krirk

อยากชวนคนให้มานั่งสมาธิ

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution : ดิฉันจะแบ่งปันความรู้เรื่องสมาธิ ให้กับคนที่ไม่เชื่อในการทำสมาธิได้อย่างไร หลวงพ่อ : ต้องบอกเขาว่า ต้องลองดู ไม่ได้เสียหายอะไร ไม่เกี่ยว กับเรื่องเชื่อหรือไม่เชื่อ แค่อยู่ระหว่างกลาง คือให้ทำเฉย ๆ เพราะ ปกติในชีวิตประจำวันเราก็ต้องใช้สมาธิอยู่แล้ว ตั้งแต่การอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน เรียนหนังสือ หรือทำงาน ติดต่อผู้คน ในทุก ๆ กิจกรรมการมีสมาธิย่อมดีกว่าไม่มี สมาธิจะทำให้จิตมีพลัง คำพูด ก็มีพลัง ความคิดต้องออกมาจากแหล่งแห่งความสุข ที่มีระบบ ระเบียบ ความคิดก็จะถูกจัดให้มีระเบียบ คำพูดก็มีระเบียบ การ กระทำก็มีระเบียบ ระบบระเบียบก็จะถูกถ่ายทอดออกมา ถ้า ออกมาจากแหล่งความสุข ความคิด คำพูด การกระทำก็จะทำให้ เราเป็นสุข ผู้ที่สนทนาด้วยหรือร่วมงานด้วยก็จะมีความสุขไปด้วย เพราะฉะนั้น เราสามารถแบ่งปันความรู้นี้ให้กับทุกคน ไม่ว่าคนนั้นจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม ให้เขาอยู่ระหว่างกลาง ๆ คือ ทำเฉย ๆ เขาไม่ได้เสียอะไร มีแต่จะได้ประสบการณ์ว่า …

อยากชวนคนให้มานั่งสมาธิ Read More »

แก้แค้นด้วยสมาธิ

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution : ทำไมจึงเป็นเรื่องง่าย สำหรับหลาย ๆ คน ที่ใช้การแก้แค้นแทนการให้อภัย หลวงพ่อ : ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ ๑. ภูมิต้านทานของใจเขาอ่อนแอ พลังแห่งความดีจึง ไม่ได้ช่อง ความรู้สึกโกรธ ความผูกโกรธ ความพยาบาทจึงได้ช่อง เป็นแหล่งกำเนิดของความคิดที่ไม่ถูกต้อง คือ คิดที่จะทำร้ายเขา โดยเข้าใจผิดคิดว่าการแก้แค้นหรือทำร้ายเขานั้น จะทำให้สบายใจ แต่ความจริงแล้วไม่มีความสบายใจเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย ๒. เพราะขาดความรู้ที่สมบูรณ์ในเรื่องราวความเป็นจริง ของชีวิตว่า ทำไปแล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปในชีวิตของเขา ทั้งชีวิต ที่อยู่ในโลกมนุษย์นี้และชีวิตหลังจากตายแล้ว ๓. เขาไม่รู้วิธีที่จะทำให้ใจบริสุทธิ์ ผ่องใส จนทำให้ใจ มีภูมิต้านทานที่สามารถเอาชนะความรู้สึกไม่ดีได้ ซึ่งสมาธิเป็น ทางออก คือ ถ้าใจสงบนิ่งแล้วกลับเข้าไปสู่ภายใน ใจตั้งมั่นตรงนั้น ใจจะมีภูมิต้านทาน ความสุขจะเข้ามาแทนที่อยู่ในใจ การแก้แค้นที่ถูกหลักวิชชา คือ ต้องคลี่คลาย ต้องแก้ความ โกรธที่ผูกไว้กับใจให้คลายออกมา ใจจะได้คลายจากความโกรธ แล้วความสุขความสบายใจก็จะเกิดขึ้นในตอนนั้น เมื่อเราสบายใจ ใจอยู่เหนือความรู้สึกที่จะแก้แค้น แล้วสัก วันหนึ่งผู้ที่ทำร้ายเรา ก็จะเกิดความสำนึกผิดขึ้นมาเอง …

แก้แค้นด้วยสมาธิ Read More »

สมาธิแก้ปัญหาความขัดแย้ง

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution : สมาธิจะสามารถแก้ปัญหา ความขัดแย้งได้อย่างไร หลวงพ่อ : ก่อนอื่นเราต้องมาศึกษาดูว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพราะว่าใจแต่ละคนนั้นไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ไม่ได้อยู่ใน ตำแหน่งแห่งความผาสุก ความรักและปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ เมื่อใจไม่อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน จึงคิดไม่เหมือนกัน พูดไม่เหมือนกันและทำไม่เหมือนกัน แต่ถ้าหากใจมาอยู่ในตำแหน่ง เดียวกัน ก็จะคิดเหมือนกัน พูดเหมือนกัน และทำเหมือนกัน โดยไม่มีการขัดแย้งกันเลย และตำแหน่งนั้นอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ ซึ่งจะเข้าถึงได้ด้วยวิธีเดียว คือ การทำสมาธิ ตำแหน่งตรงนั้นจะละลายความรู้สึกขัดแย้งให้หมดไป แล้ว จะเกิดภูมิปัญญาสร้างสรรค์ สูงส่ง ที่ทำให้เราเข้าใจ และรู้วิธีการ ที่จะหาทางออกได้อย่างลงตัว ทำให้เกิดความสุข สดชื่น เบิกบาน และความสำเร็จในชีวิต ในภารกิจ ในทุกสิ่งทุกอย่างได้ ทุกคนจะต้องนำใจกลับมาสู่ตำแหน่งที่ถูกต้อง คือ ศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งเดียวของชีวิต ที่ทำให้เราคิดถูกต้อง พูดถูกต้อง และทำถูกต้อง ผลออกมาคือ สิ่งที่ถูกต้องและดีงามก็จะบังเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ ๑๘ กุมภาพันธ์ …

สมาธิแก้ปัญหาความขัดแย้ง Read More »

สมาธิแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้อย่างไร

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution : ศาสตราจารย์ท่านหนึ่ง สอนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ท่านไม่เข้าใจว่า สมาธิจะช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้อย่างไร ฉันอธิบายว่า ใจที่นิ่งสงบ จะทำให้เกิดการกระทำที่ปราศจากความรุนแรง แต่ท่านก็ยังไม่พอใจในคำตอบ ฉันควรจะอธิบายท่านอย่างไรคะ หลวงพ่อ : ต้องแนะนำให้ท่านมาลองทำสมาธิดู บอกท่านอย่ามัว แต่คุยอยู่เลย คือบางอย่างให้เหตุผลธรรมดาได้ แต่บางอย่างต้อง ลงมือปฏิบัติ คือต้องให้ท่านมีประสบการณ์ภายในด้วยตัวเองจึง จะเข้าใจว่าสมาธิเป็นอย่างไร จะช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ อย่างไร เหตุที่คนขัดแย้งกัน เนื่องจากใจไม่เป็นสุข ใจไม่ค่อยนิ่ง มันวุ่นวาย เร่าร้อน ไม่เยือกเย็น เพราะความเร่าร้อนของใจเป็นเหตุ เพราะฉะนั้นวิธีเดียวคือ ต้องให้ท่านศาตราจารย์มาฝึกสมาธิจน กระทั่งมีประสบการณ์ภายในด้วยตัวเอง จึงจะเข้าใจ ความรู้นี้เป็นความรู้ในระดับที่เหนือความคิดธรรมดาของ มนุษย์ เพราะความคิดของมนุษย์มีข้อจำกัด เหตุผลธรรมดาจะไป อธิบายตรงนี้ไม่ได้ ต้องมีประสบการณ์ภายในอย่างเดียวเท่านั้น ความรู้ที่เกิดจากการอ่าน การฟัง หรือการขบคิดก็ดี ไม่สามารถเข้าใจตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นเรียนท่านอย่างนี้ เพราะถ้า คุยกับท่านล้านปีก็ไม่รู้เรื่อง ให้ท่านลงมือปฏิบัติอย่างเดียว และ บอกท่านว่า ท่านทำได้ ๔ มีนาคม …

สมาธิแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้อย่างไร Read More »

สมาธิบำบัดโรคซึมเศร้าได้ไหม

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution : สมาธิจะช่วยแก้โรคซึมเศร้า หรือโรคทางจิตอื่น ๆ ได้หรือไม่ เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้นกับคนทั่วโลก หลวงพ่อ : ก็ไม่ถึงกับทั่วโลกนะ กรณีนี้ก็มีบางคนที่แก้ได้ และบางคน แก้ไม่ได้ กรณีที่เป็นโรคทางจิตในระดับบ้า อย่างนี้แก้ไม่ได้ และคนที่ เข้าขั้นบ้า ไม่แนะนำให้ทำสมาธิ เพราะเขามีวิบากกรรมเก่าติดตัวมา เช่น กรรมจากการดื่มน้ำเมา เสพสิ่งเสพติด หรือเคยทำให้คนอื่น เป็นอย่างนี้ ตัวก็เลยมาเจอบ้าง ปลูกแอปเปิลก็ย่อมเป็นแอปเปิล ปลูกแอปเปิลจะเป็นผลสาลี่ไม่ได้ กรณีที่เป็นโรคซึมเศร้าที่เกิดจากเหตุปัจจุบัน เซ็ง เครียด เบื่อ กลุ้ม เพราะเหตุจากสิ่งแวดล้อม จากครอบครัวบ้าง จากงาน บ้าง อย่างนี้แก้ได้ และเหมาะสมเสียด้วย เพราะสมาธิจะเข้าไป ช่วยบำบัดได้อย่างดี ที่เป็นกันส่วนใหญ่จะแก้ได้ มีเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ที่แก้ไม่ได้ คือ ถ้าแขนขาดขาขาดพอต่อได้ แต่คอขาดต่อไม่ได้ ใจก็เหมือนกัน ถ้าถึงขั้นบ้า แก้ไม่ได้ คลั่งบ้างบางเวลา ยังพอได้ หรือซึมเศร้าเพราะเซ็งเครียดเบื่อกลุ้ม จากอกหักรักคุด …

สมาธิบำบัดโรคซึมเศร้าได้ไหม Read More »

สมาธิจะทำให้กลายเป็นคนเฉื่อยชาหรือไม่

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution : เมื่อทำสมาธิ ใจฉันจะเป็นกลาง ๆ ไร้ความรู้สึก ถ้าเราฝึกสมาธิไปเรื่อย ๆ จะกลายเป็นคนไร้ความรู้สึกหรือเฉื่อยชาหรือไม่คะ หลวงพ่อ : ถ้าฝึกสมาธิไปเรื่อย ๆ จะไร้ความรู้สึกที่ไม่ดี แต่จะมีความ รู้สึกที่ดี คือมีความสุข มีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ทุกอนุวินาที จะไม่เฉื่อยชา แต่จะมีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม สมมติแต่เดิมเรามีชีวิตชีวา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ พอยิ่งฝึกไป เรื่อย ๆ เพิ่มเป็น ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีผลเสีย อะไรเลย มีแต่ผลดีเพิ่มขึ้น ยกเว้นว่า เราจะปฏิเสธความรู้สึกที่ดี ๆ นี้เท่านั้น ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม ๑ https://www.dhamma01.com/book/48 ๒ …

สมาธิจะทำให้กลายเป็นคนเฉื่อยชาหรือไม่ Read More »

ในหนึ่งวันควรนั่งสมาธินานแค่ไหน

38. Peace Revolution : เราควรนั่งสมาธิวันละกี่นาที จึงจะเพียงพอต่อการเกิดสันติภาพภายในและภายนอก หลวงพ่อ : ถ้าพูดถึงการทำสมาธิก็ต้องทำทั้งวัน ซึ่งเราฟังตอนนี้ เราอาจจะยังไม่เข้าใจ ถ้าใจยังไม่ตั้งมั่น ถ้าใจตั้งมั่น เห็นแสงสว่าง ภายใน หรือดวงใส ๆ ภายใน ทั้งหลับตาลืมตาและในทุกอิริยาบถ นั่ง นอน ยืน เดิน ถ้าเราทำได้อย่างนี้ เราจะเข้าใจ ถ้าทำได้อย่างนี้ จึงจะเพียงพอต่อการสร้างสันติภาพภายในและภายนอก แต่ถ้าหากเรายังทำอย่างนั้นไม่ได้ อย่างน้อยก็ควรนั่งสมาธิ วันละ ๒ ครั้ง คือ ตอนก่อนนอน และภายหลังจากตื่นนอน ก่อนนอน เราควรทำสมาธิเพื่อชำระล้างใจให้ใสสะอาด หลังจากผ่านภารกิจต่าง ๆ มาตลอดทั้งวัน จนกระทั่งถึงช่วงใกล้ จะเข้านอน เราควรจะหลับอย่างเบาสบาย อยู่ในอู่แห่งทะเลบุญ อยู่ในแหล่งแห่งความสุข แห่งความบริสุทธิ์ หลังตื่นนอน ภายหลังจากที่เราตื่นนอนตอนเช้า ใจของเรา ที่หลับอยู่ในสมาธิ มันจะดึงความสุขนั้นออกมาด้วย ตอนตื่นนอน เรายังไม่ได้รับอารมณ์อื่น ช่วงนี้เหมาะมากสำหรับการทำสมาธิ เพื่อจะได้เก็บตุนความสุขจากสมาธิ …

ในหนึ่งวันควรนั่งสมาธินานแค่ไหน Read More »

วิธีรักษาใจใส ๆ ให้ได้ตลอดทั้งวัน

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution : ทำอย่างไรจึงจะรักษาใจให้ใส ได้ตลอดทั้งวัน แม้กระทั่งเวลาที่เราโดนกระทบ หรือยั่วยุให้โกรธ หลวงพ่อ : ถ้าเรารักตัวเอง อยากให้ตัวเรามีความสุข ก็ต้องรักษา ใจให้ใส ๆ เอาไว้ สิ่งที่สำคัญคือ ต้องฝึกสมาธิบ่อย ๆ ฝึกฝนให้ใจ หยุดนิ่งอยู่ภายในตัวให้ได้ตลอดเวลา ฝึกให้ชำนาญ ทั้งวัน ทั้งคืน ทั้งหลับ ทั้งตื่น นั่ง นอน ยืน เดิน ฝึกบ่อย ๆ จนกระทั่งหลับตา ลืมตา นั่ง นอน ยืน เดินให้เห็น ดวงใส ๆ หรือดวงตะวันใส ๆ อยู่กลางกายตลอดเวลา ใจจะได้อยู่ ในตำแหน่งที่ถูกต้อง หยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ส่งออกไปข้างนอก เมื่อไรที่เราทำได้อย่างนี้ ไม่ว่าสิ่งใดมากระทบมันก็ ไม่กระเทือนไปถึงใจ หรือใครมายั่วเย้าให้เกิดอารมณ์ก็จะรู้สึกเฉย ๆ อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่เขามายั่วเย้าเรา ให้เขาอยากจะใจใสตามเราไปด้วย ถ้าใจเราใสอยู่ …

วิธีรักษาใจใส ๆ ให้ได้ตลอดทั้งวัน Read More »

ทำอย่างไรจึงจะรักษาสมาธิไว้ได้

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution : เมื่อผมกลับไปประเทศของผมแล้ว ผมควรทำอย่างไรที่จะรักษาระดับสมาธิไว้ได้ครับ หลวงพ่อ : ก็ต้องทำทุกวัน ให้สม่ำเสมอ อย่าให้ขาดเลย ให้เป็น กิจวัตรประจำวัน เหมือนเราอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน อย่างนั้น ถ้าวันใดไม่ได้ทำ ก็ไม่เป็นไร ให้เริ่มต้นทำใหม่ อย่างง่าย ๆ จนเป็น กิจวัตรประจำ อย่างนี้นะ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา คำตอบคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม ๑ https://www.dhamma01.com/book/48 ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

ความรักกับสมาธิ

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution : ความรักเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับการทำสมาธิหรือไม่ หลวงพ่อ : ขึ้นอยู่กับว่า รักอะไร ถ้าเป็นความรักความปรารถนาดี ต่อเพื่อนมนุษย์ ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศ อย่างนี้เป็นความรักสากล เป็นความรักบริสุทธิ์ หัวใจขยาย อย่างนี้ดี แต่ดีที่สุด คือการปล่อยวางจากอารมณ์ต่าง ๆ จะเป็น ประโยชน์ต่อการทำสมาธิมากกว่า ปล่อยวางอารมณ์ คือ คลายความผูกพันจากคนสัตว์สิ่งของ ทำประหนึ่งว่า เราอยู่คนเดียวในโลก ส่วนความรักและปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ ทั้งหลาย อยากให้เขามีความสุข เบิกบาน ด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่างนี้เขาเรียกว่า “แผ่เมตตา” ปรารถนาให้ทุกคนอยู่เย็นเป็นสุข อย่างนี้ดี จะช่วยส่งเสริมการทำสมาธิ หลวงพ่อก็ทำความรักประเภทนี้ รักและปรารถนาดี ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้เขาอยู่เย็นเป็นสุข แล้วก็ทำสมาธิ ปล่อยวางอารมณ์ คือ ทิ้งทุกอย่าง ปล่อยวางทุกสิ่ง นิ่งอย่างเดียว อย่างนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำสมาธิมากกว่า ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ โอวาท หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) …

ความรักกับสมาธิ Read More »

หลุมหลบภัยที่แท้จริง

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution : เราจะพบสันติสุขได้อย่างไร ถ้าเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและเลวร้าย หลวงพ่อ : ก็ต้องหาหลุมหลบภัยที่อยู่ในกลางกายของเราให้เจอ ถ้าใจเราอยู่ตรงนั้น กลางดวงสว่าง กลางดวงใส ๆ หรือกลางอะไร ที่เราเห็นใส ๆ สว่าง ๆ ความทุกข์ไม่มีในนั้น แม้ปัญหาข้างนอกมี แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับเรา เหมือนจุดเย็นกลางเตาหลอม ซึ่งเป็น ประดุจหลุมหลบภัยอยู่กลางกายของเรา การทำสมาธิ คือการที่เรากำลังหาหลุมหลบภัยให้กับตัวเรา เพราะนอกหลุมมีแต่ภัยทั้งสิ้น และภัยที่แท้จริง ไม่ใช่ภัยภายนอกเลย แต่ภัยที่แท้จริงคือ ทำไมใจเราถึงไม่หยุดสักที จึงไม่เจอหลุมหลบภัย สักที อันนี้คือภัยที่แท้จริงและสำคัญมาก เพราะหลุมหลบภัย ตรงนี้ ไม่เจอไม่ได้ ส่วนภัยภายนอก ฝนตก รถติด เศรษฐกิจตกต่ำ หรือภัยต่าง ๆ ภายนอกนั้นล้วนเป็นเรื่องเล็ก ๆ ถ้าใจเราหยุดนิ่งอยู่กลางดวงสว่าง ใส ๆ ที่ศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ ได้ แม้มีปัญหา แต่ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะที่ตรงนั้นจะมีปีติสุขหล่อเลี้ยงใจเรา …

หลุมหลบภัยที่แท้จริง Read More »

ความสงบภายในดีอย่างไร

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution : ความสงบภายใน มีผลอย่างไรต่อระบบความคิด และกลไกการทำงานของร่างกาย หลวงพ่อ : เราสังเกตดู เวลาที่ใจเราขุ่นมัว เร่าร้อน หงุดหงิด เซ็ง เครียด เบื่อ กลุ้ม เวลาที่เรารู้สึกขัดใจ ลมหายใจมันจะติดขัด จะ รู้สึกอึดอัด ไม่สบายกาย เพราะฉะนั้นเมื่อเราไม่สบายใจ ร่างกาย เราจะไม่สบายตามไปด้วย ใบหน้าที่สวย ๆ หล่อ ๆ ก็เริ่มไม่สวย ไม่หล่อ นอกจากนั้นยังทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายอ่อนแอลงไป ด้วย ถ้าใจไม่สบาย แล้วสูญเสียความสงบของใจ อย่างน้อยอย่างนี้ ที่เราพอจะเข้าใจง่าย ๆ อย่าลืมว่า ร่างกายเป็นประดุจคนรับใช้ของนาย ใจคือนาย กายคือบ่าว เราสังเกตในที่ทำงาน ถ้าวันไหนเจ้านายไม่สบาย ขุ่นมัว ลูกน้องก็ขุ่นมัวตามไปด้วย ถ้าวันไหนเจ้านายอารมณ์ดี ลูกน้องก็อารมณ์ดีด้วย ใจก็เช่นเดียวกันเหมือนเจ้านาย ร่างกายก็ เหมือนลูกน้อง มันจะเกี่ยวข้องกัน เพราะอยู่ด้วยกัน การที่เรามีชีวิตอยู่ เพราะเรามีร่างกายและจิตใจ …

ความสงบภายในดีอย่างไร Read More »

สุขจากสมาธิแตกต่างจากสุขอื่นอย่างไร

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution : สันติสุขภายใน และประโยชน์ที่ได้รับจากการทำสมาธิ จะเกิดจากการทำสมาธิอย่างเดียวเท่านั้นหรือไม่ เราสามารถทำกิจกรรมอย่างอื่น เพื่อให้ได้ผลเหมือนกันได้หรือไม่ หลวงพ่อ : การทำกิจกรรมอย่างอื่น แล้วจะให้ได้ประโยชน์และ สันติสุขภายในเหมือนกับการทำสมาธินั้น ไม่มี ไม่ว่าเราจะใช้ วิธีการใดก็ตาม ก็ไม่ได้ความสุขภายในเท่ากับการทำสมาธิ จะไป เที่ยวเตร่ ไปดูทิวทัศน์ ได้พูดคุยกับคนที่ถูกใจ หรือจะไปทำอะไรก็ แล้วแต่ มันได้แค่สุขหรือสนุกเล็ก ๆ น้อย ๆ พอเพลิน ๆ เท่านั้นเอง หรือแม้กระทั่งประสบความสำเร็จในชีวิต ในธุรกิจการงาน การ ศึกษาเล่าเรียน สุขก็ยังไม่ได้เท่ากับสมาธิ มันได้แค่ปลื้มเล็ก ๆ ประเดี๋ยวเดียว แล้วก็จางหายไป การทำสมาธิอย่างเดียวเท่านั้น จึงจะได้สันติสุขภายใน ที่มั่นคง และมีปริมาณความสุขมากกว่า ความสุขที่ได้จากวิธี การอื่นได้แค่สุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ปลื้มเล็ก ๆ แล้วก็จางหายไป ไม่ยั่งยืน ๑๗ กุมภาพันธ์ …

สุขจากสมาธิแตกต่างจากสุขอื่นอย่างไร Read More »

สมาธิเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution : ในวัฒนธรรมตะวันตก คนเก่งมักจะเป็นคนที่มีการศึกษา สามารถใช้ปัญญาวิเคราะห์ วิจัย วิจารณ์ได้อย่างเต็มที่ แต่สมาธิกลับบอกให้หยุดคิด แล้วอย่างนี้สมาธิจะทำให้เกิดปัญญา และเป็นคนเก่งได้อย่างไร หลวงพ่อ : ความรู้ ความรอบรู้ และความเก่งนั้นมีหลายระดับ ระดับที่ ๑ ความรู้ที่เกิดจากการอ่าน การฟังจากท่านผู้รู้ สอน จากการถกเถียงซักถามกัน เพื่อรวบรวมข้อมูลความรู้ ระดับที่ ๒ ความรู้ที่เกิดจากความคิด คือ เราศึกษา เราอ่าน เราฟัง แล้วเราก็นำมาคิดต่อ ซึ่งมันก็มีถูกบ้าง ผิดบ้าง บางทีก็ผิด มากกว่าถูก บางทีก็ถูกมากกว่าผิด ชาวโลกเข้าใจความรู้แค่ ๒ ระดับนี้เท่านั้น แต่ยังมีความรู้ ระดับลึกอีกระดับหนึ่ง ที่ใจจะต้องไปอยู่ในตำแหน่งแห่งการ ปลอดความคิด เป็นความรู้แจ้งที่เกิดจากการเห็นแจ้ง เหมือนเรา ลากของจากที่มืด ๆ ที่มองเห็นอะไรไม่ชัด เอามาอยู่กลางแจ้ง กลางแสงสว่าง ยังมีความลับของชีวิตอีกมากมาย ที่จากการอ่าน การฟัง การคิดไปไม่ถึง …

สมาธิเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา Read More »

ความแตกต่างระหว่างสมาธิกับศาสนา

เยาวชนจากโครงการ Peace Revolution : อะไรคือความแตกต่าง ระหว่างสมาธิกับศาสนา หลวงพ่อ : ศาสนา คือ ความรู้หรือความเชื่อที่สืบทอดต่อ ๆ กันมา ในครอบครัวหรือในตระกูล เมื่อเราเกิดมาในตระกูลนั้น เราก็ต้อง ศึกษาเรื่องนั้น เรียนรู้เรื่องนั้น เมื่อศึกษาเรียนรู้แล้วเราชอบ เราก็ เชื่อเรื่องนั้น ซึ่งมันคนละเรื่องกับสมาธิ สมาธิ เป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องใช้ทุกวัน แม้จะมีศาสนาหรือ ไม่มีศาสนาก็ตาม หรือไม่ว่าเราจะนับถือศาสนาใดก็ตาม เราต้อง ใช้สมาธิในการทำทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน รับประทานอาหาร พูดคุย การศึกษาเล่าเรียน การทำมา หากิน ทำมาค้าขาย บริหารธุรกิจการงาน ทุกกิจกรรมล้วนต้องใช้ สมาธิทั้งสิ้น คือใจต้องมุ่งมั่นตั้งใจทำสิ่งนั้นไม่ให้มันวอกแวกฟุ้งซ่าน ไปในเรื่องอื่น การมีสมาธิจะทำให้การวินิจฉัยหรือการตัดสินใจ ไม่ผิดพลาด อีกประการหนึ่ง สมาธิจะทำให้เรามีความสุขภายใน และ เป็นรากฐานที่จะทำให้เรามีความรอบรู้ เข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ อีก ทั้งจะดึงดูดสิ่งดี ๆ มาหาตัวเราด้วย …

ความแตกต่างระหว่างสมาธิกับศาสนา Read More »