หลวงพ่อธัมมชโย

ถ้าจำอะไรไม่ได้ ก็ให้จำ…คำว่า “พระมหาธรรมกายเจดีย์ พระมหาเจดีย์พระพุทธเจ้าล้านพระองค์ สำคัญมาก”

“ตอนนี้สวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ” ไปถึง1,570,000 จบแล้ว เดี๋ยวก็จะถึง 4 ล้านแล้ว ??พรรษานี้ วันเวลาผ่านไป เร็วมาก…ก็ต้องไปชวนกัน มาสวดเยอะๆ ตรงนั้น สว่างมากเลย สว่างทั้ง กลางวันและกลางคืนเวลามาสวดก็ต้อง ทำให้ ถูกหลักวิชชา ให้ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ ให้มีความสุข มีความบริสุทธิ์ มีความปลื้ม จะได้เป็นแรงบันดาลใจให้มาสวดกัน เพิ่มขึ้น ให้มีความสุขเพิ่มขึ้น มีความบริสุทธิ์ เพิ่มขึ้น มีความปลื้มเพิ่มขึ้น บุญเพิ่มขึ้น สวดมนต์จนเห็นธรรม ถ้าจบนี้ยังไม่ปลื้ม…ก็สวด ต่อไป สวดจนกว่าจะปลื้ม ยิ่งสวด…ยิ่งปลื้ม ถ้าจำอะไรไม่ได้ ก็ให้จำ…คำว่า “พระมหาธรรมกายเจดีย์ พระมหาเจดีย์พระพุทธเจ้าล้านพระองค์ สำคัญมาก” ทบทวนโอวาท โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) https://kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=13062

ดวงบุญ

ทุกครั้งที่เราสร้างความดี ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ ทำทาน เจริญภาวนา บุญก็จะเกิดขึ้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นกระแสที่ใสสว่างสะอาดและบริสุทธิ์ เหมือนเพชรลูกที่เจียระไนแล้วยามต้องแสงสว่างจากพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวันอย่างนั้น แต่ต่างกันที่บุญจะมีความละเอียดยิ่งกว่า กระแสบุญ เมื่อหลั่งไหลเข้าสู่ศูนย์กลางกายก็จะรวมเป็นดวง เรียกว่า “ดวงบุญ” ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกายของเราทุกคน ดวงบุญนี้แหละเป็นต้นเหตุแห่งความสุขความสำเร็จ เมื่อเราปรารถนาสิ่งใด ก็ให้อธิษฐานจิตที่กลางดวงบุญนั้น โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) https://dhamma01.blogspot.com/2016/03/blog-post_9.html

สวดมนต์จนเห็นธรรม

” ชื่นใจจังเลยจ้ะ สวดกันทุกวันกันไปเลย เวลาสวดนี่นะ อย่าลืมเอาใจอยู่ในกลาง แล้วก็ประหนึ่งว่าเราเข้าเฝ้าอยู่ต่อหน้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเฉพาะพระพักตร์ของพระองค์ แล้วสวดกะคะเนว่า เราเปล่งเสียงออกมาแล้ว เราได้ยินด้วยหูของเรา ไม่ดังเกินไป ไม่ค่อยเกินไป สวดพอดีๆที่ใจเราเบิกบาน แช่มชื่น สวดอย่างนี้เเหละที่เขาเรียก สวดมนต์จนเห็นธรรม ไม่ช้าจะเข้าถึงธรรมกัน สิ่งที่เป็นมลทินต่างๆจะค่อยๆถูกกลั่นแก้ไป ใจเราจะสะอาดบริสุทธิ์ บุญก็เกิดขึ้นแก่ตัวเรา ใจก็เป็นมงคล ปากก็เป็นมงคล หูเราก็เป็นมงคล ทั้งเนื้อทั้งตัวเราเป็นสิริมงคลหมดเลย ” โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่)

คำภาวนา สัมมาอะระหัง

สัมมา ก็มาจาก มรรค มีองค์ ๘ ตั้งแต่ สัมมาทิฐิ สัมมาสังกับปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คือ มีความเห็นถูกต้อง คิดถูก พูดถูก ทำถูก เป็นต้น เรียกว่า สัมมา คือย่อมาจากอริยมรรคมีองค์ ๘ อะระหัง แปลว่า ห่างไกลจากกิเลส หมายถึงว่า เมื่อเราปฏิบัติตามมรรคมีองค์ ๘ ซึ่งเป็นเส้นทางไปสู่ความเป็นพระอริยเจ้า มีข้อวัตรปฏิบัติเรียงไปตามลำดับ ๘ ข้อ ตั้งแต่ เห็นถูก คิดถูก พูดถูก ทำถูก ประกอบสัมมาอาชีวะถูก ทำความเพียรถูก ตั้งสติถูก คือเอาใจเชื่อมโยงกับกระแสแห่งความบริสุทธิ์ภายในถูก กระทั่งเกิดสัมมาสมาธิ เพราะฉะนั้น สัมมาอะระหัง คือ คิดพูดทำทุกสิ่งให้ถูกต้อง แล้วเราจะห่างไกลจากความทุกข์ทรมานของชีวิต จากความไม่บริสุทธิ์ ไปสู่ความบริสุทธิ์ หลุดพ้น คือหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ เหมือนปลาหลุดจากข้องที่ขังอย่างนั้น หลุดพ้นออกไปเลย …

คำภาวนา สัมมาอะระหัง Read More »

มาฆบูชา

วันมาฆบูชามหาสมาคม

วันนี้เป็นวันมาฆบูชามหาสมาคม ซึ่งถือ ว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของโลก ของพระพุทธศาสนาและมีความหมายอย่างยิ่งต่อชีวิตอันสว่างไสวของพวกเราทุกๆ คน เราได้มาประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อระลึกนึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย เมื่อย้อนประวัติศาสตร์ไป ๒,๕๐๐ กว่าปี ในสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ได้ทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์ ให้แก่พระอรหันตขีณาสพ จำนวน ๑,๒๕๐ รูป ที่มาประชุมพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย และแต่ละรูปล้วนเป็นผู้ที่พระพุทธองค์ได้ประทานการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทาทั้งสิ้น การประชุมในครั้งนั้นเรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต เป็นวาระการประชุมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงให้อุดมการณ์ หลักการ และวิธีการในการปฏิบัติ เพื่อให้พุทธบุตรได้ทำหน้าที่ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตรแก่ชาวโลก โดยกระจายแยกย้ายกันไปทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา หมุนธรรมจักรให้ไปทั่วโลก ให้ชาวโลกได้รู้จัก ได้ซาบซึ้ง และได้เข้าถึงพระรัตนตรัย เพื่อยังสันติสุข อันไพบูลย์ให้บังเกิดขึ้นแก่โลก ในวันนี้ เราจะต้องทำจิตให้เลื่อมใสในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย เพราะว่าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีพระคุณอย่างไม่มีประมาณ ดังพระบาลีที่ว่า อปฺปมาโณ พุทฺโธ อปฺปมาโณ ธมฺโม อปฺปมาโณ สงฺโฆ แปลว่า พระคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ไม่มีประมาณ แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระสัพพัญญู ก็ยังไม่อาจพรรณนาพระคุณของพระพุทธเจ้าด้วยกันได้หมดสิ้น ดังนั้นการที่เรามาตามระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ หรือว่าดับขันธปรินิพพานนานมาแล้วก็ตาม บุญกุศลอันไม่มีประมาณก็จะบังเกิดขึ้นกับเรา …

วันมาฆบูชามหาสมาคม Read More »

สมาธิ…จะสามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งได้อย่างไร?

ก่อนอื่นเราต้องมาศึกษาดูว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพราะว่าใจแต่ละคนนั้นไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแห่งความผาสุก ความรักและปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ เมื่อใจไม่อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน จึงคิดพูดทำไม่เหมือนกัน แต่ถ้าหากใจมาอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ก็จะคิดพูดทำเหมือนกัน โดยไม่มีการขัดแย้งกันเลย และตำแหน่งนั้นอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งจะเข้าถึงได้ด้วยวิธีเดียว คือ การทำสมาธิ ตำแหน่งตรงนั้นจะละลายความรู้สึกขัดแย้งให้หมดไป แล้วจะเกิดภูมิปัญญาสร้างสรรค์ สูงส่ง ที่ทำให้เราเข้าใจ และรู้วิธีการที่จะหาทางออกได้อย่างลงตัว ทำให้เกิดความสุข สดชื่น เบิกบาน และความสำเร็จในชีวิต ในภารกิจ ในทุกสิ่งทุกอย่างได้ ทุกคนจะต้องนำใจกลับมาสู่ตำแหน่งที่ถูกต้อง คือ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งเดียวของชีวิต ที่ทำให้เราคิดถูกต้อง พูดถูกต้อง และทำถูกต้อง ผลออกมาก็คือสิ่งที่ถูกต้องและดีงามก็จะบังเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) https://dhamma01.blogspot.com/2016/02/blog-post_97.html

ใครคือ…ผู้ค้นพบทางสายกลาง

ใครเป็นผู้ค้นพบว่า การวางใจไว้ที่ศูนย์กลางกายจะนำความสงบสุขมาสู่มนุษยชาติ ทำไมศูนย์กลางกายจึงมีความสำคัญขนาดนั้น คุณครูไม่ใหญ่: พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงค้นพบทางสายกลางด้วยพระองค์เอง และสืบทอด กันต่อมา แต่มาเลือนหายในภายหลัง จนกระทั่งพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร ท่านได้สละชีวิตปฏิบัติธรรม แล้วก็ค้นพบวิธีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บรรลุธรรม ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ นี้กลับคืนมาใหม่ แล้วนำมาสอนตัวท่านและสอนผู้อื่นจนกระทั่งถ่ายทอดมาถึงพวกเราในปัจจุบัน ศูนย์กลางกายมีความสำคัญมาก เพราะเป็นศูนย์กลาง ยกตัวอย่าง การบริหารการงานทุกอย่าง ล้วนมีศูนย์กลางที่คอยจัดการระบบระเบียบต่าง ๆ ทั้งสิ้น หรือเราวางของบนโต๊ะ วางของหมิ่น ๆ มันก็ไม่มั่นคง ถ้าวางกลางโต๊ะ มันก็มั่นคง ทุกอย่างล้วนสำคัญที่ตรงกลางทั้งนั้น ดังนั้นหากเราอยากจะรู้ว่าสำคัญขนาดนั้นจริงหรือ เราลองหยุดนิ่งเข้าไปตรงนั้น ประสบการณ์ภายในจะทำให้เข้าใจดีกว่าครูไม่ใหญ่ตอบ ณ ตอนนี้ ตอบตอนนี้แค่พอเป็นแนวทางให้พอเข้าใจ โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) https://dhamma01.blogspot.com/2016/02/blog-post_95.html

ทำไมต้องสร้างมหาธรรมกายเจดีย์

ความปรารถนาของหลวงพ่อ คือ ตั้งใจอยากจะให้ทุกคนได้มานั่งสมาธิ ได้เข้าถึงธรรม อยากให้เขาเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว ซึ่งมันยังไม่สมหวังเลย ที่สร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมหาธรรมกายเจดีย์ มหารัตนวิหารคด สภาธรรมกายสากล มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ก็เพื่อวัตถุประสงค์นี้แหละ คือจะให้เป็นจุดรวมของผู้มีบุญได้มาประพฤติปฏิบัติธรรมร่วมกัน จู่ ๆ จะชวนเขาให้มานั่งหลับตา เขายังไม่เห็นประโยชน์ มักจะบอกว่า ไม่มีเวลาบ้าง ไม่ว่างบ้าง คอยให้พร้อมก่อนบ้าง ดูเหมือนจะเป็นสูตรสำเร็จเลย ไปที่ไหนก็จะได้ยินอย่างนี้ หลวงพ่อก็ต้องมองหา project ที่จะรวมคนผู้มีบุญที่ลงมาเกิดตั้งเยอะแยะให้มารวมกัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวในการประพฤติปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกาย ก็ต้องหาสิ่งที่เขาสามารถทำกันง่าย ๆ ก่อน มีความรู้สึกว่าง่าย ไม่อย่างนั้นก็จะถูกครอบงำด้วยการทำมาหากิน กับการสนุกสนานเพลิดเพลิน จนกระทั่งมองไม่เห็นการสร้างบารมี ทุก ๆ project ที่ตั้งขึ้น จุดประสงค์ก็เพื่อต้องการให้เขาปฏิบัติธรรม โดยเริ่มต้นจากการสร้างมหาทานบารมีก่อน ซึ่งเขาจะมีความรู้สึกว่าง่าย และพอมาถึงแล้ว ก็จะได้รับการแนะนำเรื่องการรักษาศีล ได้ฟังธรรมะในพระไตรปิฎก สิ่งที่ควรรู้ และที่สำคัญ คือการปฏิบัติธรรม ที่จะให้เข้าถึงพระธรรมกาย ให้เขารู้ว่าในตัวมีพระธรรมกายอยู่นะ เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด สิ่งอื่นไม่ใช่ และเป็นที่รวมแห่งความปรารถนาที่ทุกคนกำลังแสวงหาซึ่งรวมประชุมอยู่ที่พระธรรมกายในตัวนั่นแหละ ไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย เขาจะได้รับความรู้ตรงนี้กัน …

ทำไมต้องสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ Read More »

คำว่า “วิชชาธรรมกาย”

คำว่า “วิชชาธรรมกาย” ประกอบไปด้วย ๒ คำ คือ คำว่า “วิชชา” กับคำว่า “ธรรมกาย” คำว่า “วิชชา” แตกต่างจากคำว่า “วิชา” ในทางโลกที่เราได้เคยศึกษาเล่าเรียนกัน วิชาทางโลกนั้นเป็นความรู้ที่เกิดขึ้นใน ๒ ระดับ คือ ระดับสุตมยปัญญากับจินตามยปัญญา สุตมยปัญญา คือ ความรอบรู้ที่เกิดจากการได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน ได้ศึกษาเล่าเรียนมา เป็นการรู้จำ คือ จำในสิ่งที่ผู้รู้ไม่ว่าจะมีความรู้สมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ก็ตามได้บันทึกเรื่องราวสิ่งที่รู้เห็นเอาไว้เป็นวิทยาทานให้ได้ศึกษากันสืบต่อมา จินตามยปัญญา คือ ความรู้ที่เกิดจากการนำมาคิดพิจารณาหาเหตุผลแบบนักคิดทั่วไป ความคิดบางครั้งถูกบ้างผิดบ้าง นี่เป็นปัญญาใน ๒ ระดับ แต่ปัญญาในพระพุทธศาสนามี ๓ ระดับ ระดับที่ ๓ คือ ภาวนามยปัญญา เป็นปัญญาที่เกิดจากการฝึกฝนลงมือปฏิบัติแล้ว ในระดับที่อยู่นอกเหนือเหตุผลธรรมดา เราจะอาศัยเหตุผลธรรมดามาใช้ไม่ได้เลย เพราะภาวนามยปัญญาเป็นความรู้ที่เกิดจากการเห็นแจ้ง คือ จิตต้องเกิดดวงสว่างขึ้นมา และความสว่างนั้นนำไปสู่จักษุ ธรรมจักษุเกิดขึ้นหรือญาณทัสสนะเกิดขึ้น สว่างแล้วจึงเห็น เห็นแล้วจึงรู้ เพราะฉะนั้น “วิชชา” …

คำว่า “วิชชาธรรมกาย” Read More »

ธรรมกายไม่ใช่นิกายใหม่

ธรรมกายไม่ใช่ลัทธิใหม่ พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (สด จนฺทสโร) ท่านมีพระคุณอันยิ่งใหญ่ต่อเราและชาวโลกอย่างมากมายมหาศาล แต่เราคงเข้าใจได้เพียงย่อ ๆ สั้น ๆ จะไปอธิบายให้ลึกซึ้งในสิ่งที่ท่านเป็นนั้น มันยากต่อการที่เราจะเข้าใจ เหมือนจะเอาสายบัวไปวัดความลึกของท้องทะเลมหาสมุทร แล้วยกขึ้นมาว่า ลึกเท่าสายบัวแค่นี้ หาควรไม่ แต่เมื่อเราพอที่จะเข้าใจอย่างนี้ มันก็จะต้องอธิบายเท่าที่เราพอจะเข้าใจ เอาแค่ว่า ท่านค้นพบธรรมกายขึ้นมา ซึ่งจริง ๆ คำนี้มีอยู่ในพระไตรปิฎกในทุก ๆ นิกายด้วย ก็ยังถูกกล่าวหาว่า เป็นนิกายใหม่ แล้วผู้ที่กล่าวหาก็สร้างข่าว ใส่ไข่ จะด้วยวัตถุประสงค์อะไรก็แล้วแต่ ล้วนไม่เคยปฏิบัติเลย ถ้าปฏิบัติแล้วก็คงไม่พูดอย่างนี้ แสดงว่าแหล่งที่มาของความคิดนี้ไม่บริสุทธิ์ เพราะตอนเขียนข่าวก็ดี หรือคุยเรื่องข่าวก็ดีนั้นกำลังมึนเมา นอกจากเมาเพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วยังเมาวัย เมาชีวิต เมาลาภ ยศ สรรเสริญด้วย มีความเมาอยู่ในตัว จึงไม่รู้เรื่องว่า สิ่งที่เขาเอามาพูดนั้นเพื่อประโยชน์ของตนนั่นเอง ถ้าได้ยินได้ฟังแล้ว ผู้มีบุญจะเกิดมีความปีติภาคภูมิใจ ดีใจว่า เป็นบุญของเรา ที่เราได้มาเกิดในยุคนี้ ที่วิชชาธรรมกายหวนคืนกลับมาอีกครั้ง เป็นพยานตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะทำให้เราดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง และเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมได้อย่างดี อย่างน้อยก็รู้ว่าพระธรรมกาย คือ ที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง …

ธรรมกายไม่ใช่นิกายใหม่ Read More »

พลังงานที่โลกขาดแคลน

มีประเด็นคุยกันว่า พลังงานจะหมดไปจากโลก คือ น้ำมันจะหมดไปจากโลก แต่หลวงพ่อว่า ไม่มีวันหมดหรอก นอกจากสร้างกระแสให้ทุกคนรู้สึกว่ามันจะหมดจริง ๆ เพื่อจะได้เป็นเงื่อนไขในการขึ้นราคาแค่นั้น แต่ก็มีข้อดีคือ ทำให้เกิดการตื่นตัวที่จะแสวงหาพลังงานทดแทน ความรู้ของมวลมนุษยชาติก็ขยายขึ้น แทนที่จะไปฝากความหวังไว้ที่น้ำมันใต้ดินอย่างเดียว แต่เราสามารถที่จะแสวงหาพลังงานทดแทนได้บนดิน เพราะฉะนั้นพลังงานไม่มีวันหมด แต่พลังงานที่ขาดแคลนจริง ๆ คือ พลังงานแห่งความบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อมวลมนุษยชาติ ไม่เกี่ยวกับใครจะรวยหรือจะจนเลย ไม่ทำความเดือดร้อนให้ใครเลย มีแต่ทำให้เกิดความสุขสมหวังให้กับมวลมนุษยชาติ พลังงานความบริสุทธิ์ยังขาดแคลนอยู่มาก ด้วยวิธีการของพระเดชพระคุณหลวงปู่พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร ที่ว่า “หยุดเป็นตัวสำเร็จ” นี่แหละ จะทำให้พลังงานแห่งความบริสุทธิ์ สะอาด ที่ปราศจากมลพิษ ออกมาจากกลางกายของแต่ละคน แล้วขยายสิ่งที่ดีงามนี้ออกไปภายนอก เมื่อใจเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง คือ ศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ ความคิดก็จะถูกต้อง คือ มีความคิดที่ดีเกิดขึ้น คิดรักตัวเองและเพื่อนมนุษย์ คำพูดก็จะถูกต้อง คือ รักตัวเองและเพื่อนมนุษย์ด้วยการพูดดี การกระทำก็จะถูกต้อง คือ รักตัวเองรักและเพื่อนมนุษย์ด้วยการทำสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นต่อตัวเองและมวลมนุษยชาติ เพราะฉะนั้น …

พลังงานที่โลกขาดแคลน Read More »

ศีลธรรมช่วยคุ้มครองโลก

“โลกจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับกระแสใจของชาวโลก” ช่วงไหนกระแสใจของมนุษย์ตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดี ไม่ประมาทในชีวิต ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา สั่งสมบุญอยู่เป็นนิจ ในยุคนั้นบ้านเมืองก็จะอยู่เย็นเป็นสุข เศรษฐกิจเฟื่องฟู ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล โรคภัยไข้เจ็บน้อย ผู้คนมีอายุยืนยาว ผิวพรรณวรรณะผ่องใส ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีสภาพคล่อง ต่างก็มีความสุขกายสบายใจกันถ้วนหน้า แต่ในยามใดที่จิตสำนึกของมนุษย์ถูกกระแสบาปเข้าบังคับบัญชาอยู่ภายใน ให้คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว ใช้ชีวิตอย่างประมาท เมื่อนั้นเศรษฐกิจก็จะตกต่ำ ดินฟ้าอากาศแปรปรวน โรคภัยไข้เจ็บที่ไม่เคยมีก็จะเกิดขึ้น ยาที่ใช้รักษาก็หาได้ยาก เพราะฉะนั้น ศีลธรรมเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องช่วยคุ้มครองโลกให้ปลอดภัย ดังนั้นให้ทุกคนตั้งใจกันให้ดี ที่จะเป็นผู้นำบุญ เป็นผู้นำศีลธรรมชี้นำทางชีวิตจิตวิญญาณของมวลมนุษยชาติทั้งหลายให้ไปในทิศทางที่สูงขึ้น แม้ใคร ๆ จะเห็นแก่ตัว แต่เราไม่เห็นแก่ตัว ใครสร้างบาป เราสร้างบุญ ใครหวั่นไหว เราไม่หวั่นไหว ใครกำลังใจตกต่ำ เรากำลังใจสูงขึ้น หมั่นสั่งสมบุญบารมีเรื่อยไป หากวันใดทุกคนในโลกคิดอย่างนี้ ทำอย่างนี้ และทุกคนมีศีลธรรมประจำใจ เมื่อถึงวันนั้น โลกก็จะกลับมาพบกับสันติสุขอีกครั้งอย่างแน่นอน โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) https://dhamma01.blogspot.com/2017/10/blog-post_13.html

โลกอยู่ได้ด้วยการให้

โลกอยู่ได้ด้วยการให้ การให้เป็นความสุขอันวิเศษ เราจะรู้จักความสุขชนิดนี้ได้ต่อเมื่อเราได้ให้ เหมือนดวงตะวันที่แบ่งปันสีทอง โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) https://dhamma01.blogspot.com/2017/06/dhamma01_97.html

มัชฌิมาปฏิปทา

มัชฌิมาปฏิปทา เริ่มต้นที่ “ปฐมมรรค” ถ้าพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ไม่ค้นกลับคืนมาให้ เราก็ไม่มีวันได้รู้จัก ถูกส่วนเข้า ดวงธรรมก็ลอยขึ้นมาเลย คือ ดวงธรรมเป็นกายมนุษย์หยาบนี่แหละ ซึ่งปกติอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๖ ในระดับเดียวกับสะดือของเรา ใสบริสุทธิ์ โตเท่ากับฟองไข่แดงของไก่ มันจะลอยขึ้นมา ดวงธรรมที่กลมรอบตัวเหมือนดวงแก้ว ไม่ใช่กลมแบนเหมือนเหรียญ ๕ บาท ๑๐ บาท เป็นต้น ใสเกินใส สว่างเจิดจ้า ไม่ว่าเราจะกำหนดองค์พระกลางดวงแก้ว หรือไม่นึกถึงภาพใด ๆ ก็ตาม พอมันนิ่งแล้ว มันจะวูบอย่างนี้แหละ แล้วก็จะทิ้งภาพที่เราสมมติ จำเอามาเป็นที่ยึดที่เกาะของใจทิ้งไป แต่ธรรมดวงใหม่ที่ผุดขึ้นมา เป็นธรรมดวงที่เราเข้าถึง เมื่อมันตกศูนย์ลงไปวูบ ดวงธรรมนั้นลอยขึ้นมา เหมือนถูกดึงขึ้นมา ปรากฏอยู่ที่ ฐานที่ ๗ ตอนนี้แหละ เราจะเห็นฐานที่ ๗ ได้ชัดเจนว่า มันอยู่เหนือจากสะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือจริง ๆ เป๊ะเลย ดวงใส นิ่ง ใจจะนิ่งอยู่ในกลางดวงนั้น ธรรมดวงนี้ …

มัชฌิมาปฏิปทา Read More »

ทางรอดของมนุษย์

ตอนนี้ทั่วโลกต่างก็มีสุขมีทุกข์กันไป บางประเทศก็สุขมากทุกข์น้อย บางประเทศก็ทุกข์น้อยสุขมาก หรือทุกข์มากสุขน้อยสลับกันไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา… ทางรอดของมวลมนุษยชาติ มีทางเดียวเท่านั้น คือ ต้องมองกลับเข้าไปสู่ภายใน หยุดใจให้ได้ แล้วให้เข้าไปถึงพระรัตนตรัยในตัว อย่ามัวทะเลาะหรือขัดแย้งกัน มองผ่านความแตกต่างเข้าไปถึงความเหมือนกันภายใน นั่นแหละเป็นทางรอดของมวลมนุษยชาติ ถ้าทุกคนทำอย่างนี้ โลกก็จะเกิดสันติสุขที่แท้จริง เพราะฉะนั้น…ถึงเวลาแล้ว ที่เราควรจะเลิกทะเลาะกัน แล้วก็หยุดใจเข้าสู่ภายใน โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) https://dhamma01.blogspot.com/2016/05/blog-post_12.html