ธรรมะเพื่อประชาชน

อรหัตตภูมิ (โลกุตรภูมิขั้นสูงสุด)

อรหัตตภูมิ (โลกุตรภูมิขั้นสูงสุด) ชาวโลกทั้งหลายถูกอวิชชา คือ ความไม่รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิตปิดบังเอาไว้ ทำให้เกิดการเข่นฆ่า รบราฆ่าฟันกัน โดยอาจจะอ้างว่า ทำไปเพื่อสันติภาพของโลก แต่สงครามทางโลกไม่เคยนำสันติสุขมาให้ เพราะผลร้ายหลังสงครามสงบ คือ ความเจ็บปวดทั้งกายและใจ การทำร้ายกันนำไปสู่ความผูกพยาบาท และจองเวรกันไปข้ามภพข้ามชาติ ชีวิตก็เหินห่างจากทางพระนิพพานออกไปเรื่อยๆ หากเรามีความรักและความปรารถนาดีต่อกัน ด้วยการเริ่มต้นให้ความรักที่ตัวเราเองก่อน นั่นคือ ทุกๆ คนต้องทำความดีรักษาศีลให้บริสุทธิ์ หมั่นชำระกาย วาจา ใจของตัวเองให้บริสุทธิ์ผ่องใส อย่างนี้สันติภาพภายในก็จะบังเกิดขึ้นและก่อให้เกิดสันติภาพของโลกอย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน จุลลสีหนาทสูตร ว่า “กตโม จ ภิกฺขเว จตุตฺโถ สมโณ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ อยํ ภิกฺขเว จตุตฺโถ สมโณ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณะที่ ๔ …

อรหัตตภูมิ (โลกุตรภูมิขั้นสูงสุด) Read More »

พรหมปาริสัชชาภูมิ ( พรหมชั้นแรก )

พรหมปาริสัชชาภูมิ ( พรหมชั้นแรก ) ความบริสุทธิ์ เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นทางมาแห่งความสุขความสงบในจิตใจของทุกคน และยังสามารถแผ่ขยายไปยังบุคคลรอบข้าง ตลอดจนกระทั่งมวลมนุษยชาติทั้งหลาย ความบริสุทธิ์ที่หลวงพ่อกล่าวถึงนี้ เป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เพราะมีอยู่แล้วในตัวของพวกเราทุกๆ คน และต้นแหล่งของความบริสุทธิ์ ก็อยู่ในกลางพระธรรมกายภายในตัวของเรา ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความบริสุทธิ์ และความสุขที่แท้จริง เมื่อใจของทุกคนหยุดเข้าไปอยู่ในกลางพระธรรมกาย ความสุขและความบริสุทธิ์ จะพรั่งพรูขึ้นมาอย่างไม่รู้จักหมดสิ้น จิตใจของทุกคนก็จะรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระธรรมกาย เมื่อนั้นสันติสุขที่แท้จริงย่อมบังเกิดขึ้นในโลก มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน เมตตาสูตร ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อเมตตาเจโตวิมุตติ อันบุคคลเสพแล้ว ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยาน ทำให้เป็นที่ตั้ง ให้ตั้งมั่นโดยลำดับ สั่งสมดีแล้ว ปรารภด้วยดีแล้ว เมื่อยังไม่บรรลุคุณวิเศษที่ยิ่งขึ้นไปย่อมบังเกิดในพรหมโลก” * พรหมโลกคือภพภูมิอันเป็นที่อยู่ของรูปพรหมผู้ประเสริฐ เหตุที่ได้ชื่อว่าประเสริฐ เพราะมีใจออกห่างและไม่ข้องแวะกับเบญจกามคุณ เป็นผู้ที่มีใจสูงกว่าเทวดา มีการเสวยอารมณ์ที่นำความสุขมาให้ ซึ่งเกิดจากอำนาจรูปฌานสมาบัติ ที่ได้ปฏิบัติเอาไว้ในครั้งที่ได้เป็นมนุษย์ อย่างเช่น นักบวช ฤๅษี ชีไพร นักพรต สิทธาทั้งหลาย ท่านอุทิศตนเพื่อการบำเพ็ญพรตประพฤติพรหมจรรย์ ปฏิบัติตนอย่างสมถะ มักน้อย สันโดษ อยู่ตามป่าเขาลำเนาไพร และเจริญเมตตาจิต …

พรหมปาริสัชชาภูมิ ( พรหมชั้นแรก ) Read More »

นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เพื่อแสวงหาสิ่งที่ทำให้ใจของเราบริสุทธิ์ที่สุด บริสุทธิ์จนกระทั่งพบกับตัวตนที่แท้จริง ที่มั่นคงที่สุดไม่มีการเปลี่ยนแปลง และมีความสุขอย่างแท้จริง พระผู้มีพระภาคเจ้าและพระอรหันตเจ้าทั้งหลาย  ได้พบว่า พระรัตนตรัยเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด และมีอยู่แล้วในตัวของพวกเราทุกคน เป็นธรรมที่สงบ ละเอียด ประณีต จะนึกคิดหรือคาดคะเนเอาไม่ได้เลย เพราะเป็นสิ่งที่เราจะต้องปฏิบัติให้เข้าถึงเอง ต้องปรับใจให้ละเอียด ให้หยุดนิ่งไปตามลำดับ จนกระทั่งเข้าไปถึงแหล่งแห่งความสุข ความบริสุทธิ์ แหล่งของสติ แหล่งของปัญญา แล้วเราก็จะรู้เห็นทุกสิ่งไปตามความเป็นจริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “ชิฆจฺฉา ปรมา โรคา    สงฺขารา ปรมา ทุกฺขา เอตํ ญตฺวา ยถาภูตํ    นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์อย่างยิ่ง บัณฑิตทราบเนื้อความนั้นตามความจริงแล้ว พึงกระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน เพราะพระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง” สังขารเป็นรังแห่งโรคนี้ เป็นทางมาแห่งความทุกข์ทั้งสิ้น เพราะสังขารเป็นผลที่สืบเนื่องมาจากอวิชชา ซึ่งเป็นต้นตอของกิเลสอาสวะทั้งหลาย ส่วนวิสังขารคือพระนิพพาน เป็นสภาวะที่ปราศจากกิเลส คือ อวิชชาเข้ามาครอบงำไม่ได้ จึงเป็นสุขอย่างยิ่ง คำว่าสุขอย่างยิ่งนั้นเป็นอย่างไร เป็นสิ่งที่อธิบายให้เข้าใจได้ยาก ผู้รู้ท่านใช้คำว่า …

นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง Read More »

ทิพยสถานสำหรับผู้มีบุญ

ทิพยสถานสำหรับผู้มีบุญ กฏแห่งกรรม เป็นกฏสากลของโลกที่มีมาก่อนกฏหมายใดๆ ทั้งสิ้น  เพราะเป็นกฏธรรมชาติ ที่ไม่มีใครบัญญัติขึ้นมา แต่เป็นผลที่เกิดจากการกระทำของแต่ละคน ถ้าเราทำดีก็จะได้รับอานิสงส์แห่งความดี ทำความชั่วก็มีวิบากอันเผ็ดร้อนเป็นผล คนทำกรรมดีเมื่อละโลกไปแล้ว บุญก็จะส่งผลให้ไปเสวยสุขในสุคติโลกสวรรค์ แม้เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์อีก ก็จะบริบูรณ์ด้วยมนุษย์สมบัติ มีแก้วแหวนเงินทอง เครื่องใช้ไม้สอยครบครันไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะอำนาจแห่งมหาทานบารมีส่งผล หรือจะเป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่ไข้ ก็ด้วยอำนาจแห่งศีลที่รักษาเอาไว้อย่างดีแล้ว หรือมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด รู้แจ้งแทงตลอดในศาสตร์ทั้งปวง ก็ด้วยอำนาจแห่งสมาธิที่ได้ฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ทำสมาธิภาวนามาข้ามภพข้ามชาตินั่นเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปาณาติปาตสูตร ว่า ” จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย กตเมหิ จตูหิ ปาณาติปาตี โหติ อทินฺนาทายี โหติ กาเมสุ มิจฺฉาจารี โหติ มุสาวาที โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ …

ทิพยสถานสำหรับผู้มีบุญ Read More »

จอมเทพอสูร

จอมเทพอสูร (อดีตเทวดาแห่งดาวดึงส์) เวลาธรรมกาย เป็นเวลาที่ทรงคุณค่ายิ่ง ที่เราจะมาร่วมกันหยุดนิ่ง หยุดใจไว้ที่แห่งเดียวกัน คือ ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ แม้จะอยู่คนละสถานที่ แต่เราก็สามารถรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อให้กระแสแห่งความสุขและความบริสุทธิ์ของธรรมกายแผ่ขยายไปทั่วโลก การสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในโลกนั้น ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เพราะธรรมกายมีอยู่แล้วในตัวของมนุษย์ทุกๆ คนในโลก ไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ หากทำใจหยุดนิ่งย่อมเข้าถึงได้ทุกคน มีถ้อยคำของเหล่าฤาษีที่กล่าวถึงจอมอสูรเอาไว้ใน สมุททกสูตร ว่า “ดูก่อนอสูรผู้ใจบาป เราทั้งปวงนี้มีความประสงค์จะขออภัย ไยท่านกล้ามาให้ซึ่งภัยเสียเล่า เราใคร่จะขอรับแต่อภัยอย่างเดียว เมื่อท่านมาให้ภัยกระนี้ เรามิรับดอก ภัยนั้นจงตกอยู่กับตัวท่านเองเถิด สัมพรอสูรเอ๋ย ธรรมดาว่า พืชทั้งปวงที่บุคคลหว่านลงไป คราวเมื่อจะได้ผล ก็ให้ผลตามเมล็ดพันธุ์พืชที่หว่านลงฉันใด บุคคลทำการกุศล ก็จักพลันได้ซึ่งผลแห่งกุศลนั้นเป็นเที่ยงแท้ แต่บุคคลบาปหยาบช้า ก็อย่าหมายเลยว่าจะไม่ได้รับผลแห่งความชั่ว ตัวท่านให้ซึ่งภัยแก่อาตมภาพทั้งปวง ก็จักได้รับภัยในไม่ช้านี้ ฉันนั้น” ครั้งนี้หลวงพ่อมีเรื่องการกำเนิดอสูรพิภพมาเล่าสู่พวกเราให้ได้ศึกษากัน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิดโลกใหม่ๆ เริ่มตั้งแต่โลกเย็นลง อาภัสราพรหมก็ลงมาเกิดบนโลกมนุษย์เพื่อสร้างบารมี มีการปกครองเป็นเขตแดน มีหัวหน้าปกครอง มีสวรรค์แต่ละชั้นเกิดขึ้นมาตามลำดับ มีภพภูมิต่างๆ ตั้งแต่นิรยภูมิ ภูมิของพวกเปรต อสุรกาย …

จอมเทพอสูร Read More »

ท้าวสักกะจอมเทพ

ท้าวสักกะจอมเทพ (คุณธรรมความดีที่ทำให้เป็นท้าวสักกะ) การเดินทางในสังสารวัฏ อันหาเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลายไม่ได้นี้ หมู่สัตว์ถูกอวิชชา คือความไม่รู้แจ้งเห็นจริงปิดบังเห็น จำ คิด รู้ ให้มืดมนอนธกาล เมื่อเกิดมาแล้ว ต่างตกอยู่ในความประมาท มัวเมาในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และธรรมารมณ์อันเป็นบ่วงแห่งมาร ถูกสิ่งเหล่านี้ร้อยรัดเอาไว้ ทำให้เพลิดเพลิน และหลงลืมเป้าหมายดั้งเดิมที่เกิดมาเพื่อแสวงหาหนทางของพระนิพพาน สรรพสัตว์ได้ถูกกิเลสอาสวะครอบงำจิตใจกันอยู่อย่างนี้มายาวนานมาก ทำให้ไม่ได้เฉลียวใจว่า เกิดมาทำไม ตายแล้วจะไปไหน แล้วมีอะไรเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต ผู้ใดได้มีโอกาสตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม ด้วยการหมั่นตรึกระลึกนึกถึงศูนย์กลางฐานที่ ๗ จนใจหยุดนิ่งใจใสสะอาดบริสุทธิ์ ผู้นั้นก็จะรู้เห็นเรื่องราวของชีวิตไปตามความเป็นจริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทานูปัตติสูตร ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยทานมีประมาณยิ่ง ทำบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยศีลมีประมาณยิ่ง ไม่เจริญบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยภาวนาเลย เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นดาวดึงส์ ท้าวสักกจอมเทพในชั้นดาวดึงส์นั้น กระทำบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยทานเป็นอดิเรก ทำบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยศีลเป็นอดิเรก ย่อมก้าวล่วงพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์โดยฐานะ ๑๐ ประการ คือ อายุทิพย์ วรรณะทิพย์ สุขทิพย์ ยศทิพย์ อธิปไตยทิพย์ …

ท้าวสักกะจอมเทพ Read More »

องค์อัมรินทราธิราช (มฆมาณพ)

องค์อัมรินทราธิราช (มฆมาณพ) การเจริญสมาธิภาวนาเป็นทางมาแห่งมหากุศล และเป็นทางลัดที่สุดของการสร้างบารมี เพื่อมุ่งตรงสู่เป้าหมายคือที่สุดแห่งธรรม ทุกครั้งที่เราได้นั่งหลับตาเจริญสมาธิภาวนา นำใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ธาตุธรรม เห็น จำ คิด รู้ ในตัวของเรา จะถูกกลั่นให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์จะเป็นทางมาแห่งความสุข ซึ่งความสุขที่เกิดจากใจหยุดนิ่งนี้ เป็นสิ่งที่มวลมนุษยชาติต่างปรารถนา เพราะเป็นสุขที่แท้จริง สุขที่เสรี กว้างขวาง ไร้ขอบเขต และยังเป็นเหตุให้ขจัดกิเลสอาสวะ ชำระมลทินของใจได้อีกด้วย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า “อปฺปมาเทน มฆวา   เทวานํ เสฏฺฐตฺตํ คโต อปฺปมาทํ ปสํสนฺติ   ปมาโท ครหิโต สทา ท้าวสักกเทวราช ถึงความเป็นผู้ประเสริฐกว่าเทพยดาทั้งหลาย เพราะความไม่ประมาท บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญความไม่ประมาทไม่ว่าในกาลไหนๆ  บัณฑิตทั้งหลายย่อมติเตียนความประมาท” หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่า พระอินทร์หรือท้าวสักกเทวราชเป็นใคร มีจริงไหม บางครั้งเราก็ได้ยินว่า พระอินทร์ลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราได้ฟังเรื่องกำเนิดของพระอินทร์กันเรียบร้อยแล้วว่า พระอินทร์เป็นใครมาก่อน และที่ได้เป็นจอมเทพในสวรรค์เพราะทรงสั่งสมบุญอะไรเอาไว้ และทรงอาศัยคุณธรรมอะไรจึงทำให้ไปบังเกิดเป็นพระอินทร์ ดังนั้นเรื่องราวของพระอินทร์จึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่ปรุงแต่งขึ้นมาหรือเป็นนิยายปรัมปราที่เล่าสืบต่อกันมา …

องค์อัมรินทราธิราช (มฆมาณพ) Read More »

ปาริฉัตรสวรรค์ (แห่งดาวดึงส์)

ปาริฉัตรสวรรค์ พื้นฐานของชีวิตมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนมีความทุกข์กันทั้งสิ้น ทุกข์มีทั้งทุกข์จากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย นับตั้งแต่วันแรกเกิดกระทั่งถึงวันที่หลับตาลาโลก ไม่ว่าจะเป็นทุกข์ประจำสังขาร หรือทุกข์ที่จรเข้ามา เหมือนกับโลกที่มีความมืดเป็นพื้นฐาน แต่ที่เรามองเห็นคนสัตว์สิ่งของต่างๆได้ ก็เพราะมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว หรือที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น จึงทำให้โลกสว่างและเราสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ เพราะฉะนั้น เมื่อเราเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตว่า ชีวิตเป็นทุกข์แล้ว เราจะได้รีบขวนขวายหาทางพ้นทุกข์ และเข้าถึงความสุขที่แท้จริง ด้วยการประพฤติปฏิบัติธรรมกันให้เต็มที่ ทำใจให้ใสบริสุทธิ์หยุดนิ่งเป็นประจำสมํ่าเสมอทุกๆ วัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน * ปาริฉัตตกสูตร ว่า “สมัยใด ปาริชาตกัลปพฤกษ์ของเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์บานเต็มที่แล้ว สมัยนั้นเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์ ต่างพากันดีใจเป็นหนักหนา อิ่มเอิบพรั่งพร้อมไปด้วยเบญจกามคุณ บำรุงบำเรออยู่ตลอดระยะเวลา ๔ เดือนทิพย์ ณ ควงไม้ปาริชาตกัลปพฤกษ์ ดอกปาริชาตกัลปพฤกษ์บานเต็มที่นั้น จะแผ่รัศมีไปได้ ๕๐ โยชน์ในบริเวณรอบๆ จะส่งกลิ่นไปตามลมได้ ๑๐๐ โยชน์” ชีวิตของชาวสวรรค์และทิพยวิมานที่เกิดจากกุศลกรรมนั้น เป็นสิ่งที่น่าศึกษามาก เพราะเป็นชีวิตหลังความตายที่น่ารื่นรมย์ อีกทั้งเป็นสัมปรายภพของผู้มีบุญทั้งหลายที่ได้ไปเสวยสุขอยู่ที่นั่น เรื่องราวความเป็นจริงเหล่านี้จะรู้เห็นได้เฉพาะตอนที่เราหลับตาลาโลกนี้ไปแล้วเท่านั้น แต่ขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่ก็สามารถที่จะไปศึกษาด้วยตัวเอง เหมือนอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ผู้ทรงเป็นโลกวิทูรู้แจ้งโลกทั้งสาม และสามารถนำเรื่องภพภูมิต่างๆ …

ปาริฉัตรสวรรค์ (แห่งดาวดึงส์) Read More »

เทพจุติ (ทุกข์ชาวสวรรค์)

เทพจุติ (ทุกข์ชาวสวรรค์) การเกิดมาภพชาติหนึ่งก็เพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายภายใน และขยายธรรมกายให้ไปเป็นที่พึ่งแก่มวลมนุษยชาติและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ส่วนเรื่องอื่นก็เป็นเรื่องรองลงมา เพราะเป็นแต่เพียงเครื่องอาศัยอยู่ในโลกนี้เท่านั้น  แต่เป้าหมายของการเกิดมานั้น ก็เพื่อสร้างบารมีและฝึกฝนอบรมจิตให้เข้าถึงธรรมกายภายในเพื่อทำนิพพานให้แจ้งนั่นเอง ถ้าจับหลักตรงนี้ได้ เราจะดำเนินชีวิตไม่ผิดพลาด จะไม่ติดอยู่ในโลกธรรม ๘ คือ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีสรรเสริญ มีนินทา มีสุข มีทุกข์ และจะไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดทั้งสิ้น ใจจะเป็นปกติติดอยู่ในกลางพระธรรมกายอย่างเดียว แม้จะดำรงชีวิตอยู่ในโลก เราก็สามารถยกใจให้อยู่เหนือโลกได้ ซึ่งการจะพัฒนาจิตใจให้ไปถึงระดับนั้นได้ ก็ต้องเริ่มจากการนำใจกลับมาหยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อย่างเบาสบาย หยุดนิ่งกันเรื่อยไป แล้วเราจะสมปรารถนามีที่พึ่งภายในกันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน จวมานสูตร ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด เทวดาเป็นผู้จะต้องจุติจากเทพนิกาย เมื่อนั้น นิมิต ๕ ประการ ย่อมปรากฏแก่เทวดานั้น คือ ดอกไม้ย่อมเหี่ยวแห้ง ๑ ผ้าย่อมเศร้าหมอง ๑ เหงื่อย่อมไหลออกจากรักแร้ ๑ ผิวพรรณเศร้าหมองย่อมปรากฏที่กาย ๑ เทวดาย่อมไม่ยินดีในทิพยอาสน์ของตน ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เทวดาทั้งหลายทราบว่า …

เทพจุติ (ทุกข์ชาวสวรรค์) Read More »

ทวยเทพสดับธรรม

ทวยเทพสดับธรรม (การทำความดีของมนุษย์ อยู่ในสายตาชาวสวรรค์) เวลาแห่งการทำใจให้หยุดนิ่ง เป็นเวลาที่มีคุณค่า นับเป็นการประพฤติปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแท้จริง เพราะคำสอนในพระพุทธศาสนา เป็นคำสอนที่นำไปสู่การปฏิบัติ ให้รู้แจ้งเห็นจริงด้วยการเจริญสมาธิภาวนา เป็นคำสอนที่นำไปสู่ความบริสุทธิ์หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล แม้เราจะศึกษาคำสอนมามากมายเพียงไรก็ตาม แต่ถ้าหากว่ายังไม่ได้ลงมือปฏิบัติ ก็ยังไม่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรม ยังคงเป็นเพียงใบลานเปล่า คือรู้แต่ภาคทฤษฏี แต่ยังเข้าไม่ถึงภาคปฏิบัติ เพราะฉะนั้น การเป็นผู้ทรงธรรมที่จะได้รับรสแห่งธรรม ซึ่งชนะรสทั้งปวง เราควรเริ่มจากการเจริญสมาธิภาวนาฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “ยถาปิ รหโท คมฺภีโร   วิปฺปสนฺโน อนาวิโล เอวํ ธมฺมานิ สุตฺวาน    วิปฺปสีทนฺติ ปณฺฑิตา บัณฑิตทั้งหลาย ฟังธรรมแล้ว ย่อมเป็นผู้มีจิตผ่องใส เหมือนห้วงนํ้าที่มีความลึก เป็นห้วงนํ้าใสสะอาด ไม่มีความขุ่น ฉะนั้น” การฟังธรรมเป็นมงคลอันสูงสุด ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่จะนำไปสู่ความเจริญในชีวิต กระทั่งหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งมวลได้ ทำให้ได้ยินได้ฟังในสิ่งที่ยังไม่เคยได้ฟังมาก่อน รวมทั้งได้ทบทวนความรู้ที่เคยได้ยินได้ฟังมาแล้ว นอกจากนี้การฟังธรรมทําให้คลายความสงสัยที่มีอยู่ในใจ ผู้ที่ฟังธรรมเป็นประจำก็จะมีจิตผ่องแผ้ว และเป็นการเพิ่มพูนสัมมาทิฏฐิความเห็นถูกต้องอีกด้วย การฟังธรรมตามกาลนี้ถือว่าเป็นกรณียกิจของชาวสวรรค์ แม้ว่าโลกสวรรค์จะเป็นดินแดนเสวยผลบุญที่ได้เคยทำเอาไว้ในอดีตก็ตาม แต่เทวดาก็ยังรักในการสั่งสมบุญ เพราะเขารู้คุณค่าของบุญว่า ที่ได้มาเกิดเป็นเทวดาก็เพราะบุญอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ใช่เพราะเหตุบังเอิญ …

ทวยเทพสดับธรรม Read More »

ดินแดนสุขาวดี

ดินแดนสุขาวดี เรามีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน ๑๐๐ ปี ก็ต้องจากโลกนี้ไปแล้ว จะมีอายุยืนกว่านั้นก็มีเพียงไม่กี่คน ทุกชีวิตต่างต้องบ่ายหน้าไปสู่ความเสื่อมสลาย ชีวิตหลังความตาย ยังดูเหมือนเป็นเรื่องที่ลี้ลับ เป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับผู้ที่ไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้สั่งสมบุญเอาไว้ แต่เป็นเรื่องปกติธรรมดาของบัณฑิตผู้รู้ทั้งหลาย ที่ท่านมักจะเตรียมตัวก่อนที่ความตายจะมาถึง พร้อมเสมอต่อการเดินทางไปสู่สัมปรายภพ เพราะรู้ว่าการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาของสรรพชีวิต ดังนั้น ผู้มีปัญญาจึงควรหมั่นประพฤติปฏิบัติธรรม เพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ ชีวิตจะได้มีความมั่นคงและปลอดภัยทั้งในโลกนี้และโลกหน้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทิฏฐิสูตร ว่า “จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค กตเมหิ จตูหิ กายสุจริเตน วจีสุจริเตน มโนสุจริเตน สมฺมาทิฏฺฐิยา อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์ …

ดินแดนสุขาวดี Read More »

สวรรค์ชั้นยามา

สวรรค์ชั้นยามา มีคำที่ปราชญ์กล่าวเอาไว้ว่า ซ้อมรบกันร้อยวัน แพ้ชนะกันเพียงวันเดียว จะแพ้หรือชนะก็รู้กันวันนั้น เหมือนนักกีฬาที่ฟิตซ้อมกันมาหลายเดือน หรือบางทีก็เก็บตัวกันเป็นปีๆ แต่เมื่อถึงเวลาแข่งขัน ก็รู้แพ้รู้ชนะกันในเวลาไม่กี่วินาที สงครามแห่งชีวิตก็เช่นเดียวกัน จะแพ้หรือชนะก็อยู่ที่วินาทีสุดท้ายตอนใกล้จะละโลก และมีใครสักกี่คนที่เอาชนะสงครามของชีวิต จากโลกนี้ไปสู่สุคติโลกสวรรค์อย่างยิ้มแย้มแจ่มใสได้ มีใจเบิกบานชุ่มอยู่ในบุญ และภาคภูมิใจในผลงานแห่งการสร้างบารมีของตนว่า ตลอดชีวิตที่เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น ได้สั่งสมความดีไว้มากพอ จึงไม่สะทกสะท้านต่อมรณภัย และจากไปอย่างผู้มีชัยชนะ เราสามารถเป็นนักรบที่เข้มแข็ง และชนะสงครามแห่งชีวิตได้ ก็ต่อเมื่อเราได้ฝึกฝนใจให้คุ้นเคยกับความดี ให้ใจอยู่ในบุญอยู่ในธรรมะตลอดเวลา หากทำได้เช่นนี้ ย่อมเป็นที่มั่นใจว่าเราจะชนะศึกในวันสุดท้ายของชีวิตอย่างแน่นอน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทานสูตร ว่า “ดูก่อนสารีบุตร ในการให้ทานนั้น บุคคลไม่มีหวังสิ่งตอบแทนในทาน แต่ก็ให้ทาน ไม่มีจิตผูกพันในผลแห่งทานแล้วให้ทาน ไม่มุ่งการสั่งสมให้ทาน ไม่ได้ให้ทานด้วยความคิดว่า การให้ทานเป็นการกระทำที่ดี แต่ให้ทานด้วยความคิดว่า บิดามารดา ปู่ ย่า ตา ยาย เคยให้ เคยทำมา เราก็ไม่ควรทำให้เสียประเพณี เขาผู้นั้นให้ทานด้วยอาการอย่างนี้แล้ว เมื่อทำกาลกิริยาตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาในสวรรค์ชั้นยามา” สวรรค์ชั้นยามาคือชั้นที่ ๓ ที่ได้ชื่อเช่นนี้ก็เพราะว่า ภูมินี้เป็นที่อยู่ของเหล่าทวยเทพผู้มีบุญมาก ที่ให้ทานเป็นประเพณีที่ดีงามสืบต่อกันมา จึงเข้าถึงความสุขอันเป็นทิพย์ที่เลิศกว่าชาวสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ โดยมีท้าวสุยามาเทวาธิราชเป็นผู้ปกครอง …

สวรรค์ชั้นยามา Read More »

ชีวิตชาวสวรรค์

ชีวิตชาวสวรรค์ กว่าพระพุทธศาสนาจะบังเกิดขึ้นมาในโลกนี้ยากแสนยาก จะต้องอาศัยพระโพธิสัตว์ผู้มีใจใหญ่ ทุ่มเทสร้างบารมีอย่างไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากลำบาก ทำทุกอย่างเพื่อสร้างบารมีให้แก่รอบ จนกระทั่งตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นทีพึ่งของโลกทั้งมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย เมื่อพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น จึงมีพระพุทธศาสนาอยู่คู่โลก การบังเกิดขึ้นของพระพุทธองค์จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ผู้ใดปฏิบัติตามพระพุทธโอวาท ผู้นั้นย่อมมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ใน มหาสีหนาทสูตร ว่า “อิธาหํ สารีปุตฺต เอกจฺจํ ปุคฺคลํ เอวํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ชานามิ ตถายํ ปุคฺคโล ปฏิปนฺโน ตถา จ อิริยติ ตญฺจ มคฺคํ สมารูโฬฺห ยถา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชิสฺสตีติ ตเมนํ ปสฺสามิ อปเรน สมเยน ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ …

ชีวิตชาวสวรรค์ Read More »

พระศรีอริยเมตไตรย

พระศรีอริยเมตไตรย (กำเนิดพระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์) การไปสู่สุคติโลกสวรรค์ เป็นการไปเสวยผลบุญ หรือย้ายที่อยู่ใหม่ ซึ่งเป็นที่พักระหว่างทางของการสร้างบารมี ตราบใดยังไม่หมดกิเลส ยังไปสู่อายตนนิพพานไม่ได้ เมื่อกายมนุษย์หยาบไม่เอื้ออำนวยที่จะสร้างบารมีอยู่ในโลกอีกต่อไป ก็ต้องเดินทางออกจากร่างเปลี่ยนเป็นกายทิพย์ กายพรหม หรือกายอรูปพรหมตามแต่กำลังบุญ และความละเอียดของใจที่ทำไว้ในสมัยที่เป็นมนุษย์ เหมือนกับว่าถ้าหากเราอยากมีทรัพย์สมบัติมาก ก็ต้องขยันทำงาน ถ้าอยากได้กายที่ละเอียดประณีต เสวยสุขได้ยาวนาน ก็ต้องประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต นั่นคือต้องฝึกฝนใจให้สะอาดบริสุทธิ์ให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ * มีถ้อยคำอันเป็นอาสภิวาจาที่พระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์กล่าวไว้ว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ขอจงทรงหยุดพระธรรมเทศนาแต่เพียงเท่านี้เถิด พระธรรมเทศนาทั้งปวงนั้น มีพระนิพพานสิ่งเดียวเป็นที่สุด บัดนี้ ข้าพระบาทจะตัดเศียรเกล้ากับมงกุฏ กระทำสักการบูชาพระธรรมเทศนาของพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระนามว่าสิริมาผู้ประเสริฐ ขอพระองค์จงเสด็จสำราญในอมตมหานิพพานไปก่อนเถิด ข้าพระบาทจะตามเสด็จพระองค์ไปในภายหลัง ด้วยเดชะแห่งผลสักการบูชาของข้าพระบาทนี้” เมื่อกล่าวถึงพระศรีอริยเมตไตรยพวกเราคงรู้จักกันดีทุกคน เพราะว่าท่านคือนิยตโพธิสัตว์ผู้ที่จะเสด็จอุบัติเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๕ ในภัทรกัปนี้  ซึ่งพุทธศาสนิกชนมักจะกล่าวถึงท่านบ่อยๆ และมีผู้มีบุญจำนวนไม่น้อยที่ทำบุญกุศลแล้ว ได้อธิษฐานจิตขอให้ไปบังเกิดในยุคสมัยของท่านซึ่งมนุษย์มีอายุ ๘๐,๐๐๐ ปี ในปัจจุบันนี้พระบรมโพธิสัตว์ ยังสถิตอยู่ที่สวรรค์ชั้นดุสิต รอคอยเวลาที่เหมาะสมเพื่อจะลงมาสร้างบารมีให้แก่รอบบนโลกมนุษย์ และบำเพ็ญปัญจมหาบริจาค เหมือนพระเวสสันดรโพธิสัตว์อีกครั้งหนึ่ง จากนั้นท่านจะกลับไปชั้นดุสิตอีก และเมื่อถึงเวลาอันสมควร คือยุคสมัยที่มนุษย์มีอายุขัย ๘ หมื่นปี ท่านจึงจะจุติลงมาอุบัติเพื่อตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พวกเราอาจสงสัยว่า …

พระศรีอริยเมตไตรย Read More »

จาตุมหาราชิกา

จาตุมหาราชิกา สรรพสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมา ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความ เสื่อมสลาย สิ่งที่จะเป็นอนุสรณ์แห่งชีวิตให้อนุชนรุ่นหลังได้อนุโมทนา มีเพียงบุญกุศลและคุณ งามความดีที่ได้สั่งสมเอาไว้อย่างดีแล้วเท่านั้น ดังนั้นเราจึงไม่ควรประมาทในชีวิต ควรใช้วัน เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ สร้างบารมีให้เต็มที่ หมั่นฝึกฝนอบรมตนเองให้เป็นผู้มีความสมบูรณ์ พร้อม ทั้งกาย วาจา ใจ สั่งสมความบริสุทธิ์และบุญกุศล ซึ่งจะเป็นเพื่อนแท้ในการเดินทางไกล ในสังสารวัฏ เราจะได้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน  เข้าถึงเอกันตบรมสุข คือสุขที่คงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดไป มี ธรรมสากัจฉาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตอบคำถามของพระสารีบุตรเถระ ซึ่งปรากฏอยู่ใน ทานสูตร ว่า “ดูก่อนสารีบุตร บุคคลบางคนในโลกนี้ ยังมีความหวังให้ทาน มีจิตผูกพันในผลของทาน ให้ทานด้วยคิดว่า เราตายไปจักได้เสวยผลทานนี้ เขาให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีปและเครื่องบริโภค แก่สมณะ หรือพราหมณ์ ดูก่อนสารีบุตร ในการให้ทานนั้น เมื่อเขาตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของ เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา” * เส้นทางไปเสวยสุขอยู่ในสุคติสวรรค์แต่ละชั้น …

จาตุมหาราชิกา Read More »