เมณฑกเศรษฐี ผู้ใจบุญ (๖)
เมณฑกเศรษฐีผู้ใจบุญ (๖) วันเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป ทำให้สรรพสิ่งเปลี่ยนแปลง ชีวิตก็ผันแปร จากวัยเด็ก วัยรุ่น วัยหนุ่มสาวที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง ก็ค่อยๆ ร่วงโรย ดุจดวงอาทิตย์เคลื่อนคล้อยในยามอัสดง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาคือ เป้าหมายและมโนปณิธานอันแน่วแน่ วันเวลาที่ผ่านมา บางคนก็มีความภาคภูมิใจในชีวิต แต่บางคนกลับรู้สึกเสียดายเวลาและโอกาสดีๆ ที่ผ่านไป แต่ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการสร้างความดี เราสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เสมอ ด้วยการทำสิ่งใหม่ๆ ที่ดีๆ ที่ทำให้ใจสงบสุข พลิกใจที่ห่อเหี่ยวให้กลับมาสดชื่น ยกใจที่อ่อนล้าให้หันมากล้าแกร่ง และกล้าเผชิญหน้ากับความจริง ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่ออุปสรรค ให้ถือว่าอุปสรรคเป็นเสมือนบทเรียนของชีวิต ที่ทุกคนต้องเรียนรู้ และก้าวข้ามไปให้ได้ โดยเฉพาะการไปสู่ฝั่งพระนิพพานนั้น จะต้องก้าวข้ามอุปสรรคอันยิ่งใหญ่คือสังสารวัฏ เอาชนะกิเลสอาสวะทั้งปวง ด้วยการหมั่นเจริญสมาธิภาวนา ทำใจหยุดนิ่งเป็นประจำสมํ่าเสมอ มีสุภาษิตที่ปรากฏในอรรถกถา ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “ธรรมดาพวกมนุษย์ ย่อมไปสู่สำนักของพวกมนุษย์ พวกโคก็ไปสู่ฝูงโค บรรพชิตก็ไปสู่สำนักของบรรพชิต บัณฑิตก็เข้าไปหาพวกบัณฑิต” ธรรมดาของสรรพสัตว์ที่เกิดมาในโลกนี้ จะคบหาสมาคมหรือเข้าหากันได้ตามธาตุธรรมคือ มีจริตอัธยาศัย อนุสัย และอาสยะตรงกัน จริตคือความประพฤติ ที่เป็นไปทางกาย วาจา ใจ มีทั้งสุจริตและทุจริต อัธยาศัยของหมู่สัตว์แต่ละประเภทก็ไม่เหมือนกัน มีทั้งที่น้อมไปในทางที่ดีและไม่ดี …