หลวงพ่อธัมมชโย

๖๕. วิธีแก้อุปสรรคการปฏิบัติธรรม

วิธีแก้อุปสรรคการปฏิบัติธรรม ถ้าเมื่อยก็ขยับ แต่อย่าให้กระเทือนคนข้างเคียง เพราะว่าเขากำลังจะใจรวมสนิท เราต้องให้โอกาสเขาเข้าถึงธรรม ต้องสนับสนุนเขา หรือขยับแล้วยังไม่หายเมื่อย ก็ลุกไปเบาๆ ค่อยๆ ย่องอย่าให้เกิดเสียงดัง ไปบริหารขันธ์ ๕ บิดเนื้อบิดตัวให้สบาย แล้วค่อยๆ ย่องกลับเข้ามานั่งใหม่อย่างเบาๆ เงียบๆ ง่วงเราก็หลับ แต่หลับในกลางนะลูกนะ ฟุ้งก็ภาวนา สัมมาอะระหัง ถ้าไม่หายก็ลืมตามาดูรูปคุณยายอาจารย์ฯ ดูดวงตาของท่านที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา หรืออยู่ที่บ้านจะดูดวงแก้ว องค์พระ หรือดอกไม้ของหอมก็ดูไป พอสบายอกสบายใจเราก็หลับตาใหม่ นิ่งๆ นุ่มๆ ละมุนละไม สบายๆ ถ้าหากว่า นึกดวงแก้วไม่ออก ก็ไม่ต้องนึก เริ่มต้นนึกถึงหน้าคนที่เรารักก่อน หน้าแม่เราบ้าง ถ้าเป็นแม่ก็นึกถึงหน้าลูก แต่อย่าไปนึกถึงหน้าคนที่เราไม่ชอบนะ ให้นึกถึงคนที่เรานึกแล้วสบาย ลองทดลองดู นึกได้ไหม นึกได้ก็เปลี่ยนหน้าเป็นดวง ลองนึกเอา รัวๆ รางๆ ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆ ประคองใจไปเรื่อยๆ เดี๋ยวจะสมหวังดังใจทุกคน จะต้องเข้าถึงธรรมกันอย่างแน่นอน ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย …

๖๕. วิธีแก้อุปสรรคการปฏิบัติธรรม Read More »

๖๖. ง่วงก็หลับในกลางกาย

ง่วงก็หลับในกลางกาย ถ้าง่วงก็ปล่อยให้หลับ แต่หลับอยู่ในกลางกาย อย่างสบายๆ ถ้าสดชื่นตื่นขึ้นมาแล้ว ตอนนั้นใจจะละเอียด นุ่มเนียน ละมุนละไม ก็ให้รักษาใจตรงนั้นเอาไว้ให้ดี อารมณ์ที่จะหยุดนิ่ง คล้ายๆ กับตอนใกล้จะหลับ หรือเหมือนตื่นจากหลับ ต่างแต่ว่า ถ้าหลับ ขาดสติ แต่ถ้าหยุดนิ่ง มีสติ ตอนที่ตื่นๆ ใหม่ ตรงนี้สำคัญนะ พอตื่นปั๊บ นิ่งเลย แต่ต้องมีศิลปะ ค่อยๆ ประคองใจ เหมือนเราประคองเข็มเย็บผ้า เข็มหมุด วางบนผิวน้ำ อาศัยความตึงผิวน้ำ ถ้าวางเบาๆ จะลอยได้ ต้องประคองใจตอนตื่นใหม่ๆ เพราะตอนนั้นยังไม่คิดอะไร เฉยๆ นิ่งๆ ไปเรื่อยๆ ได้แค่ไหนเราก็เอาแค่นั้นไปก่อน อย่างสบายๆ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ …

๖๖. ง่วงก็หลับในกลางกาย Read More »

๖๗. แก้ฟุ้งด้วยบริกรรมภาวนา

แก้ฟุ้งด้วยบริกรรมภาวนา ถ้าหากยังอดฟุ้งไม่ได้ ก็ให้ประกอบบริกรรมภาวนาในใจ โดยไม่ต้องใช้กำลังในการภาวนา ภาวนาในใจว่า สัมมาอะระหัง ให้เสียงดังออกมาจากจุดกึ่งกลางของดวงแก้วที่ใสๆ ที่อยู่ในกลางท้องของเรา สัมมาอะระหัง ตรึกนึกถึงดวงใส เอาใจหยุดไปที่จุดกึ่งกลางของดวงใสๆ ภาวนาอย่างนี้เรื่อยไป จนกว่าใจจะหยุดนิ่งๆ พอใจหยุดนิ่งจะทิ้งคำภาวนาไปเอง มีอาการคล้ายๆ กับเราลืมคำภาวนา สัมมาอะระหัง แต่ใจหยุดนิ่งๆ ที่กลางดวงใสๆ โดยไม่ฟุ้งไปคิดเรื่องอะไร หรือมีอาการคล้ายๆ อยากวางใจเฉยๆ ไม่อยากจะภาวนา สัมมาอะระหัง ต่อไปอีก ถ้าเกิดอาการเช่นนี้หรือรู้สึกอย่างนี้ ก็ไม่ต้องย้อนกลับมาภาวนา สัมมาอะระหัง ใหม่ ให้เอาใจตั้งมั่นที่กลางดวงใสๆ ทำอย่างนั้นต่อไปเรื่อยๆ ทำหยุด ทำนิ่ง อย่างสบายๆ ให้ใจใสๆ ใจเย็นๆ เรื่อยไปเลย แต่ถ้า ภาวนา สัมมาอะระหัง แล้ว ยังอดที่จะแวบไปคิดเรื่องอื่นไม่ได้ ก็ช่างมัน ปล่อยมันไป ทำเฉยๆ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 …

๖๗. แก้ฟุ้งด้วยบริกรรมภาวนา Read More »

๖๘. อย่ากดลูกนัยน์ตา

อย่ากดลูกนัยน์ตา ถ้ามีความรู้สึกว่า เริ่มกดลูกนัยน์ตาลงไปดูแล้ว เริ่มรู้สึกตึงที่กระบอกตา หัวคิ้ว หน้าผาก กล้ามเนื้อของร่างกายเริ่มเกร็งแล้ว เราก็ปรือๆ ตา เผยอเปลือกตาขึ้นมาสักนิดหนึ่ง แต่เราทอดสายตาลงต่ำ ปรือๆ ตา พอมีความรู้สึกว่า ผ่อนคลายแล้วจากการกดลูกนัยน์ตาไปดู เราก็ค่อยๆ ปิดเปลือกตาเบาๆ ใหม่ และก็นึกไปสบายๆ ทำ soft soft นุ่มๆ เบาๆ เหมือนขนนกที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ฟ่องเบา ล่องลอยในบรรยากาศแล้วก็ตกกระทบผิวน้ำอย่างแผ่วเบา ต้องนิ่งๆ นุ่มๆ เบาๆ สบายๆ ใจเย็นๆ ใจใสๆ เยือกเย็น ให้บริสุทธิ์ ให้เกลี้ยงเกลาจากสิ่งที่เป็นมลทินของใจ ปล่อยวางจากความผูกพัน ความคิดเรื่องคน เรื่องสัตว์ สิ่งของ ธุรกิจการงาน ทำใจสบายๆ ทำประหนึ่งว่า เรากำลังเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม เฉพาะพระพักตร์ ต่อหน้าพระพุทธเจ้า ประดุจว่าพระองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ ให้ใจใสๆ เย็นๆ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ …

๖๘. อย่ากดลูกนัยน์ตา Read More »

๖๙. นั่งเครียดไปทำไม

นั่งเครียดไปทำไม ใครพอเริ่มนั่งก็เครียดแล้ว ไม่สบาย แสดงว่าทำไม่ถูกวิธี แสดงว่ามีความตั้งใจมาก จนกระทั่งติดเป็นนิสัย อย่าฝืนทำต่อ ต้องเลิกทำเลย แล้วก็มาหายใจสบายๆ ดูนั่น ดูนี่ให้สบายใจ พอสบายใจแล้วค่อยเริ่มใหม่ ต้องหมั่นสอนตัวเองว่า เราจะนั่งเอาบุญอย่างเดียว นั่งสบายๆ เราไม่ได้หวังผลว่า เราจะเห็นอะไร การเห็นนั้นเป็นผลพลอยได้เท่านั้นเอง เราต้องการนั่งอย่างสบายๆ พอเรานึกบ่อยๆ เข้า อาการเหล่านี้จะค่อยๆ คลี่คลายไปเองในภายหลัง พอเราเริ่มหลับตา อย่าไปบีบเปลือกตาแบบคนตาหยีอย่างนั้นไม่เอานะ ต้องปิดเปลือกตาพอดีๆ แล้วอย่าไปจ้องศูนย์กลางกาย ถ้าจ้องแล้วเดี๋ยวมันดึงระบบประสาทลงมา มันจะตึง ให้นิ่งๆ เฉยๆ สบายตรงไหนก็วางใจตรงนั้น สมมติว่า ถ้าเรานิ่งๆ แล้วมันสบายข้างนอก ข้างหน้า หรือสบายในอวกาศโล่งๆ ที่ไหนก็แล้วแต่ ช่างมัน ทำอย่างนี้ไปก่อนนะ ทำอย่างนี้แล้วจะแก้ตรงนี้ได้ แล้วมันจะหายไปเลย ตอนนี้อย่าเพิ่งไปกังวลตรงนี้ ปรับให้สบายก่อน เดี๋ยวมันลงของมันเองในภายหลัง ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 …

๖๙. นั่งเครียดไปทำไม Read More »

๗๐. นั่งแล้วตึง

นั่งแล้วตึง สำหรับคนที่นั่งแล้วรู้สึกตึงเครียด ต้องฝึกสร้างอารมณ์สบายๆ นะ พยายามนึกถึงสิ่งที่ทำให้สบาย ใจจะได้คลี่คลาย เวลานั่ง อย่าไปตั้งความหวังไว้ เราจะต้องเอาให้ได้ จะต้องเอาให้เห็น จะต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ เดี๋ยวจะตั้งใจมาก แล้วเครียด ต้องฝึกนะ ฝึกให้สบาย คนที่เขาได้ แต่เดิมก็ไม่ได้มาก่อน ตึงมาก่อน เครียด ฟุ้ง ง่วง เมื่อย มืดมาก่อน เดี๋ยวนี้เขาได้หมดแล้ว ความสบายเป็นหัวใจ ค่อยๆ ฝึก ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป อย่าไปรีบร้อน เร่งรีบให้ได้เดี๋ยวนี้ อย่าคิดอย่างนั้น ต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เหมือนการเจริญเติบโตของต้นไม้ ค่อยๆ โตขึ้นทีละเล็กทีละน้อยเรื่อยมา ใจก็ค่อยๆ พัฒนาไปทีละนิด ทีละหน่อย ทีละน้อยๆ แล้วก็เยอะขึ้นๆ เดี๋ยวเราจะค่อยๆ เข้าใจเอง อย่าใจร้อน ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ พระธรรมเทศนา …

๗๐. นั่งแล้วตึง Read More »

๗๑. เริ่มต้นในจุดที่สบาย (แก้ตึง)

เริ่มต้นในจุดที่สบาย (แก้ตึง) ทีนี้บางคนจะเอาใจไปไว้ในท้อง รู้สึกมันยังยากอยู่ดี ถ้าอย่างนั้น เอาอย่างนี้ เราหลับตาเฉยๆ สบายตรงไหน เอาตรงนั้น คล้ายๆ กับศูนย์กลางกายขยายไปแล้ว โตเท่ากับสภาธรรมกายสากล แล้วเราเข้าไปอยู่ในศูนย์กลางกายแล้วทั้งก้อนกาย ซึ่งความจริงตรงนั้นความรู้สึกเราอาจจะอยู่ที่ลูกนัยน์ตาก็ช่างมัน สบายตรงนั้น เราก็เอาตรงนั้นก่อน เหมือนตัวเราไปนั่งอยู่ในศูนย์กลางกายทั้งตัว ถ้านึกอย่างนี้จะไม่มึนศีรษะ จะนิ่ง เราก็ปล่อยให้มันเป็นไป Let it be บางทีแสงสว่างก็แวบเกิดขึ้นที่หางตาบ้าง หัวตาบ้าง ข้างหน้าบ้าง หรือบนศีรษะบ้าง เราก็ยังคงนิ่งอย่างเดิม ไม่ต้องไปดึงลงมาไว้ในท้อง แสงสว่างอยากอยู่ตรงไหนก็ปล่อยไปก่อน ตามใจเขาไปก่อน เดี๋ยวเขาก็จะตามใจเรา เราก็นิ่งเฉยๆ การที่แสงสว่างเกิดขึ้น แม้ไม่ถูกที่ที่เราต้องการก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แสดงว่าเราเริ่มชนะความมืดในใจไปในระดับหนึ่งแล้ว เหมือนลมที่ค่อยๆ เคลื่อนย้ายเมฆที่บดบังดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์ไปทีละน้อย ให้นิ่งต่อไปอีกอย่างเบาสบาย ผ่อนคลาย ไม่คาดหวังว่าจะเห็นอะไร เห็นไม่เห็นก็ไม่เห็นจะเป็นไร เราทำใจหยุดนิ่งเฉยๆ แค่นั้นเอง ยิ่งเราไม่อยากได้อะไร เราจะได้ทุกสิ่งที่ต้องการ นี่ก็เป็นเรื่องแปลก วางใจนิ่งเฉยๆ ไม่ผูกพันกับคน สัตว์ สิ่งของ เพราะว่าคนก็ดี สัตว์ก็ดี สิ่งของก็ดี เดี๋ยวก็พังกันไปทั้งนั้น …

๗๑. เริ่มต้นในจุดที่สบาย (แก้ตึง) Read More »

๗๒. เกร็ง ตึง..ผิดวิธี

เกร็ง ตึง..ผิดวิธี อย่าตั้งใจมาก โดยพยายามจะบังคับให้ใจหยุด นิ่ง สงบ หรือพยายามเค้นภาพให้มาปรากฏชัดเจนเหมือนเราลืมตาเห็นวัตถุภายนอก ถ้าทำอย่างนี้จะมีปฏิกิริยาที่ร่างกายจะบอกเราว่า ตอนนี้เรากำลังปฏิบัติไม่ถูก เพราะเกิดอาการเกร็ง ตึง นั่งไม่มีความสุข มันเบื่อหน่าย ถ้าหากรู้สึกอย่างนี้แล้ว แสดงว่าผิดวิธี อย่าฝืนทำโดยวิธีการผิดๆ อย่างนั้นนะ ต้องเริ่มผ่อนคลาย โดยลืมตาขึ้นมาสักนิดหนึ่ง เผยอเปลือกตาสักหน่อย แล้วค่อยๆ ปรับระบบประสาทกล้ามเนื้อใหม่ ให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย แล้วเริ่มต้นใหม่อย่างง่ายๆ วัตถุประสงค์เราแค่ต้องการให้ใจหยุดนิ่งๆ อยู่ในฐานที่ตั้งดั้งเดิมของใจ เพราะ “หยุดเป็นตัวสำเร็จ” หรือทำให้เราประสบความสำเร็จในการเข้าถึงธรรมภายใน ถ้าผิดจากนี้ไปแล้ว ไม่ใช่ ใจต้องหยุดนิ่งอย่างเดียว จึงจะเข้าถึงได้ ต้องจับหลักตรงนี้ให้ได้ เรารู้หลักการแล้ว เหลือแต่วิธีการ วิธีการเราก็ต้องฝึกฝนเอา ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ …

๗๒. เกร็ง ตึง..ผิดวิธี Read More »

๗๓. ทางสายกลาง

ทางสายกลาง วิธีการที่ถูกต้อง คือ ต้องพอดี ไม่ตึงและไม่หย่อนเกินไป ตึงเกินไป เพราะตั้งใจมาก มันจะตึง เกร็ง ไม่สนุก นั่งแล้วมันไม่อร่อย มันเบื่อ หย่อนเกินไป คือ จะเคลิ้มบ้าง ง่วงบ้าง หลับบ้าง ฟุ้งบ้างไปเรื่อยเปื่อยเลย ถ้าพอดี จะเกิดความพึงพอใจ กับการวางอารมณ์อย่างนี้ ปฏิกิริยาที่ร่างกายจะรู้สึกตัวเริ่มโล่ง ไม่ทึบ เริ่มโปร่ง เบา สบาย ตัวพองๆ ขยาย จนกระทั่งกลืนไปกับบรรยากาศ ตัวหายไปเลย มีความรู้สึกว่า เวลาหมดเร็ว เราไม่อยากออกจากอารมณ์นี้เลย อยากอยู่ตรงนี้ไปนานๆ แม้ยังไม่มีปรากฏการณ์ใดๆ เช่น ไม่มีภาพให้เห็น เราก็ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ อยากอยู่นิ่งๆ นานๆ แม้ไม่เห็นอะไรก็ตาม อย่างนี้ถูกหลักวิชชา ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม …

๗๓. ทางสายกลาง Read More »

๗๔. ถ้าเอาจริง..ได้ทุกคน

ถ้าเอาจริง..ได้ทุกคน หยุดกับนิ่ง ขึ้นอยู่กับขยันหรือขี้เกียจ ถ้าขยันฝึกบ่อยๆ มีชั่วโมงหยุด ชั่วโมงนิ่ง ชั่วโมงกลาง มันก็ชัดเจน จากมืดก็มาสว่าง จากสว่างก็มาเห็น “เห็น” ต้องเห็นทุกคน ของมันมีอยู่แล้ว ก็ต้องเห็น ที่มีแล้วไม่เห็น มันแปลกจริงๆ ดังนั้นต้องเห็นนะ ถ้าหยุดนิ่งได้สนิท ถ้าเราเห็นคุณค่า เราทราบความสำคัญจะขยันฝึกหยุดฝึกนิ่ง ถ้ายังไม่เห็นความสำคัญเท่าไร คือ เห็นความสำคัญบ้าง ก็ฝึกน้อยหน่อย เอาเวลาไปทำอย่างอื่นมากกว่า ทั้งๆ ที่ตอนสุดท้ายของชีวิต ก็ต้องทิ้งอย่างอื่นทั้งหมด คือจำใจต้องทิ้ง เพราะเอาติดตัวไปไม่ได้ เพราะว่ามันต้องไปด้วยละเอียด ของที่เราทำเป็นของหยาบ หอบเอาไปไม่ได้ แม้แต่กระดูกของตัว ยังเอาไปไม่ได้ ยังต้องทิ้งเรี่ยราดให้คนอื่นเขาเก็บไป นี่คือความจริงของชีวิต ซึ่งไม่ค่อยคิดกัน ไม่มีอารมณ์จะคิด แต่เป็นเรื่องจริงที่ทุกคนต้องเจอ ที่ว่าตายแล้วเอาอะไรไปไม่ได้ นอกจากบุญกับบาป ความจริงเป็นอย่างนี้ แต่ให้ความสำคัญกันไม่มาก ถึงตอนนั้นก็ตัวใครตัวมันกันแล้ว ใครจะตายแทนใครก็ไม่ได้ หรือเก็บเอาไปส่ง เอาไปให้ก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ถ้าขยันก็หยุดได้เร็ว หยุดได้คล่อง หยุดได้ชำนาญ สิ่งที่เป็นอจินไตย เหลือเชื่อ ก็จะกลายเป็นความจริงเป็นเรื่องธรรมดา …

๗๔. ถ้าเอาจริง..ได้ทุกคน Read More »

๗๕. ความมืดเป็นมิตร

ความมืดเป็นมิตร ความมืดเป็นมิตร ไม่ได้เป็นศัตรูกับการเข้าถึงธรรม เป็นความมืดที่น่ารัก ถ้าเรารู้จักที่จะอยู่กับความมืด ความมืดก็จะเป็นเกลอ เป็นสหายของเรา อย่ากังวลกับการเห็นภาพ หรือว่าต้องเห็นอะไรอย่างนั้น อยู่กับความมืดอย่างสบายๆ อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ยิ่งมืดก็ยิ่งดึก ยิ่งดึกก็ยิ่งใกล้สว่าง ไม่ช้าความสว่างก็จะมาเอง อยู่กับความมืดด้วยใจที่สบายๆ เบิกบาน แล้วก็อย่าให้มีความคิดว่า มืดอย่างนี้แล้วเมื่อไรดวงสว่างจะมาปรากฏ อย่านึกคิดอย่างนี้ อยู่กับความมืดด้วยใจที่นิ่งสงบ ให้เราคุ้นกับความมืดอย่างนั้นไปก่อน อย่าไปตีโพยตีพายว่า ไม่เห็นจะได้อะไรเลย ความสว่างไม่เห็นมา ต้องนึกเหมือนเรานั่งเงียบๆ ในคืนที่มืดมิด สมมติว่า เป็นเวลาตี ๑ เราก็ต้องยอมรับว่า นี่คือตี ๑ ถึงจะตีโพยตีพายอย่างไร ดวงอาทิตย์ก็ไม่มาปรากฏให้เราเห็น แม้ตี ๒ ตี ๓ ตี ๔ ตี ๕ ก็เช่นเดียวกัน จนกว่าจะถึงเวลาอันเหมาะสม ใกล้รุ่ง แสงเงินแสงทองจึงจะมาปรากฏให้เราเห็น และแหล่งกำเนิดของแสงเงินแสงทองเป็นดวงสีแดงๆ ยามอรุโณทัยจึงจะมาภายหลัง ถ้าเรานั่งนิ่งๆ โดยไม่กังวลอะไร เหมือนนั่งในยามรัตติกาล ในคืนเดือนมืดอย่างนี้ ไม่ช้าจะสมหวัง คือใจจะสงบ ไม่ทุรนทุราย …

๗๕. ความมืดเป็นมิตร Read More »

๗๖. ทำให้ถูกหลักวิชชา

ทำให้ถูกหลักวิชชา การฝึกใจให้หยุดนิ่งเป็นกรณียกิจ เป็นกิจที่สำคัญสำหรับการมาเกิดเป็นมนุษย์ เพราะจะทำให้เราพบความสุขที่แท้จริง และพบความเป็นจริงของชีวิต เมื่อเราได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในตัวแล้ว นี่เป็นกิจที่ควรจะต้องทำควบคู่กับการทำมาหากิน การศึกษาเล่าเรียน การครองเรือน แม้พวกเราจะทราบว่าเป็นกรณียกิจ เป็นกิจที่ต้องทำ แต่มักไม่ค่อยมีความขยัน มีความเพียรที่จะปฏิบัติ หรือปฏิบัติก็ปฏิบัติพอเป็นพิธีเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจริงจังเพื่อให้ใจตั้งมั่นอยู่ภายใน ที่ท้อก็เพราะว่า นั่งแล้วมีความรู้สึกว่า ไม่ก้าวหน้า ไม่เห็นผลทันอกทันใจ ซึ่งการที่เรานึกคิดอย่างนี้ ไม่ถูกต้อง การปฏิบัติธรรมย่อมมีผลขึ้นสักวันหนึ่ง แต่ก็ต้องค่อยๆ สั่งสมความละเอียดของใจไปทุกๆ วัน เพราะใจเราหยาบด้วยการทำมาหากิน คิดพูดทำแต่สิ่งที่ทำให้อารมณ์จิตมันหยาบ มันฟุ้งอยู่ตลอดเวลา ไม่ตั้งมั่น แล้วจู่ๆ จะให้มาหยุดมานิ่ง ให้ได้ดั่งใจเลย มันไม่ได้นะลูกนะ ต้องอาศัยการฝึกฝน สั่งสมกันไปทุกๆ วัน เรามักจะให้ความสำคัญกับการสนุกสนาน เพลิดเพลิน ผ่อนคลายอารมณ์ไปในเรื่องราวที่ไม่เป็นสาระแก่นสาร ดูทีวีบ้าง อ่านหนังสืออ่านเล่นให้เพลินๆ หรือไปเที่ยวเตร่ พูดคุยกันให้เสียเวลา ไม่ค่อยให้ความสำคัญกันอย่างจริงจัง ซึ่งความจริงแล้ว ถ้าตั้งใจปฏิบัติกันจริงๆ ทำให้ถูกหลักวิชชา ทบทวนคำสอนที่ได้ยินได้ฟังมา แล้วก็หมั่นปฏิบัติ หมั่นสังเกต เดี๋ยวเราจะพบเหตุแห่งการบกพร่อง และช่องทางแห่งความสำเร็จ ความสมหวังย่อมจะเกิดขึ้นกับเราอย่างแน่นอน ๔ พฤษภาคม …

๗๖. ทำให้ถูกหลักวิชชา Read More »

๖๑. ฝึกหยุดนิ่งในทุกอิริยาบถ

ฝึกหยุดนิ่งในทุกอิริยาบถ จะยากตอนแรกๆ นิดหนึ่ง เพราะเราไม่คุ้นเคยกับการนึกอยู่ตรงนี้ แต่ยากไม่มาก ยากพอสู้ ถ้าสู้อย่างถูกหลักวิชชา ก็ไม่ยาก ค่อยๆ ทำความเพียรไป ให้มีชั่วโมงหยุด ชั่วโมงนิ่ง ชั่วโมงกลาง อยู่ภายในตรงนี้ให้มากๆ ควบคู่กับภารกิจประจำวันในชีวิต จะดูแลบ้านช่อง เรื่องธุรกิจการงาน หรือการศึกษาเล่าเรียนก็ทำไปขณะเดียวกันก็ทำสิ่งนี้ควบคู่ไปด้วย เดี๋ยวสักวันหนึ่ง เราจะต้องสมปรารถนา เพราะพระรัตนตรัยมีอยู่แล้วภายในตัวของเรา ไม่ใช่เราไปทำให้เกิดขึ้น แต่บริกรรมนิมิตที่เรานึกขึ้นมา จะเป็นองค์พระ ดวงใสๆ หรือพระเดชพระคุณหลวงปู่ เราแค่อาศัยเป็นจุดเชื่อมโยงประดุจสะพานของใจ ให้เข้าไปถึงพระรัตนตรัยที่มีอยู่แล้วในตัวของเราเท่านั้น พอถูกส่วน สิ่งที่เราสมมติขึ้นมา สร้างภาพขึ้นมา จะหายไปเอง ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๗๗. ความละเอียดต้องค่อยๆ สั่งสม

ความละเอียดต้องค่อยๆ สั่งสม ถ้าหยุดได้วันนี้…ก็เข้าถึงวันนี้ หยุดได้พรุ่งนี้…ก็เข้าถึงวันพรุ่งนี้ หยุดได้ตอนไหน…ก็เข้าถึงตอนนั้น ฝึกเอาไว้ให้คล่องในทุกอิริยาบถ นั่ง นอน ยืน เดิน ทำไปเรื่อยๆ ความละเอียดมันต้องค่อยๆ สั่งสม ค่อยๆ เพิ่มพูนไปเรื่อยๆ เราจะปุ๊บปั๊บให้มันละเอียดไปเลยนี่ยาก แล้วก็ไม่เคยเจอเลย ต้องค่อยๆ สั่งสมไป วันนี้เราละเอียดได้แค่นี้ พรุ่งนี้ก็ละเอียดเพิ่มขึ้น แล้วก็จะโล่งไป ชัดไป ใสไป สว่างไป ใหม่ๆ ก็คุ่มๆ ค่ำๆ กันไปก่อน ต่อไปก็ชัดขึ้น ใสขึ้น สว่างขึ้น องค์พระตอนแรกอาจจะทึบ อาจจะแข็งกระด้างก็ช่างท่าน เราหยุดนิ่งไปเรื่อยๆ จริงๆ แล้วท่านนุ่มนวล แต่ใจเรายังไม่ละเอียด พอเราหยุดไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะนุ่มนวลขึ้นมาเอง จะสว่างขึ้นมา ตั้งแต่เหมือนดวงอาทิตย์ตอนเช้าสางๆ กระทั่งค่อยๆ กระจ่างแจ้งไปเรื่อยๆ กระทั่งเหมือนดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน เป็นแสงแก้วที่สุกใส แล้วองค์พระก็จะโตใหญ่ไปเรื่อยๆ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) …

๗๗. ความละเอียดต้องค่อยๆ สั่งสม Read More »

๖๒. หมั่นฝึกใจทุกวัน

หมั่นฝึกใจทุกวัน ถ้าเราฝึกหยุดฝึกนิ่งกลางองค์พระทุกวันให้สม่ำเสมอ ความชำนาญจะค่อยๆ เกิดขึ้น จากยากก็จะมาง่าย แล้วการเดินทางเข้าไปสู่ภายในก็อยู่ในวิสัยที่เราทำได้ ต้องทำบ่อยๆ ฝึกทุกวัน ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน อิริยาบถใดก็ตาม ฝึกเอาไว้ ให้หยุด ให้นิ่ง ให้ใส เพราะนี่คือ กรณียกิจ กิจที่เราจะต้องทำ ไม่ทำไม่ได้นะ ต้องทำ เราจะได้มีชีวิตที่มีความปลอดภัย อบอุ่นใจ เข้าถึงความสุขภายในได้ เหมือนมีป้อม มีค่าย มีหลุมหลบภัยอยู่ในตัว ฝึกตรงนี้ จนกระทั่งตัวของเราไม่ทึบ รู้สึกกลวงภายใน จะไม่มืด จะโล่ง โปร่ง เบา สบาย ขยาย กลวงเข้าไปเลย แล้วจะเข้าถึงดวงธรรมที่ผุดกันขึ้นมา น่าอัศจรรย์นะ ธรรมเหล่านี้มีอยู่แล้วในตัวของเรา ที่เราได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆ ทั้งดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ มีอยู่แล้วในตัวของเรา กายในกายต่างๆ เราก็จะเข้าถึงได้ แล้วก็ได้กันทุกคน ถ้าขยัน ไม่ขี้เกียจ และทำถูกวิธี ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. …

๖๒. หมั่นฝึกใจทุกวัน Read More »