ธรรมะเพื่อประชาชน

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – มีไมตรีจิตต่อกัน

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – มีไมตรีจิตต่อกัน           ชนเหล่าใดเป็นมิตรของพวกเพื่อน ในคราวร่วมสุขร่วมทุกข์จนตลอดชีวิต ชนเหล่านั้นเป็นสัตบุรุษ เมื่อระลึกถึงธรรม ของสัตบุรุษอยู่ ย่อมไม่ละทิ้งเพื่อนผู้สิ้นทรัพย์หรือยังไม่สิ้นทรัพย์ไปได้         การเกิดมาในแต่ละภพแต่ละชาติของมนุษย์ทุกๆ คนมีจุดประสงค์อันสูงสุด คือแสวงหาที่พึ่งที่ระลึกอันแท้จริง ที่พึ่งที่แท้จริงนั้นต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นสุขได้ด้วยตัวเองและเป็นตัวตนที่แท้จริง ซึ่งสิ่งที่เราปรารถนานี้ ประชุมรวมอยู่ในธรรมกายทั้งหมด         ธรรมกาย คือ แก่นแท้ของชีวิต ที่มีอยู่ในตัวของทุกๆ คน ท่านสิงสถิตอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นชีวิตในระดับลึกที่ทุกคนมีสิทธิ์จะเข้าถึงได้ หากเราหมั่นทำใจหยุดใจนิ่งที่ศูนย์กลางกาย หยุดได้เมื่อไรก็เข้าถึงได้เมื่อนั้น เป็นอกาลิโก ไม่จำกัดด้วยกาลเวลา มีวาระพระบาลีใน มหาสุวราชชาดก ความว่า “เย เว สขีนํ สขาโร ภวนฺติ        ปาณาจฺจเย สุขทุกฺเขสุ หํส ขีณํ อขีณนฺติ น ตํ ชหนฺติ        …

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – มีไมตรีจิตต่อกัน Read More »

มงคลที่ ๑ ไม่คบคนพาล – ไม่ควรคบคนพาล

มงคลที่ ๑ ไม่คบคนพาล – ไม่ควรคบคนพาล         ความฉิบหายย่อมขยายวงกว้างออกไป เมื่อคบหากับคนพาลมากไป  จงอย่าได้สังคมกับคนพาลเลย เพราะการอยู่ร่วมกับคนพาลมีแต่ทุกข์ร่ำไป  เหมือนการอยู่ร่วมกับศัตรู  นั่นแหละ         ชีวิตบนโลกย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราหนีไม่พ้นความไม่แน่นอน บางครั้งจึงสมหวัง บางครั้งจึงผิดหวัง ซึ่งเป็นธรรมดาของโลกที่เราเรียกว่า “โลกธรรม ๘”  อันเป็นธรรมประจำโลก ยิ่งในสภาวะ ปัจจุบันนี้ สังคมและเศรษฐกิจมีความผันแปรสูง อย่าได้หวั่นไหวกัน ให้ตั้งใจทำความดีต่อไป ถ้าเราประกอบเหตุดี ผลที่ออกมาย่อมจะดีเอง เพราะฉะนั้นให้หมั่นสั่งสมบุญสั่งสมบารมีกันทุกๆ คน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ชาดก ว่า “อนตฺถา ตาต วฑฺฒนฺติ        พาลํ อจฺจูปเสวโต มาสฺสุ พาเลน สงฺคจฺฉิ        อมิตฺเตเนว สพฺพทา         ความฉิบหายย่อมขยายวงกว้างออกไป เมื่อคบหากับคนพาลมากไป จงอย่าได้สังคมกับคนพาลเลย เพราะการอยู่ร่วมกับคนพาลมีแต่ทุกข์ร่ำไป …

มงคลที่ ๑ ไม่คบคนพาล – ไม่ควรคบคนพาล Read More »

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – ต้องถนอมมิตรแท้

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – ต้องถนอมมิตรแท้           มิตรที่ดีงามย่อมให้ของที่ดีงามที่ให้ได้ยาก รับทำกิจที่ทำได้ยาก อดทนต่อถ้อยคำหยาบคายแม้ยากที่จะอดใจไว้ได้ บอกความลับของตนแก่เพื่อน ไม่ละทิ้งในยามวิบัติ เมื่อเพื่อนสิ้นโภคสมบัติก็ไม่ดูหมิ่น ฐานะเหล่านี้มีอยู่ในบุคคลใด บุคคลนั้นเป็นมิตรแท้ ผู้ประสงค์จะคบมิตรสหาย ก็ควรคบกับมิตร   เช่นนั้น         สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนปรารถนาความสุข เกลียดชังความทุกข์ แต่ก็ยากที่จะล่วงพ้นทุกข์ไปได้ ความทุกข์เกิดขึ้นมาพร้อมกับการเกิดของสรรพสัตว์ ตั้งแต่วันแรกเกิดกระทั่งถึงวันที่หลับตาลาโลก ทุกชีวิตล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน ทุกข์มากหรือทุกข์น้อยก็แล้วแต่บุคคล ถ้ามีบุญน้อยก็ทุกข์มาก มีบุญมาก ความทุกข์ก็ลดน้อยลงไป         เพราะฉะนั้น เมื่อเราเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตว่า ชีวิตเป็นทุกข์แล้ว เราจะได้เกิดความเบื่อหน่ายในทุกข์ทั้งหลาย และรีบขวนขวายหาทางหลุดพ้นจากทุกข์ แสวงหาความสุขที่แท้จริง การปฏิบัติธรรมด้วยการทำใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่ง เป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตของผู้ที่ปรารถนาความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน ปฐมสขาสูตร ความว่า         “มิตรที่ดีงามย่อมให้ของที่ดีงามที่ให้ได้ยาก รับทำกิจที่ทำได้ยาก อดทนต่อถ้อยคำหยาบคายแม้ยากที่จะอดใจไว้ได้ บอกความลับของตนแก่เพื่อน ไม่ละทิ้งในยามวิบัติ เมื่อเพื่อนสิ้นโภคสมบัติก็ไม่ดูหมิ่น ฐานะเหล่านี้มีอยู่ในบุคคลใด บุคคลนั้นเป็นมิตรแท้ ผู้ประสงค์จะคบมิตรสหาย …

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – ต้องถนอมมิตรแท้ Read More »

มงคลที่ ๑ ไม่คบคนพาล – อย่าวางใจคนประทุษร้ายมิตร

มงคลที่ ๑ ไม่คบคนพาล – อย่าวางใจคนประทุษร้ายมิตร             ภัย ทุกข์ โรค หัวฝี ลูกศร ความข้อง เปือกตม และการอยู่ในครรภ์ นี้เรียกว่ากามที่ปุถุชนข้องอยู่แล้ว อันกามสุขครอบงำแล้ว ย่อมไปเพื่อเกิดในครรภ์อีก ก็เพราะภิกษุมีความเพียร ยินดีด้วยสัมปชัญญะ ภิกษุเห็นปานนี้นั้น ก้าวล่วงทางหมุนเวียนที่ข้ามได้ยากนี้ได้แล้ว ย่อมพิจารณาเห็นหมู่สัตว์    ผู้เข้าถึงชาติและชรา ดิ้นรนอยู่         วันเวลาที่ผ่านไป ได้บั่นทอนสังขารร่างกายของเรา    ให้เสื่อมตามไปด้วย แม้กระทั่งความแข็งแรง และความกระปรี้กระเปร่า ความสดชื่น ทั้งยังนำความแก่ความชรามาให้แทน สุดท้ายยังนำเราไปสู่จุดเสื่อมสลายคือความตาย กาลเวลาได้กลืนกินชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างเงียบๆ ไม่มีใครต้านทานได้ ไม่มีใครป้องกันได้ ต่างถูกมรณภัยคุกคาม เวลาของชีวิตเราเหลือน้อยเต็มที เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้ไม่นาน ควรรีบสั่งสมบุญ ทำที่พึ่งที่ระลึกให้เกิดขึ้นให้ได้ โดยลงมือปฏิบัติให้  เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในกัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ภยสูตร ว่า         “ภัย ทุกข์ โรค …

มงคลที่ ๑ ไม่คบคนพาล – อย่าวางใจคนประทุษร้ายมิตร Read More »

เวสารัชชธรรม ๔

เวสารัชชธรรม ๔      ธรรมกายเป็นกายตรัสรู้ธรรมที่เป็นเป้าหมายชีวิตของทุกๆคนในโลก การที่จะปฏิบัติให้เข้าถึงธรรมกายได้ ต้องเริ่มจากการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใสอยู่เป็นประจำ เมื่อหยุดนิ่งได้ถูกส่วน ในไม่ช้าก็จะเข้าถึงธรรมกายได้ แล้วชีวิตเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น มีความสุขเพิ่มขึ้น มีความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิต และเรายังสามารถอาศัยธรรมกาย ขจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นจากใจไปสู่อายตนนิพพานได้   มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย อปทาน ว่า      “พระพิชิตมารผู้ถึงที่สุดโลก ทรงทำโลกทั้งหลายให้ยินดีด้วยพระรัศมี พระองค์ยังดอกปทุม คือ เวไนยสัตว์ให้บานด้วยพระดำรัส ทรงสมบูรณ์ด้วยเวสารัชชธรรม ๔ เป็นอุดมบุรุษ ละความกลัวและความยินดีได้เด็ดขาด ทรงถึงธรรมอันเกษม องอาจกล้าหาญ พระผู้เลิศในโลก ทรงปฏิญาณซึ่งฐานะของผู้องอาจและพุทธภูมิทั้งสิ้น ไม่มีใครจะทักท้วงได้ในฐานะไหนๆ เมื่อพระพุทธเจ้าผู้คงที่พระองค์นั้นบันลือสีหนาท ย่อมไม่มีเทวดา มนุษย์ หรือพรหมบันลือสีหนาทตอบได้ พระพุทธเจ้าผู้แกล้วกล้าในบริษัท ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ ช่วยมนุษย์พร้อมทั้งเทวดาให้ข้ามวัฏสงสาร”      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ทรงเป็นผู้เลิศกว่าใครๆในภพทั้งสาม ในวันนี้หลวงพ่อจะอธิบายคุณธรรมที่สำคัญประการหนึ่ง ที่เรียกว่า เวสารัชชธรรม ซึ่งเป็นคุณธรรมเฉพาะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น เพราะเหตุที่พระบรมศาสดาทรงสมบูรณ์ด้วยเวสารัชชธรรม ๔ ประการ พระองค์จึงเป็นผู้องอาจ ไม่ครั่นคร้าม มีความแกล้วกล้า อาจหาญในท่ามกลางพุทธบริษัท …

เวสารัชชธรรม ๔ Read More »

นักสร้างบารมีพันธุ์อาชาไนย

นักสร้างบารมีพันธุ์อาชาไนย      พระบรมโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลาย ได้สร้างบารมีอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ไม่เคยย่อท้อเลย ตลอดเวลาสี่อสงไขยกับอีกแสนมหากัป ที่ท่านได้ฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อจะยกตนและสรรพสัตว์ ให้ข้ามพ้นจากห้วงทุกข์แห่งสังสารวัฏ แล้วในที่สุดท่านก็สมหวัง ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่พึ่งของมนุษย์และเทวาทั้งหลาย        พวกเราทั้งหลายขณะนี้ กำลังอยู่ระหว่างการสร้างบารมี ยังต้องพบกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย แต่นั่นเป็นเพียงเครื่องทดสอบกำลังใจของนักสร้างบารมี ที่จะแปรเปลี่ยนเป็นบุญบารมีแก่เรา      การเจริญสมาธิภาวนาหมั่นทำใจให้ใสๆ อยู่เสมอ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยประคับประคอง ให้เส้นทางแห่งการสร้างบารมีของเราไปได้ตลอดรอดฝั่ง ทำให้ชีวิตปลอดภัยและมีชัยชนะไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “ทุลฺลโภ ปุริสาชญฺโญ    น โส สพฺพตฺถ ชายติ  ยตฺถ โส ชายตี ธีโร     ตํ กุลํ สุขเมธติ            บุรุษอาชาไนยหาได้ยากในโลก เพราะว่า บุรุษอาชาไนยนั้น ย่อมไม่เกิดในสถานที่ทั่วไป บุรุษอาชาไนยนั้น เป็นนักปราชญ์ หากเกิดในตระกูลใด ตระกูลนั้น ย่อมถึงความสุข”      …

นักสร้างบารมีพันธุ์อาชาไนย Read More »

คนดีที่โลกต้องการ

คนดีที่โลกต้องการ      การเจริญสมาธิภาวนาเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะนำใจเราให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง และเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ซึ่งเป็นสรณะอันเกษม วันเวลาที่มีอยู่มีความสำคัญยิ่งต่อชีวิตของเรา เราจึงควรใช้เวลาของชีวิตให้มีคุณค่าสูงสุด ด้วยการเจริญภาวนาทุกๆ วัน ชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส เหมาะสมที่จะเป็นภาชนะรองรับพระรัตนตรัย และบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ เพื่อให้ชีวิตของเราประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป      มนุษย์ทุกคนในโลกต่างปรารถนาจะเป็นคนดี และอยากอยู่ใกล้คนดี พ่อแม่อยากให้ลูกที่เป็นคนดี เป็นอภิชาตบุตร ครูอาจารย์อยากมีลูกศิษย์ดี หัวหน้าอยากได้ลูกน้องดี ลูกน้องก็อยากได้หัวหน้าที่ดี ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ประชาชนก็อยากจะได้คนดีเข้ามาบริหารประเทศ พยายามเรียกร้อง แสวงหาคนดีที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสม เช่น ต้องมีภูมิปัญญา ปฏิภาณไหวพริบดี มีความซื่อสัตย์ สุจริต เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม โดยหวังว่าบุคคลนั้นๆ จะเป็นคนดีในอุดมคติ ที่สามารถนำพาประเทศชาติให้พ้นภาวะวิกฤติไปได้ ต่างก็ปรารถนากันอย่างนี้ * พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขตสูตร ว่า      “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ เป็นบัณฑิต ฉลาด เป็นสัตบุรุษ …

คนดีที่โลกต้องการ Read More »

ผลแห่งการชวนคนมารู้จักพระรัตนตรัย

ผลแห่งการชวนคนมารู้จักพระรัตนตรัย      การสร้างบารมีเป็นงานอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ และของพวกเราทุกๆ คน ที่จะต้องทำกันไป จนกว่าจะบรรลุจุดหมายปลายทาง คือที่สุดแห่งธรรม ในระหว่างทางอาจจะมีปัญหาอุปสรรคต่างๆ เกิดขึ้นบ้าง แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์กำลังใจ บางปัญหาเราแก้ไขได้ บางปัญหาก็รอคอยการแก้ไข ปัญหาทุกๆ ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม ถ้าใจสงบก็จะพบทางออก เพราะใจที่สงบจะเกิดปัญญารู้แจ้ง เป็นปัญญาความรอบรู้อันบริสุทธิ์ที่จะทำให้ตัวเรา และสรรพสัตว์ทั้งหลาย หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ไปสู่อายตนนิพพาน การหมั่นฝึกฝนใจให้สงบหยุดนิ่งอยู่ภายใน จะทำให้เราเกิดปัญญาที่จะพิชิตปัญหา เราจะเข้าใจและรู้ไปถึงต้นแหล่งที่มาของปัญหา พร้อมกับรู้วิธีการที่จะแก้ไข ดังนั้นการเจริญภาวนาจึงเป็นกรณียกิจสำคัญที่เราจะขาดไม่ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “ปุญฺญญฺเจ ปุริโส กริยา     กยิราเถนํ ปุนปฺปุนํ       ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ         สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย      หากว่าบุคคลจะพึงทำบุญไซร้ ควรทำบุญนั้นบ่อยๆ ควรทำความพอใจในบุญนั้น เพราะการสั่งสมบุญนำสุขมาให้”      คำสอนในพระพุทธศาสนาเป็นนิยยานิกธรรม สามารถนำพาผู้ปฏิบัติให้หลุดพ้นจากความทุกข์ …

ผลแห่งการชวนคนมารู้จักพระรัตนตรัย Read More »

พระอริยเจ้า

พระอริยเจ้า       การดำเนินชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยในสังสารวัฏ จะต้องรู้เท่าทันอาสวกิเลส รู้ว่าสิ่งใดเป็นบุญสิ่งใดเป็นบาปอกุศล แล้วดำรงตนให้อยู่ในเส้นทางแห่งบุญ เส้นทางแห่งความดี ความไม่รู้เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อชีวิต เพราะถ้าไม่รู้สิ่งเหล่านี้แล้ว จะทำให้พลาดพลั้งไปทำบาปอกุศล ทำให้ชีวิตมัวหมอง เมื่อไม่รู้ก็ต้องแสวงหาผู้รู้  เข้าไปสอบถามในสิ่งที่สงสัย และที่สำคัญ คือต้องหมั่นเข้าไปหาผู้รู้ภายในคือพระธรรมกายด้วยวิธีการหยุดใจที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เพื่อแสวงหาความรู้แจ้งที่เกิดจากปัญญาอันบริสุทธิ์ แล้วเราจะเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายใน และจะได้รับคำตอบที่ถูกต้องสมบูรณ์ ปัญหาต่างๆ ที่สงสัยก็จะหมดไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน โมหสูตร ว่า “นตฺถญฺโญ เอกธมฺโมปิ    เยเนวํ นิวุตา ปชา    สํสรนฺติ อโหรตฺตํ         ยถา โมเหน อาวุฏา           เย จ โมหํ ปหนฺตฺวาน    ตโมกฺขนฺธํ ปทาลยุํ       น เต ปุน สํสรนฺติ       …

พระอริยเจ้า Read More »

พระอรหันต์มีจริง

พระอรหันต์มีจริง      มนุษย์ทุกชาติทุกศาสนา ล้วนปรารถนาให้โลกมีสันติสุขที่แท้จริง แต่ไม่มีใครรู้ว่าจะทำอย่างไร จนกระทั่งพระพุทธองค์ได้ทรงค้นพบว่า วิธีการที่จะทำให้โลกเกิดสันติสุขที่แท้จริงนั้น จะต้องให้ทุกคนในโลกเข้าถึงสันติสุขภายในก่อน คือเข้าถึงพระธรรมกายที่มีอยู่แล้วในตัวของทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนภาษาใด จะมีความเชื่ออย่างไร ล้วนมีธรรมกายอยู่ในตัวทั้งสิ้น ธรรมกายเป็นแหล่งกำเนิดของความสุข เป็นแหล่งของสติ แหล่งของปัญญา เมื่อเข้าถึงแล้ว มนุษย์จะมีความคิด คำพูด และการกระทำที่ดี จะมีความเมตตา กรุณา รู้จักแบ่งปัน และให้อภัยกัน หากเป็นเช่นนี้สันติสุขที่แท้จริง ย่อมบังเกิดขึ้นในโลกอย่างแน่นอน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน รัตนสูตร ว่า      “พระอริยบุคคลเหล่าใด ในศาสนาของพระพุทธเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว มีใจมั่นคง ไม่หวั่นไหว ปราศจากความอาลัยทั้งปวง พระอริยบุคคลเหล่านั้น บรรลุพระอรหันต์แล้ว เข้าถึงพระนิพพาน เสวยสุขอยู่ รัตนะนี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระอริยสงฆ์ ด้วยสัจจะวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทั้งหลาย”      พระอรหันต์ คือพระอริยบุคคลผู้มีใจหยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัตตลอดเวลา ใจของท่านมั่นคง มุ่งตรงต่อพระนิพพานอย่างเดียว จึงเป็นผู้ไม่หวั่นไหวในโลกธรรมทั้งปวง และห่างไกลจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย ทั้งสังโยชน์เบื้องต่ำเบื้องสูง อวิชชา ตัณหา อุปาทาน …

พระอรหันต์มีจริง Read More »

ความวิเศษสุดของพระพุทธศาสนา

ความวิเศษสุดของพระพุทธศาสนา      ทุกวันนี้มนุษย์ตกเป็นบ่าวเป็นทาสของกิเลสอาสวะ คือ โลภะ โทสะ โมหะ ทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ ตาย และมีการสูญเสียเกิดขึ้นมากมาย แม้กระทั่งภัยสงครามที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ล้วนเกิดมาจากกิเลส ๓ ตระกูลใหญ่ คือ โลภะ โทสะ โมหะ ที่เข้าไปบังคับบัญชา ในจิตใจของมนุษย์ บังคับให้คิดให้พูดให้ทำลายล้างกันเอง มวลมนุษยชาติซึ่งเป็นเครือญาติกันจึงหํ้าหั่นกันเอง รบราฆ่าฟันกันเอง ไม่ได้รบกับศัตรูที่แท้จริง แต่ผู้รู้ ผู้มีธรรมจักษุ มีทัสสนะ ท่านรู้ว่าศัตรูที่แท้จริงนั้นไม่ใช่มนุษย์ แต่คือพญามาร ซึ่งเป็นศัตรูที่ร้ายกาจ เป็นคู่ต่อสู้ที่อันตรายที่สุด จะเอาชนะได้ต้องอาศัยใจหยุดใจนิ่งอย่างเดียว ใจหยุดจึงจะหลุดพ้นจากอาสวกิเลส และจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร * มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน อปริหานิสูตร ว่า “สีเล ปติฏฺฐิโต ภิกฺขุ     อินฺทฺริเยสุ จ สํวุโต โภชนมฺหิ จ มตฺตญฺญู    ชาคริยํ อนุยุญฺชติ เอวํ วิหรมาตาปี …

ความวิเศษสุดของพระพุทธศาสนา Read More »

อาทิตตปริยายสูตร

อาทิตตปริยายสูตร      สรรพสัตว์และสรรพสิ่ง ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไป ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ ล้วนตกอยู่ในสภาพนี้ทั้งนั้น คือ มีความไม่เที่ยง แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมทุกอนุวินาที มนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องตาย แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นเลิศกว่าใครในภพสาม ก็ยังต้องทอดทิ้งพระวรกายของพระองค์ไว้ในโลก แล้วดับขันธปรินิพพานไป        ดังนั้นเราต้องหมั่นนึกคิดถึงความตายอย่างนี้อยู่เสมอ จะได้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต แล้วเร่งขวนขวาย สร้างความดีในทุกรูปแบบ สิ่งใดที่ไม่เป็นสาระ จะได้ปลดปล่อยวาง ให้ใจหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นในคน สัตว์ สิ่งของ ที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา มุ่งแสวงหาสิ่งที่เป็นนิจจัง สุขัง อัตตา คือพระรัตนตรัยภายในตัวของเรานั่นเอง ให้พิจารณาปล่อยวางอย่างหนึ่ง เพื่อมุ่งเข้าหาอีกอย่างหนึ่ง ที่เป็นสาระแก่นสารที่แท้จริงของชีวิต มีวาระพระบาลีที่กล่าวไว้ใน อาทิตตปริยายสูตร ว่า      “สพฺพํ ภิกฺขเว อาทิตฺตํ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน  กิญฺจิ ภิกฺขเว สพฺพํ อาทิตฺตํ ภิกษุทั้งหลาย สิ่งอะไรเล่าเป็นของร้อน …

อาทิตตปริยายสูตร Read More »

พระอรหันต์รู้ได้ยาก

พระอรหันต์รู้ได้ยาก      ร่างกายของมนุษย์เป็นอุปกรณ์สำคัญ ที่สามารถสร้างความดีได้อย่างเต็มที่ และเป็นฐานสำหรับรองรับคุณธรรมความดีทั้งหลาย เป็นที่ฝึกฝนอบรมจิตใจ ให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ จนสามารถเข้าถึงพระธรรมกาย และสามารถกำจัดกิเลสอาสวะที่หมักดองอยู่ในจิตใจให้หมดสิ้นไปได้ การที่จะเข้าถึงธรรมอันประเสริฐ คือพระธรรมกายที่มีอยู่ภายในตัวของเราได้นั้น ต้องรู้จักปลดปล่อยวางภารกิจเครื่องกังวลใจ โดยการหยุดใจไว้ ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งถาวรของใจ ให้หมั่นประกอบความเพียรไม่เกียจคร้าน และประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างสมํ่าเสมอ ไม่ช้าจะสามารถทำใจหยุด ใจนิ่งได้ แล้วความสุขอันเกิดจาก ใจหยุด ใจนิ่ง จะพรั่งพรูออกมาเป็นรางวัล สำหรับผู้มีความเพียร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน รัตนสูตร ว่า “เย สุปฺปยุตฺตา มนสา ทฬฺเหน     นิกฺกามิโน โคตมสาสนมฺหิ เต ปตฺติปตฺตา อมตํ วิคยฺห     ลทฺธา มุธา นิพฺพุตึ ภุญฺชมานา      พระอริยบุคคลเหล่าใด ในศาสนาของพระโคดม เป็นผู้ประกอบดีแล้ว ด้วยกิริยาทางกายและวาจาอันบริสุทธิ์ มีใจมั่นคง เป็นผู้ไม่มีความห่วงใยในกายและชีวิต พระอริยบุคคลเหล่านั้น บรรลุอรหัตผลที่ควรบรรลุ หยั่งลงสู่อมตนิพพาน …

พระอรหันต์รู้ได้ยาก Read More »

กุศโลบายในการเข้าถึงพระรัตนตรัย

กุสโลบายในการเข้าถึงพระรัตนตรัย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัต ทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้บริสุทธิ์หลุดพ้นแล้วจากอาสวกิเลส กิจที่จะทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ในฐานะที่พวกเราเป็นสาวกของพระพุทธองค์ จะต้องดำเนินรอยตามพระองค์ ด้วยการใช้วันเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดนี้ สร้างบารมีทำความดีความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ให้เกิดขึ้น เพราะเรายังมีกิจที่จะต้องทำให้รู้แจ้งให้ได้ว่า เราเกิดมาจากไหน มาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต และจะไปสู่เป้าหมายนั้นได้อย่างไร ดังนั้น เราจึงควรหมั่นฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้หยุดให้นิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายในคือพระธรรมกายให้ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มหาปรินิพพานสูตร ว่า “ดูก่อนอานนท์ สังเวชนียสถาน ๔ แห่งเหล่านี้ เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา คือ ๑.สถานที่พระตถาคตประสูติ ๒.สถานที่ตรัสรู้ของพระตถาคตเจ้า ๓.สถานที่ยังธรรมจักรอันยิ่งยวดให้เป็นไป และ ๔.สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ดูก่อนอานนท์ สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง เหล่านั้นแล เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา” เป็นที่ทราบกันดีว่า ไม่ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงมีพระชนม์ชีพอยู่หรือดับขันธปรินิพพานแล้วก็ตาม หากบุคคลมีจิตเลื่อมใสเสมอเหมือนกับที่พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ผลนั้นไม่แตกต่างกัน เพราะพระพุทธเจ้าทรงมีอานุภาพอันไม่มีประมาณ ดังนั้น ก่อนจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระพุทธองค์จึงตรัสบอกถึงสถานที่ที่ควรเคารพบูชา และเป็นทางมาแห่งมหากุศล ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีปรากฏอยู่ที่ประเทศอินเดียและเนปาลเป็นต้น สาธุชนจากต่างประเทศทั่วโลก ผู้เลื่อมใสในพระพุทธองค์ …

กุศโลบายในการเข้าถึงพระรัตนตรัย Read More »

เบื้องต้นเบื้องปลายไม่ปรากฏ

เบื้องต้นเบื้องปลายไม่ปรากฏ      ความใสบริสุทธิ์ของใจนำมาซึ่งความสุขอย่างแท้จริง จิตใจของเราจำเป็นต้องชำระล้างให้สะอาดบริสุทธิ์ด้วยการเจริญสมาธิภาวนาอยู่เสมอ เราจะได้ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข แม้โลกนี้จะร้อนรุ่มไปด้วยไฟกิเลสที่คุกรุ่นอยู่ในใจของมนุษย์ แต่ถ้าหากเรารู้จักฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง หมั่นขัดเกลาจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใสอยู่เสมอ เราก็จะเป็นผู้มีความสุขท่ามกลางหมู่ชนผู้มีความทุกข์ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงสั่งสอนให้พุทธบริษัท เจริญภาวนาอยู่ในหนทางสายกลาง ให้เราเห็นความสำคัญของการฝึกฝนใจว่า ใจที่ผ่องใสย่อมเป็นเหตุนำสุขมาให้ เป็นทางมาแห่งมหากุศล เป็นเครื่องนำสัตว์โลกทั้งหลายไปสู่สุคติโลกสวรรค์ และนำทุกชีวิตไปสู่เป้าหมายอันสูงสุด คือการบรรลุมรรคผลนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ติณกัฏฐสูตร อนมตัคคสังยุต ว่า      “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังสารวัฏนี้ กำหนดที่สุด เบื้องต้น เบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ เหมือนอย่างว่า บุรุษตัดทอนหญ้า ไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ ในชมพูทวีปนี้ แล้วจึงรวมกันไว้ ครั้นแล้วพึงกระทำให้เป็นมัดๆ ละ ๔ นิ้ววางไว้ แล้วสมมติว่า บุคคลนี้เป็นมารดาของเรา บุคคลนี้เป็นมารดาของมารดาของเราโดยลำดับ มารดาของมารดาของบุรุษนั้น  ไม่พึงสิ้นสุด ส่วนว่า หญ้า ไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ในชมพูทวีปนี้พึงถึงการสิ้นไป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุด …

เบื้องต้นเบื้องปลายไม่ปรากฏ Read More »