ธรรมะเพื่อประชาชน

ละความโกรธกันเถิด (ดาบสโพธิสัตว์ข่มความโกรธจนเอาชนะใจพระราชาได้)

ละความโกรธกันเถิด (ดาบสโพธิสัตว์ข่มความโกรธจนเอาชนะใจพระราชาได้) เวลาในโลกนี้แสนสั้น แต่ชีวิตหลังความตายยาวนานนัก นักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลายผู้มองเห็นทุกข์ในอบายภูมิ เห็นสุขในสุคติโลกสวรรค์ และเห็นเอกันตบรมสุขในอายตนนิพพาน จึงละชั่วทั้งทางกาย วาจา ใจ หมั่นสั่งสมบุญกุศลอยู่เป็นนิตย์ และทำใจให้ผ่องใสด้วยการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อชีวิตในโลกนี้จะได้มีคุณค่า และเพื่อชีวิตในสัมปรายภพที่ประเสริฐยิ่งๆขึ้นไป พวกเราควรดำเนินรอยตามปฏิปทาของผู้รู้เหล่านั้น ชีวิตจะได้ไม่ผิดพลาด ไม่พลัดหลงไปทนทุกข์ทรมานในอบายภูมิ เราทุ่มเทสร้างบารมีบนโลกมนุษย์เพียงไม่กี่ปี แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้น เป็นสิ่งที่มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ไพศาล แม้ตัวเราเองก็คาดไม่ถึง จะเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ทำแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต สมกับเป็นชีวิตของนักสร้างบารมีที่เกิดมาอย่างมีเป้าหมาย คือสร้างบารมีเพื่อไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม มีวาระพระบาลีใน จุลลโพธิชาดก ความว่า “เอวํ มนฺทสฺส โปสสฺส พาลสฺส อวิชานโต สารมฺภา ชายเต โกโธ โสปิ เตเนว ฑยฺหติ อคฺคีว ติณกฏฺฐสฺมึ โกโธ ยสฺส ปวฑฺฒติ นิหียติ ตสฺส ยโส กาฬปกฺเขว จนฺทิมา อนินฺโท ธูมเกตูว โกโธ ยสฺสูปสมฺมติ อาปูรติ ตสฺส ยโส …

ละความโกรธกันเถิด (ดาบสโพธิสัตว์ข่มความโกรธจนเอาชนะใจพระราชาได้) Read More »

ชีวิตของนักสร้างบารมี (ธัมมิกอุบาสกทูลถามพระพุทธเจ้าถึงแนวทางปฎิบัติตนที่ถูกต้อง)

ชีวิตของนักสร้างบารมี (ธัมมิกอุบาสกทูลถามพระพุทธเจ้าถึงแนวทางปฎิบัติตนที่ถูกต้อง) วัตถุประสงค์ของทุกชีวิตในการเกิดมาแต่ละภพแต่ละชาติ คือการสั่งสมบุญบารมี เพื่อมุ่งไปสู่อายตนนิพพานอันเป็นเอกันตบรมสุข การสั่งสมบุญเป็นหน้าที่หลักของมวลมนุษยชาติ บุญเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสุขความสำเร็จทุกประการ เพราะถ้าไม่มีบุญแล้ว การจะได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตย่อมเป็นไปได้ยาก พระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเกิดมากี่ภพกี่ชาติ ท่านสร้างบารมีเรื่อยมา ดำรงตนเป็นต้นบุญต้นแบบให้ชาวโลกได้ดูเป็นตัวอย่าง พวกเราทุกคนควรดำเนินตามปฏิปทาของท่าน เพราะนั่นเป็นเส้นทางที่จะนำเราไปสู่ความสมบูรณ์ของชีวิต หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวงได้ มีวาระพระบาลีที่ปรากฎใน คิหิสูตร ความว่า “เย จ สนฺเต อุปาเสนฺติ สปฺปญฺเญ ธีรสมฺมเต สทฺธา จ เนสํ สุคเต มูลชาตา ปติฏฺฐิตา เทวโลกญฺจ เต ยนฺติ กุเล วา อิธ ชายเร อนุปุพฺเพน นิพฺพานํ อธิคจฺฉนฺติ ปณฺฑิตา นรชนเหล่าใด คบหาสัตบุรุษผู้มีปัญญาดี ได้รับยกย่องว่าเป็นนักปราชญ์ ชนเหล่านั้นตั้งศรัทธาไว้ในพระสุคตเป็นเค้ามูลแล้ว ย่อมไปสู่เทวโลก หรือพึงเกิดในตระกูลสูงในโลกนี้ ชนเหล่านั้นเป็นบัณฑิต ย่อมบรรลุนิพพานโดยลำดับ” การคบหาสมาคมกับนักปราชญ์บัณฑิต เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และซึมซับคุณธรรมความดีจากท่าน เป็นวิสัยของผู้รักในการฝึกตัว ตราบใดที่เรายังไม่หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ …

ชีวิตของนักสร้างบารมี (ธัมมิกอุบาสกทูลถามพระพุทธเจ้าถึงแนวทางปฎิบัติตนที่ถูกต้อง) Read More »

สุกรโพธิสัตว์ (สุกรมหาตุณฑิละผู้พี่ตั้งเมตตาจิต รำลึกถึงคุณงามความดีสอนน้องจุลตุณฑิละเสียงดังไปทั่วเมือง)

สุกรโพธิสัตว์ (สุกรมหาตุณฑิละผู้พี่ตั้งเมตตาจิต รำลึกถึงคุณงามความดีสอนน้องจุลตุณฑิละเสียงดังไปทั่วเมือง) ทุกคนที่มีชีวิตในสังสารวัฏ ต่างผ่านการเกิดในทุกภพทุกภูมิมาแล้ว ทั้งชีวิตในระดับสูง ระดับกลาง และระดับล่าง ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ หรือยาจกเข็ญใจ ชีวิตมีการขึ้นและลงไปตามอำนาจแห่งบุญและบาปที่ได้ก่อขึ้นในภพชาตินั้นๆ ถ้าทำบุญไว้มากจะได้รับผลที่ดี เสวยสุขในสุคติภูมิ ชีวิตจะประสบแต่สิ่งที่ดีงาม ถ้าทำบาปอกุศลไว้มากก็ต้องไปเสวยวิบากแห่งกรรมในอบายภูมิ ไม่มีผู้ใดหลีกหนีกฎแห่งกรรมไปได้ ดังนั้น เมื่อเราเกิดมาแล้ว ต้องสร้างบารมีอย่างเต็มที่เต็มกำลัง เพื่อเพิ่มพูนความบริสุทธิ์บริบูรณ์ให้แก่ตนเอง วิธีที่จะทำความบริสุทธิ์ได้ดีที่สุด คือต้องหมั่นปฏิบัติธรรมอย่าให้ขาดแม้แต่วันเดียว ทำใจหยุดใจนิ่งบ่อยๆ ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ชีวิตของเราจะสมหวัง เปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์บริบูรณ์ที่แท้จริง มีวาระพระบาลีใน ตุณฑิลชาดก ความว่า “ธมฺโม รหโท อกทฺทโม ปาปํ เสทมลนฺติ วุจฺจติ สีลญฺจ นวํ วิเลปนํ ตสฺส คนฺโธ น กทาจิ ฉิชฺชติ ห้วงน้ำ คือพระธรรมไม่มีโคลนตม บาป เรียกว่าเหงื่อไคล และศีล เรียกว่าเครื่องลูบไล้ใหม่ แต่ไหนแต่ไรมา กลิ่นของศีลนั้นไม่เคยจางหายไป” สรรพสัตว์ทั้งหลายที่ดำรงชีวิตอยู่บนโลกนี้ ในอดีตดั้งเดิมล้วนมีดวงจิตที่เป็นประภัสสร หมายถึงธรรมชาติของจิตดั้งเดิมนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า …

สุกรโพธิสัตว์ (สุกรมหาตุณฑิละผู้พี่ตั้งเมตตาจิต รำลึกถึงคุณงามความดีสอนน้องจุลตุณฑิละเสียงดังไปทั่วเมือง) Read More »

เมตตาบารมี (พญาช้างฉัททันต์ ยินดีมอบงาให้พรานด้วยใจเมตตาและไม่ปรารถนาจะจองเวรกับใคร)

เมตตาบารมี (พญาช้างฉัททันต์ ยินดีมอบงาให้พรานด้วยใจเมตตาและไม่ปรารถนาจะจองเวรกับใคร) ความสุขและความบริสุทธิ์ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกๆคน เพราะถ้ากายและใจของเราไม่มีความสุขแล้ว จะประกอบภารกิจการงานอันใด ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะแสวงหาความสุขที่แท้จริงให้กับตนเอง ร่างกายที่เราต้องใช้อยู่ทุกวัน จำเป็นที่จะต้องชำระล้างให้สะอาด จึงจะอยู่อย่างเป็นสุข และทำหน้าที่ได้เป็นปกติ จิตใจของเราก็เช่นเดียวกัน ต้องมีการชำระล้างให้สะอาดบริสุทธิ์ ผ่องใส ด้วยการเจริญสมาธิภาวนา ใจจึงจะเป็นสุข และสามารถคิดอ่านทำการงานต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เราต้องหมั่นฝึกฝนใจของเราให้หยุดนิ่ง เพื่อจะได้เข้าถึงความสุขในปัจจุบัน และเพื่อเข้าถึงเป้าหมายอันสูงสุดของชีวิตด้วย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เมตตาสูตร ความว่า “บุคคลพึงแผ่ไมตรีจิตไปในหมู่สัตว์ว่า ขอสัตว์ทั้งปวงจงเป็นผู้มีความสุข มีความเกษม มีตนถึงความสุขเถิด สัตว์เหล่าใดเหล่าหนึ่งมีอยู่ ยังเป็นผู้สะดุ้งหรือเป็นผู้มั่นคงทั้งหมด หมู่สัตว์ที่มีลำตัวยาวหรือใหญ่ ปานกลางหรือสั้น ผอมหรืออ้วนเหล่าใด ที่เราเห็นแล้วหรือมิได้เห็น อยู่ในที่ใกล้หรือไกล ที่เกิดแล้วหรือที่แสวงหาภพเกิดใหม่ ขอสัตว์ทั้งปวงเหล่านั้น จงเป็นผู้มีตนถึงความสุขเถิด มารดาถนอมบุตรคนเดียวผู้เกิดในตนด้วยชีวิตฉันใด บุคคลพึงเจริญเมตตาอันไม่มีประมาณในสัตว์ทั้งปวง แม้ฉันนั้น พึงเจริญเมตตาอันไม่มีประมาณในโลกทั้งปวง ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง ให้เป็นผู้ไม่มีความคับแค้น ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีศัตรูต่อกัน ผู้มีเมตตา ไม่เข้าถึงสักกายทิฏฐิ เป็นผู้มีศีล ถึงพร้อมด้วยทัสสนะ …

เมตตาบารมี (พญาช้างฉัททันต์ ยินดีมอบงาให้พรานด้วยใจเมตตาและไม่ปรารถนาจะจองเวรกับใคร) Read More »

เทวดาเตือนภัย (ช่างไม้บัณฑิตสังเกตุเห็นภัย ไม่ประมาท ทำให้รอดพ้นจากน้ำท่วมเกาะ)

เทวดาเตือนภัย (ช่างไม้บัณฑิตสังเกตุเห็นภัย ไม่ประมาท ทำให้รอดพ้นจากน้ำท่วมเกาะ) ทุกชีวิตที่เกิดมา ล้วนปรารถนาให้ตนเองมีความสุข มีความปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ มีอายุยืนยาว แต่ส่วนใหญ่กลับดำเนินชีวิตด้วยความประมาท หลงไปก่อทุกข์ให้กับตนเอง ความสุขที่ปรารถนา จึงเป็นเพียงแค่ความฝัน คล้ายกับพยับแดดที่หาตัวตนแท้จริงไม่ได้ สุดท้ายเมื่อผลแห่งความประมาทมาถึง ชีวิตของบุคคลเหล่านั้น ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงความทุกข์ไปได้ ความไม่ประมาทเป็นเสมือนเกราะคุ้มภัยอันวิเศษ ที่ยากจะหาเกราะใดๆ เทียบได้ ในทางตรงกันข้าม ถ้าไม่มีการเตรียมพร้อม มัวหลงเพลิดเพลินในการใช้ชีวิตไปกับสิ่งไร้สาระ ย่อมจะหนีผลแห่งเหตุที่ตนทำไว้ไม่พ้น เพราะเหตุในวันนี้คือผลในวันหน้า เหตุดี ผลย่อมดี ถ้าเหตุไม่ดี ผลย่อมไม่ดี ไม่มีผู้ใดสามารถหนีผลที่ตนทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นความดีหรือความชั่วก็ตาม สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน สมุททวาณิชชาดก ว่า “อนาคตํ ปฏิกยิราถ กิจฺจํ มา มํ กิจฺจํ กิจฺจกาเล พฺยเธสิ ตํ ตาทิสํ ปฏิกตกิจฺจการึ น ตํ กิจฺจํ กิจฺจกาเล พฺยเธสิ บัณฑิต พึงรีบทำกิจที่ควรทำก่อน อย่าให้กิจที่ต้องทำเบียดเบียนตัวได้ในเวลาที่ต้องการ กิจนั้นไม่เบียดเบียนบุคคลผู้รีบทำกิจที่ควรทำเช่นนั้น ในเวลาที่ต้องการ” การดำเนินชีวิตเพื่อไปสู่หนทางที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง …

เทวดาเตือนภัย (ช่างไม้บัณฑิตสังเกตุเห็นภัย ไม่ประมาท ทำให้รอดพ้นจากน้ำท่วมเกาะ) Read More »

อย่ามองข้ามการปฏิสันถาร (พระเถระให้การต้อนรับปฏิสันถารโจรที่ตั้งใจมาปล้น ทำให้โจรเลื่อมใสปวารณารักษาวัด)

อย่ามองข้ามการปฏิสันถาร (พระเถระให้การต้อนรับปฏิสันถารโจรที่ตั้งใจมาปล้น ทำให้โจรเลื่อมใสปวารณารักษาวัด) ชีวิตสมัยใหม่ดำเนินไปอย่างเร่งรีบฉับไว แต่ไม่ว่าจะเร่งให้เร็วเพียงใดก็ไม่เคยทันใจมนุษย์ เพราะคนส่วนใหญ่ใจร้อน ดูเหมือนจะรู้ว่าเวลาเป็นของมีค่า แต่กลับใช้เวลาอย่างไม่คุ้มค่า ปล่อยให้หมดไปกับสิ่งที่ไม่เป็นสาระ บางครั้งการยอมสูญเสียเวลาอันมีค่า เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดี หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งผลงานอันประณีตสมบูรณ์ เช่นการปฏิบัติธรรมของเราก็เป็นไปเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต แม้บางครั้งต้องใช้เวลาบ้าง แต่ผลการปฏิบัติที่ได้มา ย่อมคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป หากเราทำอย่างถูกวิธี มีความพากเพียรสม่ำเสมอไม่ช้าเราจะต้องเข้าถึงธรรมอย่างแน่นอน ขอให้เราทำอย่างมีความสุข แล้วเราจะรู้สึกว่าเราไม่ได้สูญเสียเวลาอันมีค่าไป ตรงกันข้ามเวลาแห่งใจหยุดใจนิ่ง กลับทำให้ชีวิตเรามีคุณค่ายิ่งขึ้น แม้ชีวิตในวันนี้ เราต้องก้าวไปอย่างฉับไว แต่ใจของเรายังคงหยุดนิ่งอยู่กับสิ่งที่ดีที่สุด คือพระรัตนตรัยในตัวนั่นเอง มีวาระพระบาลีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน สักกัจจสูตร ความว่า “ดูก่อนสารีบุตร ภิกษุเคารพในพระศาสดา จักไม่เคารพในพระธรรม ข้อนี้ ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ภิกษุเคารพในพระศาสดา ชื่อว่าเคารพในธรรมด้วย ภิกษุเคารพในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในสิกขา ในสมาธิ ในความไม่ประมาท จักไม่เคารพในปฏิสันถาร ข้อนี้ ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ภิกษุเคารพในพระศาสดา ในธรรม ในพระสงฆ์ ในสิกขา ในสมาธิ ในความไม่ประมาท ชื่อว่าเคารพในปฏิสันถารด้วย” ความเคารพ คือความตระหนักซาบซึ้ง รู้ถึงคุณความดีที่มีอยู่จริงของบุคคลอื่น …

อย่ามองข้ามการปฏิสันถาร (พระเถระให้การต้อนรับปฏิสันถารโจรที่ตั้งใจมาปล้น ทำให้โจรเลื่อมใสปวารณารักษาวัด) Read More »

ผู้นำต้องรอบคอบ (ราชโอรสโสมทัตกุมารลาบวชเป็นดาบส เพราะพระราชา ตัดสินโดยไม่รู้จักพิจารณา)

ผู้นำต้องรอบคอบ (ราชโอรสโสมทัตกุมารลาบวชเป็นดาบส เพราะพระราชา ตัดสินโดยไม่รู้จักพิจารณา) การทำงานทุกอย่างไม่ว่างานเล็กหรืองานใหญ่ จะเป็นภาครัฐหรือเอกชน ต่างต้องการความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น การประสบความสำเร็จนำมาซึ่งความปลื้มปีติยินดี ทำให้องค์กรเจริญรุ่งเรือง และทำให้หน้าที่การงานของบุคคลเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไปอีกด้วย ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าจึงควรทำหน้าที่ดูแลหมู่คณะโดยรอบคอบ บุคคลผู้มีปัญญาพึงพิจารณาหาเหตุผลก่อนตัดสินใจ ยิ่งกว่านั้นหัวหน้ายังต้องเป็นผู้ที่รอบรู้และละเอียดถี่ถ้วนในทุกขั้นตอน ถ้าหน่วยงานใดได้บุคคลเช่นนี้เป็นหัวหน้า ย่อมมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ผู้ร่วมงานก็จะมีกำลังใจ สบายใจ และภาคภูมิใจ แต่หากได้หัวหน้าที่หย่อนประสิทธิภาพ โอกาสที่องค์กรจะประสบความสำเร็จนั้นก็ย่อมมีน้อย ผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีสติปัญญาก็ไม่ปรารถนาจะทำงานด้วย องค์กรก็ไม่เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน คาถาธรรมบท ว่า “อุฏฺฐานวโต สตีมโต สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ ยศย่อมเจริญแก่บุคคลผู้มีความหมั่น มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วจึงทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท” ยศถาบรรดาศักดิ์ ความมีโภคทรัพย์สมบัติ การยอมรับนับถือ เกียรติยศ ชื่อเสียง และการสรรเสริญ เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาของทุกคน อีกทั้งอิสริยยศ คือ ความเป็นใหญ่ด้วยยศศักดิ์อันสูงส่ง เกียรติยศ คือชื่อเสียง ความยกย่องนับถือ …

ผู้นำต้องรอบคอบ (ราชโอรสโสมทัตกุมารลาบวชเป็นดาบส เพราะพระราชา ตัดสินโดยไม่รู้จักพิจารณา) Read More »

ผู้ควรประดับดอกไม้ทิพย์ (ปุโรหิตลวงโลกอยากได้ดอกไม้ทิพย์กล่าวเท็จต่อเทพบุตรทั้ง 4 ได้รับทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส)

ผู้ควรประดับดอกไม้ทิพย์ (ปุโรหิตลวงโลกอยากได้ดอกไม้ทิพย์กล่าวเท็จต่อเทพบุตรทั้ง 4 ได้รับทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส) ทุกชีวิตที่เกิดมาในสังสารวัฏ ต่างเคยผ่านการเกิดในทุกภพทุกภูมิ ทั้งชีวิตในระดับสูง ระดับกลาง และระดับล่างมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ หรือยาจกเข็ญใจ เพราะชีวิตมีการขึ้นลงไปตามอำนาจแห่งบุญและบาปที่ได้ทำไว้ในภพชาตินั้นๆ ถ้าทำบุญมากย่อมได้รับผลที่ดี เสวยสุขในสุคติภูมิ ชีวิตจะประสบแต่สิ่งที่ดีงาม มีแต่ความสุขความสำเร็จในชีวิต ถ้าทำบาปอกุศลไว้มาก ก็ต้องไปเสวยวิบากแห่งกรรมในอบายภูมิ นี้เป็นวงจรชีวิตของสรรพชีวิตทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะหลีกหนีกฎแห่งกรรมไม่พ้น ดังนั้น เราเกิดมาแล้วต้องสร้างบารมีให้เต็มที่ เพิ่มพูนความบริสุทธิ์บริบูรณ์ให้แก่ตนเอง และวิธีที่จะทำความบริสุทธิ์ได้อย่างดีที่สุด คือต้องหมั่นปฏิบัติธรรมอย่าให้ขาดแม้แต่วันเดียว ทำใจหยุดใจนิ่งบ่อยๆ ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ชีวิตของเราจะสำเร็จสมหวังมีแต่ความสุขตลอดกาลนาน มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย เถรคาถา ว่า “สีลํ รกฺเขยฺย เมธาวี ปตฺถยาโน ตโย สุเข ปสํสํ วิตฺตลาภญฺจ เปจฺจ สคฺเค ปโมทนํ ผู้มีปัญญา เมื่อปรารถนาความสุข ๓ ประการ คือ คำสรรเสริญ ๑ การได้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจ ๑ ละโลกแล้วได้บันเทิงในสวรรค์ ๑ …

ผู้ควรประดับดอกไม้ทิพย์ (ปุโรหิตลวงโลกอยากได้ดอกไม้ทิพย์กล่าวเท็จต่อเทพบุตรทั้ง 4 ได้รับทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส) Read More »

ผู้รักในการทำความดี (พราหมณ์ได้ชื่อว่าเมธาวี เพราะเป็นผู้มีปัญญารักในการสร้างบุญ)

ผู้รักในการทำความดี (พราหมณ์ได้ชื่อว่าเมธาวี เพราะเป็นผู้มีปัญญารักในการสร้างบุญ) การสั่งสมบุญบารมีไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นเหตุเป็นปัจจัยอันนำมาซึ่งความสุขความสำเร็จ และความสมปรารถนาในชีวิต การที่เราได้โอกาสเกิดมาเป็นมนุษย์นั้น จะต้องอาศัยบุญบารมีที่ได้สั่งสมไว้ดีแล้วในชาติปางก่อน จึงจะได้อัตภาพที่สมบูรณ์ มีอวัยวะที่ครบถ้วนเหมาะแก่การงานทั้งปวง เมื่อเรามีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ควรที่จะขวนขวายสร้างบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ควรประมาทเลินเล่อ ให้หมั่นทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ซึ่งจะเป็นเหตุให้เราถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และมรรคผลนิพพานในภพต่อๆ ไป ชีวิตที่เกิดมาในภพชาตินี้ ย่อมสมหวังไม่เปล่าประโยชน์ เป็นชีวิตที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง สุดยอดของบุญ คือการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง แม้ว่าใจคนเราจะไม่ค่อยอยู่นิ่ง พร้อมที่จะท่องเที่ยวตลอดเวลา บางครั้งล่องลอยไปจนตามไม่ทัน ผู้ที่ไม่ระวังรักษาใจปล่อยให้ฟุ้งซ่านไปเช่นนั้น จะมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายและไม่มีความสุขเลย หากเรารู้เท่าทันธรรมชาติของใจ เราก็ไม่ควรท้อถอย ให้หมั่นนำใจให้มาหยุดมานิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เราจะพบกับความสุขที่เราไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต และการหยุดนิ่งนี้ยังทำให้ชีวิตของเราเจริญรุ่งเรืองไม่มีตกต่ำอีกด้วย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า “อนุปุพฺเพน เมธาวี โถกํ โถกํ ขเณ ขเณ กมฺมาโร รชตสฺเสว นิทฺธเม …

ผู้รักในการทำความดี (พราหมณ์ได้ชื่อว่าเมธาวี เพราะเป็นผู้มีปัญญารักในการสร้างบุญ) Read More »

โอวาทที่เหมาะสม (ดาบสถวายโอวาทพระราชาแล้วได้รับพระราชทานหมู่บ้านชั้นดี แต่ให้โอวาทไม่ถูกกาลกับคนพาลคือนายแจวเรือจ้าง)

โอวาทที่เหมาะสม (ดาบสถวายโอวาทพระราชาแล้วได้รับพระราชทานหมู่บ้านชั้นดี แต่ให้โอวาทไม่ถูกกาลกับคนพาลคือนายแจวเรือจ้าง) การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ เป็นเรื่องราวที่มนุษย์ยังคงสงสัยและค้างคาอยู่ในใจว่า มนุษย์เกิดมาจากไหน มาทำไม ตายแล้วจะไปไหน และเป้าหมายสูงสุดของชีวิตคืออะไร เป็นคำถามที่อยู่ในใจของสรรพสัตว์ทั้งหลายมายาวนาน ยังไม่มีใครรู้ชัดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน หากไม่มาพบพระพุทธศาสนาแล้ว โอกาสที่จะได้แสวงหาแสงสว่างแห่งความหลุดพ้นจากวังวนแห่งอวิชชานี้ก็ยิ่งยาก เมื่อความไม่รู้มาครอบงำ การเวียนว่ายตายเกิดของเราในสังสารวัฏ ก็ยิ่งไม่ปลอดภัยจากอบายภูมิ การแสวงหาความหลุดพ้น และค้นหาเป้าหมายที่แท้จริงของการเกิดมานั้น เป็นสิ่งที่สำคัญต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งเราจะต้องตระหนักในความเป็นมนุษย์ และเมื่อได้มีโอกาสมาพบพระพุทธศาสนา อีกทั้งเป็นสัมมาทิฏฐิ จึงจำเป็นต้องหมั่นแสวงหาความบริสุทธิ์ให้กับตนเองทุกๆ วัน ด้วยการทำใจหยุดใจนิ่ง ตัวของเราจะได้เข้าใกล้สิ่งที่ประเสริฐสุด คือพระรัตนตรัย เพราะพระรัตนตรัยนี้ จะนำพาเราทั้งหลายให้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต ได้รู้แจ้งเห็นจริงในสรรพสิ่ง ตรงไปตามความเป็นจริงทุกประการ มีธรรมภาษิตที่ปรากฏใน สมันตปาสาทิกา ว่า “พระตถาคตทรงรู้วาจาใด จริง แท้ เป็นประโยชน์ และวาจานั้นไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของชนเหล่าอื่น ในวาจานั้น พระตถาคต ก็ทรงเป็นผู้รู้จักกาล เพื่อพยากรณ์วาจานั้น พระตถาคตทรงรู้วาจาใด จริง แท้ เป็นประโยชน์ และวาจานั้นเป็นที่รักที่ชอบใจของชนเหล่าอื่น ในวาจานั้น พระตถาคตก็เป็นผู้รู้จักกาล เพื่อพยากรณ์วาจานั้น” การอยู่ร่วมกันในสังคมโลกจำเป็นต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ในยุคที่เต็มไปด้วยการสื่อสารทุกชนิด วาจาเป็นสื่อที่ใช้มากที่สุดก็ว่าได้ การพูดเป็นสิ่งที่สำคัญและละเอียดอ่อนมาก …

โอวาทที่เหมาะสม (ดาบสถวายโอวาทพระราชาแล้วได้รับพระราชทานหมู่บ้านชั้นดี แต่ให้โอวาทไม่ถูกกาลกับคนพาลคือนายแจวเรือจ้าง) Read More »

ขอจงเป็นอยู่เถิด (พระโพธิสัตว์ได้สอนยักษ์จนเลื่อมใส)

ขอจงเป็นอยู่เถิด (พระโพธิสัตว์ได้สอนยักษ์จนเลื่อมใส) การปฏิบัติธรรมเป็นหัวใจในการทำความดี ใครปรารถนาความสำเร็จในการปฏิบัติธรรม ก็อย่าดูเบาในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่หลวงพ่อพูดย้ำอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องท่านั่ง การหลับตา หรือการทำใจให้สบายๆ ให้ปลอดโปร่ง ปล่อยวางภารกิจการงานต่างๆ เป็นต้น โดยเฉพาะเรื่องปลิโพธิความกังวลใจเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ในเรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องครอบครัว เรื่องญาติสนิทมิตรสหาย การศึกษาเล่าเรียน หรือแม้แต่เรื่องการเดินทาง สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดล้วนเป็นปลิโพธทั้งสิ้น ปลิโพธแปลว่าเครื่องกังวลใจ ใครที่มัววิตกกับเรื่องเหล่านี้ในเวลาปฏิบัติธรรม ใจจะสงบได้ยาก เป็นสมาธิได้ยาก ฉะนั้น ให้พวกเราทุกคนตระหนักไว้เสมอว่า เวลานี้เรากำลังปฏิบัติธรรม ทำกรณียกิจอันเป็นสาระสำคัญของชีวิตอยู่ เราต้องฝึกจิตฝึกใจของเราให้ดี อย่าให้เรื่องอื่นเข้ามาปะปน การปฏิบัติธรรมของเราก็จะก้าวหน้า จะสำเร็จสมปรารถนาได้อย่างอัศจรรย์ มีธรรมเนียมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ปรากฏในบาลีว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อมีผู้ถวายบังคม จะทรงพระอิริยาบถที่สง่างาม ทรงเปล่งพระสุรเสียง ดุจท้าวมหาพรหมที่ไพเราะเสนาะโสต เป็นที่จับใจ เปี่ยมด้วยโสรัจจะชโลมด้วยน้ำอมฤต ตรัสระบุชื่อของผู้นั้นแล้วกล่าวว่า จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด ข้อนี้เป็นธรรมเนียมของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย” วัฒนธรรมประเพณีของชาติต่างๆ ไม่เหมือนกัน เพราะความแตกต่างในด้านสถานที่ ภูมิอากาศ หรือแม้ความรู้ความเข้าใจของชุมชนที่แตกต่างกัน เมื่อมีความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติศาสนาและเผ่าพันธุ์ เราจะต้องศึกษาให้รู้ถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใดก็ตาม หากได้ศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของสถานที่นั้นๆ …

ขอจงเป็นอยู่เถิด (พระโพธิสัตว์ได้สอนยักษ์จนเลื่อมใส) Read More »

ตอบแทนด้วยความรัก (นางอุตตราเอาชนะความโกรธของนางสิริมาด้วยความไม่โกรธ)

ตอบแทนด้วยความรัก (นางอุตตราเอาชนะความโกรธของนางสิริมาด้วยความไม่โกรธ) การแสดงออกทางกาย วาจา ที่อ่อนโยนนุ่มนวล ที่ให้ความแช่มชื่นให้ความเย็นใจแก่ผู้พบเห็น ล้วนออกมาจากใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความสุข เปี่ยมด้วยความบริสุทธิ์ และรอยยิ้มพิมพ์ใจอันประดุจพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ใครได้พบเห็นก็อิ่มอกอิ่มใจ ส่วนผู้ที่มีจิตใจพยาบาทอาฆาตมาดร้าย ย่อมเป็นบุคคลไม่น่าเข้าใกล้หรือไม่น่าคบค้าสมาคมด้วย เพราะใจที่มีแต่ความผูกโกรธ มีความฟุ้งซ่านพลุ่งพล่านไปด้วยไฟพยาบาท ใจขุ่นมัวขัดเคือง คิดแต่จะปองร้าย คิดแต่จะเบียดเบียน เปรียบเสมือนกับน้ำที่เดือดพล่าน มีควันมีไอพวยพุ่งอยู่ หรือเหมือนภูเขาไฟพร้อมที่จะระเบิดออกมาใส่สรรพสิ่งที่อยู่ใกล้เคียงให้พินาศไปในพริบตา คนที่มีใจเช่นนี้ เพราะขาดสติคอยเหนี่ยวรั้ง และขาดเมตตากรุณาที่คอยกล่อมเกลาจิตใจ ซึ่งวิธีที่จะให้เกิดสติได้อย่างสมบูรณ์ คือต้องเจริญสมาธิภาวนา และหมั่นเจริญเมตตาให้ใจมีความละเอียดอ่อนอยู่เสมอ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน โกธวรรควรรณนา ความว่า “อกฺโกเธน ชิเน โกธํ อสาธุ ํ สาธุนา ชิเน ชิเน กทริยํ ทาเนน สจฺเจนาลิกวาทินํ พึงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้ พึงชนะคนพูดเหลวไหลด้วยการกล่าวคำจริง” บุคคลผู้เปี่ยมด้วยความโกรธจะไปแห่งหนตำบลใดย่อมไม่มีความสุข แม้จะอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด ทาน้ำหอมชั้นดีมากมายเพียงไร แต่งตัวสวยงาม มีเครื่องประดับประดางดงามปานใดก็ตาม ถ้ายังมีจิตใจที่หมองมัว มากด้วยความโกรธ หน้าตาก็ไม่ผ่องใส ผิวพรรณก็ไม่สดชื่น หน้านิ่วคิ้วขมวด สีหน้าแววตาไม่อ่อนโยน …

ตอบแทนด้วยความรัก (นางอุตตราเอาชนะความโกรธของนางสิริมาด้วยความไม่โกรธ) Read More »

อานุภาพแห่งความจริง (สัจจบารมีของพระโพธิสัตว์ที่ถือกำเนิดเป็นนกคุ่ม ทำให้ไฟป่าถอยไป)

อานุภาพแห่งความจริง (สัจจบารมีของพระโพธิสัตว์ที่ถือกำเนิดเป็นนกคุ่ม ทำให้ไฟป่าถอยไป) ธรรมชาติของใจที่หลุดพ้นจากอาสวกิเลส เป็นจิตใจที่บริสุทธิ์ผ่องใส ปลอดโปร่งโล่งเบาสบาย พ้นจากพันธนาการทั้งปวง เป็นอิสระเหมือนลมพัดไปในอากาศ จิตใจที่สดใสอยู่ในกลางกาย เป็นจิตใจที่มีความสุข แม้อยู่ท่ามกลางปัญหามากมาย ก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคของชีวิตให้ผ่านพ้นไปได้ ด้วยใจที่มีความหวังเต็มเปี่ยมด้วยพลัง เพราะใจที่มีความบริสุทธิ์ สามารถสร้างแรงกาย แรงวาจา และแรงใจได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ ใจดวงนี้เมื่อฝึกดีแล้ว จะเกิดอานุภาพอย่างที่ใครๆ ไม่อาจคาดคิดได้ และคิดไม่ถึง ดังนั้นให้เราหมั่นฝึกฝนให้หยุดนิ่งให้ได้ทุกๆ วัน ใจที่บริสุทธิ์ด้วยความดี แม้ละโลกไปก็ยังได้ชื่อว่า ไม่เป็นหนี้หมู่ญาติและบิดามารดา เพราะหากบุคคลทำหน้าที่ของตนที่ได้เกิดมาอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมไม่เดือดร้อนในกาลภายหลัง มีวาระพระบาลี ขุททกนิกาย วัฏฏกชาดก ความว่า “สนฺติ ปกฺขา อปตนา สนฺติ ปาทา อวญฺจนา มาตา ปิตา จ นิกฺขนฺตา ชาตเวท ปฏิกฺกม ปีกของเรามีอยู่ แต่ก็บินไม่ได้ เท้าทั้งสองของเรามีอยู่ แต่ก็เดินไม่ได้ มารดาและบิดาของเราออกไปหาอาหาร ดูก่อนไฟป่า ท่านจงถอยกลับไปเถิด” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราเป็นผู้ตรัสรู้แล้วเองโดยชอบ พระองค์เป็นบรมครูที่สั่งสมอบรมบ่มบารมีมานับภพนับชาติไม่ถ้วน บารมีที่พระองค์สั่งสมมาคือ บารมี …

อานุภาพแห่งความจริง (สัจจบารมีของพระโพธิสัตว์ที่ถือกำเนิดเป็นนกคุ่ม ทำให้ไฟป่าถอยไป) Read More »

สิ่งที่ทำได้ยากเมื่อให้ไปแล้ว (พระราชาจะมอบมเหสีของให้บุตรปุโรหิต ๗ วัน แต่ไม่ได้คืน ตัดใจไม่ได้)

สิ่งที่ทำได้ยากเมื่อให้ไปแล้ว (พระราชาจะมอบมเหสีของให้บุตรปุโรหิต ๗ วัน แต่ตัดใจไม่ได้) ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่ต่างต้องเวียนว่ายตายเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ล้วนต้องผ่านสภาวะแห่งการดำรงสถานภาพต่างๆมาแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพระราชา มหากษัตริย์ พระเจ้าจักรพรรดิหรือแม้กระทั่งเกิดเป็นยาจกเข็ญใจ การที่เรารู้ว่า เกิดมาทำไม อะไรเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต แล้วตั้งเป้าหมายของชีวิตได้ถูกต้องมุ่งไปสู่จุดหมายได้นั้น นับว่าเป็นสิ่งที่เลิศประเสริฐสุด อย่างไรก็ดีการที่เราจะประคับประคองตนให้อยู่ในสภาวะเช่นนี้ได้ จำเป็นจะต้องหมั่นประคองใจของเราให้อยู่ในแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ให้ได้ตลอดเวลา ด้วยการทำใจหยุดใจนิ่งอยู่ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ หากทำได้เช่นนี้ ชีวิตในปัจจุบัน และในอนาคตก็ย่อมปลอดภัยจากทุกๆ สิ่งรวมทั้งในสังสารวัฏอันยาวไกลด้วย มีวาระพระบาลีใน ทสัณณกชาดก ความว่า “ทเทยฺย ปุริโส ทานํ อปฺปํ วา ยทิวา พาหุ ํ โย จ ทตฺวา นานุตปฺเป ตํ ทุกฺกรตรํ ตโต สพฺพญฺญํ สุกรํ ฐานํ เอวํ ชานาหิ มคธ คนควรให้ทาน จะน้อยหรือมากก็ตาม แต่ผู้ใด ครั้นให้ของรักของตนแล้ว ย่อมไม่เดือดร้อนใจในภายหลัง การไม่เดือดร้อนใจนั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ยากกว่าการกลืนดาบ …

สิ่งที่ทำได้ยากเมื่อให้ไปแล้ว (พระราชาจะมอบมเหสีของให้บุตรปุโรหิต ๗ วัน แต่ไม่ได้คืน ตัดใจไม่ได้) Read More »

ความโกรธทำให้เสียประโยชน์ (พระดาบสโพธิสัตว์โปรด นายเรือจ้างชื่ออาวาริยปิตาผู้มักโกรธ)

ความโกรธทำให้เสียประโยชน์ (พระดาบสโพธิสัตว์โปรด นายเรือจ้างชื่ออาวาริยปิตาผู้มักโกรธ) การเอาชนะใจผู้อื่นด้วยความดี เป็นสิ่งที่บัณฑิตนักปราชญ์ประพฤติกัน เช่นเดียวกับการเอาชนะคนมักโกรธด้วยความไม่โกรธตอบ ซึ่งต้องปฏิบัติต่อกันด้วยความละมุนละม่อม รู้จักประนีประนอมเพื่อให้เกิดสันติ เมื่อสันติสุขเกิดขึ้นในใจของทุกฝ่าย ก็จะมีการขยายแบ่งปันความสุขซึ่งกันและกัน สันติภาพย่อมบังเกิดขึ้น สันติภาพโลกจะเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อมนุษย์ทุกคนเข้าถึงสันติสุขภายใน ซึ่งสันติสุขภายในที่แท้จริงนั้นเกิดขึ้นเมื่อใจหยุดนิ่ง หยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ดังนั้น การเจริญสมาธิภาวนา เพื่อให้เข้าถึงสันติสุขภายใน เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน จึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งสำหรับพวกเราและชาวโลกด้วย มีวาระแห่งพุทธภาษิตใน โกธนาสูตร ความว่า “คนผู้โกรธย่อมประพฤติในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ย่อมไม่รู้จักความเจริญ ย่อมมีภัยที่เกิดขึ้นแล้วในภายใน แต่คนผู้โกรธนั้นย่อมไม่รู้สึก เพราะคนโกรธย่อมไม่รู้อรรถ ไม่เห็นธรรม และย่อมขาดสติ จึงพลั้งพลาดไปก่อกรรมทำเข็ญ ภายหลังเมื่อหายโกรธแล้ว เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้” ความโกรธเป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นประดุจไฟที่คอยเผาลนตนเอง ยิ่งถ้าตอนเกิดความโกรธแล้วระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ก็จะทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท อาจถึงเข่นฆ่ากัน หรือทำลายข้าวของเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน และหากอาฆาตพยาบาทกัน ก็จะเป็นการผูกเวรกันต่อไปอีก ถ้าเราไม่รู้เท่าทันอารมณ์โกรธ ผลร้ายมักจะเกิดขึ้นเสมอไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ดังเช่นเรื่องของชายผู้มักโกรธคนหนึ่ง ที่ต้องเสียประโยชน์ที่จะพึงได้ไป และยังมีทุกข์ตามมาอีก พระบรมศาสดาทรงยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นอุทาหรณ์ เพื่ออบรมสั่งสอนพระภิกษุให้พึงสังวร จะได้สำรวมระวัง และเห็นโทษภัยในความเป็นผู้มักโกรธ * ครั้งพระเจ้าพรหมทัต เสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ถือกำเนิดเป็นมาณพหนุ่มผู้มีปัญญา …

ความโกรธทำให้เสียประโยชน์ (พระดาบสโพธิสัตว์โปรด นายเรือจ้างชื่ออาวาริยปิตาผู้มักโกรธ) Read More »