หลวงพ่อธัมมชโย

10.ใช้สื่อผิด ใส่ร้ายบิดเบือนผู้อื่น…กรรมหนัก

๑๐. ใช้สื่อผิด ใส่ร้ายบิดเบือนผู้อื่น…กรรมหนัก บุคคลที่ใช้สื่อ ในการใส่ร้ายบิดเบือนผู้อื่น มักจะมีจิตใจที่ขุ่นมัว คิดแต่ว่าจะเอาความผิดไปใส่เขาอย่างไร และก็คิดหาผลประโยชน์เป็นปกติ เพราะฉะนั้นในใจจะมีแต่สิ่งชั่วร้ายตลอดเวลา ผ่านกระบวนความคิด คำพูด และการกระทำ คนพวกนี้ เมื่อตายไปแล้ว… ด้วยจิตเศร้าหมอง ก็จะไปบังเกิดในมหานรก ขุมที่ ๔ จะถูกดึงดูดวูบลงไปเลย จะไม่ไปโดนพิพากษาแบบในยมโลก ซึ่งเป็นลหุโทษ และจะถูกทรมานในรูปแบบต่าง ๆ ทุกข์ทรมานมาก ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/42 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 1 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

11.สัมมาอาชีพ…อาชีพที่ปลอดภัย

๑๑. สัมมาอาชีพ…อาชีพที่ปลอดภัย จะประกอบอาชีพอะไร ต้องเลือกให้ดี เพราะมันมีผล กับความใสความหมองของใจ เราจะเห็นภาพนั้น ได้ยินเสียงนั้น และถูกบันทึกเป็นภาพเอา ไว้ในใจ มันจะปรุงให้ใจเราใสหรือหมองตลอดเวลาเลย จะถูกบันทึก อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ และจะไปฉายเป็นภาพให้เห็นตอนใกล้จะละโลก ที่ เรียกว่า “กรรมนิมิต” เหมือนเราดูหนังอยู่คนเดียว ซึ่งมีตัวเองเป็นพระเอกหรือเป็น ผู้ร้ายอยู่ตรงนั้น มีผลทำให้ใจหมองหรือใส คตินิมิตก็จะไปตามความใสความ หมองของใจ แล้วนำไปสู่ปรโลก คือ สุคติ หรือทุคติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเห็นตรงนี้ ถึงสอนว่าให้ประกอบ สัมมาอาชีวะเท่านั้น งดเว้นมิจฉาอาชีวะ ๕ อย่าง คือ ค้าอาวุธ ค้ามนุษย์ ค้ายาพิษ ค้าสุรายาเสพติด และค้าสัตว์นำไปฆ่า เพราะฉะนั้น เรื่องอาชีพไม่เลือกไม่ได้ ต้องเลือกให้ดี ไม่อย่างนั้นจะมีคำว่า สัมมาอาชีวะได้อย่างไร ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/42 …

11.สัมมาอาชีพ…อาชีพที่ปลอดภัย Read More »

12.ต้องยอยกพระพุทธศาสนาให้เฟื่องฟู

๑๒. ต้องยอยกพระพุทธศาสนาให้เฟื่องฟู หลวงพ่อคิดว่า พวกเราคงมีจิตใจเช่นเดียวกับหลวงพ่อ คือ อยากจะเห็นพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง เรามาเกิดในยุคนี้ ที่มี พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และเป็นประโยชน์ต่อเรา และโลกนี้ เราจะให้มันถล่มทลายในยุคของเรา หาควรไม่ ยุคของเรา พระพุทธศาสนาจะต้องเฟื่องฟูที่สุด เหมือนย้อนยุคพุทธกาล หลวงพ่อมีความคิดว่า อะไรก็ตามที่มีบันทึกในพระไตรปิฎก จะต้องเป็นสิ่งที่พิสูจน์และสามารถยืนยันได้ว่า “มีจริง” ในยุคปัจจุบัน ของพวกเรานี่แหละ อย่างเช่น ในพระไตรปิฎกมีการบันทึกว่า มีการเลี้ยงพระ แสนรูป ผ่านมาพันปี คนชักไม่ค่อยเชื่อแล้วว่า มันจะเป็นไปได้อย่างไร แต่ในที่สุดเราก็พิสูจน์แล้วว่า มีจริง แล้วก็ดีจริง สามารถทำได้ ถวาย จีวรแสนผืน ถวายยารักษาโรคแสนชุด เราก็ได้ทำแล้วในยุคของเรา เพราะฉะนั้น แทนที่จะมองว่า พระพุทธศาสนาเรียวลง เราจะต้องพยายามทำพระพุทธศาสนาให้เฟื่องฟูยิ่งขึ้นไป เวลา เราเดินทางออกจากร่างกายไปสู่สุคติ เราจะได้ปลื้มปีติว่า เราได้ใช้ ร่างกายและทรัพยากรที่เรามีอยู่นี้ ช่วยกันยกยอพระพุทธศาสนา เวลา ชาวสวรรค์ถาม เราจะตอบเขาด้วยความปีติภาคภูมิใจว่า ได้ช่วยยอยก พระพุทธศาสนาให้สูงเด่นยิ่ง ๆ ขึ้นไป รัศมีกายของเราจะได้สว่างโพลง …

12.ต้องยอยกพระพุทธศาสนาให้เฟื่องฟู Read More »

13.วัดอยู่เหนือความรวยความจน

วัดอยู่เหนือความรวยความจน เป็นพระนี่ อยู่เหนือความรวยความจนนะ พระไม่ได้คิดเรื่องรวย และไม่ได้คิดเรื่องจน มันเหนือตรงนั้นไปแล้ววัดก็เหมือนกันอยู่เหนือคำว่า “วัดรวย” หรือ “วัดจน”“วัด” เป็นเครื่องวัดของคนเข้าวัดว่า กิเลสหรือสิ่งไม่ดีนั้นหมดไปแค่ไหน ยังเหลืออีกแค่ไหน และเป็นสถานที่ตักตวงบุญเป็นแหล่งเนื้อนาบุญ เป็นแหล่งแห่งความรู้อันบริสุทธิ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่จะทำให้เราดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง ไม่ผิดพลาด มีสุคติเป็นที่ไป มีเป้าหมายคือ พระนิพพาน เราจะมองที่ถาวรวัตถุ หรือจำนวนคนเข้าวัดว่า วัดนี้รวย วัดนี้จนไม่ถูกต้องวัดหลวงปู่หลวงตาในหลาย ๆ วัดที่ต่างจังหวัด ท่านมีแค่กุฏิหลังเล็ก ๆ มีทางจงกรม มีที่พักกลางวัน มีศาลาอเนกประสงค์ ที่ท่านทำอย่างนั้น เพราะท่านมีวัตถุประสงค์ต้องการปลีกวิเวก เพื่อให้กายสงัด ใจจะได้สงัด กิเลสจะได้หมดไป นั่นวัตถุประสงค์ของท่าน ไม่ใช่ท่านจน ถ้าท่านจะสร้างให้ใหญ่โตท่านก็ทำได้ แต่ท่านไม่มีวัตถุประสงค์อย่างนั้น ใครมีบุญอยากได้บุญก็มาฟังธรรม ไม่มีใครมา ท่านก็ปฏิบัติธรรมทำความเพียรของท่านไป มันแล้วแต่วัตถุประสงค์การสร้างวัด อย่างวัดใหญ่ ๆ หลาย ๆ วัด โดยเฉพาะวัดพระธรรมกายที่สร้างใหญ่ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อเอาไว้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมให้สาธุชนผู้มีบุญทั้งหลายได้มาปฏิบัติธรรมรวมกัน เป็นพลังหมู่ในการปฏิบัติธรรม ในการศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นจะให้ไปตากแดด ตากลม ตากฝน ก็ทำไม่ได้ …

13.วัดอยู่เหนือความรวยความจน Read More »

๖๑. ประดุจพระอาทิตย์ พระจันทร์

ประดุจพระอาทิตย์ พระจันทร์ บวชแล้วต้องให้เป็นประดุจพระอาทิตย์และพระจันทร์รวมอยู่ในตัวของเรานะ เป็นประดุจพระอาทิตย์พระจันทร์รวมอยู่ในตัวของเราเป็นอย่างไร ก็จากข้อวัตรปฏิบัติที่เราฝึกตน ทนหิว บำเพ็ญตบะ เป็นพระแท้ ใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้ ให้ความสว่างภายในเป็นรัศมีธรรมแผ่ขยายมาถึงกายหยาบของเรา ลูกต้องฝึกให้ได้อย่างนี้นะ ให้ญาติโยม หรือใครๆ เขาดูเราจากที่ไกลๆ เหมือนเห็นดวงอาทิตย์ในยามเที่ยงวัน คือ สว่างจ้ามาเลย แต่พอเขาเข้าใกล้มาคุยกับเราแล้ว ให้เขารู้สึกเย็นฉ่ำเหมือนอยู่กับพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ลูกจะต้องเอาทั้งพระอาทิตย์ทั้งพระจันทร์รวมอยู่ในตัว ดูแต่ไกลต้องให้สว่างเหมือนดวงอาทิตย์ แต่พอเข้าใกล้ๆ ทำไมเย็นฉ่ำเหมือนพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ จะเป็นอย่างนี้ได้ ลูกต้องเชื่อมใจของเราให้ไปติดที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้ได้ โดยนึกถึงความปลื้มที่เราได้มาบวชในคราวนี้ ในทุกๆ เรื่องที่จะทำให้ใจเราปลื้มปีติจนกระทั่งทำให้ดวงธรรมในตัวปรากฏเกิดขึ้น องค์พระใสๆ เกิดขึ้นอย่างนี้นะ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/92 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 3 ชีวิตสมณะ ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๖๒. นักบวชที่แท้จริง

นักบวชที่แท้จริง หมั่นฝึกใจเราให้หยุดนิ่งอยู่ภายใน ตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรมให้ดี ถ้าทำได้อย่างนี้ ไม่ว่าจะบวชสั้นหรือบวชยาวก็ตาม ก็ได้ชื่อว่า “เป็นนักบวชที่แท้จริง” เป็นสมณะผู้มีความสงบกาย วาจา ใจ เพราะใจหยุดอยู่ภายใน มีความแตกต่างจากคฤหัสถ์ ต่างจากชาวโลกทั้งหลาย ได้ชื่อว่า เป็นบุตรแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แท้จริง นึกเมื่อไรเราก็ปลื้ม มีปีติสุขหล่อเลี้ยงใจ บุญก็จะเกิดขึ้นกับตัวเรา ถึงโยมพ่อโยมแม่ ปู่ย่าตายาย บรรพบุรุษทั้งหลาย กระทั่งแผ่ไปถึงสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงก็จะมีส่วนแห่งบุญนี้ ไม่ว่าเราจะบวชสั้น บวชยาวก็ตาม นึกถึงเมื่อไรก็ปลื้มภาคภูมิใจในตัวของเราเอง ก่อนหน้านี้เราจะเป็นอะไรก็ช่างเถิด แต่เดี๋ยวนี้เราเป็นสมณะ เป็นบรรพชิต เป็นพุทธบุตร บุตรแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรามีความรู้สึกว่า เราเป็นบุตรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แท้จริง ด้วยชีวิตจิตวิญญาณแห่งนักบวช พออารมณ์นี้เกิดขึ้น การเดินธรรมยาตราทุกย่างก้าวก็เป็นย่างแก้ว คือใจจะใส จะสะอาด จะบริสุทธิ์ จะองอาจ สง่างาม ปีติและภาคภูมิใจในตัวเอง จะมองแต่กลางกายของเรา และมองหนทางที่เราจะก้าวเดินไป > เดินตามพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมารไป ท่านไปทางไหน เราก็ไปทางนั้น ในเส้นทางแห่งพระอริยเจ้า เส้นทางที่ท่านเดินตอนสมัยมีชีวิตอยู่ก็เดินทางในเส้นทางนี้ เราก็เดินตามรอยเท้าท่านไปอย่างองอาจ สง่างาม สมกับเป็นพุทธบุตรที่แท้จริง ถ้าเป็นสามเณรก็เป็นเทือกเถาเหล่ากอของสมณะ มีเชื้อสายของสมณะ …

๖๒. นักบวชที่แท้จริง Read More »

๖๓. รวมพลังพุทธบุตร ชวนโยมเทเหล้าเผาบุหรี่

รวมพลังพุทธบุตร ชวนโยมเทเหล้าเผาบุหรี่ ทุกวัดมีกำลังอย่างมหาศาล เพราะมีพระภิกษุสามเณรเป็นกำลังรบหลักของกองทัพธรรม ๓๐๐,๐๐๐ กว่ารูปจาก ๓๐,๐๐๐ กว่าวัดทั่วประเทศ ถ้าหากว่า ทุกวัดพร้อมใจกันชวนโยมเทเหล้าเผาบุหรี่ โดยไม่เกรงใจโยม หลวงพ่อเชื่อว่าไม่ถึงเดือนสิ่งเหล่านี้ ก็จะสูญหายหมดสิ้นไป แต่ตอนนี้เรามัวไปเกรงใจกัน ความเกรงใจเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าจะชวนคนทำความดี ไม่ต้องเกรงใจ ที่จริงโยมต้องการฟังเสียงพระ อยากฟังมากๆ เพราะเป็นเสียงสวรรค์ ถ้าทุกวัดทั่วประเทศพร้อมใจกันชักชวนญาติโยมเทเหล้าเผาบุหรี่โดยไม่เกรงใจใคร มีแต่ความรักและปรารถนาดีต่อญาติโยมอย่างแท้จริง สิ่งไม่ดีเหล่านี้ก็จะหมดสิ้นไป เพราะฉะนั้นถ้ากำลังหลักของกองทัพธรรม ๓๐๐,๐๐๐ กว่ารูป ๓๐,๐๐๐ กว่าวัดทั่วประเทศ พร้อมใจกันสู้ หลวงพ่อว่าใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ทุกคนจะได้อยู่ในเส้นทางที่ดีร่วมกัน และมันเป็นหน้าที่ของนักรบกองทัพธรรม ของพุทธบริษัท ๔ ทั้งพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ที่จะต้องช่วยกันขจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อความแข็งแรงของเพื่อนมนุษย์กับโรคภัยไข้เจ็บ แล้วก็อีกหลายๆ สิ่งที่ไม่ดีให้ออกไปจากร่างกายมวลมนุษยชาติ ถ้าสู้ ๑ วัด ก็ชนะ ๑ วัด สู้ ๑๐ วัด ก็ชนะ ๑๐ วัด สู้ ๑๐๐ …

๖๓. รวมพลังพุทธบุตร ชวนโยมเทเหล้าเผาบุหรี่ Read More »

๖๔. ต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลกและจักรวาล

ต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลกและจักรวาล หลวงพ่อหวังเอาไว้ว่า ใน ๓๐,๐๐๐ กว่าวัด ทั่วประเทศ ซึ่งยังมีหลายวัดที่พระภิกษุสามเณรยังสูบบุหรี่อยู่ ถ้าพระเณรทุกวัดที่ยังสูบบุหรี่ตัดใจเลิกได้ ญาติโยมจะได้กำลังใจอย่างมากที่จะเลิกสูบบุหรี่ตามพระ เพราะพระภิกษุสามเณร คือ ต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลก เป็นหัวใจของโลกและจักรวาล ชีวิตนักบวช คือชีวิตของผู้ที่ดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง ไม่มีชีวิตใดในสังสารวัฏที่จะประเสริฐเลิศเท่ากับชีวิตของการเป็นพระเป็นเณร ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิก็สู้ชีวิตพระชีวิตเณรไม่ได้ ดูอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงสละตำแหน่งพระเจ้าจักรพรรดิออกมาเป็นนักบวช เพราะเห็นว่าชีวิตของนักบวชคือชีวิตที่ดีและถูกต้องที่สุด มนุษย์ส่วนใหญ่ที่เกิดมา ต่างขาดความรู้ว่า จะดำเนินชีวิตอย่างไรจึงจะถูกต้องและดีงาม ต้องมีผู้รู้มาเป็นต้นแบบต้นบุญให้มนุษย์ทั้งหลายได้เห็น เขาจะได้ดำเนินรอยตาม พระภิกษุสามเณรนี่แหละ เป็นต้นแบบต้นบุญที่สืบทอดมาจากพระบรมศาสดา คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ควันบุหรี่ที่พ่นออกมา จะไปบดบังความสง่างามของพระของเณร และของญาติโยมด้วย ที่ยกคำขวัญหรูๆ ว่า สูบแล้วเท่ เก๋ นั่นคิดกันไปเอง ปากเขามีไว้สำหรับดื่มกินสิ่งที่ดีมีประโยชน์เข้าไปสู่ร่างกาย สิ่งที่ไม่ดีไม่ให้นำเข้าไป และสิ่งที่จะนำออกมาก็ต้องเป็นวาจาสุภาษิต เป็นธรรมภาษิต ที่จะเป็นแสงสว่างส่องทางชีวิตให้เกิดขึ้นแก่ผู้ฟัง แก่ชาวโลกเท่านั้น ถ้าหากว่า พระภิกษุสามเณรทุกวัดที่ยังสูบบุหรี่เลิกกันหมด สังฆมณฑลนี้ก็จะสะอาด บริสุทธิ์ สาธุชนจะมีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายและใจ จะสดชื่น เบิกบาน ไปที่ไหนก็จะมีแต่กลิ่นสะอาด ปราศจากกลิ่นของบุหรี่ ของยาสูบยาเส้นต่างๆ และนอกจากสิ่งเหล่านี้ เราจะเห็นสิ่งดีๆ …

๖๔. ต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลกและจักรวาล Read More »

๖๕. พระต้องชวนโยมเลิกเหล้า เลิกบุหรี่

พระต้องชวนโยมเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ หลวงพ่อปลื้มใจสามเณรหลายวัด โดยเฉพาะที่วัดบ้านขุน ที่มีความอุตสาหะเดินทางข้ามภูเขาหลายลูก เพื่อไปโปรดโยมพ่อ โยมแม่ ให้เลิกผลิต เลิกดื่ม เลิกขายเหล้า แล้วโยมพ่อโยมแม่ก็เกิดกุศลศรัทธาทำตามคำแนะนำของลูกเณร ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอนุโมทนา ถ้าหากว่า พระภิกษุสามเณรทุกวัด ทั่วประเทศ ทั่วโลก ชวนโยมเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ในไม่ช้าสุราเมรัย บุหรี่ ยาเสพติด ทั้งหลายก็จะค่อยๆ ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ เพราะมีตัวอย่างดีๆ ให้โลกได้ดู ความจริงสิ่งนี้เป็นหน้าที่ของพระภิกษุสามเณร ที่จะต้องให้คำแนะนำแก่โยมพ่อ โยมแม่ หมู่ญาติ และญาติโยมทั้งหลาย ให้เลิกดื่มสุราเมรัย เพราะว่าเราจะต้องให้ศีล ๕ แก่ญาติโยม ไม่ใช่ให้ศีล ๔ ให้ศีลอย่างเดียวก็ยังไม่พอ ต้องบอกอานิสงส์ของศีล แล้วยังต้องบอกเขาให้เลิกสิ่งที่ไม่ดีทั้งหมดเพื่อตัวเขาเอง ญาติโยมจะได้รู้เรื่องและปฏิบัติได้ถูก เมื่อปฏิบัติได้ถูกก็จะได้ปิดประตูอบาย เปิดประตูสวรรค์ สิ่งนี้เป็นหน้าที่ของพระภิกษุสามเณรที่จะต้องทำ อย่าไปกลัวหรือเกรงใจว่า ถ้าบอกให้โยมเลิกเหล้าที่นำมาดื่มในวัดหรือดื่มที่บ้านหรือที่ไหนก็ตาม เดี๋ยวโยมจะโกรธ แล้วไม่มาทำบุญที่วัด จะทำให้พระเณรอดตาย ก็ให้มันรู้ไป ถ้าพระเณรวัดไหนอดตายเพราะไปบอกโยมให้เลิกเหล้า แล้วโยมไม่มาเลี้ยงพระ โยมไม่มาทำบุญ ดูตัวอย่างวัดพระธรรมกาย ยิ่งชวนให้ญาติโยมเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ทุกวัน …

๖๕. พระต้องชวนโยมเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ Read More »

๖๖. พุทธบริษัท ๔ ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน

พุทธบริษัท ๔ ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน หลวงพ่อฝันอยู่เรื่อยๆ ว่า สักวันหนึ่งพุทธบริษัท ๔ ทั่วโลกจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยเริ่มต้นจากในประเทศไทยของเราก่อน แล้วก็ค่อยๆ ขยายกันไป อยากให้รวมกันได้จริงๆ คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะยั่งยืน หรือจะล่มสลายก็ขึ้นอยู่กับพุทธบริษัท ๔ ไม่ใช่ใครหรอก คนอื่นยังทีหลัง ถ้าภายในยังไม่เข้มแข็งอะไรมาปะทะนิดเดียวมันก็พังได้ หลวงพ่อเสียดายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กว่าพระองค์จะไปเอาความรู้นี้มาได้ต้องสั่งสมบ่มบารมีกันมายาวนาน ตั้งแต่คิดในใจ เปล่งวาจา ได้รับพุทธพยากรณ์ อย่างน้อยก็ต้อง ๒๐ อสงไขยกับอีกแสนมหากัป ถึงจะไปค้นความรู้นี้มาได้ด้วยพระองค์เอง เพราะว่าพญามารเขาบดบังนัก บารมี ๓๐ ทัศ ต้องเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ เขาถึงกันไม่อยู่ บังไม่อยู่ แล้วถึงได้ค้นพบความรู้เหล่านี้มาแก้ไขตัวเองกระทั่งหลุดพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร แล้วอาศัยมหากรุณาของท่าน นำความรู้มาถ่ายทอดแก่มนุษย์และเทวดาทั้งหลายจะได้หลุดพ้นตามท่านไปด้วย การตกเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามารนั้น อันตรายมาก ชีวิตในสังสารวัฏอันตรายมากๆ อันตรายตรงที่ตกไปในอบาย หรือแม้แต่เป็นมนุษย์ก็ลำเค็ญ ทุกข์เข็ญ ทำอะไรก็ไม่ได้ดังใจเท่าไร เผลอพลาดพลั้งลงไปอบายอีกแล้ว เพราะฉะนั้นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงควรจะอยู่ยั้งยืนยงคู่โลกกันตลอดไป เท่าที่เราศึกษาประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ก็อยู่กันได้ชั่วครั้งชั่วคราว บางพระองค์ก็ยาวนาน บางพระองค์ก็ช่วงสั้น หลักหลายพันปีบ้าง หมื่นปีบ้าง หลายหมื่นปีบ้าง แล้วก็หมุนวนย้อนกลับไปทางเดิม …

๖๖. พุทธบริษัท ๔ ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน Read More »

๖๗. ยุคของเรา พระพุทธศาสนา จะต้องเฟืองฟู

ยุคของเรา..พระพุทธศาสนา จะต้องเฟื่องฟู อยากให้ลูกทุกคนรักษาใจใสๆ คิดดี พูดดี ทำดี ทำใจเหมือนชาวสวรรค์ ในยุคที่เราเกิดมาสร้างบารมี ถ้าพระพุทธศาสนาจะมาล่มสลายในยุคของเรา มันอายฟ้าอายดิน ยุคของเรามีแต่พระพุทธศาสนาจะขยายไปทั่วโลก ผังเดิมเป็นอย่างนี้ทุกยุคเลย ไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากหรือน้อยมองข้ามกันไปหมดเลย และเราสามารถทำยุคนั้นให้เป็นยุคแห่งความสว่างได้ เพราะฉะนั้น เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระศาสนาให้เอาอุเบกขาวาง แล้วก็ลุยอย่างถูกหลักวิชชา คือ รักษาใจใสๆ คิดดี พูดดี ทำดี ต้องอย่างนี้นะ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๙ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/92 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 3 ชีวิตสมณะ ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๖๘. ทำไมต้องเร่งฟื้นฟูพระพุทธศาสนา

ทำไมต้องเร่งฟื้นฟู พระพุทธศาสนา ถ้าเราสังเกตกันให้ดี เราจะพบว่า โลกของเราในยุคปัจจุบันไม่เหมือนโลกในยุคพุทธกาลหรือยุคอดีต เพราะในยุคนี้ได้มีโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ และมีความรุนแรงเกิดขึ้นมาอย่างมากมาย แม้วิทยาการทางการแพทย์จะเจริญก้าวหน้ามากมายขนาดไหน แต่สำหรับโรคบางโรคก็ยังหายาหรือวิธีการรักษาโรคไม่ได้แม้ในขณะนี้ ที่เป็นแบบนี้ เราอาจจะไม่เชื่อเลยว่า โรคทุกอย่างล้วนเป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น เพราะเมื่อมนุษย์ในยุคนี้ ได้ประกอบอกุศลกรรมกันมากขึ้นเรื่อยๆ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดโกหก เพ้อเจ้อ คำหยาบ ส่อเสียด ดื่มสุราเมรัย สูบเสพอะไรต่างๆ อบายมุขเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ พญามารก็จะได้ช่องเอาบาปของมนุษย์ทั้งหลายทั่วโลกมาประมวลรวมกัน จากนั้นก็จะซ้อนบาปศักดิ์สิทธิ์นี้เข้าไปประกอบในโอกาสโลก ขันธโลก และสัตวโลก โอกาสโลก คือ สิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ร่างกายเราออกไป รวมไปถึงบรรยากาศภายนอก จนกระทั่งถึงดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว จักรวาลต่างๆ ขันธโลก คือ ขันธ์ ๕ ร่างกายของเรา ของมวลมนุษยชาติ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย สัตวโลก คือ จิตใจของเรา ของมวลมนุษยชาติ และสรรพสัตว์ พญามารจะเอาบาปนี้ซ้อนประกบตั้งแต่โอกาสโลก ขันธโลก สัตวโลก คือ จิตใจ จากข้างนอกมาหาข้างใน …

๖๘. ทำไมต้องเร่งฟื้นฟูพระพุทธศาสนา Read More »

๖๙. สูตรการทำงาน

สูตรการทำงาน ในการทำงานทุกอย่าง อย่าหวังว่าต้องวางแผนให้ดีเยี่ยม รอให้สมบูรณ์พร้อมก่อนแล้วจึงลงมือทำ อย่างนี้ไม่ได้เพราะว่ามันจะไม่ทันเวลา และจริงๆ แล้ว แม้จะวางแผนไว้ดีอย่างไร เมื่อถึงคราวลงมือปฏิบัติจริง ก็ยังต้องปรับแผนให้เข้ากับสถานการณ์จริงอยู่ดี ดังนั้น จึงอย่ารีรอ จงลงมือทำ แล้วปรับไปพร้อม ๆ กัน เล็งให้ตรงเป้า แล้วยิงออกไป ตรวจสอบว่า ตรงเป้า หรือไม่ ถ้ายัง ก็ปรับศูนย์เสียใหม่ให้เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น ถ้าหลุดไปทางซ้ายมาก ก็ปรับคืนมาทางขวา เมื่อยิงออกไปแล้ว จึงจะรู้ว่า ยังไม่ตรง แค่ไหน อย่างไร หากยังไม่ยิง มัวแต่เล็ง ก็ไม่รู้ผล และถึงจะเล็งดีอย่างไร ก็ยังต้องปรับศูนย์เวลายิงไป แล้วอยู่นั่นเอง “เล็ง ยิง ปรับศูนย์ คือ สูตรการทำงาน” พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/92 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 3 ชีวิตสมณะ ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร กลับสู่ สารบัญ …

๖๙. สูตรการทำงาน Read More »

๗๐. ลาสิกขาไปแล้ว อย่าให้เสียผ้าเหลือง

ลาสิกขาไปแล้ว อย่าให้เสียผ้าเหลือง ตั้งใจเลยว่า ต่อจากนี้ไป เมื่อเราอยู่ในเพศของคฤหัสถ์แล้ว จะตั้งใจรักษาศีล ๕ ให้เป็นปกติ จะไม่ฆ่า ไม่ลักทรัพย์ จะเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด เว้นจากการดื่มสุราเมรัย บุหรี่ ยาเสพติด สิ่งไม่ดีทั้งหลาย เราจะเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลก เราจะเป็นแสงสว่างให้กับทุกๆ คนที่เข้าใกล้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ก่อนบวชเราจะเป็นอย่างไร ชีวิตที่ผิดพลาดมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป แต่ว่าต่อจากนี้ไป เราได้ผ่านการบวชมาแล้ว แม้ช่วงสั้นก็ตาม หล่อหลอมกันมาแล้ว อย่าให้บวชเสียผ้าเหลืองนะลูกนะ อย่าให้ใครเขาพูดตำหนิ หรือเย้ยหยันได้ว่า โอ้ นี่บวชมาแล้ว ทำไมหลังลาสิกขาถึงแย่กว่าเดิมอีก อย่านะลูกนะ โลกกำลังขาดแคลนตัวอย่างดีๆ เขาอยากเป็นคนดีกันทุกคนแหละ แต่เขาไม่รู้ว่า ทำอย่างไรถึงจะเรียกว่า เป็นคนดีที่โลกต้องการ อยู่ก็เป็นสุข นั่ง นอน ยืน เดินเป็นสุข เขาไม่รู้กัน ลูกได้ผ่านการอบรมช่วงสั้นมาแล้ว เข้าใจธรรมปฏิบัติในระดับหนึ่ง คือ มีฐานของใจที่จะศึกษาเรียนรู้ หรือทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไปได้ ก็ให้ทำความดีนะลูกนะ อย่าถอยหลังกลับไปทำในสิ่งที่ไม่ดี เหมือนก่อนที่เราจะมาบวช ถ้าลูกทำได้อย่างนี้ก็จะได้ชื่อว่าเป็นกัลยาณมิตรของชาวโลก เป็นผู้ให้แสงสว่างให้กับเพื่อนมนุษย์ …

๗๐. ลาสิกขาไปแล้ว อย่าให้เสียผ้าเหลือง Read More »

๔๔. ภารกิจกับจิตใจไปด้วยกัน

ภารกิจกับจิตใจไปด้วยกัน ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ลูกทุกรูป ทุกคน รู้ดีอยู่แล้วว่า เป็นทางไปสู่อายตนนิพพานของตัวเรา เช่นเดียวกับเป็นทางเสด็จไปสู่อายตนนิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ของพระอรหันต์ทั้งหลาย เพราะฉะนั้นศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้ เป็นภารกิจที่สำคัญที่ลูกทั้งหมดจะต้องหวงแหนเอาใจใส่เป็นอย่างดี นี่เป็นภารกิจ เป็นหน้าที่ เป็นอาชีพของเรา โดยเฉพาะเราได้ตั้งใจมาบวช เพื่อจะได้มีโอกาสว่างไม่ต้องทำมาหากินแบบชาวโลก ปลอดกังวลแล้วจะได้เอาเวลาว่างนั้น มาทำใจหยุดใจนิ่งๆ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เพื่อมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม นี่เป็นหน้าที่ของลูกทุกรูปที่สมัครใจมา เพราะฉะนั้น ต้องให้ความสำคัญกับศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ ให้มาก ต้องหวงแหนเอาไว้ให้ดี ไม่ว่าลูกทุกรูป ทุกคน จะอยู่ในกิจวัตรหรือกิจกรรมอันใดก็ตาม ในทุกอิริยาบถ จะนั่ง นอน ยืน เดิน เหยียดแขน คู้แขน กิน ดื่ม ทำ พูด คิด หยุดนิ่ง ลิ้มรส ต้องให้สอดคล้องหรือไปด้วยกัน หรือกลมกลืนกันไปกับภารกิจที่สำคัญ ที่เราจะต้องนำใจของเรากลับมาหยุดอยู่ตรงฐานที่ ๗ ไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเป็นอุปสรรค แต่ควรให้สิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนกัน เรามาบวชแล้ว เราจะหนีกิจวัตรกิจกรรมไม่ได้ …

๔๔. ภารกิจกับจิตใจไปด้วยกัน Read More »