krirk

๖๓. ภาวิตา พหุลีกตา

ภาวิตา พหุลีกตา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ไม่มีพรมาจากสวรรค์ แม้เทวดาล้านองค์หรือพร้อมใจกันทั้งสวรรค์จะให้ศีลให้พร เราว่า ขอให้เรานึกดวง นึกองค์พระได้ ไม่สำเร็จหรอกจ้ะ เขาก็ได้แต่เป็นกองเชียร์ เหมือนกองเชียร์รอบสนามฟุตบอล เราจะเชียร์ให้เขาเตะเข้าประตูแค่ไหนก็แล้วแต่ แต่จะเป็นดาวซัลโวได้ ก็ต้องอาศัยตัวเราเองฝึกฝน ศึกษา เรียนรู้ ทำบ่อยๆ ซ้ำๆ ภาษาบาลีเขาใช้คำว่า ภาวิตา พหุลีกตา แปลว่า ต้องบ่อยๆ เนืองๆ ถ้านานๆ ทำที ก็นานๆ นึกได้ทีหนึ่ง ถ้าทำแล้วนึกต่อเนื่องนานๆ ก็นึกได้นานๆ บ่อยๆ ซึ่งก็เป็นหลักธรรมดา เพราะฉะนั้นมันอยู่ในวิสัยที่ไม่ง่าย ไม่ยาก ยากพอสู้ พอที่เราจะฝึกฝน และง่ายพอที่เราจะเข้าถึงได้ ไม่เหลือวิสัย ดังนั้นขึ้นอยู่ที่การฝึกฝนนะ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ …

๖๓. ภาวิตา พหุลีกตา Read More »

๖๒. หมั่นฝึกใจทุกวัน

หมั่นฝึกใจทุกวัน ถ้าเราฝึกหยุดฝึกนิ่งกลางองค์พระทุกวันให้สม่ำเสมอ ความชำนาญจะค่อยๆ เกิดขึ้น จากยากก็จะมาง่าย แล้วการเดินทางเข้าไปสู่ภายในก็อยู่ในวิสัยที่เราทำได้ ต้องทำบ่อยๆ ฝึกทุกวัน ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน อิริยาบถใดก็ตาม ฝึกเอาไว้ ให้หยุด ให้นิ่ง ให้ใส เพราะนี่คือ กรณียกิจ กิจที่เราจะต้องทำ ไม่ทำไม่ได้นะ ต้องทำ เราจะได้มีชีวิตที่มีความปลอดภัย อบอุ่นใจ เข้าถึงความสุขภายในได้ เหมือนมีป้อม มีค่าย มีหลุมหลบภัยอยู่ในตัว ฝึกตรงนี้ จนกระทั่งตัวของเราไม่ทึบ รู้สึกกลวงภายใน จะไม่มืด จะโล่ง โปร่ง เบา สบาย ขยาย กลวงเข้าไปเลย แล้วจะเข้าถึงดวงธรรมที่ผุดกันขึ้นมา น่าอัศจรรย์นะ ธรรมเหล่านี้มีอยู่แล้วในตัวของเรา ที่เราได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆ ทั้งดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ มีอยู่แล้วในตัวของเรา กายในกายต่างๆ เราก็จะเข้าถึงได้ แล้วก็ได้กันทุกคน ถ้าขยัน ไม่ขี้เกียจ และทำถูกวิธี ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. …

๖๒. หมั่นฝึกใจทุกวัน Read More »

๖๑. ฝึกหยุดนิ่งในทุกอิริยาบถ

ฝึกหยุดนิ่งในทุกอิริยาบถ จะยากตอนแรกๆ นิดหนึ่ง เพราะเราไม่คุ้นเคยกับการนึกอยู่ตรงนี้ แต่ยากไม่มาก ยากพอสู้ ถ้าสู้อย่างถูกหลักวิชชา ก็ไม่ยาก ค่อยๆ ทำความเพียรไป ให้มีชั่วโมงหยุด ชั่วโมงนิ่ง ชั่วโมงกลาง อยู่ภายในตรงนี้ให้มากๆ ควบคู่กับภารกิจประจำวันในชีวิต จะดูแลบ้านช่อง เรื่องธุรกิจการงาน หรือการศึกษาเล่าเรียนก็ทำไปขณะเดียวกันก็ทำสิ่งนี้ควบคู่ไปด้วย เดี๋ยวสักวันหนึ่ง เราจะต้องสมปรารถนา เพราะพระรัตนตรัยมีอยู่แล้วภายในตัวของเรา ไม่ใช่เราไปทำให้เกิดขึ้น แต่บริกรรมนิมิตที่เรานึกขึ้นมา จะเป็นองค์พระ ดวงใสๆ หรือพระเดชพระคุณหลวงปู่ เราแค่อาศัยเป็นจุดเชื่อมโยงประดุจสะพานของใจ ให้เข้าไปถึงพระรัตนตรัยที่มีอยู่แล้วในตัวของเราเท่านั้น พอถูกส่วน สิ่งที่เราสมมติขึ้นมา สร้างภาพขึ้นมา จะหายไปเอง ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๖๐. การปรารภความเพียรของพระพุทธเจ้า

การปรารภความเพียรของพระพุทธเจ้า หลังจากเปลี่ยนอิริยาบถนั่งเป็นยืน เป็นเดิน หรือนอน เราก็หมั่นตรึก หมั่นนึก หมั่นนึกเบาๆ บ่อยๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่เรียกว่า ภาวิตา พหุลีกตา ทำบ่อยๆ ทำเนืองๆ ทำทั้งวันทั้งคืน พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ท่านทำความเพียรอย่างนี้ บางครั้งก็เห็นแสงสว่าง บางครั้งก็ไม่เห็น แต่ท่านก็ไม่ลดละความเพียร บางครั้งเห็นตลอดกลางวัน แต่กลางคืนไม่เห็น บางครั้งเห็นตลอดทั้งคืน แต่กลางวันไม่เห็น ท่านก็ฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ บางครั้งก็เห็นทั้งกลางวัน เห็นทั้งกลางคืน บางครั้งเห็นชั่วแวบเดียว บางครั้งเห็นได้นาน ท่านหมั่นฝึกฝนอบรมจิตใจของท่านไปเรื่อยๆ โดยมีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร เป็นเป้าหมาย หวังที่จะพ้นทุกข์ ให้เข้าถึงสุขอันเป็นอมตะให้ได้ ท่านจึงให้ความสำคัญต่อการฝึกฝนอบรมใจอย่างนี้ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๕๙. อย่าขี้เกียจนั่งธรรมะ

อย่าขี้เกียจนั่งธรรมะ ชาตินี้เรามีข้อสังเกตอยู่ว่า ทำไมชีวิตเราลุ่มๆ ดอนๆ ทำไมปฏิบัติธรรมไม่ค่อยหยุดนิ่ง นั่นก็เป็นเหมือนกระจกสะท้อนให้เห็นเงาของชีวิตที่ผ่านมาในอดีตว่า เราขี้เกียจฝึกหยุดฝึกนิ่งมาก่อน เราเคยเจอกันมาแล้วบ้าง หรือพวกเราเคยไปเจอผู้รู้มาบ้าง เขาแนะนำ เราก็ยังขี้เกียจอยู่ ชาตินี้ก็มีอานิสงส์ของความขี้เกียจ คือ มันก็มืดมากบ้าง มืดมัวบ้าง ก็จะเจอกันอย่างนี้ เมื่อเราเห็นสิ่งที่สะท้อนถึงเงาในอดีตแล้ว ปัจจุบัน เราก็จะต้องสั่งสมการปฏิบัติให้เยอะๆ นะลูกนะ ฝึกกันไปทุกวัน ล้มลุกคลุกคลานกันไป เหมือนเด็กหัดเดินอย่างนั้น เดี๋ยวล้ม เดี๋ยวยืนได้ เดี๋ยวเดินเตาะแตะ เดี๋ยวก็เดินได้แข็งแรง เดี๋ยวก็วิ่งได้ ถ้าเท้าข้างใดข้างหนึ่งยืนได้อย่างมั่นคง อีกข้างหนึ่งก็จะก้าวไปได้อย่างมั่นคง จะไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย แล้วก็มีชัยชนะ ฝึกใจกันไปทุกๆ วัน เดี๋ยวก็หยุด เดี๋ยวก็นิ่ง เดี๋ยวก็มั่นคงจนได้ เมื่อข้างในหยุดนิ่ง ข้างนอกเคลื่อนไหว สองประสาน งานสร้างบารมีก็จะสำเร็จจนได้ ต้องขยันนะลูกนะ หมั่นฝึกฝนอบรมใจกันไปทุกวันเลย สักวันหนึ่งเราจะต้องเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวให้ได้ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ …

๕๙. อย่าขี้เกียจนั่งธรรมะ Read More »

๕๘. ต้องนั่งธรรมะทุกวัน

ต้องนั่งธรรมะทุกวัน ต้องฝึกหยุดนิ่งให้ได้นะ อย่าท้อ ต้องไม่ท้อ เราเกิดมาสร้างบารมี หาพระรัตนตรัยในตัว นั่งไปทุกวัน อย่าเว้นเลยแม้แต่เพียงวันเดียว เขาว่า ห่างดนตรี (นารี) ๓ วันเป็นอื่น แต่ขาดนั่งธรรมะเพียงวันเดียวก็เป็นอื่นแล้วห่างไม่ได้ เดี๋ยวเรื่องอื่นเข้ามาแทรกเยอะ ยิ่งยุคนี้เป็นยุคข้อมูลข่าวสาร เขายกกันมาเป็นกองทัพเลย ลองไปฟังดูเถิด ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ดึงใจเราออกจากศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ทั้งนั้น ถ้าเราไปให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านั้นมาก เราก็ไม่พบพระรัตนตรัยในตัว เพราะฉะนั้น แม้แต่เพียงวันเดียวก็อย่าขาดการปฏิบัติธรรม อดทน อดกลั้นเอาไว้ให้ดี กัดฟันสู้ จะเจ็บ จะป่วย จะไข้ จะลำบาก จะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนก็แล้วแต่ เราก็ทำ ถ้านั่งไม่ไหวก็นอนทำ แต่นอนให้เป็นอิริยาบถสุดท้ายนะ ห้ามตีกิน เดี๋ยวเห็นว่า หลวงพ่อพูดอย่างนี้ ก็เลยนอนทุกวัน ไม่ใช่นะ นั่งนะลูกนะ นั่งทุกวัน ต้องสมหวังอย่างแน่นอน ให้ขยันเท่านั้น แล้วหมั่นสังเกตว่า มันตึงไปไหม หย่อนไปไหม มีอยู่แค่นี้ ตึงกับหย่อน ตั้งใจมากไปหรือเปล่า หรือว่าวันนี้ไม่ค่อยตั้งใจเท่าไร ปรับให้พอดี ทำเฉยๆ นิ่งๆ …

๕๘. ต้องนั่งธรรมะทุกวัน Read More »

๕๗. อานิสงส์การแปะภาพไว้กลางกาย

อานิสงส์การแปะภาพไว้กลางกาย ถ้าเราแปะภาพติดกลางกายได้ จะช่วยบรรเทาความหยาบที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน จากกิจวัตรกิจกรรมต่างๆ ได้ เพราะยังมีที่ยึดแบ่งไว้ข้างใน คือที่ภาพที่เราตรึงไว้ครึ่งหนึ่ง ออกไปข้างนอกครึ่งหนึ่ง จากครึ่งหนึ่ง ข้างใน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นี้จะเกื้อกูลให้ชีวิตประจำวันเราสมบูรณ์ขึ้นอย่างที่เรานึกไม่ถึงเลยจะช่วยปรับระบบความคิด คำพูด และการกระทำของเราให้มีประสิทธิภาพ มีพลังที่จะนำไปสู่ความสุขและความสำเร็จในชีวิต ในธุรกิจการงานได้ง่ายกว่าที่ปล่อยให้มันหลุดออกไปเลย อย่างที่เราเคยเป็นมาก่อนที่เราจะฝึกเจริญสมาธิภาวนา จะมีบุญละเอียดที่เรายังมองไม่เห็นส่งกระแสไปขจัดอุปสรรคของชีวิต หนักเป็นเบา เบาเป็นหาย ร้ายกลายเป็นดี ดีเป็นดีเลิศเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าเราทำได้อย่างนี้ พอถึงเวลาที่เรามาหลับตาเจริญสมาธิ การเข้าไปสู่ภายในก็จะง่ายขึ้น คือจะใช้เวลาน้อยลงในการเข้าไปสู่ภายใน โดยมีจุดเริ่มต้นจากภาพภายใน ดวงใสองค์พระใสๆ ที่เราตรึงเอาไว้ แปะติดเอาไว้ มันจะดูดเข้าไปเลยและก็สงบนิ่ง นุ่ม นาน ชัดในชัด ใสในใส สว่างในสว่างเพิ่มขึ้น ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ …

๕๗. อานิสงส์การแปะภาพไว้กลางกาย Read More »

๕๖. อย่าให้หาย

อย่าให้หาย ภาพที่เราเห็นตอนหลับตานั่งสมาธิ พอเราได้แล้ว อย่าให้เลือนหายไป แม้ต้องทำกิจวัตรกิจกรรมอย่างอื่นในชีวิตประจำวัน เราก็แปะภาพนี้ติดไว้ ต้องหมั่นประคับประคองในทุกอิริยาบถ ฝึกให้ชำนาญในทุกกิจวัตรกิจกรรม เหมือนเราเอาภาพแปะติดเอาไว้ด้วยกาวอย่างดี ให้เราสมมติอย่างนั้น ฝึกหลับตา ลืมตา ให้เห็นชัดเท่ากัน ลืมตาก็ชัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หลับตาก็ชัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นั่งนอนยืนเดินก็ยังชัดเท่ากัน ทำจนกระทั่งกิจวัตรกิจกรรม หลับตาลืมตาไม่เป็นอุปสรรคต่อการตรึงภาพด้วยใจที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้ต้องฝึกฝนให้ชำนาญ เพราะจะมีเรื่องที่ทำให้ใจเราหยาบเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเลย ตั้งแต่ตื่นนอนกระทั่งเข้านอน เรื่องคน สัตว์ สิ่งของ ธุรกิจการงาน บ้านช่อง เรื่องสิ่งแวดล้อมสารพัด จากภายในตัวเราเองบ้าง ภายในบ้านบ้าง นอกบ้านบ้าง ตามถนนหนทาง ที่ทำงาน สถานที่ต่างๆ ที่เราไป หรือสถานการณ์ของสังคมบ้านเมือง โลก ดินอากาศฟ้า อะไรต่างๆ จะชวนให้ใจเราหลุดออกไป และก็หยาบ ถ้าเราประมาท ไม่ตรึกเอาไว้ ไม่แปะภาพติดไว้ก็จะหลุดไป มันจะหลุดไปทีละน้อยอย่างที่เราไม่รู้ตัว ถ้าชะล่าใจ ไม่ฝึกซ้ำๆ จะหลุดไปเยอะขึ้น ในที่สุดจะหลุดไปเลย ภาพที่เราเคยเห็นก็จะหายไปเอง จิตก็จะเข้าสู่สภาวะหยาบ …

๕๖. อย่าให้หาย Read More »

๕๕. นึกถึงพระทุกครั้ง ใจสูงขึ้นทุกครั้ง

นึกถึงพระทุกครั้ง ใจสูงขึ้นทุกครั้ง การนึกถึงภาพองค์พระกลางดวงแก้วครั้งหนึ่ง จิตสำนึกของเราก็จะเปลี่ยนแปลงขึ้น สูงขึ้น บริสุทธิ์ขึ้นทุกครั้งที่เรานึกถึงพระ แม้ยังไม่มีภาพมาให้เราเห็นชัดเจนหรือเห็นแค่คุ่มๆ ค่ำๆ รัวๆ รางๆ อย่างนั้น ใจเราก็เปลี่ยนแปลงแล้ว สูงขึ้น ประณีตขึ้น ถูกกลั่นให้บริสุทธิ์เพิ่มขึ้น พอเรานึกบ่อยๆ ความบริสุทธิ์ก็เติมเข้ามาบ่อยๆ จนกระทั่งถึงขีดๆ หนึ่ง มันก็พรึบเข้าไปได้ เหมือนน้ำที่หยดทีละหยดลงในตุ่ม ยังทำให้ตุ่มเต็มได้ฉันใด ใจที่ฝึกกัน ทุกๆ วัน จากมืดๆ มัวๆ คุ่มๆ ค่ำๆ นึกถึงองค์พระกลางดวงแก้วไปทีละเล็กละน้อย สักวันหนึ่งก็จะสมหวังจนได้ เหมือนพระจันทร์ ไม่ใช่จู่ๆ เต็มดวง มันก็มืดก่อน แล้วก็มาแหว่ง แหว่งมาก แหว่งน้อย จนกระทั่งเต็มดวง มันค่อยๆ เติมเต็มกันไปทีละเล็ก ทีละน้อย ไม่ใช่พรวดพราดได้เลย คนที่ได้เลยก็มีเหมือนกัน แต่ว่าถือเป็นกรณียกเอาไว้ เพราะเขาสั่งสมบุญใหญ่ข้ามภพข้ามชาติ มามากกว่าเรา แล้วเขาทำอย่างสม่ำเสมอมา พอถึงเวลาบุญส่งผล เขาก็พรึบได้เลย ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ พระธรรมเทศนา …

๕๕. นึกถึงพระทุกครั้ง ใจสูงขึ้นทุกครั้ง Read More »

๕๔. เศรษฐกิจกับจิตใจไปด้วยกัน

เศรษฐกิจกับจิตใจไปด้วยกัน ให้ความสำคัญต่อการฝึกใจให้หยุดนิ่ง ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เพื่อตัวเราเอง ไม่ใช่เพื่อใคร ไม่ว่าเราจะมีภารกิจมากน้อยเพียงใดก็ตาม ก็ต้องไม่ให้เป็นข้อแม้ ข้ออ้าง หรือเงื่อนไข ในการทำใจให้หยุดนิ่ง เพื่อความสุขและความปลอดภัยในชีวิตของเรา ความตายไม่มีนิมิตหมายว่า จะตายเมื่อใด ที่ไหน ด้วยวิธีการใด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตจึงต้องฝึกใจให้หยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้ไปเรื่อยๆ สิ่งที่เราควรทำ คือ ทำควบคู่กันไปในชีวิตประจำวัน มีภารกิจอะไร เราก็ทำไป นั่งนอนยืนเดินเราก็ทำกันไปพร้อมๆ กัน เพราะปกติไม่ว่าเราจะเคลื่อนไหวกายทำภารกิจอะไร ใจเรายังแวบไปคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้ได้ แต่แทนที่เราจะปล่อยให้มันเป็นไปอย่างเดิม เราก็มาปรับใหม่ ให้ใจมาหยุดนิ่งอยู่ตรงนี้ แปลว่า ข้างในหยุดนิ่ง แต่ข้างนอกเคลื่อนไหว เศรษฐกิจกับจิตใจไปด้วยกันได้ ภารกิจกับจิตใจก็จะควบคู่กันไป แปลว่า เวลาที่เราสูญเสียไป เราก็ได้สิ่งดีๆ มาทดแทน คุ้มกับการเสียไป คือ เสียเพื่อได้ ไม่สูญเสียเปล่า ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ …

๕๔. เศรษฐกิจกับจิตใจไปด้วยกัน Read More »

๕๓. ต้องมีอิทธิบาท ๔

ต้องมีอิทธิบาท ๔ ต้องให้ความสำคัญกับการทำใจหยุดใจนิ่งให้ได้ ฝึกฝนอบรมใจกันไปทุกวัน อย่าท้อแท้ ท้อถอย ทำให้ถูกวิธี แล้วมีความเพียร ที่ประกอบไปด้วยอิทธิบาท ๔ มีความพึงพอใจรักใคร่ที่จะเข้าถึงวิชชาธรรมกาย ได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย มีความเพียร ทำทุกอิริยาบถ ทำความเพียรต่อเนื่อง ให้ใจจดจ่ออยู่กับธรรมกายอย่างเดียว แล้วก็หมั่นสังเกตทุกรอบว่า เราวางใจพอดีไหม ตึงเกินไปไหม ทำให้เกิดความเครียด หรือหย่อนไปก็ทำให้เกิดความเคลิ้ม หรือความฟุ้ง เกิดความคิด แล้วก็วางจิตวางใจของเราเบาๆ อย่างง่ายๆ สบายๆ สังเกตไปเรื่อยๆ ทุกอิริยาบถว่า ทำอย่างไรถึงจะวางใจได้พอดีๆ ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป ความพึงพอใจคือความพอดีนั่นเอง วางใจอย่างนี้แล้วรู้สึกใจตั้งมั่น มั่นคง ไม่ซัดส่าย รู้สึกสบาย เบิกบาน แช่มชื่น นั่นแหละคือความพอดี ถ้าเกิดความรู้สึกพึงพอใจ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ …

๕๓. ต้องมีอิทธิบาท ๔ Read More »

๕๒. ฝึกเป็นผู้ให้

ฝึกเป็นผู้ให้ ให้มีความมั่นใจว่า สักวันหนึ่งเราต้องเข้าถึงธรรมอย่างแน่นอน ขอแค่มีความเพียรและทำให้ถูกวิธี เพราะสิ่งนี้ มีอยู่แล้วในตัวของเรา ทำอย่างสบายๆ ไปเถิด รักษาอารมณ์ดี อารมณ์สบาย อารมณ์แจ่มใส ให้ใจเป็นกุศลตลอดวัน ตลอดคืน ตลอดเวลา สิ่งนี้จะช่วยให้เราเข้าถึงจุดนั้นได้เร็วเข้า ฝึกเป็นผู้ให้ ทำความรู้สึกว่า เราเป็นผู้ให้ ถ้าเมื่อไรมีความรู้สึกว่า เราเป็นผู้ให้ได้ และเป็นผู้ให้อย่างแท้จริงตลอด ๒๔ น. ถ้าทำได้อย่างนี้เพียงไม่กี่วันก็จะเข้าถึงได้ ในชีวิตของเรา เราสามารถให้อะไรได้บ้าง เริ่มตั้งแต่ให้ความรัก ให้ความปรารถนาดีต่อทุกคน ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วยใจจริง ให้รอยยิ้มกับทุกๆ คน ให้อภัยกับคนที่ล่วงเกินเรา จนกระทั่งใจเราสบาย ให้ความรู้ วิทยาทาน ให้คำแนะนำต่างๆ ให้ความช่วยเหลือ ให้กำลังกาย ให้กำลังใจ ให้อาหาร ให้ข้าว ให้น้ำ ให้วัตถุทานต่างๆ จนกระทั่งก้าวไปถึงให้ความปลอดภัยในชีวิตทุกชีวิต ไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้าย ไม่ฆ่า ก็คือศีลข้อที่ ๑ นั่นเอง ให้ความปลอดภัยในทรัพย์สิน หรือให้ศีลข้อที่ ๒ ให้ความปลอดภัยในครอบครัวเขา คือศีลข้อที่ …

๕๒. ฝึกเป็นผู้ให้ Read More »

๕๑. สิ่งที่เกื้อหนุนการปฏิบัติธรรม

สิ่งที่เกื้อหนุนการปฏิบัติธรรม สิ่งที่เกื้อหนุนการปฏิบัติธรรม ที่จะทำให้ใจเราหยุดนิ่งได้เร็ว ประการที่ ๑ ต้องหัดเป็นคนมองโลกไปตามความเป็นจริง ไม่ได้หมายความว่า ให้มองโลกในแง่ดีหรือแง่ร้าย แต่ให้มองโลกไปตามหลักโลกธรรม ๘ คือ มีลาภ-เสื่อมลาภ มียศ-เสื่อมยศ มีคนสรรเสริญ-มีคนนินทา มีสุข-มีทุกข์ ธรรม ๘ ประการนี้ จะวนเวียนในชีวิตประจำวันของเราอยู่ตลอดเวลา เมื่อมันมากระทบ เราจะต้องไม่หวั่นไหว ทำใจให้เป็นกลางๆ เพราะว่ามันเป็นธรรมดาโลก ประการที่ ๒ ทำใจให้เป็นกุศล ให้เบิกบานแช่มชื่นอยู่เสมอ ใครเป็นคนหงุดหงิด ฉุนเฉียว เจ้าอารมณ์ ใจร้อน แง่งอนอะไรต่างๆ ต้องทิ้งไปให้หมด อย่าไปอนุรักษ์ไว้ แล้วทำใจของเราให้ผ่องใส ให้เยือกเย็น สบายๆ ประการที่ ๓ มองทุกๆ คน เป็นเพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะเป็นสามี ภรรยา พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย บุตร ธิดา หรือเพื่อนร่วมงานของเรา ให้มองว่า …

๕๑. สิ่งที่เกื้อหนุนการปฏิบัติธรรม Read More »

๕๐. ดูไปด้วยใจสบาย

ดูไปด้วยใจสบาย ดูไปอย่างสบายๆ เท่าที่มีให้เราดู มีความชัดให้เราดู ๕ เปอร์เซ็นต์ เราก็ดูไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยความพึงพอใจ ดูไปอย่างสบายๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น มีมาให้ดู ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นชัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เราก็ดูไปเรื่อยๆ ใจจะได้หยุดนิ่งๆ นุ่มๆ เบาๆ สบายๆ การดูเฉยๆ ด้วยใจที่สบาย จะทำให้ใจของเราหยุดนิ่งนุ่มได้สมบูรณ์ขึ้น จนกระทั่งได้ภาพในใจ จะเป็นดวงหรือองค์พระ ชัดเจน ๖๐ หรือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบเท่าลืมตาเห็นภาพภายนอก เราก็ดูไปเรื่อยๆ เฉยๆ อย่างเดิมอย่างเดียวอย่างนี้ตลอดไป ด้วยอารมณ์ดี อารมณ์สบายอารมณ์เดียว เดี๋ยวภาพก็จะชัดเหมือนลืมตาเห็นเอง วัตถุภายนอกเห็นได้ชัดแค่ไหน ดวงหรือองค์พระที่อยู่ภายในก็จะชัดเท่ากัน มันจะเห็นชัดภายใน ในสภาวะที่ร่างกายปลอดโปร่ง โล่ง เบา สบาย ตัวขยาย และก็หายไป กลมกลืนไปกับบรรยากาศ เหมือนดวงหรือองค์พระลอยอยู่ในกลางอวกาศโล่งๆ …

๕๐. ดูไปด้วยใจสบาย Read More »

๔๙. เห็น ไม่เห็น ก็ไม่เห็นจะเป็นไร

เห็น ไม่เห็น ก็ไม่เห็นจะเป็นไร วันนี้เรานั่งยังไม่เห็นอะไร ก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างไรเราก็จะต้องเห็นอยู่แล้ว เพราะสิ่งที่เห็นมันมีอยู่ แต่เป็นสิ่งที่ละเอียด หน้าที่ของเราคือ ทำใจให้ละเอียดเท่ากับสิ่งที่มีอยู่เพียงแค่นี้เท่านั้น เมื่อละเอียดเท่ากันก็จะดึงดูดเข้าหากัน ความเห็นก็จะเกิดขึ้นมาพร้อมความสว่าง ภาพก็จะเกิดขึ้นมา เพราะฉะนั้น เวลาเรานั่งให้มุ่งทำความละเอียดของใจ คือ มุ่งฝึกใจให้หยุดให้นิ่ง ให้วางพอดีๆ ส่วนการเห็นนั้นให้เป็นผลพลอยได้ เพราะอย่างไรเราก็จะต้องเห็นอยู่แล้วถ้าใจละเอียด รักษาใจอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าสามารถนึกภาพได้ ก็ให้นึกอย่างสบาย อย่าไปเค้นภาพ ให้นึกสบายๆ ค่อยๆ วางใจหยุดนิ่งๆ เห็นรัวๆ รางๆ เราก็ค่อยๆ ประคองใจไปเรื่อยๆ อย่าทำด้วยความใจร้อน อย่าฮึดฮัด หงุดหงิด รำคาญ เมื่อเรามองยังไม่เห็นภาพ หรือภาพที่เห็นไม่ชัดเจนตามใจปรารถนา ให้ทำใจให้ใส ให้เยือกเย็น ทำเพียงแค่นี้ ไม่ช้า ก็จะสมหวังดังใจ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม …

๔๙. เห็น ไม่เห็น ก็ไม่เห็นจะเป็นไร Read More »