หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่

10.อันตัวเรานั้น…ตายแน่ ๆ

ความตายไม่มีนิมิตหมาย เป็นสิ่งที่เราจะต้อง เตือนใจของเราบ่อย ๆ ทุกวันเลย เวลามา มันปุ๊บปั๊บมา โดยที่เราไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย ถ้าหากเราได้สั่งสมบุญเอาไว้อย่างเต็มที่แล้ว เราก็มีความพร้อมเสมอว่า จะไปตอนไหน ที่ไหน เวลาใดก็ได้ แต่ถ้าหากเราสั่งสมบารมีกันยังไม่เต็มที่ละก็ นึกแล้วหวาดเสียวนะ ดูอย่างคุณยายอาจารย์ของเรา ขนาดท่านสั่งสมบุญมาอย่างสม่ำเสมอ ท่านยังมีความรู้สึกว่าเพิ่งจะทำบุญไปได้นิดเดียวเท่านั้น ท่านมักจะพูดให้หลวงพ่อหรือผู้ใกล้ชิดฟังบ่อย ๆ ว่า ยายมีความรู้สึกเหมือนยายเพิ่งได้ บุญไปนิดเดียว ฟังดูแล้วเหมือนท่านถ่อมตัวนะ ท่านบอกไม่ได้ถ่อมเลย มันรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ท่านอยากจะทำบุญให้มาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ตลอดชีวิตของท่านเป็นไปเพื่อการสร้างบารมีอย่างเต็มที่เลย ท่านยังมีความรู้สึกอย่างนั้น 14 กันยายน พ.ศ. 2545 พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/44 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 3 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

11.เจริญมรณานุสติ

บางคนพอพูดถึงเรื่องตาย เกิดความกลัวขึ้นมา อย่างกับตัวจะไม่ตายอย่างนั้นแหละ ขอยืนยันว่า กลัวก็ตาย ไม่กลัวก็ตาย ไม่อยากเจอความตาย ก็ต้องเจอ ทุกสถานที่ในโลกนี้ เราปฏิเสธไม่ไปได้ แต่ปรโลกปฏิเสธไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องซ้อม ๆ กันเอาไว้ ซ้อมตายทุกคืนเลย ทำง่าย ๆ โดยสมมติว่า เราจะไปคืนนี้ เราจะนึกอะไรดี…การนึกคิดอย่างนี้ ไม่ใช่เป็นการแช่งตัวเองนะ ตรงกันข้าม กลับเป็นการเพิ่มบุญ เพราะจิตดวงนี้ประกอบไปด้วยปัญญา เขาเรียกว่า “เจริญมรณานุสติ” คือ เอาดวงปัญญามาพิจารณาถึงความตาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เที่ยงแท้ถาวรของทุกชีวิตว่า ถ้าเราตายตอนนี้ และเราอยู่คนเดียว เราจะเตรียมตัวอย่างไร เป็นการวอร์ม ๆ ไว้ก่อน เราต้องหมดห่วง คือ ตัดห่วง จะห่วงอะไรก็ตัดใจไปเสียก่อน ตัดใจแม้อาลัยใจแทบขาด ต้องตัดอาลัย ตัดห่วงให้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ ทรัพย์สมบัติที่เรามีกันตั้งพันล้านเอาทิ้ง ๆ ไป เอาวางไป ให้คนโน้น คนนี้ แจกจ่ายไป หนี้ที่มีเอาให้คนโน้นบ้าง คนนี้บ้าง เฉลี่ยแจกจ่าย …

11.เจริญมรณานุสติ Read More »

12.ศีลธรรมช่วยคุ้มครองโลก

“โลกจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับกระแสใจของชาวโลก” ช่วงไหนกระแสใจของมนุษย์ตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดี ไม่ประมาทในชีวิต ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา สั่งสมบุญอยู่เป็นนิจ ในยุคนั้นบ้านเมืองก็จะอยู่เย็นเป็นสุข เศรษฐกิจเฟื่องฟู ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล โรคภัยไข้เจ็บน้อย ผู้คนมีอายุยืนยาว ผิวพรรณวรรณะผ่องใส ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีสภาพคล่อง ต่างก็มีความสุขกายสบายใจกันถ้วนหน้า แต่ในยามใดที่จิตสำนึกของมนุษย์ถูกกระแสบาปเข้าบังคับบัญชาอยู่ภายใน ให้คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว ใช้ชีวิตอย่างประมาท เมื่อนั้นเศรษฐกิจก็จะตกต่ำดินอากาศฟ้าแปรปรวน โรคภัยไข้เจ็บที่ไม่เคยมีก็จะเกิดขึ้น ยาที่ใช้รักษาก็หาได้ยาก เพราะฉะนั้น ศีลธรรมเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องช่วยคุ้มครองโลกให้ปลอดภัย ดังนั้นให้ทุกคนตั้งใจกันให้ดีที่จะเป็นผู้นำบุญ เป็นผู้นำศีลธรรมชี้นำทางชีวิตจิตวิญญาณของมวลมนุษยชาติทั้งหลายให้ไปในทิศทางที่สูงขึ้น แม้ใคร ๆ จะเห็นแก่ตัว แต่เราไม่เห็นแก่ตัว ใครสร้างบาป เราสร้างบุญ ใครหวั่นไหว เราไม่หวั่นไหว ใครกำลังใจตกต่ำ เรากำลังใจสูงขึ้น หมั่นสั่งสมบุญบารมีเรื่อยไป หากวันใดทุกคนในโลกคิดอย่างนี้ ทำอย่างนี้ และทุกคนมีศีลธรรมประจำใจ เมื่อถึงวันนั้น โลกก็จะกลับมาพบกับสันติสุขอีกครั้งอย่างแน่นอน 4 มกราคม พ.ศ. 2541 พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/44 ต้นฉบับ หนังสือ …

12.ศีลธรรมช่วยคุ้มครองโลก Read More »

13.สาเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ และวิธีแก้ไข

ภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็น อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย โจรภัย ภัยทุกชนิด ล้วนแต่มีเหตุทั้งสิ้น สาเหตุหลัก ๆ ก็คือ เพราะคนห่างหายจากศีลธรรมนั่นเอง ดังนั้น ดีที่สุดคือ เราทุกคนทั่วโลก ต้องทดลองทำแตกต่างจากที่เคยทำที่ผ่านมา โดยพร้อมใจกันฟื้นฟูศีลธรรมโลกให้หวนกลับคืนมาอีกครั้ง โดยเว้นจากการฆ่า เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม เว้นจากการพูดปด เว้นจากการดื่มสิ่งมึนเมา เว้นจากอบายมุข เว้นสิ่งที่ไม่ดีให้หมด แล้วก็มาทำความดี ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เจริญศีล สมาธิ ปัญญาให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ให้เป็นอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ถึงระดับปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา ถ้าได้อย่างนี้เป็นอย่างน้อย สิ่งดี ๆ จะค่อย ๆ เกิดขึ้น เราจะเห็นโลกยุคพระศรีอริยเมตไตรยในยุคนี้เลย 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554 พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย …

13.สาเหตุภัยพิบัติต่าง ๆ และวิธีแก้ไข Read More »

14.มาถอยหลังลงคลองกันเถอะ

บัณฑิตนักปราชญ์ในกาลก่อนกล่าวไว้ว่า ยุคใด สมัยใด ถ้าคนห่างเหินจากศีลธรรม ภัยพิบัติต่าง ๆ ก็จะเกิดขึ้น เช่น ฝนตก น้ำท่วม ลมพายุ แผ่นดินไหว ไฟไหม้ เป็นต้น ภัยพิบัติต่าง ๆ จะเกิดขึ้น ถ้าคนเสื่อมจากศีลธรรม เพราะฉะนั้นเราทุก ๆ คนทั่วประเทศมาสำรวจตรวจตราดูตัวเองว่า เราห่างเหินจากศีลธรรมหรือเปล่า ห่างจากการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาไหม ห่างการดูแลผู้มีศีลมีธรรมไหม หรือไปรังแกผู้มีศีลมีธรรมหรือไม่ เราก็ไปทบทวนดู ถ้าหากว่า เราทำเราก็ปรับปรุงแก้ไขเสีย แล้วเข้าใกล้ศีลธรรมให้มาก ๆ เข้า สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น ดินอากาศฟ้าจะไม่แปรปรวน ฝนจะตกต้อง47 ตามฤดูกาล ผลหมากรากไม้มีรสโอชา มนุษย์จะมีโรคภัยไข้เจ็บน้อย อายุยืนยาว เศรษฐกิจดี ซื้อง่ายขายคล่อง กำไรงาม เป็นต้น นี่เป็นเรื่องที่เราต้องหันกลับมาทบทวน มาถอยหลังเข้าคลองธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเราเลยคลองกันไปเยอะแล้ว ออกนอกลู่นอกทางกันไปเยอะแล้ว มาเข้าสู่ในลู่ของบัณฑิตนักปราชญ์ ลงคลองแห่งธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเถอะ อย่างนี้เรียกว่า ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ถอยหลังลงคลอง …

14.มาถอยหลังลงคลองกันเถอะ Read More »

15.ทำไมต้องเร่งฟื้นฟูพระพุทธศาสนา

ถ้าสังเกตให้ดี เราจะพบว่า โลกของเราในยุคปัจจุบันไม่เหมือนโลกในยุคพุทธกาลหรือยุคอดีต เพราะในยุคนี้มีโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ ๆ และมีความรุนแรงเกิดขึ้นมามากมาย แม้วิทยาการทางการแพทย์จะเจริญก้าวหน้ามากมายเพียงใดก็ตาม แต่สำหรับโรคบางโรคก็ยังหายาหรือวิธีการรักษาโรคไม่ได้ ที่เป็นแบบนี้เพราะอะไร เราอาจไม่เชื่อว่า โรคทุกโรคล้วนเป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น เพราะเมื่อมนุษย์ประกอบอกุศลกรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ตั้งมั่นในศีล 5 มีการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดโกหก เพ้อเจ้อ คำหยาบ ส่อเสียด ดื่มสุราเมรัย สูบเสพสิ่งเสพติดต่าง ๆ มัวเมาในอบายมุขเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นต้น พญามารก็จะได้ช่องเอาบาปของมนุษย์ทั้งหลาย ทั่วโลกมาประมวลรวมกัน จากนั้นก็ซ้อนบาปศักดิ์สิทธิ์เข้าไปประกอบในโอกาสโลก ขันธโลก และสัตวโลก โอกาสโลก คือ สิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ร่างกายเราออกไป รวมไปถึงบรรยากาศภายนอกจนกระทั่งถึงดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว จักรวาลต่าง ๆ ขันธโลก คือ ขันธ์ 5 ร่างกายของเรา มวลมนุษยชาติ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย สัตวโลก คือ จิตใจของเรา ของมวลมนุษยชาติ และสรรพสัตว์ พญามารจะเอาบาปนี้ซ้อนประกบตั้งแต่โอกาสโลก …

15.ทำไมต้องเร่งฟื้นฟูพระพุทธศาสนา Read More »

16.พุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน

พุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว เพื่อเราและโลก จะได้พบสันติสุขที่แท้จริง เราจะต้องรวมกันให้เป็นหนึ่งเดียว เลิกแบ่งพรรคแบ่งพวก มันหมดสมัยแล้ว แล้วก็หันมาปรองดอง มารู้รักสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มาสร้างบุญ สร้างบารมี มาแสวงหาหนทางพระนิพพาน แล้วทำประโยชน์ให้แก่เพื่อนมนุษย์กันจะดีกว่า เดี๋ยวก็วัน เดี๋ยวก็คืน เดี๋ยวก็จะหมดเวลาจากโลกนี้ไปแล้ว โลกมนุษย์ คือ โลกแห่งการสร้างบารมี ไม่ใช่โลกแห่งการเสวยบุญ ละโลกไปแล้ว เราหมดสิทธิ์ที่จะสร้างบารมีได้เหมือนกายมนุษย์ เพราะเป็นภพภูมิแห่งการเสวยผล ไม่ว่าบุญหรือบาป ดีหรือชั่วก็ตาม นี่เป็นสิ่งที่เราจะต้องตอกย้ำซ้ำเดิมกันทุก ๆ วัน แล้วทำความเข้าใจกันให้ดี 30 มกราคม พ.ศ. 2547 พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/44 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 3 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

1.หัวใจพระบรมโพธิสัตว์

บุคคลโดยทั่วไป มักคิดถึงตนเองมากกว่าผู้อื่น แต่พระบรมโพธิสัตว์จะคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง และถือว่า การที่คิดถึงคนอื่นนั้น ก็คือการคิดถึงตนเอง เพราะไม่ได้มีความรู้สึกแตกต่างกันเลย เรารักตัวเองอย่างไร…ก็รักผู้อื่นอย่างนั้น รักผู้อื่นอย่างไร…ก็รักตัวเองอย่างนั้น ดังนั้น จึงมีความรู้สึกว่า การทำเพื่อผู้อื่น ก็คือการทำเพื่อตัวเอง นี่คือหัวใจของยอดนักสร้างบารมี และพระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย 3 ธันวาคม พ.ศ. 2545 พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/44 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 3 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

17.เช้า ๆ ตื่นมาใส่บาตรกันเถอะ

การให้ข้าว ให้น้ำให้อาหารหวานคาว และจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระภิกษุสามเณร ผู้ประพฤติธรรม เราจะได้รับอานิสงส์ 5 ประการ คือ ได้อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ 1 อายุ การเป็นผู้มีอายุยืนยาว ไม่มีโรค ถือว่าเป็นลาภอันประเสริฐ 2 วรรณะ การมีวรรณะ ความผ่องใสของผิวพรรณ ก็จะเป็นที่ดึงดูดตาดึงดูดใจ น่าเลื่อมใส แลดูงามทุกวัย เหมือนอย่างมหาอุบาสิกาวิสาขา 3 สุขะ ได้ความสุข คือ มีความสบายกาย สบายใจ แช่มชื่น เบิกบาน 4 พละ มีพละกำลังแข็งแรง 5 ปฏิภาณ มีปฏิภาณไหวพริบเฉลียวฉลาด ทั้งอายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณก็จะเป็นของเรา 19 มกราคม พ.ศ. 2547 พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/44 …

17.เช้า ๆ ตื่นมาใส่บาตรกันเถอะ Read More »

2.ชนะด้วยการคิดดี พูดดี ทำดี

ต้องคิดดี พูดดี ทำดี แล้วสิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้นแบบสวนกระแส ไม่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ดิน อากาศ ฟ้า จะเป็นอย่างไร โลกจะเป็นอย่างไร เราสามารถฝ่าวิกฤตสวนกระแสไปได้ ถ้าหากเราไม่ให้โอกาสมารได้ช่องส่งผลผ่านตัวของเรา แต่ถ้าเราเผลอไปคิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดี กลุ้มอกกลุ้มใจ วิตกกังวล เป็นต้น มารก็จะได้ช่องส่งผล แต่ถ้าเราไม่สนใจสิ่งแวดล้อมนั้น ใจนิ่งอยู่ในบุญกุศลที่เราได้สั่งสมมา อยู่ในธรรมที่เราได้ประพฤติปฏิบัติธรรมกันอย่างสม่ำเสมอทุกวัน มารก็ไม่ได้ช่อง เมื่อมารไม่ได้ช่อง บุญก็ได้ช่องส่งผล ส่งผังสำเร็จให้บังเกิดขึ้น เราเกิดมาสร้างบารมีในเส้นทางนี้ ก็ต้องทำให้ถูกหลักวิชชา 1 มกราคม พ.ศ. 2559 พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/44 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 3 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

18.วันนี้ “วันพระ”

วันพระ คือวันที่พระจะมาทบทวนสิกขาบทว่า 7 วันที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติถูกต้องตามธรรมวินัยครบถ้วนบริบูรณ์ไหม ถ้าครบถ้วนบริบูรณ์ก็ปลื้ม ถ้าขาดตกบกพร่องก็ต้องแก้ไขกัน ตักเตือนตัวเองบ้าง เตือนซึ่งกันและกันบ้าง เพราะวัตถุประสงค์หลักของการบวชเพื่อมุ่งหวังจะทำพระนิพพานให้แจ้ง เพราะฉะนั้นสิ่งอะไรที่ขาดตกบกพร่องจะต้องรีบปรับปรุงแก้ไข ส่วนญาติโยมทั้งหลายก็ถือโอกาสในวันพระ ไปบำเพ็ญบุญ ไปฟังธรรม ปฏิบัติธรรมร่วมกัน แต่ในปัจจุบันนี้ การให้ความสำคัญของวันพระรู้สึกจะลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ เราจะต้องช่วยกันฟื้นฟูวันแห่งความสว่างให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ แล้วให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นในยุคของเรานี่แหละ แม้ว่าจะเริ่มต้นจาก59 กลุ่มเล็ก ๆ ต่อไปก็จะค่อย ๆ ขยับขยายกันไปเรื่อย ๆ ก็จะเป็นทางมา แห่งบุญของเรา เพราะฉะนั้น เมื่อลูกทุกคนได้รับป้าย พรุ่งนี้ “วันพระ” วันนี้ “วันพระ” ไปแล้ว มีป้ายแล้ว ก็ต้องเอาไปติดไว้ที่หน้าบ้านหรือ ที่ทำงานของเรานะ แล้วอย่าลืมเอาลงด้วย รวมทั้งประพฤติตัวของเรา ให้เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะโลกขาดแคลนตัวอย่างที่ดี ๆ เราจะได้เป็นต้นบุญ ต้นแบบกัน 2 มกราคม พ.ศ. 2546 พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา …

18.วันนี้ “วันพระ” Read More »

3.วันนี้คุณทำความดีแล้วหรือยัง

อย่าลืมว่า เราเกิดมาสร้างบารมี และจะสร้างบารมีได้เฉพาะกายมนุษย์เท่านั้น กายอื่นสร้างไม่ได้ เรามีชีวิตอยู่ในเมืองมนุษย์แค่ช่วงสั้น ๆ เท่านั้น ความตายไม่มีนิมิตหมาย จะตายวันไหนก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นต้องเตรียมตัวของเราให้พร้อมเสมอ ผู้ที่ไม่หวั่นวิตกในมรณภัย นอกจากพระอริยเจ้าแล้ว ก็มีผู้ที่สั่งสมบุญด้วยการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนามามาก มากพอจนกระทั่งเราปลื้มอกปลื้มใจ อิ่มอกอิ่มใจ จะละโลกไปตอนไหนก็ได้ ไม่วิตกกังวลเลย แต่คนที่กลัวตาย คือ ผู้ที่ไม่ได้เตรียมตัวเอาไว้ ไม่ได้สร้างบุญ มัวแต่ทำมาหากินอย่างเดียว หรือมัวแต่สนุกสนานเพลิดเพลินในทางโลก หรือมัวแต่ไปเบียดเบียนกัน แก่งแย่งชิงดีในลาภยศสรรเสริญทางโลก พอใกล้จะตาย พวกนี้จะกลัวมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ปากแข็งว่า นรกสวรรค์ไม่มี ที่กลัวเพราะถ้าเผื่อมีนรกเข้า ยุ่งละสิ ! เพราะตัวไม่ได้ทำบุญเอาไว้ เมื่อไม่ได้ทำบุญเอาไว้ ก็ไปทำบาปอกุศล เบียดเบียนกันทุกวัน แล้วการทำมาหากินทางโลกจะให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ มันยาก มันก็บริสุทธิ์บ้าง ไม่บริสุทธิ์บ้าง บางคนก็บริสุทธิ์มากกว่าไม่บริสุทธิ์ ที่จะบริสุทธิ์ล้วน ๆ หายากมาก ๆ ชีวิตจริงมันเป็นอย่างนี้นะ ชาวโลกทั่วไปเขาก็จะเป็นอย่างนี้ ทำมาหากินด้วยการเบียดเบียนกันบ้าง …

3.วันนี้คุณทำความดีแล้วหรือยัง Read More »

19.จุดประทีปสว่าง…ทุกวันพระ

ทุกวันพระ หลวงพ่อขอเชิญชวนให้จุดประทีปเอาไว้หน้าบ้าน เพื่อจะได้บอกให้ทุกคนได้รับทราบว่า วันนี้เป็นวันพระ เพราะว่าวันพระ ถูกหลงลืมกันไป จนกระทั่งไม่มีใครสนใจหรือให้ความสำคัญมากเพียงพอเหมือนบรรพบุรุษของเรา แต่ในยุคของเรา ที่เรามาเกิดเพื่อมาสร้างบารมี มาเป็นต้นบุญต้นแบบ มาเป็นแสงสว่างต่อเพื่อนมนุษย์ เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องจุดประทีปเอาไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ที่ผ่านไปผ่านมา ได้ระลึกนึกถึงพระรัตนตรัย นึกถึงว่า วันนี้เป็นวันพระ ควรจะทำแต่สิ่งที่เป็นกุศลธรรม และจะได้เป็นหัวข้อสนทนา เพราะเมื่อเขาเห็นแล้ว ก็จะเกิดคำถาม เอ๊ะ! มีอะไรเหรอ ทำไมถึงจุด เราก็จะได้อธิบายให้เขาฟัง อีกประการหนึ่ง อยากให้บ้านเมืองของเราสว่างไสว เพราะดูเหมือนว่าเดี๋ยวนี้สิ่งที่ผิด ๆ กำลังจะทำให้ถูกต้อง หลวงพ่อดูแล้วสลดใจนะ ถึงเวลาที่เราจะไปชักชวนกันมาถอยหลังลงคลองกันเถอะ แต่เป็นคลองธรรม คือ ความถูกต้องดีงามที่บรรพบุรุษของเราประพฤติสืบทอดกันมา เดี๋ยวนี้มันจะสูญหายกันไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้น พอถึงวันพระ ไม่ว่าวันพระเล็ก วันพระใหญ่ ไปจุดประทีปดวงเล็ก ๆ ไว้ที่หน้าบ้านของเรา เอาที่ไม่ต้องลงทุนสูงนะ จุดเอาไว้พอที่จะเป็นเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ให้เขาเห็นว่า อ้อ…วันนี้วันพระนะ 1 กันยายน พ.ศ. 2545 พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/44 ต้นฉบับ …

19.จุดประทีปสว่าง…ทุกวันพระ Read More »

4.มาปลูกเมตตาธรรมในใจกันเถอะ

เป็นคนซื่อตรง จะปรารถนาดีกับใคร ก็ให้ปรารถนาดีอย่างแท้จริง ด้วยความจริงใจ ไม่ใช่แสร้งทำหรือมีมายา ไม่มีเหลี่ยมไม่มีคูกับใครทั้งสิ้น อยากให้ทุกคนเขามีความสุขจริง ๆ ให้อภัยก็ให้อภัยกันจริง ๆ เจอหน้าเขาก็พูดกับเขาก่อนได้ ยิ้มแย้มแจ่มใสกับเขาก่อนได้ นี่คือเมตตาธรรม ที่จะต้องปลูกเข้ามาในใจของเรา 11 มีนาคม พ.ศ. 2531 พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/44 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 3 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

20.วิสาขบูชา

วันวิสาขบูชา (วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6) เป็นวันสำคัญและอัศจรรย์อย่างยิ่งในทางพระพุทธศาสนา และเป็นวันสำคัญสากลของโลก ที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน มาพ้องตรงในวันเดียวกัน การมาประสูติของพระพุทธองค์ก็อัศจรรย์ ก่อนที่จะมาประสูติ เทวดาพรหมทั่วหมื่นโลกธาตุได้ไปกราบอาราธนาพระบรมโพธิสัตว์บนสวรรค์ชั้นดุสิต เมื่อพระองค์พิจารณาเห็นสมควรจึงรับอาราธนา จากนั้นทรงตรวจตราดูปัญจมหาวิโลกนะ คือ ทรงพิจารณาดู กาล ทวีป ประเทศ ตระกูล และพุทธมารดาที่เหมาะสมต่อการลงมาเกิดสร้างบารมี เพื่อจะได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณโปรดสัตว์ให้หลุดพ้นจากทุกข์ภัยในวัฏสงสาร ครั้นประสูติก็ถึงพร้อมด้วยลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ และในทันทีที่ประสูติทรงพระดำเนินไปได้ 7 ก้าว ทุกย่างก้าวจะมีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับ จากนั้นทรงเปล่งอาสภิวาจาว่า “เราเป็นผู้เลิศในโลก เราเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ภพชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเราแล้ว” ครั้นเมื่อเจริญวัย ก็เป็นผู้เลิศกว่าใคร ๆ ในโลก ทรงมีพระปัญญาสว่างไสว สามารถสำเร็จความรู้ในศิลปศาสตร์ 18 ประการ ภายใน 7 วันต่อมาเมื่อทรงเห็นภัยในวัฏสงสารก็ทรงออกผนวช เพื่อแสวงหาทางพ้นทุกข์ ทรงบำเพ็ญเพียรอย่างกลั่นกล้า จนกระทั่งได้ตรัสรู้ ณ ภายใต้ควงไม้พระศรีมหาโพธิ์ ในวันตรัสรู้นั้น พระองค์ทรงมีพระทัยตั้งมั่น ใจหยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์ที่ศูนย์กลางกาย ฐานที่ 7 …

20.วิสาขบูชา Read More »