ธรรมะเพื่อประชาชน

วิธุรบัณฑิต บำเพ็ญสัจจบารมี (๕)

วิธุรบัณฑิต บำเพ็ญสัจจบารมี (๕) บุคคลอยู่ในเรือนของผู้ใดแม้คืนเดียว ได้กินข้าวและดื่มนํ้าแล้ว ไม่ควรคิดร้ายแก่ผู้นั้นแม้ด้วยใจ ผู้คิดร้ายต่อบุคคลเช่นนั้น ชื่อว่าเผาฝ่ามืออันชุ่ม และชื่อว่าประทุษร้ายมิตร บุคคลนั่งหรือนอนที่ร่มเงาของต้นไม้ใด ไม่ควรหักรานกิ่งของต้นไม้นั้น เพราะผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวทราม มนุษย์ที่เกิดมา ล้วนมีวัตถุประสงค์เพื่อมาสร้างบารมี มาปฏิบัติธรรม เพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายภายใน และมุ่งไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต คืออายตนนิพพาน แต่เนื่องจากภพชาติที่ขวางกั้น ซึ่งเปรียบเสมือนเมฆหมอกของชีวิตมาบดบังไว้ และถูกอวิชชาห่อหุ้ม ทำให้ไม่รู้ว่าเกิดมาจากไหน มาทำไม อะไรคือเป้าหมายชีวิต และจะไปสู่จุดหมายปลายทางนั้นได้ด้วยวิธีการใด จึงจำเป็นต้องอาศัยผู้รู้มาคอยชี้ทางสว่าง และเป็นกัลยาณมิตรให้ ชีวิตจึงจะดำเนินไปตามครรลองคลองธรรม เป็นชีวิตที่สมบูรณ์ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา การทำสมาธิภาวนาและฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งเป็นประจำนี้ จะทำให้ใจของเราผ่องใสเสมอ เป้าหมายชีวิตของเราจะชัดเจนขึ้น มีกำลังใจที่จะก้าวต่อไป กระทั่งถึงจุดหมายปลายทางของชีวิต มีธรรมภาษิตที่เรียกว่า สาธุนรธรรม กล่าวไว้ว่า ” ยสฺเสกรตฺติมฺปิ  ฆเร  วเสยฺย ยตฺถนฺนปานํ  ปุริโส  ลเภถ น  ตสฺส  ปาปํ  มนสาปิ  จินฺตเย อลฺลญฺจ ปาณึ ทหเต มิตฺตทุพฺโภ …

วิธุรบัณฑิต บำเพ็ญสัจจบารมี (๕) Read More »

วิธุรบัณฑิต บำเพ็ญสัจจบารมี (๖)

วิธุรบัณฑิต บำเพ็ญสัจจบารมี (๖) การทำทาน รักษาศีลและเจริญภาวนา เป็นพื้นฐานแห่งความสุขที่แท้จริง ทานที่ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ให้โดยไร้ข้อแม้และเงื่อนไข จะเป็นเหตุทำให้พรั่งพร้อมด้วยโภคทรัพย์สมบัติ ศีลที่ตั้งใจรักษาไม่ให้ด่างพร้อย จะเป็นเหตุให้เป็นผู้มีรูปกายงดงาม สดชื่นแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ภาวนาที่ทำอย่างถูกวิธีและสมํ่าเสมอ จะทำให้สมบูรณ์ด้วยสติและปัญญา และยังเป็นทางมาแห่งการเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ว่า ” ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ     อปิ วิตฺตปริกฺขยา ปญฺญาย จ อลาเภน        วิตฺตวาปิ น ชีวติ ปญฺญา สุตวินิจฺฉินี         ปญฺญา กิตฺติสิโลกวฑฺฒนี ปญฺญาสหิโต นโร อิธ      อปิ ทุกฺเขสุ สุขานิ วินฺทติ บุคคลผู้มีปัญญา ถึงจะสิ้นทรัพย์ ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ ส่วนบุคคลผู้ไม่มีปัญญา …

วิธุรบัณฑิต บำเพ็ญสัจจบารมี (๖) Read More »

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๑)

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๑) ในโลกแห่งความเป็นจริง มนุษย์ต่างแสวงหาความพอดี แต่เนื่องจากมีอวิชชามาบดบังดวงปัญญาไว้  จึงทำให้แสวงหาสิ่งต่างๆ มากเกินพอดี จนกลายเป็นความโลภ เป็นผลให้กิเลสพอกพูน การที่ไม่มีหลักธรรมมาคอยกำกับ ทำให้เกิดความอยากอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนการแสวงหาแก่นสารของชีวิต เพื่อมุ่งไปสู่การไม่ต้องแสวงหาอีก คือ การแสวงหาทางพ้นทุกข์ ยิ่งแสวงหา ความอยากก็ยิ่งลดน้อยลง ความสุขและความบริสุทธิ์กลับจะเพิ่มมากขึ้น การแสวงหาพระรัตนตรัย คือ การแสวงหาแก่นแท้ของชีวิต ชีวิตจะมีแก่นสารเมื่อได้พบพระรัตนตรัย มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน เนมิราชชาดก ว่า “พระเจ้าเนมิราช พระราชาของชนชาววิเทหรัฐ ผู้ทรงสงเคราะห์ชาวเมืองมิถิลา ครั้นตรัสพระคาถานี้ว่า ผมหงอกงอกขึ้นบนศีรษะของเราแล้ว ย่อมนำความหนุ่มไป เทวทูตปรากฏแล้ว สมัยนี้เป็นกาลสมควรที่เราจะบวช ดังนี้แล้ว ทรงบริจาคทานเป็นอันมาก ทรงเข้าถึงความเป็นผู้สำรวมในศีล” พระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลายได้สั่งสมบุญบารมีไว้มาก ทำให้เป็นผู้ที่พิจารณาเห็นโลกและชีวิตได้อย่างถ่องแท้ สามารถสอนตัวเองได้ โดยไม่ต้องมีใครมาแนะนำ เพียงแค่เห็นผมหงอกขึ้นบนศีรษะ ก็สามารถพิจารณาถึงความไม่เที่ยงของสังขารร่างกาย และรู้ได้ถึงเทวทูต คือ ความชราที่มาเยือน ก่อนที่จะละสังขาร ท่านจึงหาวิธีการที่ดีที่สุดในการเดินทางไปสู่สัมปรายภพในสุคติภูมิ ด้วยการบริจาคทาน สำรวมในศีล และประพฤติธรรมจนตลอดชีวิต ครั้งนี้ หลวงพ่อจะนำเรื่องราวการบำเพ็ญบารมีของพระเจ้าเนมิราชโพธิสัตว์ มาเล่าสู่พวกเราได้ฟังกัน เพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างบารมียิ่งๆ …

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๑) Read More »

มหาโควินทสูตร ตอนที่ ๓ (สนังกุมารพรหม)

มหาโควินทสูตรตอนที่ ๓ (สนังกุมารพรหม) การประพฤติปฏิบัติธรรม ทำใจหยุดใจนิ่ง จะนำความบริสุทธิ์ให้กับชีวิต และจะเป็นทางแห่งความสำเร็จ ใจที่หยุดนิ่งดีแล้วจะถูกจุดแห่งความสำเร็จ และความสุขที่ไม่มีประมาณ เป็นสุขที่ละเอียดประณีต ซึ่งเกิดจากการเข้าถึงดวงปฐมมรรคอันเป็นเบื้องต้น จนถึงสุขที่เกิดจากการเข้าถึงกายในกายที่ละเอียดขึ้นไป กระทั่งเข้าไปถึงพระธรรมกายซึ่งเป็นพุทธรัตนะในตัว  เมื่อเราตระหนักถึงพระรัตนตรัยเช่นนี้แล้ว ต้องหมั่นหยุดใจให้ได้ทุกๆวันอย่างสม่ำเสมอ มีวาระพระบาลีใน ขุททกนิกายธรรมบทความ ว่า “อนฺธภูโต อยํ โลโก      ตนุเกตฺถ วิปสฺสติ สกุโณ ชาลมุตฺโตว       อปฺโป สคฺคาย คจฺฉติ ชาวโลกนี้ เป็นผู้มืดบอด มีน้อยคนที่เห็นแจ้งในโลกนี้ น้อยคนเหลือเกินที่จะไปสู่สุคติโลกสวรรค์ เหมือนนกน้อยตัวที่รอดพ้นจากตาข่ายมีน้อยเหลือเกินฉะนั้น” สังสารวัฏมีภัยมากมาย ซึ่งเกิดจากบาปอกุศลที่ส่งผลให้ไปสู่อบายภูมิ ทำให้มีแต่ความทุกข์ทรมาน มีชาวโลกไม่มากนักที่จะใช้โอกาสในการเกิดมาเป็นมนุษย์ให้คุ้มค่า เป็นสัมมาทิฏฐิบุคคลที่ดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท ส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตอยู่ไปวันหนึ่งๆ โดยไม่รู้เป้าหมายของการเกิดมา น้อยคนนักที่สามารถประคับประคองตนให้รอดพ้นอบายภูมิได้ ผู้ที่สามารถนำชีวิตไปสู่จุดหมายอันสูงสุดได้ จะต้องรู้จักพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น คราวที่แล้ว หลวงพ่อได้นำเรื่องราวที่เหล่าเทวดาทั้งหลายมาประชุมกัน ฟังท้าวสักกะจอมเทพตรัสถึงพระคุณ ๘ ประการของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นเรื่องราวที่ปัญจสิขเทพบุตรได้ประมวลเหตุการณ์ต่างๆ มาเล่าถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้งนี้หลวงพ่อจะได้มาเล่าต่อ ขณะที่เหล่าเทวดาฟังพระคุณของพระศาสดาและพากันปีติโสมนัส ทันใดนั้น ทางทิศเหนือปรากฏแสงสว่างเจิดจ้า ครอบงำรัศมีของเหล่าทวยเทพ ท้าวสักกะจอมเทพจึงตรัสว่า เพื่อนทั้งหลาย …

มหาโควินทสูตร ตอนที่ ๓ (สนังกุมารพรหม) Read More »

มหาโควินทสูตร ตอนที่ ๔ (โชติบาลกุมาร)

มหาโควินทสูตรตอนที่ ๔ (โชติบาลกุมาร) อายตนนิพพาน เป็นที่อยู่ของพระนิพพาน ของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอรหันตสาวกทั้งหลาย เป็นที่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสุขอันเป็นอมตะ ไม่มีเกิด แก่ ตาย ไม่มีการไป ไม่มีการมา ไม่มีการเคลื่อนย้ายอีกต่อไป เป็นจุดสุดท้ายของทุกๆ ชีวิต สรรพสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาในแต่ละภพแต่ละชาติต่างมีเป้าหมายเช่นนี้เหมือนกัน การเข้าถึงพระนิพพานได้ ต้องหมั่นปฏิบัติธรรมให้หยุดนิ่งไปตามลำดับ อย่างพระอริยเจ้าทั้งหลายในกาลก่อน มีวาระพระบาลีใน ขุททกนิกาย ธรรมบทความ ว่า “สุกรํ สาธุนา สาธุ        สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ ฯ ปาปํ ปาเปน สุกรํ         ปาปมริเยหิ ทุกฺกรํ ความดี คนดีทำง่าย ความดี คนชั่วทำยาก ความชั่ว คนชั่วทำง่าย ความชั่ว อริยบุคคลทำได้ยาก” คนดี หมายถึงผู้ที่มีใจสะอาด บริสุทธิ์ ปราศจากอกุศล มีศีล ๕ เป็นปกติ ผู้ที่มีใจเช่นนี้  เมื่อกระทำความดีก็จะทำได้ง่าย คนดีจะอยู่รวมกันเป็นหมู่ ไม่ว่าจะอยู่สถานที่ใด …

มหาโควินทสูตร ตอนที่ ๔ (โชติบาลกุมาร) Read More »

มหาโควินทสูตร ตอนที่ ๕ (พบมหาพรหม)

มหาโควินทสูตรตอนที่ ๕ (พบมหาพรหม) มนุษย์ทุกคนล้วนแสวงหาความสุขกันทั้งสิ้น แต่ความสนุกสนานเพลิดเพลินภายนอกนั้น ไม่ใช่เป็นการแก้ทุกข์ที่ต้นเหตุ ความสุขที่แท้จริงต้องเป็นความสุขที่เที่ยงแท้ถาวร เป็นสุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือปน สุขอย่างนี้เกิดจากการเข้าถึงพระรัตนตรัยภายในเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งต้องเริ่มจากการนำใจมาหยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ทำอย่างต่อเนื่องและถูกวิธี จึงจะพบกับความสุขที่แท้จริงได้ มีวาระพระบาลีใน ขุททกนิกายธรรมบทความ ว่า “ยสฺส ปาปํ กตํ กมฺมํ        กุสเลน ปีถียติ โส อิมํ โลกํ ปภาเสติ       อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา บุคคลใด ละบาปกรรมที่ตนทำไว้แล้วได้ด้วยกุศล บุคคลนั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง ดุจดวงจันทร์พ้นแล้วจากหมอก ฉะนั้น” การใช้ชีวิตในโลกนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก จะต้องมีสติประคับประคองตนให้ดี ตัวเราเท่านั้นจะเป็นที่พึ่งได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความขยันหมั่นเพียรในการพัฒนาให้ชีวิตดำรงอย่างมีความสุข คำว่าตนเอง มีทั้งหยาบและละเอียด หยาบๆก็คือหมั่นพัฒนาตนเอง ให้เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยความรู้ความสามารถ ส่วนความหมายที่ละเอียดลึกซึ้ง คือต้องหมั่นปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกายภายในตัวให้ได้ พระธรรมกายเป็นตัวตนที่แท้จริง สามารถเป็นที่พึ่งให้กับเราทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า  ดังนั้น เราต้องลงมือปฏิบัติธรรมด้วยตัวของเราเอง ผู้อื่นไม่สามารถทำให้เราได้ เช่นเดียวกับชีวิตของมหาโควินทพราหมณ์รักในการฝึกตนอย่างมาก เป็นผู้ที่ไม่ยอมหยุดในการฝึกฝนตนเองเลย คราวที่แล้ว ได้นำเรื่องราวที่มหาโควินทพราหมณ์โพธิสัตว์ใช้อัจฉริยปัญญา แบ่งแว่นแคว้นออกเป็น …

มหาโควินทสูตร ตอนที่ ๕ (พบมหาพรหม) Read More »

มหาโควินทสูตร ตอนที่ ๖ (ขอลาบวช)

มหาโควินทสูตรตอนที่ ๖ (ขอลาบวช) ชีวิตหลังความตาย เป็นชีวิตที่ยาวนานกว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ การศึกษาในทางพระพุทธศาสนามีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องเรียนรู้เพื่อความปลอดภัยในชีวิต ซึ่งหลักที่สำคัญอยู่ที่การฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อให้เข้าถึงแหล่งแห่งความสุข และความรู้ที่สมบูรณ์ เป็นความรู้ที่ทำให้พ้นทุกข์ ทั้งในปัจจุบันและทุกข์หลังความตาย ตลอดไปจนกระทั่งถึงที่สุดแห่งกองทุกข์ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน อุตตรสูตร ความว่า “อุปนียติ ชีวิตมปฺปมายุ ชรูปนีตสฺส น สนฺติ ตาณา เอตํ ภยํ มรเณ เปกฺขมาโน โลกามิสํ ปชเห สนฺติเปกฺโข ชีวิตมีอายุน้อย ถูกชราต้อนเข้าไป ชีวิตที่ถูกชราต้อนเข้าไปแล้ว ย่อมต้านทานไม่ได้ ผู้เห็นภัยในความตายนี้มุ่งต่อสันติ พึงละโลกามิสเสีย” ผู้ใดดำรงชีวิตอยู่บนความประมาทพระศาสดาตรัสว่า การเกิดมาของผู้นั้น มีชีวิตอยู่ก็เหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว ไม่มีคุณค่าประโยชน์ใดๆ ส่วนผู้ที่เห็นภัยในวัฏสงสาร ย่อมใช้เวลาที่มีอยู่ให้มีคุณค่าที่สุด เช่นเดียวกับชีวิตของพระบรมโพธิสัตว์ในอดีตที่หลวงพ่อได้เล่าค้างไว้ คือ เรื่องราวการสร้างบารมีของมหาโควินทพราหมณ์ ภายหลังที่ได้ถามปัญหาท่านสนังกุมารพรหม เกี่ยวกับการที่จะเข้าถึงพรหมโลกได้นั้น ต้องทำอย่างไร สนังกุมารพรหมตอบว่า ต้องละความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนของเรา ให้รู้ว่ากายมนุษย์นั้นไม่ใช่อัตตาที่แท้จริง ละทิ้งความเป็นอัตตา ตั้งใจปฏิบัติธรรมเจริญฌานสมาบัติก็จะเข้าถึงพรหมโลกได้ ท่านมหาโควินทพราหมณ์ถามปัญหาต่อไปว่า “ข้าพเจ้ารู้จากท่านว่า ละความยึดถืออัตตาเป็นของเราได้แล้ว คนบางคนในโลกนี้ …

มหาโควินทสูตร ตอนที่ ๖ (ขอลาบวช) Read More »

มหาโควินทสูตร ตอนที่ 7 (ออกบวช)

มหาโควินทสูตร ตอนที่ 7 ( ออกบวช ) สมบัติในโลกนี้ บังเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นเพียงเครื่องอาศัยสำหรับใช้สร้างบารมี ทรัพย์ละเอียด คือบุญเท่านั้นที่จะติดตามตัวเราไปได้ทุกหนทุกแห่งเหมือนเงาตามตัว หากรู้เช่นนี้แล้ว จึงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นในสมบัติทั้งหลาย ให้นำสิ่งเหล่านี้มาเป็นเครื่องมือในการสร้างบารมี จะได้มุ่งไปแสวงหาสิ่งที่เป็นสาระแก่นสารของชีวิต คือการสร้างบารมีเพื่อให้บรรลุมรรคผลนิพพานกันทุกคน มีวาระพระบาลีใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ความว่า ” ปวิเวกรสํ  ปิตฺวา    รสํ  อุปสมสฺส  จ นิทฺทโร  โหติ  นิปฺปาโป    ธมฺมปีติ  รสํ  ปิวํ บุคคลผู้ปีติในธรรม เมื่อดื่มรสอันเกิดแต่วิเวก และรสแห่งความสงบแล้ว ย่อมไม่มีความกระวนกระวาย ไม่มีบาป ” รสพระธรรมนั้นเป็นรสที่เลิศกว่ารสทั้งปวง เป็นรสที่เกิดจากความสงบเยือกเย็น ระงับความกระวนกระวายอันเกิดจากอาสวกิเลส บุคคลใดมีโอกาสลิ้มรสอันเกิดแต่ปีติสุขแห่งธรรม ชีวิตจะมีความสุขสงบ ไม่มีความกระวนกระวายร้อนรนอันเกิดจากทุกข์ประจำและทุกข์ที่จรมาทั้งหลาย บัณฑิตผู้มีปัญญา ต่างแสวงหาหนทางระงับทุกข์ ด้วยรสแห่งความสุขอันเกิดจากธรรมนั่นเอง * ดังเช่นชีวิตของมหาโควินทพราหมณ์ ที่ดำรงอยู่อย่างบัณฑิตผู้มีปัญญา เมื่อรู้ว่าหนทางที่ประเสริฐที่สุด คือ การทำตนให้ปราศจากกลิ่นเหม็น อันเกิดแต่ความโกรธ ความเท็จ เป็นต้น …

มหาโควินทสูตร ตอนที่ 7 (ออกบวช) Read More »

ศาสดาเอกของโลก (๕) – พุทธประวัติ

ศาสดาเอกของโลก (๕) พุทธประวัติ การเจริญสมาธิภาวนา เป็นทางลัดที่สุดที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์ กาย วาจา   ใจ ถ้ามีความบริสุทธิ์มาก บุญกุศลย่อมเกิดขึ้นมาก ถ้ามีความบริสุทธิ์น้อย บุญกุศลก็ลดหย่อนลงไป ความบริสุทธิ์เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข เป็นสิ่งที่สั่งสมได้ ถ้าเราเจริญภาวนาทุกๆ วัน ยิ่งเป็นการเพิ่มเติมความบริสุทธิ์ ซึ่งจะทำให้เราเข้าถึงความสุขที่แท้จริง อันเป็นสิ่งที่ทุกชีวิตล้วนปรารถนา ดังเช่นพระบรมศาสดาของเรา ที่ดำรงตนเป็นแบบอย่างให้กับชาวโลกมานานนับหลายพันปี  ดังนั้น เราจึงควรหมั่นเจริญภาวนา เพื่อให้ชีวิตของเราเข้าถึงความสุขและความบริสุทธิ์ที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเปล่งพุทธอุทานว่า “ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺมํ เมื่อใดแล ธรรมทั้งหลาย ปรากฏแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่  เมื่อนั้นความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์นั้น ย่อมดับหายไป เพราะมารู้ชัดธรรมพร้อมทั้งเหตุ” พระพุทธองค์ทรงเปล่งวาจาอันเป็นสิริมงคลนี้ ในวันขึ้น ๑๕ คํ่าเดือน ๖ ตรงกับวันวิสาขบูชา ครั้งที่นั่งขัดสมาธิคู้บัลลังก์ใต้ควงไม้พระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งในปฐมยามพระองค์ได้เข้าถึงพระธรรมกายโสดาบัน …

ศาสดาเอกของโลก (๕) – พุทธประวัติ Read More »

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๑)

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๑) เวลาเป็นสิ่งเดียวที่ทุกคนมีเสมอกัน ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แล้วแต่ใครจะใช้เวลาที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์และมีคุณค่าได้มากกว่ากัน คำว่า “ไม่มีเวลา” ไม่มีในโลก ขึ้นอยู่กับเรา จะให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากกว่ากัน เรามักเอาเวลาไปเพลินกับสิ่งไร้สาระ และเอาความเกียจคร้านมาเป็นข้ออ้างว่า ไม่มีเวลา หากเราจัดสรรเวลาให้เป็น เราจะมีเวลาเหลือเฟือเพื่อทำสิ่งที่ดี ชีวิตเป็นของน้อยนิดไม่ยืนยาว จงใช้เวลาให้มีคุณค่า ด้วยการทำใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ไม่ควรดูเบากับเวลาที่ผ่านไป เมื่อมีโอกาสทำความดีพึงรีบทำ อย่ามัวรีรอ อย่ามีข้อแม้ เรามีเวลาในโลกอย่างจำกัด จงรีบเร่งทำความเพียรแต่วันนี้ เพราะพรุ่งนี้อาจไม่มีสำหรับเรา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อขันติสูตร ว่า ” ปญฺจิเม ภิกฺขเว อานิสํสา ขนฺติยา กตเม ปญฺจ พหุโน ชนสฺส ปิโย โหติ มนาโป น เวรพหุโล โหติ น วชฺชพหุโล อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ …

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๑) Read More »

ศาสดาเอกของโลก (๖) – พุทธประวัติ

ศาสดาเอกของโลก (๖) พุทธประวัติ พระรัตนตรัย เป็นสรณะ อันเกษมสูงสุดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย มีอานุภาพเป็นอจินไตย ยิ่งใหญ่กว่าผู้มีรู้มีญาณจะคาดคะเนได้ ผู้เข้าถึงพระรัตนตรัย เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับท่าน จะเกิดความซาบซึ้งในพระคุณอันไม่มีประมาณนั้น  เมื่อมีทุกข์ท่านก็จะช่วยขจัดปัดเป่าให้พ้นทุกข์ มีสุขแล้วก็ทำให้พบความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป ชีวิตของเราจะได้รับการคุ้มครอง ทำให้ปลอดจากภยันตรายทั้งปวง ผู้รู้ทั้งหลายจึงยึดพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ที่พึ่งที่ระลึกสำหรับการดำเนินชีวิต การทำสมาธิภาวนา ฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งเป็นทางลัดที่สุด ที่จะทำให้เราเข้าไปพบกับพระรัตนตรัยภายใน พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ใน สมยสูตร ว่า “เยเกจิ พุทฺธํ สรณํ คตา เส น เต คมิสฺสนฺติ อปายภูมึ ปหาย มานุสํ เทหํ เทวกายํ ปริปูเรสฺสนฺติ ชนเหล่าใด ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด ชนเหล่านั้น ละโลกนี้ไปแล้ว จักไม่ไปสู่อบายภูมิ  เมื่อละกายมนุษย์นี้แล้ว จักยังหมู่เทวดาให้บริบูรณ์” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นบุคคลผู้เลิศทั้งพระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณและพระมหากรุณาธิคุณ จะหาบุคคลใดๆ ในภพทั้งสาม ยิ่งกว่าหรือเสมอเหมือนไม่มีอีกแล้ว ลำพังพระพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระพุทธญาณลึกซึ้งกว้างไกล ทรงรู้แจ้งโลกและแทงตลอดทั้งนิพพาน ภพสาม โลกันต์ …

ศาสดาเอกของโลก (๖) – พุทธประวัติ Read More »

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๒)

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๒) ความสุขที่เราต้องการนั้น ไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือคำสรรเสริญเยินยอจากคนรอบข้าง แต่อยู่ที่ความพอใจที่มีต่อชีวิตของเราเอง หากเรามีความสันโดษมีความพอใจในสิ่งที่เรามีหรือเราเป็น ย่อมมีความสุขได้เสมอ แม้เศรษฐกิจฝืดเคือง ก็ไม่วิตกกังวล คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เศรษฐกิจมีขึ้นมีลง ปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้กลุ้ม ให้ใช้ปัญญาแก้ไขปัญหา หากคิดได้เช่นนี้ ใจเราจะไม่หวั่นไหว จะมีความพอใจในตนเอง ทุกวันนี้ ที่เราทุกข์ก็เพราะไม่รู้จักพอ จึงต้องทุกข์ใจอยู่รํ่าไป หากเราได้เจริญสมาธิภาวนา หยุดการแสวงหาสิ่งภายนอกชั่วคราว พยายามสงวนเวลาที่มีอยู่ในขณะนี้ มุ่งแสวงหาความสุขด้วยการทำใจหยุดนิ่ง เราจะมีชีวิตอยู่ในโลกได้อย่างมีความสุขกว่าที่เคยเป็น จะดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีชัยชนะตลอดกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อขันติสูตร ว่า ” ภิกฺขเว อานิสํสา ขนฺติยา อสมฺมูฬฺโห กาลํ กโรติ     กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ภิกษุทั้งหลาย ผู้ประกอบด้วยความอดทนย่อมไม่หลงทำกาละ เมื่อแตกกายทำลายขันธ์ ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ” ความอดทน คือการรักษาสภาวะของใจให้เป็นปกติ ไม่ว่าจะกระทบกับสิ่งที่พึงปรารถนา หรือไม่พึงปรารถนาก็ตาม การสร้างบารมีในยุคสมัยที่กัปกำลังไขลงนี้ จำเป็นต้องอาศัยขันติเป็นพื้นฐาน …

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๒) Read More »

ลักษณะมหาบุรุษ (๑)

ลักษณะมหาบุรุษ (๑) การสร้างบารมีเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติและของพวกเราทุกๆคน      ที่จะต้องทำจนกว่าจะบรรลุจุดหมายปลายทาง ในระหว่างทางอาจจะมีปัญหาอุปสรรคต่างๆ เกิดขึ้นบ้าง แต่สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นเพียงเครื่องพิสูจน์กำลังใจ ซึ่งบางปัญหาเราแก้ไขได้ทันที บางปัญหาเราต้องอาศัยเวลา ปัญหาทุกๆปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม ถ้าใช้ปัญญาปัญหาก็จะหมดไป ถ้าใจสงบย่อมพบทางออก เพราะใจที่สงบจะเกิดปัญญารู้แจ้ง เป็นปัญญาความรอบรู้อันบริสุทธิ์ ที่จะทำให้ตัวเราและชาวโลก หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะไปสู่อายตนนิพพาน การหมั่นฝึกฝนใจให้สงบหยุดนิ่งอยู่ภายใน จะทำให้เราเกิดปัญญาที่จะพิชิตปัญหา และแตกฉานในศาสตร์ทั้งปวง เราจะเข้าใจทุกๆ ปัญหา และรู้ไปถึงต้นแหล่งที่มา อีกทั้งรู้วิธีการที่จะแก้ไขปัญหานั้น  ดังนั้น การเจริญภาวนาจึงเป็นกรณียกิจสำคัญที่เราจะขาดไม่ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ในนิธิกัณฑสูตร ว่า “เอส เทวมนุสฺสานํ             สพฺพกามทโท นิธิ ยํ ยํ เทวาภิปตฺเถนฺติ          สพฺพเมเตน ลพฺภติ สุวณฺณตา สุสรตา             สุสณฺฐานํ สุรูปตา อาธิปจฺจํ ปริวาโร               สพฺพเมเตน ลพฺภติ บุญนิธินั้น อำนวยผลที่น่าปรารถนาทุกอย่างแก่เทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย เทวดาและมนุษย์ปรารถนาซึ่งอิฐผลใด อิฐผลทั้งหมดนั้น บุคคลย่อมได้ด้วยบุญนิธินี้ ความมีวรรณะงาม ความมีเสียงเพราะ ความมีทรวดทรงดี ความมีรูปสวย …

ลักษณะมหาบุรุษ (๑) Read More »

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๓)

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๓) มีหลายคนต้องการเรียนรู้เรื่องของชีวิตให้จบ แต่เขาเหล่านั้นมักจบชีวิตไปก่อน เพราะความไม่รู้ว่ามีสิ่งมีค่าอยู่ในตน จึงดิ้นรนแสวงหาสิ่งที่ไม่เป็นสาระนอกตัว สุดท้ายก็ไม่พบอะไร ต้องเผชิญกับสุขปนทุกข์ มีทั้งสมหวังและผิดหวัง หากมนุษย์รู้ว่า สิ่งที่ตนกำลังแสวงหาอยู่นั้น อยู่ที่กลางกายของตน สามารถเข้าถึงได้ด้วยการหยุดใจ เมื่อนั้น ชีวิตย่อมไม่ต้องดิ้นรนอีกต่อไป จะพบชีวิตภายในที่เป็นความสุขอันแท้จริง เป็นชีวิตที่หยุดยั้งความทะยานอยาก ทำความทุกข์ให้คลาย เปลี่ยนจากชีวิตที่มืดมนอนธการให้สว่างไสวด้วยแสงแห่งธรรมภายใน นี่คือเส้นทางการแสวงหาที่แท้จริง ที่ทำให้รู้ว่า ความสุขที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร หากทำได้เช่นนี้ ย่อมได้ชื่อว่าเกิดมามีกำไรชีวิตอย่างแท้จริง มีธรรมภาษิตที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย ชาดก ว่า ” ลูกเอ๋ย ลูกอย่าเชื่อคำนั้น ข่าวที่ว่า สุคติจะมีเพราะเอาบุตรไปบูชายัญ ทางนั้นเป็นทางไปนรก ไม่ใช่ทางไปสวรรค์ ลูกรัก ลูกจงให้ทาน อย่าได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง นี่เป็นทางไปสู่สุคติสวรรค์ ส่วนการไปสู่สุคติ ไม่ใช่เพราะเอาบุตรบูชายัญ ” ชีวิตหลังความตายยังเป็นความมืดมนสำหรับมนุษย์ทั้งหลาย เพราะยังไม่ได้รู้แจ้งในโลกทั้งปวง มนุษย์มากมายต่างก็ ปรารถนาจะไปสวรรค์ เพราะรู้ว่าสวรรค์เป็นดินแดนแห่งการเสวยสุข แทบทุกศาสนาจะกล่าวถึงสวรรค์ไว้ว่าเป็นดินแดนที่นำแต่ความสุขมาให้อย่างเดียว มนุษย์จึงพยายามทำตามที่ตนเข้าใจ แม้บางคนอยากไปสวรรค์ แต่เพราะขาดกัลยาณมิตร สัมมาทิฏฐิ ยังไม่บริบูรณ์ จึงหลงไปทำผิด …

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๓) Read More »

ลักษณะมหาบุรุษ (๒)

ลักษณะมหาบุรุษ (๒) มนุษย์ทุกคนต่างปรารถนาความสำเร็จอันสูงสุดในชีวิต อยากพบแต่สิ่งที่ดี มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ทำให้มนุษย์ต้องดิ้นรนขวนขวาย เสาะแสวงหาสิ่งที่ตนคิดว่า จะเติมส่วนที่บกพร่องของชีวิตให้เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ได้ จึงแสวงหากันร่ำไป ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้หนทางแห่งความสุขที่แท้จริงว่า อยู่ที่ตรงไหน จะเข้าถึงได้อย่างไร  เมื่อไม่ทราบจึงทำให้ชีวิตต้องเวียนวนอยู่กับเรื่องการทำมาหากิน แสวงหากามคุณ เกียรติยศชื่อเสียงเงินทอง พระบรมศาสดาทรงค้นพบว่า วิธีการที่จะทำให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริงได้นั้น ต้องเริ่มต้นจากใจที่หยุดนิ่ง เพราะสุขอื่นนอกจากใจหยุดนิ่งไม่มี ใจที่สงบหยุดนิ่งจะเป็นต้นทางแห่งความสุขและความสำเร็จที่แท้จริง ชีวิตของเราจะก้าวไปสู่ความเต็มเปี่ยม คือ ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน  ดังนั้น การปฏิบัติธรรมด้วยการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส จึงเป็นทางมาแห่งความสุขและความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งมวล พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ใน มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ ว่า “กมฺมสฺสกา มาณว สตฺตา กมฺมทายาทา กมฺมโยนี กมฺมพนฺธู กมฺมปฏิสรณา กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปฺปณีตตาย สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีตได้” รูปนามขันธ์ …

ลักษณะมหาบุรุษ (๒) Read More »