หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่

๒๔. รู้ได้ด้วยธรรมกาย

รู้ได้ด้วยธรรมกาย พอถึงกายธรรมแล้ว วิชชาก็จะเกิด วิชชา ๓ บุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ และอาสวักขยญาณ เกิดตรงธรรมกาย เพราะเห็นได้รอบตัวด้วยธรรมจักขุ รู้ได้ด้วยญาณทัสสนะ ปัญญาบริสุทธิ์เกิดตรงนี้แหละ เข้าถึงกายธรรมได้แล้วปิดประตูอบายภูมิ ไม่ต้องไปเกิดในอบายภูมิ เกิดในเทวโลก เลือกชั้นเกิดได้ จะไปอยู่ตรงไหนก็เลือกได้ เราเกิดมาเพื่อแสวงหาความรู้อันบริสุทธิ์ ที่ทำให้หลุดพ้นจากการบังคับบัญชาของพญามาร เกิดมามีจุดหมายเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง จะแจ่มแจ้งได้ก็ต้องถึงธรรมกายถ้าไม่ได้ธรรมกายละก็ นิพพานไม่แจ้ง เพราะนิพพานกับธรรมกายจะดึงดูดเข้าหากัน ตั้งแต่นิพพานในกายธรรม จนกระทั่งนิพพานที่หลุดพ้นออกจากภพสามไปแล้ว ชัด ใส แจ่มทีเดียว ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/92 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 3 ชีวิตสมณะ ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๔๐. จงสนุกกับมัน

จงสนุกกับมัน ทุกครั้งที่เริ่มหลับตา จงสนุกกับมัน ต้องเบิกบาน ไม่ว่าจะมีปรากฏการณ์อะไรเกิดขึ้นภายใน ตักตวงความสุขที่ได้จากประสบการณ์ภายในทุกขั้นตอนของการนั่งปฏิบัติธรรม ตักตวงความสุขนะ อย่าไปตักตวงความทุกข์ กลุ้มแล้วกลุ้มอีก กลุ้มเช้ากลุ้มสายบ่ายเย็น อย่างนั้นไม่เอานะ ตักตวงให้ดี ทุกประสบการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ชนิดไหน ดีทั้งนั้น แล้วจะเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต ในอนาคตเราจะต้องไปทำหน้าที่กัลยาณมิตร เราจำเป็นจะต้องเจอประสบการณ์ทุกแบบ เพราะฉะนั้นทุกประสบการณ์คือเครื่องหล่อหลอมชีวิตจิตใจของกัลยาณมิตร เมื่อเราเจอประสบการณ์ทุกแบบ ต่อไปเราจะไปแนะนำใครก็ตามในโลก เขาจะต้องเจอประสบการณ์คล้ายๆ กับเรา เหมือนกับเราไม่มีอะไรผิดเพี้ยนเลย เราเจอประสบการณ์อย่างไร เขาเจออย่างนั้น เราสอนตัวเราอย่างไร เราก็ไปสอนเขาอย่างนั้น เราสมหวังอย่างไร เขาก็สมหวังอย่างนั้น ไม่ยากเลยนะ เพราะฉะนั้น อย่ากลุ้มใจนะ อย่าคิดว่า มาคราวนี้เราไม่สมหวัง ผิดหวัง ทุกประสบการณ์มีประโยชน์ทั้งนั้น เหมือนเราได้เคยเคี้ยวพริกป่น พริกไทย พริกขี้หนู หรือพริกชี้ฟ้า หรือพริกอะไรก็แล้วแต่ มันก็เป็นประสบการณ์ทั้งนั้น ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/92 ต้นฉบับ หนังสือ …

๔๐. จงสนุกกับมัน Read More »

๒๕. วิตามินพระ

วิตามินพระ เมื่อบวชแล้วต้องตั้งใจบำเพ็ญสมณธรรมตลอดชีวิต ต้องดูแลตัวเองให้ดี เพื่อที่จะไปดูแลผู้อื่นได้ แล้วก็ให้ศึกษาทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เทศนา และวิชชาธรรมกาย ให้แตกฉาน ถ้าบวชแล้วไม่บำเพ็ญสมณธรรม ไม่เจริญศีล สมาธิ ปัญญา หรือพูดง่ายๆ ว่า ไม่นั่งสมาธิ บวชมาก็อย่างนั้นๆ ไม่ได้อะไร เพราะบวชแล้วก็ยังไม่รู้ว่า ความสุขที่แท้จริงเป็นอย่างไร หรือวิตามินของความเป็นพระมันมีรสอร่อย รสโอชาอย่างไร เราจะไม่มีวันรู้จักเลย ถ้าไม่บำเพ็ญสมณธรรม ถ้าไม่ทำสมาธิ แค่อ่านจากตำรับตำรามันทราบ แต่มันไม่ซึ้ง คือทราบว่า มันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่ซึ้ง เพราะอ่านไปก็ยังสงสัยอยู่ เอ๊ะ! ใช่หรือเปล่า เอ๊ะ! มีจริงไหม พอเอ๊ะ! ทีไร มันแปล๊บเข้าไปในใจทุกครั้ง เพราะมันยังไม่ค่อยมั่นใจ ถ้าเราไม่มั่นใจแล้ว เวลาญาติโยมถาม นรกสวรรค์มีจริงไหม บาปบุญคุณโทษมีไหม มันก็ไม่ค่อยจะมั่นใจ ตอบแบบคลุมๆ เครือๆ ตอบแบบกำกวม มันก็น่าจะมีนะอะไรอย่างนี้ โยมได้ฟังแล้วก็ เอ้อ บุญก็น่าจะทำนะ แล้วก็ไม่ทำ แต่ถ้าบอกมีจริง อ่ะ …

๒๕. วิตามินพระ Read More »

๒๖. เป็นพระ ต้องเห็นพระ

เป็นพระ ต้องเห็นพระ หลวงพ่ออยากให้ลูกทุกรูปมีใจที่เป็นนักบวชที่สมบูรณ์ มีเป้าหมาย มีปณิธาน มีอุดมการณ์ ให้อยู่ในใจของเรา อย่าสักแต่ว่าบวชๆ กันไปอย่างนั้น บวชแล้วต้องมีเป้าหมาย โดยเฉพาะในใจลึกๆ จะต้องตั้งใจที่จะศึกษาวิชชาธรรมกาย อย่าทิ้งสิ่งนี้ ความตั้งใจนี้ต้องให้มีนะ คิดอย่างนี้ทุกๆ วัน แล้วก็หมั่นฝึกฝนอบรมใจของเราไป ฝึกใจให้หยุดนิ่ง ฝึกทุกวัน อย่าได้เว้นเลยแม้แต่เพียงวันเดียว เมื่อใจของเรามีดวงเดียว สิ่งที่จะเข้ามาในใจของเราก็เข้าได้ทีละอย่าง เราจะนำสิ่งอะไรที่มีคุณค่ามากที่สุดมาไว้ในใจเรา เราก็ต้องนึกดูว่า ควรจะเป็นสิ่งใดที่เหมาะที่สุด ก็คือพระรัตนตรัยนี่แหละ องค์พระ ดวงแก้ว หลวงปู่วัดปากน้ำ ๓ อย่างสลับกันไปอย่างนี้ ให้อยู่ในใจเรา เมื่อเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว จะได้ศึกษาวิชชาธรรมกายได้ เป็นพระ เป็นเณร แล้วไม่เห็นองค์พระ เข้าถึงพระธรรมกายไม่ได้ เป็นไปก็แค่นั้น หลวงปู่วัดปากน้ำท่านบอกว่า “เสียข้าวสุก” คือ ฉันข้าวไปก็เปลืองไปเปล่าๆ เพราะฉะนั้น เป็นพระ เป็นเณร ต้องมีพระปรากฏอยู่ในใจ ต้องเข้าถึงให้ได้ ตอกย้ำทุกๆ วัน พยายามให้เข้าถึงให้ได้ จะนั่ง นอน ยืน เดิน …

๒๖. เป็นพระ ต้องเห็นพระ Read More »

๒๓. ทบทวนตัวเองเรามาบวชเพื่ออะไร

ทบทวนตัวเอง เรามาบวชเพื่ออะไร “เรามาบวช เรามีความปรารถนาอะไร” ลูกทุกรูปต้องย้อนกลับไปทบทวนในวันแรกที่เราได้บรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนา วันนั้นเรามีความตั้งใจอะไร ถึงได้สละทิ้งทุกอย่าง เครื่องกังวลทั้งปวง ตั้งแต่ความสนุกสนานเพลิดเพลินทางโลก การทำมาหากิน ครอบครัว และหมู่ญาติของเรา เราสละทุกสิ่งทุกอย่างมาบวช โดยมองเห็นว่า สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ที่พึ่งที่ระลึกของเรา ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ชีวิตของเราสมบูรณ์ พ้นจากความทุกข์ทรมาน ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เรารู้แจ้งเห็นแจ้งในชีวิต เพราะฉะนั้นเราจึงได้ตัดสินใจบวช วันนั้น ในท่ามกลางผู้มีบุญทั้งหลาย ท่ามกลางคณะสงฆ์ในพระอุโบสถ เฉพาะพระพักตร์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราตั้งใจว่า “บวชคราวนี้ เราต้องการแสวงหาหนทางพระนิพพาน หรือทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน” นั่นคือสิ่งที่เราได้ตั้งใจในวันนั้น เพราะฉะนั้นเราก็ควรจะทำความปรารถนาของเราให้สมหวัง ในที่นี้หลายๆ รูปบวชมาหลายพรรษาแล้ว ก็จะต้องมาทบทวนว่า ความปรารถนาของเราสมหวังแล้วหรือยัง ถ้ายัง ก็จะต้องตั้งใจทำความเพียรของเราต่อไปตามพุทธวิธี เดินตามศีล สมาธิ ปัญญากันเรื่อยไป สำหรับผู้บวชใหม่ ยังไม่มีภารกิจเครื่องกังวลในการคณะสงฆ์ ไม่มีเครื่องกังวลเรื่องการบริหารหมู่คณะ หรือภารกิจที่หมู่คณะมอบหมายให้ เป็นผู้ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการแสวงหาหนทางพระนิพพาน สำหรับผู้ที่มีภารกิจมาก ก็ต้องบริหารเวลาให้เป็น จัดสรรเวลาให้ลงตัว ให้มีเวลาว่างสำหรับแสวงหาหนทางพระนิพพานของตนเองให้ได้ อย่างน้อยวันละ ๒ ชั่วโมงก็ยังดี ส่วนเวลาอื่นที่เรามีภารกิจประจำวัน ก็พยายามฝึกฝนทำควบคู่กับภารกิจนั้นไป เพราะภารกิจกับจิตใจต้องไปด้วยกัน ใครทำ ๒ …

๒๓. ทบทวนตัวเองเรามาบวชเพื่ออะไร Read More »

๒๘. ต้องบวชอย่างมีเป้าหมาย

ต้องบวชอย่างมีเป้าหมาย บวชมาแล้วต้องมีวัตถุประสงค์เดียวเป็นหลัก คือ ทำพระนิพพานให้แจ้ง นอกนั้นเป็นเรื่องปลีกย่อยลงมา นี่เป็นของเก่าดั้งเดิม บวชมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง การบวชต้องมีวัตถุประสงค์อย่างนี้เท่านั้น ถ้าไม่มีเป้าหมายอย่างนี้บวชเป็นพระยากนะลูกนะ ๓๒ พรรษาที่ผ่านไปของหลวงพ่อ รู้สึกประเดี๋ยวเดียว ยังมีความรู้สึกว่า งานที่แท้จริงยังไม่ได้เริ่มต้นเลย ทั้งๆ ที่ทำมาเรื่อยๆ ไม่ขาดเลย แม้แต่วันเดียว มากบ้าง น้อยบ้าง นั่งบ้าง นอนบ้าง ยืนบ้าง เดินบ้าง ก็ทำมาตลอด บวชแล้วต้องมีเป้าหมาย เมื่อมีเป้าหมายแล้ว ข้อวัตรปฏิบัติจะเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ เพราะรักที่จะไปถึงตรงนั้น อยากจะเข้าถึงพระรัตนตรัย เข้าถึงพระธรรมกาย อยากไปศึกษาวิชชาธรรมกาย ความกระตือรือร้นจะเกิดขึ้นเอง และสอนตัวเองได้ เมื่อเรามีเป้าหมาย จะรักการปฏิบัติธรรม พอปฏิบัติธรรม มันมีความสุข ถ้าไม่มีความสุขมันนั่งนานๆ ไม่ได้หรอก แต่ความสุขที่เกิดจากธรรมปฏิบัติ ไม่ใช่จู่ๆ เกิดขึ้น ก็ต้องเริ่มต้นจากความไม่สุขไม่ทุกข์เสียก่อน ต้องฝึกฝน ต้องพากเพียร ต้องอดทน ต้องทำสม่ำเสมอ และหมั่นสังเกตดูว่า เราทำอย่างไรถึงจะวางใจได้ถูกต้อง ถูกวิธีการ แล้วความสุขจากการปฏิบัติถึงจะเกิดขึ้น เป็นกำลังใจสำหรับวันต่อวัน มาอยู่วัดพระธรรมกายแล้ว อย่าให้มีแต่ชื่อวัดพระธรรมกายเท่านั้น …

๒๘. ต้องบวชอย่างมีเป้าหมาย Read More »

๒๙. ค้นหาตัวเองให้เจอ

ค้นหาตัวเองให้เจอ หลวงพ่ออยากให้มีบรรยากาศ เหมือนสมัยพุทธกาล ที่ทุกรูปตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมกันอย่างเต็มที่ คิดแบบพระ พูดแบบพระ และทำแบบพระ เป็นพระแท้…อย่างแท้จริง แล้วก็มีพระภายในเป็นเพื่อนในทุกอิริยาบถ ทุกกิจกรรม นั่ง นอน ยืน เดิน เหยียดแขน คู้แขน กลับหน้า กลับหลัง ขบฉัน หรือไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ นี่คือความตั้งใจของหลวงพ่อ อยากให้การบวชในครั้งนี้ เป็นการบวชเพื่อให้เข้าถึงความสมปรารถนา อย่างน้อยที่สุดอยากจะให้รู้ว่า การเข้าถึงไตรสรณคมน์เป็นอย่างไร เราได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่านในพระไตรปิฎก หรือครูบาอาจารย์สั่งสอนว่า เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม โปรดพระเจ้าพิมพิสารและพสกนิกร ๑๑ ส่วน บรรลุมรรคผลนิพพาน เป็นพระอริยบุคคลตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป อีก ๑ ส่วน บรรลุธรรมาภิสมัยเข้าถึงไตรสรณคมน์ เราได้ยินได้ฟังกันแล้วก็เข้าใจว่า หมายถึง พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ แล้วก็หมายถึงพระธรรมกาย โดยย่อเป็นอย่างนั้น แต่จริงๆ แล้ว เรายังเข้าไปไม่ถึงจุดนั้น หลวงพ่อว่า อย่างน้อยที่สุดให้เรารู้จักตรงนี้เอาไว้เป็นที่พึ่ง อยากให้รู้จักว่า คำว่า ที่พึ่งที่ระลึก หรือคำว่า …

๒๙. ค้นหาตัวเองให้เจอ Read More »

๓๐. การศึกษาของพระเณร

การศึกษาของพระเณร นักบวชต้องเรียนเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ นักบวชต้องเรียนอย่างนี้ จะไปเรียนอย่างอื่นไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไร ที่ญาติโยมเขาเลี้ยงพระ เขาให้กำลังมาเพื่อเรียนศีล สมาธิ ปัญญา เรียนทำพระนิพพานให้แจ้ง ไม่ใช่ให้ไปเรียนทางโลก ถ้าเรียนทางโลกอย่างนั้น การขบฉันภัตตาหาร จะฉันด้วยความเป็นหนี้ญาติโยม เดี๋ยวก็ต้องไปเป็นวัวเป็นควายให้เขาใช้อีก แต่ถ้าเรียนศีล สมาธิ ปัญญา เขาเรียกว่า ฉันด้วยความไม่เป็นหนี้ แต่ถ้าปฏิบัติธรรมเข้าถึงพระธรรมกาย อย่างนี้ฉันด้วยความเป็นนาย คือ เป็นผู้ให้ เป็นเนื้อนาบุญอย่างแท้จริง ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/92 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 3 ชีวิตสมณะ ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๓๑. แสวงหาธรรมกายดีกว่า

แสวงหาธรรมกายดีกว่า วิชชาธรรมกายสำคัญมากๆ จำเป็นมากๆ สำหรับชีวิตมนุษย์ จำเป็นยิ่งกว่าปริญญาในทางโลกเสียอีก หลวงพ่อได้คุยกับดอกเตอร์หลายๆ ท่าน มักจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนที่ยังไม่ได้ดอกเตอร์ ก็อยากได้ พอได้ดอกเตอร์แล้ว ก็ไม่เห็นมีอะไร และยังบอกอีกว่า ถ้าหากให้ท่านเลือกระหว่างการได้เข้าถึงธรรมกายหรือถึงวิชชาธรรมกาย แล้วแลกกับดอกเตอร์ ท่านยอมแลกดอกเตอร์ขอให้ได้ธรรมกาย เพราะว่าเข้าถึงธรรมกายแล้วเป็นที่พึ่งแก่เราได้ ได้ข่าวว่า ลูกๆ หลวงพ่อหลายๆ ท่าน ทั้งพระภิกษุ สามเณร กำลังกระหายปริญญากัน จะขอเรียนต่อทางโลกเพื่อให้มีปริญญา เนื่องจากมีความรู้สึกขาดแคลนปริญญา มีความรู้สึกลึกๆ คิดไปเองว่า เป็นพลเมืองชั้นสอง รู้สึกมีปมด้อย มีความรู้สึกเหล่านี้ติดอยู่ในใจ หลวงพ่อว่า เรากำลังจะออกนอกทางกันนะ เพราะวัตถุประสงค์ของหลวงพ่อ อยากให้ลูกทุกรูป อุบาสก อุบาสิกาทุกคน ได้ศึกษาความรู้ที่ยิ่งใหญ่ ที่ไม่มีอะไรเหมือน เป็นความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วอยากให้รู้ซึ้งถึงคุณค่าของวิชานี้ แล้วภาคภูมิใจในการที่ได้เข้ามาอยู่ร่วมสำนัก อยู่ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน นี่เป็นสิ่งที่หลวงพ่ออยากให้เกิดขึ้น จึงอยากจะย้ำให้ลูกๆ ทุกท่านได้ทราบไว้ว่า ไม่มีอะไรจะยิ่งใหญ่หรือเท่าเทียมวิชชาธรรมกายได้เลยแม้แต่นิดเดียว หลวงพ่อขอยืนยัน เพราะฉะนั้น แทนที่เราจะทุ่มตัวไปศึกษาความรู้ในทางโลก เพื่อให้ได้ปริญญาตรีแบบทางโลก หลวงพ่อคิดว่า เราควรจะมุ่งเข้าไปศึกษาวิชชาธรรมกาย ซึ่งอยู่ภายใน ซึ่งเราจะใช้เวลาในชีวิตของเราที่เหลืออย่างจำกัดไม่กี่สิบปีนี้ …

๓๑. แสวงหาธรรมกายดีกว่า Read More »

๓๒. เธอคือลมหายใจของพระศาสนา

เธอคือลมหายใจของพระศาสนา หลวงพ่อแม้มีภารกิจมาก แต่ก็เจียดเวลาในการปฏิบัติธรรม ไม่ขาดเลยแม้แต่เพียงวันเดียว และทำเรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้ ก็มาพิจารณาดูว่า ทำไมเราทำได้ ที่ทำได้ก็เพราะอยากจะพ้นทุกข์ อยากจะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง อยากรู้แจ้งเห็นจริงในธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงไปรู้ไปเห็นอย่างไร เราก็อยากจะไปรู้ไปเห็นอย่างนั้นบ้าง อยากรู้เรื่องราวความเป็นมาของตัวเองว่า ก่อนหน้านี้มีความเป็นมาอย่างไร ปัจจุบันและอนาคตจะเป็นอย่างไรอีก มีความกระหายอยากรู้อยากเห็นอย่างนี้ เพราะสอนตัวเองอย่างนี้จึงทำให้เกิดความขวนขวาย กระตือรือร้น กระหายที่จะปฏิบัติธรรม ศึกษาวิชชาธรรมกาย โดยไม่มีข้ออ้าง ข้อแม้ เงื่อนไข หลวงพ่อก็มีภารกิจเช่นเดียวกับลูกทุกรูป แต่อาจจะมองไม่เห็นเป็นรูปธรรมว่า หลวงพ่อทำอะไรบ้าง เพราะเป็นนามธรรม สิ่งที่ลูกมองไม่เห็น ในฐานะตำแหน่งพระสมภารนั้น ต้องรับภาระตลอด ๒๔ ชั่วโมง ภาระหนักไปในทางความคิด ซึ่งไม่เป็นรูปธรรม เพราะฉะนั้นบางทีเห็นนั่งอยู่เฉยๆ เดินไปเดินมา อาจจะคิดว่า หลวงพ่อไม่ได้ทำอะไร จริงๆ ทำงานตลอดเวลา แม้ขณะฉันก็ดี เข้าห้องน้ำห้องท่า ทำงานตลอด มีความคิดแต่เพียงว่า “จะเอาอย่างไร” มีประโยคนี้คิดอยู่ทุกวัน “จะทำอย่างไรให้งานพระศาสนาเดินได้” เพราะขณะนี้พระศาสนาถูกย่ำยีมากมาย “ทำอย่างไรเราถึงจะปกป้องพระพุทธศาสนาเอาไว้ได้” “จะทำอย่างไรพระพุทธศาสนาจะขยายไปสู่ชาวโลก” ให้ชาวโลกทุกคนมีโอกาสศึกษาเรียนรู้เรื่องราวของชีวิตของตัวเองว่า เราเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต คำตอบทั้งหมดมีอยู่ในพระพุทธศาสนา ในคำสอนที่มีมรรคมีองค์ ๘ …

๓๒. เธอคือลมหายใจของพระศาสนา Read More »

๓๓. ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เทศนา

ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เทศนา ครั้งหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องปฏิจจ-สมุปบาทซึ่งเป็นธรรมขั้นสูง พระอานนท์ได้ฟัง แล้วบอกว่า ไม่เห็นยากนี่ อวิชชาทำให้เกิดสังขาร สังขารเกิดวิญญาณ วิญญาณทำให้เกิดนามรูป ไล่เรื่อยไปเลย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ตรัสบอกพระอานนท์ว่า “อานนท์ มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก มันเป็นวิสัยของการเข้าถึงจริงๆ ต้องไปเห็นด้วยธรรมจักขุ และรู้ได้ด้วยญาณทัสสนะเท่านั้น” เพราะฉะนั้น เมื่อได้ศึกษาปริยัติอย่างคล่องแคล่วเชี่ยวชาญแล้ว ก็ต้องปฏิบัติด้วย ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เทศนาจะต้องไปด้วยกันทั้งหมด เรียนปริยัติเพื่อศึกษาแนวทางในการที่จะปฏิบัติไปนิพพาน เมื่อเข้าใจแล้วก็ลงมือปฏิบัติ ไปฝึกทำหยุดทำนิ่ง ปริยัติก็จะสอนเพื่อให้รู้เรื่องเกี่ยวกับโลก เรื่องราวความจริงของชีวิตว่าเป็นอย่างไร การเวียนว่ายตายเกิด จนกระทั่งเบื่อหน่ายในการเวียนว่ายตายเกิด หรือวัฏฏะมีภัยมาก อันตราย ล้วนแต่มีทุกข์ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจะต้องไปทำกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นให้ได้ ก็จะน้อมไปสู่การปฏิบัติ ทำกรรมฐาน ทำใจหยุดใจนิ่ง พอใจหยุดนิ่งได้ก็จะเห็นไปตามขั้นตอนตามที่ได้ศึกษามา มีเครื่องยืนยัน เมื่อเข้าถึงแล้วเป็นปฏิเวธ มีประสบการณ์ภายใน เมื่อโปรดตัวเองได้พ้นแล้ว จึงนำมาถ่ายทอด มาแนะนำสั่งสอนกันต่อๆ ไป ที่จริงก็มีหลักสูตรในสมัยพุทธกาลอยู่แล้วนะ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เทศนา นี่เป็นอาชีพพระภิกษุในพระพุทธศาสนาเลย ไม่ใช่เอาอย่างใดอย่างหนึ่ง …

๓๓. ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เทศนา Read More »

๓๔. เป็นพระต้องนั่งสมาธิ

เป็นพระต้องนั่งสมาธิ สมาธิกับพระเป็นของคู่กัน เหมือนลมหายใจคู่กับจมูก เหมือนเสียงคู่กับหู สมาธิกับพระก็คู่กัน ขาดจากกันไม่ได้เลย จะทำให้เราเห็นคุณค่าความเป็นพระ การเห็นคุณค่าความเป็นพระ สำคัญมาก มันทำให้อยากอยู่ต่อ อยากบำเพ็ญสมณธรรม อยากเดินตามรอยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนตลอดชีวิต ความรู้สึกเช่นนี้จะเกิดจากการบำเพ็ญสมณธรรมของเรา ถ้าบวชแล้วไม่ได้นั่งสมาธิ ครูไม่ใหญ่เสียดายแทน…เสียดายมาก ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/92 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 3 ชีวิตสมณะ ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๓๕. นั่งสมาธิแล้วกลัวเป็นบ้า?

นั่งสมาธิแล้วกลัวเป็นบ้า? ปัจจุบันนี้ที่ละเลยเรื่องการปฏิบัติกัน เพราะกลัวว่านั่งแล้วเป็นบ้าบ้าง ที่นั่งแล้วเป็นบ้าไม่ใช่อะไร เพราะคนบ้ามานั่ง หรือประเภทมีเชื้อบ้าอยู่ก่อนแล้ว ตอนที่เชื้อยังไม่กำเริบ ยังไม่สำแดงออกก็ดูปกติ ทีนี้คนไปเห็นตอนที่เขาดีๆ อยู่ แต่พอนั่งสมาธิออกอาการ ก็เลยเหมาว่านั่งสมาธิแล้วเป็นบ้า ที่จริงมีเชื้อมาก่อน เพราะฉะนั้นจึงทำให้หลายคนกลัวการปฏิบัติธรรม หรือบางคนนั่งแล้วใจยังไม่บริสุทธิ์ ยังหยุดไม่สนิท เกิดนิมิตหลอน เห็นภาพโน่นภาพนี่ที่น่ากลัว เป็นภาพที่เก็บสั่งสมไว้ในจิตมาฉายให้เห็น จึงเกิดความกลัว แล้วก็ไปเล่าต่อๆ กันว่า ระวังนะ นั่งแล้วจะเห็นนั่นเห็นนี่ น่ากลัว คนที่ไม่ได้นั่งได้ยินได้ฟังเข้าก็กลัวตามไปด้วย ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้นั่งเลย เกิดกลัวไปเสียแล้ว กลัวจะไปเห็นผีสาง เห็นโน่นเห็นนี่ ถ้าจิตบริสุทธิ์จริงๆ เห็นพวกนี้จะรู้สึกเฉยๆ นะ เพราะเห็นเหมือนเห็นมนุษย์อย่างนี้แหละ แต่ว่ารูปร่างมันพิกลพิการกว่าเล็กน้อยบางประการอย่างมากมาย แต่อารมณ์ที่จะไปเห็นอย่างนี้ มันต้องใสแล้วนิ่ง ไม่มีความกลัวอยู่ แต่อารมณ์ที่ยังมีความกลัวแล้วเห็น แสดงว่าจิตยังไม่บริสุทธิ์ ยังเป็นนิมิตเลื่อนลอย นิมิตเลื่อนลอยยังไม่ใช่ของจริง บางแห่งก็ไปเหมาเอาว่า นิมิตทั้งหมดเลื่อนลอย ไม่ควรยึดติด อย่าไปติดนิมิต อันที่จริง นิมิตจริงก็มี เลื่อนลอยก็มี ก็เหมือนเราลืมตาเห็น คงเคยเห็นของลวงๆ เป็นของจริง มันเหมือนกันอย่างนั้นนะ แต่แทนที่จะเป็นตามนุษย์ …

๓๕. นั่งสมาธิแล้วกลัวเป็นบ้า? Read More »

๓๖. หยุดเป็นตัวสำเร็จ

หยุดเป็นตัวสำเร็จ ถ้าจะช่วยหลวงพ่อให้มีปีติเบิกบาน จงช่วยกันทำให้เข้าถึงสรณะภายในให้ได้ ไม่ถึง..เป็นไม่ยอมกัน ให้รู้จัก “หยุดเป็นตัวสำเร็จ” เป็นอย่างไร ได้ยินได้ฟังมาตั้งนานแล้ว ไปรู้จักกันเสีย จะได้มีรสนิยมเดียวกัน เข้าถึงจุดที่คุยกันได้ ไม่ใช่คุยอยู่รูปเดียว จะได้คุยกันได้ว่า หยุดแล้วดีอย่างไร ยิ่งหยุดยิ่งเร็วเป็นอย่างไร ไปพิสูจน์ให้ได้ เขามีแต่หยุดอยู่กับที่ แต่ยิ่งหยุดยิ่งเร็วมันเป็นอย่างไร หลวงปู่วัดปากน้ำกล่าวว่า “เอาอะไรมาปริยาย” ท่านใช้ภาษาท่าน คือ มันมีความรู้ที่กว้างขวางใหญ่โตขึ้นไปเรื่อยๆ ไล่ไปเรื่อยๆ ท่านถามของท่านไปเรื่อยๆ เราก็หายสงสัยไปทีละเรื่อง เรื่องนี้หายสงสัย ท่านพูดใหม่ สงสัยอีกแล้ว เพราะเรายังเข้าไม่ถึง พอถึงก็หายสงสัยไปตามลำดับ จนกระทั่งเรียนเรื่องจักรวาลวิทยา เรื่องภพภูมิต่างๆ เรียนไปถึงเรื่องนิพพาน ภพสาม โลกันตร์ แล้วก็มาเข้าใจคำว่า “นิพพาน” ตอนที่ละเอียดหยุดได้สนิทสมบูรณ์ หลวงปู่วัดปากน้ำท่านเคยเทศน์เอาไว้ ยังมีอยู่ในเทปอยู่เลย “ไปนิพพานจะไปยากอะไร ตดปึ๋งเดียวก็ถึงแล้ว” ท่านว่าอย่างนั้น แล้วท่านก็หัวเราะ เพราะความละเอียดของท่านถึงจุดตรงนั้น ท่านไปเอาความรู้เหล่านี้มาจากไหน นี่เป็นสิ่งที่น่าคิด แต่เดิมท่านก็ไม่รู้อะไร จะรู้ได้อย่างไร ไปเอามาจากไหน นี่เป็นสิ่งที่น่าศึกษา แต่แล้วท่านก็เปิดเผย ก็หยุดนั่นเอง “หยุดเป็นตัวสำเร็จ” …

๓๖. หยุดเป็นตัวสำเร็จ Read More »

๒๑. มหัศจรรย์ความรู้ภายใน

มหัศจรรย์ความรู้ภายใน ถ้าบวชเป็นพระ ก็จะทำสมาธิได้ง่ายกว่าตอนเป็นคฤหัสถ์ เพราะชีวิตพระมีเครื่องกังวลน้อยกว่า คฤหัสถ์จะมีปัญหาและแรงกดดัน ต้องทำมาหากิน ทำมาค้าขาย ทำมาสร้างบารมี ต้องดูแลทั้งตัวเอง ครอบครัว ดูทั้งบ้าน ทั้งคนในบ้าน นอกบ้าน ในที่ทำงานอีกเยอะแยะ ชีวิตพระมีเวลาว่างมากกว่าที่จะบำเพ็ญสมณธรรม คือ ข้อปฏิบัติสำหรับชีวิตสมณะ ที่จะทำให้กายวาจาใจสะอาด บริสุทธิ์ สงบนิ่ง เยือกเย็น เรียนรู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตภายในที่ถูกปกปิดเป็นความลับมายาวนาน ชีวิตของบรรพชิตเป็นชีวิตที่สูงส่ง เฉพาะผู้มีบุญ มีบารมี ที่ผ่านชีวิตของคฤหัสถ์มามากเพียงพอจนถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องก้าวไปสู่ชีวิตใหม่ที่ยกระดับชีวิตให้สูงขึ้น เรียนรู้ให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ชีวิตของบรรพชิตจะมีเวลาทำหยุดทำนิ่งได้มาก ยิ่งหยุดยิ่งนิ่งก็ยิ่งดิ่งไม่หยุด เข้าไปสู่ภายใน เดี๋ยวก็เห็นกายมนุษย์ละเอียด เห็นกายทิพย์ เห็นกายในกายซ้อนๆ อยู่ เป็นความมหัศจรรย์ที่หลายพันล้านคนในโลกเขาไม่เห็นกัน แต่เราเห็นชีวิตภายใน ชาวโลกส่วนมากเขาจะเห็นกายมนุษย์ละเอียดตอนเขาหลับฝันไป แต่ไม่รู้จักว่า เป็นกายฝัน เหมือนตัวเราเองออกไปทำหน้าที่ฝัน ตื่นขึ้นมาเราก็ยังระลึกได้บ้าง ไม่ได้บ้าง จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่ว่ากายนั้นเวลาตื่นไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ถ้าหากว่า เข้าถึงกายมนุษย์ละเอียดได้ จะมีความรู้สึกปีติสุข ภาคภูมิใจว่า คนอย่างเราเข้าถึงกายมนุษย์ละเอียด ได้ มีชีวิตที่สูงส่งกว่าชีวิตของคฤหัสถ์ไปอีกเท่าตัว อีก ๑๐๐ …

๒๑. มหัศจรรย์ความรู้ภายใน Read More »