krirk

รัตนตรัยที่พึ่งแหล่งสุดท้าย

รัตนตรัยที่พึ่งแหล่งสุดท้าย สิ่งที่เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเราทุกคน มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น คือ “บุญ” ซึ่งจะเป็นเครื่องสนับสนุน ให้เราได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ เราจะเป็นผู้ที่สมบูรณ์ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติ มีโอกาสทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาอย่างเต็มที่ ได้ฟังอมตธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ประพฤติปฏิบัติธรรม จนกระทั่งได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยบุญเป็นบาทเบื้องต้นทั้งสิ้น สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกับเสลพราหมณ์ว่า “พรหมจรรย์อันเรากล่าวดีแล้ว ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นเอง เป็นธรรมอันไม่จำกัดด้วยกาล ผู้ใดศึกษาโดยไม่ประมาท ผู้นั้นย่อมไม่เป็นโมฆะ” การศึกษากิจในทางพระพุทธศาสนานั้น ถ้าผู้ศึกษามีความตั้งใจจริง มีความเพียรพยายาม  ย่อมได้ผลแห่งการปฏิบัติจริง สิ่งที่ได้ทุ่มเทลงไป ย่อมไม่สูญเปล่า จะเป็นบุคคลผู้มีชีวิตที่เป็นแก่นสารทีเดียว เราเคยคิดไหมว่า ชีวิตนี้เราต้องการอะไรกันบ้าง คนในโลกนี้ส่วนใหญ่ พอตื่นเช้าขึ้นมาก็ออกไปทำงานหาเลี้ยงชีพ เช้า สาย บ่าย ค่ำ ทำงานตลอดทั้งวัน เมื่อเลิกงาน กลับบ้าน ก็พักผ่อนนอนหลับ พอเริ่มวันใหม่ก็ทำเช่นนี้อีก ชีวิตวนเวียนกันอยู่อย่างนี้ บางท่านดำเนินชีวิตอย่างนี้ไปจนตลอด ยังไม่รู้เลยว่าชีวิตที่แท้จริงต้องการอะไร แล้วทุ่มเททำทุกสิ่งทุกอย่างไปเพื่ออะไร การทำงานในชีวิตประจำวันของชาวโลก โดยทั่วไปเพื่อให้ได้ปัจจัยสี่มาหล่อเลี้ยงร่างกาย คือให้ได้อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วชีวิตเราก็ต้องลำบาก …

รัตนตรัยที่พึ่งแหล่งสุดท้าย Read More »

ฐานที่ ๗ ใสบริสุทธิ์ดุจตะวันแก้ว

ฐานที่ ๗ ใสบริสุทธิ์ดุจตะวันแก้ว      เมื่อถึงวันพระ เราควรรู้จักชำระกาย วาจา ใจ ของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ ด้วยการทำทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา เช่นบรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยายของเราได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา จนเป็นประเพณีอันดีงาม ท่านถือว่าวันพระเป็นวันแห่งความบริสุทธิ์ ที่จะได้มาตามระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยคือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของเราทั้งหลาย สิ่งอื่นที่จะเป็นที่พึ่งยิ่งไปกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสธรรมภาษิตไว้บทหนึ่งว่า “เนลงฺโค เสตปจฺฉาโท    เอกาโร วตฺตตี รโถ อนีฆํ ปสฺส อายนฺตํ       ฉินฺนโสตํ อพนฺธนํ      เธอจงดูรถอันไม่มีโทษ มีหลังคาสีขาว มีเพลาเดียว ไม่มีทุกข์ แล่นไปถึงที่หมาย ตัดกระแสตัณหาขาด ไม่มีกิเลสเครื่องผูกพัน”      คำว่า “รถ” หมายถึงสรีระร่างกายของเรา ซึ่งเคลื่อนไหวไปมาได้เหมือนรถ คำว่า “ไม่มีโทษ” เป็นชื่อของศีล เมื่อมีศีลบริสุทธิ์แล้ว การงานใดๆ …

ฐานที่ ๗ ใสบริสุทธิ์ดุจตะวันแก้ว Read More »

ที่พึ่งที่แท้จริง

ที่พึ่งที่แท้จริง พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ๓ สิ่งนี้เท่านั้น เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของเราทั้งหลาย ในยามที่มีทุกข์ก็สามารถพึ่งท่านได้ จักช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ได้ เมื่อมีสุขแล้ว ถ้าระลึกถึงรัตนะทั้งสามนี้ ก็เพิ่มเติมความสุขได้ เพราะพระรัตนตรัยเป็นแหล่งรวมแห่งความสุข ความเบิกบานใจ ซึ่งมีอยู่ภายในตัวของเราทุกๆ คน หากทุกคนในโลกเข้าถึงสรณะอันสูงสุดนี้ได้เมื่อใด ความทุกข์ทั้งหลายจะดับไปเมื่อนั้น จะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง เป็นบรมสุขคือสุขอย่างยิ่ง เป็นสุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือปนเลย เนื่องจากชีวิตของเราทุกคนที่เกิดมา ล้วนเกิดมาเพื่อแสวงหาความสุขที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้ใจของเราปลอดโปร่ง ว่างเปล่าจากเครื่องกังวล ด้วยการแนะนำไม่ให้ไปยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นสิ่งของ จะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม ทรงสอนว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นทุกข์ และก็ไม่ใช่ของเรา เพราะว่าบังคับบัญชาไม่ได้ ควบคุมไม่ได้ คิดอย่างนี้แล้วใจจะได้คลายจากความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนี้ พอคลายแล้วจะได้อะไร เมื่อคลายแล้วมันก็หลุด เมื่อหลุดพ้น จิตก็บริสุทธิ์ เมื่อบริสุทธิ์จิตก็หยุดนิ่ง ใจหยุดนิ่งทีเดียว หยุดนิ่งกลับไปสู่ที่ตั้งเดิมในปริมณฑลของใจ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ สามอย่างนี้ เป็นที่พึ่งที่ระลึกอย่างแท้จริง เป็นนิจจัง เป็นสุขขัง เป็นอัตตา คงที่ …

ที่พึ่งที่แท้จริง Read More »

หนทางสายกลาง

หนทางสายกลาง “ความสุข” เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกคน เพราะถ้ากายและใจของเราไม่มีความสุขแล้ว จะประกอบภารกิจการงานอันใด ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเรา ที่จะแสวงหาความสุขที่แท้จริงให้แก่ตนเอง ร่างกายที่เราต้องใช้ทุกวัน เพื่อการประกอบธุรกิจการงาน การศึกษาเล่าเรียน หรือ การครองเรือนก็ตาม มีความจำเป็นต้องชำระล้างให้สะอาด ไม่ให้ร่างกายสกปรก จึงจะเป็นสุขและทำหน้าที่ได้เป็นปกติ จิตใจของเราก็เช่นเดียวกัน ต้องมีการชำระล้างให้สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ได้ด้วยการเจริญภาวนา จึงจะเป็นสุขและสามารถคิดอ่านทำการงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสั่งสอนให้พุทธบริษัทรู้จักชำระใจให้สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ด้วยการเจริญภาวนา ทำใจหยุดนิ่งในหนทางสายกลางที่อยู่ในกลางกาย ทรงสั่งสอนให้เราเห็นความสำคัญของการฝึกฝนใจว่า  ใจที่ผ่องใสย่อมนำมาซึ่งความสุข เป็นทางมาแห่งมหากุศล เป็นเครื่องนำพาสัตว์โลกทั้งหลายไปสู่สุคติภูมิ และนำทุกชีวิตไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดคือมรรคผลนิพพานได้ * พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแนะหนทางแห่งความบริสุทธิ์ไว้ว่า “มชฺฌิมา ปฏิปทา ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธา จกฺขุกรณี ญาณกรณี อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตติ. หนทางสายกลาง พระตถาคตได้ตรัสรู้แล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง เกิดธรรมจักขุ เกิดญาณเครื่องรู้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเข้าไปสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้พร้อม และเพื่อพระนิพพาน” หนทางในโลกนี้มีมากมาย …

หนทางสายกลาง Read More »

สรณะอันเกษม

สรณะอันเกษม วันเวลาที่ผ่านไปแล้ว เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถจะเรียกกลับคืนมาได้ เหมือนดั่งสายน้ำที่ไหลผ่านเลยไปไม่อาจหวนกลับ ชีวิตคนเราก็เช่นกัน ย่อมผ่านไปพร้อมกับกาลเวลา ที่นำความแก่ชรามาสู่ตัวเราทุกอนุวินาที ซึ่งนักสร้างบารมีจะต้องรู้จักให้วันเวลานั้นผ่านไปพร้อมกับการสร้างความดี เราต้องใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ สร้างบารมีให้เต็มที่ เพื่อทำสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดให้เกิดขึ้นกับตัวของเราเองและผู้อื่น ด้วยการประพฤติธรรม แม้สภาวะเศรษฐกิจของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ บางครั้งชีวิตเราอาจได้รับผลกระทบกระเทือนบ้าง คล้ายกับกำลังถูกมรสุมใหญ่โหมกระหน่ำ แต่ก็ขออย่าได้หวั่นไหว เพราะเหตุการณ์เช่นนี้เป็นธรรมดาของโลก ขณะที่เกิดความแปรปรวนของกระแสโลก คนทั้งหลายต่างกำลังแสวงหาที่พึ่งให้กับตนเอง  เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของชีวิต แต่มีจำนวนน้อยคนนักที่จะพบกับที่พึ่งอันเกษม เพราะส่วนใหญ่ยังไม่รู้เลยว่าที่พึ่งอันแท้จริงคืออะไร อยู่ที่ตรงไหน และจะเข้าถึงได้อย่างไร ดังนั้น จึงต้องมาทำความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องที่พึ่งอันเกษม ที่พึ่งอันแท้จริงกัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “พหุํ เว สรณํ ยนฺติ           ปพฺพตานิ วนานิ จ อารามรุกฺขเจตฺยานิ           มนุสฺสา ภยตชฺชิตา เนตํ โข สรณํ เขมํ   …

สรณะอันเกษม Read More »

พระสัพพัญญุตญาณ

พระสัพพัญญุตญาณ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นผู้บริสุทธิ์ หลุดพ้นแล้วจากกิเลสอาสวะ กิจที่จะต้องทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เราก็เช่นเดียวกัน ควรดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระพุทธองค์ โดยมุ่งทำความบริสุทธิ์ กาย วาจา ใจ เป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องอื่นให้เป็นเรื่องรองลงมา เพราะเรายังมีกิจที่จะต้องทำให้รู้แจ้งว่า เราเกิดมาจากไหน มาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต  เพราะฉะนั้น เราจึงควรหมั่นฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้หยุดให้นิ่งเสมอ กระทั่งเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายใน คือ พระธรรมกาย มีวาระพระบาลีใน อรรถกถามัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ ว่า “พระสัพพัญญูพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้มีคุณใหญ่หลวง สิ่งที่เป็นสิ่งของใหญ่แม้อย่างอื่น ย่อมมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น แผ่นดินใหญ่มีแผ่นดินเดียว สาครใหญ่ก็มีเพียงสาครเดียว ขุนเขาสิเนรุใหญ่ประเสริฐสุดก็มีลูกเดียว อากาศกว้างใหญ่ ก็มีแห่งเดียว ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่ก็มีองค์เดียว ท้าวมหาพรหมก็มีองค์เดียว พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ก็มีพระองค์เดียวเท่านั้น ท่านเหล่านั้นอุบัติขึ้นในที่ใด คนเหล่าอื่นย่อมไม่มีโอกาสในที่นั้น เพราะเหตุนั้น พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์เดียวเท่านั้นอุบัติขึ้นในโลก” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีอานุภาพไม่มีประมาณ ทรงอุบัติขึ้นมาเพื่อเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างแท้จริง ทรงเป็นสัพพัญญู คือ รู้ทุกสิ่งที่ประสงค์อยากจะรู้ ทรงมีพุทธวิสัยที่เป็นอจินไตย เกินกว่าการนึกคิดคาดเดาของมนุษย์และเทวา อีกทั้งมีพระมหากรุณาที่กว้างใหญ่เกินกว่าจักรวาล สูงส่งเกินกว่าเขาพระสุเมรุ …

พระสัพพัญญุตญาณ Read More »

วิเคราะห์การให้ทานของพระเวสสันดร (๒)

วิเคราะห์การให้ทานของพระเวสสันดร (๒) เรือที่แล่นออกสู่ทะเลมหาสมุทร  เมื่อมีมรสุมต้องรีบหามุมหลบก่อน  ครั้นมรสุมสงบ จึงแล่นเรือต่อไป พวกเราก็เช่นเดียวกัน หากชีวิตกำลังประสบความทุกข์ เราต้องหลบมรสุมชีวิตก่อน คือ หามุมสงบด้วยการทำใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายนั่นเอง บนหนทางชีวิตอันยาวไกลที่จะไปสู่อายตนนิพพานนี้ เราจะต้องฝ่าฟันกับความทุกข์และอุปสรรคอีกมากมาย การฝึกจิตใจจึงเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต เพราะเราจะมีหลุมหลบภัย และมีกำลังใจที่จะนำพาเราก้าวล่วงความทุกข์ ไปสู่ความสุขความสำเร็จของชีวิตได้แน่นอน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เวสสันตรจริยาว่า “เมื่อเราบริจาคชาลีกัณหาเป็นปุตตทาน และบริจาคเทวีคือพระนางมัทรี เราไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่นเลย เรามุ่งต่อพระโพธิญาณอย่างเดียวเท่านั้น” พระบรมโพธิสัตว์มีมโนปณิธานที่สูงส่ง หวังจะยกตนและสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏ มุ่งไปสู่อายตนนิพพาน นับเป็นสุดยอดแห่งความปรารถนาทั้งหมดของผู้เป็นสัพพัญญูทั้งหลาย  เพราะฉะนั้น  เมื่อท่านตั้งใจจะทำสิ่งใด ท่านพยายามศึกษาหนทางที่จะไปสู่เป้าหมาย และลงมือปฏิบัติ ไม่ว่าจะใช้เวลายาวนานแค่ไหน จะเป็นกี่ร้อยกี่พันชาติ หรือยาวนานเป็นอสงไขยกัป ก็ไม่ยอมทิ้งมโนปณิธาน แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไปแต่เป้าหมายของท่านไม่เปลี่ยนแปลง หากจำเป็นต้องสละเลือดเนื้อ อวัยวะหรือชีวิต เพื่อให้ได้พระโพธิญาณอันประเสริฐ พระบรมโพธิสัตว์ก็ยินยอมพร้อมจะสละทุกสิ่งได้เสมอ การบริจาคทานระหว่างผู้มีมโนปณิธานอันยิ่งใหญ่ กับผู้ที่ยังมีความตระหนี่เพราะถูกโลภมูลจิตครอบงำนั้น จึงมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ความคิดของผู้ที่ยังมีความตระหนี่ ย่อมไม่เข้าใจความคิดของผู้มีหัวใจแห่งการให้อย่างไม่มีประมาณของพระบรมโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลาย  เรามาติดตามการปุจฉาวิสัชนา ซึ่งเกี่ยวกับความสงสัยในการให้ทานของพระเวสสันดรกันต่อ พระเจ้ามิลินท์ได้ศึกษามามาก จึงมีทั้งความเลื่อมใสและความสงสัยควบคู่กันไป ท่านได้ตรัสถามพระนาคเสนว่า “ข้าแต่พระนาคเสน การที่พระโพธิสัตว์ได้ให้บุตรอันเป็นที่รักของตน เพื่อไปเป็นทาสของพราหมณ์ เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ข้าพเจ้าเลื่อมใสยิ่งนัก …

วิเคราะห์การให้ทานของพระเวสสันดร (๒) Read More »

วิเคราะห์การให้ทานของพระเวสสันดร (๑)

วิเคราะห์การให้ทานของพระเวสสันดร (๑) ปัจจุบันมนุษย์ต้องประสบกับปัญหารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว เพื่อนร่วมงาน ค่าครองชีพที่สูงขึ้น มลพิษของสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนเป็นปัญหาที่ต้องประสบและต้องอดทนตลอดเวลา หากใครไม่สามารถรักษาความสมดุลของใจได้ มัวกลัดกลุ้มในเรื่องเหล่านี้ ความสมดุลในชีวิตย่อมจะขาดหายไป  เมื่อชีวิตขาดสมดุล การดำเนินชีวิตย่อมยากที่จะประสบความสุขและความสำเร็จ สมดุลของชีวิตจะเกิดขึ้นได้ ต้องเริ่มจากการฝึกทำใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗  เมื่อใจหยุดได้สนิทเป็นหนึ่งเดียว ความสมดุลของชีวิตย่อมเกิดขึ้น จะเข้าถึงกระแสแห่งความสุข ความบริสุทธิ์ภายใน ที่จะปรับใจให้มีสภาพที่เข้มแข็ง เต็มเปี่ยมด้วยพลัง แม้จะมีปัญหาและอุปสรรคมากมาย ย่อมสามารถฝ่าฟันจนถึงเป้าหมายได้ในที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เวสสันตรจริยา ว่า “เมื่อเราสละพ่อชาลี แม่กัณหาชินาผู้เป็นธิดา และพระนางมัทรี ผู้ที่จงรักต่อสามี ไม่เคยคิดถึงอีกเลย เพราะเหตุแห่งโพธิญาณนั่นเอง บุตรทั้งสองของเรา เราก็ไม่เกลียด พระนางมัทรีเราก็ไม่เกลียด แต่สัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรายิ่งกว่า  เพราะฉะนั้น เราจึงได้ให้บุตรและภริยาอันเป็นที่รักของเราไป” ก่อนจะได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมโพธิสัตว์ทุกพระองค์จะต้องบำเพ็ญปัญจมหาบริจาค คือ บริจาคอวัยวะ บริจาคทรัพย์ บริจาคบุตร บริจาคภรรยาและบริจาคชีวิต การบริจาคทานของท่านนั้น เป็นที่น่าอนุโมทนาและเป็นแบบอย่างให้แก่บัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลายสืบต่อกันมา แต่ผู้ไม่รู้บางคน ซึ่งยังมีความตระหนี่ฝังแน่นอยู่ในใจ กลับวิจารณ์ด้วยความไม่เข้าใจว่า การบริจาคบุตรหรือภรรยาเป็นทานนั้น น่าจะผิดหลักของการให้ทาน เพราะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของบุตรและภรรยา ทำให้ชาวพุทธบางท่านเกิดความสับสน …

วิเคราะห์การให้ทานของพระเวสสันดร (๑) Read More »

การดำรงอยู่ได้นานแห่งพระสัทธรรม (๒)

การดำรงอยู่ได้นานแห่งพระสัทธรรม (๒) ในโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ เหตุการณ์ หรือเรื่องราวต่างๆ ล้วนมีทั้งแง่ดีและแง่ไม่ดีสลับกันไป การมองโลกในแง่ดี และเรียนรู้ข้อดีของบุคคลอื่น เพื่อนำมาปรับตัวเราเองให้ดีขึ้น เป็นความฉลาดในการพัฒนาตนเอง ที่สามารถนำสิ่งที่ดีมาใช้ประโยชน์ และปรับให้เหมาะสมกับตัวเรา การปฏิบัติธรรมก็เช่นเดียวกัน ถ้าเรามีทัศนคติที่ดี เลือกเก็บแต่อารมณ์ที่ดี อารมณ์สบาย วางใจให้ถูกวิธี หมั่นสังเกต และเก็บสั่งสมประสบการณ์ที่ดีในการปฏิบัติธรรม เรียนรู้ประสบการณ์ที่ดีของคนอื่น เพื่อนำมาแก้ไขหรือปรับวิธีการปฏิบัติธรรมของเรา ไม่ช้าการปฏิบัติของเราจะก้าวหน้า ใจเราจะหยุดนิ่ง ละเอียดอ่อนเพิ่มขึ้นไปตามลำดับ จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกายภายในได้ในที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน คาถาธรรมบทว่า “สุโข พุทฺธานมุปฺปาโท การเสด็จอุบัติของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นเหตุนำความสุขมาให้ สุขา สทฺธมฺมเทสนา การแสดงพระสัทธรรม เป็นเหตุนำความสุขมาให้” การบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมยังโลกให้สว่างไสวด้วยแสงแห่งพระธรรม ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน เหมือนดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ที่ทอแสงยังโลกนี้ให้สว่างไสวทั้งกลางวันและกลางคืน การบังเกิดขึ้นของพระพุทธองค์เป็นการนำประโยชน์อันยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ประโยชน์ยิ่งใหญ่ คือ สามารถแนะนำสรรพสัตว์ให้รู้จักทางรอดในสังสารวัฏ ได้พบความสุขอันเป็นอมตะนั่นเอง พระธรรมคำสอนอันบริสุทธิ์ที่พระองค์ทรงแสดง จะเป็นประทีปธรรมส่องนำทางชีวิตให้สรรพสัตว์ได้เดินตาม และหลุดพ้นจากห้วงแห่งสังสารวัฏ  เมื่อพระองค์ได้ตรัสรู้ธรรม หลุดพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามารแล้ว ยังทรงมีพระมหากรุณาที่จะนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ข้ามห้วงแห่งวัฏทุกข์ไปเช่นเดียวกับพระองค์ มิได้หวงแหนความรู้ไว้เพียงลำพัง แต่ทรงเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่สรรพสัตว์ …

การดำรงอยู่ได้นานแห่งพระสัทธรรม (๒) Read More »

การดำรงอยู่ได้นานแห่งพระสัทธรรม (๑)

การดำรงอยู่ได้นานแห่งพระสัทธรรม (๑) ความเสื่อมของมนตราอยู่ที่การไม่ทบทวน ความเสื่อมของเรือนอยู่ที่การไม่ซ่อมแซม ความเสื่อมของใจอยู่ที่การไม่ฝึกฝน  เมื่อใจของเราเสื่อม ความคิดคำพูด และการกระทำของเราย่อมจะเสื่อมตามไปด้วย บาปอกุศลก็จะเข้าครอบงำใจของเราได้ง่าย การฝึกฝนใจให้หยุดให้นิ่งอยู่ภายใน ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นประจำสม่ำเสมอนั้น เป็นการพัฒนาคุณภาพจิตใจของเรา ให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ให้เข้าถึงพระธรรมกายภายใน มุ่งตรงต่อหนทางของพระนิพพาน  เมื่อจิตใจนุ่มนวลควรแก่การงาน ความคิดคำพูด และการกระทำของเรา จะพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จะเป็นไปเพื่อบุญกุศลล้วนๆ บาปอกุศลจะไม่สามารถแทรกซึมเข้ามาในใจได้ ชีวิตจะมีแต่ความสุขทั้งในปัจจุบันและสัมปรายภพ เพราะจิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน พุทธวรรควรรณนาว่า “กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ  กิจฺฉํ มจฺจาน ชีวิตํ กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ     กิจฺโฉ พุทฺธานมุปฺปาโท ความได้อัตภาพเป็นมนุษย์ เป็นการยาก ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายเป็นอยู่ยาก การได้ฟังพระสัทธรรม เป็นการยาก การอุบัติขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นการยาก” การบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์นั้นยากมาก เพราะจะต้องบำเพ็ญบารมีอย่างน้อย ๒๐ อสงไขยกับ ๑๐๐,๐๐๐ มหากัป ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก การบังเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าว่ายากแล้ว แต่การได้ฟังพระสัทธรรมจากพระองค์นั้นยากยิ่งกว่า เพราะเว้นจากพระพุทธเจ้า และพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว พุทธบริษัทต้องอาศัยการฟังธรรมจากพระพุทธองค์หรือพระสาวก …

การดำรงอยู่ได้นานแห่งพระสัทธรรม (๑) Read More »

คุณลักษณะของพระโพธิสัตว์

คุณลักษณะของพระโพธิสัตว์ พลังใจของมนุษย์เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ และความใฝ่ฝันอันสูงส่ง จึงทำให้อยากลงมือทำ เพื่อให้ภาพที่มีอยู่ในใจนั้นเป็นจริงขึ้นมา แม้สิ่งนั้นจะยากลำบากเพียงใด แต่ด้วยความเพียรพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า แม้บางครั้งอาจล้มเหลวบ้าง แต่ในที่สุดก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ทำให้โลกมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นมากมาย ส่วนความปรารถนาให้โลกเกิดสันติภาพนั้น นับเป็นแรงบันดาลใจและความใฝ่ฝันที่ยิ่งใหญ่ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกัน ต้องทำกันไปเป็นทีม ต้องใช้เวลาและพลังใจที่ประกอบด้วยมหากรุณา พวกเราทุกคนคือส่วนหนึ่งในการสร้างสันติภาพโลก โดยเริ่มต้นด้วยการทำตัวเราให้เป็นผู้มีกาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์ มีศีลมีธรรม และหมั่นทำใจให้หยุดนิ่งเป็นประจำสมํ่าเสมอ สักวันหนึ่งโลกในอุดมคติย่อมจะบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ใน จริยาปิฎก ว่า “ไม่ใช่ว่าลูกทั้งสองเป็นที่เกลียดชังของเรา ไม่ใช่ว่ามัทรี ไม่เป็นที่รักของเรา พระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรายิ่งกว่า เราจึงได้ให้บุตร ธิดา ภรรยา อันเป็นที่รักของเราเป็นทาน” ความหมายนัยหนึ่งของความรัก คือ การให้ การเสียสละแบ่งปัน ขอบเขตความรักของแต่ละคนมีมากน้อยต่างกัน บางคนรักแต่ตนเอง จนกลายเป็นความเห็นแก่ตัว ไม่สนใจคนรอบข้างว่าจะเป็นอย่างไร บางคนรักพ่อรักแม่ รักทุกคนในครอบครัว รวมไปถึงหมู่ญาติ บางท่านใจกว้างมากไปกว่านั้น รักคนทั้งประเทศทั้งโลกเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน มีความปรารถนาให้ทุกคนมีความสุขเหมือนๆ กัน ส่วนพระบรมโพธิสัตว์ท่านมีปัญญามาก มีมหากรุณาไม่มีที่เปรียบ นอกจากรักครอบครัว รักบุตรธิดาหรือภรรยาแล้ว ท่านยังรักสรรพสัตว์ทั้งหลาย …

คุณลักษณะของพระโพธิสัตว์ Read More »

พระทศพลญาณ

พระทศพลญาณ มนุษย์ส่วนใหญ่ต่างเสาะแสวงหาความรู้ต่างๆ เพียงเพื่อให้รู้วิธีการประกอบอาชีพ ที่จะนำมาซึ่งปัจจัยสี่สำหรับหล่อเลี้ยงร่างกาย ให้ดำรงอยู่ในโลกนี้อย่างสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังมีความรู้ที่ยิ่งไปกว่านั้น คือ ความรู้ที่สามารถขจัดปัดเป่าทุกข์ทั้งหลายได้ เป็นความรู้ที่เกิดจากการทำใจหยุดใจนิ่ง ที่ศูนย์กลางกายเพียงอย่างเดียว ยิ่งหยุดนิ่งมากเท่าไร  ความรู้จากภายในก็จะพรั่งพรูออกมามากเท่านั้น เป็นความรู้ที่เกิดจากปัญญาอันบริสุทธิ์ ที่จะนำพาเราไปสู่ความสุข และความสำเร็จในชีวิตตลอดไป มีวาระพระบาลีใน อรรถกถาขุททกนิกาย มหานิทเทศ ว่า “โลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก หมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ย่อมเป็นไปในภายในพระพุทธญาณ ปลาและเต่าทุกชนิด ย่อมเป็นไปในภายในมหาสมุทร ฉันใด โลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก หมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ย่อมเป็นไปในภายในพระพุทธญาณ ฉันนั้น นกทุกชนิดรวมทั้งครุฑเวนไตยโคตร ย่อมเป็นไปในขอบเขตของอากาศ ฉันใด พระพุทธสาวก ผู้เสมอด้วยพระสารีบุตรเถระโดยปัญญา ย่อมเป็นไปในขอบเขตแห่งพระพุทธญาณ ฉันนั้น” สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ราวป่าด้านทิศตะวันตก นอกกรุงเวสาลี สมัยนั้น บุตรของสุนักขัตตลิจฉวีซึ่งได้ลาสิกขา เพราะไม่มีศรัทธาในธรรมวินัย ได้กล่าววาจาดูหมิ่นพระพุทธเจ้าว่า ธรรมอันยิ่งของมนุษย์ที่เป็นญาณทัสนะอันวิเศษ พอแก่ความเป็นอริยะของพระสมณโคดมไม่มี พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมด้วยการตรึกเอาเอง ไตร่ตรองด้วยการคิด แต่ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงเพื่อประโยชน์ใด  …

พระทศพลญาณ Read More »

พุทธญาตัตถจริยา

พุทธญาตัตถจริยา วันเวลาหมุนผ่านเราไปทั้งขณะหลับและตื่น พร้อมกับนำความเสื่อมมาให้เราตลอดเวลา เหมือนกับสนิมที่ค่อยๆ กัดกินเหล็กทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆ ทำให้เหล็กผุกร่อนไปในที่สุด  ดังนั้น เราจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกไม่นานเท่าไร จึงควรใช้เวลาที่เหลืออยู่น้อยนี้ ให้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างบารมีให้มากที่สุด โดยสมมติว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตเรา  วันพรุ่งนี้จะมีสำหรับเราหรือไม่ก็ไม่รู้  จะทำให้เราไม่ประมาทในการทำความดี หมั่นทำกาย วาจา และใจของเราให้ผ่องใสอยู่เสมอ ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน  เมื่อกาย วาจา ใจของเราผ่องใสเต็มที่แล้ว เราก็จะได้เข้าถึงพระธรรมกายภายในกันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทุลลภสูตร อังคุตตรนิกาย ว่า “กตญฺญู กตเวที ปุคฺคโล ทุลฺลโภ โลกสฺมึ บุคคลผู้กตัญญูกตเวที เป็นบุคคลที่หาได้ยากในโลก” ผู้ที่มีความกตัญญูคือรู้คุณของบุพการีชน และกตเวที ได้ตอบแทนคุณของบุคคลนั้น นับเป็นอุดมมงคลของชีวิต ที่บัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลาย ไม่ว่าชาติไหนภาษาไหนต่างกล่าวยกย่องสรรเสริญ แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงสรรเสริญบุคคลผู้มีความกตัญญูกตเวทีว่า เป็นบุคคลผู้หาได้ยากยิ่งในโลก ผู้รู้ท่านกล่าวว่า นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา  ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี เพราะเป็นคุณธรรมขั้นพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งจะเป็นที่มารวมของความดีงามทั้งหลาย เหมือนมหาสมุทรเป็นที่รองรับของสายน้ำทุกสาย ที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ โดยเฉพาะความกตัญญูต่อบิดามารดา ซึ่งเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดที่สุด เป็นผู้ที่เราควรให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะท่านเป็นผู้ให้กำเนิดกายมนุษย์ …

พุทธญาตัตถจริยา Read More »

พระพุทธลีลา

พระพุทธลีลา การเยื้องกรายหรือเสด็จดำเนินไปของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีความสงบ เสงี่ยม สง่างาม และยิ่งใหญ่ (พุทธลีลา) ผู้คนส่วนใหญ่มักวัดความสำเร็จกันที่เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ มีความสำเร็จทางการศึกษา มีชีวิตครอบครัวที่ อบอุ่น มีหน้าที่การงานที่มั่นคง  เมื่อต่างคิดกันเช่นนี้ จึงทุ่มเทขวนขวายเพื่อให้ได้สิ่งเหล่านี้มา ซึ่งส่วนมากมักจะพบกับความไม่สมหวังมากกว่าความสมหวัง มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่ได้สิ่งเหล่านี้ครบถ้วนบริบูรณ์   แต่ แม้กระนั้นก็ได้ชื่อว่า ประสบความสำเร็จในชีวิตเพียงครึ่งเดียว ยังไม่ใช่ความสำเร็จทั้งหมด เพราะจุดแห่งความสุข และความสำเร็จอันสูงสุดในชีวิตคืออะไร อยู่ที่ตรงไหน จะเข้าถึงได้อย่างไร เป็นสิ่งที่มนุษย์น้อยคนนัก ที่จะได้รู้แจ้งไปตามความเป็นจริง  ต่อเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จ อุบัติขึ้นในโลก ทำให้เรารู้ว่า ความสุขและความสำเร็จที่แท้จริงนั้น เกิดจากการฝึกฝนใจให้บริสุทธิ์ หยุดนิ่งไปจนถึงจุดที่หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย จึงจะเป็นเครื่องวัดว่า ได้บรรลุความสำเร็จอันสูงสุดแล้ว มีถ้อยคำสรรเสริญพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ปรากฏอยู่ใน อวัสสุตสูตร ว่า “พระ ผู้เป็นนาถะของโลก ทรงสมบูรณ์ด้วยจรณะ ไม่ก้าวพระบาทยาวในที่ไกลมาก ไม่ก้าวพระบาทถี่ในที่ใกล้มาก เสด็จดำเนินไม่เสียดสีพระชานุ และข้อพระบาททั้งสอง เสด็จดำเนินไม่เร็วนักไม่ช้านัก ขณะเสด็จดำเนินก็มีสมาธิ พระหฤทัยตั้งมั่น ไม่ทอดพระเนตรขึ้นเบื้องบน หรือลงเบื้องต่ำ ทอดพระเนตรเพียงชั่วแอก …

พระพุทธลีลา Read More »

มัจฉาโพธิสัตว์ (บำเพ็ญสัจบารมี)

มัจฉาโพธิสัตว์  (บำเพ็ญสัจบารมี) ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน มวลมนุษยชาติต่างปรารถนาจะให้โลกมีสันติสุขอย่างแท้จริง แต่ไม่มีใครรู้ว่า สันติสุขที่แท้จริงอยู่ที่ไหน จะเข้าถึงได้อย่างไร จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบว่า การที่จะทำให้เกิดสันติสุขที่แท้จริงนั้น มนุษย์ทุกคนจะต้องปฏิบัติให้เข้าถึงสันติสุขภายใน คือ เข้าถึงพระธรรมกาย ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุขที่แท้จริง และเป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะมีความแตกต่างกันโดยเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ หากได้ลงมือปฏิบัติอย่างถูกวิธีแล้ว ย่อมเข้าถึงพระธรรมกายด้วยกันหมดทั้งสิ้น พระธรรมเสนาบดีได้กล่าวไว้ใน ขุททกนิกาย ปฏิสังยุตว่า “ยทา จ พุทฺธา โลกสฺมึ  อุปฺปชฺชนฺติ ปภงฺกรา เต อิมํ ธมฺมํ ปกาเสนฺติ  ทุกฺขูปสมคามินํ เมื่อใดพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้ทำความสว่าง บังเกิดขึ้นในโลก  เมื่อนั้นพระพุทธเจ้าเหล่านั้นย่อมประกาศธรรม อันให้ถึงความเข้าไประงับทุกข์ได้” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นแสงสว่างของโลก เป็นประทีปเอกที่ส่องนำทางชีวิต ให้มนุษยชาติหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานทั้งปวง หลุดพ้นจากการบังคับบัญชาของกิเลสอาสวะ จากอวิชชาคือความไม่รู้ ด้วยการประกาศสัจธรรมที่พระองค์ทรงค้นพบในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖  เมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีก่อน หากไม่มีบุคคลเช่นพระพุทธองค์บังเกิดขึ้น มนุษยชาติย่อมพบแต่ความทุกข์เป็นอนันต์ จะไม่พบกับสันติสุขที่แท้จริงได้เลย สัจธรรมที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบนั้น ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ พระองค์ต้องสั่งสมบ่มบารมีถึง …

มัจฉาโพธิสัตว์ (บำเพ็ญสัจบารมี) Read More »