ธรรมะเพื่อประชาชน

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – ผู้นำบุญของโลก

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – ผู้นำบุญของโลก มีวาจาสุภาษิต – ผู้นำบุญของโลก บุคคลควรเปล่งแต่วาจาที่ไพเราะเท่านั้น ไม่ควรเปล่งวาจาที่ไม่ดีเลย การเปล่งวาจาไพเราะ ทำให้ประโยชน์สำเร็จได้ ผู้เปล่งวาจาชั่ว ย่อมได้รับแต่ความเดือดร้อน         ในการเดินทางไกล เราจำเป็นต้องมีเสบียงติดตัวไป เพื่อหล่อเลี้ยงสังขาร ให้ดำรงอยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในโลกนี้ โลกหน้า หรือแม้กระทั่งการเดินทางไปสู่อายตนนิพพาน จำเป็นต้องมีเสบียง คือ บุญ ไว้หล่อเลี้ยงกายและใจ บุญจะช่วยชำระใจของเราให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ และเป็นเครื่องดึงดูดนำความสุขความสำเร็จในชีวิตมาให้ บุญทั้งหลายเกิดจากการบำเพ็ญบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ซึ่งเป็นทางมาแห่งบุญโดยย่อ คือ การทำทาน รักษาศีลและเจริญสมาธิภาวนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ชาดก ว่า “กลฺยาณิเมว มุญฺเจยฺย    น หิ มุญฺเจยฺย ปาปิกํ โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ    มุตฺวา ตปฺปติ ปาปิกํ         บุคคลควรเปล่งแต่วาจาที่ไพเราะเท่านั้น ไม่ควรเปล่งวาจาที่ไม่ดีเลย …

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – ผู้นำบุญของโลก Read More »

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – ราชฑูตรับใช้ตัวเอง

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – ราชฑูตรับใช้ตัวเอง มีวาจาสุภาษิต – ราชฑูตรับใช้ตัวเอง ตัณหาย่อมเจริญแก่สัตว์ผู้ประพฤติประมาท เหมือนเถาย่านทรายเจริญอยู่ในป่าฉะนั้น บุคคลผู้ตกอยู่ในอำนาจของตัณหา ย่อมเร่ร่อนไปในภพน้อยภพใหญ่ เหมือนวานรอยากได้ผลไม้ เร่ร่อนไปในป่าฉะนั้น         พระรัตนตรัยเป็นหลักของชีวิต หลักของจิตใจ เราต้องทำใจของเราให้หยุด นิ่ง สงบ ให้เข้าถึงพระรัตนตรัยที่อยู่ภายในตัวของเราให้ได้ ซึ่งใจที่เหมาะสมที่จะเข้าถึงพระรัตนตรัยนั้น จะต้องเป็นใจที่ปลอดโปร่งว่างเปล่าจากความคิดทั้งมวล เป็นประดุจภาชนะที่ว่างเปล่า และต้องทำใจให้เบิกบาน ให้แช่มชื่น ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ ให้ผ่องใส พร้อมที่จะให้อภัยกับทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่างได้ แม้กระทั่งตัวของเราเอง ให้ใจเราประดุจแหล่งกำเนิดแห่งความปรารถนาดี ที่มีแจกจ่ายอย่างไม่มีวันที่จะสิ้นสุด สภาพใจอย่างนี้ เป็นต้นทางของการเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน มีพระพุทธวจนะที่กล่าวไว้ใน คาถาธรรมบท ว่า “มนุชสฺส ปมตฺตจาริโน        ตณฺหา วฑฺฒติ มาลุวา วิย โส ปริปฺลวติ หุราหุร        ผลมิจฺฉํว วนสฺมึ วานโร …

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – ราชฑูตรับใช้ตัวเอง Read More »

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – พูดดีเป็นศรีแต่ตัว

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – พูดดีเป็นศรีแต่ตัว มีวาจาสุภาษิต – พูดดีเป็นศรีแต่ตัว ผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน ย่อมไม่พูดเหลวไหล เพราะเหตุแห่งคนอื่นหรือแม้แห่งตนเอง ผู้นั้นย่อมเป็นผู้อันมหาชนบูชาแล้วในท่ามกลางชุมชน แม้ภายหลังเขาย่อมไปสู่สุคติ         พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นผู้บริสุทธิ์หลุดพ้นแล้ว จากกิเลสอาสวะ กิจที่จะทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พวกเราควรดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระพุทธองค์ โดยมุ่งทำความบริสุทธิ์ กาย วาจา ใจ เป็นอันดับแรก เรื่องอื่นนั้นให้เป็นเรื่องรองลงมา เพราะเรายังมีกิจที่ต้องทำให้รู้แจ้งให้ได้ว่าเราเกิดมาจากไหน เกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต เพราะฉะนั้นเราจึงควรหมั่นฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้หยุดให้นิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายใน คือ พระธรรมกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย เอกนิบาต ชาดกว่า “ปรสฺส วา อตฺตโน วาปิ เหต        ภาสติ อลิกํ ภูริปญฺโญ      โส ปูชิโต โหติ สภาย มชฺเฌ    …

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – พูดดีเป็นศรีแต่ตัว Read More »

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – วาจาอันเป็นที่รัก

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – วาจาอันเป็นที่รัก มีวาจาสุภาษิต – วาจาอันเป็นที่รัก พึงเปล่งวาจางามเท่านั้น  ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย การเปล่งวาจางามยังประโยชน์ให้สำเร็จ คนเปล่งวาจาชั่วย่อมเดือดร้อน         ธรรมดาของสรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลาย ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อม แม้แต่ชีวิตของเราก็เสื่อมไปตามลำดับ จากวัยทารกไปสู่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยหนุ่มสาว วัยกลางคน วัยแก่ชรา นั่นเป็นความเสื่อมที่เรามองเห็นได้ เราถูกความเสื่อมครอบงำ แล้วนำไปสู่ความตายในที่สุดเหมือนกันหมด เพราะฉะนั้นเราไม่ควรประมาทในการดำเนินชีวิต ควรมองให้เห็นโทษของความเสื่อมนั้น จะได้คลายจากความยึดมั่น ถือมั่นในโลกทั้งปวง แล้วมุ่งแสวงหาหนทางแห่งความหลุดพ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย เอกนิบาต ชาดก ว่า “กลฺยาณิเมว มุญฺเจยฺย        น หิ มุญฺเจยฺย ปาปิก โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ        มุตฺวา ตปฺปติ ปาปิกํ         พึงเปล่งวาจางามเท่านั้น ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย  …

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – วาจาอันเป็นที่รัก Read More »

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – กัลยาณวาทะ

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – กัลยาณวาทะ มีวาจาสุภาษิต – กัลยาณวาทะ บุคคลพึงเปล่งแต่วาจางามเท่านั้น ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย การเปล่งวาจาดีสำเร็จประโยชน์ได้ แต่การเปล่งวาจาชั่วย่อมเดือดร้อน         ทุกครั้งที่เราได้นั่งหลับตาเจริญสมาธิภาวนา นำใจกลับมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อย่างนุ่มนวลเบาสบาย ธาตุธรรม เห็น จำ คิด รู้ ในตัวของเรา จะถูกกลั่นให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์เป็นทางมาแห่งความสุขและความสำเร็จ ซึ่งความสุขที่เกิดจากใจหยุดนิ่งนี้ เป็นสิ่งที่มวลมนุษยชาติต่างปรารถนา เพราะเป็นสุขที่แท้จริง สุขที่อิสระเสรีกว้างขวางไร้ขอบเขต ไม่มีใครสามารถมาพรากเอาความสุขชนิดนี้จากเราไปได้ แล้วยังเป็นรากฐานในการขจัดกิเลสอาสวะ ชำระมลทินของใจให้หมดสิ้นไป เป็นเหตุให้เข้าถึงพระธรรมกาย ได้ที่พึ่งที่ระลึกภายใน มีวาระธรรมภาษิตที่กล่าวไว้ใน สารัมภชาดก ว่า         “บุคคลพึงเปล่งแต่วาจางามเท่านั้น ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย การเปล่งวาจาดีสำเร็จประโยชน์ได้ แต่การเปล่งวาจาชั่วย่อมเดือดร้อน”         คำว่า วาจางาม หรือกัลยาณวาทะ เป็นถ้อยคำที่ยกใจ  ผู้พูดและผู้ฟังให้สูงขึ้น วาจาที่งามนั้น แม้จะกล่าวด้วยถ้อยคำ น้ำเสียง หรือสำนวนภาษาใดก็ตาม …

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – กัลยาณวาทะ Read More »

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – วจีกรรมนำสู่นิพพาน

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – วจีกรรมนำสู่นิพพาน         เราเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส กล่าวสดุดีพระสยัมภู ผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน พระนามว่าปทุมุตตระ เพราะผลของกรรมนั้น เราจึงไม่ไปอบายภูมิถึงแสนกัป         ทุกชีวิตที่เกิดมา ล้วนอยู่บนพื้นฐานของความทุกข์ ตั้งแต่ อยู่ในครรภ์ ตอนเคลื่อนออกมา ทั้งผู้ให้กำเนิดก็มีความทุกข์ ด้วยความเจ็บปวด ต่อมาก็มีการเจ็บไข้ได้ป่วย บางคนมีทุกข์ทั้งทางกายและทางใจ มนุษย์ล้วนหลีกเลี่ยงความทุกข์เหล่านี้ไม่ได้ แต่จะเอาสิ่งอื่นมาช่วยผ่อนคลายบรรเทาให้เบาบางลงเท่านั้น และอ้างตนเองว่า กำลังมีความสุข         อย่างไรก็ตาม ยังมีหนทางที่ช่วยดับทุกข์ได้และให้มีแต่ความสุขล้วนๆ นั่นคือเดินตามหนทางสายกลางภายในนั่นเอง ที่อยู่ ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของมนุษย์ทุกๆ คน เป็นทางเอกสายเดียวที่นำไปสู่อายตนนิพพาน ที่เป็นทางแห่งความสุข โดยนำใจมาฝึกหยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายตรงนี้ให้ได้ตลอดเวลา บุคคลนั้นจะไม่มีความทุกข์ใดๆ มากลํ้ากรายได้เลย มีธรรมภาษิตที่มาใน อภยเถราปทาน ขุททกนิกาย ว่า         “เราเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส กล่าวสดุดีพระสยัมภู ผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน พระนามว่า ปทุมุตตระ …

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – วจีกรรมนำสู่นิพพาน Read More »

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – โคนันทวิสาล

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – โคนันทวิสาล มีวาจาสุภาษิต – โคนันทวิสาล เรากล่าวบุคคลผู้เปล่งวาจาไม่หยาบคาย อันเป็นเหตุให้ผู้อื่นรู้แจ่มแจ้งกันได้ เป็นคำจริง ไม่ทำให้ใครๆ ขัดใจกันนั้น ว่าเป็นพราหมณ์         สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนมีพื้นฐานของชีวิตเหมือนกัน เพราะต่างเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งสิ้น ตั้งแต่วันแรกเกิดจนกระทั่งถึงวันที่หลับตาลาโลก ทุกชีวิตล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน เหมือนกับโลกที่มีความมืดเป็นพื้นฐาน แต่ที่เราเห็นแสงสว่าง ก็เพราะมีแสงอาทิตย์ แสงจันทร์ หรือแสงไฟ จึงทำให้โลกเราสว่างได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเราเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตว่าชีวิตเป็นทุกข์แล้ว เราจะได้เกิดความเบื่อหน่ายในทุกข์ทั้งหลาย และรีบขวนขวายหาทางหลุดพ้นจากทุกข์ การปฏิบัติธรรมเป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับชีวิตของผู้ที่ปรารถนาความหลุดพ้น เพื่อไปให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “อกกฺกสํ วิญฺญาปน        คิรํ สจฺจํ อุทีรเย ยาย นาภิสเช กิญฺจ        ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ         …

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – โคนันทวิสาล Read More »

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – ความสัตย์ขจัดอันตราย

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – ความสัตย์ขจัดอันตราย มีวาจาสุภาษิต – ความสัตย์ขจัดอันตราย คำสัตย์แล เป็นวาจาไม่ตาย นั่นเป็นธรรมเก่า สัตบุรุษทั้งหลายเป็นผู้ตั้งมั่นในความสัตย์ ที่เป็นอรรถเป็นธรรม         พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาแห่งการปฏิบัติ พุทธศาสนิกชนที่ดี จึงควรศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนของพระบรมศาสดาอย่างจริงจัง เพื่อให้เข้าถึงแก่นแท้ของชีวิต บรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ บรรลุมรรคผลนิพพาน  เมื่อเราตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างถูกวิธี ก็จะเห็นผลของการปฏิบัติในปัจจุบัน ไม่ต้องไปรอคอยในภพชาติหน้า หากเราพบอุปสรรคในขณะที่กำลังทำความเพียร หรือสร้างความดี อย่าท้อแท้หรือสิ้นหวัง เพราะอุปสรรคเป็นเพียงเครื่องทดสอบกำลังใจของเราเท่านั้น กำลังใจจะมีไม่สิ้นสุด เมื่อนำใจมาหยุดไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เพราะที่ตรงนี้เป็นต้นแหล่งของพลังแห่งความดี ที่ทำให้ใจของเรามีพลัง ไม่ท้อแท้ท้อถอย ดังนั้นเราต้องน้อมนำใจมาไว้ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา มีพระอรหันตเถระรูปหนึ่ง กล่าวธรรมภาษิตไว้ว่า “สจฺจํ เว อมตา วาจา        เอส ธมฺโม สนนฺตโน สจฺเจ อตฺเถ จ ธมฺเม จ        อาหุ สนฺโต …

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – ความสัตย์ขจัดอันตราย Read More »

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – ผลแห่งอริยวาจา

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – ผลแห่งอริยวาจา มีวาจาสุภาษิต – ผลแห่งอริยวาจา คำสัตย์แล เป็นวาจาไม่ตาย นั่นเป็นธรรมเก่า สัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมตั้งมั่นในคำสัตย์ ที่เป็นอรรถ เป็นธรรม         การจะไปสู่อายตนนิพพานได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่มีบุญมหาศาล รักในการสั่งสมบุญอยู่เป็นนิตย์ พบเห็นสิ่งใดก็ตาม สามารถที่จะเปลี่ยนสิ่งนั้นให้เป็นโอกาสแห่งการสร้างบุญบารมีได้ทุกเมื่อ และให้คิดเสมอว่า จะใช้วันเวลาทุกอนุวินาทีให้มีคุณค่าสูงสุด เพราะรู้ว่าชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลาย เปรียบเสมือนผู้กำลังเดินทางไกล ในทางที่ทุรกันดารเต็มไปด้วยเพลิงกิเลส คือ ราคะ โทสะ โมหะ จำเป็นที่จะต้องมีเสบียง คือ บุญ ติดตัวไปเพื่ออำนวยความสะดวก ในการเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทาง          ดังนั้นนักสร้างบารมีที่ดี ย่อมเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส เปลี่ยนจากบาปมาเป็นบุญเป็นบารมีให้เพิ่มพูนขึ้นไปอีก แม้อยู่ในที่ร้อนก็ไม่ร้อนใจ อยู่ในที่เย็นก็ยิ่งมีความเย็นกายเย็นใจ เย็นด้วยกุศลผลบุญที่สามารถต้านทานความร้อนแรงของกิเลสอาสวะได้ ผู้ที่จะมีใจสงบเยือกเย็นอย่างนี้ ต้องมีใจอยู่ในบุญ ใจใสสะอาดบริสุทธิ์ หยุดนิ่งไปในกลางพระรัตนตรัย ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗  เมื่อทำได้อย่างนี้ ชีวิตจะเหมือนจุดเย็นท่ามกลางเตาหลอม    มีชีวิตที่อยู่เป็นสุขตลอดเวลา มีวาระธรรมภาษิต ที่พระวังคีสเถระกล่าวไว้ว่า …

มงคลที่ ๑๐ มีวาจาสุภาษิต – ผลแห่งอริยวาจา Read More »

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – จนข้ามภพ รวยข้ามชาติ ( ๔ )

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – จนข้ามภพ รวยข้ามชาติ ( ๔ )   ทายกก่อนแต่จะให้ทาน เป็นผู้ดีใจ กำลังให้ทานอยู่ ย่อมยังจิตให้เลื่อมใส ครั้นให้ทานแล้วย่อมปลื้มใจ นี้เป็นยัญสมบัติิ         เราเกิดมาภพหนึ่งชาติหนึ่ง ต้องตั้งใจสั่งสมบุญบารมีให้เต็มเปี่ยม ครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังเป็นพระบรมโพธิสัตว์ กำลังสั่งสมบารมีอยู่นั้น พระองค์มิได้หวาดหวั่นต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม้ต้องสละทรัพย์ อวัยวะ หรือแม้กระทั่งชีวิต พระองค์ไม่ได้หวั่นไหวแต่อย่างใด คิดแต่เพียงว่า เกิดมาภพชาติหนึ่ง ต้องสั่งสมบุญบารมีให้เต็มเปี่ยม เพื่อให้ได้บรรลุเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พวกเราก็เช่นเดียวกัน แม้มีอุปสรรคมาขัดขวางหนทางการสร้างบารมี จงอย่าหวั่นไหว ให้มีใจมุ่งมั่นและก้าวไปสู่จุดหมายปลายทาง เราย่อมจะพบกับความสำเร็จอย่างแน่นอน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทานสูตร ว่า “ปุพฺเพว ทานา สุมโน         ททํ จิตฺตํ ปสาทเย ทตฺวา อตฺตมโน โหติ       …

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – จนข้ามภพ รวยข้ามชาติ ( ๔ ) Read More »

มงคลที่ ๘ มีศิลปะ – แก้ปัญญาหาด้วยปัญญาอันลึกซึ้ง (๑)

มงคลที่ 8 มีศิลปะ – แก้ปัญญาหาด้วยปัญญาอันลึกซึ้ง (๑)   แสงสว่าง ๔ ประการ คือ แสงสว่างแห่งพระจันทร์ แสงสว่างแห่งพระอาทิตย์ แสงสว่างแห่งไฟ และแสงสว่างแห่งปัญญา ในบรรดาแสงสว่างทั้ง ๔ ประการนี้   แสงสว่างแห่งปัญญาเป็นเลิศ         วันเวลาที่ผ่านไปไม่อาจจะเรียกกลับคืนมาได้ เราจะต้องใช้วันเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดในโลกมนุษย์นี้ สร้างบารมีกันอย่างเต็มที่ เพราะว่าเราเหลือเวลาไม่มากแล้ว  ส่วนใหญ่เรามักจะหมดเวลาไปกับเรื่องปลีกย่อย ซึ่งไม่ใช่เรื่องหลักของชีวิต ฉะนั้น เราต้องสงวนเวลา และบริหารเวลาให้เป็นว่า จะเอาเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้สร้างความดีอย่างไร จึงจะได้รับประโยชน์สูงสุดของการได้เกิดมาเป็นมนุษย์  เมื่อเราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี เราก็ต้องสร้างบารมีให้มากๆ ใช้วันเวลาให้คุ้มค่า อย่าให้ความประมาทเกิดขึ้นกับตัวของเรา เพราะเมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิตอาจจะกลับตัวไม่ทัน เนื่องจากหมดโอกาสแล้ว ทันทีที่เปลี่ยนภพเปลี่ยนรูปกายใหม่ก็หมดโอกาสแล้ว โอกาสมีเฉพาะในกายมนุษย์หยาบนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อวันเวลามีแต่คืบหน้าไป เราจึงจำเป็นต้องคิดนำมาใช้สร้างบารมีอย่างแท้จริง ทั้งให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา โดยตั้งใจทำให้ครบถ้วนบริบูรณ์ทั้งสามอย่าง มีวาระพระพุทธภาษิตใน อาภาวรรค ว่า         “จตสฺโส อิมา ภิกฺขเว อาภา …

มงคลที่ ๘ มีศิลปะ – แก้ปัญญาหาด้วยปัญญาอันลึกซึ้ง (๑) Read More »

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – จนข้ามภพ รวยข้ามชาติ ( ๕ )

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – จนข้ามภพ รวยข้ามชาติ ( ๕ )           ขุมทรัพย์คือบุญ ไม่สาธารณะแก่ชนเหล่าอื่น โจรลักไปไม่ได้ บุญนิธิอันใดติดตนไปได้ ปราชญ์พึงทำบุญนิธิอันนั้น บุญนิธินี้ให้สมบัติที่พึงใคร่แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เทวดา และมนุษย์ทั้งหลายปรารถนานักซึ่งอิฐผลใดๆ อิฐผลนั้นๆ ทั้งหมด อันเทวดาและมนุษย์เหล่านั้นย่อมได้ด้วยบุญนิธินี้         พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีอานุภาพไม่มีประมาณ เป็นบุคคลอจินไตยเกินกว่าการนึกคิดคาดเดาของมนุษย์และเทวา กว่าพระองค์จะมีพุทธานุภาพที่ไม่มีใครเทียบได้นี้ ต้องสร้างบารมีมาอย่างน้อย ๒๐ อสงไขย กับอีก ๑๐๐,๐๐๐ มหากัป ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจในการสร้างบารมี ไม่เคยย่อท้อแม้แต่ภพชาติเดียว พระมหากรุณาของพระองค์ในการที่จะช่วยเหลือสรรพสัตว์   ให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานนั้น กว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าจักรวาล เราทั้งหลายจึงควรยึดพระองค์เป็นแบบอย่างในการสร้างบารมี เพื่อไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม และให้หมั่นตรึกระลึกนึกถึงพระพุทธคุณอันไม่มีประมาณ แล้วตั้งใจสร้างบารมีตามอย่างพระองค์ ด้วยการหมั่นฝึกใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน คือ เข้าถึงพระธรรมกายในตัวให้ได้กันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน นิธิกัณฑสูตร ว่า         “ขุมทรัพย์คือบุญ ไม่สาธารณะแก่ชนเหล่าอื่น โจรลักไปไม่ได้ …

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – จนข้ามภพ รวยข้ามชาติ ( ๕ ) Read More »

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – รู้เท่าไม่ถึงการณ์ (๑)

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – รู้เท่าไม่ถึงการณ์ (๑)   บุคคลไม่ควรดูหมิ่นบาปว่า บาปมีประมาณน้อย จักไม่มาถึง หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำที่ตกลงมาทีละหยาดได้ ฉันใด คนพาลเมื่อสั่งสมบาปทีละน้อยๆ ย่อมเต็มด้วยบาปได้ ฉันนั้น         ช่วงเวลาที่สร้างบารมี บางครั้งต้องพบอุปสรรคและความยากลำบากเป็นธรรมดา อุปสรรคที่เกิดขึ้นจะหล่อหลอมให้มีจิตใจเข้มแข็ง และเป็นเครื่องทดสอบกำลังใจว่า มีหัวใจของนักสร้างบารมีเต็มเปี่ยมแค่ไหน เหมือนเรือที่ออกทะเล กว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง ต้องฝ่าคลื่นลูกแล้วลูกเล่า จนสามารถ ไปถึงฝั่งได้สำเร็จ การสร้างบารมีก็เช่นเดียวกัน ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานัปการไปให้ได้ เพื่อไปสู่ฝั่ง คือ ที่สุดแห่งธรรม การปฏิบัติธรรมเป็นประจำสมํ่าเสมอ จะทำให้ใจมีพลัง สามารถเอาชนะอุปสรรคทุกอย่าง และเมื่อใดที่เข้าถึงพระธรรมกายภายในได้ เมื่อนั้นจะมีกำลังใจที่เข้มแข็ง ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคทั้งมวล เพราะอุปสรรคทั้งหลายนั้นไม่อาจสร้างความหวั่นไหวต่อผู้มีใจหยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์แล้ว มีพุทธศาสนสุภาษิตที่พระบรมศาสดาตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า “มาวมญฺเญถ  ปาปสฺส         น  มตฺตํ  อาคมิสฺสติ อุทพินฺทุนิปาเตน         อุทกุมฺโภปิ  …

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – รู้เท่าไม่ถึงการณ์ (๑) Read More »

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – รู้เท่าไม่ถึงการณ์ (๒)

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – รู้เท่าไม่ถึงการณ์ (๒)           คนพาลทำกรรมชั่วที่มีผลเผ็ดร้อน แล้วเดือดร้อนในภายหลัง กรรมนั้นไม่ดี ไม่ควรกระทำ  ส่วนบุคคลใดทำกรรมใดแล้ว มีหัวใจแช่มชื่นเบิกบาน ไม่เดือดร้อนในภายหลัง กรรมนั้น เป็นความดี ควรทำ         กิเลสเป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์ทรมานในสังสารวัฏ คอยบังคับบัญชาทำให้มนุษย์มีจิตใจตกต่ำ เป็นสาเหตุให้โลกเกิดความรุ่มร้อน ฉะนั้นวิธีการคุ้มครองโลกให้ได้รับความร่มเย็น ต้องเริ่มด้วยการคุ้มครองใจของตนเองก่อน โดยกำจัดกิเลส  อาสวะที่หมักดองอยู่ในใจให้หมดสิ้นไป การทำใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย จะทำให้จิตใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์ อาสวกิเลสจะค่อยๆ หลุดร่อนออกจากใจ หากทุกคนในโลกเข้าถึงพระธรรมกาย ใจจะได้รับการคุ้มครองด้วยพระธรรมกาย เมื่อนั้นโลกภายนอก จะได้รับการคุ้มครองตามไปด้วย ภัยทั้งปวงย่อมจะหมดสิ้นไป โลกนี้จะสดใส ถ้ามนุษย์ในโลกเข้าถึงพระธรรมกายกันทุกคน มีอมตวาจาที่เขมเทพบุตรกล่าวไว้ใน เขมสูตร ว่า “ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ          ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ ยสฺส ปติโต  …

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – รู้เท่าไม่ถึงการณ์ (๒) Read More »

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – รู้เท่าไม่ถึงการณ์ (๓)

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – รู้เท่าไม่ถึงการณ์ (๓)           ถ้าสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ไม่ทำกรรมดีหรือกรรมชั่วไว้ สัตว์ที่ไปสู่สุคติและทุคติ หรือเป็นสัตว์ประณีตและเลว ก็จักไม่มีในมนุษยโลกนี้ แต่เพราะสัตว์ทั้งหลายได้ทำกรรมดีและกรรมชั่วไว้ ฉะนั้น จึงไปสู่สุคติบ้าง ทุคติบ้าง เป็นสัตว์เลวบ้าง ประณีตบ้าง         ความเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของมนุษย์ที่นับวันจะย่ำแย่ไปตามกระแสกิเลส ทำให้ชีวิตต้องประสบกับความวุ่นวายอย่างไม่รู้จบสิ้น แต่บัณฑิตผู้มีปัญญาสามารถขจัดปัญหาเหล่านี้ได้ ด้วยการสร้างกระแสใหม่ คือ กระแสแห่งความดี เพื่อเอาชนะปัญหาและอุปสรรคทั้งหลายที่เกิดขึ้น กระแสแห่งความดีจะเกิดขึ้นได้ ต้องเริ่มต้นที่ใจก่อน ด้วยการทำใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย เพื่อทำความบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้น เมื่อใจคุ้นกับความบริสุทธิ์ภายใน คุณภาพของใจจะดีขึ้น ความคิด คำพูดและการกระทำก็จะดีขึ้นตามไปด้วย กระแสแห่งความดีนี้เมื่อขยายไปยังคนรอบข้างและทุกคนในสังคม ในประเทศชาติ กระทั่งครอบคลุมไปทั่วทั้งโลก  เมื่อนั้นโลกย่อมบังเกิดสันติสุขอันไพบูลย์ มีธรรมภาษิตใน อัมพสักขรเปตวัตถุ ว่า “โน เจตฺถ กมฺมานิ กเรยฺยุํ มจฺจา        กลฺยาณปาปานิ มนุสฺสโลเก นาเหสุํ สตฺตา …

มงคลที่ ๖ ตั้งตนชอบ – รู้เท่าไม่ถึงการณ์ (๓) Read More »