หนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหา

DMC.TV ที่นี่

จริงหรือไม่ ไม่ควรหันหน้าพระพุทธรูปไปทางทิศตะวันตก

คำถาม:  ทำไมพระพุทธรูปที่สภาธรรมกายสากลของวัดพระธรรมกายจึงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ผมเคยได้ยินว่าถ้าจะให้เป็นมงคล ไม่ควรตั้งพระพุทธรูปให้หันหน้าไปทางทิศตะวันตกนะครับ? คำตอบ:  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะหันพระพักตร์ไปทางทิศไหน ก็เป็นมงคลทั้งนั้น เพราะพระองค์เป็นผู้ที่หมดกิเลสแล้ว แม้พระพุทธรูปที่เราทำขึ้นเอง เพื่อรำลึกถึงพระองค์ ก็เป็นมงคลไปทั้งองค์         เพราะฉะนั้นการจะตั้งพระพุทธรูปหันหน้าไปทางทิศใด ก็เป็นมงคลทุกทิศ ไม่มีข้อบังคับใดๆทั้งสิ้น แต่ที่พระพุทธรูปซึ่งเป็นพระประธานในสภาธรรมกายสากล หันหน้าไปทางทิศตะวันตกขณะนี้ ก็เพราะว่าต้องการความสะดวกในการใช้งานของศาลาที่วัดนี้ โดยทั่วไปแล้วเราใช้กันในเวลามีงานวันอาทิตย์ตั้งแต่เช้าเริ่มตั้งแต่ 9.30 น. แดดส่องมาทางทิศตะวันออกมากเลย         เพราะฉะนั้น ถ้าเวลาประกอบพิธีแล้วหันพระพุทธรูปไปทางทิศตะวันออก ศาลานี้จะถูกแดดไล่เข้ามาตั้งเยอะ ทำให้เสียเนื้อที่สำหรับนั่งมาก ถ้าตั้งพระพุทธรูปหันหน้าไปทางทิศตะวันตกศาลานี้จะรับคนได้มากกว่า เพราะตอนช่วงเช้าแดดส่องทางทิศตะวันออก เงาศาลาทอดไปทางตะวันตก ทำให้มีเงาทอดไปทางด้านตะวันตกอีกมาก         การหันหน้าพระธรรมกายองค์ประธานไปทางทิศตะวันตก ก็เป็นเหตุผลในเรื่องการใช้สถานที่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด แต่โดยแท้ๆ แล้ว พระพุทธรูปจะหันหน้าไปทางทิศไหน ก็ไม่มีข้อบังคับ ถือเป็นมงคลทั้งนั้น โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ชายสามโบสถ์หมายความว่าอย่างไร

คำถาม:  หลวงพ่อครับ ชายสามโบสถ์หมายความว่าอย่างไรครับ? คำตอบ:  จริงๆ แล้ว ในสมัยพุทธกาลชายสามโบสถ์ หมายถึงคนที่เปลี่ยนศาสนา 3 ครั้ง เช่น ตอนนี้เป็นพุทธ อีกพักหนึ่งกลายเป็นพราหมณ์อีกสักพักไปบวชเป็นชีปะขาว ชายสามโบสถ์ คือชายที่เปลี่ยนศาสนา 3 หน แต่คนไทยเอามาเรียกคนที่บวชแล้วสึก สึกแล้วบวชใหม่ บวชๆ สึกๆ ถึง 3 หน         การที่คนเราจะบวชถึง 3 หน สึก 3 หน นี่ว่ากันไม่ได้ เนื่องจากแต่ละคนมีความจำเป็นไม่เหมือนกัน ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุรูปหนึ่งบวชแล้วสึกถึง 7 หน จนในการบวชครั้งสุดท้ายได้บรรลุเป็นพระอรหันต์         ฉะนั้น คำๆ นี้ส่วนมากจะเป็นสำนวนเรียกคนที่ทำอะไรไม่จริง โลเล เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทำอะไรแบบจับจดนะ  โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ยังมีหนี้สิน บวชได้หรือไม่

คำถาม:  บุคคลที่ตกลงใจจะบวชแล้ว แต่ยังมีหนี้สิน คือติดค้างเงินเพื่อนแล้วยังไม่ได้ชำระ จะบวชได้หรือไม่? คำตอบ:  วันบวช พระอุปัชฌาย์จะถามเลย ถามกันในโบสถ์เป็นภาษาบาลีแปลเป็นภาษาไทยว่า คุณมีหนี้ไหม?  ถ้ามีหนี้พระอุปัชฌาย์ท่านจะบอกว่า ถ้าอย่างนั้นออกไปใช้หนี้ก่อน ไม่ให้บวช ขืนให้บวชเป็นพระแล้วจะเอาอะไรมาใช้คืนเขาล่ะ ประเภทพอบวชปั๊บ ตำรวจมาเคาะประตูแจ้งข้อหา “หลวงพี่เช็คเด้งนะนี่”         หลวงพี่จะเอาอะไรมาใช้คืนเขา จะบอกว่าโยม…เอาจีวรไปแทนหนี้ได้เมื่อไร หรือโยมเอาศาลานี่ไปก็แล้วกันนะ เอาไปได้อย่างไรล่ะ ของวัดของสงฆ์ส่วนรวมจะเอาไปขายล้างหนี้ให้ใครไม่ได้ทั้งนั้น         ผู้ที่มีหนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่อนุญาตให้บวช แต่ถ้าเราอยากบวชจะทำอย่างไร ถ้าอยากบวชจริงๆ มีวิธีหนึ่งคือไปกราบเจ้าหนี้เขาเสียดีๆ แหม..คุณลุงคุณป้า คุณน้าคุณอา ผมมีศรัทธาอยากจะบวชนะ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีเงินจะใช้หนี้คืนเลย คุณลุงคุณป้า คุณน้า คุณอา นึกว่าอนุโมทนากับการบวชของผมด้วยก็แล้วกัน ยกหนี้ให้ผมเถอะ         ถ้าเขายกให้ก็บวชได้ แต่ถ้าเขาไม่ยกให้ เขารีบเรียกตำรวจจับเลย หาว่าเรากำลังจะบวชหนีหนี้ ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้นะ ไปดูแก้ไขเอา ทางที่ดีหาเงินไปใช้หนี้เขาเสียให้หมดก่อน แล้วค่อยมาบวช ใครที่มีโอกาสจะมาบวชพระ รีบๆ มาบวชเสียนะ ก่อนที่จะไปทำงานทำการอะไร เพราะว่าพอทำงานแล้ว โอกาสที่จะมีหนี้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ยิ่งงานใหญ่ หนี้ก็ยิ่งมากนะ …

ยังมีหนี้สิน บวชได้หรือไม่ Read More »

ถ้าตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่แล้ว จะบวชหรือไม่ก็คงได้ผลไม่แตกต่างกัน ใช่หรือไม่

คำถาม:  คนเราถ้าตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่แล้ว จะบวชหรือไม่ก็คงได้ผลไม่แตกต่างกัน ใช่หรือไม่ครับ? คำตอบ:  ต่างกันแน่ๆ เพราะการตัดสินใจว่าจะบวชนี่ ไม่ใช่เรื่องง่าย ชีวิตพระชีวิตสามเณร เป็นชีวิตที่เรียกว่า บำเพ็ญเนกขัมมบารมี คือ ปลีกตัวออกจากครอบครัว เพราะเรื่องของครอบครัวนี้เป็นเรื่องยุ่ง         พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “ชีวิตฆราวาสนั้นคับแคบเป็นทางมาแห่งธุลี คือกิเลส บรรพชาเป็นทางปลอดโปร่ง” มันยุ่งอย่างไรหรือ? แล้วทำไมจึงต้องปลีกตัว ขอให้ทุกคนมองอย่างนี้ ในแต่ละวันที่ชาวโลกเขาอยู่กัน เขามีเรื่องเยอะแยะ บ้างก็ก่อกรรมดีและกรรมชั่วปนๆ เปๆ กันไป ทั้งวัน ถ้าจะอุปมาว่ากรรมที่ก่อไว้เปรียบเหมือนอย่างกับเส้นด้าย ถ้าทำกรรมดีก็เปรียบเหมือนด้ายที่เป็นเส้นตรงทั้งเรียบ ทั้งเหนียว ถ้าทำกรรมชั่วก็เปรียบเหมือนกับไปขมวดปมที่เส้นด้ายไว้ตรงโน้นตรงนี้ ด้ายเส้นนั้นก็เป็นปุ่มเป็นปมไปทั้งเส้น ไม่น่าใช้         ชาวโลกโดยทั่วไปมีใจขึ้นๆ ลงๆ ทั้งวัน เดี๋ยวทำดี เดี๋ยวทำชั่ว ตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ ตั้งใจทำความดี ตั้งใจที่จะตักบาตรพระ ครั้นใส่บาตรแล้วใจก็ชุ่มชื่นเบิกบานแจ่มใส แต่พอสายสักหน่อย ออกจากบ้านจะไปทำงาน ไปเจอรถติดเข้าก็อารมณ์เสีย ด่ารถที่มันแซงซ้าย ด่ามอเตอร์ไซด์ที่มันขับปาดหน้า ที่มันเฉี่ยว กว่าจะไปถึงที่ทำงานก็หน้าหงิกหน้างอทีเดียว         พอถึงที่ทำงานได้คุยเล่นกับเพื่อนๆ จนกระทั่งใกล้เพลใกล้เที่ยงอารมณ์ชักดี คิดทำโครงการโน้นโครงการนี้ …

ถ้าตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่แล้ว จะบวชหรือไม่ก็คงได้ผลไม่แตกต่างกัน ใช่หรือไม่ Read More »

การแสดงความเคารพต่อเจ้าที่เจ้าทางนั้นสมควรหรือไม่

คำถาม:  การที่เราไปเคารพเจ้าที่เจ้าทาง เช่น พระภูมิ พระพรหมเป็นการสมควรหรือไม่คะ? คำตอบ:  เรื่องเจ้าที่เจ้าทาง เช่น พระภูมิเคยได้พูดกันมามากแล้ว พระภูมินั้นเราเคารพก็ดี แต่เราควรเคารพให้ถูกตัวจริง พระภูมิตัวจริงที่เป็นเจ้าของที่ เจ้าของทางด้วยมีชื่ออยู่ในโฉนด อยู่ในทะเบียนบ้าน         อยากรู้ว่าใครเป็นพระภูมิตัวจริงของบ้านให้ไปดูได้ที่ทะเบียนบ้าน ถ้าคุณพ่อของเรามีชื่อเป็นเจ้าบ้านท่านก็คือพระภูมิตัวจริง เคารพท่านเถอะ อย่าไปดื้อกับท่าน เดี๋ยวท่านไล่ออกจากบ้านเอาง่ายๆ พบท่านก็ไหว้ท่านเสียดีๆ แล้วก็ช่วยท่านทำมาหากิน รักษากรรมสิทธิ์ในบ้านเอาไว้ให้ได้ ถ้าท่านเอาที่เองบ้านไปจำนอง ไปเล่นแชร์ละก็ยุ่งตายเลย         ถ้าเปิดโฉนดที่ดินเห็นเป็นชื่อเรา ก็แน่นอนว่าเราคือพระภูมิ มีหน้าที่รักษาแผ่นดินนี้ไว้จะได้มีที่อยู่อาศัย แต่ถ้าเป็นบ้านเช่า พระภูมิคือเจ้าของบ้าน ถึงเวลาก็เอาค่าเช่าไปให้เจ้าของบ้านซะนะ มิฉะนั้น เขาอาจจะไม่ให้เราอยู่ก็ได้         เรื่องไปไหว้พระพรหม จะไปไหว้ที่ไหน หน้าตาพระพรหมเป็นอย่างไรก็ไม่รู้จัก ยิ่งเขาเล่าว่ามี 4 หน้า มีแขนมากยังกับปู ยิ่งคิดไม่ออกเลยว่าจะนอนจะนั่งท่าไหน ทศกัณฐ์ในรามเกียรติ์มี 20 มือ ยังแพ้พระรามที่มี 2 มือ ไหว้พระพรหมไหว้พระพรหม         คิดดูให้ดีๆ ว่าไหว้พวกนี้แล้วได้อะไร ไปไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าดีกว่า พระองค์มีคำสั่งสอนอันประเสริฐ …

การแสดงความเคารพต่อเจ้าที่เจ้าทางนั้นสมควรหรือไม่ Read More »

การยกมือไหว้วัดเวลาเดินผ่าน

คำถาม:  เดินผ่านวัดทุกวัน แล้วยกมือไหว้วัด นอกจากไหว้แล้ว ควรกล่าวคำพูดอะไรดีเจ้าคะ? ไหว้ทุกวันแต่ไม่ได้พูด คำตอบ:  ที่เราไหว้วัดน่ะ ไหว้อะไร ไหว้วัดหรือไหว้พระ ปู่ย่าตาทวดของเราเวลาท่านเดินผ่านวัดวาอาราม ผ่านโบสถ์ท่าน นึกถึงพระประธานในโบสถ์ นึกไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นึกถึงคำสอนของพระองค์แล้วนึกกราบนึกไหว้ไป นึกถึงพระสงฆ์องคเจ้าที่ประพฤติปฏิบัติดี แล้วก็ไหว้ก็กราบกันไป         อาคารสถานที่เป็นเพียงวัตถุ ที่เกี่ยวเนื่องถึงสิ่งที่ท่านเคารพบูชา พวกเราจะไหว้วัดตามอย่างท่าน ต้องนึกเหมือนอย่างที่ท่านนึกอย่าไปนึกเพียงว่าช่อฟ้า ใบระกาของโบสถ์หลังนี้สวยงามจริงๆ เลยยกมือไหว้ ไหว้อย่างนี้ไม่ถูกต้องนะ เราเป็นชาวพุทธควรไหว้ให้ถูก นึกให้ถูกตัวจริง แก่นแท้ของสิ่งที่เราให้ความเคารพ ส่วนจะพูดหรือไม่พูดก็ไม่ว่ากัน โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

“โจรเสื่อมยาก” คืออะไร

คำถาม: ได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่คุยกันโดยเอ่ยถึง “โจรเสื่อมยาก” เป็นอย่างไรครับ? คำตอบ:  โจรเสื่อมยาก เป็นโจรสมัยโบราณ สมัยนี้คงหาโจรประเภทนี้ยากมาก โจรเสื่อมยากตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่า คือโจรที่มีคุณสมบัติ 8 ประการ ถือเป็นคุณธรรมของโจร คือ 1. ถ้าเจ้าทรัพย์ไม่ต่อสู้ จะไม่ฆ่า 2. ปล้นเอาทรัพย์แต่พอสมควร เมื่อได้ทรัพย์มาแล้ว ก็เอามาแบ่งกันเป็น 3 ส่วน คือ     ส่วนที่ 1 กินเลี้ยงกัน     ส่วนที่ 2 เอาไปตั้งตัว     ส่วนที่ 3 เอาไปเสียภาษีให้หลวง         นอกจากนี้ยังถือคติว่า ปล้นบ้านไหนถึง 3 ครั้งแล้ว ต้องหยุดไม่ปล้นบ้านนั้นซ้ำอีก ถ้าโจรชุดอื่นมาปล้นบ้านนี้อีกเป็นครั้งที่ 4 ถือว่าฉีกหน้ากัน เสือคู่นี้อยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้เสียแล้ว 3. ไม่ลวนลาม ไม่ล่วงเกิดภรรยาของเจ้าทรัพย์ 4. ไม่ลวนลาม ไม่ล่วงเกิน ลูกสาวเจ้าทรัพย์ 5. ปล้นได้ทรัพย์แล้วต้องแบ่งส่วนหนึ่งไปทำบุญเสมอ 6. ไม่ปล้นบ้านใกล้เรือนเคียง หรือถิ่นของตนเอง 7. ไม่ขโมยราชทรัพย์ คือ ถ้าเป็นทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ …

“โจรเสื่อมยาก” คืออะไร Read More »

ทำไมวัดพระธรรมกายจึงต้องโฆษณาว่าปีนี้จะมีผู้บวชไม่สึก

คำถาม:  นมัสการหลวงพ่อที่เคารพยิ่ง มีคนในที่ทำงานของดิฉันรุมตั้งคำถามว่า ทำไมวัดพระธรรมกายจึงต้องโฆษณาว่า ปีนี้จะมีผู้บวชไม่สึก เขาวิจารณ์ว่า ตามปกติวิสัยแล้วคนทั่วไปจะไม่พูดว่าบวชไม่สึก เพราะคำนี้เป็นลักษณะของการโอ้อวด มีพระหลายองค์ที่บวชแล้วไม่สึก แต่ไม่เห็นท่านโฆษณาให้ชาวบ้านรู้ เพราะว่าอันที่จริงแล้วจะสึกหรือไม่สึกเป็นเรื่องของอนาคต ไม่มีใครสามารถรู้ได้ แต่ที่บอกว่าจะบวชไม่สึก หากเกิดสึกขึ้นมาละก็จะมิเป็นเรื่องน่าอับอายหรือ? (ดิฉันถอดคำพูดจากของเขามาเลยนะคะ) คำตอบ:  เป็นคำถามที่ดีมาก เมื่อตอนหลวงพ่อจะบวช หลวงพ่อก็ไม่ได้บวชทันที ก็คิดอยู่หลายปีจนกระทั่งมั่นใจแล้วจึงบวช ก่อนหน้านั้นก็ทดสอบตัวเองหลายอย่าง ตั้งแต่เอ..เราจะวัดใจตัวเราเองได้อย่างไรว่าถ้าเราบวชแล้วจะไม่สึก ก็ลงมือวัดใจตั้งแต่ถือศีล 5 ไม่ขาดเลยเป็นปีพอทำได้จะถือว่าใช้ได้หรือยัง ยัง นั่นยังไม่ใช่ชีวิตพระ จึงเริ่มสวดมนต์ไม่ขาดเลยเป็นปี นั่งสมาธิ(Meditation)ไม่ขาดเลยเป็นปี         ถามตัวเองว่ากำลังใจเราขนาดนี้ บวชแล้วยังจะสึกไหมนี่ ได้คำตอบว่ายังไม่แน่นะ ก็ทดสอบใจต่อไปอีก เออ..ผู้หญิงที่สวยๆ แบบที่แต่ก่อนเราว่าสวย เดี๋ยวนี้เป็นอย่างไร เอ๊ะ..ไม่สวย มันชักจะเป็นยายแร้งทึ้งเสียแล้ว คิดได้อย่างนี้ เออ…ชักเข้าท่าแล้วสิเรา ถามว่ามั่นใจหรือยังว่าบวชแล้วจะไม่สึก ไม่แน่ ลองดูไปอีกสักปีก่อน นั่งสมาธิมากเข้าๆ จนมองเห็นทุกข์ เห็นโทษ เห็นภัย ของการอยู่ครองเรือนอย่างแท้จริงด้วยใจจริง         หลวงพ่อมั่นใจเต็มที่แล้วจึงตัดสินใจบวช ยังจำได้เมื่อวันบวชพอโกนผมปอยแรกขาดตกลงถึงพื้น หลวงพ่อก็หยิบขึ้นมาแล้วอธิษฐานซ้ำอีกว่า ถ้าผมปอยนี้ไม่กลับมาติดบนหัวละก็ ชาตินี้ไม่สึกหรอก …

ทำไมวัดพระธรรมกายจึงต้องโฆษณาว่าปีนี้จะมีผู้บวชไม่สึก Read More »

ขายลูกสาวเพื่อเอาเงินไปบวชลูกชายจะได้บุญหรือไม่

คำถาม:  หลวงพ่อเจ้าคะ ในชนบทของเรามีความเชื่อว่า ถ้าลูกชายได้บวช พ่อแม่ก็จะได้อาศัยเกาะชายผ้าเหลืองไปสวรรค์ จึงพยายามจูงใจให้ลูกชายอยากบวชทุกวิถีทาง มีการจัดงานใหญ่โต ล้มวัว ล้มควาย บางทีก็มีการแสดงมหรสพต่างๆ เช่น มีรำวง ลำตัด สตริง บางครอบครัวไม่สามารถจัดงานใหญ่ได้ เพราะทุนทรัพย์ไม่พอ ถึงกับเอาลูกสาวไปขาย เพื่อจะเอาเงินไปบวชลูกชาย อย่างนี้จะได้บุญไหมคะ? คำตอบ:  ตรงนี้ เป็นความเข้าใจผิดของกลุ่มชาวพุทธของเรา ก็ว่าได้ การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพื่อจะเอาไปทำบุญคิดว่าจะได้บุญ เอาเถอะอย่าว่าแต่เพื่อเอาไปบวชลูกชายเลย ฆ่าเป็ดฆ่าไก่ที่บ้านแต่เช้ามืด แกงเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เอาไปถวายให้พระท่านฉัน         ถามว่าได้บุญไหม? ก็ต้องบอกว่าได้บาปเสียก่อนเรียบร้อยแล้ว บาปตั้งแต่คิดจะฆ่าไก่ พอลงมือฆ่าไก่ก็ได้บาปเพิ่มขึ้นอีก ครั้นแกงไปเสร็จเรียบร้อยเอาไปถวายพระ เข้าใจว่าจะได้บุญมาก แต่ความจริงแล้วได้บุญอยู่ส่วนหนึ่ง แต่ว่าไม่คุ้มกับบาปที่ได้ บางคนยังสงสัยว่าทำไมได้บุญน้อย ระหว่างชีวิตไก่กับชีวิตพระ ชีวิตพระน่าจะมีค่ามากกว่า เพราะพระทำประโยชน์ทำความดีมากว่า         คิดอย่างนั้นก็ถูก แต่สมมติก็แล้วกันว่า มีใครสักคนหนึ่งมาขอเนื้อคุณ บอกว่าจะเอาไปถวายให้พระฉัน พระธุดงค์ท่านเพิ่งออกจากป่ามา ท่าทางน่าเลื่อมใส ถามว่าคุณยินดีให้เฉือนเนื้อคุณไหม? คุณก็ไม่ยินดีให้ ทำนองเดียวกัน ไก่มันไม่รู้เรื่องอะไรกับคุณ ถึงรู้มันก็ไม่อนุโมทนากับความคิดของคุณหรอก มันไม่อยากให้ใครมาฆ่ามัน แต่มันหนีไม่พ้นจึงจำยอม ก่อนตายมันคงอาฆาตคนฆ่ามันแน่ๆ …

ขายลูกสาวเพื่อเอาเงินไปบวชลูกชายจะได้บุญหรือไม่ Read More »

ศพคนตายทำไมต้องมีดอกไม้ธูปเทียนอยู่ในมือ

คำถาม:  ทำไมเมื่อคนตายแล้ว จึงให้มีดอกไม้ธูปเทียนอยู่ในมือ หนูอยากทราบว่าทำไปทำไมคะ? คำตอบ:  คนเราเวลาจะตายมีอาการก่อนตายอยู่ 2 ลักษณะ ได้แก่         1. ตายแบบขาดสติ คือร้องโอยๆ จนกระทั่งขาดใจตาย หรือกินเหล้าจนกระทั่งตายคาขวดเหล้า บางคนประสบอุบัติเหตุตาย หรือกำลังคิดอะไรเพลินๆ ก็ถูกยิงตาย ตายลักษณะนี้เขาเรียกว่าตายแบบขาดสติ เมื่อตายแล้วส่วนมากไปไม่ดี ที่ว่าไปไม่ดีคือไปอยู่ในที่ลำบาก ส่วนจะลำบากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าตอนกำลังจะตายใจขุ่นมากหรือขุ่นน้อย ถ้าขุ่นมากก็ลงนรก ถ้าขุ่นน้อยก็แค่ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่ไม่ว่าจะเป็นสัตว์นรกหรือสัตว์เดรัจฉาน ถือว่าไม่ดีทั้งนั้น คนตายแบบขาดสติต้องไปอย่างนี้อย่างแน่นอน         2. ตายแบบมีสติ ผู้ที่ฝึกสมาธิ(Meditation)หรือตั้งใจรักษาศีลเป็นประจำ ใจจะหนักแน่นมั่นคง ไม่เผลอสติไปคิดเรื่องไร้สาระ ใจท่านกำหนดถึงคุณธรรมความดี กำหนดถึงองค์พระ ถึงดวงแก้วเป็นประจำจนคุ้น พอใกล้ตายมักรู้ตัวว่าจะตาย ท่านรู้ตัวก่อนเพราะมีสติ พอรู้ตัวท่านก็กำหนดจิตละเอียดเข้าไปอีกเลยว่า ไหนๆ เราก็จะตายแล้ว เราจะทำใจให้ผ่องใสที่สุด         การทำใจให้ผ่องใสด้วยวิธีง่ายๆ ทำอย่างไร? ผู้ที่นั่งสมาธิเป็น เขาจะเอาใจจรดเข้ากลางพระธรรมกายในตัว หรือเข้ากลางดวงปฐมมรรคตรงกลางองค์พระเรื่อยไป ทำอย่างนี้ไม่นานใจจะใสขึ้นๆ ใสจนเป็นเพชร ถ้าใครตายตอนนี้ก็ไปดีแน่         อีกพวกสติมีเหมือนกันแต่มีแบบอ่อนๆ เพราะไม่เคยทำสมาธิ สวดมนต์ เคยแต่ไหว้พระ …

ศพคนตายทำไมต้องมีดอกไม้ธูปเทียนอยู่ในมือ Read More »

เวลาทอดกฐิน ทำไมจึงมีรูปจระเข้แห่นำหน้าไปด้วย

คำถาม:  เวลาทอดกฐิน ทำไมจึงมีรูปจระเข้แห่นำหน้าไปด้วย ขอความกรุณาหลวงพ่อช่วยเล่าประวัติย่อๆ ให้หนูฟังหน่อยเถิดค่ะ? คำตอบ:  รูปจระเข้ามีติดไว้ที่ธงนำขบวนกฐินนี่ ในสมัยพุทธกาล ไม่มี มีแต่ในสมัยหลังๆ แล้วก็มีเฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น ความเป็นมาเกิดจากการเล่าขานต่อๆ กันมาเป็นเชิงนิทานปรัมปรา เอาจริงเอาแน่ไม่ได้         กรณีที่ 1 เป็นปริศนาธรรม ให้ความหมายว่าเนื่องจากจระเข้มีลักษณะเฉพาะอยู่ว่า มันเป็นสัตว์ประเภทที่เห็นแก่กิน กินไม่รู้จักอิ่ม พอทอดกฐินเสร็จเรียบร้อยเขาก็เอาธงปักไว้ที่หน้าวัด เป็นธงรูปจระเข้ก็คือ ต้องการเตือนพระภิกษุว่าอย่าเห็นแก่กินให้ตั้งใจปฏิบัติธรรม กรณีที่หนึ่งเป็นอย่างนี้         กรณีที่ 2 มีนิยายปรัมปรา เล่าสืบต่อกันมาว่า หญิงหม้ายคนหนึ่งไปทอดกฐิน สามีที่ตายไปแล้วไปเกิดเป็นจระเข้ เวลาภรรยาเก่าไปทอดกฐินโดยทางเรือ จระเข้ตัวนั้นก็ว่ายน้ำนำเรือไป จนกระทั่งถึงวัดที่ทอดกฐิน ชาวบ้านรำลึกถึงความดีของจระเข้ที่อุตส่าห์มานำทาง วันหลังจึงให้มีรูปจระเข้มาทำเป็นธงติดนำขบวน อันนี้เป็นนิยายปรัมปรา เอาเรื่องเป็นจริงเป็นจังไม่ได้         เรื่องธงรูปจระเข้นี้ ไม่ได้มีทุกวัด เท่าที่เห็นมีเฉพาะวัดที่อยู่ติดแม่น้ำลำคลอง ที่วัดพระธรรมกายทอดกฐินแล้ว ไม่เคยติดธงรูปจระเข้เลยนะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ผมศรัทธาบวชตลอดชีวิต ต้องถือศีล 8 เป็นเวลากี่ปีครับ หลวงพ่อจึงจะอนุญาต

คำถาม:  ผมศรัทธาบวชตลอดชีวิต ต้องถือศีล 8 เป็นเวลากี่ปีครับ หลวงพ่อจึงจะอนุญาตให้บวช ถ้าหากแม่ไม่เห็นด้วย หลวงพ่อมีข้อแนะนำอย่างไรครับ ผมจึงจะสามารถบวชได้? คำตอบ:  ขอแนะนำว่า ควรจะนั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง แล้วรักษาศีล 8 ไปทุกวัน ทำอย่างนี้ให้ผ่านไปได้สัก 1 ปีก่อน โดยไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่วันเดียว แล้วค่อยมาคุยกันนะ         ส่วนเรื่องแม่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอะไรนั่น อย่าเพิ่งไปกังวล เราทำแค่นี้ให้ได้ก่อน เป็นการวัดกำลังใจตัวเอง ถ้าไม่ผ่าน ต่อให้แม่อ้อนวอนขอให้บวช จะยอมบวชหรือเปล่ายังไม่รู้เลยนะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

คาถาต่างๆ มีกำเนิดมาอย่างไรใครเป็นผู้แต่ง

คำถาม:  อยากทราบว่าคาถาต่างๆ เช่นชัยมงคลคาถา คาถาชินบัญชร มีกำเนิดมาอย่างไร ใครเป็นผู้แต่งคาถาเหล่านี้เจ้าคะ? คำตอบ:  ชัยมงคลคาถา เป็นบทสวดที่กล่าวถึงชัยชนะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื้อหาของคาถากล่าวถึง การเอาชนะผู้มารุกรานด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นการชนะที่ไม่ก่อเวรทั้งสิ้น กำเนิดของคาถาชุดนี้ ได้ทราบมาว่าโบราณาจารย์รุ่นหลังท่านช่วยกันรวบรวม และบันทึกเป็นข้อความไว้ในลักษณะบทร้อยกรอง         ชัย แปลว่า ชนะ ชัยมงคล จึงแปลว่า การชนะแบบมีมงคล ไม่ใช่ชนะแบบจองเวร ยกตัวอย่างเช่น         ชัยมงคลคาถาท่อนแรก พระพุทธองค์ทรงชนะมาร คือ “พาหุง สหัสสมภินิมมิตสาวุธันตัง ครีเมขลัง ฯลฯ” เป็นเหตุการณ์เมื่อ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชนะพญามาร ที่เนรมิตร่างกายให้มีแขนตั้งพัน พร้อมอาวุธครบมือ การชนะพญามารครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า         ถามว่าพระองค์ทรงเอาหอกเอาดาบเอาง้าวไปไล่ฟันพญามารหรือ? เปล่านะ แต่ทรงตั้งใจระลึกถึงความดีอย่างยิ่งยวดของพระองค์ ที่ทรงทุ่มเททำมาตลอดทุกภพทุกชาติ คือบารมีทั้ง 10 ทัศ ที่ทรงสร้างมาอย่างดีนับแต่อดีต เมื่อกำหนดนึกถึงความดีหนักเข้า ใจก็ไม่ฟุ้งซ่าน ในอิ่มเอิบ พอใจอิ่มเอิบหนักเข้าก็มีพลังมาก จนพญามารทำอะไรพระองค์ไม่ได้ ต้องล่าถอยไป นี่เป็นการชนะของพระองค์ซึ่งไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อไม่มีการจองเวร เรียกว่าเป็นชัยชนะที่มีมงคล         ตอนที่ …

คาถาต่างๆ มีกำเนิดมาอย่างไรใครเป็นผู้แต่ง Read More »

บรรพบุรุษผู้ล่วงลับสามารถรับอาหารเส้นไหว้หน้าหลุมศพได้หรือไม่

คำถาม:  การเอาอาหารไปเช่นไหว้หน้าศพบรรพบุรุษนั้น อยากทราบว่า ท่านสามารถรับอาหารที่เราเซ่นไหว้ได้หรือไม่? อาหารเซ่นไหว้หน้าศพบรรพบุรุษ อาหารเซ่นไหว้หน้าศพบรรพบุรุษ คำตอบ:  ไม่ได้ อาหารที่ไปตั้งหน้าศพ แล้วจะให้ศพลุกขึ้นมากินได้อย่างไร กินก็ไม่ได้ สูดกลิ่นก็ไม่ได้ มีแต่ว่าเราเอาอาหารนั้นไปทำบุญแล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ จึงอาจจะได้ บางคนตอนยังมีชีวิตอยู่ป่วยนอนซม ยังกินไม่ค่อยจะได้เลย ตายแล้วจะลุกขึ้นมากินได้อย่างไร โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

เป็นผู้หญิงจะทำความสะอาดขัดพระพุทธรูปได้หรือไม่

คำถาม:  พระพุทธรูปบูชาทำด้วยทองเหลือง แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะสวยงามเหมือนเมื่อก่อน จะเอามาขัดให้สวยงามได้ไหมคะ? ผู้หญิงขัดพระได้หรือเปล่า? คำตอบ:  ได้ ลูก ขัดเข้าไปเถอะ แต่ระวัง! เจ้าของพระพุทธรูปท่านจะยอมให้ขัดหรือเปล่า คือคนในโลกนี้มีแปลกแยกกันอยู่ 3 จำพวก         พวกที่ 1 เป็นพวกที่ชอบของสวยๆ งามๆ เวลาจะคบคนจะคบเพื่อน ไม่ว่าเพื่อนชายหรือเพื่อนหญิง ถ้าไม่สวยไม่หล่อ ไม่ชอบคบไม่อยากเข้าใกล้ จะตัดเสื้อผ้าก็ต้องเอาชนิดที่มันเตะตา มันเฉียบเฉี่ยว ชนิดคนเดินผ่านไปแล้วก็ยังหันหลังมามองอีกนั่นแหละ คนพวกนี้จะไปเรียนสถาบันไหนก็ต้องเป็นสถาบันดังๆ ถึงจะไปเรียน แม้ที่สุดจะไปหาพระอาจารย์ก็ต้องเป็นพระหล่อๆ เทศน์ได้เรื่องไม่ได้เรื่อง ไม่เป็นไร แต่หลวงพี่นี่ต้องหล่อไว้ก่อน ขอไปดูหน้าท่านให้ชื่นใจ คนพวกนี้มีจำนวนไม่น้อย         พวกที่ 2 เป็นพวกที่ชอบเสียงไพเราะ หล่อหรือไม่หล่อ สวยหรือไม่สวยไม่เกี่ยง ขอให้เสียเพราะๆ เป็นใช้ได้ คนพวกนี้ชอบดนตรีและเขาจะมีลักษณะจำเพาะเจาะจง เช่น เขาจะชอบแบบโน้นไม่ชอบแบบนั้น มีของชอบเฉพาะๆ ของเขา แม้ที่สุดถ้าจะไปฟังเทศน์ ผู้เทศน์จะเทศน์ได้เรื่องได้ราวหรือไม่ก็ตาม หล่อไม่หล่อไม่ว่า ขอให้เสียงเพราะๆ ถ้าได้อย่างนี้ละก็ต้องนั่งฟังเฉยเลย นี่ก็เป็นอีกพวกหนึ่ง คนในโลกส่วนหนึ่งเป็นอย่างนี้ คน …

เป็นผู้หญิงจะทำความสะอาดขัดพระพุทธรูปได้หรือไม่ Read More »