หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่

15.มหาธรรมกายเจดีย์

๑๕. มหาธรรมกายเจดีย์ ความปรารถนาของหลวงพ่อ คือ ตั้งใจอยากจะให้ทุกคน มานั่งสมาธิ ได้เข้าถึงธรรม อยากให้เขาเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว ซึ่งยังไม่สมหวังเลย ที่สร้างศาสนสถานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมหาธรรมกายเจดีย์ มหารัตนวิหารคด สภาธรรมกายสากล มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ก็เพื่อวัตถุประสงค์นี้แหละ คือจะให้เป็นจุดรวมของผู้มีบุญได้มา ประพฤติปฏิบัติธรรมร่วมกัน เพราะจู่ ๆ จะชวนเขาให้มานั่งหลับตา เขายังไม่เห็นประโยชน์ มักจะบอกว่า ไม่มีเวลาบ้าง ไม่ว่างบ้าง คอยให้พร้อมก่อนบ้าง ดูเหมือน จะเป็นสูตรสำเร็จเลย ไปที่ไหนก็จะได้ยินอย่างนี้ หลวงพ่อก็ต้องมองหาโครงการที่จะรวมคนรวมผู้มีบุญที่ลงมา เกิดตั้งเยอะแยะให้มารวมกัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวในการ ประพฤติปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกาย ก็ต้องหาสิ่งที่เขาสามารถ ทำได้ง่าย ๆ ก่อน มีความรู้สึกว่าง่าย ไม่อย่างนั้นจะถูกครอบงำด้วย การทำมาหากิน กับการสนุกสนานเพลิดเพลิน จนกระทั่งมองไม่เห็น การสร้างบารมี ทุก ๆ โครงการที่ตั้งขึ้น จุดประสงค์ก็เพื่อต้องการให้เขาปฏิบัติธรรม โดยเริ่มต้นจากการสร้างมหาทานบารมีก่อน ซึ่งเขาจะมีความ รู้สึกว่าง่าย และพอมาถึงแล้ว ก็จะได้รับการแนะนำเรื่องการรักษาศีล ได้ฟังธรรมะในพระไตรปิฎก สิ่งที่ควรรู้ และที่สำคัญคือการปฏิบัติธรรม …

15.มหาธรรมกายเจดีย์ Read More »

16.จดหมายจากพระกัลยาณมิตร

๑๖. จดหมายจากพระกัลยาณมิตร มีพระกัลยาณมิตรรูปหนึ่งเขียนจดหมายมา ท่านใช้คำว่า “ขอแสดงอาบัติ” กับคุณครูไม่ใหญ่ ที่จริงอยากอ่านตามลำพัง แต่มี หลายข้อที่ท่านเขียนมาอาจจะไปตรงกับใจใครบางคน จะได้ถือโอกาส ตรงนี้ชี้แจง ทำความเข้าใจกันสักนิด ที่จริงถึงไม่ได้แสดงอาบัติ หรือมาขอขมาอะไร ก็ให้ไปหมด แล้ว เพราะครูไม่ใหญ่อยากจะจากโลกนี้ไปอย่างใจใส ๆ ไม่มีเวรมีภัย กับใคร แต่นี่ก็เป็นความงามของพุทธบุตรที่เมื่อท่านมีความรู้สึกที่ดี เกิดขึ้นแล้ว ท่านจะแสดง ไม่ปกปิด จะเปิดเผย เพื่อความบริสุทธิ์ บริบูรณ์ เพราะท่านมีพระนิพพานเป็นเป้าหมาย ท่านเขียนมาย่อ ๆ ว่า ท่านเคยมีอคติในใจ ที่ยังไม่กล้าบอกกับใครในส่วนลึกก้นบึ้ง หัวใจ ซึ่งอาจจะไปตรงกับความคิดของคนอื่น ๆ ที่มีต่อวัดพระธรรมกาย พูดง่าย ๆ กับครูไม่ใหญ่นั่นแหละ แต่เขามักจะเหมารวม ๆ เป็น วัดพระธรรมกาย ไม่รู้เป็นยังไง ที่จริงว่าครูไม่ใหญ่โดยตรงจะดีกว่า เพราะว่าพระธรรมกาย บาปนะ เพราะคำว่า “ธรรมกาย” เป็นคำสูง หมายถึงพระพุทธเจ้า ที่อยู่ภายในตัว หมายถึง พระรัตนตรัย …

16.จดหมายจากพระกัลยาณมิตร Read More »

1.กฎที่ต้องรู้…ไม่รู้อันตราย

๑. กฎที่ต้องรู้… ไม่รู้อันตราย กฎแห่งกรรมเป็นกฎที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่รู้ก็ไม่ได้ ไม่รู้ก็ดำเนินชีวิตผิดพลาด ต้องศึกษาให้รู้ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเราตกอยู่ภายใต้ Law of Kamma กฎแห่งการกระทำ ทางกาย ทางวาจา ทางใจ ไม่ว่าดีหรือชั่วล้วนมีผลทั้งสิ้น ถ้าชั่วก็มีผลไปอบาย ถ้าดีก็มีผลไปสุคติ ที่ไปอบาย อุปมาเหมือนฝุ่นในผืนปฐพี ไปสวรรค์ อุปมาเหมือนฝุ่นในเล็บมือ เพราะไม่มีความรู้เรื่องกฎแห่งกรรม จึงดำเนินชีวิตผิดพลาดไปอบาย ไปถึงตรงนั้น ไม่มีสิทธิ์คิดอะไร ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะพูดว่า รู้อย่างนี้ ไม่รู้ด้วยว่า ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ พอลงมา ก็ตุ้บ ลุยกันเลย ไม่ได้พูดคุยกันก่อน ไม่มีการผลักอก หรือเจรจาให้เกิดอารมณ์ ไม่มีนะ มาถึงก็ลุยกันเลย และอย่างยาวนานทีเดียว เพราะฉะนั้น เมื่อชีวิตเสี่ยงอยู่แล้ว เราไม่ควรจะเสี่ยงกันต่อไป ด้วยการมาศึกษาความรู้สากลที่ทุกคนศึกษาได้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ใด นั่นคือ Law of Kamma ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ …

1.กฎที่ต้องรู้…ไม่รู้อันตราย Read More »

17.ท่านมาเพราะเห็นความสำคัญ ของพระพุทธศาสนา

๑๗. ท่านมาเพราะเห็นความสำคัญ ของพระพุทธศาสนา มีบางคนคิดว่า ที่พระมาวัดพระธรรมกายเยอะ ๆ เพราะเราไปจ้างท่านมา? โปรดรับทราบว่า พระมหาเถรานุเถระ พระสังฆาธิการ ๓๐,๐๐๐ กว่าวัดทั่วประเทศ ไม่ใช่ว่าท่านมาวัดเรา เพราะอยากได้ เครื่องไทยธรรม อย่าไปคิดตื้น ๆ อย่างนั้น ท่านบวชแล้ว ไม่ต้องการอะไรแล้ว หวังทำพระนิพพานให้แจ้ง เท่านั้น แต่ท่านเห็นแก่การคณะสงฆ์ เห็นว่าในคราวนี้ถึงคราวที่ทุกวัด จะต้องรวมกัน เพื่อความเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้นของพระพุทธศาสนา เพราะว่าในยามนี้หรือที่ผ่านมา พระพุทธศาสนาถูกโจมตีขึ้นหน้าหนึ่ง อยู่เรื่อย ๆ ท่านมาเพื่อที่จะมาทำความคุ้นเคยกัน รู้จักกัน แล้วก็จะได้ ร่วมงานกัน ช่วยกันแก้ปัญหา ปัญหาบางอย่างแก้ตามลำพังได้ แต่ ปัญหาใหญ่นั้นต้องมาช่วยกันแก้ ท่านถึงได้มา อีกประการหนึ่ง ท่านเอ็นดูหลวงพ่อ สงสาร อยากจะมาให้กำลังใจ เพราะฉะนั้น ท่านถึงได้ทิ้งทุกอย่าง วางทุกสิ่ง ทั้ง ๆ ที่ท่านมีภารกิจมาก ต้อง สงเคราะห์เพื่อนมนุษย์และมีกิจอย่างอื่นอีกหลาย ๆ อย่างที่จะต้องทำ กิจบางอย่างท่านยอมเลื่อนออกไปเพื่อจะมาร่วมงานนี้ ๒๗ …

17.ท่านมาเพราะเห็นความสำคัญ ของพระพุทธศาสนา Read More »

2.กฎแห่งกรรม…สิ่งที่ทุกคนต้องศึกษา

๒. กฎแห่งกรรม…สิ่งที่ทุกคนต้องศึกษา การศึกษาเรื่องกฎแห่งกรรม มีความจำเป็นมาก เราจะต้องศึกษา ให้เข้าใจ โดยเฉพาะพระภิกษุ สามเณร ซึ่งเป็นกองรบหลักของ กองทัพธรรม จะต้องมีความเชื่อหรือเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมให้ได้ มากที่สุด เมื่อเข้าใจแล้ว เราก็กล้าที่จะยืนยันให้ญาติโยมเชื่อเรื่องบาปบุญ คุณโทษ ซึ่งถ้าพระเชื่อ เณรเชื่อ โยมเชื่อ ความชั่วก็จะไม่เกิดขึ้นในโลก หิริโอตตัปปะก็จะตั้งขึ้นได้ จะมีความละอายต่อการทำบาป คล้าย ๆ เสียศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ คนอย่างเราต้องไม่ทำบาป หรือไม่ก็ เกรงกลัวว่าจะมีผลไปอบาย ซึ่งมีความทุกข์ทรมานยาวนานมาก ถึงเวลาแล้วที่พุทธบริษัท ๔ จะต้องมาศึกษาเรื่องกฎแห่งกรรม ให้เข้าใจ ให้แจ่มแจ้ง เพื่อจะได้ปฏิบัติให้ถูก เพราะถ้าไม่ได้ศึกษา พอถึงเวลาเราเดินทางจากโลกนี้ไป มันอันตราย ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/42 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 1 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

18.ธรรมเทศนาในยุคโซเชียลมีเดีย

๑๘. ธรรมเทศนาในยุคโซเชียลมีเดีย สงครามข่าวในยุคโซเชียลมีเดีย ปัจจุบันมีผู้ไม่หวังดี โจมตี ด่าว่าพระ ด่าว่าวัดเยอะ ลงข่าวเป็นประเด็นทุกวัน เพื่อมุ่งหวังทำลาย ศรัทธาของชาวพุทธให้คลอนแคลน และหวังบ่อนทำลายพระพุทธ ศาสนาและสังฆมณฑล ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องชี้แจงแสดงความจริงให้โลกรู้ และ กระจายออกไปให้มากที่สุด เราไม่ชี้แจงไม่ได้…ขนาดขึ้นศาลยังต้องฟัง ข้อมูลทั้งสองฝ่าย ถ้าเราไม่ชี้แจงความจริงไปให้มาก ๆ จะปล่อยให้ เขาให้ข้อมูลข้างเดียวหรือ? สิ่งที่เราช่วยกันกระจายข้อมูลที่ถูกต้อง ชี้แจงสัมมาทิฐิให้เกิดขึ้นนี้ ไม่ผิดหลักวิชชา ที่บอกว่า..“ไม่สู้ ไม่หนี ทําดีเรื่อยไป” คำว่า “ไม่สู้” หมายถึง ไม่สู้แบบมิจฉาทิฐิ คือ ไม่ได้ให้ไปสู้แบบ รบราฆ่าฟัน ส่วนการชี้แจงให้ชาวโลกรับรู้สิ่งที่ถูกต้องให้มาก ๆ คือ ปลูกสัมมาทิฐิให้เขา นี่แหละคือการ “ทำดีเรื่อยไป!” การทำดี ต้องทำทั้งตนเองและเป็นกัลยาณมิตรให้ผู้อื่นด้วย ให้เขาได้มีความเห็นถูก เป็นกัลยาณมิตรให้เขาเพราะ “โลกขาดดวงตะวันไม่ได้ฉันใด โลกก็ขาดกัลยาณมิตรไม่ได้ฉันนั้น” แม้เราไม่เก่งเทคโนโลยี ก็ไม่เห็นจะมีปัญหา ที่ไหนมีที่ให้กด เราก็แค่เอานิ้วไปกด บวกไปกับความคิดที่เป็นสัมมาทิฐิและความรักใน เพื่อนมนุษย์ที่ไม่ต้องการให้เขาไปอบาย ให้เขามีสัมมาทิฐิ แล้วทุกอย่าง …

18.ธรรมเทศนาในยุคโซเชียลมีเดีย Read More »

3.ปรโลก…มีจริง

๓. ปรโลก…มีจริง โลกยังขาดแคลนความรู้ที่แท้จริง จึงไม่ได้ทำงานที่แท้จริงเสียที มีความรู้แค่เพียงการดำรงชีพ เพื่อความอยู่รอด แต่ความรู้ที่จะเอาตัว ให้รอด ยังไม่ได้ให้ความสำคัญเลย อาจเป็นเพราะไม่เคยได้ยินได้ฟัง และไม่มีการขยายความรู้นี้ออกไป เพราะฉะนั้น โลกตอนนี้แม้อยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้า แต่ความจริงแล้วยังมืดภายในอยู่ ยังไม่รู้วิธีการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ชาวโลกอาจจะเข้าใจดี มีความรู้อย่างสมบูรณ์ในเรื่องโลกนี้ แต่เรื่องปรโลกนั้นยังไม่ค่อยเข้าใจ รู้สึกเขายัง innocent ยังไร้เดียงสา กับความรู้เรื่องปรโลก ซึ่งเป็นโลกที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เราปฏิเสธการไปได้ แต่ปรโลกเราปฏิเสธไม่ได้ ดังนั้น เมื่อเราจำเป็นต้องไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงควรศึกษาไว้ก่อนว่า ชีวิตในปรโลกนั้น เขามีความเป็นอยู่กันอย่างไร ถ้าไม่รู้แล้วอันตราย ถ้าจะเอาแต่รวย แต่เอาตัวไม่รอด ถ้าจะเอาตัวรอด อย่าเอาแต่รวยอย่างเดียว ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/42 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 1 กลับสู่ สารบัญ …

3.ปรโลก…มีจริง Read More »

19.เวลาสร้างบุญในโลกนี้มีจำกัด

๑๙. เวลาสร้างบุญในโลกนี้มีจำกัด เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้จำกัด จะต้องใช้เวลาในการสร้างบารมีให้มาก ๆ เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย เราต้องเสียเวลาในการนอนหลับพักผ่อนไปถึงหนึ่งในสามของ ชีวิต โดยไม่ได้บุญกุศลอะไรเลย ทำมาหากินอีกหนึ่งในสาม อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน รับประทานอาหาร ขับถ่าย เข้าสังคม เดินทาง ไกลอีกตั้งเยอะ เพราะฉะนั้นเวลาที่สร้างบารมีจริง ๆ เหลือนิดเดียว อย่านึกว่า เราสร้างบุญกันมากมาย อย่าคิดอย่างนั้น ถ้าเราอายุ ๖๐ ปี ลองเอา ๓ หาร นอนไปฟรี ๆ ๒๐ ปี ทำงานหมดไปอีก ๒๐ ปี อีก ๒๐ ปี เหลือสำหรับบริหารขันธ์ ๕ อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน รับประทานอาหาร ขับถ่าย เดินทางไกล เข้าสังคม อีกกี่ปีก็ไม่รู้ เหลือเวลาสร้างบารมีกันจริง ๆ นิดเดียว เพราะฉะนั้นใครที่ความเพียร ไม่สม่ำเสมอ …

19.เวลาสร้างบุญในโลกนี้มีจำกัด Read More »

4.นรกสวรรค์มีจริง

๔. นรกสวรรค์มีจริง เรื่องบุญต้องทำไว้ ถ้าตายแล้วสูญก็เจ๊ากันไป แต่ถ้าตายแล้วไม่สูญ เราจะมีความสุขในสุคติโลกสวรรค์ Law of Kamma หรือ กฎแห่งการกระทำ ทั้งทางกาย วาจา ใจ เป็นเรื่องที่เราควรศึกษาอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเรา เราคิด เราพูด เราทำ ล้วนมีผลทั้งสิ้น ศึกษาเอาไว้เราจะได้ดำเนินชีวิต ได้อย่างถูกต้อง ปิดอบาย ไปสวรรค์ มีสุขในปัจจุบัน ดังนั้น อย่าไปสรุปว่า นรกสวรรค์เป็นเรื่องไกลตัว ไม่มีจริง มันไม่ใช่เรื่องไกลตัวนะ แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเลย เพราะทุก การกระทำมีผลโยงไปถึงภพภูมิหลังความตายทั้งสิ้น กฎหมายเรายังหลีกเลี่ยงได้บางครั้ง แต่กฎแห่งกรรมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในน้ำ บนบก ยอดเขา ในอวกาศ ดวงดาวต่าง ๆ ตราบใดที่เรายังมีกายและใจ มันจะติดตามตัวเราไปเหมือนเงาตามตัว ซึ่งจำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้เอาไว้ อย่าไปสรุปว่า นรกสวรรค์ไม่มี เพราะเราไม่เคยเห็น แล้วก็ ไม่เคยเห็นใครเห็น แล้วสรุปว่าไม่มี ไม่ได้ เพราะบางอย่างที่เราไม่เห็น ไม่ได้แปลว่า ไม่มี …

4.นรกสวรรค์มีจริง Read More »

20.เข้าวัดสร้างบุญ

๒๐. เข้าวัดสร้างบุญ วันพระ ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ เราจะต้องเข้าวัดไปสั่งสม บุญกันดีกว่า เวลาเข้าวัดต้องเข้าให้เป็นนะ เข้าวัดให้เป็นทำอย่างไร คือต้องให้เป็นทางมาแห่งบุญ อะไรที่เป็นทางมาแห่งบุญ เราเอาหมด จะจัดเรียงรองเท้า ทำความสะอาดเสนาสนะ ถวายภัตตาหาร ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม เวลาฟังธรรม อย่าไปคุยแข่งกับพระ ต้องให้ความเคารพในธรรม เคารพในทาน เพราะท่านเป็นตัวแทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กำลังนำ ความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาสอนให้เรารู้ว่า จะต้องดำเนินชีวิต อย่างไร การเคารพในธรรม เคารพในทาน มีอานิสงส์ คือ เราจะได้รับความเคารพยกย่องในทุกสถานที่ จะมีสามีภรรยา สามีภรรยานั้นก็เกรงใจ จะมีบุตรธิดา บุตรธิดาก็จะเคารพเชื่อฟัง จะมีบริวาร ในบ้าน นอกบ้าน ที่ทำงาน ทุกหนทุกแห่ง จะได้รับ การยกย่อง ให้เกียรติ ได้รับการชื่นชม ให้ความสำคัญแก่เรา เพราะฉะนั้น เมื่อเรามาวัดแล้ว ต้องฉลาดในการสั่งสมบุญ เห็น อะไรที่เป็นทางมาแห่งบุญ ในบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ เราทำหมด และทำ ด้วยความเคารพ ด้วยจิตใจที่เบิกบานว่า …

20.เข้าวัดสร้างบุญ Read More »

5.สวรรค์…ภพภูมิแห่งการเสวยผลบุญ

๕. สวรรค์…ภพภูมิแห่งการเสวยผลบุญ สวรรค์…ภพภูมิแห่งการเสวยผลบุญ สวรรค์… เป็นที่เสวยผลบุญ ที่เรากระทำเมื่อตอนเป็นมนุษย์ สวรรค์… เขาไม่ได้ดูว่า ตอนเป็นมนุษย์ใครมียศถาบรรดาศักดิ์ สูงต่ำแค่ไหน จะหล่อรวยสวยฉลาดแค่ไหน… เขาดูที่ใครสั่งสมบุญมามากแค่ไหน สวรรค์… เขาไม่ได้ดูว่าใครอายุยืนยาว หรืออยู่มานาน จึงจะให้เป็นผู้มียศใหญ่ มีความเป็นใหญ่ แต่เขาดูที่ใครมีบุญมาก เขาก็ให้โอกาสผู้นั้น เป็นผู้มียศใหญ่ มีความเป็นใหญ่ สวรรค์… เทพบุตรเทพธิดาผู้มีบุญมาก รัศมีที่ออกจากกาย จากเครื่องประดับก็มาก บริวารสมบัติก็มาก วิมานใหญ่โตโอฬาร สวรรค์…มีพื้นที่ใหญ่โตโอฬาร มีการปกครองแบ่งออกเป็นเขต ๆ ประชากรชาวสวรรค์ในแต่ละชั้น มีจำนวนมากกว่าในเมืองมนุษย์มาก สวรรค์…มีฤดูเดียว คือ ฤดูสบาย ไม่มีฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ สวรรค์…ไม่มีความมืด มีแต่ความสว่างไสว แม้วัตถุสิ่งของก็สว่างไสว สวรรค์…มีแต่ความเป็นหนุ่มเป็นสาว เทพธิดาอายุ ๑๖ – ๑๘ ปี เทพบุตรอายุ ๑๘ – ๒๐ ปี สวรรค์…มีแต่เกิดกับตาย ไม่มีแก่ …

5.สวรรค์…ภพภูมิแห่งการเสวยผลบุญ Read More »

๖๘. ทำไมต้องเร่งฟื้นฟูพระพุทธศาสนา

ทำไมต้องเร่งฟื้นฟู พระพุทธศาสนา ถ้าเราสังเกตกันให้ดี เราจะพบว่า โลกของเราในยุคปัจจุบันไม่เหมือนโลกในยุคพุทธกาลหรือยุคอดีต เพราะในยุคนี้ได้มีโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ และมีความรุนแรงเกิดขึ้นมาอย่างมากมาย แม้วิทยาการทางการแพทย์จะเจริญก้าวหน้ามากมายขนาดไหน แต่สำหรับโรคบางโรคก็ยังหายาหรือวิธีการรักษาโรคไม่ได้แม้ในขณะนี้ ที่เป็นแบบนี้ เราอาจจะไม่เชื่อเลยว่า โรคทุกอย่างล้วนเป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น เพราะเมื่อมนุษย์ในยุคนี้ ได้ประกอบอกุศลกรรมกันมากขึ้นเรื่อยๆ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดโกหก เพ้อเจ้อ คำหยาบ ส่อเสียด ดื่มสุราเมรัย สูบเสพอะไรต่างๆ อบายมุขเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ พญามารก็จะได้ช่องเอาบาปของมนุษย์ทั้งหลายทั่วโลกมาประมวลรวมกัน จากนั้นก็จะซ้อนบาปศักดิ์สิทธิ์นี้เข้าไปประกอบในโอกาสโลก ขันธโลก และสัตวโลก โอกาสโลก คือ สิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ร่างกายเราออกไป รวมไปถึงบรรยากาศภายนอก จนกระทั่งถึงดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว จักรวาลต่างๆ ขันธโลก คือ ขันธ์ ๕ ร่างกายของเรา ของมวลมนุษยชาติ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย สัตวโลก คือ จิตใจของเรา ของมวลมนุษยชาติ และสรรพสัตว์ พญามารจะเอาบาปนี้ซ้อนประกบตั้งแต่โอกาสโลก ขันธโลก สัตวโลก คือ จิตใจ จากข้างนอกมาหาข้างใน …

๖๘. ทำไมต้องเร่งฟื้นฟูพระพุทธศาสนา Read More »

๖๙. สูตรการทำงาน

สูตรการทำงาน ในการทำงานทุกอย่าง อย่าหวังว่าต้องวางแผนให้ดีเยี่ยม รอให้สมบูรณ์พร้อมก่อนแล้วจึงลงมือทำ อย่างนี้ไม่ได้เพราะว่ามันจะไม่ทันเวลา และจริงๆ แล้ว แม้จะวางแผนไว้ดีอย่างไร เมื่อถึงคราวลงมือปฏิบัติจริง ก็ยังต้องปรับแผนให้เข้ากับสถานการณ์จริงอยู่ดี ดังนั้น จึงอย่ารีรอ จงลงมือทำ แล้วปรับไปพร้อม ๆ กัน เล็งให้ตรงเป้า แล้วยิงออกไป ตรวจสอบว่า ตรงเป้า หรือไม่ ถ้ายัง ก็ปรับศูนย์เสียใหม่ให้เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น ถ้าหลุดไปทางซ้ายมาก ก็ปรับคืนมาทางขวา เมื่อยิงออกไปแล้ว จึงจะรู้ว่า ยังไม่ตรง แค่ไหน อย่างไร หากยังไม่ยิง มัวแต่เล็ง ก็ไม่รู้ผล และถึงจะเล็งดีอย่างไร ก็ยังต้องปรับศูนย์เวลายิงไป แล้วอยู่นั่นเอง “เล็ง ยิง ปรับศูนย์ คือ สูตรการทำงาน” พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/92 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 3 ชีวิตสมณะ ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร กลับสู่ สารบัญ …

๖๙. สูตรการทำงาน Read More »

๗๐. ลาสิกขาไปแล้ว อย่าให้เสียผ้าเหลือง

ลาสิกขาไปแล้ว อย่าให้เสียผ้าเหลือง ตั้งใจเลยว่า ต่อจากนี้ไป เมื่อเราอยู่ในเพศของคฤหัสถ์แล้ว จะตั้งใจรักษาศีล ๕ ให้เป็นปกติ จะไม่ฆ่า ไม่ลักทรัพย์ จะเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด เว้นจากการดื่มสุราเมรัย บุหรี่ ยาเสพติด สิ่งไม่ดีทั้งหลาย เราจะเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลก เราจะเป็นแสงสว่างให้กับทุกๆ คนที่เข้าใกล้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ก่อนบวชเราจะเป็นอย่างไร ชีวิตที่ผิดพลาดมันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป แต่ว่าต่อจากนี้ไป เราได้ผ่านการบวชมาแล้ว แม้ช่วงสั้นก็ตาม หล่อหลอมกันมาแล้ว อย่าให้บวชเสียผ้าเหลืองนะลูกนะ อย่าให้ใครเขาพูดตำหนิ หรือเย้ยหยันได้ว่า โอ้ นี่บวชมาแล้ว ทำไมหลังลาสิกขาถึงแย่กว่าเดิมอีก อย่านะลูกนะ โลกกำลังขาดแคลนตัวอย่างดีๆ เขาอยากเป็นคนดีกันทุกคนแหละ แต่เขาไม่รู้ว่า ทำอย่างไรถึงจะเรียกว่า เป็นคนดีที่โลกต้องการ อยู่ก็เป็นสุข นั่ง นอน ยืน เดินเป็นสุข เขาไม่รู้กัน ลูกได้ผ่านการอบรมช่วงสั้นมาแล้ว เข้าใจธรรมปฏิบัติในระดับหนึ่ง คือ มีฐานของใจที่จะศึกษาเรียนรู้ หรือทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไปได้ ก็ให้ทำความดีนะลูกนะ อย่าถอยหลังกลับไปทำในสิ่งที่ไม่ดี เหมือนก่อนที่เราจะมาบวช ถ้าลูกทำได้อย่างนี้ก็จะได้ชื่อว่าเป็นกัลยาณมิตรของชาวโลก เป็นผู้ให้แสงสว่างให้กับเพื่อนมนุษย์ …

๗๐. ลาสิกขาไปแล้ว อย่าให้เสียผ้าเหลือง Read More »

๖๑. ประดุจพระอาทิตย์ พระจันทร์

ประดุจพระอาทิตย์ พระจันทร์ บวชแล้วต้องให้เป็นประดุจพระอาทิตย์และพระจันทร์รวมอยู่ในตัวของเรานะ เป็นประดุจพระอาทิตย์พระจันทร์รวมอยู่ในตัวของเราเป็นอย่างไร ก็จากข้อวัตรปฏิบัติที่เราฝึกตน ทนหิว บำเพ็ญตบะ เป็นพระแท้ ใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้ ให้ความสว่างภายในเป็นรัศมีธรรมแผ่ขยายมาถึงกายหยาบของเรา ลูกต้องฝึกให้ได้อย่างนี้นะ ให้ญาติโยม หรือใครๆ เขาดูเราจากที่ไกลๆ เหมือนเห็นดวงอาทิตย์ในยามเที่ยงวัน คือ สว่างจ้ามาเลย แต่พอเขาเข้าใกล้มาคุยกับเราแล้ว ให้เขารู้สึกเย็นฉ่ำเหมือนอยู่กับพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ลูกจะต้องเอาทั้งพระอาทิตย์ทั้งพระจันทร์รวมอยู่ในตัว ดูแต่ไกลต้องให้สว่างเหมือนดวงอาทิตย์ แต่พอเข้าใกล้ๆ ทำไมเย็นฉ่ำเหมือนพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ จะเป็นอย่างนี้ได้ ลูกต้องเชื่อมใจของเราให้ไปติดที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้ได้ โดยนึกถึงความปลื้มที่เราได้มาบวชในคราวนี้ ในทุกๆ เรื่องที่จะทำให้ใจเราปลื้มปีติจนกระทั่งทำให้ดวงธรรมในตัวปรากฏเกิดขึ้น องค์พระใสๆ เกิดขึ้นอย่างนี้นะ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/92 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 3 ชีวิตสมณะ ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่