krirk

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ชีวิตที่ไม่หวั่นไหว

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ชีวิตที่ไม่หวั่นไหว ชีวิตบนโลกใบนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราหนีไม่พ้นที่จะต้องพบกับความไม่แน่นอน บางครั้งสมหวัง บางครั้งไม่สมหวัง ซึ่งเป็นธรรมดาของโลก เมื่อมีลาภก็ต้องมีเสื่อมลาภ มียศก็มีเสื่อมยศ มีสรรเสริญก็มีนินทา มีสุขก็มีทุกข์คละเคล้าปะปนกันไป ความเปลี่ยนแปลงตามธรรมดาของโลกนี้ เรียกว่า โลกธรรม อันเป็นธรรมประจำโลก มีอยู่แล้วในโลกนี้ ตั้งแต่ก่อนเรามาเกิด สิ่งเหล่านี้มีอยู่แล้ว หรือแม้เราจะหมดอายุขัย ละจากโลกนี้ไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่ ไม่ได้หายไปไหนและใครจะถือเอาเป็นสิทธิ์เฉพาะตนก็ไม่ได้ เพราะเป็นของสาธารณะ สำหรับมนุษย์ทุกคนที่เกิดมาในโลก และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ดังนั้น ในสภาวะปัจจุบันนี้ แม้สังคมและเศรษฐกิจ จะแปรปรวนอย่างไรก็ตาม อย่าได้หวั่นไหว ให้ตั้งใจทำความดีต่อไปเถิด หว่านพืชเช่นไร ย่อมได้ผลเช่นนั้น ถ้าเราประกอบเหตุดี ผลที่ออกมาย่อมจะดีตามไปด้วยการทำความดีนั้น เราควรเพียรพยายามให้ถึงที่สุด และถ้าหากพบปัญหาอะไรที่หนักๆ นั่นแสดงว่าใกล้จะพ้นแล้ว ดังคำโบราณที่กล่าวว่า “ยิ่งมืดแสดงว่ายิ่งดึก ยิ่งดึกก็ยิ่งใกล้สว่าง” เพราะฉะนั้นให้หมั่นสั่งสมความดีกันต่อไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ในมงคลสูตรตอนหนึ่งว่า ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ อโสกํ วิรชํ …

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ชีวิตที่ไม่หวั่นไหว Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – กุศโลบายให้พ้นโลก

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – กุศโลบายให้พ้นโลก พระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด สิ่งอื่นที่ยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เราต้องทำใจให้เลื่อมใสในพระรัตนตรัย เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า เพราะความเลื่อมใสทำให้ใจเราหยุดนิ่งและผ่องใส เราจะได้รับรสแห่งความสุขที่เกิดจากใจหยุดนิ่ง การเจริญพุทธานุสติมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์นี้ มีอานิสงส์ใหญ่ สามารถปิดประตูอบายภูมิ เปิดประตูสวรรค์และนิพพานได้ ถ้าหากเราหมั่นระลึกนึกถึงบ่อยๆ จนกระทั่งเห็นองค์พระได้ชัดใส จนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับท่าน เมื่อนั้นอานุภาพอันไม่มีประมาณของพระรัตนตรัย จะบังเกิดขึ้นกับเรา เพราะฉะนั้น ให้หมั่นเจริญสมาธิภาวนาทุกๆวัน เพื่อจะได้เข้าถึงพระรัตนตรัย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อิจฉาสูตร ว่า “โลกอันความอยากผูกไว้ เพราะกำจัดความอยากเสียได้ จึงหลุดพ้น เพราะละความอยากได้เด็ดขาด จึงตัดสังโยชน์อันเป็นเครื่องผูกได้ทั้งหมด” โลกของเรา มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าเพลิดเพลิน จนทำให้เกิดความอยาก ผู้ไม่รู้ หลงใหล มีความทะยานอยากในสิ่งต่างๆที่อายตนะทั้งหก ได้ไปถูกต้องสัมผัสทั้งทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกายและทางใจ แต่บัณฑิตผู้รู้ทั้งหลายที่ท่านได้ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากในทุกระดับชั้น ท่านเห็นว่า โลก คือ หมู่สัตว์นี้ เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในโลกใบนี้ ล้วนแต่มีทุกข์ด้วยกันหมดทั้งสิ้น เพราะชีวิตในภพทั้งสามนี้เป็นทุกข์ ภพสาม เป็นเหมือนคุกขนาดใหญ่ที่กักขังสัตวโลกไว้ ใครจะออกจากคุกนี้ได้ …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – กุศโลบายให้พ้นโลก Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้มีชัยชนะที่ไม่กลับแพ้

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้มีชัยชนะที่ไม่กลับแพ้ สรรพสัตว์ทั้งหลายเป็นล้านๆชีวิต ไม่มีใครที่จะประทับรอยเท้าไว้บนผืนทรายได้จีรังยั่งยืน เพราะไม่นานรอยเท้านั้น ก็ถูกคลื่นพัดให้จางหายไป เหมือนชีวิตที่เกิดขึ้นมาแล้วหาความยั่งยืนคงที่ไม่ได้ ไม่ช้าก็ถูกคลื่นแห่งกาลเวลาพัดพาไปสู่ความเสื่อมสลาย คงเหลือไว้แต่คุณงามความดีให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาและเอาเป็นแบบอย่าง ในโลกนี้มีมนุษย์เพียงส่วนน้อยที่ไม่ประมาท ส่วนใหญ่ยังประมาทอยู่ ยังไม่เร่งขวนขวายสร้างความดี กลับปล่อยชีวิตให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า แสวงหาแต่สิ่งที่ไร้สาระ ต้องตกเป็นทาสของกิเลสตัณหา มิอาจเป็นตัวของตัวเองได้ ชีวิตจึงต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ร่ำไป มีวาระพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน ขัคควิสาณสูตร ว่า สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ อวิเหฐยํ อญฺญตรมฺปิ เตสํ บุคคลควรวางอาชญาในสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ไม่ควรเบียดเบียนสัตว์อื่น แม้ผู้ใดผู้หนึ่งให้ลำบาก ความเมตตาปรารถนาดีต่อกันและกัน ด้วยความจริงใจ เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้มนุษยชาติและสรรพสัตว์ทั้งหลายอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอนเหล่าพุทธบริษัท ให้เป็นผู้มีจิตประกอบด้วยเมตตา ไม่ให้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน นอกจากไม่เบียดเบียนกันแล้ว ก็ให้ประกอบด้วยมหากรุณา คือ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ให้พ้นทุกข์ ได้พบกับความสุขยิ่งๆขึ้นไป ผู้ที่เจริญเมตตาอยู่เป็นประจำ ทำให้เป็นผู้มีอารมณ์เยือกเย็น ใครเข้าใกล้ จะสัมผัสได้ถึงกระแสแห่งความเย็น เหมือนอยู่ใต้ร่มโพธิ์ร่มไทร อันตรายใดๆไม่สามารถมากล้ำกรายได้ เมื่อเกิดภาวะวิกฤติขึ้น กระแสแห่งความเมตตาจะแปรผันสภาวะนั้น ให้กลับดีขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ มีเรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยก่อนพุทธกาล …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้มีชัยชนะที่ไม่กลับแพ้ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้อยู่จบพรหมจรรย์

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ การใช้วันเวลาให้คุ้มค่าในโลกนี้ ต้องเอามาใช้สร้างบารมี โดยตั้งใจจะละบาปอกุศลทั้งหลาย ทำแต่ความดีให้ถึงพร้อม ทำใจให้ผ่องใส ซึ่งมนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่องความเป็นจริงของชีวิต ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า โลกมนุษย์นี้เป็นโลกแห่งการเกิดมาสร้างบารมี เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ความเป็นจริงของชีวิตอย่างนี้ ไม่ว่าเราจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม ขึ้นชื่อว่าเกิดมาได้อัตภาพความเป็นมนุษย์นี้แล้ว ต่างมีจุดประสงค์หลัก คือ เกิดมาสร้างบารมี มาทำพระนิพพานให้แจ้ง เพราะนิพพานเป็นจุดสุดท้ายของชีวิต เป็นเป้าหมายอันสูงสุดของทุกๆคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถึงผู้ที่บรรลุพระนิพพานอยู่จบพรหมจรรย์ว่า… “ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ได้สดับธรรมแล้ว ย่อมทราบชัดธรรมทั้งปวงด้วยปัญญาอันยิ่ง ครั้นทราบชัดธรรมทั้งปวงแล้วย่อมกำหนดรู้ ครั้นกำหนดรู้ธรรมทั้งปวงแล้วย่อมเสวยเวทนา ครั้นได้เสวยเวทนาแล้วย่อมพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง พิจารณาเห็นความหน่าย พิจารณาเห็นความดับ พิจารณาเห็นความสละคืนในเวทนาทั้งหลาย เมื่อนั้นย่อมไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในโลก เมื่อถอนความยึดมั่นแล้วย่อมดับกิเลสได้บรรลุพระนิพพานเฉพาะตน และทราบชัดว่าชาติสิ้นแล้ว” ผู้ที่ได้บรรลุพระนิพพาน ได้เข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัต หมดสิ้นกิเลสอาสวะแล้ว เรียกว่า ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ เพราะกิจของการประพฤติพรหมจรรย์ จะเป็นการปฏิบัติสมถวิปัสสนา การศึกษาไตรสิกขา ศึกษาเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ได้เข้าถึงบรมสุข คือ ความสุขอย่างยิ่ง …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – คำถามนำไปสู่ความหลุดพ้น

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – คำถามนำไปสู่ความหลุดพ้น ชีวิตนี้น้อยนัก ทุกชีวิตล้วนบ่ายหน้าไปหามฤตยู เหมือนผลไม้ที่สุกแล้ว ย่อมมีวันต้องร่วงหล่นลงอย่างแน่นอน เหมือนภาชนะดินที่มีการแตกทำลายในที่สุด ฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ผู้ไม่รู้ย่อมเศร้าโศกเมื่อพลัดพราก เพราะยึดมั่น ความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของเรา ย่อมประสบทุกข์สิ้นกาลนาน แต่วิญญูชนทั้งหลาย ละความยินดีในสิ่งที่ตนถือว่าเป็นของเรา ละความยึดมั่นถือมั่นแล้ว ไม่มีความยินดียินร้าย จึงละความโศก ความอาลัย ความร่ำพิไรรำพันได้ เราโชคดีที่ได้อัตภาพเป็นมนุษย์ ได้มีโอกาสดีที่จะสร้างบารมี พึงเร่งสร้างความดีให้เต็มที่ ตักตวงเอาบุญกุศลกันไปให้มากๆ เพราะบุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง เป็นมิตรแท้ที่ซื่อสัตย์ที่จะติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติเหมือนเงาตามตัว ความดีหรือบุญที่ได้ทำเอาไว้จะเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต ตั้งแต่ชีวิตที่ยังเป็นปุถุชนอยู่จนกระทั่งได้เป็นพระอริยเจ้า จะสมบูรณ์ไปด้วยสมบัติทั้งสาม คือ มนุษยสมบัติ ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ สิ่งที่ทำทั้งทาน ศีล ภาวนา เป็นทางมาแห่งบุญ ตอนนี้เรากำลังเจริญภาวนา ทำกรณียกิจที่สำคัญยิ่งต่อตัวของเราเอง กิจนี้คนอื่นทำแทนให้ไม่ได้ ต้องทำด้วยตนเอง ทำเพื่อช่วยตัวของเราให้พ้นจากทุกข์ ให้พ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร ที่บังคับบัญชาเรามานับภพนับชาติไม่ถ้วน ทำให้มีอุปสรรคนานาในชีวิต ดังนั้น จึงต้องตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันให้ดี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเรื่องความจริงของชีวิตไว้ว่า… “ชีวิตนี้น้อยนัก ทุกชีวิตล้วนบ่ายหน้าไปหามฤตยู เหมือนผลไม้ที่สุกแล้ว …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – คำถามนำไปสู่ความหลุดพ้น Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้ข้ามพ้นวัฏฏะ

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้ข้ามพ้นวัฏฏะ การเจริญสมาธิภาวนาเป็นสิ่งที่ดีงาม เป็นความดีอันยิ่งและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเกิดมาเป็นมนุษย์ โดยหมั่นฝึกฝนอบรม กาย วาจา ใจ ของเราให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ การที่เราได้ปฏิบัติอย่างนี้ ถือว่าได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ชื่อว่า “ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท” ชีวิตมนุษย์นั้น พื้นฐานของชีวิตมีแต่ความทุกข์ทรมาน ทรมานจนกระทั่งเกิดความเคยชิน บางครั้งถือเป็นเรื่องปกติ มีทั้งทุกข์ที่ติดตัวมาและทุกข์ใหม่ที่เข้ามา รวมทั้งหมดทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ ดังนั้น เมื่อพื้นฐานชีวิตมีความทุกข์ กิจที่ต้องทำ คือ “กิจที่มุ่งดับทุกข์ เพื่อให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ได้ข้ามพ้นวัฏสงสารไปได้” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสสาเหตุของความทุกข์ไว้ว่า… “ตัณหาความทะยานอยาก เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เป็นเหตุให้บุคคลต้องเร่ร่อนไปในภพน้อยใหญ่ ใครถูกตัณหาครอบงำแล้ว จิตของผู้นั้นย่อมวิ่งพล่านไปในอารมณ์ต่างๆ อันเป็นบ่วงแห่งมารที่หมู่สัตว์ติดข้องอยู่ และย่อมเข้าถึงความโศกสิ้นกาลนาน ส่วนผู้ใดขุดรากเหง้าแห่งตัณหาได้ ได้ชื่อว่าตัดเครื่องผูกแห่งมารได้ ย่อมล่วงพ้นความโศก ความทุกข์ทั้งหลายย่อมตกไป เหมือนหยาดน้ำที่กลิ้งตกไปจากใบบัว” เมื่อสาวไปดูถึงต้นเหตุ ในที่สุดเราก็จะพบว่า ต้นเหตุของความทุกข์ทรมานทั้งหลายนั้น ล้วนมาจากความทะยานอยากทั้งสิ้น พญามารนั่นเองที่เอาความอยากมาบังคับสรรพสัตว์ทั้งหลายให้เป็นไปตามอำนาจ ใครตกอยู่ในอำนาจจะต้องประสบกับทุกข์ร่ำไปไม่มีวันจบสิ้น ผู้รู้ทั้งหลาย มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น ได้แสวงหาวิธีการดับทุกข์โดยดับที่ความอยาก แล้วก็พบวิธีการว่า ต้องทำนิโรธ คือ ทำใจให้หยุด …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้ข้ามพ้นวัฏฏะ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – บัณฑิตผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – บัณฑิตผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์ เราเกิดมาสร้างบารมี มีเป้าหมายว่าจะทำพระนิพพานให้แจ้ง เพื่อไปดับต้นเหตุแห่งทุกข์ ให้เข้าถึงบรมสุขอันแท้จริงที่เป็นนิรันดร์ เมื่อเรามีความตั้งใจที่ดีอย่างนี้แล้ว ก็ต้องทำความดีของเราให้เต็มที่ สร้างบารมีให้สมบูรณ์ ซึ่งทุกๆวันเราได้ชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส จะได้มีกำลังใจที่เข้มแข็งในการสร้างบารมี และอาจหาญในการทำหน้าที่ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร ไปชักชวนผู้มีบุญทั้งหลายให้มาสร้างบารมี จะได้เป็นประวัติศาสตร์ชีวิตอันงดงาม เพราะเราเกิดมาก็เพื่อการนี้ ฉะนั้น ให้ขวนขวายตักตวงบุญกุศลกันให้เต็มที่ คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการสร้างบารมีเท่าไร เพราะเขาไม่รู้ว่าสำคัญอย่างไร แต่พวกเราทุกคนรู้แล้วว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต และจะมีผลดีต่อชีวิตในปัจจุบันนี้เรื่อยไปเลย ตั้งแต่ชีวิตที่เป็นปุถุชนจนถึงได้เป็นพระอริยเจ้า ดังนั้น เราต้องสร้างบารมีทุกๆวัน และก็ชวนชาวโลกให้มาสร้างบารมีด้วย ให้ใช้วันเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อภินันทสูตร ว่า “ผู้ใดมีความเพลิดเพลินในรูป ผู้นั้นย่อมชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินในเสียง ในกลิ่น ในรส ในสัมผัส ในธรรมารมณ์ ผู้นั้นย่อมชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินทุกข์ ผู้นั้นย่อมไม่พ้นไปจากทุกข์” เราเกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่ทำให้น่าเพลิดเพลินอยู่มาก ทั้งรูปที่สวยๆ เสียงที่ไพเราะ กลิ่นที่หอมๆ รสที่อร่อย สัมผัสที่นุ่มนวลและธรรมารมณ์ที่น่าพอใจ แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเป็นผู้รู้แจ้ง เห็นแจ้ง …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – บัณฑิตผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ละตัณหาได้ ไม่ต้องเกิดอีก

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ละตัณหาได้ ไม่ต้องเกิดอีก การเกิดเป็นทุกข์ ถ้าเกิดบ่อยๆ ก็ต้องทุกข์บ่อยๆ มีทุกข์ตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาดูโลกจนกระทั่งถึงวันหลับตาลาโลก ในวันสุดท้ายของชีวิต ไม่มีใครที่จะหนีความตายไปได้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่อยากจะได้ยินเรื่องความเป็นจริงของชีวิตที่ว่า เกิดมาแล้วต้องตาย เพราะรู้สึกเอาเองว่าไม่เป็นมงคล แต่ถ้าเราหันกลับมาพิจารณาสิ่งที่เป็นจริงกันบ้าง หันมามองความเป็นจริงของชีวิตที่ว่าสักวันหนึ่งเราก็ต้องตาย เราจะได้ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท ถ้ามัวแต่ทำมาหากินอย่างเดียวแล้วไม่ได้สร้างบุญ อย่างนี้เรียกว่าไม่เป็นมงคลแก่ชีวิต แต่ถ้านึกถึงความตายแล้วเร่งสร้างบารมี อย่างนี้เป็นมงคล เพราะได้ใช้ร่างกายนี้ให้เกิดประโยชน์ ทำทั้งบุญในพระพุทธศาสนา และทำบุญสงเคราะห์โลก สงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ ชีวิตอย่างนี้จึงจะมีคุณค่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเรื่องความจริงของชีวิตไว้ว่า… “สัตวโลกอันความตายครอบงำไว้ อันความชราห้อมล้อมไว้ วันคืนได้ล่วงไปๆ เหมือนด้ายที่กำลังถูกทอ ช่างหูกทอไปได้เท่าใด ส่วนที่จะต้องทอก็เหลือน้อยลงไปฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้นเหมือนกัน แม่น้ำที่เต็มฝั่ง ย่อมพัดพาเอาต้นไม้ที่เกิดอยู่ริมฝั่งให้หักโค่นไปฉันใด สัตว์ทั้งหลายย่อมถูกชราและความตายพัดพาไปฉันนั้น” วันคืนที่ล่วงไปๆ ทำให้ชีวิตเราเหลือน้อยลงไปทุกที และก็ไม่รู้ว่าวันใดเราจะต้องเผชิญหน้ากับความตาย ตอนนั้นจะต้องเดินทางไกลไปสู่สัมปรายภพ เราก็จะต้องมีหลักของชีวิต เพราะเวลานั้นเป็นการเข้าสู่สมรภูมิชิงภพ สุคติหรือทุคติก็อยู่ที่เรา ถ้าใจผ่องใสไม่เศร้าหมอง ก็มีสุคติโลกสวรรค์เป็นที่ไป ถ้าใจเศร้าหมองไม่ผ่องใสก็ตรงกันข้าม นี่เป็นเรื่องความจริงของชีวิตและสำคัญมาก เพราะชีวิตหลังจากตายแล้ว อายุยืนยาวนานกว่าชีวิตในเมืองมนุษย์ เป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านเป็นกัป หลายๆกัปปี ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สิ่งที่ใครๆไม่ปรารถนาจะเจอนี้ …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ละตัณหาได้ ไม่ต้องเกิดอีก Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – อยู่กับปัจจุบันธรรม

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – อยู่กับปัจจุบันธรรม พระธรรมกาย เป็นกายตรัสรู้ธรรมของมนุษย์ทุกๆคน เราจะรู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในธรรมทั้งหลายทั้งปวง ก็ต้องอาศัยธรรมกายนี้ เพราะว่าเป็นกายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและมีอานุภาพไม่มีประมาณ คำสอนทั้ง ๘๔,๐๐๐พระธรรมขันธ์ประชุมลงในธรรมกายทั้งสิ้น ธรรมกายนี้เป็นกายที่ประกอบไปด้วยลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ งามกว่ามนุษย์ เทวดา พรหมและอรูปพรหม สิงสถิตอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ดของพวกเราทุกคน สมบูรณ์ทั้งวิชชาและจรณะ จะเข้าถึงธรรมกายได้ ต้องอาศัยใจที่หยุดนิ่งอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้น หยุดจึงเป็นตัวสำเร็จที่จะทำให้เข้าถึงพระธรรมกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ภัทเทกรัตตสูตร ว่า “บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง สิ่งใดล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็เป็นอันละไป สิ่งใดที่ยังมาไม่ถึง สิ่งนั้นก็เป็นอันยังมาไม่ถึง” อดีตเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้ายก็ตาม สิ่งที่ได้ทำลงไปแล้วทั้งทางกาย วาจา ใจ เราไม่สามารถย้อนอดีตให้กลับคืนมาได้ สิ่งที่ล่วงไปก็ต้องผ่านเลยไป เหมือนสายน้ำไหลไปไม่มีวันย้อนกลับ หรือเหมือนชีวิตที่ย่างก้าวไปสู่ความเสื่อมสลายทุกอนุวินาที กระทั่งอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เราก็ไม่ควรไปมุ่งหวังมากเกินไปว่าจะได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ดังใจปรารถนา การประกอบคุณงามความดี สั่งสมบุญอยู่เป็นนิตย์เท่านั้น ที่จะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเราจะมีอนาคตอันสดใส ชีวิตจะก้าวไปสู่ความเต็มเปี่ยมสมบูรณ์พร้อมยิ่งขึ้น พระบรมศาสดาจึงตรัสสอนให้เรามีชีวิตอยู่กับปัจจุบันธรรมเท่านั้น การมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้สมบูรณ์ที่สุด พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราดำเนินชีวิต อยู่ด้วยความไม่ประมาท ไม่ปล่อยใจเลื่อนลอยไปกับอดีตที่ผ่านพ้น …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – อยู่กับปัจจุบันธรรม Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – มุ่งสู่โลกุตรธรรม

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – มุ่งสู่โลกุตรธรรม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน มีความบริสุทธิ์ หมดจดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวง ได้เข้าถึงฝั่งแห่งนิพพานอันเป็นแดนเกษมจากโยคะ ที่ความทุกข์ใดๆไม่อาจเข้าไปถึง จึงมีแต่ความสงบเย็น เป็นสุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือปนเลย ดังที่พระองค์ได้กล่าวไว้ว่า “นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง” แต่กว่าที่พระพุทธองค์จะบรรลุเป้าหมายสูงสุดนี้ได้ ก็ต้องสั่งสมบุญบารมีมายาวนานนับภพนับชาติไม่ถ้วน เราซึ่งเป็นชาวพุทธ ก็ต้องเจริญรอยตามพระพุทธองค์ ตั้งใจสั่งสมความดีให้เต็มที่ สร้างบุญบารมีกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อไปให้ถึงฝั่งแห่งนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปาสราสิสูตร ว่า “การแสวงหามีอยู่สองอย่าง คือ การแสวงหาสิ่งที่ไม่ประเสริฐอย่างหนึ่ง การแสวงหาสิ่งที่ประเสริฐอย่างหนึ่ง การแสวงหาสิ่งที่ไม่ประเสริฐ คือ สิ่งที่มีชาติ ชรา มรณะและความโศกเศร้า เป็นธรรมดา ส่วนผู้รู้ผู้มีปัญญาทั้งหลาย จะแสวงหาพระนิพพานอันเป็นอมตะ ที่ไม่มีการเกิด หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ อันเป็นแดนเกษมจากโยคะ ที่หาความโศกไม่ได้” เราเกิดมาภพชาติหนึ่ง ก็เพื่อชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ ให้หลุดพ้นจากความเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร มุ่งสั่งสมบุญบารมีเพื่อไปสู่อายตนนิพพานอย่างเดียวเท่านั้น พระนิพพานเป็นโลกุตรธรรมที่อยู่นอกภพทั้งสาม เป็นสภาวธรรมที่มีแต่ความบริสุทธิ์ล้วนๆเป็นสุขล้วนๆ …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – มุ่งสู่โลกุตรธรรม Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – หยุดใจเป็น สำเร็จทุกอย่าง

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – หยุดใจเป็น สำเร็จทุกอย่าง จิตของบุคคลที่ตั้งไว้ผิดที่ ย่อมถูกความโลภ โกรธ หลง เข้ามาครอบงำ ทำให้คิดผิด พูดผิด ทำผิดได้ง่าย ซึ่งเป็นเหตุนำความทุกข์มาให้บุคคลนั้น แต่จิตของบุคคลที่ตั้งไว้ถูกที่ คือ วางใจไว้ถูกที่ตั้งของใจ ณ ศูนย์กลางกายฐานที่๗ ซึ่งเป็นต้นแหล่งของความสุขและความบริสุทธิ์ แหล่งของสติของปัญญา เมื่อเรานำใจมาไว้ ณ ตรงนี้ ใจก็จะถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ผ่องใส ทำให้คิดดี พูดดี ทำดี ตลอดจนส่งผลให้พบกับความสุขความเจริญรุ่งเรืองและสิ่งที่ดีงามในชีวิตตลอดไป ดังนั้น บัณฑิตทั้งหลายจึงเพียรพยายามฝึกฝนอบรมจิตใจ ให้สงบหยุดนิ่งอยู่เสมอ เพื่อให้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต มีพุทธพจน์ที่ปรากฏใน มหาสีลวชาดก ขุททกนิกาย ว่า วายเมเถว ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต บุรุษพึงพยายามร่ำไป บัณฑิตไม่พึงเบื่อหน่ายท้อแท้ฯ การที่พระบรมโพธิสัตว์ จะบำเพ็ญบารมีจนตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งได้นั้น จะต้องทำความเพียรมาอย่างไม่ลดละ ต้องมีใจหนักแน่นมั่นคงประดุจขุนเขา ไม่เคยท้อแท้เบื่อหน่ายในการสั่งสมบุญบารมีเลย ท่านสั่งสมบารมีทั้ง ๓๐ทัศ มาอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน สร้างบารมีอย่างน้อยใช้เวลาถึง ๒๐อสงไขยกับอีกแสนมหากัป …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – หยุดใจเป็น สำเร็จทุกอย่าง Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – พากเพียรเพื่อพระนิพพาน

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – พากเพียรเพื่อพระนิพพาน ผู้ฉลาดนั้น เป็นผู้เพ่งพินิจ มีความเพียรติดต่อกัน มีความบากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์ ย่อมถูกต้องพระนิพพาน อันเป็นแดนเกษมจากโยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่าไม่ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว มีความบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสอาสวะทั้งปวง ได้เข้าถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน อันเป็นแดนเกษมจากโยคะ ที่ความทุกข์ใดๆเข้าไปไม่ถึง จึงมีแต่ความสงบเย็น เป็นสุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือปนเลย ดังที่พระพุทธองค์ตรัสรับรองไว้ว่า นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง แต่กว่าที่จะบรรลุเป้าหมายสูงสุดนี้ได้ พระองค์ต้องสั่งสมบุญบารมีมายาวนานนับภพนับชาติไม่ถ้วน พวกเราซึ่งเป็นชาวพุทธควรต้องเจริญรอยตามพระองค์ ตั้งใจสั่งสมความดีให้เต็มที่ สร้างบุญบารมีกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อไปให้ถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า เต ฌายิโน สาตติกา นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมา ผุสนฺติ ธีรา นิพฺพานํ โยคกฺเขมํ อนุตฺตรํ ผู้ฉลาดนั้น เป็นผู้เพ่งพินิจ มีความเพียรติดต่อกัน มีความบากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์ ย่อมถูกต้องพระนิพพาน อันเป็นแดนเกษมจากโยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่าไม่ได้ บุคคลผู้มีปัญญา …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – พากเพียรเพื่อพระนิพพาน Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – จุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิต

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – จุดหมายสูงสุดของชีวิต จุดประสงค์ของชีวิต ก็เพื่อกระทำพระนิพพานให้แจ้ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อครั้งที่พระองค์ยังสร้างบารมีเป็นพระบรมโพธิสัตว์อยู่ จะเกิดกี่ภพกี่ชาติ ก็ทำแต่ความดี จนกระทั่งหมดอายุขัย และตลอดระยะเวลานั้น ท่านไม่เคยละเลยต่อการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ทรงกระทำอย่างนี้ทุกชาติ จนบารมีเต็มเปี่ยมบริบูรณ์และได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นบรมครูของเรา สั่งสอนสัตวโลกให้เข้าถึงธรรมตามพระพุทธองค์ไปด้วย ดังนั้น เราควรหมั่นฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งกัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมัยเป็นสรภังคโพธิสัตว์ ได้กล่าวธรรมภาษิตไว้ว่า “ผู้มีปัญญา ย่อมเล็งเห็นกามคุณเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์และเป็นโรค ผู้เห็นอย่างนี้ ย่อมละความพอใจในกามคุณอันเป็นทุกข์ เป็นภัยใหญ่หลวงได้” ปัจจุบันนี้ กระแสสังคมโลกกำลังเปลี่ยนไป โลกเข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดน โลกใบนี้จึงดูเหมือนว่าจะเล็กลงไปถนัดตา ซึ่งคนส่วนมากจะพัฒนาแต่เฉพาะภายนอก โดยลืมนึกถึงการพัฒนาจิตใจ ทำให้เกิดการแข่งขัน ต่อสู้กันด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่มาบำรุงบำเรอตามความปรารถนา ซึ่งไม่พ้นไปจากรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่เรียกว่า เบญจกามคุณ แสวงหาในเรื่องที่ทำให้ใจเหินห่างจากศูนย์กลางกาย ซึ่งเป็นต้นแหล่งแห่งความสุขที่แท้จริง ยิ่งแสวงหาเท่าไร ก็จะยิ่งห่างไกลจากความสุขมากขึ้นเท่านั้น ผู้ที่มัวแต่แสวงหาความสุขจากภายนอก จะไม่มีวันรู้ซึ้งถึงความสุขที่แท้จริงเลยว่าเป็นอย่างไร เพราะผู้ปรารถนากามคุณ จะมีความพร่องอยู่เป็นนิตย์ แม้จะถมเท่าไรก็ไม่มีวันเต็ม เหมือนทะเลที่ไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ หากเมื่อใดที่มนุษย์เปลี่ยนวิธีการแสวงหาความสุขจากภายนอก มาแสวงหาความสุขภายใน …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – จุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิต Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ๓๐ ปีที่รอคอย

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ๓๐ ปีที่รอคอย นรชนเหล่าใด ประพฤติตนอยู่ในโอวาทที่ผู้รู้บอกแล้ว นรชนเหล่านั้น จักถึงฝั่งอย่างปลอดภัย ดุจพ่อค้าทั้งหลาย ทำตามถ้อยคำของม้าวลาหก สิ่งที่เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข และความสำเร็จ ในชีวิตของเรา คือ บุญกุศลที่เราได้ทำไว้อย่างดีแล้ว จะเป็นเครื่องสนับสนุนให้เราได้บรรลุจุดประสงค์ของชีวิต เราจะเข้าถึงความเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี จะเข้าถึงความเป็นพระราชา เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นพระอริยเจ้า เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า หรือแม้ที่สุดเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ก็เพราะบุญนั่นเอง เพราะฉะนั้น บุญจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราได้บรรลุเป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต คือ พระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า อปฺปกา เต มนุสฺเสสุ เย ชนา ปารคามิโน อถายํ อิตรา ปชา ตีรเมวานุธาวติ เย จ โข สมฺมทกฺขาเต ธมฺเม ธมฺมานุวตฺติโน เต ชนา ปารเมสฺสนฺติ มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ๓๐ ปีที่รอคอย Read More »

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – พระปิณโฑลภารทวาชเถระ ตอนที่ ๔

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – พระปิณโฑลภารทวาชเถระ ตอนที่ ๔ การดำเนินชีวิตที่ผิดพลาดในภพชาตินี้ เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้พลัดตกไปสู่อบายภูมิ คือ ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย สัตว์นรก เป็นเวลายาวนาน การมีชีวิตอยู่ในอบายภูมินั้นเป็นความทุกข์ เมื่อกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตอยู่อย่างลำบาก กว่าจะมีโอกาสมาพบผู้รู้แจ้งเห็นจริงอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยากมาก เพราะเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ว่า การเกิดเป็นมนุษย์เป็นการยาก และการที่จะได้มาพบพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ฟังธรรม ได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม และได้เข้าถึงธรรมก็เป็นการยาก เพราะฉะนั้น ช่วงนี้เป็นโอกาสดีที่สุดสำหรับพวกเราที่จะได้มาประพฤติธรรม กลั่นกาย วาจา ใจ ให้ใสบริสุทธิ์ เพื่อเป็นภาชนะรองรับพระรัตนตรัยภายใน ชีวิตจะได้ปลอดภัยและมีชัยชนะกันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า ทุปฺปพฺพชฺชํ ทุรภิรมํ การบวชก็เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก การยินดีในเพศสมณะก็เป็นการยาก วิถีชีวิตของสมณะ มีความแตกต่างจากฆราวาสมาก เป็นการปฏิวัติชีวิตของตนเอง เพื่อยกจิตใจให้สูงขึ้น สูงด้วยศีล สมาธิและปัญญา ท่านต้องสละความสุขสบายส่วนตัว ไม่เห็นแก่ปากท้อง ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด อีกทั้งกฎหมายบ้านเมืองก็ต้องไม่ไปล่วงละเมิดด้วย ทำให้ต้องสำรวม …

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – พระปิณโฑลภารทวาชเถระ ตอนที่ ๔ Read More »