krirk

อาจิณณกรรม (พระเจ้าทุฏฐคามณีอภัยแห่งเกาะลังกาถวายทานยามยากแด่พระเถระ)

อาจิณณกรรม (พระเจ้าทุฏฐคามณีอภัยแห่งเกาะลังกาถวายทานยามยากแด่พระเถระ) ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลายในสังสารวัฏ เป็นชีวิตที่เสี่ยงต่อภัยร้ายที่คอยคุกคามเราอยู่ตลอดเวลา หากผู้ใดรู้จักใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าด้วยการสร้างบุญบารมีทุกรูปแบบ ก็จะมีบุญเป็นกำไรชีวิต เพราะบุญเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าอัญมณีใดๆในโลก บุญใสๆ เท่านั้นที่ติดอยู่ตรงศูนย์กลางกายของทุกๆคน จะคอยส่งผลดีงามให้กับชีวิตของเรา และกีดกันขัดขวางบาปศักดิ์สิทธิ์และสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายให้ห่างากตัวเรา ยิ่งเรามีความบริสุทธิ์มาก บุญก็ยิ่งจะส่งผลได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย อุปสรรคต่างๆ ก็จะมลายหายสูญ เพราะฉะนั้นทุกท่านต้องหมั่นรักษาใจให้ผ่องใสอยู่ในกลางกายให้ได้ตลอดเวลา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย มหาวรรค ว่า “ผลานมิว ปกฺกานํ ปาโต ปตนโต ภยํ เอวํ ชาตาน มจฺจานํ นิจฺจํ มรณโต ภยํ ภัยของสัตว์ผู้เกิดมาแล้ว ย่อมมีเพราะต้องตายแน่นอน เหมือนภัยของผลไม้สุก ย่อมมีเพราะต้องหล่นในยามเช้าฉะนั้น” การเกิดมาเป็นมนุษย์ เราทุกคนคงจะพอมองเห็นภัยในปัจจุบันนี้ ที่เกิดมาจากบาปอกุศลที่เราทำลงไป แล้วไม่สามารถจะหลีกหนีพ้นผลของกรรมนั้นได้ ตราบใดที่ยังไม่หมดสิ้นกิเลส อาสวกิเลสบังคับให้เราสร้างกรรม แล้วผลของกรรมคือวิบากที่เราจะต้องได้รับ หากเป็นกรรมดีก็มีวิบากที่ดี หากเป็นกรรมชั่วก็มีวิบากที่ไม่ดี ที่ผ่านมาเราคงพอจะเข้าใจถึงการให้ผลตามลำดับของกรรมในสังสารวัฏ ตั้งแต่ครุกรรมหรือกรรมหนักที่ให้ผลเป็นอันดับแรก รองลงมาก็เป็นอาสันนกรรม คือกรรมที่ทำในเวลาที่ใกล้จะตาย แต่ยังมีกรรมอีกชนิดหนึ่ง ที่คอยให้ผลเป็นลำดับถัดมารองจากกรรมทั้งสอง หากว่าเราไม่ได้ทำ ครุกรรม และ อาสันนกรรม …

อาจิณณกรรม (พระเจ้าทุฏฐคามณีอภัยแห่งเกาะลังกาถวายทานยามยากแด่พระเถระ) Read More »

นิยามหรือผังของสรรพสิ่ง (กรรมนิยาม พีชนิยาม อุตุนิยาม จิตนิยาม ธรรมนิยาม)

นิยามหรือผังของสรรพสิ่ง (กรรมนิยาม พีชนิยาม อุตุนิยาม จิตนิยาม ธรรมนิยาม) สรรพสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม ตัวของเรา บุคคลอื่น หรือสรรพสัตว์ทั้งหลาย ต่างอยู่บนพื้นฐานของความจริงทั้งสิ้น คือ มีความไม่เที่ยง แปรปรวน เปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมทุกวินาที และสูญสลายในที่สุด เพราะฉะนั้น เราควรแสวงหาสิ่งที่เที่ยงแท้แน่นอน นำความสุขและความบริสุทธิ์มาให้ ด้วยการปฏิบัติธรรมในหนทางสายกลาง ซึ่งเป็นเอกายนมรรค ทางเอกสายเดียวที่มุ่งตรงต่อพระนิพพาน มีวาระพระบาลีที่พระบรมศาสดาตรัสไว้ใน อุปปาทสูตร ความว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไม่ว่าพระตถาคตทั้งหลาย จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ตาม ธาตุคือสิ่งที่ทรงตนเองอยู่ได้เอง ความตั้งอยู่โดยธรรมดา ความแน่นอนโดยธรรมดาอันนั้น ตถาคตตรัสรู้ บรรลุธาตุนั้นว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ครั้นได้ตรัสรู้แล้ว ได้หยั่งรู้แล้ว จึงบอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้ตื้นว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา” นิยาม แปลว่า การกำหนดหรือแบบที่แน่นอนลงตัว ทำนองเดียวกับ คำว่า ผังสำเร็จ …

นิยามหรือผังของสรรพสิ่ง (กรรมนิยาม พีชนิยาม อุตุนิยาม จิตนิยาม ธรรมนิยาม) Read More »

วิธีเอาชนะข้อกล่าวหา (เดียรถีย์ใช้นางสุนทรี ทำให้ผู้คนคลางแคลงในพระบรมศาสดา)

วิธีเอาชนะข้อกล่าวหา (เดียรถีย์ใช้นางสุนทรี ทำให้ผู้คนคลางแคลงในพระบรมศาสดา) การสั่งสมบุญบารมี เป็นเป้าหมายหลักของการเกิดมาชาตินี้ อุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องพบเจอ เป็นเรื่องเดิมๆ ที่พระบรมโพธิสัตว์ หรือนักสร้างบารมีในกาลก่อนได้เอาชนะมาแล้ว การแก้ปัญหาที่ดีที่สุด จะต้องแก้ด้วยใจที่สงบ หยุดนิ่ง เพราะใจที่หยุดนิ่งจะเกิดดวงปัญญา ทำให้เราเห็นถึงที่มาของปัญหา และสามารถแก้ไขได้อย่างถูกต้อง การทำใจให้หยุดนิ่ง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรทำควบคู่กันไปกับการทำภารกิจในชีวิตประจำวัน เมื่อเราทำได้ จะทำให้ชีวิตของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มูลปริยายสูตร ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เอกบุรุษ เมื่ออุบัติขึ้นในโลก ย่อมอุบัติขึ้นเพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชน เพื่ออนุเคราะห์แก่ชาวโลก เพื่อประโยชน์สุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บุคคลนั้นคือ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า” เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลก ประโยชน์อันยิ่งใหญ่ย่อมบังเกิดขึ้นแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรม มีความงดงามไพเราะทั้งเบื้องต้น ท่ามกลางและเบื้องปลาย เปรียบประดุจบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด ชี้ทางแก่คนหลงทาง และตามประทีปในที่มืดแก่บุคคลผู้อยากเห็นรูป ฉะนั้น บุคคลผู้ได้ลิ้มรสแห่งอมตธรรมนั้นแล้ว เปรียบดังบุรุษผู้ก้าวย่างลงสู่ท่าน้ำที่สะอาด ได้อาบดื่มกินด้วยความเกษมสำราญ ธรรมดาดวงจันทร์ในคืนวันเพ็ญปราศจากมลทิน โคจรไปในอากาศ ย่อมสว่างกว่าหมู่ดาวบนท้องฟ้าด้วยกำลังแห่งรัศมี ฉันใด พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อทรงอุบัติขึ้น ย่อมรุ่งโรจน์กว่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ฉันนั้น ความอัศจรรย์แห่งพระสัทธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงนั้น ทำให้ลบล้างความเห็นผิด ความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ไม่เป็นสาระของผู้ไม่รู้ แต่ก็มีเจ้าลัทธิคณาจารย์มากมายที่ยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ …

วิธีเอาชนะข้อกล่าวหา (เดียรถีย์ใช้นางสุนทรี ทำให้ผู้คนคลางแคลงในพระบรมศาสดา) Read More »

วิธีแบ่งแยกบุคคล (เรื่องพราหมณ์ส่งอัสสลายนมาณพไปโต้วาทะกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า)

วิธีแบ่งแยกบุคคล (เรื่องพราหมณ์ส่งอัสสลายนมาณพไปโต้วาทะกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) การศึกษาวิชชาความรู้ในทางธรรม เป็นกรณียกิจที่ควรทำไปควบคู่กับภารกิจในชีวิตประจำวัน เพราะคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิต เป็นความรู้ที่ทำให้พ้นทุกข์ เพราะเป็นปัญญาบริสุทธิ์ที่เกิดจากใจหยุดนิ่ง ไม่ใช่เกิดจากการนึกคิดด้นเดา แต่เป็นความรู้ที่เกิดจากการรู้แจ้งเห็นจริงในทุกสิ่ง ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ควรศึกษาอย่างยิ่ง เพราะยิ่งศึกษาก็ยิ่งรู้แจ้ง ยิ่งรู้แจ้งก็ยิ่งอยากทำตนให้บริสุทธิ์ จะได้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะจากพญามาร ซึ่งการศึกษาธรรมะจะให้ซาบซึ้ง และเห็นถูกต้องร่องรอยตรงไปตามความเป็นจริงนั้น ต้องอาศัยใจที่หยุดนิ่งที่เกิดจากการเจริญสมาธิภาวนา ก็จะทำให้ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งความสุข และความบริสุทธิ์ไปพร้อมๆ กัน มีวาระพระบาลีใน อังคุตตรนิกาย ขุททกนิบาต ว่า “น ชจฺจา วสโล โหติ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ กมฺมุนา วสโล โหติ กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ บุคคลไม่ได้เป็นคนเลวเพราะชาติ ไม่ได้เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติกำเนิด แต่เป็นคนเลวทรามเพราะกรรม เป็นผู้ประเสริฐก็เพราะกรรมเท่านั้น” กรรมเป็นเครื่องจำแนกสัตวโลกให้แตกต่างกัน การแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ เป็นเรื่องที่มนุษย์คิด และแบ่งแยกกันขึ้นมาเอง แต่การกระทำความดีหรือความชั่วนั้น เป็นตัวแบ่งแยกอยู่แล้ว บางคนอยู่กับหมู่คณะที่มีแต่คนดี แต่หากไม่รักในการฝึกฝนตนก็อาจเป็นคนพาลได้ ดังนั้น พฤติกรรมหรือการกระทำจึงเป็นตัวแบ่งแยกที่สำคัญ บางคนเกิดในสังคมที่ด้อยโอกาส …

วิธีแบ่งแยกบุคคล (เรื่องพราหมณ์ส่งอัสสลายนมาณพไปโต้วาทะกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) Read More »

วิธีทำตนให้คนอื่นรัก (เด็กๆ ถวายขนมแก่พระมหากัสสปเถระ)

วิธีทำตนให้คนอื่นรัก (เด็กๆ ถวายขนมแก่พระมหากัสสปเถระ) การประพฤติปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับตัวเราเองและมวลมนุษยชาติ หากผู้ใดรู้วิธีการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้องสมบูรณ์ และมีความเพียรอย่างสม่ำเสมอ คุณธรรมที่ดีงามต่างๆ จะเพิ่มพูนขึ้นในใจ บุคคลนั้นจะเป็นผู้มีธรรมะเป็นอาภรณ์ เป็นที่รักของมนุษย์และเทวาทั้งหลาย อีกทั้งเป็นบุคคลผู้ทรงคุณค่า ธรรมะจะเป็นที่พึ่งของเราได้ตลอดเวลา แม้คนอื่นก็เคารพเลื่อมใส ดังนั้น ธรรมะจึงเป็นอาภรณ์ประดับกายที่อมตะมั่นคงที่สุด ที่จะติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติ ขอให้หมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมกันให้ดี เราจะได้เป็นเจ้าของสมบัติอันล้ำค่านี้กันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน คาถาธรรมบท ว่า “สีลทสฺสนสมฺปนฺนํ ธมฺมฏฺฐํ สจฺจวาทินํ อตฺตโน กมฺมกุพฺพานํ ตํ ชโน กุรุเต ปิยํ ชนย่อมกระทำบุคคล ผู้สมบูรณ์ด้วยศีลและทัสสนะ ผู้ตั้งอยู่ในธรรม ผู้พูดคำจริงเป็นปกติ ผู้ทำงานอันเป็นหน้าที่ของตน ให้เป็นที่รัก” คนที่จะเป็นที่รัก หรือต้องการให้บุคคลอื่นรักและเคารพด้วยความจริงใจนั้น ต้องมีคุณธรรมอย่างน้อย ๕ ประการข้างต้น คือ ต้องมีศีล มีญาณทัสสนะ ตั้งอยู่ในธรรม พูดคำสัตย์จริงเป็นปกติ และทำงานที่เป็นหน้าที่ของตน คำว่าศีลนั้นโดยความหมาย คือ ภาวะความเป็นปกติของมนุษย์ทุกคน ผู้มีศีล คือ ผู้ที่ประพฤติสุจริตทางกายและวาจา อย่างน้อยต้องเป็นผู้มีศีล …

วิธีทำตนให้คนอื่นรัก (เด็กๆ ถวายขนมแก่พระมหากัสสปเถระ) Read More »

วิธีแก้กิเลสในตัว (กุสลา ธัมมา อกุสลา ธัมมา และอัพยากตา ธัมมา อยู่ในตัวของเรา)

วิธีแก้กิเลสในตัว (กุสลา ธัมมา อกุสลา ธัมมา และอัพยากตา ธัมมา อยู่ในตัวของเรา) ตราบใดที่มนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ยังไม่หลุดพ้นจากอาสวกิเลส เสบียงในการเดินทางไกลในสังสารวัฏ คือ บุญกุศลนี้ ก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การสั่งสมบุญทำได้ในทุกที่ ทุกโอกาส ทุกเวลานาที ขอเพียงให้เห็นคุณค่าของบุญ แล้วทุ่มเทสร้างความดีอย่างเต็มที่เต็มกำลังความสามารถ สักวันหนึ่งเมื่อบุญบารมีเต็มเปี่ยม ย่อมถึงเป้าหมายปลายทางได้อย่างแน่นอน ได้เสวยเอกันตบรมสุขที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายต่างได้เข้าถึง ถ้าเรารักบุญจริง ต้องทำบุญบ่อยๆ ทำแล้วก็ให้นึกถึงบ่อยๆ บุญนั้นจะได้ตามอำนวยสุขให้เราอย่างต่อเนื่อง เกิดกี่ภพกี่ชาติจะได้ประสบแต่ความสุข และความสำเร็จตลอดไป ยิ่งกว่านั้นบุญสำคัญที่จะขาดมิได้ก็คือ บุญจากการเจริญสมาธิภาวนา เป็นบุญละเอียดที่จะช่วยกลั่นกาย วาจา ใจของเรา ให้สะอาดบริสุทธิ์ เป็นเหตุให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวง * มีวาระพระบาลีใน พระอภิธรรมปิฎก ว่า “กุสลา ธมฺมา ธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศล ให้ผลเป็นความสุข อกุสลา ธมฺมา ธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศล ให้ผลเป็นความทุกข์ อพฺยากตา ธมฺมา ธรรมทั้งหลายที่เป็นอัพยากตา ให้ผลเป็นกลางๆ ไม่สุขไม่ทุกข์” พุทธพจน์ที่ได้ยกขึ้นมานี้ เมื่อได้ยินได้ฟังแล้ว ทุกท่านคงจะรู้สึกคุ้นหู …

วิธีแก้กิเลสในตัว (กุสลา ธัมมา อกุสลา ธัมมา และอัพยากตา ธัมมา อยู่ในตัวของเรา) Read More »

วิธีทำบุญให้ถูกหลักวิชชา (ญาติของนายเสมียนกว่าจะพ้นจากอัตภาพเปรต)

วิธีทำบุญให้ถูกหลักวิชชา (ญาติของนายเสมียนกว่าจะพ้นจากอัตภาพเปรต) จุดประสงค์ของชีวิต คือ เกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง มิใช่เพื่อมาทำอย่างอื่น ใครทำความดีก็มีความสุขเป็นผลทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ส่วนผู้ที่ทำบาปอกุศลไว้ ย่อมได้รับผลกรรม เสวยวิบากกรรมทุกข์ทรมาน บุญกุศลที่ทำไว้ไม่ได้หนีหายไปไหน จะติดตามตัวเราไปเหมือนเงาตามตัว บาปกรรมที่ทำไว้เปรียบเสมือนล้อเกวียน ที่หมุนตามบดขยี้รอยเท้าโค ไม่มีผู้ใดหลีกพ้นบาปกรรมที่ทำไว้ได้ พระพุทธองค์จึงทรงสอนให้ละชั่ว และทำความดีด้วยกายวาจาใจ อีกทั้งทำจิตให้ผ่องใสอยู่เสมอ ให้ใจใสสะอาดบริสุทธิ์ จะได้พบที่พึ่งที่ระลึกภายใน คือ พระรัตนตรัย นั่นเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ติโรกุฑฑสูตร ความว่า “อทาสิ เม อกาสิ เม ญาติ มิตฺตา สขา จ เม เปตานํ ทกฺขิณํ ทชฺชา ปุพฺเพ กตมนุสฺสรํ กุลบุตรเมื่อหวนระลึกถึงอุปการคุณที่ท่านทำแล้วในกาลก่อนว่า คนโน้นได้ให้สิ่งของแก่เราแล้ว คนโน้นได้ทำอุปการคุณแก่เราแล้ว ญาติมิตร และสหายได้ให้สิ่งของแก่เรา และได้ช่วยทำกิจของเรา ดังนี้ พึงให้ทักษิณาทานแก่เปรตทั้งหลาย” ทักษิณาทาน หมายถึง การทำบุญด้วยวัตถุสิ่งของแด่ภิกษุสงฆ์ แล้วอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแก่หมู่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้วายชนม์ต้องการมากที่สุด เพราะบุญนั้นจะตามส่งผลให้หมู่ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว แม้ตกไปในอบาย …

วิธีทำบุญให้ถูกหลักวิชชา (ญาติของนายเสมียนกว่าจะพ้นจากอัตภาพเปรต) Read More »

วิธีตอบแทนคุณของญาติโยมอย่างอริยะ (ชายเข็ญใจเป็นแรงบันดาลใจให้พระเถระ พระอรหันต์เถระตอบแทนคุณอย่างอริยะ)

วิธีตอบแทนคุณของญาติโยมอย่างอริยะ (ชายเข็ญใจเป็นแรงบันดาลใจให้พระเถระ พระอรหันต์เถระตอบแทนคุณอย่างอริยะ) เวลาในโลกมนุษย์ช่างแสนสั้น เดี๋ยววันเดี๋ยวคืน เดี๋ยวก็หมดเวลาแล้ว จากวัยเด็กก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาว และไม่นานก็ก้าวเข้าสู่วัยกลางคน และวัยชราตามลำดับ ต้องนับเวลาถอยหลังกันแล้ว แม้ช่วงชีวิตของมนุษย์จะเป็นระยะเวลาที่แสนสั้น แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าและสำคัญที่สุด ที่เราจะได้สั่งสมบุญกุศลให้ได้มากที่สุด เพราะชีวิตหลังความตายยาวนานกว่าในโลกมนุษย์นี้มาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างบารมีเพื่อจะได้มีสุคติภูมิเป็นที่ไป โดยเฉพาะการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกภายใน จะทำให้เราเกิดความมั่นใจในการเดินทางสู่สัมปรายภพ เพราะพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันอบอุ่นและปลอดภัยที่สุด ที่จะนำเราไปสู่สุคติได้ทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะหมดกิเลสเข้าสู่นิพพานกันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน วุฎฐิสูตร ความว่า “พีชํ อุปฺปตตํ เสฏฺฐํ วุฏฺฐิ นิปตตํ วรา คาโว ปวชมานานํ ปุตฺโต ปวทตํ วโรติ วิชฺชา อุปฺปตตํ เสฏฺฐา อวิชฺชา นิปตตํ วรา สงฺโฆ ปวชมานานํ พุทฺโธ ปวทตํ วโร บรรดาสิ่งที่งอกขึ้น ข้าวกล้าเป็นสิ่งประเสริฐ บรรดาสิ่งที่ตกไป ฝนเป็นสิ่งประเสริฐ บรรดาสิ่งที่เดินด้วยเท้า เหล่าโคเป็นสัตว์ประเสริฐ บรรดาผู้แถลงคารม บุตรเป็นผู้ประเสริฐ บรรดาสิ่งที่งอกขึ้นมา ความรู้เป็นสิ่งประเสริฐ …

วิธีตอบแทนคุณของญาติโยมอย่างอริยะ (ชายเข็ญใจเป็นแรงบันดาลใจให้พระเถระ พระอรหันต์เถระตอบแทนคุณอย่างอริยะ) Read More »

วิธีเริ่มต้นปีใหม่ตามหลักพุทธวิธี (ควรตรึกระลึกนึกถึงว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จอุบัติขึ้นเพื่อสันติสุขของมวลมนุษยชาติ ระลึกถึงการสร้างบารมี มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์)

วิธีเริ่มต้นปีใหม่ตามหลักพุทธวิธี (ควรตรึกระลึกนึกถึงว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จอุบัติขึ้นเพื่อสันติสุขของมวลมนุษยชาติ ระลึกถึงการสร้างบารมี มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์) ความเมตตาปรารถนาดีต่อเพื่อนร่วมโลก เป็นทางมาแห่งสันติภาพอัน ไพบูลย์ เป็นคุณธรรมพื้นฐานที่จะทำให้มนุษยชาติอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่มีการแก่งแย่งรบรา ฆ่าฟันกัน อย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ เมตตาธรรมจะช่วยค้ำจุนโลก เปลี่ยนแปลงกระแสโลกที่กำลัง ร้อนแรงด้วยไฟกิเลส เป็นกระแสแห่งความสงบสุขร่มเย็นที่เกิดจากใจที่ใสบริสุทธิ์ รุกเงียบไปใน บรรยากาศ มวลมนุษยชาติจะปรองดองกัน มีสมบัติสิ่งของเครื่องใช้ ที่พอจะแบ่งปันกันได้ ก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยถือว่า สมบัติทั้งหลายเป็นของกลางของ โลก โลกทั้งโลกคือบ้านหลังใหญ่ ที่มีสมาชิกในบ้านมากมาย ซึ่งต่างเป็นหมู่ญาติ เพื่อนพ้อง พี่น้องกัน ต่างยังต้องเดินทางไกลในสังสารวัฏ ไปสู่ฝั่งแห่งพระนิพพาน มีวาระพระบาลีใน อนนุโสจิยชาดก ความว่า “น เหว ติฏฺฐํ นาสีนํ น สยานํ น ปตฺถคุ ํ ยาวุปฺปตฺติ นิมิสฺสติ ตตฺราปิ สรต ี วโย สัตว์โลกที่กำลังยืน นั่ง หรือเดิน อายุสังขารหาได้เป็นไปตามด้วยไม่ แม้วัยก็เสื่อมลงไปทุกขณะที่หลับตาและลืมตา” …

วิธีเริ่มต้นปีใหม่ตามหลักพุทธวิธี (ควรตรึกระลึกนึกถึงว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จอุบัติขึ้นเพื่อสันติสุขของมวลมนุษยชาติ ระลึกถึงการสร้างบารมี มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์) Read More »

วิธีการดำเนินชีวิตแบบอริยะ (อนาถบิณฑิกเศรษฐีทูลถามวิธีการดำรงชีวิตในเพศฆราวาสของอริยสาวก)

วิธีการดำเนินชีวิตแบบอริยะ (อนาถบิณฑิกเศรษฐีทูลถามวิธีการดำรงชีวิตในเพศฆราวาสของอริยสาวก) การสร้างบารมีเพื่อมุ่งไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยกำลังบุญบารมีที่มากเป็นพิเศษ และต้องปฏิบัติธรรมไปพร้อมๆ กัน ทำกันไปเป็นทีม โดยไม่มีใครน้อยหน้า ไม่มีใครล้ำหน้า แต่ว่าไปกันพร้อมหน้าเท่าเทียมทันกันทั้งหมด ทุกคนต้องสวมหัวใจของพระบรมโพธิสัตว์ มุ่งสร้างบารมี อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนา ทำหน้าที่ของยอดนักสร้างบารมีอย่างเต็มที่ เพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ของตนเอง และเป็นแสงสว่างส่องประทีปแห่งธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปสู่ดวงใจของมวลมนุษยชาติ การฝึกฝนอบรมตนให้สมบูรณ์พร้อมในทุกด้าน เพื่อเป็นต้นบุญต้นแบบให้กับชาวโลก เป็นสิ่งสำคัญของการดำรงตนเป็นผู้นำแห่งสันติภาพ โดยเฉพาะการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระธรรมกาย จะเป็นนิมิตหมายว่า สันติสุขที่แท้จริงจะบังเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน มีวาระพระบาลีอยู่ใน อาทิยสูตร ความว่า “นรชนเมื่อคำนึงถึงเหตุนี้ว่า เราได้ใช้จ่ายโภคทรัพย์เลี้ยงตนแล้ว ได้ใช้จ่ายโภคทรัพย์เลี้ยงคนที่ควรเลี้ยงแล้ว ได้ผ่านพ้นภัยที่เกิดขึ้นแล้ว ได้ให้ทักษิณาอันมีผลอันเลิศแล้ว ได้ทำพลีกรรม ๕ ประการแล้ว และได้บำรุงท่านผู้มีศีล สำรวมอินทรีย์ ประพฤติพรหมจรรย์แล้ว บัณฑิตผู้อยู่ครองเรือน พึงปรารถนาโภคทรัพย์เพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นเราก็ได้บรรลุแล้ว เราได้ทำสิ่งที่ไม่ต้องเดือดร้อนแล้ว ชื่อว่าเป็นผู้ดำรงอยู่ในธรรมของพระอริยเจ้า” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสพระธรรมเทศนานี้ไว้ เพื่อเป็นหลักในการครองเรือนของฆราวาส ผู้ที่ยังไม่ได้บรรลุธรรมถึงขั้นเป็นพระอนาคามี หากยังจำเป็นต้องอยู่ครองเรือน จะต้องประพฤติตนอย่างไร จึงจะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างถูกต้อง ถูกธรรมเนียมของพระอริยเจ้า เพราะบางท่านยังไม่สามารถออกบวชเป็นบรรพชิตได้ ยังมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ เช่น ช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน หรือแต่งงานมีครอบครัวแล้ว มีพันธนาการของชีวิตที่ทำให้ออกบวชไม่ได้ …

วิธีการดำเนินชีวิตแบบอริยะ (อนาถบิณฑิกเศรษฐีทูลถามวิธีการดำรงชีวิตในเพศฆราวาสของอริยสาวก) Read More »

ศรัทธาพาพ้นทุกข์ (รัฐบาลกุมารอดอาหาร ๗ วัน จนพ่อแม่ยอมให้บวช)

ศรัทธาพาพ้นทุกข์ (รัฐบาลกุมารอดอาหาร ๗ วัน จนพ่อแม่ยอมให้บวช) สรรพสัตว์ที่เกิดมาแล้ว ล้วนบ่ายหน้าไปสู่ความตาย ความตายนั้นติดตัวเรามาพร้อมๆ กับการลืมตาขึ้นมาดูโลก เหมือนดอกเห็ดที่ผุดขึ้นมาพร้อมกับดินฉะนั้น บัณฑิตนักปราชญ์ผู้มีปัญญา มองเห็นว่า ความตายไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว เป็นเพียงแต่การย้ายที่อยู่อาศัย ไปสู่ภพภูมิที่เหมาะสมกับบุญบารมี หรือบาปอกุศลที่ทำไว้เท่านั้น ผู้มีบุญมากก็ย้ายไปอยู่ในสุคติโลกสวรรค์ ผู้มีบาปมากก็ต้องไปอยู่ในอบายภูมิ หากเราไม่ประสงค์ความตายหรือกลับมาเกิดอีก ต้องหมั่นฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งไม่ถอนถอย จนกระทั่งถึงกายธรรมอรหัต สามารถขจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปได้ เมื่อทำได้เช่นนี้ เราย่อมไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป มีวาระแห่งภาษิตใน รัฐปาลเถราปทาน ความว่า “บุคคลจะอายุยืนเพราะทรัพย์ก็หาไม่ จะละความแก่ไปเพราะทรัพย์ก็หาไม่ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวชีวิตว่าเป็นของน้อย ไม่ยั่งยืน มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา คนพาลถูกอารมณ์ที่ไม่พอใจเบียดเบียน ย่อมอยู่เป็นทุกข์เพราะความเป็นพาล ส่วนนักปราชญ์ถูกผัสสะถูกต้องแล้วย่อมไม่หวั่นไหว ปัญญาจัดว่าประเสริฐกว่าทรัพย์ เพราะปัญญาเป็นเหตุให้บรรลุพระนิพพาน แต่คนพาลไม่ปรารถนาจะบรรลุ พากันทำความชั่วต่างๆ วนเวียนอยู่ในภพน้อยภพใหญ่เพราะความหลง ผู้ใดทำความชั่วเพราะความหลง ผู้นั้นจะต้องเวียนตายเวียนเกิดอยู่ในวัฏสงสารร่ำไป” ความประมาททำให้มนุษย์ต้องพบกับความทุกข์ระทม ยิ่งพลั้งพลาดไปทำความชั่วเพราะความหลง ไปสร้างกรรมที่เป็นบาปอกุศล ย่อมมีวิบาก คือ ผลของกรรมที่นำไปสู่ในภพภูมิที่รองรับอกุศลกรรมที่ได้ทำไว้ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสร้างบารมี เป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตอยู่ ในการทำมาหากิน รวมทั้งอุปสรรคที่แวดล้อมตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ …

ศรัทธาพาพ้นทุกข์ (รัฐบาลกุมารอดอาหาร ๗ วัน จนพ่อแม่ยอมให้บวช) Read More »

อย่าขอสิ่งที่ไม่ควรขอ (ฤาษีขอแก้วมณีจากนาคราช)

อย่าขอสิ่งที่ไม่ควรขอ (ฤาษีขอแก้วมณีจากนาคราช) กว่าพระพุทธศาสนาจะบังเกิดขึ้นมาในโลกนี้ยากแสนยาก ต้องมีพระ สัมมาสัมพุทธเจ้ามาตรัสรู้ ซึ่งกว่าจะตรัสรู้ได้ พระพุทธองค์ต้องบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์ ทุ่มเท ชีวิตจิตใจ สร้างบารมีอย่างไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากลำบาก ยอมทำทุกอย่างเพื่อสร้างบารมีให้แก่ รอบ จนกระทั่งได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นนาถะของโลกของมนุษย์และเทวดา ทั้งหลาย เมื่อธรรมกายบังเกิดขึ้นแล้ว จึงมีพระพุทธศาสนาเกิดขึ้น พระพุทธศาสนาเริ่มต้นที่ธรรมกาย ดังนั้น การบังเกิดขึ้นของธรรมกายจึงเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ ผู้ใดได้ปฏิบัติจนเข้า ถึงธรรมกาย ย่อมพบกับความสุขที่แท้จริง ชีวิตย่อมมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองตลอดกาล นาน มีวาระพระบาลีใน มณิกัณฐชาดก ความว่า “น ตํ ยาเจ ยสฺส ปิยํ ชิคึเส เทสฺโส จ โหติ อติยาจนาย นาโค มณึ ยาจิโต พฺราหฺมเณน อทสฺสนํเยว ตทชฺฌคมา บุคคลรู้ว่า สิ่งของ อันใดเป็นที่รักของเขา ก็ไม่ควรขอสิ่งของอันนั้น อนึ่ง บุคคลย่อมเป็นที่เกลียดชังเพราะขอจัด พญานาคถูกพราหมณ์ขอแก้วมณี ตั้งแต่นั้นก็มิได้มาให้ พราหมณ์เห็นอีกเลย” ความเกรงอกเกรงใจ รู้ว่าสิ่งไหนควรทำหรือไม่ควรทำ …

อย่าขอสิ่งที่ไม่ควรขอ (ฤาษีขอแก้วมณีจากนาคราช) Read More »

ผู้นำแห่งสันติภาพ (พระราชาหากุศโลบายไม่ให้ชาวเมืองฆ่าสัตว์)

ผู้นำแห่งสันติภาพ (พระราชาหากุศโลบายไม่ให้ชาวเมืองฆ่าสัตว์) ปัจจุบันนี้สถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลงสูง บ้านเมืองของเราอยู่ในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ มีขึ้นมีลง บางครั้งก็ดี บางครั้งก็ไม่ดี ช่วงไหนกระแสจิตของชาวโลกตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดี สั่งสมบุญอยู่เป็นนิตย์ เศรษฐกิจจะฟื้นฟู ข้าวปลาอาหารจะอุดมสมบูรณ์ ยิ่งหากเราทำความดีด้วยการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ไม่ประมาทในชีวิต แม้ความดีที่เราทำไปเพียงเล็กๆ น้อยๆ หรือเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ก็สามารถขยายผลดีให้แก่โลกและจักรวาลได้ โดยเฉพาะความดีที่เกิดจากการฝึกฝนใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่งเป็นประจำนี้ จะช่วยกลั่นบรรยากาศโลก ให้เกิดกระแสแห่งความบริสุทธิ์ หากเป็นเช่นนี้ สิ่งที่ดีทั้งหลายย่อมจะบังเกิดขึ้น ฉะนั้น การเจริญสมาธิภาวนาจึงเป็นกรณียกิจที่ทุกๆ คนควรพร้อมใจกันลงมือปฏิบัติ เพื่อให้ตัวเราเองและชาวโลก ได้เข้าถึงสันติสุขภายในที่แท้จริง สันติภาพของโลกย่อมจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน มีวาระพระบาลีที่ท่านกล่าวไว้ใน ขุททกนิกาย ชาดก ว่า “เมื่อฝูงโคว่ายข้ามแม่น้ำอยู่ ถ้าโคจ่าฝูงว่ายคดเคี้ยว โคที่เหลือทั้งหมดจะว่ายคดเคี้ยวตามไปด้วย ในหมู่มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นใหญ่ ประพฤติไม่เป็นธรรม ปวงประชาที่เหลือก็จะประพฤติไม่เป็นธรรมตามไปด้วย ถ้าข้าราชการประพฤติไม่เป็นธรรม ราษฎรก็อยู่อย่างลำบาก” ปัจจุบันโลกมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ประเทศไทยของเราอยู่ในยุคสมัยที่ประชาธิปไตยกำลังเบ่งบาน ทุกคนในบ้านเมืองมีสิทธิ์มีเสียงในการเลือกผู้นำเข้าไปบริหารประเทศชาติ เพื่อพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมนานาประเทศ การแสวงหาคนดีเพื่อมาเป็นตัวแทนของเราเข้าไปทำงานเพื่อประเทศชาติ จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะผู้นำ คือ ผู้ชี้ชะตาอนาคตของชาติว่า จะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้หรือไม่ ยิ่งกว่านั้นยังมีเหตุการณ์นองเลือด หรือโศกนาฏกรรมต่างๆ …

ผู้นำแห่งสันติภาพ (พระราชาหากุศโลบายไม่ให้ชาวเมืองฆ่าสัตว์) Read More »

ตอแห่งวัฏฏะ (นิยตมิจฉาทิฏฐิมีโทษมากยิ่งกว่าอนันตริยกรรม)

ตอแห่งวัฏฏะ (นิยตมิจฉาทิฏฐิมีโทษมากยิ่งกว่าอนันตริยกรรม) การตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นทางมาแห่งมหากุศล ยิ่งถ้าเรานำ ใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกายภายใน เราจะเข้าถึงแหล่งแห่ง บุญกุศลที่แท้จริง เป็นท่อธารบุญที่หลั่งไหลมาจากอายตนนิพพาน ใจเราจะแช่อิ่มอยู่ในบุญ เหมือนอยู่ ในอู่แห่งทะเลบุญ โดยเฉพาะเมื่อใจอยู่กับบุญตลอดเวลา อย่างไรก็ดี การมาบังเกิดเป็นมนุษย์นั้นยาก ยิ่งนัก ใครที่เกิดมาแล้ว ตั้งใจสั่งสมบุญบารมีทุกลมหายใจ ชีวิตของผู้นั้นจะเป็นชีวิตที่มีคุณค่า เป็น ชีวิตที่มุ่งตรงไปสู่จุดหมายปลายทางของชีวิตที่สมบูรณ์ คือ การเข้าสู่อายตน นิพพาน มีวาระพระบาลีใน เอกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า “นาหํ ภิกฺขเว อญฺํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ ยํ เอวํ มหาสาวชฺชํ ยถยิทํ ภิกฺขเว มิจฺฉาทิฏฐิ มิจฺฉาทิฏฐิปรมานิ ภิกฺขเว วชฺชานิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่พิจารณาเห็นธรรมแม้สักอย่างหนึ่งที่จะมีโทษมาก เหมือนอย่างมิจฉาทิฏฐินี้เลย ดูก่อนภิกษุทั้ง หลาย โทษทั้งหลายมีมิจฉาทิฏฐิเป็นอย่างยิ่ง” มิจฉาทิฏฐิ คือ ความเห็นผิด ความเห็นที่ไม่ตรงกับ ความเป็นจริง เช่น …

ตอแห่งวัฏฏะ (นิยตมิจฉาทิฏฐิมีโทษมากยิ่งกว่าอนันตริยกรรม) Read More »

คนเช่นอสูร คนเช่นเทวดา (ทีมในอุดมคติของหลวงพ่อ คือบุคคลเช่นกับเทวดา และมีคนเช่นกับเทวดาเป็นพวกพ้องบริวาร)

คนเช่นอสูร คนเช่นเทวดา (ทีมในอุดมคติของหลวงพ่อ คือบุคคลเช่นกับเทวดา และมีคนเช่นกับเทวดาเป็นพวกพ้องบริวาร) การดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเข้าสังคม พบปะผู้คน มีการปฏิสันถาร การทำงานร่วมกัน ฉะนั้น การทำงาน การอยู่ร่วมกัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความเข้าใจกัน ตราบใดที่ยังไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้ว จิตใจก็จะหวั่นไหวเอียงเอน ชีวิตย่อมไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้น ความเข้าใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่อยู่ร่วมกัน และการที่จะมีความเข้าใจตรงกันได้นั้น ต้องออกมาจากแหล่งเดียว คือ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เมื่อออกมาจากที่ตรงนี้ จะทำให้ความรู้ความเห็นเท่าเทียมทันกัน ชีวิตของการอยู่ร่วมกัน จึงจะเป็นชีวิตที่มีความสุข บริสุทธิ์บริบูรณ์จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อสุรสูตร จตุกกนิบาต ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลในโลก มี ๔ จำพวก คือบุคคลเช่นกับอสูร มีคนเช่นกับอสูรเป็นบริวาร บุคคลเช่นกับอสูร มีคนเช่นกับเทวดาเป็นบริวาร บุคคลเช่นกับเทวดา มีคนเช่นอสูรเป็นบริวาร และบุคคลเช่นกับเทวดา มีคนเช่นกับเทวดาเป็นบริวาร” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรมครูของพวกเรา ทรงสั่งสอนสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้รู้จักจำแนกแยกแยะถึงพฤติกรรมของมนุษย์ ที่เข้ามามีส่วนในชีวิตของเรา เพราะหากผู้นำหรือผู้เป็นหัวหน้าเป็นคนดีจริง มีศีลธรรม ไว้วางใจได้ แต่บริวารรอบข้างกลับไม่เหมือนหัวหน้า …

คนเช่นอสูร คนเช่นเทวดา (ทีมในอุดมคติของหลวงพ่อ คือบุคคลเช่นกับเทวดา และมีคนเช่นกับเทวดาเป็นพวกพ้องบริวาร) Read More »