ธรรมะเพื่อประชาชน

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๔)

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๔) ความงามยามราตรีอยู่ที่รัศมีแห่งแสงจันทร์ ความงามของดวงตะวันอยู่ที่การทอแสงให้กับสรรพสัตว์และสรรพสิ่ง ทั้งหลาย ความงามของมนุษย์ทั้งหญิงและชายอยู่ที่การฝึกฝนอบรมตนให้เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา เป็นผู้มีใจผ่องแผ้ว ประกอบด้วยมหากรุณาเหมือนทะเล และท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ไพศาล การหมั่นฝึกฝนอบรมใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์เสมอ จะทำให้ใจของเราเกลี้ยงเกลาจากมลทิน คือ กิเลสที่มาห่อหุ้มดวงจิต เมื่อไม่มีมลทินของใจ ความสว่างไสวก็จะเข้ามาแทนที่ ความรักและความปรารถนาดี ที่เกิดจากใจหยุดนิ่งย่อมจะบังเกิดขึ้นมา เพราะฉะนั้นควรให้โอกาสอันสำคัญนี้กับตัวเอง ด้วยการหมั่นเจริญสมาธิภาวนาทุกๆ วัน มีวาระพระบาลีใน เนมิราชชาดก ว่า ” เย อทุติยา น รมนฺติ เอกิกา วิเวกชํ เย น ลภนฺติ ปีตึ กิญฺจาปิ เต อินฺทสมานโภคา เต เว ปราธีนสุขา วรากา ชนเหล่าใดไม่มีเพื่อนสอง อยู่คนเดียว ย่อมไม่รื่นรมย์ ย่อมไม่ได้ปีติเกิดแต่วิเวก ชนเหล่านั้นถึงจะมีโภคสมบัติเสมอด้วยพระอินทร์ ก็ชื่อว่าเป็นคนเข็ญใจ เพราะได้ความสุขที่ต้องอาศัยผู้อื่น ” ความสุขในโลกนี้มีหลายอย่าง ตั้งแต่มีทรัพย์แล้วได้ใช้จ่ายทรัพย์ มีบ้าน …

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๔) Read More »

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๕)

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๕) รสแห่งธรรมเลิศกว่ารสทั้งปวง ความสุขที่เกิดจากการเข้าถึงธรรมอันบริสุทธิ์ภายใน ประเสริฐกว่าความสุขอื่น เมื่อเราเข้าถึงธรรมภายใน ซึ่งเป็นแก่นแท้ของชีวิตได้ ชีวิตเราจะเป็นชีวิตที่สมบูรณ์และได้รับอานิสงส์อันไม่มีประมาณ มหากุศลจะบังเกิดขึ้นทุกๆ ขั้นตอนที่เราสร้างบารมี เพราะใจเราหยั่งลงสู่กุศลธรรม หยั่งลงสู่กายธรรมภายในซึ่งเป็นต้นแหล่งแห่งความสุข ความบริสุทธิ์และความสำเร็จทั้งปวง ดังนั้นการได้เข้าถึงธรรมกายภายใน จะทำให้ชีวิตของเราก้าวไปสู่ความสมบูรณ์ในทุกด้าน เราจึงควรหมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงธรรมกายอันเป็นที่พึ่งที่ระลึกภายในที่แท้จริง มีวาระพระบาลีใน เนมิราชชาดก ว่า “ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้เป็นใหญ่ในทิศทั้งหลาย ขอเชิญเสด็จมาขึ้นราชรถคันนี้ เทพเจ้าชาวดาวดึงส์พร้อมด้วยพระอินทร์ ใคร่จะเห็นพระองค์ เทพเจ้าเหล่านั้นระลึกถึงพระองค์ ประชุมกันรออยู่ที่สุธรรมาเทวสภา” คนมีบุญมากจะอยู่ในสายตาของสวรรค์ เขาจะมองดูเราด้วยจิตที่เลื่อมใส คอยอนุโมทนาสาธุการในบุญใหญ่แต่ละอย่างที่เรากำลังทำก็ดี หรือทำไปแล้วก็ดี ชาวสวรรค์เขาจะคอยตามดูแลรักษา และเฝ้าอนุโมทนาบุญกับผู้มีบุญ ดังเช่นพระเจ้าเนมิราชผู้สั่งสมบุญจนโด่งดังไปถึงสวรรค์ เทวดาต่างโจษขานในความดีของท่าน ถึงขนาดอยากพบตัวจริง ชนิดที่ต้องส่งราชรถลงมารับไปสวรรค์ด้วยกายเนื้อทีเดียว * ตอนที่แล้ว หลวงพ่อได้กล่าวถึงท้าวสักกเทวราชที่ทรงพรรณนาถึงการประพฤติพรหมจรรย์ ซึ่งมีตั้งแต่รักษาศีลและเจริญสมาธิภาวนาว่า เป็นคุณที่ประเสริฐกว่าการบริจาคทาน แต่ต้องทำควบคู่กันไปทั้งสองอย่าง เพราะเป็นสิ่งที่เกื้อกูลกัน จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ เมื่อตรัสจบแล้ว ท้าวสักกะเสด็จกลับสู่เทวโลก ขณะนั้น หมู่เทพยดาซึ่งกำลังประชุมกันอยู่ที่สุธรรมาเทวสภา และรอคอยการมาของท้าวสักกเทวราช ครั้นเห็นพระองค์ปรากฏขึ้นในท่ามกลางมหาเทวสมาคม ต่างทูลถามด้วยความสงสัยว่า “ข้าแต่เทวราช พระองค์ไม่ปรากฏอยู่ครู่หนึ่ง ได้เสด็จไปที่ไหนหนอ” …

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๕) Read More »

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๖)

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๖) การประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยการหมั่นทำใจหยุดใจนิ่งนี้ จะนำความสุข และความบริสุทธิ์ให้บังเกิดขึ้นในชีวิต อีกทั้งจะเป็นบาทเบื้องต้นแห่งความสำเร็จทั้งหลายทั้งปวง ใจที่หยุดนิ่งดีแล้วจะเป็นแหล่งรวมแห่งความสุข สุขที่ละเอียดประณีตเพิ่มขึ้นไปตามลำดับ ตั้งแต่สุขที่เกิดจากใจโล่งโปร่งเบาสบาย สุขเมื่อเข้าถึงแสงสว่าง เข้าถึงดวงปฐมมรรค จนถึงสุขที่เกิดจากการเข้าถึงกายในกาย กระทั่งเข้าถึงพระธรรมกายไปตามผังชีวิตของมนุษย์ทุกๆ คน ซึ่งการที่จะเข้าถึงความสุขนี้ได้ เราต้องหยุดใจให้ได้อย่างเดียวเท่านั้น มีวาระพระบาลีใน เนมิราชชาดก ว่า ” เย  ทุพฺพเล  พลวนฺโต  ชีวโลเก หึเสนฺติ  โรเสนฺติ  สุปาปธมฺมา เต  ลุทฺทกมฺมา  ปสเวตฺว  ปาปํ เตเม  ชนา  เวตรณึ  ปตนฺติ ชนเหล่าใด เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก เป็นผู้มีกำลังวังชา มีกรรมอันเป็นบาป ย่อมเบียดเบียนด่าว่าผู้อื่นซึ่งหากำลังมิได้ ชนเหล่านั้นมีกรรมหยาบช้า กระทำบาปกรรม จึงตกลงสู่เวตรณีนรก ” การที่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ต้องเวียนว่ายตายเกิดกันมา นับภพนับชาติไม่ถ้วนนี้ ล้วนเกิดจากกลไกของกิเลสกรรม และวิบากซึ่งเป็นผลที่สืบเนื่องมาจากอวิชชาที่บดบังธาตุธรรม เห็น จำ คิด รู้ ของเราไว้ …

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๖) Read More »

ศาสดาเอกของโลก (๕) – พุทธประวัติ

ศาสดาเอกของโลก (๕) พุทธประวัติ การเจริญสมาธิภาวนา เป็นทางลัดที่สุดที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์ กาย วาจา   ใจ ถ้ามีความบริสุทธิ์มาก บุญกุศลย่อมเกิดขึ้นมาก ถ้ามีความบริสุทธิ์น้อย บุญกุศลก็ลดหย่อนลงไป ความบริสุทธิ์เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข เป็นสิ่งที่สั่งสมได้ ถ้าเราเจริญภาวนาทุกๆ วัน ยิ่งเป็นการเพิ่มเติมความบริสุทธิ์ ซึ่งจะทำให้เราเข้าถึงความสุขที่แท้จริง อันเป็นสิ่งที่ทุกชีวิตล้วนปรารถนา ดังเช่นพระบรมศาสดาของเรา ที่ดำรงตนเป็นแบบอย่างให้กับชาวโลกมานานนับหลายพันปี  ดังนั้น เราจึงควรหมั่นเจริญภาวนา เพื่อให้ชีวิตของเราเข้าถึงความสุขและความบริสุทธิ์ที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเปล่งพุทธอุทานว่า “ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺมํ เมื่อใดแล ธรรมทั้งหลาย ปรากฏแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่  เมื่อนั้นความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์นั้น ย่อมดับหายไป เพราะมารู้ชัดธรรมพร้อมทั้งเหตุ” พระพุทธองค์ทรงเปล่งวาจาอันเป็นสิริมงคลนี้ ในวันขึ้น ๑๕ คํ่าเดือน ๖ ตรงกับวันวิสาขบูชา ครั้งที่นั่งขัดสมาธิคู้บัลลังก์ใต้ควงไม้พระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งในปฐมยามพระองค์ได้เข้าถึงพระธรรมกายโสดาบัน …

ศาสดาเอกของโลก (๕) – พุทธประวัติ Read More »

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๑)

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๑) เวลาเป็นสิ่งเดียวที่ทุกคนมีเสมอกัน ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แล้วแต่ใครจะใช้เวลาที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์และมีคุณค่าได้มากกว่ากัน คำว่า “ไม่มีเวลา” ไม่มีในโลก ขึ้นอยู่กับเรา จะให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากกว่ากัน เรามักเอาเวลาไปเพลินกับสิ่งไร้สาระ และเอาความเกียจคร้านมาเป็นข้ออ้างว่า ไม่มีเวลา หากเราจัดสรรเวลาให้เป็น เราจะมีเวลาเหลือเฟือเพื่อทำสิ่งที่ดี ชีวิตเป็นของน้อยนิดไม่ยืนยาว จงใช้เวลาให้มีคุณค่า ด้วยการทำใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ไม่ควรดูเบากับเวลาที่ผ่านไป เมื่อมีโอกาสทำความดีพึงรีบทำ อย่ามัวรีรอ อย่ามีข้อแม้ เรามีเวลาในโลกอย่างจำกัด จงรีบเร่งทำความเพียรแต่วันนี้ เพราะพรุ่งนี้อาจไม่มีสำหรับเรา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อขันติสูตร ว่า ” ปญฺจิเม ภิกฺขเว อานิสํสา ขนฺติยา กตเม ปญฺจ พหุโน ชนสฺส ปิโย โหติ มนาโป น เวรพหุโล โหติ น วชฺชพหุโล อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ …

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๑) Read More »

ศาสดาเอกของโลก (๖) – พุทธประวัติ

ศาสดาเอกของโลก (๖) พุทธประวัติ พระรัตนตรัย เป็นสรณะ อันเกษมสูงสุดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย มีอานุภาพเป็นอจินไตย ยิ่งใหญ่กว่าผู้มีรู้มีญาณจะคาดคะเนได้ ผู้เข้าถึงพระรัตนตรัย เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับท่าน จะเกิดความซาบซึ้งในพระคุณอันไม่มีประมาณนั้น  เมื่อมีทุกข์ท่านก็จะช่วยขจัดปัดเป่าให้พ้นทุกข์ มีสุขแล้วก็ทำให้พบความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป ชีวิตของเราจะได้รับการคุ้มครอง ทำให้ปลอดจากภยันตรายทั้งปวง ผู้รู้ทั้งหลายจึงยึดพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ที่พึ่งที่ระลึกสำหรับการดำเนินชีวิต การทำสมาธิภาวนา ฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งเป็นทางลัดที่สุด ที่จะทำให้เราเข้าไปพบกับพระรัตนตรัยภายใน พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ใน สมยสูตร ว่า “เยเกจิ พุทฺธํ สรณํ คตา เส น เต คมิสฺสนฺติ อปายภูมึ ปหาย มานุสํ เทหํ เทวกายํ ปริปูเรสฺสนฺติ ชนเหล่าใด ถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด ชนเหล่านั้น ละโลกนี้ไปแล้ว จักไม่ไปสู่อบายภูมิ  เมื่อละกายมนุษย์นี้แล้ว จักยังหมู่เทวดาให้บริบูรณ์” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นบุคคลผู้เลิศทั้งพระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณและพระมหากรุณาธิคุณ จะหาบุคคลใดๆ ในภพทั้งสาม ยิ่งกว่าหรือเสมอเหมือนไม่มีอีกแล้ว ลำพังพระพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระพุทธญาณลึกซึ้งกว้างไกล ทรงรู้แจ้งโลกและแทงตลอดทั้งนิพพาน ภพสาม โลกันต์ …

ศาสดาเอกของโลก (๖) – พุทธประวัติ Read More »

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๒)

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๒) ความสุขที่เราต้องการนั้น ไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือคำสรรเสริญเยินยอจากคนรอบข้าง แต่อยู่ที่ความพอใจที่มีต่อชีวิตของเราเอง หากเรามีความสันโดษมีความพอใจในสิ่งที่เรามีหรือเราเป็น ย่อมมีความสุขได้เสมอ แม้เศรษฐกิจฝืดเคือง ก็ไม่วิตกกังวล คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เศรษฐกิจมีขึ้นมีลง ปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้กลุ้ม ให้ใช้ปัญญาแก้ไขปัญหา หากคิดได้เช่นนี้ ใจเราจะไม่หวั่นไหว จะมีความพอใจในตนเอง ทุกวันนี้ ที่เราทุกข์ก็เพราะไม่รู้จักพอ จึงต้องทุกข์ใจอยู่รํ่าไป หากเราได้เจริญสมาธิภาวนา หยุดการแสวงหาสิ่งภายนอกชั่วคราว พยายามสงวนเวลาที่มีอยู่ในขณะนี้ มุ่งแสวงหาความสุขด้วยการทำใจหยุดนิ่ง เราจะมีชีวิตอยู่ในโลกได้อย่างมีความสุขกว่าที่เคยเป็น จะดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีชัยชนะตลอดกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อขันติสูตร ว่า ” ภิกฺขเว อานิสํสา ขนฺติยา อสมฺมูฬฺโห กาลํ กโรติ     กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ ภิกษุทั้งหลาย ผู้ประกอบด้วยความอดทนย่อมไม่หลงทำกาละ เมื่อแตกกายทำลายขันธ์ ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ” ความอดทน คือการรักษาสภาวะของใจให้เป็นปกติ ไม่ว่าจะกระทบกับสิ่งที่พึงปรารถนา หรือไม่พึงปรารถนาก็ตาม การสร้างบารมีในยุคสมัยที่กัปกำลังไขลงนี้ จำเป็นต้องอาศัยขันติเป็นพื้นฐาน …

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๒) Read More »

ลักษณะมหาบุรุษ (๑)

ลักษณะมหาบุรุษ (๑) การสร้างบารมีเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติและของพวกเราทุกๆคน      ที่จะต้องทำจนกว่าจะบรรลุจุดหมายปลายทาง ในระหว่างทางอาจจะมีปัญหาอุปสรรคต่างๆ เกิดขึ้นบ้าง แต่สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นเพียงเครื่องพิสูจน์กำลังใจ ซึ่งบางปัญหาเราแก้ไขได้ทันที บางปัญหาเราต้องอาศัยเวลา ปัญหาทุกๆปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม ถ้าใช้ปัญญาปัญหาก็จะหมดไป ถ้าใจสงบย่อมพบทางออก เพราะใจที่สงบจะเกิดปัญญารู้แจ้ง เป็นปัญญาความรอบรู้อันบริสุทธิ์ ที่จะทำให้ตัวเราและชาวโลก หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะไปสู่อายตนนิพพาน การหมั่นฝึกฝนใจให้สงบหยุดนิ่งอยู่ภายใน จะทำให้เราเกิดปัญญาที่จะพิชิตปัญหา และแตกฉานในศาสตร์ทั้งปวง เราจะเข้าใจทุกๆ ปัญหา และรู้ไปถึงต้นแหล่งที่มา อีกทั้งรู้วิธีการที่จะแก้ไขปัญหานั้น  ดังนั้น การเจริญภาวนาจึงเป็นกรณียกิจสำคัญที่เราจะขาดไม่ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ในนิธิกัณฑสูตร ว่า “เอส เทวมนุสฺสานํ             สพฺพกามทโท นิธิ ยํ ยํ เทวาภิปตฺเถนฺติ          สพฺพเมเตน ลพฺภติ สุวณฺณตา สุสรตา             สุสณฺฐานํ สุรูปตา อาธิปจฺจํ ปริวาโร               สพฺพเมเตน ลพฺภติ บุญนิธินั้น อำนวยผลที่น่าปรารถนาทุกอย่างแก่เทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย เทวดาและมนุษย์ปรารถนาซึ่งอิฐผลใด อิฐผลทั้งหมดนั้น บุคคลย่อมได้ด้วยบุญนิธินี้ ความมีวรรณะงาม ความมีเสียงเพราะ ความมีทรวดทรงดี ความมีรูปสวย …

ลักษณะมหาบุรุษ (๑) Read More »

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๓)

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๓) มีหลายคนต้องการเรียนรู้เรื่องของชีวิตให้จบ แต่เขาเหล่านั้นมักจบชีวิตไปก่อน เพราะความไม่รู้ว่ามีสิ่งมีค่าอยู่ในตน จึงดิ้นรนแสวงหาสิ่งที่ไม่เป็นสาระนอกตัว สุดท้ายก็ไม่พบอะไร ต้องเผชิญกับสุขปนทุกข์ มีทั้งสมหวังและผิดหวัง หากมนุษย์รู้ว่า สิ่งที่ตนกำลังแสวงหาอยู่นั้น อยู่ที่กลางกายของตน สามารถเข้าถึงได้ด้วยการหยุดใจ เมื่อนั้น ชีวิตย่อมไม่ต้องดิ้นรนอีกต่อไป จะพบชีวิตภายในที่เป็นความสุขอันแท้จริง เป็นชีวิตที่หยุดยั้งความทะยานอยาก ทำความทุกข์ให้คลาย เปลี่ยนจากชีวิตที่มืดมนอนธการให้สว่างไสวด้วยแสงแห่งธรรมภายใน นี่คือเส้นทางการแสวงหาที่แท้จริง ที่ทำให้รู้ว่า ความสุขที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร หากทำได้เช่นนี้ ย่อมได้ชื่อว่าเกิดมามีกำไรชีวิตอย่างแท้จริง มีธรรมภาษิตที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย ชาดก ว่า ” ลูกเอ๋ย ลูกอย่าเชื่อคำนั้น ข่าวที่ว่า สุคติจะมีเพราะเอาบุตรไปบูชายัญ ทางนั้นเป็นทางไปนรก ไม่ใช่ทางไปสวรรค์ ลูกรัก ลูกจงให้ทาน อย่าได้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง นี่เป็นทางไปสู่สุคติสวรรค์ ส่วนการไปสู่สุคติ ไม่ใช่เพราะเอาบุตรบูชายัญ ” ชีวิตหลังความตายยังเป็นความมืดมนสำหรับมนุษย์ทั้งหลาย เพราะยังไม่ได้รู้แจ้งในโลกทั้งปวง มนุษย์มากมายต่างก็ ปรารถนาจะไปสวรรค์ เพราะรู้ว่าสวรรค์เป็นดินแดนแห่งการเสวยสุข แทบทุกศาสนาจะกล่าวถึงสวรรค์ไว้ว่าเป็นดินแดนที่นำแต่ความสุขมาให้อย่างเดียว มนุษย์จึงพยายามทำตามที่ตนเข้าใจ แม้บางคนอยากไปสวรรค์ แต่เพราะขาดกัลยาณมิตร สัมมาทิฏฐิ ยังไม่บริบูรณ์ จึงหลงไปทำผิด …

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๓) Read More »

ลักษณะมหาบุรุษ (๒)

ลักษณะมหาบุรุษ (๒) มนุษย์ทุกคนต่างปรารถนาความสำเร็จอันสูงสุดในชีวิต อยากพบแต่สิ่งที่ดี มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ทำให้มนุษย์ต้องดิ้นรนขวนขวาย เสาะแสวงหาสิ่งที่ตนคิดว่า จะเติมส่วนที่บกพร่องของชีวิตให้เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ได้ จึงแสวงหากันร่ำไป ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้หนทางแห่งความสุขที่แท้จริงว่า อยู่ที่ตรงไหน จะเข้าถึงได้อย่างไร  เมื่อไม่ทราบจึงทำให้ชีวิตต้องเวียนวนอยู่กับเรื่องการทำมาหากิน แสวงหากามคุณ เกียรติยศชื่อเสียงเงินทอง พระบรมศาสดาทรงค้นพบว่า วิธีการที่จะทำให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริงได้นั้น ต้องเริ่มต้นจากใจที่หยุดนิ่ง เพราะสุขอื่นนอกจากใจหยุดนิ่งไม่มี ใจที่สงบหยุดนิ่งจะเป็นต้นทางแห่งความสุขและความสำเร็จที่แท้จริง ชีวิตของเราจะก้าวไปสู่ความเต็มเปี่ยม คือ ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน  ดังนั้น การปฏิบัติธรรมด้วยการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส จึงเป็นทางมาแห่งความสุขและความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งมวล พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ใน มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ ว่า “กมฺมสฺสกา มาณว สตฺตา กมฺมทายาทา กมฺมโยนี กมฺมพนฺธู กมฺมปฏิสรณา กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปฺปณีตตาย สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีตได้” รูปนามขันธ์ …

ลักษณะมหาบุรุษ (๒) Read More »

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๔)

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๔) เรามีชีวิตอยู่เพียงชั่วคราว ไม่ช้าต่างต้องจากไป ทรัพย์สมบัติภายนอกที่ต่างทุ่มเทแสวงหา ซึ่งล้วนได้มาด้วยความยากลำบาก ตั้งแต่การแสวงหา จนกระทั่งการเก็บรักษา บางคนทำงานหาสมบัติไปวันหนึ่งๆ จนหมดเวลาของชีวิต แต่แท้ที่จริงเราเกิดมามีเป้าหมาย คือทำพระนิพพานให้แจ้ง ฉะนั้นสิ่งที่ทำผ่านมานั้น ยังไม่อาจทำพระนิพพานให้แจ้งได้ วันเวลาในโลกนี้มีน้อยนิด หากเราไม่คิดสร้างบารมี เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ชีวิตที่เกิดมาย่อมสูญเปล่า จะจากโลกนี้ไปอย่างไร้คุณค่า วันตายเพียงวันเดียว กลับช่วงชิงสมบัติและสิ่งต่างๆ ที่สะสมมาตลอดชีวิตให้หมดสิ้นไป แต่หากหมั่นสั่งสมบุญไว้มากๆ และหมั่นทำใจให้หยุดนิ่งเป็นประจำสม่ำเสมอ เมื่อถึงวันที่จะละจากโลกนี้ไป สามารถนำสมบัติ คือบุญกุศลติดตัวไปได้ จะจากไปแบบยิ่งใหญ่และมีชัยชนะอย่างแท้จริง มีวาระพระบาลีใน ขุททกนิกาย เอกราชชาดก ว่า ” ปนุชฺช  ทุกฺเขน  สุขํ  ชนินฺท สุเขน  วา  ทุกฺขมสยฺหสาหิ อุภยตฺถ  สนฺโต  อภินิพฺพุตตฺตา สุเข  จ  ทุกฺเข  จ  ภวนฺติ  ตุลฺยา สัตบุรุษทั้งหลายบรรเทาความทุกข์อันยากที่จะอดทนได้ด้วยความสุข เพราะเป็นผู้มีจิตเยือกเย็นยิ่งนัก ในความสุข และทุกข์ทั้ง ๒ …

จันทกุมาร บำเพ็ญขันติบารมี (๔) Read More »

ลักษณะมหาบุรุษ (๓)

ลักษณะมหาบุรุษ ( ๓) เวลาธรรมกาย เป็นเวลาที่ทรงคุณค่าที่ทุกท่านจะได้เจริญสมาธิภาวนาร่วมกัน เพื่อกลั่นกาย วาจา ใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส จะได้เป็นพลวปัจจัยให้ได้เข้าถึงพระรัตนตรัย คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะและสังฆรัตนะ หากทุกๆ คนในโลกได้เข้าถึงสรณะอันสูงสุดนี้เมื่อใด ความทุกข์ทั้งหลายจะหมดสิ้นไป จะเข้าถึงความสุขที่แท้จริงที่ท่านเรียกว่า “เอกันตบรมสุข” คือ ความสุขล้วนๆ ที่ไม่มีทุกข์เจือปน ซึ่งชีวิตของทุกคนที่เกิดมา ล้วนเพื่อแสวงหาความสุขที่แท้จริง ความสุขชนิดนี้มีอยู่ภายในตัวของเราเอง ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ด้วยการฝึกใจให้หยุดนิ่งนั่นเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ในลักขณสูตร ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ครั้งตถาคตเป็นมนุษย์ในภพชาติก่อน เป็นผู้ไม่มีความโกรธ ไม่มีความแค้นใจ แม้คนหมู่มากจะว่าเอา ก็ไม่ขัดใจ ไม่โกรธ ไม่พยาบาท ไม่จองเวร ไม่ทำความโกรธ ความขัดข้องหมองใจ และความเสียใจให้ปรากฏ และเป็นผู้ให้เครื่องปูลาดมีเนื้อละเอียดอ่อน ให้ผ้าสำหรับนุ่งห่มที่มีเนื้อละเอียด ทำให้ได้มาซึ่งมหาปุริสลักษณะนี้คือ มีฉวีวรรณดั่งทองคำ มีผิวเนียนละเอียด” ปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหม่เกิดขึ้นมากมาย มีการผลิตอุปกรณ์เสริมสวยเพื่อเพิ่มพูนความงาม ความเปล่งปลั่งของผิวพรรณ มีการทำศัลยกรรมให้ดูดีขึ้น ลบริ้วรอยบนใบหน้า ซึ่งผู้บริโภคต่างยอมลงทุนเสียเงินเสียทอง ตัด เสริม เติม แต่ง จนดูเหมือนจะไม่ยอมแก่ …

ลักษณะมหาบุรุษ (๓) Read More »

พระปิยทัสสีพุทธเจ้า (๑)

พระปิยทัสสีพุทธเจ้า (๑) การบังเกิดขึ้นของพระรัตนตรัย นำมาซึ่งสันติสุขแก่มวลมนุษยชาติและสรรพสัตว์ทั้งหลาย  เมื่อเราเข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระรัตนตรัย ความสุขที่ยิ่งใหญ่ไม่มีประมาณจะบังเกิดขึ้น เป็นความสุขที่มาพร้อมกับความบริสุทธิ์ที่ทำให้ใจเรามีอานุภาพ เพราะอานุภาพของพระรัตนตรัยนั้นมากมายเกินกว่าที่เราจะคาดคิด แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงพรรณนาคุณของพระรัตนตรัย จนกาลเวลาล่วงไปนับอสงไขยกัป ยังไม่อาจที่จะพรรณนาพระคุณได้หมดสิ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปิงคิยานีสูตร ว่า “ดูก่อนเจ้าลิจฉวี ความปรากฏขึ้นแห่งรัตนะ ๕ หาได้ยากในโลก รัตนะ ๕ คือ พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑ บุคคลผู้แสดงธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้ว ๑ บุคคลผู้รู้แจ้งธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้วอันผู้อื่นแสดงแล้ว ๑ บุคคลผู้รู้แจ้งธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้วอันผู้อื่นแสดงแล้ว ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑ กตัญญูกตเวทีบุคคล ๑ ดูก่อนเจ้าลิจฉวีทั้งหลาย ความปรากฏแห่งรัตนะ ๕ ประการนี้แล หาได้ยากในโลก” รัตนะ แปลว่าแก้ว เป็นเครื่องยังใจให้ปลื้มปีติ หมายความว่าสิ่งใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ ถ้าหากอำนวยประโยชน์สุขให้แก่สรรพสัตว์ หรือนำความอิ่มอกอิ่มใจและความปีติเบิกบานมาให้ ท่านมักเปรียบสิ่งนั้นเป็นประดุจแก้ว เช่นคนดีก็เรียกว่า ลูกแก้ว พ่อแก้ว แม่แก้ว ถ้าเป็นสัตว์ ก็เป็นช้างแก้ว ม้าแก้ว เป็นต้น …

พระปิยทัสสีพุทธเจ้า (๑) Read More »

พระปิยทัสสีพุทธเจ้า (๒)

พระปิยทัสสีพุทธเจ้า (๒) ทุกชีวิตล้วนมีการแสวงหา บ้างแสวงหาปัจจัยสี่เพื่อใช้ในการดำรงชีวิต บ้างแสวงหาทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียงเกียรติยศ ซึ่งเป็นโลกียทรัพย์ภายนอก แต่จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่าที่สุดของการแสวงหานั้น คือ พระรัตนตรัยภายใน ซึ่งเป็นที่พึ่งอันเกษมของทุกชีวิตที่เกิดมา เป็นภาวะที่มนุษย์ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ด้วยการทำใจหยุดใจนิ่ง ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ถ้าทำอย่างถูกต้องถูกหลักวิชชา เราจะพบของจริงซึ่งเป็นสาระแก่นสารที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์ โดยไม่ต้องไปแสวงหาอย่างอื่นอีกต่อไป เพราะไม่มีการแสวงหาใดๆในโลกที่จะสำคัญยิ่งไปกว่าการแสวงหาพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของมวลมนุษยชาติ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ใน ธนสูตร ว่า “ยสฺส สทฺธา ตถาคเต       อจลา สุปติฏฺฐิตา สีลญฺจ ยสฺส กลฺยาณํ       อริยกนฺตํ ปสํสิตํ สงฺเฆ ปสาโท ยสฺสตฺถิ      อุชุ ภูตญฺจ ทสฺสนํ อทฬิทฺโทติ ตํ อาหุ         อโมฆํ ตสฺส ชีวิตํ ผู้ใดมีความเชื่อในตถาคต ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว มีศีลอันงาม ที่พระอริยะสรรเสริญ มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ และมีความเห็นตรง บัณฑิตทั้งหลายกล่าวผู้นั้นว่า ไม่เป็นคนขัดสน ชีวิตของผู้นั้นไม่เปล่าประโยชน์ …

พระปิยทัสสีพุทธเจ้า (๒) Read More »

พระปิยทัสสีพุทธเจ้า (๓)

พระปิยทัสสีพุทธเจ้า (๓) วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทุกชีวิตย่างสู่วัยเสื่อมและวัยชรา หากเรามองย้อนไปพิจารณาการกระทำของเรามาแล้วพบว่า เราได้ใช้วันเวลาของเราอย่างมีคุณค่า ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นที่พึ่งแก่ตน ด้วยการบำเพ็ญทาน รักษาศีลและเจริญภาวนา เราย่อมจะมีแต่ความปลื้มปีติเป็นเครื่องตอบแทน เพราะทาน ศีล ภาวนาที่เราประพฤติปฏิบัติจนเป็นอาจิณกรรมนั้น จะกลั่นกาย วาจา ใจของเราให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ และดึงดูดแต่สิ่งที่ดีงามเข้ามาหาตัวเรา โดยเฉพาะการฝึกฝนใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่งเสมอ จะทำให้เราไม่กลัวต่อมรณภัย ซึ่งเสมือนระเบิดเวลาของชีวิตที่ติดตัวเรามา และเกิดขึ้นกับเราได้ทุกเวลาเพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน ปสาทสูตร ว่า “ความเลื่อมใสในวัตถุอันเลิศ ๔ ประการนี้ คือ ๑. สัตว์ทั้งหลาย ไม่มีเท้าก็ดี สองเท้าก็ดี สี่เท้าก็ดี มีเท้ามากก็ดี เป็นผู้มีรูปก็ดี ไม่มีรูปก็ดี เป็นผู้มีสัญญาก็ดี ไม่มีสัญญาก็ดี มีสัญญาก็มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่ มีประมาณเท่าใด พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ปราชญ์กล่าวว่าเป็นยอดแห่งสัตว์ทั้งปวงนั้น สัตว์เหล่าใด เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า สัตว์เหล่านั้นชื่อว่าเลื่อมใสในวัตถุอันเลิศ  เมื่อเลื่อมใสในวัตถุอันเลิศ ก็ย่อมได้ผลอันเลิศ ๒. ธรรมทั้งหลายที่เป็นสังขตะมีประมาณเท่าใด อริยมรรคมีองค์ ๘ ปราชญ์กล่าวว่าเป็นยอดแห่งธรรมทั้งปวงนั้น สัตว์เหล่าใดเลื่อมใสในอริยมรรคมีองค์ ๘ …

พระปิยทัสสีพุทธเจ้า (๓) Read More »