krirk

✍ หาเหตุผลให้ดี ก่อนตำหนิใคร

เห็นคนทำความดี หรือทำอะไรก็ตาม ถ้ายังไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้น ดีหรือไม่ดี อย่าพึ่งไปวิจารณ์เขา ซักถามหาเหตุหาผลกันก่อน อย่าเที่ยวไปตำหนิว่าใคร ตรงนี้เดี๋ยวจะพลาดไป แล้วจะเป็นบาปเป็นกรรมติดตัวกันข้ามภพข้ามชาติ แล้วชาติต่อไปเวลาจะทำความดีอะไร ก็จะโดนต่อต้านตลอดชีวิตนั่นแหละ ประการที่ ๑ ไปเจอใครโง่ใครทึบจริง ก็อย่าไปล้ออย่าไปดูถูกเขา เดี๋ยวเขาจะหมดกำลังใจที่จะแก้ไขตัวเอง ประการที่ ๒ ที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้น คือ ถ้าเขาฉลาด แล้วเรากลับไปเข้าใจผิดว่าเขาโง่ ไปตำหนิเขาว่าเขาโง่อย่างนั้นเขาเลวอย่างนี้ อย่างนี้บาปหนักไปอีก ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) ที่มา

✍ ทำไมถึงเรียกว่า ธรรมจักร ❓

คำว่าธรรมจักร คำว่า จักร แปลว่า วงล้อ หรือ เราคงเคยเห็นเลื่อย เขาเรียกว่าเลื่อยวงเดือนบ้าง คือเป็นเลื่อยกลมๆ แล้วก็มีฟันเป็นซี่ๆ ที่เขาใช้เลื่อยไม้ เลื่อยวัตถุได้ นั่นก็ถือว่าเป็นจักรชนิดหนึ่ง เมื่อคำว่า จักร บวกเข้ากับ ธรรมะ กลายเป็นธรรมจักร แปลว่า วงล้อธรรม ธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร จึงเป็นพระสูตรที่ว่าด้วยการหมุนวงล้อของพระธรรม เมื่อหมุนวงล้อของพระธรรม ซึ่งคมกริบเหมือนอย่างกับจักร ก็จะสามารถตัดกิเลสให้ขาดไปจากใจของมนุษย์ได้ ของเทวดาได้ เหมือนกับจักรที่เราเอาไปเลื่อยเหล็กก็ได้ เลื่อยไม้ก็ได้ จะตัดอะไรต่ออะไรก็ได้อย่างใจ เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร หมายถึง การปราบกิเลสให้หมดไปจากใจ ซึ่งต้องทำการปราบเป็นรอบ ๆ เหมือนกับเครื่องจักรมันหมุนเป็นรอบ ๆ หมุนไปรอบหนึ่ง ก็กินเนื้อวัตถุที่ต้องการจะตัดลึกเข้าไปทีละรอบ ๆ จนขาดออกจากกัน พระธรรมจักรนี้ก็เหมือนกัน ก็จะตัดกิเลสลึกเข้าไปเป็นรอบ ๆ ๆ อีกเหมือนกัน ตรงนี้เอง เป็นเรื่องที่เราจะต้องทำความเข้าใจให้ดีว่า ธรรมะ แม้เราตั้งใจเอาชีวิตเป็นเดิมพันปฏิบัติ แต่ว่าเวลาออกฤทธิ์ ไม่ได้ฮวบฮาบเหมือนอย่างกับเราคิด เพราะว่ากิเลสนั้นมันแทรกอยู่ในใจ ก็เลยจำเป็นต้องกัดกร่อนกิเลสเข้าไปเรื่อย ๆ …

✍ ทำไมถึงเรียกว่า ธรรมจักร ❓ Read More »

✍️สิ้นปีเก่าขึ้นปีใหม่ ควรรีบทำอะไรก่อน❓

“ตั้งแต่คุณยายอาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็สอน สิ้นปีทางโลกเขาก็เฮฮากัน . แต่สำหรับเราชาววัด คุณยายสอนให้ทบทวนบุญ เราสร้างบุญกันมาตลอดทั้งปี . เพราะว่า ตั้งแต่เจอคุณยายอาจารย์ ท่านก็เคี่ยวเข็ญทั้งครูไม่ใหญ่ ครูไม่เล็กว่า . เราเกิดมาสร้างบุญสร้างบารมี เพราะฉะนั้น แต่ละวันเวลาที่ผ่านไป สั่งสมบุญให้คุ้มเชียว . ไม่ว่าจะทำอะไร อยู่ที่ไหน มีเวลาว่างแม้แต่วินาทีหนึ่ง ก็ต้องทบทวนบุญของเรา ทบทวนบุญทุกบุญ . ไม่ว่าบุญน้อยบุญใหญ่ ทบทวนมากเท่าไหร่ ก็ทำให้เราได้ปลื้มมากเท่านั้น . แล้วอย่าดูถูกบุญแม้เล็กน้อย เพราะน้ำทีละหยด ยังทำให้น้ำเต็มโอ่งได้ บุญเล็กน้อย ก็ไม่เล็กน้อยหรอก” . ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) ที่มา

✍️หลวงพ่อตอบปัญหา : สิ้นปีเก่าไปแล้ว พระพุทธศาสนามีหลักคิดสรุปงบดุลชีวิตอย่างไร?

“สิ้นปี ในทางโลกบริษัทร้านค้าต่างๆ คิดถึงเรื่องกำไรขาดทุน ทางธรรมคล้ายกันแต่คนละโปรดัก คือให้มองทั้งโลก เป็นตลาดกลางค้าบุญ-ค้าบาป . ใครตลอดมาค้าบุญนั่นละกำไร ความจริงบาปเป็นสิ่งที่ไม่ควรสร้าง ทำอะไรแล้วอดหนีผลข้างเคียงไม่พ้น พอใจไม่พอใจ โกรธแถมมา ฉะนั้นมีบาปติดมา . สิ่งเหล่านี้ต้องพิจารณา ๑ ปีผ่านไป บุญกับบาปอะไรมากกว่ากัน บุญต้องมากกว่า ยิ่งมากกว่าเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น สำคัญกว่าทางโลก . บัญชีเป็นทรัพย์สินที่ต้องคิด อย่างไรทางโลกต้องมีกินมีใช้ มีเผื่อทำบุญ ในเรื่องเงินทองต้องคิด มีหนี้หรือเปล่าไม่คิดไม่ได้ . บุญของเราปีนี้ ทำได้เต็มที่เต็มอิ่มเต็มใจไหม ถ้าเต็มที่แล้วชื่นใจไม่ตายเปล่า เรื่องนี้สำคัญ ทรัพย์สินเงินทองกี่ล้าน ตายไปเอาไปไม่ได้ . แต่บุญบาปจะติดตัว ทั้งฝ่ายบุญบาปต้องให้ชัด เรื่องอะไรที่พลาดสาเหตุมันได้มาอย่างไร ไม่งั้นเดี๋ยวปีหน้ามันจะตามมาอีก หรือแตกกิ่งแตกก้านไปอีก เรื่องบุญตามติดข้ามชาติส่งผลอีกเยอะ . บุญมี ๓ งบใหญ่ๆ เรื่องแรก ทานเราทำขนาดไหน ทานถ้าหย่อนไปไม่ได้ เกิดกี่ชาติกี่หนต้องกินต้องใช้ เป็นหลักประกันว่าเกิดกี่ชาติจะไม่จน . ถามตัวเองว่า หนึ่งปีผ่านไปการทำทานเราหย่อนลงไปไหม ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ …

✍️หลวงพ่อตอบปัญหา : สิ้นปีเก่าไปแล้ว พระพุทธศาสนามีหลักคิดสรุปงบดุลชีวิตอย่างไร? Read More »

“ครอบครัวเป็นสุขเพราะอยู่ในบุญ”

“ครอบครัวเป็นสุขเพราะอยู่ในบุญ”❤️ “..อยากเห็นครอบครัวตัวเองมีสุข ก็ตั้งแต่ตัวเอง ลูกหลานของตัวเอง พี่ๆ น้องๆ ของตัวเอง รวมทั้ง พ่อแม่ปู่ยาตาทวดของตัวเอง ต้องอยู่ในบุญ ให้พร้อมหน้ากัน ถ้าอย่างนี้ก็เป็นหลักประกันว่า ครอบครัวเป็นสุขแน่” โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) ที่มา

✍️”ความปลื้มใจเป็นเครื่องชูใจ”

✍️”ความปลื้มใจเป็นเครื่องชูใจ” . ปู่ย่าตายายได้ชี้แนะเอาไว้ว่า ถ้าจะให้ใจของเราได้คิดดี พูดดี และทำดีให้ได้ตลอดทั้งวัน ต้องหาเรื่องปลื้มใจ ตั้งแต่ตื่นเช้าขึ้นมาต้องหาเรื่องปลื้มใจให้ได้ . เพราะความปลื้มใจเหล่านี้นี่เอง จะกลายเป็นเครื่องชูใจให้เราสามารถรักษาใจให้ผ่องให้ใสได้ตลอดทั้งวัน อย่างที่โบราณใช้คำว่าต้องเอาฤกษ์เอาชัยตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ใครทำอย่างนี้ได้ล่ะก็ แสนจะวิเศษ . ในการที่จะทำให้ปลื้มแต่เช้ามืดขึ้นมาก็สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ แล้วเดี๋ยวก็ไปตักบาตร สิ่งเหล่านี้ทำให้ปลื้มใจ แล้วความปลื้มตรงนี้จะช่วยประคองรักษาใจให้มั่นคง . คือ ไม่ว่าจะกระทบอะไรในตอนสาย ตอนกลางวัน ตอนเย็น หรือกระทบจากการทำงาน จากสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่ไม่ดี ความปลื้มตรงนี้จะช่วยประคับประคองเอาไว้ ไม่ให้ใจของเรากระเพื่อมเกิดอารมณ์ขุ่นมัว . เพราะถ้าใจกระเพื่อมแล้ว เดี๋ยวจะคิดไม่ดี พูดไม่ดี และทำไม่ดี ทำให้กรรมชั่วเล่นงานทำให้ใจของเราไม่ผ่องไม่ใสเท่าที่ควรจะเป็น . แต่พอได้ปลื้มตั้งแต่เช้าขึ้นมาล่ะก็ วันนั้นเรากำไรตั้งแต่เช้าแล้ว มีเกราะป้องกันตัวมาตั้งแต่ตื่นนอน อะไรจะมาทำให้เราขุ่น มันยาก . 12 มกราคม 2558 โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) ที่มา

✍️”ความปลื้มใจเป็นเกราะกำบังให้ใจ”

✍️”ความปลื้มใจเป็นเกราะกำบังให้ใจ” . ปู่ย่าตาทวดได้แนะนำเอาไว้ว่า “เช้าขึ้นมาต้องหาเรื่องที่จะทำให้เราได้ชื่นอกชื่นใจแต่เช้า” ซึ่งการที่เราชื่นอกชื่นใจแต่เช้าจะเป็นเกราะกำบังใจให้กับเรา ไม่ว่าจะมีอะไรมากระทบใจในวันนั้น ก็จะทำให้พอทนพอทานได้ . แต่ว่าถ้าเช้าขึ้นมา โดนตำหนิหรือมีเรื่องอะไรกระทบใจซะแล้ว วันนั้นงานการไม่เป็นอันทำ ทำการค้าขายนี้แทบจะขอปิดร้าน ถึงขนาดนั้นทีเดียว . ถ้าพูดภาษาชาวบ้าน พอมีอะไรมากระทบใจตอนเช้าให้ใจขุ่นมัวเท่านั้น วันนี้มันไม่เฮงเสียแล้ว ไม่มีอารมณ์ทำอะไรเสียแล้ว . 12 มกราคม 2558 โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) ที่มา

✍️”ยันต์กันร้าย”

✍️”ยันต์กันร้าย” . “เรามีเรื่องที่นึกถึงเมื่อไหร่ก็ปลื้มใจแล้วหรือยัง? ” . ในเรื่องของความปลื้มใจ ปู่ย่าตาทวดก็สอนอีกว่า เกิดมาเป็นคน ต้องหาทางให้มีเรื่องปลื้มใจให้ได้ทุกวัน . แล้วเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องใหญ่ๆ ทำให้ปลื้มใจได้ข้ามวัน ข้ามคืน ข้ามเดือน ข้ามปีได้ ตรงนั้นเป็นสิ่งที่ปู่ย่าตาทวดสั่งกันนักสั่งกันหนาว่า ต้องหาให้ได้ แล้วต้องหมั่นทำต่อไปด้วย . ถามว่าทำไมปู่ย่าตาทวดสั่งให้ทำ ? เพราะว่ายิ่งมีเรื่องอะไรที่ทำให้ปลื้มใจได้เต็มที่ ปลื้มได้ข้ามวันข้ามคืน บางทีข้ามไปได้หลายๆ วัน แล้วยิ่งบางเรื่องที่สำคัญจริงๆ ปลื้มได้เป็นเดือนเป็นปี . เรื่องปลื้มๆ เหล่านี้จะฝังอยู่ในใจของเราอย่างไม่รู้เลือน แล้วจะเป็นยันต์กันไม่ให้เราคิดร้ายๆ พูดร้ายๆ ทำร้ายๆ ได้ข้ามวัน ข้ามเดือน ข้ามปี . 12 มกราคม 2558 โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) ที่มา

✍️”เรือล่มเมื่อจอด”

✍️”เรือล่มเมื่อจอด” . คนส่วนมาก เมื่อเห็นว่างานใกล้สำเร็จ มักจะประมาท ทำให้การงานเกิดความเสียหาย เพราะคาดไม่ถึง ดังคำที่ว่า “เรือล่มเมื่อจอด” . ดังนั้น ผู้นำที่ดี ควรติดตามควบคุมงานอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อใกล้เสร็จ ต้องระวังเป็นพิเศษ . หนังสือชาดก(เผด็จ ทตฺตชีโว) โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) ที่มา หนังสือชาดก(เผด็จ ทตฺตชีโว)

✍️”รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา

✍️”รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” . เมื่อเราได้ร่ำเรียนวิชาจากครูบาอาจารย์แล้ว ควรหมั่นจดจำไว้ อย่าละเลย หลงลืม หมั่นพิจารณาอยู่เสมอ จึงจะมีความรู้แตกฉาน นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินชีวิต หรือแม้กระทั่งรักษาชีวิตของตนได้ ดังคำของกวีสุนทรภู่ที่กล่าวว่า . “รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” . การรักษาตัวรอดในความหมายของนักปราชญ์หรือบัณฑิตนั้น หมายถึง รอดพ้นจากภัยพาล หรือความชั่วร้ายทั้งหลาย มิใช่ในความหมายของการหนีเอาตัวรอดแล้วทิ้งให้ผู้อื่นลำบาก ซึ่งเป็นวิสัยของผู้มีจิตใจคับแคบ . จากหนังสือนิทานชาดก เล่มที่ ๒ (เผด็จ ทตฺตชีโว) โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) ที่มา หนังสือนิทานชาดก เล่มที่ ๒ (เผด็จ ทตฺตชีโว)

✍️” นิสัยเป็นเครื่องกำกับความรู้ความสามารถ ใครนิสัยดี สุภาพ สะอาด ซื่อสัตย์ ก็เอาความรู้ควา

✍️” นิสัยเป็นเครื่องกำกับความรู้ความสามารถ ใครนิสัยดี สุภาพ สะอาด ซื่อสัตย์ ก็เอาความรู้ความสามารถไปทางสร้างสรรค์ แต่ใครนิสัยไม่ดี มักง่าย สะเพร่า เอาเปรียบ ก็ใช้ความรู้ความสามารถไปในทางทำลาย ” . 8 สิงหาคม 2562 โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) ที่มา

✍️” นิสัยเป็นที่พึ่งอาศัยให้เกิดความเสื่อมและความเจริญของแต่ละบุคคล “

✍️” นิสัยเป็นที่พึ่งอาศัยให้เกิดความเสื่อมและความเจริญของแต่ละบุคคล ” . การศึกษาไม่ว่าจะจบอะไรมา พ่อแม่จะยิ่งใหญ่รวยจนไม่เกี่ยว ถ้านิสัยดี อยู่ครอบครัวไหน อยู่ห้างร้านบริษัทไหนก็ทำให้เจริญได้ อยู่ประเทศไหนก็เจริญได้ นิสัยดีมีฤทธิ์อย่างนี้ . ตรงกันข้ามนิสัยไม่ดีอยู่ที่ไหน ครอบครัวนั้น บริษัทนั้น ประเทศนั้นก็มีปัญหา . ความเจริญของที่ไหนจึงขึ้นกับนิสัยของคนในที่นั้น ถ้าอยากให้ประเทศไทยเจริญต้องปลูกฝังนิสัยให้ดีตั้งแต่เล็ก จะอยู่บ้านเป็นฆราวาส หรือเป็นพระต้องฝึกนิสัยดี ให้ประเทศชาติเจริญ . เพราะฉะนั้นอยากเห็นพระพุทธศาสนาเจริญ อยากเห็นประเทศชาติเจริญ อย่างแรกคือฝึกแก้นิสัยตนเองให้ดีก่อน . 8 สิงหาคม 2562 โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) ที่มา

✍️” นิสัยควบคุมกรรม

✍️” นิสัยควบคุมกรรม❗️” . เพราะโลกนี้อยู่ใต้กฎแห่งกรรม ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เมื่อโลกนี้อยู่ใต้กฎแห่งกรรม นิสัยจึงเป็นเครื่องควบคุมให้ทำกรรม นิสัยดีควบคุมให้ทำกรรมดี นิสัยเสียควบคุมให้ทำกรรมชั่ว เราจะไปสวรรค์และพระนิพพาน ต้องเลือกทำแต่กรรมดีๆ ควบคุมชีวิตโดยนิสัยดีๆ . 8 สิงหาคม 2562 โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) ที่มา

✍️” คนมีทั้งนิสัยดีและไม่ดี

✍️” คนมีทั้งนิสัยดีและไม่ดี คนรักดี รู้ว่าอะไรไม่ดีเขาจะแก้ไข เมื่อรู้ว่าอะไรดีเขาจะทำ ส่วนคนไม่รักดี แม้ให้โอกาสแก้ไข ให้โอกาสทำดีตั้งหลายครั้ง ก็ไม่แก้ไม่ทำ ” . 9 กันยายน 2562 โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) ที่มา

✍️” นิสัยสำคัญกว่าความรู้

✍️” นิสัยสำคัญกว่าความรู้ เพราะความรู้ทางวิชาการเป็นเพียงอุปกรณ์ให้นิสัยนำไปใช้ ผู้มีนิสัยดี ย่อมนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ผู้มีนิสัยไม่ดี ย่อมนำความรู้ไปใช้ให้เกิดโทษภัย ” . 9 กันยายน 2562 โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) ที่มา