krirk

ศึกชิงภพ (สัตว์นรกนึกถึงบุญได้ มีช่วงจิตเป็นกุศลนิดเดียว หลุดพ้นจากอบายภูมิขึ้นมาได้)

ศึกชิงภพ (สัตว์นรกนึกถึงบุญได้ มีช่วงจิตเป็นกุศลนิดเดียว หลุดพ้นจากอบายภูมิขึ้นมาได้) มนุษย์ส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับกายมนุษย์นี้เพียงผิวเผิน แม้จะเอาใจใส่กับร่างกายด้วยการหมั่นดูแลทำความสะอาดหรือปกป้องไม่ให้เจ็บไข้ได้ป่วย แต่หารู้ไม่ว่า นั่นยังไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องสมบูรณ์ในการรักษาปกป้องกายมนุษย์นี้ เพราะยังไม่สะอาดบริสุทธิ์อย่างแท้จริง แต่หากได้ทำความสะอาดใจด้วยการรักษาศีลและเจริญภาวนา จึงจะเข้าถึงแก่นแท้ของกายของตัวเองอย่างแท้จริง สังขารร่างกายที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกหลายกายซ้อนกันอยู่ภายใน และเป็นกายที่สวยสดงดงามยิ่งกว่า เป็นชีวิตในระดับลึกที่มีความละเอียดประณีตดีกว่ากายภายนอกมาก เราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อทำสมาธิภาวนา หมั่นทำใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นต้นแหล่งแห่งความสุขและความบริสุทธิ์อย่างแท้จริง มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน เทวทูตสูตร ว่า “สัตว์ที่เกิดมาย่อมมีภัยโดยความตายเป็นนิตย์ เหมือนผลไม้ที่สุกแล้วย่อมมีภัยโดยการหล่นไปในเวลาเช้าฉะนั้น ภาชนะดินที่นายช่างทำแล้วทุกชนิดมีความแตกสลายไปในที่สุด ชีวิตมนุษย์ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ทั้งโง่เขลา ทั้งเฉลียวฉลาด ย่อมไปสู่อำนาจแห่งมฤตยู มีมัจจุราชสกัดอยู่ข้างหน้า เมื่อมนุษย์เหล่านั้น ถูกมัจจุราชสกัดอยู่ข้างหน้าแล้ว ถูกมัจจุครอบงำแล้ว บิดาก็ต้านทานไว้ไม่ได้ หรือพวกญาติก็ต้านทานไม่ได้ มนุษย์ทั้งหลายย่อมรำพันกันอยู่เป็นอันมากนั่นเอง” มัจจุ คือ ความตาย หากมาปรากฏต่อหน้าของเราก่อนจะละโลกนี้เพื่อเดินทางไปสู่ปรโลก เมื่อถึงยามนั้นไม่มีใครเลยที่จะมาช่วยเหลือเราได้ เราต้องช่วยตัวเอง ธรรมะและบุญกุศลที่เราได้ทำเอาไว้จะเป็นที่พึ่งแก่เราในยามนั้น ความตายที่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่มีอยู่ ๒ สาเหตุด้วยกัน คือ ตายปัจจุบันทันด่วน เป็นการตายก่อนถึงเวลาสมควร เช่น อุบัติเหตุ รถชนตาย จมน้ำตาย ตายอย่างที่สอง …

ศึกชิงภพ (สัตว์นรกนึกถึงบุญได้ มีช่วงจิตเป็นกุศลนิดเดียว หลุดพ้นจากอบายภูมิขึ้นมาได้) Read More »

สังเกตคนดีที่ความประพฤติ (เสตเกตุมาณพผู้มากด้วยทิฐิมานะ)

สังเกตคนดีที่ความประพฤติ (เสตเกตุมาณพผู้มากด้วยทิฐิมานะ) ในสังสารวัฏอันหาเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลายไม่ได้นี้ สรรพสัตว์ที่เกิดมาแล้ว ล้วนบ่ายหน้าไปสู่ความตาย แต่มวลมนุษยชาติทั้งหลายต่างยังตกอยู่ในความประมาท มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อันเป็นบ่วงที่ร้อยรัดสรรพสัตว์ทั้งหลายเอาไว้ ทำให้ลืมเลือนเป้าหมายดั้งเดิม ที่เกิดมาเพื่อแสวงหาหนทางของพระนิพพาน เมื่อถูกความไม่รู้ คือ อวิชชาเข้าครอบงำจิตใจ จึงไม่ได้คิดถึงความเป็นจริงของชีวิตว่า เราทุกๆ คนเกิดมาแล้วต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตายทั้งนั้น สังขารร่างกายนี้เป็นเพียงเครื่องอาศัยชั่วคราว เอาไว้สำหรับใช้สร้างบารมี เมื่อเวลาในมนุษยโลกหมดลง ก็ต้องย้ายภพภูมิไปเกิดที่ใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ที่ยังไม่หมดอาสวกิเลส ก็ยังต้องเกิดกันร่ำไป หากผู้ใดตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม โดยหมั่นตรึกระลึกนึกถึงศูนย์กลางกายอยู่ตลอดเวลา ใจจะถูกกลั่นให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ชีวิตจะมุ่งเข้าสู่หนทางแห่งความบริสุทธิ์ภายใน ซึ่งเป็นเส้นทางของพระอริยเจ้าทั้งหลาย ที่เสด็จไปสู่อายตนนิพพาน ชีวิตของผู้นั้นย่อมเป็นชีวิตที่มีคุณค่าและน่าสรรเสริญที่สุด มีวาระพระบาลีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส ใน เตลปัตตชาดก ว่า “สมติตฺติกํ อนวเสส กํ เตลปตฺตํ ยถา ปริหเรยฺย เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข ปตฺถยาโน ทิสํ อคตปุพฺพํ บุคคลผู้ประสงค์จะไปสู่ทิศที่ไม่เคยไป (คือ อายตนนิพพาน) …

สังเกตคนดีที่ความประพฤติ (เสตเกตุมาณพผู้มากด้วยทิฐิมานะ) Read More »

สมณะแท้ คือผู้เข้าถึงพระรัตนตรัย (ธรรมชาติที่มีคุณค่า สัตว์ชั้นสูง บุคคลสูงส่ง สมณะผู้ประเสริฐ)

สมณะแท้ คือผู้เข้าถึงพระรัตนตรัย (ธรรมชาติที่มีคุณค่า สัตว์ชั้นสูง บุคคลสูงส่ง สมณะผู้ประเสริฐ) พุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ เป็นอานุภาพที่ไม่มีประมาณ เป็นอจินไตย อยู่เหนือวิสัยของผู้ที่ใจยังไม่หยุด จะเข้าใจได้ด้วยการนึกคิดเองตามหลักตรรกวิทยาหรือศาสตร์ต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกนี้ก็ไม่ได้ เพราะเป็นศาสตร์เฉพาะของผู้รู้แจ้งเท่านั้น ผู้ที่ทำจิตให้เลื่อมใสในพระรัตนตรัย มักประสบกับอานุภาพของพระรัตนตรัยอยู่เสมอ หรือพบแต่เรื่องอัศจรรย์จนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา หากใจเราหยุดนิ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระรัตนตรัยภายในได้เมื่อไร เราจะมีความบริสุทธิ์ มีอานุภาพตามไปด้วย เพราะไม่มีสิ่งใดจะยิ่งใหญ่หรือเทียบเท่าพระรัตนตรัยได้ ในบทสรรเสริญสังฆคุณ ๙ ประการ มีข้อความตอนหนึ่งว่า “บุคคลเหล่านี้คือ คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงกันได้ ๘ บุรุษ คือพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ที่ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ ควรแก่การรับทักษิณาทาน เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี และเป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง ในพระสงฆ์หมู่ นั้น” การที่พระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศของโลกนั้น เพราะท่านมีศีลสมาธิปัญญา และได้ปฏิบัติตามหลักอริยมรรคมีองค์ ๘ จนสามารถเข้าถึงไตรสรณคมน์ มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งต่อตนเองและชาวโลก ส่วนนักบวชนอกศาสนา ไม่ได้มีหลักอริยมรรคในการปฏิบัติ จึงไม่รู้หนทางพระนิพพาน แม้จะมีความเพียรพยายามเพียงใด ก็ไม่สามารถบรรลุพระนิพพาน จะยกใจให้สูงได้เพียงแค่ไปสู่พรหมโลกเท่านั้น …

สมณะแท้ คือผู้เข้าถึงพระรัตนตรัย (ธรรมชาติที่มีคุณค่า สัตว์ชั้นสูง บุคคลสูงส่ง สมณะผู้ประเสริฐ) Read More »

ภพสาม คุกใหญ่ของสรรพสัตว์

ภพสาม คุกใหญ่ของสรรพสัตว์ เวลา คือ ชีวิต หมดชีวิตก็ คือ หมดเวลา เวลาเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการสร้างบารมี เมื่อผ่านไปแล้วก็ไม่สามารถจะเรียกกลับคืนมาได้ เหมือนดั่งสายน้ำที่ไหลผ่านไปแล้วไม่อาจหวนกลับ ชีวิตเราย่างก้าวไปพร้อมกับกาลเวลา ก้าวไปพร้อมกับการสร้างความดี เราจะต้องใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ สร้างบารมีให้เต็มที่ เพื่อทำสิ่งที่มีคุณค่าที่สุด ให้เกิดขึ้นต่อตัวของเราเองและชาวโลก ด้วยการประพฤติธรรม ทำใจให้หยุดนิ่ง เพราะเวลาแห่งใจหยุดนิ่ง เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของเรา * พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า ” คพฺภเมเก อุปฺปชฺชนฺติ นิรยํ ปาปกมฺมิโน สคฺคํ สุคติโน ยนฺติ ปรินิพฺพนฺติ อนาสวา ชนทั้งหลายบางพวก ย่อมเข้าถึงครรภ์ ผู้ทำบาปอกุศล ย่อมเข้าถึงนรก ผู้สั่งสมความดีเป็นเหตุสุคติ ย่อมไปสู่สวรรค์ ผู้ไม่มีกิเลสอาสวะ ย่อมปรินิพพาน” วิบากแห่งกรรมของสัตว์ทั้งหลาย เป็นเรื่องอจินไตย ยากที่จะกำหนดได้ว่า หลังจากละโลกนี้ไปแล้ว จะไปบังเกิดที่ไหนกันบ้าง ตราบใดที่เรายังไม่พ้นจากกิเลสอาสวะ ก็ยังคงต้องเวียนว่ายตายเกิดในภพ ๓ ตั้งแต่กลับมาเกิดในครรภ์มารดา มาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อสร้างความดีกันต่อไป หากทำบาปอกุศลเอาไว้มาก …

ภพสาม คุกใหญ่ของสรรพสัตว์ Read More »

มหาพรหม-มหาบุรุษ (พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเมตตาเตือนสติท้าวพกมหาพรหม)

มหาพรหม-มหาบุรุษ (พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเมตตาเตือนสติท้าวพกมหาพรหม) ความรู้ทั้งมวลในโลกนี้ มีแหล่งกำเนิดอยู่ ณ ที่เดียวกัน คือ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ในกลางตัวของมนุษย์ทุกๆ คนในโลก ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเรียกว่า “เอกายนมรรค” ทางเอกสายเดียว ซึ่งเป็นทางดำเนินไปสู่ความรู้แจ้ง เมื่อเรานำใจกลับมาหยุดนิ่งอยู่ที่ตรงนี้ให้ถูกส่วน ความเห็นแจ้งและความรู้แจ้งก็จะบังเกิดขึ้น เราจะรู้แจ้งเห็นแจ้งไปตามความเป็นจริง จนกระทั่งเข้าไปถึงต้นแหล่งแห่งความรู้อันบริสุทธิ์ เช่นเดียวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระองค์ทรงดำเนินจิตด้วยการหยุดนิ่งเข้าไปในทางเอกสายนี้ จนกระทั่งมีใจหยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์ ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์จึงได้ชื่อว่าเป็น “โลกวิทู” ผู้รู้แจ้งโลก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน พรหมนิมันติกสูตร ว่า “ยาวตา จนฺทิมสุริยา ปริหรนฺติ ทิสา ภนฺติ วิโรจนา ตาว สหสฺสธา โลโก เอตฺถ เต วตฺตตี วโส ปโรปรญฺจ ชานาสิ อโถ ราค วิราคินํ อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ สตฺตานํ อาคตึ คต ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ย่อมโคจรส่องทิศให้สว่างอยู่เท่าใด อำนาจของท่านย่อมเป็นไปในพันจักรวาลเท่านั้น ท่านย่อมรู้จักสัตว์ที่เลวและสัตว์ที่ประณีต รู้จักสัตว์ที่มีราคะ …

มหาพรหม-มหาบุรุษ (พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเมตตาเตือนสติท้าวพกมหาพรหม) Read More »

ความสุขของพระโสดาบัน (เปรียบเทียบความทุกข์ที่เหลืออยู่ของพระโสดาบันและพระอริยสาวก)

ความสุขของพระโสดาบัน (เปรียบเทียบความทุกข์ที่เหลืออยู่ของพระโสดาบันและพระอริยสาวก) มวลมนุษยชาติล้วนปรารถนาให้ตนเองมีความสุข แต่มีผู้คนจำนวนมากมาย กลับเป็นอยู่ด้วยความประมาท หลงไปก่อทุกข์ให้กับตัวเอง ความสุขที่ตนปรารถนา จึงเป็นเพียงแค่ความฝัน คล้ายกับพยับแดด สุดท้ายเมื่อผลแห่งความประมาทมาถึง ชีวิตของเขาเหล่านั้น ก็ไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงความทุกข์ไปได้ ความไม่ประมาทเป็นเสมือนเกราะคุ้มกันภัย ที่ยากจะหาเกราะใดๆ มาเทียบได้ ตรงกันข้าม ถ้าไม่มีการเตรียมพร้อม มัวเพลิดเพลินใช้ชีวิตไปกับสิ่งไร้สาระ ย่อมจะหนีผลแห่งเหตุที่ตนทำไว้ไม่พ้น เพราะการประกอบเหตุในวันนี้ คือ ผลในวันหน้า เหตุดี ผลก็ย่อมดี ถ้าเหตุไม่ดี ผลก็ย่อมไม่ดี การหมั่นฝึกฝนอบรมใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ คือ การประกอบเหตุดีเอาไว้ ซึ่งจะส่งผลดีอันยิ่งใหญ่ต่อตัวเราไปทุกภพทุกทุกชาติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน นขสิขาสูตร ว่า “ความทุกข์ที่หมดไปของอริยสาวกผู้สมบูรณ์ด้วยสัมมาทิฏฐิ บรรลุอริยมรรคแล้ว มีปริมาณมาก ส่วนความทุกข์ที่ยังเหลืออยู่ มีประมาณน้อย ความทุกข์ที่จะมีอีก ๗ อัตภาพเป็นอย่างยิ่งนั้น เมื่อเทียบกันเข้ากับกองทุกข์ที่หมดสิ้นไปอันมีอยู่ในครั้งก่อนแล้ว ย่อมไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ เลย ภิกษุทั้งหลาย การได้บรรลุอริยธรรม ย่อมให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้แล การได้ธรรมจักษุ ย่อมให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้ ” …

ความสุขของพระโสดาบัน (เปรียบเทียบความทุกข์ที่เหลืออยู่ของพระโสดาบันและพระอริยสาวก) Read More »

กำเนิดอบายภูมิ (พระบรมศาสดาทรงตรัสสอนนายจุนทะเรื่อง ความสะอาดทางกาย วาจาและใจ)

กำเนิดอบายภูมิ (พระบรมศาสดาทรงตรัสสอนนายจุนทะเรื่อง ความสะอาดทางกาย วาจาและใจ) ชีวิตทุกชีวิต ล้วนแสวงหาที่พึ่งให้กับตัวเอง เริ่มตั้งแต่วัยเด็กก็แสวงหาความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ มีพ่อแม่เป็นที่พึ่ง เมื่อเจริญวัยเข้ารับการศึกษาก็ยึดเอาครูบาอาจารย์เป็นที่พึ่ง วัยทำงานก็แสวงหาผู้หลักผู้ใหญ่เป็นที่พึ่ง จวบจนแสวงหาคู่ครองเพื่อพึ่งพาอาศัยกัน หรือเป็นเพื่อนยามแก่ชรา บางคนหลงผิดไปแสวงหาพวกไสยศาสตร์หรือมนต์ดำเป็นที่พึ่ง บางทีบนบานศาลกล่าว บางทีถึงกับยึดเอาสัตว์เดียรัจฉานที่แปลกประหลาดเป็นที่พึ่งก็มี สิ่งที่กล่าวมานี้ล้วนแต่มิใช่ที่พึ่งทั้งสิ้น และบางสิ่งกลับจะนำพาชีวิตให้ตกต่ำอีกด้วย ที่พึ่งที่ระลึกอันแท้จริงมีอย่างเดียวคือ พระรัตนตรัย ซึ่งมีอยู่แล้วในตัวของเราทุกคนในโลก การจะยึดเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งได้ ต้องอาศัยการทำใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายภายในตัว ให้จิตมีอารมณ์เดียว เมื่อใจหยุดนิ่งถูกส่วนดีแล้ว เราจะได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ซึ่งเป็นที่พึ่งอันประเสริฐอย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน จุนทสูตร ความว่า “อกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ เป็นความไม่สะอาดด้วย เป็นตัวการที่ทำให้ไม่สะอาดด้วย ดูก่อนจุนทะ ก็เพราะเหตุแห่งการประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ นรกจึงปรากฏ กำเนิดเดียรัจฉานจึงปรากฏ เปตวิสัยจึงปรากฏ หรือว่าทุคติอย่างใดอย่างหนึ่งแม้อื่นจึงปรากฏมีขึ้น” ภพภูมิต่างๆ ที่บังเกิดขึ้นมาในสังสารวัฏ เช่น นิรยภูมิ เปตวิสัย อสุรกายและภูมิของสัตว์เดียรัจฉาน อบายภูมิเหล่านี้ เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับผู้ที่มีกาย วาจาและใจไม่บริสุทธิ์ มีไว้เพื่อลงโทษมนุษย์ที่ประพฤติผิดจากทำนองคลองธรรม เป็นการขังสัตว์เอาไว้ไม่ให้หลุดจากการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏไปได้ ซึ่งจะได้รับความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจแสนสาหัส แตกต่างจากคุกหรือกรงขังในโลกมนุษย์มากมายหลายเท่านัก …

กำเนิดอบายภูมิ (พระบรมศาสดาทรงตรัสสอนนายจุนทะเรื่อง ความสะอาดทางกาย วาจาและใจ) Read More »

กำเนิดสุริยคราส (อสุรินทราหูอมจันทร์)

กำเนิดสุริยคราส (อสุรินทราหูอมจันทร์) การได้เกิดเป็นมนุษย์เป็นการยาก อีกทั้งการที่จะดำรงชีวิตอยู่ด้วยความบริสุทธิ์ มีจิตใจสูงส่ง มั่นคงในคุณธรรม ดำเนินอยู่บนเส้นทางแห่งอริยมรรค ทางของพระอริยเจ้า และการเกิดมาสร้างบารมีให้เต็มเปี่ยม บริสุทธิ์บริบูรณ์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผู้มีบุญ มีดวงปัญญาบริสุทธิ์ มีดวงใจที่ผ่องใสเท่านั้น จึงจะใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า เดินหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้องปลอดภัย ทั้งภัยในปัจจุบันนี้ ภัยในอบายภูมิ ตลอดจนภัยในสังสารวัฏ การที่จะให้พ้นจากภัยเหล่านี้ได้ จะต้องสั่งสมบุญให้มากๆ จะต้องมีความหนักแน่น ตั้งมั่นอยู่ในเส้นทางแห่งความดี รักในการประพฤติปฏิบัติธรรม หมั่นนั่งธรรมะทุกๆ วันอย่าให้ขาดแม้แต่วันเดียว ต้องตั้งใจมั่นอย่างนี้ จึงจะพบกับความสุขตลอดกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปัญญัตติสูตร ว่า “ราหุคฺคํ อตฺตภาวีนํ มนฺธาตา กามโภคินํ มาโร อาธิปเตยฺยานํ อิทฺธิยา ยสสา ชลํ อุทฺธํ ติริยํ อปาจีนํ ยาวตา ชคโต คติ สเทวกสฺส โลกสฺส พุทฺโธ อคฺคํ ปวุจฺจติฯ บรรดาสัตว์ผู้มีอัตภาพ(ใหญ่) อสุรินทราหูเป็นเลิศ บรรดาบุคคลผู้บริโภคกาม พระเจ้ามันธาตุราชเป็นเลิศ …

กำเนิดสุริยคราส (อสุรินทราหูอมจันทร์) Read More »

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๔) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๔)

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๔) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๔) การใช้ชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์นี้ จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก หากผู้ใดฉลาดในการใช้ชีวิต และไม่ประมาทในการทำความดี หมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ทำทุกๆ วัน ไม่ให้ขาดแม้แต่วันเดียว การดำรงชีวิตอยู่อย่างนี้ ถือว่าได้กำไรชีวิตจริงๆ คำว่า กำไร หมายถึง การลงทุนนั้นไม่มีการขาดทุน มีแต่ได้กับได้ การทำความดีก็เหมือนกัน เราจะได้บุญเป็นกำไรของชีวิต บุญนั้นเป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่มีค่ามหาศาล เป็นประดุจแก้วสารพัดนึก ควรที่เราจะต้องรีบตักตวง ถ้าเกิดมาแล้วไม่ได้สั่งสมบารมี ชีวิตนี้ก็ยังบกพร่องอยู่ เป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ เกิดมาเสียโอกาสสร้างความดี ดังนั้น เมื่อมีโอกาสดีแล้ว ควรต้องทำให้เต็มที่ให้คุ้มค่ากันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เอกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า ” นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ ยํ เอวํ มหาสาวชฺชํ ยถยิทํ ภิกฺขเว มิจฺฉาทิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ ภิกฺขเว วชฺชานิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้สักอย่างเดียว …

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๔) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๔) Read More »

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๓) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๓)

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๓) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๓) มีคำกล่าวที่เราคุ้นเคยกันดีว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เป็นคติสำหรับย้ำเตือนพวกเราทุกคน ให้มีกำลังใจในการทำหน้าที่การงาน และให้ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่พึงปรารถนา การจะให้บรรลุผลสำเร็จได้นั้น จะต้องมีหลายสิ่งหลายอย่างประกอบกัน นอกจากจะต้องมีกำลังใจที่เข้มแข็ง และมีสติปัญญาแล้ว ยังจะต้องมีพลังบุญหนุนนำ จึงจะประสบความสำเร็จได้ หากมีเพียงความพยายาม แต่ขาดปัญญา และไม่มีกัลยาณมิตรคอยแนะนำ ความพยายามนั้นอาจจะสูญเปล่าได้ และอาจเกิดความผิดพลาดใหญ่หลวงไปจนตลอดชีวิต ความพยายามที่ไม่มีวันสูญเปล่านั้น คือการประกอบความเพียร โดยนำใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นต้นแหล่งแห่งความสำเร็จ เราจะไม่พบกับคำว่าผิดหวัง หากนำใจจรดศูนย์จะไม่มีคำว่าสูญเสีย เพราะฉะนั้น เราต้องพยายามนำใจมาหยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา จะได้พบแต่ความสมหวังสมปรารถนาในชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ใน จตุกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า “จตฺตาโรเม ภิกฺขเว กาลา สมฺมาภาวิยมานา สมฺมาอนุปริวตฺติยมานา อนุปุพฺเพน อาสวานํ ขยํ ปาเปนฺติ กตเม จตฺตาโร กาเลน ธมฺมสฺสวนํ กาเลน ธมฺมสากจฺฉา กาเลน สมโถ กาเลน วิปสฺสนา …

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๓) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๓) Read More »

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๒) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๒)

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๒) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๒) การดำเนินชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยในสังสารวัฏนั้น เราจะต้องรู้เท่าทันอาสวกิเลส รู้ว่าสิ่งไหนเป็นบุญ สิ่งไหนเป็นบาปอกุศล แล้วดำรงตนให้อยู่ในเส้นทางแห่งบุญ เส้นทางแห่งความดี ความไม่รู้เป็นมลทินของชีวิต เพราะถ้าไม่รู้แล้ว จะทำให้เราพลาดพลั้งไปทำบาปอกุศล ทำให้ชีวิตมัวหมองได้ เมื่อไม่รู้ก็ต้องแสวงหาผู้รู้ เข้าไปสอบถามสิ่งที่สงสัย ที่สำคัญคือ ต้องหมั่นเข้าไปหาผู้รู้ภายใน คือพระธรรมกาย ด้วยวิธีการหยุดใจที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เพื่อแสวงหาความรู้แจ้งที่เกิดจากปัญญาอันบริสุทธิ์ และเมื่อเราเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายใน เราจะได้รับคำตอบของชีวิตที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสกับพระสารีบุตรอัครสาวกเบื้องขวาผู้เลิศด้วยปัญญา มีปรากฏใน มหาสีหนาทสูตร ความว่า ” ดูก่อนสารีบุตร เราย่อมกำหนดรู้ใจของบุคคลบางคนในโลกนี้ว่า บุคคลนี้ปฏิบัติอย่างนั้น ดำเนินชีวิตอย่างนั้น และขึ้นสู่หนทางนั้นแล้ว เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก โดยสมัยต่อมา เราย่อมเห็นบุคคลนั้นหลังจากตายไปแล้ว เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก แล้วเสวยทุกขเวทนาอันแรงกล้าเผ็ดร้อนโดยส่วนเดียว ด้วยธรรมจักขุอันบริสุทธิ์ ล่วงจักษุของมนุษย์ทั้งหลาย” การเข้าไปรู้ไปเห็นภพภูมิที่ละเอียดประณีต ไม่ว่าจะเป็นสุคติภูมิ หรือทุคติภูมิ สามารถรู้เห็นได้ด้วยธรรมจักขุ และญาณทัสสนะของพระธรรมกาย ที่ปราศจากเมฆหมอกของกิเลสอาสวะ …

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๒) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๒) Read More »

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๑) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๑)

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๑) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๑) กว่าที่เราจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น ต้องใช้เวลาแสนยาวนาน ต้องเป็นผู้มีบุญบารมีมากพอที่จะมาเกิดเป็นมนุษย์ เมื่อเกิดแล้วก็ใช่ว่าจะดำรงอยู่อย่างสะดวกสบาย ส่วนใหญ่มักประสบกับอุปสรรค หรือความไม่ปลอดภัยทั้งจากภัยต่างๆ ในชีวิตและภัยในสังสารวัฏ หากประมาทพลาดพลั้งไปสร้างบาปอกุศล ก็จะเป็นผลให้ตกไปสู่ภพภูมิที่ทุกข์ทรมาน ต่อเมื่อได้พบเจอกัลยาณมิตร จากชีวิตที่เคยดำเนินผิดพลาดก็จะมีโอกาสหวนมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องดีงามได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสสอนภิกษุทั้งหลายใน อัญญตรสูตร ความว่า “ดูก่อนเธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย สัตว์ที่กลับมาเกิดในหมู่มนุษย์มีน้อย เหมือนฝุ่นในเล็บมือของเรา โดยที่แท้สัตว์ที่พากันไปเกิดเป็นอย่างอื่นนอกจากมนุษย์มีมาก เหมือนฝุ่นในพื้นปฐพีใหญ่“ เกิดมาเป็นมนุษย์ต้องรู้ว่า ชีวิตต้องการอะไร และอะไรคือเป้าหมายของชีวิต หากสงสัยในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ต้องพิสูจน์ด้วยพุทธวิธี เพราะถึงจะค้นคว้าด้วยวิธีใดๆ ในโลก ก็ไม่สามารถไปรู้ไปเห็นได้ นอกจากจะต้องหยุดใจให้ได้ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถพิสูจน์สิ่งเหล่านี้ได้ เช่นเดียวกับพระราชาผู้เป็นนักทดลองในอดีตพระนามว่า พระเจ้าปายาสิ พระองค์ทรงเป็นนักปกครองที่เก่งมาก และเป็นผู้ที่ชอบแสวงหาความรู้ และคำตอบด้วยตนเอง สิ่งที่สงสัยในใจเสมอมา คือมนุษย์ตายแล้วไปไหน หลังจากที่ทรงเที่ยวถามสมณชีพราหมณ์ไปจนทั่วแล้ว ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ ในที่สุดพระองค์ตัดสินพระทัยค้นคว้าทดลองเอง แล้วตัดสินเองว่า “โลกหน้าไม่มี ตายแล้วสูญ ผลวิบากกรรมที่สัตว์ทำดีหรือทำชั่วไม่มี” เมื่อตัดสินเช่นนี้แล้ว ภูมิใจมาก โดยไม่รู้ว่า พระองค์กำลังยืนอยู่บนเส้นทางของความผิดพลาดที่ใหญ่หลวง * วันหนึ่งพระเจ้าปายาสิรู้ว่า พราหมณ์และคฤหบดีชาวเมืองมากมายต่างพากันเข้าไปฟังธรรมของ …

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๑) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๑) Read More »

พุทธพยากรณ์ ๒ (ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล)

พุทธพยากรณ์ ๒ (ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล) มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาความสุข ความอบอุ่นใจ และความปลอดภัยในชีวิต ทุกคนจึงพยายามเสาะแสวงหาที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงกัน แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า ที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงนั้นคือสิ่งใด อยู่ที่ตรงไหน จะเข้าถึงได้ด้วยวิธีการใด หากทุกคนในโลกได้รู้จักที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดว่า คือพระรัตนตรัย และมีโอกาสได้ประพฤติปฏิบัติธรรม จนกระทั่งกาย วาจา ใจสะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส ตั้งมั่นอยู่ในศูนย์กลางกาย เต็มเปี่ยมไปด้วยสติและปัญญาบริสุทธิ์เช่นนี้แล้ว ชีวิตของทุกคนจะเจริญรุ่งเรือง และปลอดภัยทั้งในโลกนี้ และโลกหน้าอย่างแน่นอน มีวาระพระบาลีใน ขุททกนิกาย อปทาน ว่า “ยถา นิกฺขนฺตสยนสฺส สีหสฺส นทนํ ธุวํ ตเถว พุทฺธเสฏฺฐานํ วจนํ ธุวสสฺสตํ พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ย่อมเที่ยงแท้แน่นอน เปรียบเสมือนราชสีห์เมื่อลุกจากที่นอน ต้องบันลือสีหนาท” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นบุรุษเอกของโลก พระพุทธองค์ตรัสอย่างไรก็ทรงทำอย่างนั้น ไม่ว่าจะทรงทำนาย หรือที่เรียกว่าพุทธพยากรณ์อย่างไร เรื่องนั้นย่อมเป็นจริงทุกครั้ง เพราะถ้อยคำที่พระพุทธองค์ตรัสนั้น เป็นถ้อยคำที่พิจารณาและกลั่นกรองดีแล้วด้วยพุทธญาณอันบริสุทธิ์ เป็นความรู้จริงที่เกิดจากการรู้แจ้ง เห็นแจ้งภายใน เพราะพระองค์ทรงบรรลุกายธรรมอรหัต หมดจดจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย เมื่อไม่มีความมืด คือ อวิชชามาบดบังดวงปัญญาของพระพุทธองค์ จึงมีแต่ความสว่างไสวภายใน ทรงปรารถนารู้เรื่องใดก็รู้เห็นหมด …

พุทธพยากรณ์ ๒ (ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล) Read More »

พุทธพยากรณ์ ๑ (ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล ข้อที่ ๑ – ๔)

พุทธพยากรณ์ ๑ (ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล ข้อที่ ๑ – ๔) ทางลัดที่สุดที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ คือ การฝึกฝนใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่งควบคู่ไปกับการสั่งสมบุญบารมีในทุกรูปแบบ ถ้ามีความบริสุทธิ์มากบุญกุศลย่อมเกิดขึ้นมาก ถ้ามีความบริสุทธิ์น้อยบุญกุศลก็ลดหย่อนลงไป ความบริสุทธิ์เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรม ความสุขและความบริสุทธิ์นี้สั่งสมได้ด้วยการหมั่นเจริญภาวนาทุกๆ วัน พระบรมศาสดาของเราทรงดำรงตนเป็นแบบอย่างในการสร้างบารมีให้ชาวโลกได้ดำเนินตาม ดังนั้นเราจึงควรหมั่นเจริญสมาธิภาวนา เพื่อให้ชีวิตของเราเข้าถึงความสุขและความบริสุทธิ์ที่แท้จริง มีสุภาษิตที่สุเมธดาบสโพธิสัตว์ ได้กล่าวชื่นชมพระพุทธเจ้าไว้ว่า “อเทฺวชฺฌวจนา พุทฺธา อโมฆวจนา ชินา วิตถํ นตฺถิ พุทฺธานํ ธุวํ พุทฺโธ ภวามิหํ ยถา ขิตฺตํ นเภ เลณฺฑํ ธุวํ ปตติ ภูมิยํ พระพุทธชินเจ้ามีพระวาจาไม่เป็นสอง มีพระวาจาไม่เปล่าประโยชน์ พระพุทธเจ้าไม่ตรัสคำไม่จริง เราจักได้เป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน เปรียบเหมือนก้อนดินที่โยนขึ้นไปบนอากาศ ย่อมตกลงมาสู่พื้นดินอย่างแน่นอน ” การทำนายของพระผู้มีพระภาคเจ้า เรียกว่า พุทธพยากรณ์ เป็นการทำนายที่เกิดจากการรู้แจ้งเห็นจริง เป็นการเห็นด้วยญาณทัสสนะที่บริสุทธิ์ของธรรมกาย ไม่ใช่เกิดจากการนึกคิด ด้นเดา หรือเลียบเคียงจากตำราที่หมอดูทั่วไปทำนายกัน ซึ่งอาจทายถูกบ้างผิดบ้าง …

พุทธพยากรณ์ ๑ (ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล ข้อที่ ๑ – ๔) Read More »

มหาสุบินของพระพุทธเจ้า (ความฝันขณะเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ)

มหาสุบินของพระพุทธเจ้า (ความฝัน) การฝึกฝนอบรมใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่ง หมั่นน้อมนำใจเข้าไปหยุดอยู่ที่ต้นแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ คือ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จนกระทั่งพบพระธรรมกายภายใน กาย วาจา ใจของเราจะถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของรอบตัวเรา จะพลอยได้รับพลังมวลแห่งความบริสุทธิ์จากตัวเรา เหมือนกลิ่นหอมของบุปผาที่ฟุ้งขจรขจายไปในบรรยากาศ ย่อมเป็นที่ปรารถนา ที่ชื่นใจของคนทั้งมวล ผู้มีธรรมะเป็นอาภรณ์จะเป็นที่รักของมนุษย์ และเทวาทั้งหลาย ดังนั้นธรรมะจึงเป็นอาภรณ์ประดับกาย วาจา ใจที่อมตะมั่นคงที่สุด ที่จะติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติ ให้หมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมกัน เราจะได้เป็นผู้มีธรรมะเป็นอาภรณ์ สมบัติอันล้ำค่านี้กันทุกคน พระบรมศาสดาได้ตรัสอานิสงส์ของการนอนหลับอย่างมีสติ ไว้ในพระวินัยปิฎกว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุที่นอนหลับ มีสติตั้งมั่น รู้สึกตัวอยู่ ย่อมหลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย หรือหากฝันก็ฝันแต่เรื่องที่เป็นสิริมงคล เทวดาจะลงปกปักรักษา” การนอนหลับในทางการแพทย์ ถือว่าเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด ที่จะทำให้สุขภาพร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า อวัยวะทุกส่วนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ตั้งแต่สมองเรื่อยไปถึงประสาททั้งห้าจะหยุดทำงานชั่วคราว เหมือนรถยนต์หรือเครื่องจักรที่ใช้งานไปได้ระดับหนึ่งก็ต้องพักเครื่อง เพื่อฟื้นคืนสภาพหรือซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ จะได้ยืดเวลาการใช้งานออกไปได้นานๆ ร่างกายนี้จำเป็นต้องได้รับการพักผ่อนเช่นเดียวกัน เพราะถ้าไม่ได้หยุดพัก ไม่ช้าระบบต่างๆ ภายในร่างกายจะรวน ทำให้ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ เพราะฉะนั้น เราจำเป็นต้องรู้จักรักษาสุขภาพ เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ได้มากที่สุด …

มหาสุบินของพระพุทธเจ้า (ความฝันขณะเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ) Read More »