krirk

ยุคพระศรีอริยเมตไตรย

คำถาม:  เขาว่ากันว่าในยุคพระศรีอาริย์ พวกมนุษย์จะไม่ต้องทำมาหากิน เพราะมีของให้กินให้ใช้ตามธรรมชาติเต็มไปหมด เมื่อไหร่พระศรีอาริย์จะมาเกิดเสียทีเจ้าคะ? คำตอบ:  มีบันทึกในพระไตรปิฏกว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ครั้งหนึ่งว่า นับแต่เมื่อพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ทุกๆ 100 ปี อายุขัยของมนุษย์จะลดลง 1 ปี เป็นอายุขัยโดยเฉลี่ยนะ         เมื่อปีที่พระพุทธองค์ปรินิพพาน อายุขัยโดยเฉลี่ยของมนุษย์ พ.ศ.1000 อายุขัยของมนุษย์จะเป็น 90 ปี พ.ศ. 2000 อายุขัยเฉลี่ย 80 ปี เพราะฉะนั้น พ.ศ. 2500 นี้อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์เราจึงเป็น 75 ปี         อายุขัยของมนุษย์จะลดลงเรื่อยๆ อย่างนี้ จนเหลือ 10 ปี (คำนวณได้ประมาณ พ.ศ.9000) เรียกว่า “ยุคมิคสัญญี” คือคุณธรรมของมนุษย์ไม่เหลือเลย พอเห็นหน้าก็จะฆ่ากันเหมือนนายพรานเห็นเนื้อสมัน การฆ่าฟันกันจะมีมาก จนกลิ่นศพเหม็นตลบไปทุกหัวระแหงเมื่อไรที่คนอายุขัย 10 ปี คิดได้ แล้วตั้งใจถือศีล 5 ประพฤติกุศล-กรรมบถตลอดชีวิต บุตรของคนเหล่านี้จะมีอายุขัยค่อยๆ …

ยุคพระศรีอริยเมตไตรย Read More »

วัดในสมัยพุทธกาลมีเมรุเผาศพหรือไม่

คำถาม:  วัดในสมัยพุทธกาล เช่น วัดเชตวันฯ หรือวัดอื่นๆ มีเมรุเผาศพหรือไม่? คำตอบ:  ไม่มี ในประเทศอินเดียเรื่องของเมรุเผาศพ ไม่ได้มีอยู่ในวัด ไม่ว่าในสมัยพุทธกาล หรือสมัยปัจจุบัน แม้ในเมืองไทยเรา ดูทางภาคเหนือเป็นต้นก็เป็นอย่างที่คุณโยมไปเห็นมานั่นแหละ แต่ก่อนนี้เขาก็ไม่ได้มีเมรุในวัดนะ เขาเผากันกลางทุ่ง         ต่อๆ มาเราเอาศพเข้ามาในวัด เพราะอะไรล่ะ? เพราะความกลัวผีบ้าง เพราะอยากจะให้พระปลอบประโลมใจบ้าง เลยดึงเอากิจกรรมเผาศพเข้ามาไว้ในวัด จนกระทั่งกลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้ทุกวัดจะต้องมีเมรุเผาศพ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ใต้ถุนโบสถ์วัดพระธรรมกายมีอะไรครับ

คำถาม:  มีคนเขาพูดกันว่า หลังคาโบสถ์วัดพระธรรมกายเป็นฐานสำหรับยิงจรวด และที่ใต้ถุนเป็นที่สะสมอาวุธ เป็นไปได้อย่างไร จริงๆ แล้วที่ใต้ถุนโบสถ์มีอะไรครับ? คำตอบ:  นั่นน่ะสิ เป็นไปได้อย่างไร สงสัยจะดูหนังการ์ตูนมากไป หลวงพ่อเคยได้ยินมายิ่งกว่านี้อีก เขาว่ามีอุโมงค์ข้ามไปถึงเมืองจีนเลย มันจะไปกันใหญ่แล้วนะ ถ้าหลังคาโบสถ์อย่างนี้เป็นฐานยิงจรวดได้ หลังคาชาวบ้านก็น่าจะได้เหมือนกัน ใช่ไหม? สงสัยอะไรกันแปลกๆ         ถ้าใครอยากดูใต้ถุนโบสถ์วัดพระธรรมกาย ก็เชิญมาดูได้เลย เขาไม่ได้ใส่กุญแจหรอก ที่ใต้ถุนโบสถ์เราเอาไว้เก็บพวกเสื่อ พวกอาสนะพระ เก็บเครื่องมืออุปกรณ์ทำความสะอาด ถังน้ำ ไม้ถูกพื้น และเก็บกระเบื้องมุงหลังคา หินอ่อนปูพื้น เพื่อไว้ใช้ในเมื่อมีการซ่อมโบสถ์ในอนาคต ที่ต้องเก็บสำรองไว้         เพราะของเหล่านี้ เมื่อหมดยุคหมดสมัยแล้ว ก็ไม่มีโรงงานไหนผลิตให้อีก แล้วก็ใช้ปริมาณน้อยเขาไม่ทำให้หรอก จึงต้องเก็บเตรียมไว้ นี่วางแผนไว้สำหรับอนุชนรุ่นหลังในอนาคตเชียวนะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

พอเลิกไหว้ศาลพระภูมิแล้วรู้สึกกังวลใจควรทำอย่างไรดี

คำถาม:  มงคลที่ 3 บูชาบุคคลที่ควรบูชา ก็เท่ากับบอกว่าไม่ให้ไหว้ ไม่ให้บูชาสิ่งที่ไม่ควรบูชาด้วย หลวงพ่อเคยบอกว่าไม่ให้ไหว้ศาลพระภูมิ เพราะไหว้ก็ไม่ได้เรื่องได้ราว เดี๋ยวนี้ผมก็ไม่ไหว้แล้ว แต่ยังกลัวๆ อยู่ เนื่องจากเมื่อก่อนนี้เคยไหว้ พอหลวงพ่อบอกว่าอย่าไปไหว้เลย เพราะไม่เคยสอนธรรมะให้เราสักข้อ ผมก็ไม่ไหว้ละ แต่ว่าผ่านทีไรรู้สึกกลัวๆ ทำอย่างไรดีครับ? คำตอบ:  ลูกเอ๊ย..จะไปกลัวอะไร ความจริงแล้วที่เราเรียกว่าพระภูมิน่ะมีตัวตนไหม พวกนี้ภาษาทางศาสนาเรียกว่า ภุมมเทวา         ภุมมะ แปลว่า เนินดิน หรือ จอมปลวก ภุมมเทวานี้ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านเรียกว่า เทวดาตีนโรงตีนศาล ทำไมไปเรียกเขาว่าอย่างนั้น ก็ต้องดูที่มาที่ไป พวกนี้เมื่อเป็นมนุษย์ วัดไม่เข้าเหล้าไม่กิน ชวนทำบุญก็ไม่ทำ ความชั่วความบาปอะไรก็ไม่สร้าง ตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่หลงผิด คิดว่าการไม่ทำชั่ว นั่นคือการทำความดีแล้ว         พวกเราที่เข้าวัดกันมานานช่วยบอกหน่อยเถอะว่า คนไม่ได้ทำความชั่ว ถือเป็นคนทำความดีได้ไหม? ไม่ได้         จะมาบอกว่า “ผมไม่ได้ทำความชั่วอะไรเลย ศีล 5 ของผม ทุกข้อเรียบร้อยบริบูรณ์ ไม่ขาดเลย” จริง ศีลของคุณจะขาดได้อย่างไร ในเมื่อคุณนอนทั้งวัน …

พอเลิกไหว้ศาลพระภูมิแล้วรู้สึกกังวลใจควรทำอย่างไรดี Read More »

การสวดมนต์ตามบ้าน

คำถาม:  สมัยพุทธกาล มีการสวดมนต์ตามบ้านอย่างสมัยนี้หรือเปล่าครับ? คำตอบ:  จริงๆ แล้วสมัยพุทธกาลเท่าที่รู้มา ไม่มี แต่ว่ามีเทศน์หรือการกล่าวอนุโมทนาตามบ้านที่นิมนต์พระไปฉันภัตตาหาร มีหลักฐานปรากฎว่ามีกรณีที่ต้องปฏิบัติอย่างนี้อยู่ 2 กรณี คือ         กรณีที่ 1 เมื่อมีใครนิมนต์พระพุทธเจ้ากับพระภิกษุ 500 รูป ไปฉันภัตตาหารที่บ้าน พอฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีการให้พร พระที่จะให้พรก็ขึ้นอยู่ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากำหนดให้พระภิกษุรูปใดให้พร สมมติว่าทรงให้พระ ก. ให้พร พระรูปอื่นนอกนั้นก็กลับวัดหมดแม้แต่พระองค์ก็เสด็จกลับ ให้พระรูปนั้นให้พรแก่ญาติโยมในบ้าน เพียงรูปเดียว หรือบางทีญาติโยมขอให้พระรูปไหนให้พรก็ระบุไปเลย เช่น หลวงพ่อ ก. เดี๋ยวให้พรพวกกระผมด้วยนะ พอโยมระบุชื่อพระที่จะให้พรแล้ว พระนอกนั้นก็กลับวัด         แต่ภายหลัง ต่อมามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เพราะพระภิกษุบางรูปที่เพิ่งบวช อาจถูกญาติโยมระบุชื่อขึ้นมา จะให้ท่านให้พรทันที ท่านให้ไม่ได้หรอก แล้วจะแก้ไขอย่างไร ท่านก็แก้โดยแทนที่จะอยู่ให้พรเพียงองค์เดียว ท่านเปลี่ยนใหม่เป็นว่า ที่มาฉันกี่องค์ๆ นิมนต์ให้พรพร้อมๆ กันเลย เพราะฉะนั้นก็ต้องใช้บทให้พรบทเดียวกัน จึงเกิดธรรมเนียมอย่างนี้ขึ้นมาในภายหลัง         กรณีที่ 2 การสวดมนต์ตามบ้าน …

การสวดมนต์ตามบ้าน Read More »

ทำไมคำนำหน้าที่ใช้เรียกเจ้าอาวาสแต่ละวัดจึงไม่เหมือนกัน

คำถาม:  ทำไมเจ้าอาวาสบางวัดจึงใช้คำนำหน้าว่าพระอธิการ ทำไมจึงไม่ใช้ว่าเจ้าคุณ หรือสมเด็จเหมือนบางวัด? คำตอบ:  พระภิกษุโดยทั่วไปที่ไม่มีสมณศักดิ์ ถ้าเป็นเจ้าอาวาสท่านให้เรียกว่าพระอธิการ ทุกวัด ถ้ามีสมณศักดิ์ คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานสมณศักดิ์ให้แล้วจึงจะมีคำนำหน้า เช่น เป็นพระครู เป็นพระปลัด จนกระทั่งเป็นพระราชาคณะ ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า ท่านเจ้าคุณ         พระราชาคณะหรือเจ้าคุณก็มีระดับอีก เริ่มตั้งแต่เจ้าคุณชั้นต้นหรือ พระราชาคณะชั้นสามัญ ซึ่งท่านเหล่านี้เมื่อตั้งใจทำงานเกี่ยวกับคณะสงฆ์มากขึ้นๆ ก็ได้เลื่อนเป็นพระราชาคณะระดับสูงขึ้นไปอีก ท่านเรียกเจ้าคุณชั้นราช หรือพระราชาคณะชั้นราช เช่น พระราชวรมุนี ทั้งประโยคนี่เป็นชื่อตำแหน่งแบบสมณศักดิ์นะ ฉายาจริงของท่านมักเขียนต่อท้ายใส่วงเล็บไว้         เจ้าคุณชั้นราช องค์ไหนที่ตั้งใจทำงาน มีผลงานในการช่วยกิจการสงฆ์มากเป็นพิเศษ จากชั้นราชก็เลื่อนเป้นพระราชาคณะชั้นเทพ เช่น พระเทพโมลี ยกตำแหน่งเดิมให้องค์อื่นเลื่อนขึ้นมาแทน ถ้าเจ้าคุณชั้นเทพตั้งใจช่วยงานของสงฆ์มาอย่างดีเยี่ยมเลย ก็จะได้เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม เช่นพระธรรมกิตติวงศ์ จากชั้นธรรมนี่ ถ้ามีความรู้ความสามารถทำงานของคณะสงฆ์มาอย่างดีตลอดก็ได้เป็น พระราชาคณะชั้นหิรัญบัฏ หรือเรียกอีกอย่างว่า รองสมเด็จฯ และจากชั้นรองสมเด็จฯ ในที่สุดก็จะได้เลื่อนเป็นสมเด็จ พระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ หรือสมเด็จพระราชาคณะพระที่ดำรงสมณศักดิ์ถึงชั้นสมเด็จฯ นี้ ในปัจจุบันเหลือไม่กี่องค์แล้ว จากสมเด็จพระราชาคณะ ถ้าองค์ไหนมีความรู้ความสามารถมากที่สุด ก็ได้รับเลือกขึ้นมาสถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราช         …

ทำไมคำนำหน้าที่ใช้เรียกเจ้าอาวาสแต่ละวัดจึงไม่เหมือนกัน Read More »

ทำไมสภาธรรมกาย ถึงมีแต่เสาข้างๆ ไม่มีเสาตรงกลาง

คำถาม:  การสร้างศาลาสภาธรรมกายใช้เสาเพียงแต่ต้นข้างๆ ทำไมไม่มีเสากลางแล้วจะแข็งแรง 100% หรือเปล่า มันจะไม่ยุบลงมาทับพวกเราหรือนี่ (พระเรียนถามมา) คำตอบ:  สำหรับเสาหลังคาแบบนี้ ความที่เราไม่ต้องการให้มีเสากลางให้เกะกะ ลักษณะทรงหลังคา จึงสร้างให้มีแรงถีบไปที่เสา 2 ข้าง คือเราแก้ปัญหาโดยที่มีลวดสลิงดึงรั้งอยู่         เราได้คำนวณการับแรงกดของมันไว้ และยังเผื่อไว้อีกหนึ่งเท่าด้วย เรื่องยุบลงมาไม่ต้องห่วง นอกจากนี้แล้วส่วนโครงข้างบนระหว่างห้องเรายังมีการผลัก ที่เขาเรียกว่าเบสซิ่ง ไม่ให้มีการเคลื่อนตัวหรือบิดตัว เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องยุบเรื่องพังก็จะไม่เกิดขึ้น         ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเสาทั้ง 2 ข้าง แต่ละต้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แล้วที่ข้างบนยังมีลวดเหล็กเรียกว่า เหล็กถัก (เหล็กถัก = Tuss) ถักกันไปถักกันมาอย่างนี้รับแรงกดได้ดี         คราวนี้แรงที่เหล็กมันกดลงมานี้จะลงไปที่ไหน ตอบว่าน้ำหนักเหล็กที่กดลงมามันก็ถีบเสานี่ถ่างออกไป แบะออกไป แต่เราวางเหล็กอันนี้ไว้บนหัวเสา แล้วก็มีสลิงดึงหัวเสาเอาไว้อีกด้วย ไม่ให้ถูกถีบจนแบะสลิงที่ดึงก็ที่แขวนหลอดไฟฟ้าเอาไว้ด้วยนั่นแหละ สายไฟก็พันตามสายสลิง เพราะฉะนั้นการมีสลิงนี่ก็เผื่อเอาไว้สำหรับใช้ติดอุปกรณ์แสงเสียงด้วย และขึงเอาไว้ไม่ให้เหล็กถักข้างบนมันถีบเสาถ่างออกไปด้วย คำนวณกันเรียบร้อยแล้ว ปลอดภัยแน่นอน ไม่ต้องกลัวนะครับ         หลวงพ่อ หลวงพี่ อยู่ตามจังหวัดต่างๆ หรือแม้ในชนบทขณะนี้มีพวกวิทยาลัยเกี่ยวกับการก่อสร้างมากมาย วิทยาเหล่านี้มีครูอาจารย์ที่จบวิศวะฯ จบก่อสร้าง เหมือนหลวงพี่ที่ก่อสร้างอาคารหลังนี้นั่นแหละ …

ทำไมสภาธรรมกาย ถึงมีแต่เสาข้างๆ ไม่มีเสาตรงกลาง Read More »

สีจีวรพระ

คำถาม:  ดิฉันเคยได้ฟังมาว่า จีวรพระไม่ใช่สีส้มสด ขอความกรุณาหลวงพ่ออธิบายด้วยค่ะ? คำตอบ:  ตั้งแต่สมัยพุทธกาลมา สีจีวรของพระท่านให้ใช้สีย้อมฝาด คือ สีย้อมผ้าที่ได้จากยางไม้ หรือจากแก่นของต้นขนุน แต่ในปัจจุบันมองรอบตัวจะหาต้นไม้ใหญ่ๆ ขนาดมีแก่นได้สักกี่ต้นกัน         ฉะนั้นเราก็เลยต้องใช้สีที่ช่างเขาทำกันขึ้นมา ซึ่งก็ได้แค่สีใกล้เคียงจะให้เป็นมาตรฐาน เหมือนกันหมดทุกวัดนั้นแสนยาก แม้ในสมัยพุทธกาลที่ท่านให้ใช้สีที่ย้อมจากยางไม้หรือแก่นไม้ขนุน พอลงมือย้อมต่างก็ย้อมกันเอาเอง จึงไม่สามารถกำหนดสีมาตรฐานลงไปได้ ตกลงเลยเอาเป็นว่าขอให้เป็นสีย้อมจากแก่นไม้จากยางไม้สีเหลืองๆ ก็แล้วกัน แต่ที่แน่ๆ คือไม่ใช่แม่สีล้วนๆ และไม่ใช่สีเหลืองอ๋อยเพียงสีเดียวแต่เป็นลักษณะสีผสม         ถ้าเดี๋ยวนี้ใครยังเคร่งครัดใช้สีย้อมจากยางไม้ แบบสมัยพุทธกาลคงยุ่งยากไม่น้อย จะบวชพระสักรูป ต้องไปโค่นต้นขนุนมาย้อมจีวรกันก็บอกว่า ไม่มีต้นขนุนจะให้โค่นแล้ว ต้องเอาสีที่มีอยู่ในท้องตลาดนี่แหละมาใช้ ขอเพียงว่าไม่ใช่แม่สีเหลืองอ๋อย แต่ว่ามีสีใกล้เคียง ถ้าคล้ายกับสีที่ย้อมจากแก่นไม้ก็อนุโลมใช้กันไป เราจะไปกำหนดสีนั้นสีนี้ให้ตายตัวคงไม่ได้         เรื่องนี้ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงก็แล้วกันว่า เราจะไม่ใช้แม่สี เวลาย้อมสีจีวรก็เอาหลายสีผสมกัน ไม่ใช้สีใดโดยเฉพาะ แต่ก็อย่าให้ออกสีดำหรือสีคล้ำจนเกินไป และไม่ให้เป็นสีเหลืองอ๋อยชัดๆ ก็คงทำได้เท่านั้นเอง         สำหรับจีวรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตามที่บันทึกไว้ บอกว่า ออกเป็นสีเหลืองทองที่เรียกว่า “สิงคีวรรณ” สิงคี แปลว่า เปลวไฟ หรือทอง คือสีเหมือนเปลวไฟ อยากจะเห็นว่าเป็นอย่างไรลองไปก่อไฟดู ไฟมันเป็นเปลวออกสีเหลืองทองๆ …

สีจีวรพระ Read More »

สวดมนต์โดยไม่รู้คำแปล จะได้อานิสงส์เหมือนกับคนที่สวดแล้วรู้ความหมายไหม

คำถาม:  การสวดมนต์เป็นภาษาบาลี คนที่ไม่รู้ภาษาบาลีไม่รู้คำแปล สวดไปทั้งๆ ที่ไม่รู้ จะได้อานิสงส์เหมือนกันกับคนที่สวดแล้วเข้าใจคำแปลไหมครับ? คำตอบ:  ได้เหมือนกัน แต่ไม่เท่ากัน ผู้ที่สวดมนต์โดยไม่รู้คำแปลจะได้อานิสงส์ระดับหนึ่ง ท่านใช้คำว่าเป็นบุญกิริยา คือความประพฤติอันเป็นที่ตั้งแห่งบุญ เกิดไปกี่ภพกี่ชาติก็ไม่ห่างวัด         ส่วนผู้ที่สวด แล้วรู้คำแปลด้วยจะได้มากกว่า คือได้ปัญญาเพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นใครที่สวดมนต์ได้แล้ว แต่ยังไม่รู้คำแปล ควรไปศึกษาให้รู้ให้เข้าใจเสีย เพราะได้แปลไว้ให้ในหนังสือสวดมนต์ด้านหลังเรียบร้อยแล้ว โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

การสวดมนต์สวดเฉพาะคำแปลภาษาไทยได้หรือไม่

คำถาม:  การสวดมนต์ทำวัตรเย็น ถ้าไม่ท่องเป็นภาษาบาลี แต่ท่องเฉพาะคำแปลที่เป็นภาษาไทยจะได้หรือไม่? คำตอบ:  ได้ ท่องเข้าไปเถอะ กลัวจะไม่ท่องมากกว่า เห็นหลายคนชอบอ้างกันนักว่า “อุ๊ย..บาลีท่องไม่รู้เรื่อง ไม่ท่องละ..” ถ้าอย่างนั้นท่องภาษาไทยซิ “โอ๊ย..มันก็ไม่ค่อยว่าง ต้องทำมาหากิน”         ตกลงทั้งชาติเลย ไม่ได้ท่องอะไรทั้งนั้น เอาเถอะจะท่องแต่บาลีก็ท่อง จะท่องทั้งภาษาไทยและภาษาบาลีก็ยิ่งดี จะท่องอะไรก็ท่องเถอะนะ ขืนรีรอ มันโอ้เอ้อยู่เดี๋ยวไม่ทันได้ท่อง ตายเสียก่อนนะ แล้วจะว่าหลวงพ่อไม่เตือนไม่ได้นะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ทำไมห้องน้ำวัดถึงสะอาด ในเมื่อมีคนมาใช้ตั้งเยอะ?

คำถาม:  ทำไมห้องน้ำวัดถึงสะอาด ในเมื่อมีคนมาใช้ตั้งเยอะ? คำตอบ:  ส้วมสะอาด ห้องน้ำสะอาด ก็เพราะทำความสะอาดดีน่ะซิครับ แล้วการทำนี่ก็ตั้งใจ ทำอย่างจะเอาบุญกัน คนที่เขาขัดส้วมที่นี่น่ะ ไม่ใช้สักแต่ตักน้ำสาดโครมๆ ให้เสร็จๆ ไป เขาเอาสก๊อตไบร์ทค่อยๆ ขัดค่อยๆ ถูทุกซอกทุกมุม ขัดเหมือนอย่างกับจะขัดกิเลสของเขาให้หลุดออกจากใจทีเดียวแหละ         เราสอนเขาว่า การขัดห้องน้ำนี่เป็นบุญมากนะ เป็นการลดทิฏฐิออกจากใจของเราได้อย่างดีทีเดียว เพราะฉะนั้นใครว่างๆ ก่อนจะกลับบ้าน เขามักจะมาช่วยกันล้างห้องน้ำก่อน         ทีนี้พอห้องน้ำสะอาดแล้ว เราก็ขอร้องให้สาธุชนถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องน้ำ เขาก็ยินดีทำตาม ถ้าขอร้องให้ถอดรองเท้าแต่พื้นห้องน้ำสกปรก ทั้งขี้ดิน ทั้งเสลด ทั้งมีกลิ่นเหม็น         ถ้าอย่างนั้นต่อให้ขอร้องจนปากหักเขาก็ไม่ทำตาม คือเราต้องทำของๆ เราให้ดีก่อน แล้วการขอร้องขอความร่วมมือก็จะง่ายขึ้น มีโยมบางคนมาเล่าให้ฟังว่า มาวัดพระธรรมกาย เพราะได้ข่าวว่าส้วมสะอาด แหม…นึกว่ามาเพราะหลวงพ่อเทศน์เก่ง โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ว่าด้วยห้องน้ำที่วัดพระธรรมกาย

คำถาม:  ห้องส้วมที่เป็นแถวๆ ที่วัดพระธรรมกาย การก่อสร้างราคาแพงไหมครับ ถ้าจะก่อสร้างตามแบบนี้บ้างจะขอแบบได้ไหม (พระที่มาอยู่ธุดงค์มาฆบูชา 2529 เรียนถามมา) คำตอบ:  ถ้าเป็นห้องแบบเรียงเดี่ยว จะทำเป็นชุดๆ ละ 5 ห้อง ถ้าเราจะทำ 6 ห้อง แบบเรียงเดี่ยวก็ทำได้ ปัญหาอยู่ตรงที่ท่านอยากจะทราบว่าที่ทำเป็นชุด 4 ห้อง 5 ห้อง 6 ห้อง หรือเท่าไหร่ก็ตามทีแต่ละห้องเฉลี่ยแล้วกี่บาท         ขอฝากนิดหนึ่งนะ คือของเราที่ออกแบบไว้นี้ ออกแบบสำหรับเตรียมย้าย ส่วนประกอบของห้องจึงแบ่งเป็น 2 ส่วน ข้างบนเป็นผนังห้อง เราพร้อมจะยกไปไหนก็ได้ คิดจะรื้อก็รื้อได้ รื้อออกเป็นชิ้นๆ รื้อออกได้หมดในเวลาไม่กี่นาที         ส่วนที่เป็นคอห่าน และบ่อข้างล่าง เราทำเป็นซีเมนต์บล็อกโตๆ เหมือนอย่างกับห้องใต้ดิน เวลาจะย้าย เราใช้รถยก จะยกไปวางไว้ตรงไหนก็ได้ คือพอเราขุดหลุมเสร็จเราก็ใช้รถยกซีเมนต์บล็อกที่มีคอห่านไปวางในหลุม แล้วก็เอาส่วนที่เป็นผนังห้องมาวางข้างบนเท่านั้นแหละกลายเป็นห้องส้วมใช้ได้ทันที         เราออกแบบให้เป็นแบบเคลื่อนที่ได้ เพราะที่นี่มีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายบ่อย วันนี้จัดงานที่นี่ ส้วมก็อยู่ตรงนี้ อีกอาทิตย์มีการจัดงานที่โน่น เอ..ส้วมอยู่ตรงนี้ไม่เหมาะแล้ว …

ว่าด้วยห้องน้ำที่วัดพระธรรมกาย Read More »

สภาธรรมกายสากลของวัดพระธรรมกายทำไมหลังคามุงด้วยใบจาก

คำถาม:  กระผมอยากทราบว่า สภาธรรมกายสากลของวัดพระธรรมกายก่อสร้างขึ้นมาอย่างแข็งแรง แต่ว่าทำไมหลังคาจึงใช้ใบจากมุง ทั้งๆ ที่ถ้าใช้กระเบื้องก็คงจะแข็งแรงทนทานกว่าและไม่ร้อนด้วย? คำตอบ:  เราเคยทดสอบแล้วว่า ถ้าความสูงของหลังคาเท่ากันระหว่างมุงจากกับมุงกระเบื้อง มุงจากจะเย็นกว่ามาก แล้วประเด็นสำคัญที่สุด ทุนรอนที่จ่ายระหว่างจากกับกระเบื้องมันต่างกันมาก         มุงจากค่าใช้จ่ายตารางเมตรหนึ่ง หมายถึงรวมค่าแรงด้วย อาจจะประมาณ 17 บาท แต่กระเบื้องตารางเมตรหนึ่ง ตกอยู่ประมาณ 70-80 บาท ต่างกันประมาณ 4-5 เท่า         หลังคาอาคารใหญ่ ขนาดหลังคาจากของเรานี่ ทั้งค่าจากและไม้รวกตกเข้าไปประมาณ 2 แสนเศษ แล้วถ้ามุงกระเบื้องมันจะเป็นสักเท่าไรลองคิดดู อีกประการหนึ่งโดยเฉพาะถ้าเป็นพื้นที่ใหญ่ๆ แล้วไม่มีช่องระบายลมออกด้านบนนี่ หลังคาจากดีที่สุด เนื่องจากคุณสมบัติความชื้นและความพรุนของใบจากโดยธรรมชาติจะระบายลม ระบายความร้อนของอากาศได้ดีกว่ากระเบื้องมาก ยกเว้นว่ากระเบื้องนั้นจะมุงแล้วมีการตีฝ้าอีกทีหนึ่งจึงจะช่วยได้ หลังคาใหญ่ขนาดนี้ ถ้ามุงด้วย กระเบื้องแล้วไม่ได้ตีฝ้า จะทำให้ร้อนพอสมควรทีเดียว         สรุปว่าเหตุผลที่ใช้หลังคาจาก เพราะว่า         1. ระบายความร้อนได้ดี         2. ราคาถูก         อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะยาวแล้วมุงกระเบื้องอาจจะถูกกว่ามุงจากก็ได้ แต่ว่าตอนเริ่มลงมือสร้าง บอกตรงๆ เงินมันขาดมือจริงๆ …

สภาธรรมกายสากลของวัดพระธรรมกายทำไมหลังคามุงด้วยใบจาก Read More »

หินยาน กับมหายาน ต่างกันอย่างไร และธรรมยุตกับมหานิกาย ต่างกันอย่างไร

คำถาม:  หินยาน กับมหายาน ต่างกันอย่างไร  และธรรมยุตกับมหานิกาย ต่างกันอย่างไรครับ? คำตอบ:  คู่แรก หินยานกับมหายานมีที่มาคือ เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานเมื่อวันเพ็ญกลางเดือน 6 หลังจากนั้นพอเข้าพรรษาต่อมาประมาณเดือน 8 ก็มีการสังคายนาพระไตรปิฎก         สังคายนาคือ การจัดหมวดหมู่ของธรรมะ เนื่องจากเมื่อสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ คำสอนของพระองค์มิได้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร มีผู้ที่รับอาสาจะบันทึกเหมือนกัน แต่พระองค์ตรัสว่าไม่เป็นไร พวกเธอตั้งใจปฏิบัติธรรมกันดีกว่า เอาเวลาที่มีอยู่น้อยนิดไปเผยแผ่พระพุทธศาสนากันให้เต็มที่ เวลานี้ยังไม่ต้องบันทึกหรอก เพราะว่ามีอยู่ผู้หนึ่งที่สามารถบันทึกเอาไว้ในใจโดยไม่เลอะเลือน ผู้นั้นคือ พระอานนท์         พระอานนท์ท่านทำหน้าที่เป็นอุปัฏฐากของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตำแหน่งอุปัฏฐากถ้าจะเปรียบเทียบกับสมัยนี้ ก็จะพออนุโลมได้ว่า เป็นเลขาฯ ส่วนพระองค์ เวลาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปเทศนาสั่งสอนที่ไหนก็ตาม ถ้าพระอานนท์อยู่ด้วยก็ได้ฟังและจำได้ แต่ถ้าไม่อยู่ด้วยเมื่อพระพุทธองค์เสด็จกลับมา ก็จะทรงเทศน์เรื่องนั้นให้พระอานนท์ฟังโดยเฉพาะอีกรอบหนึ่ง เพราะฉะนั้นเมื่อถึงคราวที่ประชุมทำสังคายนา พระอรหันต์ทั้งหลายก็แบ่งหน้าที่กันออกไป         ประธานในการทำสังคายนาคือ พระมหากัสสปเถระ ท่านเป็นผู้ตั้งคำถาม พระอานนท์เป็นผู้ตอบว่าเรื่องนั้นๆ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศน์ที่นั้น วันนั้น เดือนนั้น ปีนั้น สาเหตุที่ทรงเทศน์เพราะอะไรก็จะบอกไว้ด้วย คำบอกเล่าของพระอานนท์บันทึกอยู่ในพระไตรปิฎกส่วนที่เป็นพระสูตร         สำหรับส่วนที่เป็นพระวินัย มีพระอรหันต์อีกรูปหนึ่งชื่อพระอุบาลีเป็นผู้ตอบ พระอุบาลีท่านเก่งในด้านพระวินัยหรือด้านกฎระเบียบของสงฆ์ พอตอบและจัดหมวดหมู่พระธรรมเรียบร้อยแล้ว …

หินยาน กับมหายาน ต่างกันอย่างไร และธรรมยุตกับมหานิกาย ต่างกันอย่างไร Read More »

หัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนาคืออะไร

คำถาม:  เนื่องจากมีเพื่อนชาวคริสต์หลายคน เพื่อนๆ เหล่านี้เคยถามลูกว่า แก่นแท้หรือหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนามีอย่างไร ลูกตอบไม่ได้ จึงขอเรียนถามหลวงพ่อค่ะ? คำตอบ:  สำหรับของชาวคริสต์หัวใจสำคัญของศาสนาของเขา เขาบอกว่าจงรักกันและกัน เหมือนดังเช่นพระเจ้ารักท่าน อันนี้เป็นเมตตา ซึ่งเป็นข้อ 1 ในพรหมวิหาร 4 ซึ่งเป็นธรรมะหมวดหนึ่งในพระพุทธศาสนา         สำหรับชาวพุทธเรา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้หลักสำคัญของพระพุทธศาสนาไว้ 3 ข้อใหญ่ ซึ่งสามารถครอบคลุมเอาคำสอนไว้ทั้งหมด จะถือเป็นแก่นแท้ หรือหัวใจของพระพุทธศาสนาก็ได้ ซึ่งได้แก่         1. การไม่ทำบาปทั้งปวง คือละเว้นจากอกุศลกรรมบถ 10 อย่าง         ด้วยกาย 3 คือ 1). ไม่ฆ่าสัตว์ 2). ไม่ลักทรัพย์ 3). ไม่ประพฤติผิดในกาม         ด้วยวาจา 4 คือ 1). ไม่พูดปด 2). ไม่พูดส่อเสียด 3). ไม่พูดคำหยาบ 4). ไม่พูดเพ้อเจ้อ         ด้วยใจ …

หัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนาคืออะไร Read More »