หนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหา

DMC.TV ที่นี่

ทำอย่างไรลูกจ้างกับนายจ้างจึงจะพอใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย

คำถาม: ลูกจ้างกับนายจ้าง ปกติจะมีเรื่องกระทบกระทั่งและขัดแข้งกันอยู่บ่อยๆ บางครั้งก็รุนแรงจนถึงขั้นเดินขบวน ทำอย่างไรลูกจ้างกับนายจ้าง จึงจะอยู่อย่างพอใจกันด้วยกันทั้ง 2 ฝ่ายครับ? คำตอบ: เรื่องลูกจ้างกับนายจ้างนี่นะ ที่จะให้อยู่กันอย่างราบรื่นโดยไม่กระทบกันเลยน่ะ ขอบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่เฉพาะลูกจ้างกับนายจ้างหรอก แม้สามีกับภรรยาอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่หนุ่มสาว ตอนนี้อายุห้าหกสิบ แก่จะย่ำแย่แล้ว ยังไม่วายกระทบกันเลย ลิ้นกับฟันอยู่ในปากเราเองแท้ๆ ก็ยังไม่วายกระทบกัน         จำไว้เถอะ ถ้าของตั้งแต่ 2 สิ่งขึ้นไป มาอยู่ในที่เดียวกันก็ต้องกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา เพียงแต่ว่าทำอย่างไรการกระทบกระทั่งนั้นจึงจะไม่รุนแรง ที่ว่าธรรมดาต้องกระทบกระทั่งกัน ก็เพราะว่ายังมีกิเลสด้วยกันทั้งคู่นั่นเอง ฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า ทำอย่างไรเมื่อมีการกระทบกระทั่งกันแล้ว ทั้งนายจ้างและลูกจ้างจะไม่ก่อเหตุการณ์รุนแรงกัน วิธีง่ายๆ คือ เมื่อเกิดเรื่องกระทบกระทั่งกันแล้ว ขอให้ทั้ง 2 ฝ่าย กำหนดในใจไว้ 3 อย่างต่อไปนี้         1. นึกว่าเรื่องกระทบกระทั่งกันนั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องช่วยกันแก้ไข         2. อย่าคิดว่าใครผิดฝ่ายเดียว อย่าไปหาเลยว่าใครเป็นผู้ผิดเหมือนจะไปหาว่า ลิ้นผิดหรือฟันผิดที่ไปกระทบกระทั่งกัน จำไว้ว่า “อย่าไปค้นหาว่าใครผิด”         3. ให้พิจารณาว่าเรามีส่วนก่อให้เกิดความผิดพลาดครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน         พูดง่ายๆ อย่าไปหาตัวว่าใครผิด แต่ให้ไปหาว่าความผิดคืออะไร เรามาช่วยกันหาความผิด แล้วช่วยกันแก้ไข …

ทำอย่างไรลูกจ้างกับนายจ้างจึงจะพอใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย Read More »

เป็นทหารเพราะผลกรรมที่ทำไว้ในอดีตชาติใช่หรือไม่

คำถาม: ผู้ที่เข้ารับการคัดเลือกทหารแล้วปรากฏว่าถูกทหาร แสดงว่าเป็นเพราะผลกรรมที่กระทำไว้ในอดีตชาติใช่หรือไม่? คำตอบ: ใครเป็นคนบอกคุณ หลวงพ่อว่าคุณมองมุมผิดแล้วนะ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นทหารนับว่าเป็นคนโชคดี ที่จะได้รับการฝึกวินัย หลวงพ่อจะเล่าให้ฟัง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงบันทึกความเห็นส่งไปให้ด๊อกเตอร์ฟรานซิสปีส์แยสส์หรือพระยากัลยาณไมตรี ซึ่งเป็นทูตอเมริกันประจำประเทศไทยในยุคนั้นทรงปรารภไว้ในบันทึกว่า ในสมัยรัชกาลของพระองค์นั้น คนไทยทั้งประเทศ ซึ่งขณะนั้นมีประมาณ 6 หรือ 8 ล้าน แต่ทั้งประเทศมีชาวต่างชาติมากกว่าคนไทย อ่านเผินๆ แล้ว นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจว่า เอ๊ะ…เป็นไปได้อย่างไร?         พระองค์ทรงอธิบายว่า สมัยนั้นคนที่อยู่ตั้งแต่จังหวัดพิษณุโลกขึ้นไปจนกระทั่งถึงเชียงใหม่ เขามีความรู้สึกว่าเขาเป็นชาวล้านนา เป็นชาวเหนือ เป็นคนเมือง ไม่ใช่คนไทย ส่วนคนที่อยู่ตั้งแต่จังหวัดนครราชสีมา ไปจนกระทั่งจรดฝั่งโขง เขาก็มีความรู้สึกว่าเขาเป็นคนลาว ไม่ใช่คนไทย และตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป เขาก็บอกว่าเขาเป็นคนปักษ์ใต้ ไม่ใช่คนไทย ตกลงคนที่มีความรู้สึกว่าเป็นคนไทยจะอยู่แถวๆ กรุงเทพฯ กับรอบๆ กรุงเทพฯ อีกไม่กี่จังหวัด ยิ่งกว่านั้นจังหวัดที่อยู่รอบๆ กรุงเทพฯ นี่ก็เป็นชาวจีนต่างด้าวเสียอีกตั้งมาก ตกลงเป็นอันว่าคนที่มีความรู้สึกว่า ตนเป็นคนไทยมีน้อยกว่าคนที่รู้สึกว่าตนเป็นคนต่างชาติ จากบันทึกนี้แสดงว่า พระองค์ท่านทรงปริวิตกถึงความรู้สำนึกในความเป็นคนไทยของคนไทยมาก         ต่อมาไม่นานก็ทรงดำริว่า ถ้าหากขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปในขณะที่ลัทธิล่าเมืองขึ้นกำลังระบาด ความพินาศจะเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทย จึงทรงดำเนินนโยบาย …

เป็นทหารเพราะผลกรรมที่ทำไว้ในอดีตชาติใช่หรือไม่ Read More »

บวชเป็นพระวัดพระธรรมกายทำไมจึงบวชให้แต่เฉพาะผู้มีปริญญา

คำถาม: เพื่อนเขาว่า ถ้าวัดนี้ดีจริงทำไมจึงบวชให้แก่เฉพาะผู้มีปริญญา ผมพยายามใช้ภูมิปัญญาเอาเหตุผลไปพูดกับเขา แต่ในที่สุดผมหมดปัญญาจริงๆ เลยได้แต่นั่งฟังเขาพูดไปก็พยายามข่มความโกรธเอาไว้ ผลสุดท้ายเขาก็ลงเอยด้วยการจะไม่พูดกับผม หลวงพ่อครับผมจะทำอย่างไรดี ผมทำผิดหรือเปล่า คือผมบอกเขาว่า “นายนี่สอนยากจังเลย” เขาก็เลยไม่พูดกับผม อีกคนหนึ่งบอกว่าให้ผมระวังจะโดนล้างสมอง ผมก็นึกในใจว่า เอ้า…ถ้าจะโดนล้างก็ขอให้ล้างความชั่วออกจากตัวเรา ออกจากสมองเราให้หมด ก็พอใจแล้ว คำตอบ: ไม่ว่าวัดไหนๆ ก็ถูกคนว่าเสียดสีทั้งนั้น แม้แต่ในสมัยพุทธกาลถามว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดีจริงไหม? ดีจริง แล้วทรงสอนทุกคนไหม? ไม่ใช่สอนทุกคนนะ บางคนที่พระองค์สอนไม่ได้ ก็ทรงปล่อยวางเอาไว้ก่อน แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาจะสอนใครก็ทรงคัดคนเหมือนกัน ขอเล่าเรื่องที่ทรงคัดเลือกคนให้พวกเราฟังเอาไว้สักเรื่อง คนในโลกนี้ ถ้าจะแบ่งตามความสามารถในการเรียนรู้แล้ว ท่านว่ามี 3 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ         พวกที่ 1 ดอกบัวพ้นน้ำ คือไม่ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะมาบังเกิดหรือไม่ก็ตาม เขาสามารถเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว เขาจะไม่ทำชั่วอีก เพราะธาตุของเขา ขันธ์ 5 ของเขา ได้บริสุทธิ์ถึง 60-70% ขึ้นมาแล้ว ถึงแม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะไม่บังเกิดขึ้น เขาก็สามารถเอาตัวรอดได้ในวันหนึ่งข้างหน้า การบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้เกิดประโยชน์แก่เขามากนัก เพราะเขาเอาตัวรอดเองได้แล้ว ท่านอุปมาคนประเภทนี้ว่าเป็นดอกบัวที่พ้นน้ำแล้ว พร้อมจะแย้มกลีบบานในไม่ช้า         พวกที่ …

บวชเป็นพระวัดพระธรรมกายทำไมจึงบวชให้แต่เฉพาะผู้มีปริญญา Read More »

คนดีหรือคนเลวเรามีวิธีการสังเกตอย่างไร

คำถาม: เราจะสังเกตคนได้อย่างไร ว่าใครเป็นคนดีหรือคนเลว? คำตอบ:  คนจะดีหรือเลว มันขึ้นอยู่ที่ใจของเขา ถ้าใจของเขาคิดดีก็จะเป็นผลให้พูดดี ทำดี ถ้าใจของเขาคิดชั่ว ก็จะส่งผลให้พูดชั่วทำชั่ว         โดยทั่วไปแล้ว มีคนบางคนชอบคิดชั่วๆ ตลอดเวลา แต่แสร้งทำเป็นพูดดี ทำดีต่อหน้าคน ถ้าลับหลังระหว่างอยู่ในกลุ่มคนเลวๆ ด้วยกัน เขาก็จะพูดเลว ทำเลว คนประเภทนี้ถ้าคบกันเผินๆ เราก็จะหลงเข้าใจว่าเขาเป็นคนดี         วิธีสังเกตคนว่าเป็นคนดีหรือคนเลว วิธีง่ายๆ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว และเราเองก็ไม่จำเป็นจะต้องมีฤทธิ์ มีอำนาจพิเศษถึงกับอ่านใจคนได้ คือให้สังเกตดูว่า เท่าที่ผ่านมาคนนั้นมีความกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ผู้มีอุปการคุณ หรือต่อผู้มีคุณคนอื่นๆ หรือเปล่า บางคนแม้ว่าเขาอาจจะโง่ไปบ้าง การศึกษาต่ำไปบ้าง สะเพร่าไปบ้าง แม้ที่สุดอาจจะมีนิสัยเกะกะเกเรไปบ้าง แต่ถ้าเขายังดูแลพ่อแม่ ยังรับใช้ครูบาอาจารย์ ไม่ล่วงเกินผู้มีพระคุณให้เสียใจ ก็อย่าไปตั้งข้อรังเกียจเขาเลย เพราะนั่นแสดงว่าธาตุแท้จริงๆ ของเขายังดี ความกตัญญูของเขายังมีอยู่ มีทางฝึกให้เป็นคนดีได้         ถ้าจะรับคนประเภทนี้เอาไปเป็นเพื่อนผู้ร่วมงาน เป็นลูกน้องเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เขาก็ยังมีแววเอาดีได้ พยายามอดทนฝึกฝนถ่ายทอดนิสัยดีๆ ให้กันไปเถอะ แต่ตรงกันข้าม ใครก็ตามถึงแม้จะมีความรู้ ความสามารถมีฝีมือเก่งกาจแค่ไหน แต่ไม่รู้คุณคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณของพ่อแม่ คนประเภทนี้เป็นประเภทเลวแท้ เพราะไม่ว่าใครๆ …

คนดีหรือคนเลวเรามีวิธีการสังเกตอย่างไร Read More »

เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายต้องทำอะไรบ้าง

คำถาม: ปกติรองเจ้าอาวาสต้องทำหน้าที่หลายอย่าง แล้วเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายต้องทำอะไรบ้างครับ (พระเรียนถามมา) คำตอบ: ทำเยอะเลยครับ ก็เพราะท่านเจ้าอาวาสองค์นี้นี่แหละครับ (พระเทพญาณมหามุนี) วัดพระธรรมกายถึงได้มีโครงการต่างๆ ออกมามากมาย ให้พวกเราได้ใช้ประโยชน์ งานประจำวันของท่านเต็มเหยียด ตั้งแต่เช้าจนดึก         ภาคเช้าท่านนั่งสมาธิ(Meditation)ทำภาวนา จนกระทั่งถึงเวลาฉันเช้าหลังจากฉันเช้าแล้ว พระลูกวัดก็ไปรับงานจากท่านว่า วันนี้เราจะทำอะไรกันบ้าง แล้วก็แบ่งงานกันไป         ตอนบ่ายท่านค้นตำรับตำรา ถ้ามีอะไรเป็นพิเศษ ก็เรียกประชุมกัน แล้วอบรมเจ้าหน้าที่กันไป กลางคืนลูกศิษย์ที่ไปทำงานมาก็จะมารายงานว่า วันนี้ใครไปทำอะไรมาบ้าง อย่างวันนี้ ผมเทศน์เรียบร้อยแล้ว ได้สาธิตให้พระคุณเจ้าดูสารพัดอย่าง คืนนี้ผมก็ต้องไปรายงานท่าน แล้วก็ต้องรอรับอีกเหมือนกันว่า ท่านจะให้ทำอะไรอีก นี่ยกตัวอย่าง         ในระยะแรกของการสร้างวัด เจ้าอาวาสวัดนี้ ถ้าคืนไหนจำวัดเที่ยงคืน รู้สึกว่าค่อนข้างจะหัวค่ำไปสักหน่อย เพราะรองเจ้าอาวาสก็จำวัดเที่ยงคืน ตีหนึ่งอยู่แล้ว ท่านเป็นเจ้าอาวาสก็ประมาณสักตีหนึ่งครึ่ง ตีสองนั่นแหละครับ เราทำงานกันอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นวัดก็ไม่มาถึงจุดนี้นะครับ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

เสียดายเงินที่เพื่อนขอยืมเงินไปแล้วไม่คืน ถือว่าการเสียดายนี้เป็นการโลภหรือไม่?

คำถาม: เพื่อนขอยืมเงินไปแล้วไม่คืน จะลืมจริงๆ หรือแกล้งลืมก็ไม่รู้ไม่กล้าทวง กลัวเพื่อนจะอาย แต่ใจก็ยังนึกเสียดายเงินนั้นอยู่ ถือว่าการเสียดายนี้เป็นการโลภหรือไม่? คำตอบ:  ไม่ใช่โลภ เขามาขอยืมเงินเราไป ถึงเวลาไม่เอามาคืน เราก็ต้องไปทวง เมื่อไม่ทวงก็กลายเป็นลังเล ความลังเลจัดเป็นโมหะชนิดหนึ่ง         เรื่องเงินๆ ทองๆ นี่อยากจะเตือน เงินของเราถ้าควักออกจากกระเป๋าแล้วต้องถือว่าให้ เราจะควักให้ใครมากแค่ไหนต้องคิดคำนวณแล้วว่า เงินส่วนนั้นแม้ไม่ได้คืน ก็ไม่เดือดร้อน ถ้าเป็นส่วนที่เดือดร้อนต้องไม่ให้ ให้เฉพาะส่วนที่ไม่เดือดร้อน ถ้าเขาเอามาคืนก็ถือว่าเป็นลาภลอย คิดอย่างนี้แล้วจะสบายใจทั้งสองฝ่ายนะ         หลวงพ่อแต่ไหนแต่ไรมาก็ทำอย่างนี้ ให้เงินใครไปแล้วก็ตัดขาดออกจากใจ คืนไม่คืนก็ช่าง คิดอย่างนี้สบายใจดี โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ในระยะเริ่มต้นสร้างวัดพระธรรมกาย หลังจากปลูกต้นไม้ไปแล้วช่วงเวลานั้นมีพระภิกษุร่วมงานกันกี่รูป และทำงานกันอย่างไร?

คำถาม: ในระยะเริ่มต้นสร้างวัดพระธรรมกาย หลังจากปลูกต้นไม้ไปแล้วช่วงเวลานั้นมีพระภิกษุร่วมงานกันกี่รูป และทำงานกันอย่างไร? คำตอบ: ในปีแรกที่สร้างวัด (พ.ศ. 2512) มีพระอยู่ 1 รูป ในปีที่ 2 ก็มีเพิ่มเป็น 2 รูป และปลายปีที่ 2 ขึ้นปีที่ 3 ผมบวช (พระภาวนาวิริยคุณ เผด็จ ทัตตชีโว) ก็เป็น 3 จากนั้นเว้นอยู่ 1 ปี ปีต่อมาบวชอีก หนึ่งรูปที่เป็นวิศวกร แล้วจากนั้นเว้น 1 ปี ก็บวชกันอีก 3 รูป ก็ไม่ได้มากอะไร         ขณะที่ทั้งวัดก็มีพระแค่ 16 รูป (พ.ศ. 2528) พระในวัดที่อยู่ประจำไม่ได้มากอะไร ที่เห็นมากๆ เป็นร้อยนั่นเป็นพระธรรมทายาทซึ่งบวชระยะสั้นในช่วงปิดการศึกษาภาคฤดูร้อน แต่ถึงแม้พระที่อยู่ประจำจะมีน้อย แต่เราก็แบ่งสัดส่วนการทำงานกันอย่างดี         เราปูพื้นฐานการทำงานทุกอย่างให้ ใครมีความสามารถอะไรก็ทำกันตามความถนัด ไม่เกี่ยงกัน ไม่ก้าวก่ายกัน ผมเองก็อยู่ส่วนงานของผม ไม่เคยรู้ว่าหลวงพี่มหาชิโต …

ในระยะเริ่มต้นสร้างวัดพระธรรมกาย หลังจากปลูกต้นไม้ไปแล้วช่วงเวลานั้นมีพระภิกษุร่วมงานกันกี่รูป และทำงานกันอย่างไร? Read More »

บวชชีพราหมณ์แก้บน

คำถาม: หลวงพ่อคะ ก่อนจะเรียนจบ หนูได้บนเจ้ากรรมนายเวรไว้ว่า เมื่อเรียนจบแล้ว จะบวชชีพราหมณ์แก้บนให้ ตอนนี้ก็เรียนจบแล้ว จะอยู่ธุดงค์แทนบวชได้ไหมคะ? คำตอบ:  นักติดสินบนนะนี่ ไปติดสินบน “เจ้ากรรมนายเวร” หน้าตาเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ เจ้ากรรมนายเวรของหนูคนนี้ นิสัยชอบติดสินบนนี่เป็นกันเกือบทุกหัวระแหง ผีสางนางไม้ก็บนกันไป มีตัวมีตนหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตั้งหน้าตั้งตาบนกันไป เพราะติดนิสัยชอบบนบานศาลกล่าวอย่างนี้ พอโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เวลามีอุปสรรค ตอนไปติดต่อการงาน ก็เลยชอบติดสินบนเจ้าพนักงาน         การติดสินบนเป็นต้นเหตุของการคอร์รัปชั่นนะ คุณเองไม่ใช่หรือที่บ่นนักบ่นหนาว่า เมืองไทยมีแต่พวกคอร์รัปชั่น ก็พวกติดสินบนคือพวกคุณนี่แหละ ที่เป็นตัวสนับสนุนคอร์รัปชั่น จะไปบ่นว่าใครได้ คนไทยไปถึงไหนก็บนบานศาลกล่าว ติดสินบนกระทั่งเทวดา “เทวดาครับ ขอลูกชายสักคนหนึ่งนะ ถ้าได้ลูกชาย ผมจะเอาหมูเอาไก่มาให้” ถ้าหมูไก่มันได้ยินและฟังรู้เรื่อง มันคงสะดุ้งโหยงเลยนะ เลิกทีเถอะเรื่องบนบานศาลกล่าวอะไรนี่ ไม่ได้ประโยชน์เลย         คราวนี้ถามว่า บวชชีพราหมณ์กับอยู่ธุดงค์แทนกันได้ไหม? คงต้องไปถามเจ้ากรรมนายเวรของคุณนะว่า เขายอมไหม? แต่ถ้าถามหลวงพ่อ หลวงพ่อว่าก็ไม่เหมือนกันทีเดียวหรอกนะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ลืมเรื่องที่ไปบนบานศาลกล่าวไว้ก่อน แล้วมาปักกลดอยู่ธุดงค์กัน งวดนี้ตั้งใจรักษาศีล 8 ตั้งใจนั่งสมาธิให้ตัวตั้งเลยนะ หลวงพ่อว่าทำอย่างนี้จะเข้าท่ากว่า ที่บนอะไรๆ ไว้นั้นลืมเสียเถอะ ไม่ได้เรื่องหรอก ถ้าเทวดาคนไหนมารับสินบนคุณ …

บวชชีพราหมณ์แก้บน Read More »

ทำไมวัดพระธรรมกายจึงต้องขยายพื้นที่วัดให้กว้างมากนัก

คำถาม: เพิ่งจะมาวัดนี้เป็นครั้งที่ 3 อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ไม่ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทำไมทางวัดพระธรรมกายต้องขยายพื้นที่อีก ในเมื่อที่นี่ก็กว้างขวางใหญ่โตพอแล้วหลวงพ่อช่วยชี้แจงเหตุผลด้วยครับ? คำตอบ: การขยายพื้นที่ข้างวัดออกไป ตอนนี้ขยายไปประมาณ 1000 ไร่ (ธันวาคม 2528) ตามโครงการกะว่าจะให้มีพื้นที่ประมาณ 2000-2500 ไร่ ถามว่าเอามาทำไม ก็เอามาปลูกป่่าให้พวกเราปักกลด ศึกษาธรรมะและปฏิบัติธรรมกันสำหรับท่านที่เพิ่งมาใหม่ครั้งนี้ อาจจะมองไม่ออกว่าคนมาเท่านี้เอาพื้นที่เพิ่มมาเป็นพันไร่ทำไม ก็คงต้องรอให้นักศึกษาเปิดเทอม ก่อนแล้วจะรู้จำนวนคนที่มาวัดตามปกติ คือเท่าไหร่ จากสถิติที่เราจะเอาไว้ตลอดเวลา พบว่าช่วงที่เปิดเทอมแล้ว ทุกๆ วันอาทิตย์อย่างน้อยๆ วันอาทิตย์ธรรมดาจะมีคนมาวัดประมาณ 2500-3000 คน ถ้าวันอาทิตย์ต้นเดือนจะประมาณ 4000 คนขึ้นไป (ตัวเลขต่างๆ เก็บข้อมูลในปี 2529)         ทำไมมามากขนาดนี้ ขอบอกว่าที่จริงแล้ว คนอยากรู้ธรรมะ อยากปฏิบัติธรรม อยากจะทำความดีมีมาก แต่เขาไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ไม่ใช่ว่าวัดอื่นๆ เขาไม่สอนนะ ที่สอนก็มี แต่เนื่องจากใน กรุงเทพฯ หรือรอบๆ กรุงเทพฯ พื้นที่ของวัดมีน้อย เมื่อก่อนนี้อาจจะมีมาก แต่เดี๋ยวนี้ถูกตึกแถว ถูกอาคารร้านค้ารุกเข้าไปมาก วัดในกรุงเทพฯ จะขยับขยายพื้นที่สำหรับอบรมคนคราวละมากๆ ก็ลำบาก …

ทำไมวัดพระธรรมกายจึงต้องขยายพื้นที่วัดให้กว้างมากนัก Read More »

ทำอย่างไรให้คนในหน่วยงานมีกำลังใจในการทำงาน

คำถาม: ในที่ทำงานของผมมีคนทำงานมาก เวลาจะใช้ใครให้ช่วยทำอะไรหน่อย ช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน จะทำอย่างไรดีครับ ให้คนภายในหน่วยงานของผม มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่การงานและขยันทำความดีกันทุกคน? คำตอบ: ในโลกนี้ สิ่งที่บั่นทอนกำลังใจของคนเราได้มากที่สุดไม่มีอะไรเกินคำพูด คำพูดที่มันระคายหูระคายใจ บั่นทอนกำลังใจคนฟังได้มากเหลือเกิน ในเวลาเดียวกัน สิ่งที่ให้กำลังใจมนุษย์ได้มากที่สุดก็ไม่มีอะไรเกิดคำพูดอีกเหมือนกัน         ขอให้พูดกันเพราะๆ พูดกันดีๆ กำลังใจก็มา เรี่ยวแรงก็มี ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ถ้าพูดไม่ดี พูดไม่เพราะ แรงมีเท่าไหร่ มันผล็อยไปหมดเลย เรื่องคำพูดนี้เรื่องใหญ่นะ สามีภรรยาอยู่ด้วยกันแต่งงานกันมาตั้งแต่เมื่ออายุ 17-18 อยู่กันมาจนกระทั่งอายุ 60 พูดไม่เพราะ พูดไม่ถูกใจกัน 2-3 คำเท่านั้นแหละ ขอหย่ากันตอนอายุ 60 แบบนี้มันมีตัวอย่างให้เห็นอยู่นะ อย่าทำเป็นเล่นไป         หลวงพ่อมีข้อคิดฝากอยู่อย่างหนึ่ง ก็มีประสบการณ์จากตัวหลวงพ่อเอง คือตั้งแต่เล็กออกจากบ้านมา ไปถึงไหนๆ มีเพื่อนไปตลอดทาง ที่ไหนๆ ที่เขาว่างานหนัก ไม่มีคนช่วย พอหลวงพ่อเข้าไปเดี๋ยวมันมีเพื่อนมาช่วยเอง ถามว่าได้มาอย่างไร? ไม่ยาก ตลอด 2 ข้างทาง หลวงพ่อหาคนช่วยงานง่ายๆ ด้วยวิธียกมือไหว้บ้าง พูดกับเขาเพราะๆ บ้าง เดี๋ยวเขาก็มาช่วย …

ทำอย่างไรให้คนในหน่วยงานมีกำลังใจในการทำงาน Read More »

โครงการกัลยาณมิตรของวัดพระธรรมกายเป็นอย่างไร

คำถาม: กัลยาณมิตรของวัดพระธรรมกาย มีโครงการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างไร ขอบเขตแค่ไหน เป็นโครงการระยะนานเท่าไร? คำตอบ: โครงการกัลยาณมิตรที่เกิดขึ้นมา เพราะว่าตลอดเวลานานมาแล้ว ที่ประชาชนชาวไทยมีความรู้สึกว่า พระภิกษุเท่านั้นที่มีหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา พูดง่ายๆ ชาวบ้านไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของพระ ซึ่งการพูดอย่างนี้ไม่ถูก ความเข้าใจอย่างนี้ผิด เพราะอะไร เพราะพระพุทธศาสนาประกอบด้วยบริษัท 4 คือ มีผู้ลงทุนร่วมหุ้นอยู่ 4 ประเภท ได้แก่         1. ภิกษุ         2. ภิกษุณี         3. อุบาสก         4. อุบาสิกา         ภิกษุเดี๋ยวนี้ยังมี ท่านถือหุ้นไว้หุ้นหนึ่ง แต่ภิกษุณีล้มละลายไปแล้ว เหลือแต่อุบาสกและอุบาสิกา คือญาติโยมทั้งหลาย ทั้งอุบาสก อุบาสิกาและพระภิกษุ ถือหุ้นอยู่ในพระพุทธศาสนาด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายจะต้องมีหน้าที่ทำนุบำรุง เผยแผ่ พระพุทธศาสนา ต้องไปด้วยกัน การที่จะโยนให้พระทำเพียงฝ่ายเดียวนี้ไม่ถูกต้อง ญาติโยมต้องช่วยกันด้วย ในอดีตญาติโยมมักช่วยแต่เพียงสิ่งเสบียงให้ ซึ่งอย่างนั้นไม่พอ จะต้องช่วยไปประกาศเผยแผ่พระศาสนาด้วย         ทีนี้กัลยาณมิตรคือใคร? วัดพระธรรมกายเรียกผู้มาปฏิบัติธรรมที่วัดเป็นประจำ และตั้งใจชักชวนชาวโลกให้ปฏิบัติธรรมตามว่าเป็นกัลยาณมิตรทั้งหมด ถ้ายังไม่บวชก็เรียกนำหน้าชื่อว่า กัลยาณมิตร ท่านเหล่านี้นอกจากปฏิบัติธรรมแล้ว ยังร่วมมือกันทำงานเป็นโครงการ …

โครงการกัลยาณมิตรของวัดพระธรรมกายเป็นอย่างไร Read More »

วัดพระธรรมกายทำอย่างไรถึงได้ขยายงานอย่างรวดเร็ว?

คำถาม: วัดพระธรรมกายทำอย่างไรถึงได้ขยายงานอย่างรวดเร็ว? คำตอบ: เราก็ทำกันง่ายๆ โดยให้พระท่านฝึกงานของท่านไปตามความถนัด พร้อมกับฝึกตัวของท่านไปด้วย คือ ต้องนั่งสมาธิ(Meditation)ให้มากๆ ถ้างานมาก นั่งสมาธิน้อย เดี๋ยวจะกระทบกระทั่งกันเพราะใจหยาบ ตอนนี้ก็กำลังจะพาท่านเดินธุดงค์ ก็ตั้งใจจะเอาวิธีนี้ควบกันเข้าไป เอาให้แกร่งให้ได้ แล้วจึงให้มาช่วยงานพระศาสนา ถ้ายังไม่แกร่ง ก็ฝึกกันต่อไป นานแค่ไหนก็ยอม         วัดพระธรรมกายในระยะแรก กว่าจะบวชพระเข้ามาสักรูป จะแปลกกว่าที่อื่น คือที่อื่นถ้ามีพระใหม่ 1 รูป สมภาพก็เป็นภาระกับพระบวชใหม่ 1องค์ ถ้ามีมาบวช 10 รูป ก็เป็นภาระดูแลทั้ง 10 รูปนั่นแหละ มาบวช 100 ก็หนัก 100 บวช 1000 ก็หนัก 1000 แต่ที่วัดพระธรรมกายไม่ใช่อย่างนี้ เนื่องจากก่อนบวชให้มาเป็นเด็กวัดเสียก่อน ให้ถือศีล 8 ฝึกธรรมะ ฝึกตัวเองก่อนสัก 5 ปีเป็นอย่างน้อย ช่วยงานต่างๆ ในวัดไปด้วย พอได้รับอนุญาตให้บวช ก็ยกแผนก งานให้ไปด้วยเลย พอท่านบวชเสร็จก็ได้เป็นหัวหน้าแผนก นี่คือกติกาสำหรับผู้ที่จะบวชตลอดชีวิต งานที่ยกให้ …

วัดพระธรรมกายทำอย่างไรถึงได้ขยายงานอย่างรวดเร็ว? Read More »

ตั้งใจทำงานซื่อตรงในอาชีพถือเป็นการสร้างบุญไปด้วยใช่หรือไม่

คำถาม: หลวงพ่อคะ ลูกอยากให้การทำงานที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เป็นทั้งการประกอบอาชีพด้วย และเป็นการสร้างบุญไปด้วยเข้าใจว่าถ้าเราตั้งใจทำงานอย่างซื่อตรงต่ออาชีพของเราแล้ว ก็เท่ากับเป็นการสร้างบุญไปด้วยใช่ไหมคะ? คำตอบ: ไม่แน่ มันอยู่ที่งาน แล้วก็อยู่ที่ใจประกอบกัน มีงานอาชีพ ที่ไม่ชอบธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นการค้าขายที่ผิดศีลธรรม ไม่ควรทำมีอยู่ 5 อย่าง ซึ่งทำแล้วเป็นการก่อเวร ไม่มีทางเป็นบุญได้ คือ         1. ค้าอาวุธ         2. ค้ามนุษย์         3. ค้าสัตว์สำหรับฆ่าเป็นอาหาร         4. ค้าของเมาสิ่งเสพติด         5. ค้ายาพิษ         ส่วนงานอาชีพต่างๆ ที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้ บางงานก็เป็นบุญ บางงานก็ไม่เป็น ไปเทียบดูเอานะ จะยกตัวอย่างให้ดูเกี่ยวกับงานของคนรับจ้างทำงานในวัด เช่น งานปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นงานกลางๆ  ไม่บุญไม่บาป แต่เนื่องจากคนปลูกมีระดับจิตใจต่างกัน ทำให้ได้ผลต่างกันเป็นระดับๆ ไป         เรื่องนี้คุณยายอาจารย์ของหลวงพ่อเล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งคุณยายเดินตรวจบริเวณวัด เห็นคนงานกำลังปลูกต้นไม้กันอยู่ ก็แวะเข้าไปดูแล้วได้ถามคนงานในกลุ่มนั้นว่า         “เวลาปลูกต้นไม้คิดอย่างไร” คนหนึ่งวัยรุ่นหน่อย ก็ตอบว่า “คิดว่าอย่าตายนะเดี๋ยวต้องปลูกใหม่ หลวงพ่อจะเอ็ดเอา”         อีกคนหนึ่งตอบว่า “ขอให้โตเร็วๆ …

ตั้งใจทำงานซื่อตรงในอาชีพถือเป็นการสร้างบุญไปด้วยใช่หรือไม่ Read More »

สิ่งปลูกสร้างหลังแรกของวัดพระธรรมกายได้แก่อะไร?

คำถาม: สิ่งปลูกสร้างหลังแรกของวัดพระธรรมกายได้แก่อะไร? (พระเรียนถามมา) คำตอบ: สิ่งแรกที่จำเป็นต้องใช้ ต้องก่อสร้างก่อน คือ สำนักงาน เมื่อแรกเริ่มที่มีเพียงที่ดินโล่งๆ เราก็ทำเป็นกระต๊อบให้พออยู่อาศัยกันไปเพิ่งมาเป็นเป็นรูปเป็นร่างอย่างขณะนี้ในระยะหลัง ระยะแรกเป็นกระต๊อบออฟฟิศ พอผุๆ พังๆ แล้วก็รื้อไป พวกเราที่มาภายหลังเลยไม่ได้เห็นกันนะ         ตอบเรื่องนี้แล้ว ก็มีข้อแนะนำอีกเรื่องหนึ่ง เผื่อจะเป็นประโยชน์ คือตามวัดต่างๆ มีสิ่งที่ฆ่าตัวเองอยู่ลักษณะหนึ่ง คือเวลาก่อสร้างมักจะก่อสร้างบริเวณข้างหน้าที่ติดถนน ติดคลองก่อน สมมติสร้างศาลาไว้หลังหนึ่ง พอต่อมามีความจำเป็นจะต้องสร้างสิ่งก่อสร้างหลังที่ 2 จะเป็นโบสถ์หรือเป็นอะไรก็ตาม ท่านคิดว่าโยมที่เป็นเจ้าภาพเขาอยากจะให้สร้างข้างหน้า หรือข้างหลังของเดิม         ตอบว่าข้างหน้า เมื่อสร้างข้างหน้า จะสร้างตรงไหนก็ตาม อย่างมากก็ 2-3 หลังเท่านั้นก็เต็มหมด ข้างหลังที่ว่างอีกมาก ก็ใช้ไม่ได้ เริ่มต้นสร้างอย่างนี้เรียกว่าฆ่าตัวตาย ไม่ควรทำ วัดพระธรรมกายของเราเมื่อเริ่มสร้าง เราสร้างสำนักงานเข้ามาในช่วงกลางของที่ดินทั้งผืน จากนั้นที่ข้างหน้าก็สร้างศาลาสำหรับฟังธรรม และใช้เป็นที่สร้างโบสถ์ สร้างเสร็จแล้วเรายังมีที่ในบริเวณข้างหน้าเหลืออีกมากมายเลย จนกระทั่งมาทำลานจอดรถ มาทำสระน้ำ มาทำอะไรอีกตั้งหลายอย่าง         เพราะฉะนั้นอย่าสร้างอะไรเป็นกระจุกอยู่ข้างหน้า ควรจะเริ่มบริเวณกลางๆ พื้นที่ก่อน ยอมเดินไกลสักหน่อย จากนั้นก็แบ่งส่วนที่เป็นกุฏิก็ให้ไปอยู่ข้างหลัง ส่วนที่เป็นอาคารธรรมาวาส พุทธาวาสก็ขึ้นไปข้างหน้า วางผังอย่างนี้แล้วจะสะดวกหลายอย่าง …

สิ่งปลูกสร้างหลังแรกของวัดพระธรรมกายได้แก่อะไร? Read More »

รถบัสที่รับส่งคนมาวัดพระธรรมกายทุกวันอาทิตย์ ได้รับบริจาคมาจากไหน หรือต้องจ้างเขา ค่ารถปีละเท่าไร เอาเงินมาจากไหน?

คำถาม: รถบัสที่รับส่งคนมาวัดพระธรรมกายทุกวันอาทิตย์ ได้รับบริจาคมาจากไหน หรือต้องจ้างเขา ค่ารถปีละเท่าไร เอาเงินมาจากไหน? คำตอบ: รถที่รับ-ส่งสาธุชนแต่ละคันนี่ต้องจ้างเขานะ เข้าใจว่าประมาณวันละ 1,000 บาท (ราคาปี พ.ศ. 2528) ต่อไปทางวัดจะเพิ่มจุดออกรถตามหมู่บ้านต่างๆ ด้วย เลือกหมู่บ้านที่ใหญ่ๆ หน่อย         ปีที่แล้วเนื่องจากขยายรถเพิ่มขึ้นมาเป็น 7-8 จุดด้วยกัน เพื่อพยายามรับลูกหลานที่อยู่ตามสถาบันต่างๆ ให้ทั่วถึง เฉพาะค่ารถเมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ.2527) ไม่คิดว่ารถในงานบุญใหญ่นะ รวมได้ประมาณ 6 แสนบาท         หลายคนบ่นว่า ทำไมทอดผ้าป่าบ่อยจริง จะเอาเงินไปทำอะไร? ก็เอามาใช้กันอย่างนี้แหละครับ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา