

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล Read More »

มงคลที่ ๓๑ บำเพ็ญตบะ – เป็นผู้ประเสริฐด้วยการปฏิบัติ

มงคลที่ ๓๑ บำเพ็ญตบะ – เป็นผู้ประเสริฐด้วยการปฏิบัติ วันเวลาที่ผ่านไป ย่อมไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ เหมือนดั่งสายน้ำที่ไหลผ่านไปแล้วไม่หวนกลับ ชีวิตเราย่างก้าวไปพร้อมกับกาลเวลาที่ล่วงไป เราจะต้องใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ สร้างความดีสร้างบารมีให้เต็มที่ เพื่อทำสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดให้เกิดขึ้นกับตัวเราเองและผู้อื่น ด้วยการประพฤติปฏิบัติธรรม เราควรมีความปรารถนาดีและความจริงใจ ต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคน อีกทั้งต้องหมั่นฝึกฝนอบรมตนด้วยการทำใจให้หยุดนิ่ง เพราะเวลาที่ใจหยุดนิ่งเป็นเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเรา เพื่อจะได้บรรลุเป้าหมายชีวิตอันสูงสุด คือ การไปสู่อายตนนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย สุตตนิบาต ว่า… น ชจฺจา วสโล โหติ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ กมฺมุนา วสโล โหติ กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ บุคคลเป็นคนเลว เพราะชาติกำเนิดก็หาไม่ เป็นผู้ประเสริฐ เพราะชาติกำเนิดก็หาไม่ แต่เป็นคนเลว เพราะการกระทำ เป็นผู้ประเสริฐ ก็เพราะการกระทำ *ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นลูกของมหาเศรษฐี แต่เป็นผู้มีผิวดำ หมู่ญาติจึงตั้งชื่อว่า กัณหกุมาร ท่านเป็นเด็กฉลาด มีสติปัญญาเฉียบแหลม อายุได้เพียง ๑๖ปี …

มงคลที่ ๓๑ บำเพ็ญตบะ – เป็นผู้ประเสริฐด้วยการปฏิบัติ Read More »

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – ไขปริศนาธรรม

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – ไขปริศนาธรรม พระรัตนตรัยเป็นสรณะอันเกษม ที่เราควรจะยึดไว้ในใจ ให้เป็นหลักชัยของชีวิต เพราะเมื่อเราประสพทุกข์เราก็พึ่งท่านได้ พึ่งแล้วจะมีแต่ความสุข มีสติ มีปัญญา เกิดขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างถูกต้อง และพระรัตนตรัยนั้น ก็เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วภายในตัวของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาติไหน ภาษาไหน หรือมีความเชื่ออย่างไร ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์แล้ว ล้วนมีพระรัตนตรัยอยู่ในตัวทั้งสิ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อาฬวกสูตร ว่า… บุคคลข้ามห้วงน้ำ คือ กิเลส ได้ด้วยศรัทธา ข้ามมหาสมุทรแห่งทุกข์ ได้ด้วยความไม่ประมาท จะล่วงทุกข์ ได้ด้วยความเพียร และจะบริสุทธิ์ ได้ด้วยปัญญา ความศรัทธาเป็นทางมาแห่งคุณธรรม และทำให้เราเกิดกำลังใจในการสร้างความดี ความศรัทธาที่สำคัญ คือ เชื่อในพระพุทธเจ้าว่าพระองค์เป็นผู้ตรัสรู้แล้วเองโดยชอบ ทรงเป็นพระอรหันต์ผู้ห่างไกลจากกิเลส ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ไม่มีบุคคลใดในภพสามจะมาเปรียบได้ เมื่อเห็นพระคุณอันประเสริฐนี้แล้ว จึงเกิดความเลื่อมใส และเกิดกำลังใจที่จะประพฤติตามคำสอนของพระพุทธองค์ อีกทั้งตั้งใจปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม กิเลสก็จะหลุดร่อนไปตามลำดับ ดังนั้น ความศรัทธาสามารถนำพาให้ข้ามพ้นกิเลสอาสวะได้ กิเลสในใจของคนเรามีหลายระดับ ทั้งหยาบและละเอียด เมื่อมีกิเลสก็บังคับให้สร้างกรรม กรรมนี้เองที่ทำให้เกิดวิบาก คือ มีผลเป็นทุกข์ …

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – ไขปริศนาธรรม Read More »

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – เกวียน ๗ ผลัด ทางลัดสู่นิพพาน

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – เกวียน ๗ ผลัด ทางลัดสู่นิพพาน ปัจจุบัน เราอยู่ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งเป็นยุคที่ข้อมูลข่าวสารสามารถส่งถึงกันได้ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที สิ่งใดที่เราทำไปก็สามารถเชื่อมโยงถึงกันหมด หากสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี จะเกิดผลกระทบต่อคนรอบข้าง และคนทั้งโลกได้เช่นเดียวกัน เพราะโลกใบนี้ มีปฏิสัมพันธ์กันเป็นลูกโซ่ เหมือนไม้ขีดไฟเพียงก้านเดียวสามารถลุกลามเผาบ้านเผาเมืองได้ทั้งเมือง แต่หากเราทำความดีแม้เพียงเล็กๆน้อยๆ ถึงจะเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ แต่สามารถขยายผลถึงโลกและจักรวาลได้ ความดีที่เกิดจากการฝึกฝนใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่งเป็นประจำนี้ จะช่วยกลั่นบรรยากาศโลกให้เกิดกระแสความบริสุทธิ์ ขจัดสิ่งที่เป็นมลทินทั้งหลายให้หมดสิ้นไป การเจริญสมาธิภาวนา ถือเป็นกรณียกิจที่ทุกๆคนควรพร้อมใจกันลงมือปฏิบัติ เพื่อตัวของเราเอง เพื่อโลก เพื่อจักรวาล และเพื่อสันติสุขที่แท้จริงของสรรพสัตว์ทั้งหลาย มีพุทธดำรัสที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ใน ปฐมวัตถุกถาสูตร ว่า… “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุ ๑๐ประการนี้ คือ การสนทนา ปรารภเรื่องความเป็นผู้มักน้อย สันโดษ ยินดีในความวิเวก การไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ การปรารภความเพียร สนทนาเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย หากว่าเธอทั้งหลายยึดถือเอากถาวัตถุทั้ง ๑๐ประการนี้แล้ว สนทนากันอยู่เป็นประจำ เธอทั้งหลายพึงครอบงำเดชแม้ของพระจันทร์ และพระอาทิตย์ …

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – เกวียน ๗ ผลัด ทางลัดสู่นิพพาน Read More »

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – ตอบปัญหาธรรมะ

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – ตอบปัญหาธรรมะ การเจริญสมาธิภาวนา เป็นทางลัดที่สุดที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ถ้ามีความบริสุทธิ์มาก บุญกุศลก็เกิดขึ้นมาก ถ้ามีความบริสุทธิ์น้อย บุญกุศลก็ลดหย่อนลง ความบริสุทธิ์เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข เป็นสิ่งที่สั่งสมได้ การเจริญภาวนาทุกๆวัน เป็นการเพิ่มเติมความบริสุทธิ์ ซึ่งจะทำให้เราเข้าถึงความสุขที่แท้จริง อันเป็นสิ่งที่ทุกชีวิตล้วนแสวงหา เราจึงควรหมั่นเจริญภาวนา เพื่อให้ชีวิตของเราเข้าถึงความสุข และความบริสุทธิ์ที่แท้จริง มีวาระพระบาลีใน อรกานุสาสนีสูตร ว่า… ดูก่อนท่านผู้เห็นภัยในสังสารวัฏทั้งหลาย กิจใดที่ศาสดาผู้แสวงหาประโยชน์ ผู้อนุเคราะห์เกื้อกูลแก่สัตว์โลก พึงกระทำแก่เหล่าสาวก เราตถาคตก็ได้กระทำกิจเหล่านั้นแก่พวกเธอทั้งหลายแล้ว ดูก่อนท่านผู้เห็นภัยในสังสารวัฏทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง ขอเธอทั้งหลาย จงเพ่งพินิจ อย่าประมาท อย่าต้องเป็นผู้เดือดร้อนใจในภายหลังเลย นี้คืออนุศาสนีของเราสำหรับเธอทั้งหลาย วิวัฒนาการของโลก ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่บ่งบอกถึงความสามารถที่ไม่มีขีดจำกัดของมนุษยชาติ แต่ก็มีหลายสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า มนุษย์ยังไม่ได้รับการพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้นเท่าที่ควร เพราะการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้นนั้น ต้องเริ่มจากการพัฒนาใจให้สูงส่ง สูงจากเรื่องที่ชาวโลกทั่วไปเขาข้องเกี่ยวกัน คือ เรื่องของการหมกมุ่นอยู่กับรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ต่างๆที่ไม่เป็นสาระแก่นสาร เป็นบ่วงที่ทำให้เกิดความเป็นห่วงเป็นใย เป็นกังวลอยู่ตลอดเวลา …

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – ตอบปัญหาธรรมะ Read More »

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – ปุจฉา-วิสัชนา

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – ปุจฉา-วิสัชนา การเจริญสมาธิภาวนา เป็นทางมาแห่งมหากุศล และเป็นทางลัดของการสร้างบารมี เพื่อมุ่งตรงสู่ที่สุดแห่งธรรม ทุกครั้งที่เราได้เจริญสมาธิภาวนา นำใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่๗ ธาตุธรรม เห็น-จำ-คิด-รู้ ในตัวของเรา จะถูกกลั่นให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ซึ่งความบริสุทธิ์จะเป็นทางมาแห่งความสุข ความสุขที่เกิดจากใจหยุดนิ่งนี้ เป็นสิ่งที่มวลมนุษยชาติต่างพากันแสวงหา เพราะเป็นสุขที่เสรีกว้างขวางไร้ขอบเขต ไม่มีใครมาพรากเอาความสุขชนิดนี้จากเราไปได้ ทั้งยังเป็นเหตุให้ขจัดกิเลสอาสวะ ชำระมลทินของใจ ให้เข้าถึงพระธรรมกายภายในได้อีกด้วย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทุติยกาลสูตร ว่า… ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กาล๔ นี้ อันบุคคลบำเพ็ญโดยชอบ เปลี่ยนแปลงโดยชอบ ย่อมจะยังบุคคลให้ถึงความสิ้นอาสวะโดยลำดับ กาล๔ คือ ฟังธรรมตามกาล๑ สนทนาธรรมตามกาล๑ ทำสมถะตามกาล๑ ทำวิปัสสนาตามกาล๑ ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนเมื่อฝนเม็ดหนาตกบนภูเขา น้ำไหลไปตามที่ลุ่ม ยังซอกเขาและลำธารให้เต็ม เมื่อซอกเขาและลำธารน้ำเต็มแล้ว ย่อมยังหนองให้เต็ม หนองเต็มแล้วย่อมยังบึงให้เต็ม บึงเต็มแล้วย่อมยังคลองให้เต็ม คลองเต็มแล้ว ย่อมยังแม่น้ำให้เต็ม แม่น้ำเต็มแล้วย่อมยังทะเลให้เต็ม ฉันใด กาล๔ นี้ เมื่อบุคคลบำเพ็ญโดยชอบ เปลี่ยนแปลงโดยชอบ ย่อมยังบุคคลให้ถึงความสิ้นอาสวะโดยลำดับ …

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – ปุจฉา-วิสัชนา Read More »

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – สนทนาอย่างบัณฑิต

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – สนทนาอย่างบัณฑิต เราเกิดมาภพชาติหนึ่ง ได้มีโอกาสมาทำความดีในมนุษยโลก และยังได้พบพระพุทธศาสนา อีกทั้งตัวเราก็เป็นสัมมาทิฐิบุคคล นับว่าเป็นสิ่งที่ได้มาโดยยากแสนยาก เพราะคุณสมบัติ ๓ประการนี้ เป็นคุณสมบัติของผู้มีบุญ ที่จะได้ใช้โอกาสดีเช่นนี้ สร้างบารมีตักตวงบุญกุศลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะบุญที่เกิดจากการปฏิบัติธรรม ทำใจให้หยุดนิ่งนั้นถือเป็นบุญใหญ่ และเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อชีวิตของเราอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เราได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ คือ ได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงของเราและชาวโลก ดังนั้น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต คือ ช่วงเวลาที่ใจหยุดนิ่งเป็นสมาธิ มีความสะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส ได้พบกับพระรัตนตรัยภายในนั่นเอง มีพุทธพจน์บทหนึ่งที่กล่าวไว้ใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า… ปญฺญา นรานํ รตนํ ปัญญาเป็นรัตนะของคนทั้งหลาย สมบัติที่ติดตัวมนุษย์ไปได้ทุกหนทุกแห่ง โดยไม่ต้องลำบากในการจัดเก็บหรือดูแลรักษา แม้โจร-ขโมยก็ลักเอาไปไม่ได้ คือ ปัญญา ปัญญาเป็นทรัพย์อันประเสริฐที่เคียงคู่กาย ทำให้เราเป็นผู้มีความองอาจในทุกสถานที่ นักปราชญ์บัณฑิต ท่านสรรเสริญผู้มีปัญญาว่า เป็นทรัพย์อันประเสริฐ ล้ำเลิศกว่ารัตนะใดๆในโลก ผู้มีปัญญาย่อมขวนขวายหาทรัพย์สมบัติได้ หรือหากแม้ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ ก็สามารถพลิกผันชีวิตให้ประสบความสำเร็จได้ทุกเมื่อ คนมีปัญญามักมองเห็นโอกาสในทุกๆปัญหา แต่ผู้ขาดปัญญามักมองเห็นปัญหาในทุกๆโอกาส แม้จะมีทรัพย์สมบัติอยู่ในครอบครอง ไม่ช้าสมบัตินั้นอาจวิบัติ นำทุกข์นำโทษมาสู่ตนเองได้อีกด้วย …

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – สนทนาอย่างบัณฑิต Read More »

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – เลิศเฉพาะทาง เลิศทุกทาง

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – เลิศเฉพาะทาง เลิศทุกทาง เมื่อใด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดา หาบุคคลเปรียบมิได้ ตรัสรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งแล้ว ทรงประกาศธรรมจักร และอัฏฐังคิกมรรคอันประเสริฐ อันให้ถึงความดับทุกข์ แก่สัตวโลกพร้อมทั้งเทวโลก เมื่อนั้น เทวดาทั้งหลาย ผู้มีอายุยืน มีวรรณะงาม มียศ ก็ถึงความกลัวและความสะดุ้งว่า พวกเราไม่เที่ยง ไม่ล่วงพ้นจากกายของตนไปได้ การสร้างบารมีไปสู่อายตนนิพพาน อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของการเดินทางไกลในสังสารวัฏ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ ต้องอาศัยพลังบุญพลังบารมีอย่างมาก ต้องอาศัยความเพียรพยายาม มีความอดทน หากไม่อดทนต่อกิเลสที่มาเย้ายวน ก็ไม่อาจทำพระนิพพานให้แจ้งได้ และไม่มีโอกาสประสบชัยชนะในชีวิต การจะเอาชนะกิเลสในตัว และสิ่งยั่วยุที่อยู่รอบตัวได้นั้น ต้องอาศัยกำลังใจที่เข้มแข็ง อาศัยใจที่หยุดนิ่ง เพราะใจที่หยุดนิ่งเป็นใจที่มีพลังในการกำจัดอาสวกิเลสทั้งหลาย ดังนั้นใจหยุดจึงเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ในการก้าวไปสู่จุดสุดยอดของชีวิต คือ พระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สีหสูตร ว่า… เมื่อใด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดา หาบุคคลเปรียบมิได้ ตรัสรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งแล้ว ทรงประกาศธรรมจักร และอัฏฐังคิกมรรคอันประเสริฐ อันให้ถึงความดับทุกข์ แก่สัตวโลกพร้อมทั้งเทวโลก เมื่อนั้น เทวดาทั้งหลาย ผู้มีอายุยืน มีวรรณะงาม …

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – เลิศเฉพาะทาง เลิศทุกทาง Read More »

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – อานุภาพพระปริตร

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – อานุภาพพระปริตร ไปเถิดภิกษุทั้งหลาย พวกเธอเข้าไปอาศัยเสนาสนะนั้นอยู่กันเถิด ถ้าพวกเธอปรารถนาความไม่มีภัยจากเทวดาทั้งหลาย ก็จงพากันเรียนพระปริตรนี้ ด้วยว่าพระปริตรนี้ จักเป็นเครื่องป้องกัน และจักเป็นกัมมัฏฐานสำหรับพวกเธอ ชีวิตมนุษย์ประกอบด้วยร่างกายและจิตใจ ใจเป็นแกนกลางในการรักษาสมดุลของชีวิต ถ้าใจหลุดจากกลาง ความคิด คำพูด และการกระทำ จะพลอยเสียสมดุลตามไปด้วย ทำให้การทำงานต่างๆผิดพลาด คือ อาจเผลอไปทำบาปอกุศล ประพฤติผิดศีลธรรม หลงติดในอบายมุข ทำให้สูญเสียโอกาสในการสร้างความดี สุดท้ายจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ทำให้ชีวิตต้องพลัดตกไปในอบายภูมิ กว่าจะกลับมาได้อัตภาพของความเป็นมนุษย์อีกครั้ง ต้องใช้เวลายาวนานนับภพนับชาติไม่ถ้วน หากเราไม่รู้จักปรับใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย รักษาสมดุลชีวิตไว้ ชีวิตย่อมพลาดพลั้งไปทำบาปอกุศล ซึ่งเป็นเหตุให้นำทุกข์มาง่ายๆ ฉะนั้นเราจะต้องหมั่นนำใจกลับมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายเป็นประจำสม่ำเสมอกันทุกคน ในอรรถกถา เมตตสูตร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า… “ไปเถิดภิกษุทั้งหลาย พวกเธอเข้าไปอาศัยเสนาสนะนั้นอยู่กันเถิด ถ้าพวกเธอปรารถนาความไม่มีภัยจากเทวดาทั้งหลาย ก็จงพากันเรียนพระปริตรนี้ ด้วยว่าพระปริตรนี้ จักเป็นเครื่องป้องกัน และจักเป็นกัมมัฏฐานสำหรับพวกเธอ” คำว่า ปริตตะ หรือ พระปริตร แปลว่า ต้านทาน หรือ ป้องกันรักษาตัวเองให้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งหลาย พระปริตรนี้เป็นชื่อของพุทธมนต์หรือพุทธวจนะ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ได้ตรัสไว้ และทรงจำสืบๆกันมา …

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – อานุภาพพระปริตร Read More »

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – แผ่นดินไหวด้วยมหาทานบารมี

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – แผ่นดินไหวด้วยมหาทานบารมี โดยทั่วไป ถ้าคนเราไม่มีหลักธรรมเป็นที่พึ่งที่ยึดในการดำรงชีวิตแล้ว เมื่อประสบความทุกข์ พบกับอุปสรรค ก็จะเคว้งคว้างเหมือนว่าวที่ขาดล่องลอยไป ความทุกข์นั้นเปรียบเสมือนไฟ ซึ่งมีความกังวลเป็นเชื้อ ถ้าเรามีความทุกข์ อย่าไปกังวลว่าจะทุกข์อย่างไร หรืออุปสรรคจะมากมายเพียงใด เราไม่ควรขยายความทุกข์นั้น เพราะจะทำให้ไฟภายในเผาลนจิตใจจนไหม้เกรียม สรรพสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมาจากเหตุ ความดีหรือชั่วย่อมเป็นผลที่มาจากเหตุทั้งสิ้น ทำดีผลย่อมดีแน่นอน ดังนั้น จึงควรทำแต่เหตุที่ดี โดยเริ่มต้นที่จิตใจก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งทำได้ด้วยการทำใจหยุดใจนิ่ง กระทั่งใจผ่องใส ก่อเกิดดวงปัญญาที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา และกำจัดเหตุแห่งความทุกข์ทรมานให้หมดสิ้นไป ใน มหาปรินิพพานสูตร ทีฆนิกาย มหาวรรค ได้บันทึกเหตุที่ทำให้แผ่นดินไหวไว้ว่า… ประการแรก แผ่นดินใหญ่ตั้งอยู่บนน้ำ น้ำตั้งอยู่บนลม ลมตั้งอยู่บนอากาศ สมัยที่ลมใหญ่พัด ย่อมทำน้ำให้ไหว ครั้นน้ำไหวแล้ว ย่อมทำให้แผ่นดินไหว ประการที่๒ สมณะหรือพราหมณ์ผู้มีฤทธิ์ถึงความชำนาญทางจิต หรือเทวดา ผู้มีฤทธิ์มาก เจริญปฐวีสัญญาเล็กน้อย เจริญอาโปสัญญามาก ย่อมทำแผ่นดินให้ไหวได้ ประการที่๓ ในคราวที่พระโพธิสัตว์เคลื่อนจากดุสิต ก้าวลงสู่พระครรภ์พระมารดา ประการที่๔ ในคราวประสูติ ประการที่๕ ในคราวตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ประการที่๖ …

มงคลที่ ๓๐ สนทนาธรรมตามกาล – แผ่นดินไหวด้วยมหาทานบารมี Read More »

มงคลที่ ๓๑ บำเพ็ญตบะ – ละวางเบญจกามคุณ

มงคลที่ ๓๑ บำเพ็ญตบะ – ละวางเบญจกามคุณ สรรพสิ่งในโลกนี้ เป็นเพียงเครื่องอาศัยใช้สร้างบารมี ไม่ใช่มีไว้เพื่อให้ยึดมั่นถือมั่น สมบัติทั้งหลายเป็นเพียงของกลางในโลก ที่ช่วยสนับสนุนให้เราสร้างบารมีได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อจะได้มุ่งแสวงหาสิ่งที่เป็นสาระของชีวิต และเป็นความจริงของพระอริยเจ้าที่เรียกว่า อริยสัจ หากเรามีใจมุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพาน เราจะต้องเข้าถึงความสุขที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย โสณกชาดก ว่า… “นรชนผู้กำหนัดในกาม ยินดีในกาม หมกมุ่นอยู่ในกาม กระทำบาปกรรม ย่อมเข้าถึงทุคติ ส่วนนรชนใด ละกามทั้งหลายเสียได้ เป็นผู้ไม่มีภัยจากที่ไหนๆ เข้าถึงความที่จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง นรชนเหล่านั้น ย่อมไม่ไปสู่ทุคติ” ขึ้นชื่อว่า ทุคติ ไม่ว่าจะเป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดียรัจฉาน หรือสัตว์นรก…นั้น ย่อมไม่มีผู้ใดปรารถนาจะไป แต่เมื่อชีวิตไม่มีหลักไม่มีเป้าหมาย กลับเห็นประโยชน์สุขเพียงเล็กน้อย คือ กามคุณ ทั้งหลงยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นความสุขจริงๆ แล้วมัวหลงใหลเพลิดเพลินทำให้ประมาทในชีวิต ไม่คิดแสวงหาความสุขที่เป็นแก่นแท้ของชีวิต บางครั้งยังอาศัยตัณหาความปรารถนาไม่สิ้นสุด ไปทำกรรมที่เป็นบาปอกุศล ทั้งๆผลที่ได้ก็เป็นเพียงความสุขจอมปลอม แล้วยังต้องไปรับทุกข์ในทุคติ เหมือนปลาที่ไปติดเบ็ดของนายพราน ย่อมได้รับทุกขเวทนาสาหัส และต้องตายในที่สุด *ในอดีต พระบรมโพธิสัตว์ได้อาศัยพระปัจเจกพุทธเจ้า เป็นยอดกัลยาณมิตร จึงได้สละราชสมบัติอันพรั่งพร้อมไปด้วยเบญจกามคุณ …

มงคลที่ ๓๑ บำเพ็ญตบะ – ละวางเบญจกามคุณ Read More »