krirk

ทำบุญหวังถูกหวย

สาธุชน : สามีของลูกเกษียณแล้ว เขาทำบุญหยอดกระปุกถวายหลวงปู่วัดปากน้ำทุกวัน พอสิ้นเดือนก็จะนำ เงินนั้นมาถวายหลวงพ่อ เขาอธิษฐานว่า ขอให้ถูกลอตเตอรี่ เพื่อจะได้มีเงินสร้างบ้านใหม่ที่ต่างจังหวัด และเปิดเป็นศูนย์กัลยาณมิตรให้ได้ในชาตินี้ แต่เขาบอกว่า หากอธิษฐานแล้วไม่ได้ผล ก็จะหยุดทำบุญไปเลย และจะไม่เชื่อเรื่องบุญอีกต่อไป การที่เขาอธิษฐานจิตอย่างนี้จะมีวิบากกรรมอย่างไร และเขามีกำลังทานบารมีพอที่จะเป็นไปได้ไหมคะ หลวงพ่อ : อย่างนี้เขาเรียกว่า “ทำบุญหวังถูกหวย” ก็มีคำแนะนำ ของหลวงปู่วัดปากน้ำ ที่ท่านเคยให้ไว้ เรื่องมีอยู่ว่า มีคนไปขอหวยท่าน โดยบอกว่า “ถ้าถูกหวย แล้วจะนำเงินมาทำบุญ” ท่านก็เขียนใส่กระดาษพับแล้วส่งให้ อีกทั้งสั่งกำชับว่า “เลขเด็ด” แต่อย่าเพิ่งเปิดตอนนี้ ให้ไปเปิดที่บ้าน ก่อนเปิดต้องทำให้ถูกหลักวิชชา คือ อาบน้ำให้เนื้อตัว สะอาดเสียก่อน กินข้าวให้อิ่มกาย สวดมนต์ไหว้พระให้อิ่มใจ แล้ว ค่อยเปิดดู เขาก็ไปทำตามหลักวิชชาแล้วเปิดดู ก็เจอข้อความว่า “การเล่นหวย ยิ่งเล่น ยิ่งฉิบหาย” หมายความว่า มีเท่าไรมันก็ หายไปหมดเลย ลูกไปคิดเอาเองก็แล้วกันว่า ควรจะเปลี่ยนคำ อธิษฐานใหม่หรือเปล่า คนจะถูกหวย เพราะมีทานบารมีในอดีต แล้วอธิษฐานมา …

ทำบุญหวังถูกหวย Read More »

กินมังสวิรัติได้บุญจริงหรือ

สาธุชน : มีความเชื่อว่า คนกินมังสวิรัติ จะมีอายุยืน และได้บุญมากจริงไหม และการทำเช่นนี้จะส่งผลไปในภพชาติหน้าอย่างไรคะ หลวงพ่อ : คนเราที่มีอายุยืน หรืออายุสั้น ขึ้นอยู่กับว่า มีกรรม ปาณาติบาตในอดีตมาหรือไม่ อย่างคนดื่มเหล้า บางคนก็อายุยืน บางคนก็อายุสั้น โดยสรุป ถ้ามีกรรมปาณาติบาต จะกินหรือไม่กินมังสวิรัติ อายุก็สั้น แต่ถ้าไม่มีกรรมปาณาติบาต จะกินหรือไม่กินมังสวิรัติ อายุก็ยืน คนเราจะอายุยืนหรืออายุสั้นขึ้นอยู่กับบาปกรรม ปาณาติบาต ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอาหาร ส่วนจะได้บุญมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับว่า แม้จะกินมังสวิรัติ หรือไม่กินมังสวิรัติก็ตาม หากกินแล้วได้ทำบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ มากหรือน้อยเพียงใด ถ้าทำมาก ก็ได้บุญมาก ถ้าทำน้อย ก็ได้บุญน้อย ภพชาติต่อไปจึงขึ้นอยู่กับทำบุญดังกล่าวมากหรือน้อย เรื่องกินมังสวิรัติกับไม่มังสวิรัติเป็นข้อถกเถียงกันมาตั้งแต่ ในสมัยพุทธกาล แต่ความเห็นส่วนตัวของครูไม่ใหญ่ว่า จะกินหรือ ไม่กินก็แล้วแต่ ทำอย่างไรก็ได้ให้เราหมดกิเลสก็แล้วกัน ถ้ากินแล้ว มีกำลัง ก็เอากำลังนั้นไปทำความเพียรให้หมดกิเลสก็ดี หรือหาก ไม่กินมังสวิรัติ แต่ก็พยายามทำให้หมดกิเลสก็ใช้ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงวางเป็นกลาง ๆ ไว้ …

กินมังสวิรัติได้บุญจริงหรือ Read More »

การทำหน้าที่กัลยาณมิตร

สาธุชน : ลูกอยากทำหน้าที่กัลยาณมิตรชวนคนมาสร้าง มหาธรรมกายเจดีย์ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างคะ หลวงพ่อ : การทำหน้าที่กัลยาณมิตร ๑. นั่งธรรมะทุกวันให้ใจละเอียด ให้ใจเราใส ให้ใจเรา มีความบริสุทธิ์ จนกระทั่งเกิดความสุขภายใน แล้วเกิดความ ปรารถนาดีอย่างแรงกล้า อยากจะไปแนะนำสิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้น กับทุกคนในโลก ต้องเกิดความรู้สึกชนิดนี้ก่อน ๒. เตรียมข้อมูล เรื่องราวของมหาธรรมกายเจดีย์ให้มาก ที่สุด เพราะท่านเหล่านั้นจะต้องมีคำถาม และเราต้องมีคำ ตอบ ให้ท่านหายสงสัย ๓. เตรียมคุณธรรมในข้ออภัยทาน เมตตาธรรม เพราะ เวลาเราพูดไป ความตระหนี่ในใจของท่านเหล่านั้น ทำให้เกิด ความหวงแหนทรัพย์ เมื่อความตระหนี่เกิดขึ้น ดวงปัญญาไม่เกิด เรากำลังสู้กับความตระหนี่ และกำลังแนะให้เขาเอาชนะความ ตระหนี่ในใจ ฉะนั้นตรงนี้ต้องใช้กำลังใจ และเพราะเขายังมีความตระหนี่อยู่ บางทีเขาพูด ทำให้ เราไม่สบายใจก็มี บางทีเราจะชวนเขามาทำความดี พอเขาไม่ทำ เราเลยโกรธ หงุดหงิด เป็นความทุกข์ของนักบุญ เพราะฉะนั้น เราต้องเตรียมคุณธรรมข้อนี้ ให้อภัย มีเมตตา และพร้อมที่จะพูดได้ …

การทำหน้าที่กัลยาณมิตร Read More »

กู้เงินมาทำบุญ

สาธุชน : มีหลายคนสงสัยว่า กู้เงินมาทำบุญจะเป็นอย่างไรเจ้าคะ หลวงพ่อ : ทุกข์ใจจ้า หลวงพ่อไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินมาทำบุญ เรา ทำเท่าที่เรามี แล้วเราใช้กำลังร่างกายกับหัวใจยอดกัลยาณมิตรไป ชักชวนผู้เป็นเจ้าของบุญมาร่วมกัน เขารอคอยเราอยู่ตั้งเยอะแยะ เจ้าของบุญที่เป็นเจ้าขององค์พระมีอยู่ เราตัดความเกรงใจ ไม่ต้อง คิดแทนเขาว่ายุค IMF สงสัยเขาไม่ไหว เรามีหน้าที่ไปสร้างกำลังใจ ให้เกิดขึ้น หาทางพูดจนกระทั่งเขาเกิดความปลื้มปีติ เหมือนอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงโปรดบุคคล ท่านหนึ่ง มีความยากจนมาก มีผ้าผืนเดียวสลับกันใช้กับภรรยา ถ้าภรรยามาฟังธรรม สามีก็ไม่ได้มา ถ้าสามีมา ภรรยาก็ไม่ได้มา พระพุทธเจ้ายังพูดให้เอาชนะความตระหนี่จนเกิดกำลังใจทำ ความดีในตอนสุดท้ายค่อนรุ่ง ตัดใจถวายผ้าผืนนั้นแก่พระพุทธเจ้า พระองค์ไม่ได้ต้องการผ้าผืนนั้น คนถวายท่านประณีตกว่านั้น ตั้งเยอะแยะ แต่พระองค์ต้องการให้เขาเอาชนะความตระหนี่ พอเขาเอาชนะความตระหนี่ได้ อานิสงส์แห่งบุญก็เกิดขึ้น ทำให้ได้ทรัพย์จนกลายเป็นเศรษฐี ซึ่งถ้าหากตัดใจถวายตั้งแต่ ยามต้น ก็จะได้ทรัพย์มากกว่านั้นอีก หน้าที่ของเราเป็นผู้นำบุญ เป็นยอดกัลยาณมิตร เราจะต้อง ไปสร้างกำ ลังใจให้เกิดขึ้นกับเขา ต้องไปจุดประกายดวงปัญญาเขา ให้เกิดขึ้น พอเขามีดวงปัญญา เขารู้ สิ่งที่เขาทำ เขาได้ ถ้าเขาไม่ทำ …

กู้เงินมาทำบุญ Read More »

ทำบุญเท่ากันแต่ได้ไม่เท่ากัน

สาธุชน : สมมติว่า ในกรณีคนมีเงินเพียง ๑ ล้านบาท แล้วตัดใจทำบุญ ๑ ล้าน กับกรณีคนมีเงิน ๑๐๐ ล้าน ตัดใจทำบุญ ๑ ล้าน เหมือนกัน มีปีติในการทำบุญสุด ๆ เท่ากัน จะได้บุญแตกต่างมากน้อยกว่ากันอย่างไร หลวงพ่อ : ได้บุญเท่ากัน แต่คนมีเงิน ๑ ล้าน ตัดใจทำบุญ ๑ ล้าน มักจะมีปีติมากกว่า เพราะเป็นบุญที่ทำได้ยากกว่า เพราะต้องเอา ชีวิตเป็นเดิมพัน ตอนเริ่มทำ มีความยินดีเท่ากัน แต่คนที่มี ๑ ล้าน ทำ ๑ ล้าน จะมีปีติมากกว่า ปีติจนน้ำหูน้ำตาไหล นึกทีไรก็ปลื้ม นึกร้อยครั้ง เท่า ๆ กัน แต่ปลื้มไม่เท่ากัน เพราะว่า อีกคนยังมีอีกตั้ง ๙๙ ล้าน แต่อีกคนหมดแล้ว ล้วงลงไปในกระเป๋ามีแต่อากาศ …

ทำบุญเท่ากันแต่ได้ไม่เท่ากัน Read More »

ยืมเงินทำบุญ

สาธุชน : การที่ไม่มีเงินแต่อยากทำบุญมาก และไปขอยืมเงินเขามาทำบุญ เป็นการทำถูกหรือไม่ การทำแบบนี้ บุญจะเกิดกับเราทันทีที่ทำ หรือจะเกิดตอนที่เราใช้หนี้เขาหมดแล้ว และสมบัติที่จะบังเกิดกับเราในกรณีนี้ จะมีเงื่อนไขอย่างไรหรือไม่ ส่วนอีกกรณีหนึ่ง ที่เขาเต็มใจให้เรายืมเงินทำบุญ แต่ภายหลังเรายังไม่มีเงินไปใช้เขาสักที เขาก็เลยยกหนี้ให้ ทีนี้ผมสงสัยว่า ตอนสมบัติเกิดกับเรา จะมีข้อแม้เงื่อนไขอย่างไร หลวงพ่อ : การที่ไม่มีเงินแต่อยากทำบุญมาก แล้วไปขอยืมเงิน เขามาทำบุญนั้น ถือว่ายังทำไม่ถูกหลักวิชชาอย่างสมบูรณ์ เพราะ ยังเบียดเบียนตนเองอยู่ จะถูกหลักวิชชาต้องไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น ยกเว้นเรารู้ตัวว่า เราสามารถใช้คืนเขาได้ และเราได้คืน เขาด้วย เช่น เราไม่ได้นำเงินมาจากที่บ้าน ขอยืมคนที่มาวัดด้วยกัน มาทำบุญก่อน กลับไปเราก็เอาไปใช้เขา อย่างนี้ก็ได้ แต่ไม่ใช่เรารู้ ว่าเราก็ไม่มีเงินใช้ แต่ก็ไปยืมเขา ถ้าขอลืมอย่างนี้ก็ไม่ถูกหลักวิชชา บุญจะเกิดขึ้นทันทีที่ทำ แม้ว่าจะเป็นเงินที่เราขอยืมมา ก็ตาม แต่ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะเรายังไม่ได้ใช้คืนเขา แต่เมื่อ ใช้คืนเขาเมื่อใด จึงจะได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ถือว่าเป็นเงินของเรา ยืมเงินเขาไปทำบุญ ถ้าไม่ใช้คืนเขา เราก็จะกลายเป็นหนี้เขา เพราะเราทำบุญไปแล้ว บุญได้เกิดขึ้นแล้ว …

ยืมเงินทำบุญ Read More »

ล้างบาปด้วยพุทธวิธี

สาธุชน : ชาวคริสต์สามารถล้างบาปได้ ถ้ารักพระเจ้า ตายแล้วไปสวรรค์อยู่กับพระผู้เป็นเจ้า ถ้าเป็นชาวพุทธสามารถหนีบาปได้หรือไม่ หลวงพ่อ : เราสามารถหนีบาปได้ด้วยการสร้างความดีให้มาก ๆ จนบาปตามไม่ทัน และสามารถล้างบาปได้ด้วยพุทธวิธี ก็ต้องไปดูว่า บาป คืออะไร บาปก็คือกิเลสนั่นเอง ความโลภ ความโกรธ ความหลงที่มี อยู่ในใจเรา ถือว่าเป็นบาปที่อยู่ในใจ ทำให้เราคิดเรื่องบาป พูดเรื่อง บาป และทำเรื่องบาป ที่เขาบังคับบัญชากันอยู่ เราสามารถล้างบาปได้ โดยใช้วิธีตรงกันข้าม ความโลภ อยากได้สมบัติคนอื่น หรือมีความตระหนี่ ใจ คับแคบ ต้องล้างด้วยการบริจาค ด้วยการให้ เขาเรียกว่า ทำทาน ทานเอาชนะความโลภได้ ความโกรธ เอาชนะด้วยการรักษาศีล ศีลล้างบาป คือ ความโกรธได้ ศีล แปลว่า เย็น ทำให้ใจเย็น สามารถดับความร้อน คือความโกรธได้ ความหลง เอาชนะด้วยการเจริญภาวนา หลง คือ มืด เหมือนเราอยู่ในที่มืด …

ล้างบาปด้วยพุทธวิธี Read More »

ดวงบุญต่างจากดวงแก้วอย่างไร

สาธุชน : เรานึกถึงบุญที่ได้ทำมา ทำไมบุญถึงกลายเป็นดวงบุญ แล้วดวงบุญต่างกับดวงแก้วอย่างไรครับ หลวงพ่อ : ดวงแก้วเป็นนิมิตที่สร้างขึ้นมาเพื่อที่จะดึงใจให้หยุด ให้นิ่ง จะได้ไม่ต้องไปคิดเรื่องอื่น ถ้าดวงธรรมก็เป็นสิ่งที่ทรงรักษาสิ่งที่มีอยู่เอาไว้ เช่น ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์หยาบก็รักษากายมนุษย์เอาไว้ และทำไมต้องเป็นดวง เพราะว่า ดวงเป็นประดุจภาชนะ มาตรฐานที่มั่นคง เวลาขยาย ขยายไปได้ทุกทิศทุกทาง รอบทิศ ซ้าย ขวา หน้า หลัง ล่าง บน เราจะเห็นได้ว่า โลกก็กลม ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว จักรวาลก็กลม ล้วนกลมหมดเลย เมื่อเราทำบุญ บุญธาตุก็จะถูกธรรมห่อหุ้มที่เป็นดวง นั่นแหละ ห่อหุ้มเอาไว้ ความสุขความสำเร็จก็อยู่ในบุญธาตุ ซึ่งอยู่ ในภาชนะที่กลม ๆ ตอนนี้เข้าใจระดับนี้ไปก่อน เล่าลึกซึ้งเดี๋ยวไม่รู้เรื่อง ถ้า ปฏิบัติธรรม เข้าถึงธรรม จะได้คำตอบไปอีกแบบหนึ่ง แต่ไม่ได้ผิด เพี้ยนจากนี้ คือละเอียดเข้าไปเรื่อย ๆ เอาขั้นหยาบ ๆ อย่างนี้ไป ก่อนนะ …

ดวงบุญต่างจากดวงแก้วอย่างไร Read More »

ดวงบุญ

สามเณร : “บุญ” มีลักษณะอย่างไรครับ หลวงพ่อ : บุญมีลักษณะเป็นดวง เขาจึงเรียกว่า ดวงบุญ เป็นดวงใส ๆ มีกระแสบุญอยู่ในนั้น เป็นธาตุสำเร็จ ให้เป็นอะไรก็ได้ เหมือนกระแส ไฟฟ้าอยู่ในเส้นลวด เป็นอเนกประสงค์ เอาพัดลมไปเสียบก็ให้ลม เอา ตู้เย็นไปเสียบก็เย็น เอาเตารีดไปเสียบก็ร้อน เอาหลอดไฟไปเสียบ ก็สว่าง เป็นอัตโนมัติอย่างนี้แหละ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม ๑ https://www.dhamma01.com/book/48 ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

การให้ธรรมทานชนะการให้ทั้งปวง

การที่เราให้วัตถุทาน ให้ข้าว ให้น้ำ ให้เสื้อผ้าแก่เพื่อน มนุษย์ที่ตกยาก มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาพ้นทุกข์หรือรวยขึ้น หรือ มีชีวิตที่สุขสมบูรณ์ อย่างนี้ไม่ได้เรียกว่า รื้อสัตว์ขนสัตว์ เรียกว่า สงเคราะห์กันชั่วคราว ให้ได้มีกิน มีใช้ กินอิ่มเป็นมื้อ ๆ เท่านั้น ไม่ได้ช่วยเขาทุกวัน วัตถุทานที่ให้ไปนั้น ใช้ได้ไม่นาน แต่ให้ธรรมทานใช้ได้ ตลอดชีวิต เราบอกเขาครั้งเดียวให้ได้เรียนรู้ตามประสบการณ์ ที่เราเข้าถึง แค่ชีวิตหนึ่งพบกันครั้งเดียว ได้ฟังเรื่องราวความรู้ที่ ทำให้เอาตัวรอดได้ การพบกันครั้งนั้นเกิดประโยชน์อันยิ่งใหญ่แล้ว แม้ต่อไปจะไม่ได้พบกันอีก เพราะได้ให้ธรรมทาน ให้ความรู้ที่จะ ทำชีวิตให้รอด และปลอดภัยจากอบาย จากสังสารวัฏ การให้ธรรมทานนี้จึงเป็นเลิศกว่าการให้ทั้งปวง และอย่างนี้ ถึงจะเรียกว่า “รื้อสัตว์ขนสัตว์” ให้พ้นจากวัฏสงสาร เหมือนอย่าง ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญมา ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม ๑ https://www.dhamma01.com/book/48 ๑๑ มกราคม …

การให้ธรรมทานชนะการให้ทั้งปวง Read More »

หลักในการอธิษฐานจิต

การอธิษฐานจิตเป็นสิ่งสำคัญ ทำบุญทุกครั้งต้องอธิษฐาน หลักง่าย ๆ คือ เราต้องอธิษฐานเป้าหมายหลักเป็นอันดับแรกก่อน คือ ขออานุภาพแห่งบุญนี้ ให้เราได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ได้ไปสู่ ที่สุดแห่งธรรม เพื่อเราจะได้อยู่ในร่มเงาของพระพุทธศาสนา ให้ เราได้เข้าถึงธรรมตั้งแต่ยังเยาว์วัย ให้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว อย่างสะดวกสบาย อย่างง่ายดาย ถูกต้องร่องรอยตรงไปตามความ เป็นจริง อธิษฐานเป้าหมายหลักดังกล่าวก่อน แล้วต่อจากนั้นก็เป็น เครื่องเสริม เช่น ให้เราสมบูรณ์ไปด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข พวกพ้องบริวาร ให้มีแต่คนดี ๆ สิ่งดี ๆ เข้ามาอยู่ใกล้ตัวเรา เป็นต้น แล้วรองลงมากว่านี้อีก ก็เป็นบุญพิเศษ เราจะอธิษฐาน อย่างไร เราก็ว่ากันไป เช่น ให้หมดหนี้สิน เหลือกิน เหลือใช้ เหลือ ไว้สร้างบารมี ให้ได้สมบัติอัศจรรย์ทันใช้ หรือให้หายเจ็บ หายป่วย หายไข้ หนักเป็นเบา เบาเป็นหาย ถ้าตายก็ให้ไปดี …

หลักในการอธิษฐานจิต Read More »

การอธิษฐานจิตเป็นความโลภหรือไม่

การอธิษฐานจิต ไม่ใช่การค้ากำไรเกินควร ไม่ใช่ความโลภ ความโลภ เป็นเรื่องของบาป คือ โลภอยากได้สิ่งต่าง ๆ มา ด้วยทางที่ไม่ชอบ ไม่ถูก ไม่ควร อย่างนี้ใจจะเร่าร้อน ตรงข้ามกับบุญ ยิ่งมากยิ่งดี ยิ่งใจเย็น ใจใส ทำบุญไปแล้วต้องตามนึกถึงบ่อย ๆ ดวงบุญจะขยาย และ ทุกครั้งที่ทำบุญต้องอธิษฐานจิต เป็นอธิษฐานบารมีของเรา บุญ เป็นพลังงานชนิดหนึ่ง เหมือนกับกระแสไฟ เป็นของ กลาง ๆ จะนำไปใช้อะไรก็ได้ เอาพัดลมมาเสียบ พัดลมก็หมุนจี๋ เสียบเตารีด เตารีดก็ร้อน เสียบตู้เย็น ตู้เย็นก็เย็น เสียบหลอดไฟ ไฟก็สว่าง ถ้ามีบุญแล้ว เอามาใช้ไม่เป็น ก็มีวันหมดได้ ถ้าบุญหมด บาปก็แทรกได้ เหมือนเรื่องราวของขอทานอดีตเศรษฐีท่านหนึ่งที่พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ถ้าขยันทำงานตั้งแต่วัยหนุ่มจะได้เป็น มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ เพราะบุญเขามีมากขนาดนั้น แต่ถ้าหากออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ ปฏิบัติธรรมจะได้บรรลุ มรรคผลนิพพานเป็นถึงพระอรหันต์ แต่ไม่ทำทั้งสองอย่าง ใช้ทรัพย์ ที่ได้มาด้วยบุญให้หมดไปกับการเที่ยวเตร่สนุกสนานในวัยต้น แต่ถ้าหากกลับตัวมาคิดได้ในวัยกลางคน …

การอธิษฐานจิตเป็นความโลภหรือไม่ Read More »

การอธิษฐานจิตเป็นการค้ากำไรเกินควรหรือไม่

การอธิษฐานจิตไม่ใช่เป็นความโลภ หรือค้ากำไรเกินควร เราจะเอาไปเปรียบเทียบกับธุรกิจไม่ได้ อธิษฐานจิต คือ การตั้งเป้าหมายว่า ในอนาคตเราอยากจะ เป็นอะไร เราปรารถนาอย่างไรเราจึงอธิษฐาน แล้วบุญก็จะเป็นพลัง สนับสนุนให้เป็นไปตามความปรารถนานั้น ซึ่งไม่เกี่ยวกับความโลภ ถ้าความโลภเกิดขึ้น บุญก็ไม่เกิด เพราะมันตรงกันข้าม และเราก็กำลังเดินตามรอยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกครั้งที่ พระองค์ทำความดีไม่ว่าทำเล็กทำน้อย พระองค์ปรารถนาพุทธภูมิ ทั้งนั้นซึ่งเป็นภูมิอันใหญ่ ถวายดอกไม้บูชาพระเจดีย์ก็ปรารถนาเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าเราคิดว่า อย่างนี้เป็นการค้ากำไรเกินควร มันก็ไม่ถูก แต่ว่าพระองค์กำลังสั่งสมบุญเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น อย่างนี้เรียกว่า อธิษฐานบารมี คือกำลังสั่งสมบุญทีละเล็กทีละน้อย เหมือนจอมปลวกค่อย ๆ ก่อตัวจากดินก้อนเล็ก ๆ ขึ้นไป หรือ เหมือนสร้างตึกก็ต้องค่อย ๆ ก่อสร้างจากฐานรากขึ้นไปจนกว่าจะ ไปถึงเป้าหมายของตึกที่ได้ตั้งใจไว้ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม ๑ https://www.dhamma01.com/book/48 ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

พลังบุญกับคำอธิษฐานต้องพอเหมาะกัน

เราตั้งจิตอธิษฐานอย่างไร พลังบุญเป็นกระแสบุญธาตุ อันบริสุทธิ์ก็จะส่งเอาไปใช้ให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ตามความ ปรารถนาของเรา ถ้าเราตั้งความปรารถนาใหญ่ กำลังบุญก็จะต้องพอเหมาะ พอสมกัน เช่น ปรารถนาจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กำลังบุญก็ ต้องเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ทั้ง ๓๐ ทัศ จึงจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ เพราะฉะนั้นพระบรมโพธิสัตว์จึงไม่ได้ทำความดีครั้งเดียว อธิษฐานครั้งเดียว แต่ทำนับครั้งไม่ถ้วน นับชาติไม่ถ้วน เพราะฉะนั้น คำอธิษฐานจะสำเร็จหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่ กับพลังบุญที่มี ซึ่งก็แล้วแต่ว่าสิ่งที่เราปรารถนานั้นมันเล็ก ปานกลาง หรือยิ่งใหญ่ขนาดไหนที่จะพอเหมาะพอดีกัน เหมือนเรามีเงินนิดหน่อย แต่อยากจะไปซื้อบ้านใหญ่โต รถเก๋งหรู ๆ มันก็ต้องพอเหมาะกับเงินที่เรามี บุญก็เช่นเดียวกัน จะต้องพอเหมาะกับสิ่งที่เราได้ตั้งความปรารถนาเอาไว้ เมื่อยังมี ไม่พอ ก็ต้องค่อย ๆ สั่งสมกันไป ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม ๑ https://www.dhamma01.com/book/48 ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

ทำไมเราต้องทำบุญ

บุญที่เราทำในชาตินี้ จะส่งผลให้เรามีอุปกรณ์ในการสร้าง บารมีต่อไปในภพเบื้องหน้าอย่างสะดวกสบาย ง่ายดายกว่าการ สร้างบารมีในชาตินี้ และบุญส่วนหนึ่ง จะไปตัดรอนแก้ไขวิบัติบาป ศักดิ์สิทธิ์ ที่เราดำเนินชีวิตผิดพลาดในชาติอดีตที่ผ่านมานับชาติไม่ ถ้วน นับเรื่องกันไม่ถ้วน รวมทั้งชาติปัจจุบันนี้ด้วย ทำบาป ๑ ครั้ง ต้องชดใช้หลายครั้ง เราคงได้ยินคำว่า ๕๐๐ ชาติบ้าง ๑,๐๐๐ ชาติบ้าง ขึ้นอยู่กับว่า ทำหนักหรือเบา ทำ กับใคร ถ้าทำบาปกับผู้มีศีลมีธรรม ก็เป็นครุกรรมหรือกรรมหนัก ถ้าทำกับผู้ไม่มีศีลไม่มีธรรมก็เป็นกรรมเบาบางลงมา เพราะฉะนั้น กระแสวิบากจึงสั้นยาวไม่เท่ากัน แล้วชาติหนึ่งทำตั้งหลายครั้ง หลายเรื่อง หลายคน ทำกับสัตว์บ้าง กับคนบ้าง กับผู้มีพระคุณบ้าง เพื่อนมนุษย์บ้าง วิบากกรรมเหล่านี้จะเป็นผังสำเร็จติดอยู่ตรงกลาง กาย แล้วไม่สับสนด้วย มันเซตเรียงตัวเหมือนเซตโปรแกรมเครื่อง ไว้ ต้องทำอย่างนี้ ต้องเป็นอย่างนี้ อันไหนจะให้ผลก่อน อันไหนจะ ให้ผลหลัง อันไหนให้ผลยาว อันไหนให้ผลสั้น บุญที่เราทำจะไปตัดรอนวิบากกรรมวิบากมาร คำว่า “ตัด” ไม่ใช่เหมือนเอามีดไปหั่น ไปตัด แต่มันจะเข้าไปขจัดวิบัติบาป …

ทำไมเราต้องทำบุญ Read More »