ธรรมะเพื่อประชาชน

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๔) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๔)

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๔) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๔) การใช้ชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์นี้ จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก หากผู้ใดฉลาดในการใช้ชีวิต และไม่ประมาทในการทำความดี หมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ทำทุกๆ วัน ไม่ให้ขาดแม้แต่วันเดียว การดำรงชีวิตอยู่อย่างนี้ ถือว่าได้กำไรชีวิตจริงๆ คำว่า กำไร หมายถึง การลงทุนนั้นไม่มีการขาดทุน มีแต่ได้กับได้ การทำความดีก็เหมือนกัน เราจะได้บุญเป็นกำไรของชีวิต บุญนั้นเป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่มีค่ามหาศาล เป็นประดุจแก้วสารพัดนึก ควรที่เราจะต้องรีบตักตวง ถ้าเกิดมาแล้วไม่ได้สั่งสมบารมี ชีวิตนี้ก็ยังบกพร่องอยู่ เป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ เกิดมาเสียโอกาสสร้างความดี ดังนั้น เมื่อมีโอกาสดีแล้ว ควรต้องทำให้เต็มที่ให้คุ้มค่ากันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เอกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า ” นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ ยํ เอวํ มหาสาวชฺชํ ยถยิทํ ภิกฺขเว มิจฺฉาทิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ ภิกฺขเว วชฺชานิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้สักอย่างเดียว …

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๔) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๔) Read More »

วิธีเริ่มต้นปีใหม่ตามหลักพุทธวิธี (ควรตรึกระลึกนึกถึงว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จอุบัติขึ้นเพื่อสันติสุขของมวลมนุษยชาติ ระลึกถึงการสร้างบารมี มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์)

วิธีเริ่มต้นปีใหม่ตามหลักพุทธวิธี (ควรตรึกระลึกนึกถึงว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จอุบัติขึ้นเพื่อสันติสุขของมวลมนุษยชาติ ระลึกถึงการสร้างบารมี มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์) ความเมตตาปรารถนาดีต่อเพื่อนร่วมโลก เป็นทางมาแห่งสันติภาพอัน ไพบูลย์ เป็นคุณธรรมพื้นฐานที่จะทำให้มนุษยชาติอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่มีการแก่งแย่งรบรา ฆ่าฟันกัน อย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ เมตตาธรรมจะช่วยค้ำจุนโลก เปลี่ยนแปลงกระแสโลกที่กำลัง ร้อนแรงด้วยไฟกิเลส เป็นกระแสแห่งความสงบสุขร่มเย็นที่เกิดจากใจที่ใสบริสุทธิ์ รุกเงียบไปใน บรรยากาศ มวลมนุษยชาติจะปรองดองกัน มีสมบัติสิ่งของเครื่องใช้ ที่พอจะแบ่งปันกันได้ ก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยถือว่า สมบัติทั้งหลายเป็นของกลางของ โลก โลกทั้งโลกคือบ้านหลังใหญ่ ที่มีสมาชิกในบ้านมากมาย ซึ่งต่างเป็นหมู่ญาติ เพื่อนพ้อง พี่น้องกัน ต่างยังต้องเดินทางไกลในสังสารวัฏ ไปสู่ฝั่งแห่งพระนิพพาน มีวาระพระบาลีใน อนนุโสจิยชาดก ความว่า “น เหว ติฏฺฐํ นาสีนํ น สยานํ น ปตฺถคุ ํ ยาวุปฺปตฺติ นิมิสฺสติ ตตฺราปิ สรต ี วโย สัตว์โลกที่กำลังยืน นั่ง หรือเดิน อายุสังขารหาได้เป็นไปตามด้วยไม่ แม้วัยก็เสื่อมลงไปทุกขณะที่หลับตาและลืมตา” …

วิธีเริ่มต้นปีใหม่ตามหลักพุทธวิธี (ควรตรึกระลึกนึกถึงว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จอุบัติขึ้นเพื่อสันติสุขของมวลมนุษยชาติ ระลึกถึงการสร้างบารมี มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์) Read More »

กำเนิดสุริยคราส (อสุรินทราหูอมจันทร์)

กำเนิดสุริยคราส (อสุรินทราหูอมจันทร์) การได้เกิดเป็นมนุษย์เป็นการยาก อีกทั้งการที่จะดำรงชีวิตอยู่ด้วยความบริสุทธิ์ มีจิตใจสูงส่ง มั่นคงในคุณธรรม ดำเนินอยู่บนเส้นทางแห่งอริยมรรค ทางของพระอริยเจ้า และการเกิดมาสร้างบารมีให้เต็มเปี่ยม บริสุทธิ์บริบูรณ์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผู้มีบุญ มีดวงปัญญาบริสุทธิ์ มีดวงใจที่ผ่องใสเท่านั้น จึงจะใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า เดินหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้องปลอดภัย ทั้งภัยในปัจจุบันนี้ ภัยในอบายภูมิ ตลอดจนภัยในสังสารวัฏ การที่จะให้พ้นจากภัยเหล่านี้ได้ จะต้องสั่งสมบุญให้มากๆ จะต้องมีความหนักแน่น ตั้งมั่นอยู่ในเส้นทางแห่งความดี รักในการประพฤติปฏิบัติธรรม หมั่นนั่งธรรมะทุกๆ วันอย่าให้ขาดแม้แต่วันเดียว ต้องตั้งใจมั่นอย่างนี้ จึงจะพบกับความสุขตลอดกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปัญญัตติสูตร ว่า “ราหุคฺคํ อตฺตภาวีนํ มนฺธาตา กามโภคินํ มาโร อาธิปเตยฺยานํ อิทฺธิยา ยสสา ชลํ อุทฺธํ ติริยํ อปาจีนํ ยาวตา ชคโต คติ สเทวกสฺส โลกสฺส พุทฺโธ อคฺคํ ปวุจฺจติฯ บรรดาสัตว์ผู้มีอัตภาพ(ใหญ่) อสุรินทราหูเป็นเลิศ บรรดาบุคคลผู้บริโภคกาม พระเจ้ามันธาตุราชเป็นเลิศ …

กำเนิดสุริยคราส (อสุรินทราหูอมจันทร์) Read More »

วิธีตอบแทนคุณของญาติโยมอย่างอริยะ (ชายเข็ญใจเป็นแรงบันดาลใจให้พระเถระ พระอรหันต์เถระตอบแทนคุณอย่างอริยะ)

วิธีตอบแทนคุณของญาติโยมอย่างอริยะ (ชายเข็ญใจเป็นแรงบันดาลใจให้พระเถระ พระอรหันต์เถระตอบแทนคุณอย่างอริยะ) เวลาในโลกมนุษย์ช่างแสนสั้น เดี๋ยววันเดี๋ยวคืน เดี๋ยวก็หมดเวลาแล้ว จากวัยเด็กก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาว และไม่นานก็ก้าวเข้าสู่วัยกลางคน และวัยชราตามลำดับ ต้องนับเวลาถอยหลังกันแล้ว แม้ช่วงชีวิตของมนุษย์จะเป็นระยะเวลาที่แสนสั้น แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าและสำคัญที่สุด ที่เราจะได้สั่งสมบุญกุศลให้ได้มากที่สุด เพราะชีวิตหลังความตายยาวนานกว่าในโลกมนุษย์นี้มาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างบารมีเพื่อจะได้มีสุคติภูมิเป็นที่ไป โดยเฉพาะการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกภายใน จะทำให้เราเกิดความมั่นใจในการเดินทางสู่สัมปรายภพ เพราะพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันอบอุ่นและปลอดภัยที่สุด ที่จะนำเราไปสู่สุคติได้ทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะหมดกิเลสเข้าสู่นิพพานกันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน วุฎฐิสูตร ความว่า “พีชํ อุปฺปตตํ เสฏฺฐํ วุฏฺฐิ นิปตตํ วรา คาโว ปวชมานานํ ปุตฺโต ปวทตํ วโรติ วิชฺชา อุปฺปตตํ เสฏฺฐา อวิชฺชา นิปตตํ วรา สงฺโฆ ปวชมานานํ พุทฺโธ ปวทตํ วโร บรรดาสิ่งที่งอกขึ้น ข้าวกล้าเป็นสิ่งประเสริฐ บรรดาสิ่งที่ตกไป ฝนเป็นสิ่งประเสริฐ บรรดาสิ่งที่เดินด้วยเท้า เหล่าโคเป็นสัตว์ประเสริฐ บรรดาผู้แถลงคารม บุตรเป็นผู้ประเสริฐ บรรดาสิ่งที่งอกขึ้นมา ความรู้เป็นสิ่งประเสริฐ …

วิธีตอบแทนคุณของญาติโยมอย่างอริยะ (ชายเข็ญใจเป็นแรงบันดาลใจให้พระเถระ พระอรหันต์เถระตอบแทนคุณอย่างอริยะ) Read More »

กำเนิดอบายภูมิ (พระบรมศาสดาทรงตรัสสอนนายจุนทะเรื่อง ความสะอาดทางกาย วาจาและใจ)

กำเนิดอบายภูมิ (พระบรมศาสดาทรงตรัสสอนนายจุนทะเรื่อง ความสะอาดทางกาย วาจาและใจ) ชีวิตทุกชีวิต ล้วนแสวงหาที่พึ่งให้กับตัวเอง เริ่มตั้งแต่วัยเด็กก็แสวงหาความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ มีพ่อแม่เป็นที่พึ่ง เมื่อเจริญวัยเข้ารับการศึกษาก็ยึดเอาครูบาอาจารย์เป็นที่พึ่ง วัยทำงานก็แสวงหาผู้หลักผู้ใหญ่เป็นที่พึ่ง จวบจนแสวงหาคู่ครองเพื่อพึ่งพาอาศัยกัน หรือเป็นเพื่อนยามแก่ชรา บางคนหลงผิดไปแสวงหาพวกไสยศาสตร์หรือมนต์ดำเป็นที่พึ่ง บางทีบนบานศาลกล่าว บางทีถึงกับยึดเอาสัตว์เดียรัจฉานที่แปลกประหลาดเป็นที่พึ่งก็มี สิ่งที่กล่าวมานี้ล้วนแต่มิใช่ที่พึ่งทั้งสิ้น และบางสิ่งกลับจะนำพาชีวิตให้ตกต่ำอีกด้วย ที่พึ่งที่ระลึกอันแท้จริงมีอย่างเดียวคือ พระรัตนตรัย ซึ่งมีอยู่แล้วในตัวของเราทุกคนในโลก การจะยึดเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งได้ ต้องอาศัยการทำใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายภายในตัว ให้จิตมีอารมณ์เดียว เมื่อใจหยุดนิ่งถูกส่วนดีแล้ว เราจะได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ซึ่งเป็นที่พึ่งอันประเสริฐอย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน จุนทสูตร ความว่า “อกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ เป็นความไม่สะอาดด้วย เป็นตัวการที่ทำให้ไม่สะอาดด้วย ดูก่อนจุนทะ ก็เพราะเหตุแห่งการประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ นรกจึงปรากฏ กำเนิดเดียรัจฉานจึงปรากฏ เปตวิสัยจึงปรากฏ หรือว่าทุคติอย่างใดอย่างหนึ่งแม้อื่นจึงปรากฏมีขึ้น” ภพภูมิต่างๆ ที่บังเกิดขึ้นมาในสังสารวัฏ เช่น นิรยภูมิ เปตวิสัย อสุรกายและภูมิของสัตว์เดียรัจฉาน อบายภูมิเหล่านี้ เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับผู้ที่มีกาย วาจาและใจไม่บริสุทธิ์ มีไว้เพื่อลงโทษมนุษย์ที่ประพฤติผิดจากทำนองคลองธรรม เป็นการขังสัตว์เอาไว้ไม่ให้หลุดจากการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏไปได้ ซึ่งจะได้รับความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจแสนสาหัส แตกต่างจากคุกหรือกรงขังในโลกมนุษย์มากมายหลายเท่านัก …

กำเนิดอบายภูมิ (พระบรมศาสดาทรงตรัสสอนนายจุนทะเรื่อง ความสะอาดทางกาย วาจาและใจ) Read More »

วิธีทำบุญให้ถูกหลักวิชชา (ญาติของนายเสมียนกว่าจะพ้นจากอัตภาพเปรต)

วิธีทำบุญให้ถูกหลักวิชชา (ญาติของนายเสมียนกว่าจะพ้นจากอัตภาพเปรต) จุดประสงค์ของชีวิต คือ เกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง มิใช่เพื่อมาทำอย่างอื่น ใครทำความดีก็มีความสุขเป็นผลทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ส่วนผู้ที่ทำบาปอกุศลไว้ ย่อมได้รับผลกรรม เสวยวิบากกรรมทุกข์ทรมาน บุญกุศลที่ทำไว้ไม่ได้หนีหายไปไหน จะติดตามตัวเราไปเหมือนเงาตามตัว บาปกรรมที่ทำไว้เปรียบเสมือนล้อเกวียน ที่หมุนตามบดขยี้รอยเท้าโค ไม่มีผู้ใดหลีกพ้นบาปกรรมที่ทำไว้ได้ พระพุทธองค์จึงทรงสอนให้ละชั่ว และทำความดีด้วยกายวาจาใจ อีกทั้งทำจิตให้ผ่องใสอยู่เสมอ ให้ใจใสสะอาดบริสุทธิ์ จะได้พบที่พึ่งที่ระลึกภายใน คือ พระรัตนตรัย นั่นเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ติโรกุฑฑสูตร ความว่า “อทาสิ เม อกาสิ เม ญาติ มิตฺตา สขา จ เม เปตานํ ทกฺขิณํ ทชฺชา ปุพฺเพ กตมนุสฺสรํ กุลบุตรเมื่อหวนระลึกถึงอุปการคุณที่ท่านทำแล้วในกาลก่อนว่า คนโน้นได้ให้สิ่งของแก่เราแล้ว คนโน้นได้ทำอุปการคุณแก่เราแล้ว ญาติมิตร และสหายได้ให้สิ่งของแก่เรา และได้ช่วยทำกิจของเรา ดังนี้ พึงให้ทักษิณาทานแก่เปรตทั้งหลาย” ทักษิณาทาน หมายถึง การทำบุญด้วยวัตถุสิ่งของแด่ภิกษุสงฆ์ แล้วอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแก่หมู่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้วายชนม์ต้องการมากที่สุด เพราะบุญนั้นจะตามส่งผลให้หมู่ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว แม้ตกไปในอบาย …

วิธีทำบุญให้ถูกหลักวิชชา (ญาติของนายเสมียนกว่าจะพ้นจากอัตภาพเปรต) Read More »

ความสุขของพระโสดาบัน (เปรียบเทียบความทุกข์ที่เหลืออยู่ของพระโสดาบันและพระอริยสาวก)

ความสุขของพระโสดาบัน (เปรียบเทียบความทุกข์ที่เหลืออยู่ของพระโสดาบันและพระอริยสาวก) มวลมนุษยชาติล้วนปรารถนาให้ตนเองมีความสุข แต่มีผู้คนจำนวนมากมาย กลับเป็นอยู่ด้วยความประมาท หลงไปก่อทุกข์ให้กับตัวเอง ความสุขที่ตนปรารถนา จึงเป็นเพียงแค่ความฝัน คล้ายกับพยับแดด สุดท้ายเมื่อผลแห่งความประมาทมาถึง ชีวิตของเขาเหล่านั้น ก็ไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงความทุกข์ไปได้ ความไม่ประมาทเป็นเสมือนเกราะคุ้มกันภัย ที่ยากจะหาเกราะใดๆ มาเทียบได้ ตรงกันข้าม ถ้าไม่มีการเตรียมพร้อม มัวเพลิดเพลินใช้ชีวิตไปกับสิ่งไร้สาระ ย่อมจะหนีผลแห่งเหตุที่ตนทำไว้ไม่พ้น เพราะการประกอบเหตุในวันนี้ คือ ผลในวันหน้า เหตุดี ผลก็ย่อมดี ถ้าเหตุไม่ดี ผลก็ย่อมไม่ดี การหมั่นฝึกฝนอบรมใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ คือ การประกอบเหตุดีเอาไว้ ซึ่งจะส่งผลดีอันยิ่งใหญ่ต่อตัวเราไปทุกภพทุกทุกชาติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน นขสิขาสูตร ว่า “ความทุกข์ที่หมดไปของอริยสาวกผู้สมบูรณ์ด้วยสัมมาทิฏฐิ บรรลุอริยมรรคแล้ว มีปริมาณมาก ส่วนความทุกข์ที่ยังเหลืออยู่ มีประมาณน้อย ความทุกข์ที่จะมีอีก ๗ อัตภาพเป็นอย่างยิ่งนั้น เมื่อเทียบกันเข้ากับกองทุกข์ที่หมดสิ้นไปอันมีอยู่ในครั้งก่อนแล้ว ย่อมไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ เลย ภิกษุทั้งหลาย การได้บรรลุอริยธรรม ย่อมให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้แล การได้ธรรมจักษุ ย่อมให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้ ” …

ความสุขของพระโสดาบัน (เปรียบเทียบความทุกข์ที่เหลืออยู่ของพระโสดาบันและพระอริยสาวก) Read More »

วิธีแก้กิเลสในตัว (กุสลา ธัมมา อกุสลา ธัมมา และอัพยากตา ธัมมา อยู่ในตัวของเรา)

วิธีแก้กิเลสในตัว (กุสลา ธัมมา อกุสลา ธัมมา และอัพยากตา ธัมมา อยู่ในตัวของเรา) ตราบใดที่มนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ยังไม่หลุดพ้นจากอาสวกิเลส เสบียงในการเดินทางไกลในสังสารวัฏ คือ บุญกุศลนี้ ก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การสั่งสมบุญทำได้ในทุกที่ ทุกโอกาส ทุกเวลานาที ขอเพียงให้เห็นคุณค่าของบุญ แล้วทุ่มเทสร้างความดีอย่างเต็มที่เต็มกำลังความสามารถ สักวันหนึ่งเมื่อบุญบารมีเต็มเปี่ยม ย่อมถึงเป้าหมายปลายทางได้อย่างแน่นอน ได้เสวยเอกันตบรมสุขที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายต่างได้เข้าถึง ถ้าเรารักบุญจริง ต้องทำบุญบ่อยๆ ทำแล้วก็ให้นึกถึงบ่อยๆ บุญนั้นจะได้ตามอำนวยสุขให้เราอย่างต่อเนื่อง เกิดกี่ภพกี่ชาติจะได้ประสบแต่ความสุข และความสำเร็จตลอดไป ยิ่งกว่านั้นบุญสำคัญที่จะขาดมิได้ก็คือ บุญจากการเจริญสมาธิภาวนา เป็นบุญละเอียดที่จะช่วยกลั่นกาย วาจา ใจของเรา ให้สะอาดบริสุทธิ์ เป็นเหตุให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวง * มีวาระพระบาลีใน พระอภิธรรมปิฎก ว่า “กุสลา ธมฺมา ธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศล ให้ผลเป็นความสุข อกุสลา ธมฺมา ธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศล ให้ผลเป็นความทุกข์ อพฺยากตา ธมฺมา ธรรมทั้งหลายที่เป็นอัพยากตา ให้ผลเป็นกลางๆ ไม่สุขไม่ทุกข์” พุทธพจน์ที่ได้ยกขึ้นมานี้ เมื่อได้ยินได้ฟังแล้ว ทุกท่านคงจะรู้สึกคุ้นหู …

วิธีแก้กิเลสในตัว (กุสลา ธัมมา อกุสลา ธัมมา และอัพยากตา ธัมมา อยู่ในตัวของเรา) Read More »

วิธีทำตนให้คนอื่นรัก (เด็กๆ ถวายขนมแก่พระมหากัสสปเถระ)

วิธีทำตนให้คนอื่นรัก (เด็กๆ ถวายขนมแก่พระมหากัสสปเถระ) การประพฤติปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับตัวเราเองและมวลมนุษยชาติ หากผู้ใดรู้วิธีการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้องสมบูรณ์ และมีความเพียรอย่างสม่ำเสมอ คุณธรรมที่ดีงามต่างๆ จะเพิ่มพูนขึ้นในใจ บุคคลนั้นจะเป็นผู้มีธรรมะเป็นอาภรณ์ เป็นที่รักของมนุษย์และเทวาทั้งหลาย อีกทั้งเป็นบุคคลผู้ทรงคุณค่า ธรรมะจะเป็นที่พึ่งของเราได้ตลอดเวลา แม้คนอื่นก็เคารพเลื่อมใส ดังนั้น ธรรมะจึงเป็นอาภรณ์ประดับกายที่อมตะมั่นคงที่สุด ที่จะติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติ ขอให้หมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมกันให้ดี เราจะได้เป็นเจ้าของสมบัติอันล้ำค่านี้กันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน คาถาธรรมบท ว่า “สีลทสฺสนสมฺปนฺนํ ธมฺมฏฺฐํ สจฺจวาทินํ อตฺตโน กมฺมกุพฺพานํ ตํ ชโน กุรุเต ปิยํ ชนย่อมกระทำบุคคล ผู้สมบูรณ์ด้วยศีลและทัสสนะ ผู้ตั้งอยู่ในธรรม ผู้พูดคำจริงเป็นปกติ ผู้ทำงานอันเป็นหน้าที่ของตน ให้เป็นที่รัก” คนที่จะเป็นที่รัก หรือต้องการให้บุคคลอื่นรักและเคารพด้วยความจริงใจนั้น ต้องมีคุณธรรมอย่างน้อย ๕ ประการข้างต้น คือ ต้องมีศีล มีญาณทัสสนะ ตั้งอยู่ในธรรม พูดคำสัตย์จริงเป็นปกติ และทำงานที่เป็นหน้าที่ของตน คำว่าศีลนั้นโดยความหมาย คือ ภาวะความเป็นปกติของมนุษย์ทุกคน ผู้มีศีล คือ ผู้ที่ประพฤติสุจริตทางกายและวาจา อย่างน้อยต้องเป็นผู้มีศีล …

วิธีทำตนให้คนอื่นรัก (เด็กๆ ถวายขนมแก่พระมหากัสสปเถระ) Read More »

วิธีแบ่งแยกบุคคล (เรื่องพราหมณ์ส่งอัสสลายนมาณพไปโต้วาทะกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า)

วิธีแบ่งแยกบุคคล (เรื่องพราหมณ์ส่งอัสสลายนมาณพไปโต้วาทะกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) การศึกษาวิชชาความรู้ในทางธรรม เป็นกรณียกิจที่ควรทำไปควบคู่กับภารกิจในชีวิตประจำวัน เพราะคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิต เป็นความรู้ที่ทำให้พ้นทุกข์ เพราะเป็นปัญญาบริสุทธิ์ที่เกิดจากใจหยุดนิ่ง ไม่ใช่เกิดจากการนึกคิดด้นเดา แต่เป็นความรู้ที่เกิดจากการรู้แจ้งเห็นจริงในทุกสิ่ง ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ควรศึกษาอย่างยิ่ง เพราะยิ่งศึกษาก็ยิ่งรู้แจ้ง ยิ่งรู้แจ้งก็ยิ่งอยากทำตนให้บริสุทธิ์ จะได้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะจากพญามาร ซึ่งการศึกษาธรรมะจะให้ซาบซึ้ง และเห็นถูกต้องร่องรอยตรงไปตามความเป็นจริงนั้น ต้องอาศัยใจที่หยุดนิ่งที่เกิดจากการเจริญสมาธิภาวนา ก็จะทำให้ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งความสุข และความบริสุทธิ์ไปพร้อมๆ กัน มีวาระพระบาลีใน อังคุตตรนิกาย ขุททกนิบาต ว่า “น ชจฺจา วสโล โหติ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ กมฺมุนา วสโล โหติ กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ บุคคลไม่ได้เป็นคนเลวเพราะชาติ ไม่ได้เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติกำเนิด แต่เป็นคนเลวทรามเพราะกรรม เป็นผู้ประเสริฐก็เพราะกรรมเท่านั้น” กรรมเป็นเครื่องจำแนกสัตวโลกให้แตกต่างกัน การแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ เป็นเรื่องที่มนุษย์คิด และแบ่งแยกกันขึ้นมาเอง แต่การกระทำความดีหรือความชั่วนั้น เป็นตัวแบ่งแยกอยู่แล้ว บางคนอยู่กับหมู่คณะที่มีแต่คนดี แต่หากไม่รักในการฝึกฝนตนก็อาจเป็นคนพาลได้ ดังนั้น พฤติกรรมหรือการกระทำจึงเป็นตัวแบ่งแยกที่สำคัญ บางคนเกิดในสังคมที่ด้อยโอกาส …

วิธีแบ่งแยกบุคคล (เรื่องพราหมณ์ส่งอัสสลายนมาณพไปโต้วาทะกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) Read More »

วิธีเอาชนะข้อกล่าวหา (เดียรถีย์ใช้นางสุนทรี ทำให้ผู้คนคลางแคลงในพระบรมศาสดา)

วิธีเอาชนะข้อกล่าวหา (เดียรถีย์ใช้นางสุนทรี ทำให้ผู้คนคลางแคลงในพระบรมศาสดา) การสั่งสมบุญบารมี เป็นเป้าหมายหลักของการเกิดมาชาตินี้ อุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องพบเจอ เป็นเรื่องเดิมๆ ที่พระบรมโพธิสัตว์ หรือนักสร้างบารมีในกาลก่อนได้เอาชนะมาแล้ว การแก้ปัญหาที่ดีที่สุด จะต้องแก้ด้วยใจที่สงบ หยุดนิ่ง เพราะใจที่หยุดนิ่งจะเกิดดวงปัญญา ทำให้เราเห็นถึงที่มาของปัญหา และสามารถแก้ไขได้อย่างถูกต้อง การทำใจให้หยุดนิ่ง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรทำควบคู่กันไปกับการทำภารกิจในชีวิตประจำวัน เมื่อเราทำได้ จะทำให้ชีวิตของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มูลปริยายสูตร ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เอกบุรุษ เมื่ออุบัติขึ้นในโลก ย่อมอุบัติขึ้นเพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชน เพื่ออนุเคราะห์แก่ชาวโลก เพื่อประโยชน์สุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บุคคลนั้นคือ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า” เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลก ประโยชน์อันยิ่งใหญ่ย่อมบังเกิดขึ้นแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรม มีความงดงามไพเราะทั้งเบื้องต้น ท่ามกลางและเบื้องปลาย เปรียบประดุจบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด ชี้ทางแก่คนหลงทาง และตามประทีปในที่มืดแก่บุคคลผู้อยากเห็นรูป ฉะนั้น บุคคลผู้ได้ลิ้มรสแห่งอมตธรรมนั้นแล้ว เปรียบดังบุรุษผู้ก้าวย่างลงสู่ท่าน้ำที่สะอาด ได้อาบดื่มกินด้วยความเกษมสำราญ ธรรมดาดวงจันทร์ในคืนวันเพ็ญปราศจากมลทิน โคจรไปในอากาศ ย่อมสว่างกว่าหมู่ดาวบนท้องฟ้าด้วยกำลังแห่งรัศมี ฉันใด พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อทรงอุบัติขึ้น ย่อมรุ่งโรจน์กว่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ฉันนั้น ความอัศจรรย์แห่งพระสัทธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงนั้น ทำให้ลบล้างความเห็นผิด ความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ไม่เป็นสาระของผู้ไม่รู้ แต่ก็มีเจ้าลัทธิคณาจารย์มากมายที่ยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ …

วิธีเอาชนะข้อกล่าวหา (เดียรถีย์ใช้นางสุนทรี ทำให้ผู้คนคลางแคลงในพระบรมศาสดา) Read More »

นิยามหรือผังของสรรพสิ่ง (กรรมนิยาม พีชนิยาม อุตุนิยาม จิตนิยาม ธรรมนิยาม)

นิยามหรือผังของสรรพสิ่ง (กรรมนิยาม พีชนิยาม อุตุนิยาม จิตนิยาม ธรรมนิยาม) สรรพสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม ตัวของเรา บุคคลอื่น หรือสรรพสัตว์ทั้งหลาย ต่างอยู่บนพื้นฐานของความจริงทั้งสิ้น คือ มีความไม่เที่ยง แปรปรวน เปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมทุกวินาที และสูญสลายในที่สุด เพราะฉะนั้น เราควรแสวงหาสิ่งที่เที่ยงแท้แน่นอน นำความสุขและความบริสุทธิ์มาให้ ด้วยการปฏิบัติธรรมในหนทางสายกลาง ซึ่งเป็นเอกายนมรรค ทางเอกสายเดียวที่มุ่งตรงต่อพระนิพพาน มีวาระพระบาลีที่พระบรมศาสดาตรัสไว้ใน อุปปาทสูตร ความว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไม่ว่าพระตถาคตทั้งหลาย จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ตาม ธาตุคือสิ่งที่ทรงตนเองอยู่ได้เอง ความตั้งอยู่โดยธรรมดา ความแน่นอนโดยธรรมดาอันนั้น ตถาคตตรัสรู้ บรรลุธาตุนั้นว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ครั้นได้ตรัสรู้แล้ว ได้หยั่งรู้แล้ว จึงบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้ตื้นว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา” นิยาม แปลว่า การกำหนดหรือแบบที่แน่นอนลงตัว ทำนองเดียวกับ คำว่า ผังสำเร็จ …

นิยามหรือผังของสรรพสิ่ง (กรรมนิยาม พีชนิยาม อุตุนิยาม จิตนิยาม ธรรมนิยาม) Read More »

อาจิณณกรรม (พระเจ้าทุฏฐคามณีอภัยแห่งเกาะลังกาถวายทานยามยากแด่พระเถระ)

อาจิณณกรรม (พระเจ้าทุฏฐคามณีอภัยแห่งเกาะลังกาถวายทานยามยากแด่พระเถระ) ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลายในสังสารวัฏ เป็นชีวิตที่เสี่ยงต่อภัยร้ายที่คอยคุกคามเราอยู่ตลอดเวลา หากผู้ใดรู้จักใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าด้วยการสร้างบุญบารมีทุกรูปแบบ ก็จะมีบุญเป็นกำไรชีวิต เพราะบุญเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าอัญมณีใดๆในโลก บุญใสๆ เท่านั้นที่ติดอยู่ตรงศูนย์กลางกายของทุกๆคน จะคอยส่งผลดีงามให้กับชีวิตของเรา และกีดกันขัดขวางบาปศักดิ์สิทธิ์และสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายให้ห่างากตัวเรา ยิ่งเรามีความบริสุทธิ์มาก บุญก็ยิ่งจะส่งผลได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย อุปสรรคต่างๆ ก็จะมลายหายสูญ เพราะฉะนั้นทุกท่านต้องหมั่นรักษาใจให้ผ่องใสอยู่ในกลางกายให้ได้ตลอดเวลา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย มหาวรรค ว่า “ผลานมิว ปกฺกานํ ปาโต ปตนโต ภยํ เอวํ ชาตาน มจฺจานํ นิจฺจํ มรณโต ภยํ ภัยของสัตว์ผู้เกิดมาแล้ว ย่อมมีเพราะต้องตายแน่นอน เหมือนภัยของผลไม้สุก ย่อมมีเพราะต้องหล่นในยามเช้าฉะนั้น” การเกิดมาเป็นมนุษย์ เราทุกคนคงจะพอมองเห็นภัยในปัจจุบันนี้ ที่เกิดมาจากบาปอกุศลที่เราทำลงไป แล้วไม่สามารถจะหลีกหนีพ้นผลของกรรมนั้นได้ ตราบใดที่ยังไม่หมดสิ้นกิเลส อาสวกิเลสบังคับให้เราสร้างกรรม แล้วผลของกรรมคือวิบากที่เราจะต้องได้รับ หากเป็นกรรมดีก็มีวิบากที่ดี หากเป็นกรรมชั่วก็มีวิบากที่ไม่ดี ที่ผ่านมาเราคงพอจะเข้าใจถึงการให้ผลตามลำดับของกรรมในสังสารวัฏ ตั้งแต่ครุกรรมหรือกรรมหนักที่ให้ผลเป็นอันดับแรก รองลงมาก็เป็นอาสันนกรรม คือกรรมที่ทำในเวลาที่ใกล้จะตาย แต่ยังมีกรรมอีกชนิดหนึ่ง ที่คอยให้ผลเป็นลำดับถัดมารองจากกรรมทั้งสอง หากว่าเราไม่ได้ทำ ครุกรรม และ อาสันนกรรม …

อาจิณณกรรม (พระเจ้าทุฏฐคามณีอภัยแห่งเกาะลังกาถวายทานยามยากแด่พระเถระ) Read More »

มหาสุบินของพระพุทธเจ้า (ความฝันขณะเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ)

มหาสุบินของพระพุทธเจ้า (ความฝัน) การฝึกฝนอบรมใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่ง หมั่นน้อมนำใจเข้าไปหยุดอยู่ที่ต้นแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ คือ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จนกระทั่งพบพระธรรมกายภายใน กาย วาจา ใจของเราจะถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของรอบตัวเรา จะพลอยได้รับพลังมวลแห่งความบริสุทธิ์จากตัวเรา เหมือนกลิ่นหอมของบุปผาที่ฟุ้งขจรขจายไปในบรรยากาศ ย่อมเป็นที่ปรารถนา ที่ชื่นใจของคนทั้งมวล ผู้มีธรรมะเป็นอาภรณ์จะเป็นที่รักของมนุษย์ และเทวาทั้งหลาย ดังนั้นธรรมะจึงเป็นอาภรณ์ประดับกาย วาจา ใจที่อมตะมั่นคงที่สุด ที่จะติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติ ให้หมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมกัน เราจะได้เป็นผู้มีธรรมะเป็นอาภรณ์ สมบัติอันล้ำค่านี้กันทุกคน พระบรมศาสดาได้ตรัสอานิสงส์ของการนอนหลับอย่างมีสติ ไว้ในพระวินัยปิฎกว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุที่นอนหลับ มีสติตั้งมั่น รู้สึกตัวอยู่ ย่อมหลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย หรือหากฝันก็ฝันแต่เรื่องที่เป็นสิริมงคล เทวดาจะลงปกปักรักษา” การนอนหลับในทางการแพทย์ ถือว่าเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด ที่จะทำให้สุขภาพร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า อวัยวะทุกส่วนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ตั้งแต่สมองเรื่อยไปถึงประสาททั้งห้าจะหยุดทำงานชั่วคราว เหมือนรถยนต์หรือเครื่องจักรที่ใช้งานไปได้ระดับหนึ่งก็ต้องพักเครื่อง เพื่อฟื้นคืนสภาพหรือซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ จะได้ยืดเวลาการใช้งานออกไปได้นานๆ ร่างกายนี้จำเป็นต้องได้รับการพักผ่อนเช่นเดียวกัน เพราะถ้าไม่ได้หยุดพัก ไม่ช้าระบบต่างๆ ภายในร่างกายจะรวน ทำให้ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ เพราะฉะนั้น เราจำเป็นต้องรู้จักรักษาสุขภาพ เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ได้มากที่สุด …

มหาสุบินของพระพุทธเจ้า (ความฝันขณะเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ) Read More »

คนเช่นอสูร คนเช่นเทวดา (ทีมในอุดมคติของหลวงพ่อ คือบุคคลเช่นกับเทวดา และมีคนเช่นกับเทวดาเป็นพวกพ้องบริวาร)

คนเช่นอสูร คนเช่นเทวดา (ทีมในอุดมคติของหลวงพ่อ คือบุคคลเช่นกับเทวดา และมีคนเช่นกับเทวดาเป็นพวกพ้องบริวาร) การดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเข้าสังคม พบปะผู้คน มีการปฏิสันถาร การทำงานร่วมกัน ฉะนั้น การทำงาน การอยู่ร่วมกัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความเข้าใจกัน ตราบใดที่ยังไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้ว จิตใจก็จะหวั่นไหวเอียงเอน ชีวิตย่อมไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้น ความเข้าใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่อยู่ร่วมกัน และการที่จะมีความเข้าใจตรงกันได้นั้น ต้องออกมาจากแหล่งเดียว คือ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เมื่อออกมาจากที่ตรงนี้ จะทำให้ความรู้ความเห็นเท่าเทียมทันกัน ชีวิตของการอยู่ร่วมกัน จึงจะเป็นชีวิตที่มีความสุข บริสุทธิ์บริบูรณ์จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อสุรสูตร จตุกกนิบาต ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลในโลก มี ๔ จำพวก คือบุคคลเช่นกับอสูร มีคนเช่นกับอสูรเป็นบริวาร บุคคลเช่นกับอสูร มีคนเช่นกับเทวดาเป็นบริวาร บุคคลเช่นกับเทวดา มีคนเช่นอสูรเป็นบริวาร และบุคคลเช่นกับเทวดา มีคนเช่นกับเทวดาเป็นบริวาร” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรมครูของพวกเรา ทรงสั่งสอนสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้รู้จักจำแนกแยกแยะถึงพฤติกรรมของมนุษย์ ที่เข้ามามีส่วนในชีวิตของเรา เพราะหากผู้นำหรือผู้เป็นหัวหน้าเป็นคนดีจริง มีศีลธรรม ไว้วางใจได้ แต่บริวารรอบข้างกลับไม่เหมือนหัวหน้า …

คนเช่นอสูร คนเช่นเทวดา (ทีมในอุดมคติของหลวงพ่อ คือบุคคลเช่นกับเทวดา และมีคนเช่นกับเทวดาเป็นพวกพ้องบริวาร) Read More »