หลวงพ่อธัมมชโย

๖๘. สวัสดีปีใหม่

ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ก็ต้องทำให้ถูกหลักวิชชา จะซื้อของขวัญไปอวยพรปีใหม่ ก็อย่านำน้ำเมาใส่กระเช้าไปให้ตามที่สังคมขี้เมา หรือผู้ไม่รู้เขานิยมทำกัน เพราะถ้าเราเอาน้ำเมาให้เป็นของขวัญ เท่ากับเราหยิบยื่นอบายให้กับผู้ที่เป็นที่รักของเรา ให้ความเป็นผู้ใบ้ บ้า ปัญญาอ่อนให้กับเขา แปลว่า ไม่ได้รักกันจริง ถ้ารักกันจริงก็จะต้องเป็นกัลยาณมิตรให้เขา ต้องให้แต่สิ่งที่ดีงาม ให้แต่สิ่งที่ทำให้เขามีความสุขกาย สุขใจ แล้วก็กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดก็เกิด ที่เกิดแล้วก็เจริญยิ่งขึ้น อย่างนี้จึงจะถูกหลักวิชชา ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 1 สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๖๙. การเลือกคู่ชีวิต

การคบแฟน แฟน แปลว่า แค่เพื่อนนะ…ไม่ใช่เป็นอย่างอื่น ต้องดู “ใจ” กันก่อน เมื่อแต่งงานกันแล้ว…ค่อยไปดู “ตัว” คนโบราณ ท่านให้หลักในการเลือกคู่ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว “รูปสวย รวยทรัพย์ นับวิชา มารยาท ชาติผู้ดี มีศีลธรรม” รูปสวย รูปหล่อไหม สวยไหม สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย ไม่พิกลพิการ รวยทรัพย์ รวยไหม ถ้าไม่รวยก็จะมีปัญหา แรงกดดัน สงครามเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นภายในบ้านได้ นับวิชา มีวุฒิการศึกษาเป็นอย่างไร มารยาท เป็นอย่างไร เข้าผู้หลักผู้ใหญ่เป็นไหม มีความเคารพอ่อนน้อมถ่อมตนไหม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต้องดู ชาติผู้ดี ดูบรรพบุรุษ ต้นตระกูลที่เขาสืบทอดชาติผู้ดีหรือเปล่า สืบดูปู่ของปู่ๆๆ เป็นคนที่มีศีลมีธรรมไหม รักพระพุทธศาสนา วัฒนธรรมชาวพุทธ รักเดียวใจเดียวหรือเปล่า มีศีลธรรม และดูต่อไปว่า คนที่เราคบด้วยมีศีลธรรม เหมือนบรรพบุรุษเขาไหม คนโบราณบอกว่า ดูช้างให้ดูหาง ดูนางเขาให้ดูใจก่อน ใจนางเหมือนดั่งทางรถที่คดเคี้ยวหรือเปล่า อย่าลืมว่า เรากำลังจะเลือกพ่อแม่ของลูก และเลือกคู่ชีวิตที่จะมาอยู่เคียงข้างเราที่จะสร้างบารมีร่วมกัน …

๖๙. การเลือกคู่ชีวิต Read More »

๗๐. ถอยกระทงธรรม

วันลอยกระทง ถึงวันนี้ทีไร หลวงพ่อจะนึกถึง ๑. เป็นวันแรกที่หลวงพ่อเจอหลวงพ่อทัตตชีโว พบกันวันแรกวันลอยกระทง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ๒. คิดถึงคุณยายจันทร์ ขนนกยูง ได้ลอยกระทง กับคุณยาย ตอนที่ท่านยังแข็งแรงอยู่ ชาติต่อไปจะได้ไป ปราบมารด้วยกัน ชวนกันอย่างนี้ทุกปีเลย ๓. นึกถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่ จนฺทสโร ภิกฺขุ พระผู้ปราบมาร ๔. นึกถึงพระจันทร์บนท้องฟ้า และพระจันทร์ในท้องน้ำ ๕. พระจันทร์ในท้องเรา วันลอยกระทงจะเป็นวันสิ้นสุดของฤดูฝน สมัยก่อนท้องฟ้าจะกระจ่างใสมาก ปราศจากหมู่เมฆ สว่างด้วยแสงจันทร์วันเพ็ญ น้ำจะนองเต็มตลิ่ง สวยงามมาก น้ำเพียงดิน คือ ดินกับน้ำจะเสมอกันเลย คืนนั้นเราจะได้เห็นพระจันทร์ที่กระจ่าง ๒ ดวง ดวงหนึ่งอยู่บนท้องฟ้าที่ปราศจากเมฆฝน ในท้องน้ำกระจ่างด้วยพระจันทร์อีกดวงหนึ่ง หลวงพ่อว่า การลอยกระทงจะต้องทำให้จิตเราเป็นกุศล คือ จะต้องเอาใจไปผูกไว้กับพระรัตนตรัยกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เหมือนเรามีตะปูสักตัว เราตอกบนเรือรบ มันก็เป็นเรือรบ เอาอิฐสักก้อนมาก่อพระเจดีย์ เราก็ยังได้ชื่อว่า สร้างพระเจดีย์ เช่นเดียวกัน เราลอยกระทง …

๗๐. ถอยกระทงธรรม Read More »

๗๑. การขอขมา

การขอขมา คือ การที่บุคคลได้กระทำความผิดต่อผู้อื่นทั้งโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ดี ไม่ว่าจะด้วยความคิด คำพูด และการกระทำก็ดี และเกิดความรู้สึกสำนึกผิด อยากให้บุคคลนั้นอดโทษ ให้อภัยในความผิดนั้นๆ จึงได้เกิดกุศลจิตไปขอขมา เพื่อความบริสุทธิ์ในชีวิตที่จะต้องดำรงอยู่ต่อไป การขอขมา ควรทำตอนที่ผู้มีพระคุณ หรือผู้ที่เราเคยล่วงเกินยังแข็งแรง และมีสติรู้ตัวดี ในสังคมไทยมักจะนิยมขอขมาในเวลาที่พ่อแม่ ผู้มีพระคุณหรือหมู่ญาติของเราใกล้จะละโลก ก็จะถือโอกาสครั้งสุดท้ายขอขมาท่านตอนนั้น ซึ่งในตอนนั้นท่านอาจจะอยู่บนเตียงคนป่วย อาการโคม่าแล้ว การรับรู้ไม่สมบูรณ์ ตอนนั้นเราควรจะแนะนำเรื่องบุญกุศลและธรรมะ จึงจะถูกหลักวิชชา พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 1 สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๗๒. มนุษย์ไม่ใช่ศัตรูกัน

มนุษย์…เมื่อมีความโลภ ความโกรธ ความหลง เข้าไปสิงอยู่ในใจแล้ว ความคิด คำพูด การกระทำก็แปรปรวน ทรัพยากรในโลกนี้เป็นของกลางๆ ที่จริงจะต้องมาแบ่งปันกันเพื่อใช้ทรัพยากรนั้นให้เกิดประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ เพื่อให้ทุกคนได้แสวงหาสันติสุขภายใน แสวงหาธรรมะภายใน เมื่อทุกคนเข้าถึงสันติสุขภายใน สันติภาพภายนอกก็จะเกิดขึ้น แต่พอความโลภเข้าไปสิง ความคิดก็แปรปรวน ซึ่งมีคนเพียงไม่กี่คนที่ความคิดแปรปรวน อยากได้ผลประโยชน์ พอผลประโยชน์ขัดกันก็เกิดการทะเลาะกัน ใครมีอำนาจ มีเทคโนโลยีดีกว่าก็เข้าไปบังคับเพื่อที่จะเอาผลประโยชน์นั้น คือ แทนที่จะเอาบ้าง เล่นจะเอาหมด จึงเกิดปัญหา เมื่อปัญหาเกิดขึ้น ใครที่สู้ไม่ได้ก็ผูกเจ็บ ผูกพยาบาทไว้ในใจ พอผูกพยาบาท ก็หาโอกาส พอหาโอกาสได้ ก็ได้โอกาส พอได้โอกาสการทำลายล้าง การแก้แค้นเอาคืนก็เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น มีวิธีเดียวเท่านั้น คือ ต้องระงับด้วยการไม่จองเวร เพราะถ้าผูกเวรกันมันก็ไม่จบ เกิดเป็นวัฏจักร กิเลส กรรม วิบาก กิเลสทำให้คิดแค้น คิดแค้นก็ล้างแค้น พอล้างแค้นก็มีผล พอมีผลก็ไปเสวยทุกข์วนเวียนกันอยู่อย่างนี้ มันก็ไม่ตัดวิบาก จะตัดวิบากได้ ต้องไม่ล้างแค้น ต้องเลิกจองเวรกัน ให้อภัย แล้วก็ปรองดอง มนุษย์ควรจะรักใคร่กัน เพราะทั้งคู่ไม่ใช่ศัตรูที่แท้จริง แต่ถูกกิเลสบังคับย้อมจิตหุ้มจิตเอาไว้ …

๗๒. มนุษย์ไม่ใช่ศัตรูกัน Read More »

๗๓. ธรรม ๓ ประการ

ธรรม ๓ ประการ ที่ครอบครองใจเราตลอดเวลา คือ กุสลาธัมมา อกุสลาธัมมา อัพยากตาธัมมา หมายถึง ทำดี ทำชั่ว และ ทำไม่ดีไม่ชั่ว ธรรม ๓ ประการนี้ จะหมุนเวียนกันเข้ามาครอบครองใจ เราได้ทีละอย่าง มาไม่พร้อมกัน ถ้าทำดีเข้า ทำไม่ดี ทำไม่ดีไม่ชั่ว ก็ไม่เข้า ทำไม่ดีเข้า ทำดี และไม่ดีไม่ชั่ว ก็ไม่เข้า ทำไม่ดีไม่ชั่วเข้า ทำดี ทำชั่ว ก็ไม่เข้า เราหนีธรรม ๓ อย่างนี้ไม่พ้น ไม่ว่าจะหลับ ตื่น นั่ง นอน ยืน เดิน เมื่อเราหนีไม่พ้น ก็ต้องเลือกเอาแต่กรรมดี มาใส่ไว้ในตัวให้มากๆ เพราะวิบากคือความสุขความสำเร็จจะเกิดขึ้น และติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ ทุกการกระทำล้วนมีผลทั้งสิ้น ท่านถึงใช้คำว่า.. อย่าดูหมิ่น “บุญเล็กน้อย” ที่เราทำ ย่อมมีผลทั้งสิ้น อย่าดูหมิ่น “บาปเล็กน้อย” ที่เราทำ ย่อมมีผลทั้งสิ้น …

๗๓. ธรรม ๓ ประการ Read More »

๗๔. วัด คือ โรงเรียน วัด คือ โรงพยาบาล

วัดในพระพุทธศาสนาเป็นทั้งโรงเรียนและโรงพยาบาล เป็นโรงเรียน..ที่ให้ความรู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ที่ไม่มีโรงเรียนไหนในโลกเขาสอน เป็นโรงพยาบาล..รักษาไข้ใจที่เกิดจากกิเลส โลภะ โทสะ โมหะ ซึ่งไม่มีโรงพยาบาลไหนเขารักษากัน ดังนั้น ปัจจัยที่ร่วมบุญกันมาไม่เสียเปล่าหรอกนะลูกนะ รวยก็เพื่อจะเอามาทำอย่างนี้ หรือที่ชวนให้ลูกๆ ทั้งหลายมารวย ก็เพื่อการนี้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราช่วยกันสร้าง เป็นทั้งโรงเรียน และโรงพยาบาล ให้ความรู้ทางใจเป็นวิชชาชีวิต และรักษาไข้ใจ ส่วนโรงเรียนโรงพยาบาลทางโลก ก็เป็นวิชาชีพรักษาไข้กาย ตรงนั้นมีคนทำเยอะแล้ว ดังนั้น ที่มีคำถามมาว่า วัดพระธรรมกายทำไมไม่เอาไปสร้างตรงนั้นตรงนี้ ก็คนอื่นเขาสร้างกันอยู่ แต่ตรงนี้ไม่ค่อยมีใครสร้าง แล้วก็ไม่มีใครสอน แล้วก็ไม่ค่อยมีใครจะมารักษาไข้ใจอย่างนี้ แต่วัดวาอารามนี่แหละช่วยกันทำสิ่งนี้ขึ้นมา ตรงนี้คนมองไม่ค่อยเห็น บอกว่าน่าจะไปทำสังคมสงเคราะห์ดีกว่า นี่ก็เป็นสงเคราะห์สังคมเหมือนกัน สงเคราะห์สังคมตามพุทธวิธี ตามแบบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แบบท่านผู้รู้ แต่นั่นก็สงเคราะห์แบบผู้มีความรู้ยังไม่สมบูรณ์ คือ มีความรู้บ้าง เพราะฉะนั้นที่ยังไม่เข้าใจก็พึงเข้าใจเสีย ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 1 …

๗๔. วัด คือ โรงเรียน วัด คือ โรงพยาบาล Read More »

๗๕. ใช้คำให้ถูกต้อง

คำว่า…ไอ้เณร คำนี้…เราคงได้ยินรุ่นหลังๆ พูดกัน ซึ่งฟังแล้วน่าสงสาร เพราะมันเป็นบาป คำว่า เณร มาจากคำว่า สามเณร ซึ่งเป็นเทือกเถาเหล่ากอของสมณะ ตามศัพท์พจนานุกรม คือ ผู้ดำรงเพศอย่างภิกษุ แต่สมาทานศีล ๑๐ แค่ศีล ๑๐ ก็เหนือกว่าคฤหัสถ์ที่ถืออุโบสถศีล (ศีล ๘) หรือเหนือกว่าผู้ที่ถือศีล ๕ ที่เป็นกัลยาณชน ส่วนผู้ที่ทุศีลนั้นไม่ต้องพูดถึง ดังนั้น การใช้คำ ต้องใช้ให้ถูก คำนี้เป็นคำที่มีความหมายสูงส่ง ภาษาอังกฤษใช้ คำว่า Buddhist Novice ภาษาอังกฤษยังใช้คำว่า Novice กับพลทหารประจำการใหม่ด้วย บางคนเลยเอามาใช้เรียกทหารเกณฑ์ และพลทหารประจำการใหม่ แต่เรียกให้แตกต่างจากสามเณรว่า “ไอ้เณร” คงเห็นว่า ไว้ผมสั้นๆ หัวเกรียนๆ ซึ่งเรียกอย่างนี้เป็นบาปนะ แม้แต่สื่อก็ใช้พาดหัวข่าว เช่น จับไอ้เณรฆ่าแท็กซี่ชิงรถเตรียมปล้นปั๊ม นี่ถ้าเขานึกว่า เป็นสามเณรมาทำอย่างนี้ มันเป็นบาป สามเณรคือเทือกเถาเหล่ากอของสมณะ มีเป้าหมายจะไปพระนิพพาน ไม่ใช่ไปเข้าคุก ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น หรือเป็นชื่อภาพยนตร์ ถล่มไอ้เณรเหล็ก …

๗๕. ใช้คำให้ถูกต้อง Read More »

๗๖. มรดกโลก มรดกธรรม

หมั่นสอนลูกหลาน ให้ฝึกใจหยุดนิ่งตั้งแต่ยังเยาว์วัยเพื่อจะได้ไม่เก้อเขิน เมื่อต่อไปเธอเจริญวัยขึ้นเป็นวัยรุ่นวัยหนุ่ม วัยสาว สิ่งเหล่านี้ก็จะติดตัวเธอไป แม้บางช่วงของวัยจะทำให้เผลอไผลไปบ้าง แต่ภายหลังก็จะย้อนหวนกลับคืนมาระลึกนึกถึงช่วงเวลาชีวิตที่ดีที่สุด ที่พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย หรือพระอาจารย์ หลวงปู่ หลวงตาได้เคยอบรมพร่ำสอน แนะนำตั้งแต่เยาว์วัย ก็เท่ากับว่า เราได้ทิ้งมรดกธรรมเอาไว้ให้กับลูกหลานของเรา แม้เราจะจากโลกนี้ไป ก็จากไปด้วยรอยยิ้มที่งดงาม หมดห่วง หมดกังวล เมื่อเรากลับสู่เทวโลกแล้ว เล็งแลด้วยทิพยจักษุลงมา ก็ยังชื่นใจ ปลื้มใจ เก็บเกี่ยวผลแห่งบุญนั้นตลอดเวลา แม้มีเพียงกายทิพย์ก็ตาม เพราะฉะนั้น ตอนนี้ประโยชน์ตน คือ ตัวเราต้องทำให้ได้ก่อน คนที่ได้ในวันนี้ ก็คือคนที่ไม่ได้มาก่อนในวันที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเราก็เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง ก็จะเป็นเช่นเดียวกับท่านเหล่านั้น วันนี้ยังไม่สมหวัง ก็ให้ทำต่อไป พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันที่ดีสำหรับเรา เพราะฉะนั้นให้ลูกทุกคนหมั่นตรึก หมั่นนึก หมั่นคิดอย่างนี้ การกระทำอย่างนี้ แม้ไม่พูดออกไปให้ใครทราบ แต่ว่าอยู่ในสายตาของมนุษย์และเทวดา โดยเฉพาะมนุษย์ตั้งแต่หมู่ญาติ สมาชิกในครอบครัว ที่ทำงาน ทุกหนทุกแห่งเขาก็จะเฝ้าสังเกตเราอยู่ โดยที่เราไม่รู้ตัว เราก็จะถูกดูดซับคุณธรรมที่แผ่ขยายจากตัวของเราออกไป จะเกิดกระแสเย็นๆ ขึ้น แล้วก็แรงบันดาลใจ …

๗๖. มรดกโลก มรดกธรรม Read More »

๔๕. อานิสงส์การรักษาศีล

เราชาวพุทธ วันพระก็ต้องเข้าวัด ฟังธรรมปฏิบัติธรรม บำเพ็ญบุญ ที่วัดใกล้บ้าน หรือวัดที่เราคุ้นเคย เพื่อจะได้เป็นทางมาแห่งบุญของเรา วันธรรมดาเราถือศีล ๕ พอถึงวันพระ เราถืออุโบสถศีล (ศีล ๘) จะได้รับอานิสงส์โดยย่อ คือ จะมีรูปงามตั้งแต่เกิด โดยไม่ต้องไปทำศัลยกรรม ศีลเป็นบ่อเกิดแห่งความสุข โภคทรัพย์ และพระนิพพาน จะทำให้เราเข้าถึงสมาธิได้ง่าย พอใจเราใส ใจเราสบาย เดี๋ยวสมบัติใหญ่ก็ไหลมาเทมา เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ แม้ตัวเราเองก็นับถือตัวเอง จะมีปีติและภาคภูมิใจในตัวเราเอง ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 1 สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๔๖. ทำไมต้องถือศีล ๕

เวลามีใครมาถามว่า เข้าวัดพระธรรมกายแล้วได้อะไร? คุณทองยศ สามีของลูก จะรีบตอบทันทีว่า “ได้ชีวิตใหม่” เพราะว่า ก่อนเข้าวัด ศีล ๕ ไม่ครบ ทำไมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้องให้เราถือศีล ๕ ศีล ๕ มีความสำคัญอย่างไร คำตอบ เพราะศีล ๕ มีผลต่อ “กรรมนิมิต” ก่อนตาย กรรมนิมิต คือ ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่ทุกคนต้องดู ดูอยู่คนเดียว ในช่วงศึกชิงภพ บนเตียงคนป่วย ตอนนั้นเราขยับตัวไม่ได้แล้ว คนอยู่รอบข้าง รอบเตียง ไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล หมู่ญาติ สมาชิกในครอบครัว ไม่มีใครเห็น เราดูอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นถ้าเราถือศีล ๕ ไม่ครบ มันอันตราย..อันตรายอย่างไร ? อันตรายที่เวลาเราใกล้จะละโลก ถ้าภาพกรรมนิมิตที่เราเคยทำผิดศีลไว้มาฉายให้เห็น จะทำให้ใจเราเศร้าหมอง คตินิมิต คือ หนทางที่จะไปมันดำมืด แล้วเราจะผ่านความมืดนั้นไปสู่ภพที่มืด คือ อบาย ซึ่งมีความทุกข์ทรมานมาก และเวลายาวนานกว่าในเมืองมนุษย์มาก ซึ่งมันอันตราย …

๔๖. ทำไมต้องถือศีล ๕ Read More »

๔๗. เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา

เราชาวพุทธ จะต้องรักพระพุทธศาสนา รักพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ แล้วก็ต้องปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเริ่มง่ายๆ คือ รักษาศีล ๕ (ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด ไม่ดื่มสุราเมรัย) ซึ่งง่ายมาก ประหยัดสุด ประโยชน์สูง การรักษาศีล ๕ ประหยัดกว่าการไม่รักษาศีล ๕ ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ เราต้องรักพระรัตนตรัยต้องหวงแหนพระรัตนตรัยเอาไว้ให้ดี ต้องช่วยกันรักษาอย่าให้หมดไปจากประเทศของเรา เพราะพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่มีประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติทุกคน ไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ใด คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเครื่องบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่มนุษย์และเทวดาทั้งหลาย เพราะพระธรรมคำสอนนี้กลั่นออกมาจากใจที่บริสุทธิ์หลุดพ้นแล้วจากกิเลสอาสวะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พระองค์เห็นแจ้งรู้แจ้งจึงเป็นเรื่องจริงแท้ของชีวิต หากใครได้ศึกษา ได้ปฏิบัติ ได้เข้าถึง ก็จะได้รับประโยชน์อย่างยิ่งจากคำสอนนี้ คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่พระองค์ทรงนึกคิดจินตนาการ โดยอาศัยเหตุผลตรรกะแบบธรรมดา แล้วนำมาตั้งเป็นคำสอนนะ หากแต่เป็นความรู้อันบริสุทธิ์ที่มีอยู่แล้ว มีมาก่อนที่พระองค์จะบังเกิดขึ้นด้วยซ้ำ แล้วพระองค์ทรงค้นพบด้วยตัวเอง ปฏิบัติตามสิ่งที่ค้นพบ จนกระทั่งบรรลุผลอันสูงสุดคือได้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ แล้วทรงมีมหากรุณานำมาเปิดเผย นำมาสั่งสอนทั้งมนุษย์และเทวดา เพราะฉะนั้นเราต้องหวงแหนเอาไว้ รักษาเอาไว้ยิ่งชีวิต อย่าลืมคำขวัญที่เราพูดบ่อยๆ “ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว ให้วางอุเบกขา แต่ถ้าเป็นเรื่องพระศาสนา ต้องเอาอุเบกขาวางไว้ แล้วลุยไปเลย” …

๔๗. เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา Read More »

๔๘. การถือศีล ๘ สำหรับผู้ครองเรือน

การถือศีล ๘ สำหรับผู้ครองเรือน ก็มีวิธีการถือแบบไม่กดดัน และยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีสดชื่นรื่นรมย์ภายในครอบครัวด้วย อย่างไรก็ตาม ความใกล้ชิดของสามีภรรยาเป็นเรื่องปกติที่ยอมรับกันในสากลโลก ดังนั้นแทนที่เราจะถือศีล ๘ รวดเดียว ๑ เดือนบ้าง ๓ เดือนบ้าง ซึ่งอาจจะทำให้เรามีความรู้สึกว่า ตึงเกินไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงกำหนดให้ถือศีล ๘ เป็นช่วงๆ คือ วันธรรมดาเราก็ถือศีล ๕ เป็นปกติ พอถึงวันพระซึ่งใน ๑ เดือนมี ๔ ครั้ง เราก็ถือศีล ๘ แต่ถ้ามีกุศลศรัทธามากกว่านั้นก็ถือวันโกนเพิ่มขึ้นอีก รวมเป็นเดือนละ ๘ ครั้ง หรือถ้าหากมีกุศลศรัทธามากกว่านั้น ก็เพิ่มหลังวันพระอีก ๑ วัน คือ วันโกน วันพระ และวันส่ง รวม ๓ วัน เท่ากับว่าใน ๑ เดือน เราถือศีลอุโบสถ ๑๒ วัน อย่างนี้สำหรับชีวิตของฆราวาสจะไม่ตึงจนเกินไป แล้วจะเป็นการฟื้นฟูวันโกน วันพระ ให้หวนคืนมาใหม่ด้วย …

๔๘. การถือศีล ๘ สำหรับผู้ครองเรือน Read More »

๔๙. พรหมจรรย์ ๑๐ ประการ

“พรหมจรรย์” คือ การครองชีวิตอันประเสริฐ ประพฤติแบบพรหม ไม่ได้มีความหมายเพียงการละเว้นจากเมถุนธรรมอย่างเดียว แต่มีความหมายกว้างถึง ๑๐ อย่างด้วยกัน คือ ๑. การทำทาน ๒. ไวยาวัจจะ ๓. การรักษาศีล ๕ ๔. การแผ่เมตตาเป็นประจำทุกค่ำเช้า ๕. การงดเว้นเมถุนธรรม คือ ไม่ยินดีในกาม ๖. การยินดีเฉพาะในคู่ครองของตนเอง ๗. การเป็นผู้มีความเพียรในการเจริญสมาธิภาวนา ๘. การรักษาศีล ๘ ๙. การบำเพ็ญอริยมรรคมีองค์ ๘ ๑๐. การปฏิบัติอยู่ในไตรสิกขาได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา อธิบายขยายความว่า ๑. การทำทาน คือ การทำบุญด้วยทานวัตถุ เช่น ข้าว น้ำ ผ้า ยานพาหนะ ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นั่ง ที่นอน ที่อยู่อาศัย และประทีปโคมไฟ ๒. …

๔๙. พรหมจรรย์ ๑๐ ประการ Read More »

๕๐. อาชีพที่พระพุทธเจ้าทรงห้าม

เราอย่ายินดีกับรายได้ที่มาจาก การขายสุรา บุหรี่ และสิ่งเสพติดทั้งหลาย ซึ่งถือเป็นมิจฉาอาชีวะ เป็นมลพิษทั้งปัจจุบัน และในสังสารวัฏ เลิกยึดถือทัศนคติที่ว่า จะเป็นแมวขาวแมวดำก็ได้ขอให้จับหนูได้ ซึ่งหมายความว่า จะประกอบอาชีพอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นมิจฉาอาชีวะหรือสัมมาอาชีวะ ขอให้ได้มาซึ่งเม็ดเงินเป็นใช้ได้ ความคิดอย่างนี้ไม่ถูกต้องตามหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้ประกอบสัมมาอาชีวะทางเดียวเท่านั้น ที่จะเป็นทางมาแห่งทรัพย์ให้เรานำมาหล่อเลี้ยงชีวิตครอบครัว และนำมาสร้างบารมีเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ให้ทำอย่างนี้แค่นี้เท่านั้น จึงจะถูกหลักวิชชา ถูกมรรคมีองค์ ๘ คือ มีความเห็นถูก โดยเฉพาะมีความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ถ้าเราไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ไม่เชื่อคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หิริโอตตัปปะก็ไม่เกิดขึ้น เมื่อไม่เกิด ก็มีโอกาสที่จะทำบาปอกุศลได้ เพราะไม่มีความละอายต่อการกระทำบาป และไม่กลัวต่อผลของบาปที่จะเกิดขึ้น แม้พระพุทธเจ้าจะตรัสสอนอย่างไรก็ไม่เชื่อ เมื่อไม่เชื่อ สัมมาทิฏฐิก็ไม่เกิด มรรคอื่นๆ ก็ไม่ตามมา เพราะฉะนั้นต้องเปลี่ยนทัศนคติกันใหม่ว่า เราจะประกอบเฉพาะอาชีพที่เป็นสัมมาอาชีวะเท่านั้น หลายท่านอาจสงสัยว่า ทำไมบางคนที่ประกอบมิจฉาอาชีวะ ค้าขายสุราเมรัย บุหรี่ แต่เขากลับมีความเจริญรุ่งเรืองได้รับการยกย่องในสังคม มีสุขภาพแข็งแรง ดูโหงวเฮ้งดีมีพรรคพวกมาก และยังนำเงินไปบริจาคแบ่งปันให้กับคนอื่นอีก ไม่เห็นบาปกรรมจะส่งผลทันตาเห็นเลย ทั้งๆ ที่เงินได้มาจากความหายนะของเพื่อนมนุษย์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับหลายๆ ครอบครัว เรื่องกฎแห่งกรรมเป็นเรื่องซับซ้อน กรรมบางอย่างให้ผลในปัจจุบันทันตาเห็น แต่บางอย่างก็ให้ผลหลังจากตายแล้ว ซึ่งตาของเรามองไม่เห็น เพราะฉะนั้น …

๕๐. อาชีพที่พระพุทธเจ้าทรงห้าม Read More »