krirk

๔๘. เป็นผู้ดูที่ดี

เป็นผู้ดูที่ดี ไม่ต้องใช้กำลังไปบังคับใจ ไม่วิเคราะห์ วิจารณ์ประสบการณ์ภายใน ทำหน้าที่เป็นผู้ดูที่ดี ดูปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยใจที่เบิกบาน แช่มชื่น เป็นปกติ โดยไม่ให้มีความคิดใดๆ เกิดขึ้น ดูไปเฉยๆ เรื่อยๆ มีอะไรให้ดู เราก็ดูไป ดูไปอย่างสบายๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่วางใจหยุดนิ่งๆ ทำเพียงแค่นี้เท่านั้น ไม่ช้าใจจะหยุดนิ่งเอง จะถูกส่วนเอง ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๔๗. หยุดนิ่งจึงเห็นภาพ

หยุดนิ่งจึงเห็นภาพ ไม่มีวิธีอื่นเลย ที่จะทำให้เห็นภาพภายในที่มีอยู่ในตัวของเรา นอกจากเอาใจมาหยุดนิ่งอย่างเดียวเท่านั้น จะเอากล้องเอกซเรย์ส่องเข้าไปดู ก็ไม่เห็น ต้องนำใจที่ซัดส่ายวิ่งไปในอารมณ์ต่างๆ มาหยุดนิ่งอย่างเดียวเท่านั้น ถึงจะเห็นภาพ เพราะแสงสว่างจะเกิด ความสุขเกิด ความบริสุทธิ์เกิด ภาพเกิด ความรู้เกิด จะเป็นขั้นตอนอย่างนี้ พอใจนิ่ง ความสุขก็มาติด แสงสว่างก็มาติดอีก พอแสงสว่างเกิดก็เห็นภาพ เหมือนเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า ความมืดหมดไป เราก็เห็นภาพคนสัตว์สิ่งของ แต่นี่เห็นภาพภายในเป็นดวงธรรมใสๆ เป็นกายละเอียดที่อยู่ข้างในเป็นชั้นๆ แสงสว่างเกิด ภาพเกิด เหมือนเราดึงของที่อยู่ในที่มืดมาสู่ที่แจ้ง ก็เห็นแจ้งขึ้น ความรู้แจ้งก็เกิดว่าสิ่งที่เห็นในนั้นคืออะไร อย่างไร ถ้าภาษาธรรมะ เรียกว่า จักขุ ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง จะมาพร้อมๆ กัน เมื่อใจหยุดนิ่ง ไม่มีวิธีอื่นที่จะไปเห็นอย่างนี้ นี่คือพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระมหาเถรานุเถระ สืบทอดมากระทั่งถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย นำมาถ่ายทอดให้เราฟัง บอกวิธีการอย่างนี้ และทำให้เราได้เข้าถึงแบบท่าน มีความสุข ความบริสุทธิ์แบบท่าน มีความเห็นแจ้ง รู้แจ้ง แจ่มแจ้งเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตแบบเดียวกับท่าน เราจึงเทิดทูนท่านเหนือเศียรเกล้า …

๔๗. หยุดนิ่งจึงเห็นภาพ Read More »

๔๖. เฉยในทุกประสบการณ์

เฉยในทุกประสบการณ์ ถ้ามืด ก็ช่างมัน เราก็เฉยๆ สว่างก็อย่าดีใจเกินไป หรือตื่นเต้นตกใจก็ช่างมัน เราก็ยังเฉยๆ ถ้าอดตื่นเต้นไม่ได้ ก็ช่างมันอีกเหมือนกัน เมื่อจำเป็นต้องตื่นเต้นก็ช่างมัน ตามใจไปก่อน ให้มันตื่นเต้น เมื่อเห็นแสงสว่างภายในครั้งแรก บางคนตื่นเต้นจนกลายเป็นสงสัย เอ๊ะ! แสงส่องมาจากข้างนอกหรือเปล่านะ ถึงได้สว่างทั่วไปหมดเลย แสงอะไรจะสว่างเข้ามาในท้องได้ เวลาเราหลับตา ไม่มีหรอก บางทีสงสัยเลยลืมตาขึ้นมาดู อ้าว ข้างนอกมืดสนิท เอ๊ะ! แต่ข้างในสว่าง พอจะให้สว่างเหมือนเดิม อ้าว หายไปเสียแล้ว เสียใจอีก เอาใจยากจังเลยคนเรา เดี๋ยวดีใจ เดี๋ยวเสียใจ เดี๋ยวสงสัย ก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่ถ้าอดเป็นอย่างนี้ไม่ได้ ชอบเป็นอย่างนี้ เราก็ปล่อยมันไป ช่างมันนะลูก ถ้าเราอดตื่นเต้นไม่ได้ ก็ช่างมัน ตามใจไปก่อน พอเห็นบ่อยๆ เข้า จะค่อยๆ คุ้นไปเอง พอคุ้นหนักเข้า วันหลังเราก็จะเฉยๆ หายตื่นเต้น เป็นปกติ เหมือนได้ของรางวัลมาใหม่ๆ ก็ตื่นเต้น พอนานๆ ไปก็เฉยๆ แล้วก็วางทิ้งไว้ไม่ดูแลรักษา ปล่อยให้ฝุ่นละอองเกาะจับด้วยซ้ำ …

๔๖. เฉยในทุกประสบการณ์ Read More »

๔๕. ง่ายตลอดเส้นทาง

ง่ายตลอดเส้นทาง จำไว้ว่า ตลอดเส้นทางสายกลางภายใน เป็นเส้นทางที่ไม่ทุรกันดาร เป็นเส้นทางของผู้มีบุญ เพราะฉะนั้นมันจะง่าย คำว่า ยากไม่มีเลย ง่ายมาก จนกระทั่งไปถึงง่ายแสนง่าย ตลอดเส้นทางตั้งแต่เบื้องต้นจนกระทั่งเป็นพระอรหันต์ ถ้าเริ่มยาก เริ่มตื้อๆ ตันๆ เกร็งหรือตึง ก็แปลว่า เราทำไม่ถูกหลักวิชชาแล้ว เรื่องยากมีเฉพาะตอนเราลืมตาทำกิจกรรม ทำมาหากิน ทำมาค้าขาย มีปัญหา มีแรงกดดัน นั่นแหละเรื่องยาก แต่เมื่อเราหลับตาทำภาวนา มีแต่เรื่องง่ายๆ โลกภายนอกกับโลกภายในมันกลับตาลปัตรกันอย่างนี้ มันเหมือนเส้นผมบังภูเขา ต้องศึกษาให้เข้าใจว่าความจริงเป็นอย่างนี้ ถ้าเราเริ่มหลับตาแล้วเริ่มยาก ไปควานหาองค์พระ แปลว่า เราทำไม่ถูกหลักวิชชา เริ่มทุรกันดารแล้ว เริ่มยากเข็ญแล้ว ไม่ใช่เส้นทางผู้มีบุญ หลวงพ่อขอยืนยันว่า มันง่าย และก็ไม่เชื่อว่า ใครจะทำไม่ได้ นอกจากคนขาดสติ คนบ้า คนเมา คนตายแล้ว เป็นต้น ลูกทุกคนสามารถทำได้อย่างง่ายๆ แต่ต้องเอาใจใส่ ต้องขวนขวาย ต้องมีฉันทะ สมัครใจที่จะเข้าถึง ที่จะมีความสุข ที่จะมีความบริสุทธิ์ ที่จะมีจิตใจสูงส่ง ที่ปรารถนาอยากจะได้ความรู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ปรารถนาอยากจะดับทุกข์ หลุดพ้นจากทุกข์อย่างแท้จริงนั่นแหละจึงจะได้ …

๔๕. ง่ายตลอดเส้นทาง Read More »

๔๔. ทำใจหลวมๆ

ทำใจหลวมๆ ทำใจหลวมๆ เหมือนสวมเสื้อผ้าที่ไม่คับเกินไปทำให้รู้สึกสบายกาย ใจหลวมๆ ก็จะทำให้รู้สึกสบายใจ ความสบาย เป็นต้นทางของการเข้าถึงธรรม ต้องหมั่นฝึกฝนอบรมไป หมั่นสังเกต แล้วก็ปรับปรุงแก้ไขตัวเอง อย่ามัวโทษนั่นโทษนี่ อย่าเอาตัวของเราไปเปรียบกับคนอื่น ใครนั่งดี เราก็อนุโมทนา ถ้าเรานั่ง วันไหนนั่งดี เห็นความสว่าง เห็นดวงใสๆ ก็อย่าลิงโลดใจจนเกินไป ให้ทำใจเป็นปกติ อย่าไปคิดว่า วันนี้จะต้องนั่งให้ดีกว่าเมื่อวาน อย่าไปคิดอย่างนั้น แล้วอย่าไปนั่งแข่งกับใคร แม้กระทั่งแข่งกับตัวของตัวเอง ไม่แข่งกับใครทั้งสิ้น ฝึกใจให้หยุดให้นิ่งอย่างเดียว อย่างนี้ แค่นี้ เท่านั้น ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๔๓. ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง

ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง เราเป็นมนุษย์ธรรมดาก็ต้องทำแบบคนธรรมดา เราไม่ใช่เทวดาที่จะเนรมิตอะไรก็ได้ เวลานั่งธรรมะก็อย่าไปฮึดฮัดว่า ทำไมเราอยู่ทางโลกจะทำอะไรก็สำเร็จทุกอย่าง ทำไมทำอย่างนี้ไม่ได้ ก็เลยฮึดฮัด เราอย่าไปเอาวิธีทางโลกมาใช้กับวิธีการปฏิบัติธรรม ทางโลกแสวงหาโลกียทรัพย์ เราต้องวิ่งเต้น ต้องต่อสู้ ต้องเจอแรงกดดัน เจอปัญหา ต้องเอาจริงเอาจังกันสารพัด วิธีการนั้นเอามาใช้กับการแสวงหาอริยทรัพย์ภายในไม่ได้ ภายในต้องเยือกเย็น สุขุม ละมุนละไม ค่อยๆ ประคับประคองใจไป เดี๋ยวมันก็หยุดเอง เดี๋ยวก็ถึงที่หมายเอง ต้องนิ่งๆ นุ่มๆ ละมุนละไม สบายๆ ทำเหมือนกับรถไฟที่แล่นอยู่บนราง เวลามันแล่นไป จะมีเสียงหนึ่งที่เราคุ้นเคย คือ ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง นั่งไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถึงสถานี ถึงจุดหมายปลายทาง ปฏิบัติธรรมก็เช่นเดียวกันนะลูกนะ ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง ทำใจเย็นๆ อย่าไปฮึดฮัด อย่าไปตั้งใจเกินไป ทำใจหลวมๆ เหมือนสวมเสื้อผ้าที่ไม่คับ มันสบายเนื้อสบายตัว ใจหลวมๆ ก็สบายอกสบายใจ เราเป็นผู้มีบุญที่สั่งสมกันมายาวนาน จึงได้มีกุศลศรัทธาอยากปฏิบัติธรรม และเราก็ได้มาปฏิบัติธรรมแล้ว กำลังบุญเราถึงแล้ว เราถึงมาได้ เหลือแต่วิธีการกับความเพียรเท่านั้น เราทำถูกต้องไหม สม่ำเสมอไหม …

๔๓. ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง Read More »

๔๒. ๔ ส. สำเร็จ

๔ ส. สำเร็จ หยุดแรก จะยากสักนิด ไม่ใช่ยากมาก ยากนิดหน่อย แต่ต้องอาศัยการฝึกฝน ทำความเพียรให้สมํ่าเสมอ ต้องมีสติ สบาย สมํ่าเสมอ สังเกต ๔ ส. นี้ ต้องจำให้ดี สติ คือ การดึงใจกลับมาอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้ได้ตลอดเวลา สบาย คือ ทำอย่างสบายๆ คล้ายๆ กับเรานึกถึงเรื่องราวที่เราชอบ นึกแล้วไม่มึน ไม่ซึม ไม่ตึง ระบบประสาทกล้ามเนื้อต้องไม่เกร็ง ไม่เครียด ต้องผ่อนคลาย แต่ที่ไม่สบายเพราะเราเอาลูกนัยน์ตากดลงไปดู เพราะเราคุ้นเคยและชินว่า การที่จะมองภายในนั้นต้องกดลูกนัยน์ตา ต้องเหลือบตาลงไป ถ้าเหลือบเฉยๆ ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าตั้งใจเกินไป มันก็จะแรง กดลงไปโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ เราก็นึกว่าเรามองธรรมดา แต่จริงๆ แล้วเรากำลังกดลูกนัยน์ตา สมํ่าเสมอ คือทำให้ได้ทุกวัน ทุกอิริยาบถ ทั้งนั่ง นอน ยืน เดิน สังเกต เวลาเลิกนั่งสมาธิแล้วให้หมั่นสังเกตว่า เราทำถูกหลักวิชชาไหม …

๔๒. ๔ ส. สำเร็จ Read More »

๔๑. ทำให้ถูกหลักวิชชา

ทำให้ถูกหลักวิชชา ตั้งใจปฏิบัติธรรมกันให้ดี ทำให้ถูกหลักวิชชา อย่าให้ตึงเกินไป อย่าให้หย่อนเกินไป อย่าอยากได้เกินไปจนกระทั่งทำให้เกิดความตึงเครียดที่ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ พลอยทำให้ท้อใจ เพราะว่านั่งแล้วไม่ได้ผล หรือง่วงนอนบ้าง ปล่อยให้เลื่อนลอย อย่างนี้ไม่เกิดประโยชน์ ต้องทำให้ถูกหลักวิชชา ปรับใจให้หยุด ให้นิ่งๆ ให้ใจใสๆ อยู่กับองค์พระ พอใจจะฟุ้งไป ก็ให้ดึงกลับมาใหม่ ที่จริงเรื่องราวที่เราฟุ้งไปไม่ได้เกิดประโยชน์สาระแก่นสารอะไรของชีวิตเลย นึกไปในเรื่องคนบ้าง สัตว์บ้าง สิ่งของบ้าง ธุรกิจการงาน อะไรต่างๆ เหล่านี้มีวันแต่จะแตกดับกันไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็เสื่อมสลายไป มันไหลไปสู่จุดสลายตลอด ไม่คงที่ นึกถึงสิ่งที่ไม่เป็นสาระแก่นสาร ไม่เกิดประโยชน์อันใด เราควรจะปลด ปล่อย วาง สิ่งเหล่านั้นทั้งหมด ฝึกบ่อยๆ เดี๋ยวก็ทำได้เอง เดี๋ยวเราก็จะคุ้นเคยกับการตัดใจ ปลดปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ไม่เป็นแก่นสาร ไม่เป็นประโยชน์เลย นึกแล้วกลุ้ม มาอยู่กับองค์พระ ให้ใจใสๆ ดีกว่า ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) …

๔๑. ทำให้ถูกหลักวิชชา Read More »

๔๐. เข้าถึงธรรมต้องสบายๆ

เข้าถึงธรรมต้องสบายๆ การเข้าถึงธรรมต้องสบายๆ สำหรับผู้มีบุญ..ต้องสบาย ไม่ใช่ลำบากๆ ดูพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเกณฑ์ วันที่จะบรรลุธรรม ท่านได้เสวยภัตตาหารที่อร่อยที่สุดของนางสุชาดา เอาอาหารใส่ถาดทองคำมา เสวยเสร็จไปสรงสนานพระวรกาย แล้วลอยถาดทองไป ทรงอธิษฐานจิตว่า ถ้าจะได้บรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ถาดลอยทวนน้ำ ถาดก็ลอยทวนน้ำไป สรงสนานพระวรกายเสร็จ ร่างกายสดชื่นแล้ว มานั่งทำหยุดทำนิ่งเฉยๆ พญามารมาราวี จะทำให้สะดุ้งกลัว ท่านก็ดูเฉยๆ เหมือนดูคนบ้า ไม่ได้ไปต่อกรอะไร ดูเฉยๆ นิ่งๆ นึกถึงบุญบารมี ความดีที่สั่งสมเอาไว้ นิ่งๆ เฉยๆ สบายๆ จนกระทั่งพญามารหมดอารมณ์ กลับดีกว่า แล้วท่านก็นั่งรวดเดียวเลย เพราะฉะนั้น จะเข้าถึงธรรมต้องสบายๆ ถ้าไม่สบายนั่งรวดเดียวไม่ได้หรอก นั่งไม่เห็น พอสบาย ท่านก็เห็นเรื่อยไป ตั้งแต่ปฐมมรรค กายในกาย จนปฐมยามได้เป็นพระโสดาบัน เข้าถึงกายธรรมพระโสดาบัน ยามที่ ๒ ถึงกายพระอนาคามี พอยามสุดท้ายเป็นพระอรหันต์ บรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย สบายๆ พระบรมศาสดาของเรายังเป็นอย่างนี้นะลูก เพราะฉะนั้นอย่าไปนั่งลำบากๆ เคร่งเครียดซีเรียสไป ให้สบายๆ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ …

๔๐. เข้าถึงธรรมต้องสบายๆ Read More »

๓๙. ที่ไว้วางใจ

ที่ไว้วางใจ แม้ภายนอกจะผิวสีอะไรก็ตาม ผิวสีขาว สีเหลือง สีแทน หรือสีที่แตกต่าง ก็เป็นแต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ข้างในจะผิวใสเหมือนกัน เพราะฉะนั้นที่แต่งผิวใสแก้ผิวเสียมีวิธีเดียว คือ เอาใจหยุดนิ่งภายในที่ศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ อย่าเอาใจไปวางไว้ที่ใคร วางใจไว้ที่คน สัตว์ สิ่งของไม่ได้ เพราะนั่นไม่ใช่ที่วางใจ เพราะมันเปลี่ยนแปลงได้ คนก็เปลี่ยนแปลง สัตว์ก็เปลี่ยนแปลง สิ่งของก็เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างล้วนไปสู่จุดสลายทั้งสิ้น และจะทำให้เราทุกข์ใจด้วย เราจะเอาใจไปไว้ตรงนั้นทำไม เพราะที่นั่นไม่ใช่ที่ไว้วางใจ ที่วางใจมีที่เดียวในโลก คือ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ วางใจไว้ตรงนี้แล้วดวงสว่างเกิด ใจจะใสๆ แล้วเราจะเห็นผิวใสๆ ซึ่งต่างจากผิวสีๆ ที่เป็นผิวเสียข้างนอก เพราะฉะนั้นวางใจไว้ตรงนี้ สำคัญนะ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ …

๓๙. ที่ไว้วางใจ Read More »

๓๘. วางใจเป็น

วางใจเป็น รวมใจไปหยุดนิ่งๆ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ วางใจของเราให้เป็น วางใจเป็น คือ วางเบาๆ สบายๆ เดี๋ยวก็จะเห็นภาพภายใน ฝึกฝนบ่อยๆ ในการวางใจไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งอยู่ในกลางท้องของเรา ในระดับที่เหนือจากสะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือ ถ้าวางใจเป็น จะถูกส่วนของมันไปเอง เดี๋ยวตัวก็เบา จะกลวงภายใน จะโล่ง โปร่ง เบา สบาย แต่ก็ต้องฝึกบ่อยๆ ทำให้ชำนาญ แม้จะมีภารกิจอะไรก็ตาม บทฝึกวางใจ โดยการทำการบ้านข้อ ๘ ทุก ๑ ชั่วโมงขอ ๑ นาที นึกให้คุ้นเคย ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ …

๓๘. วางใจเป็น Read More »

๓๗. ความสำคัญของฐานที่ ๗

ความสำคัญของฐานที่ ๗ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นที่เกิด ที่ดับ ที่หลับ ที่ตื่นของเรา มาเกิดกระทั่งไปเกิดหรือตาย ทั้งหลับ ทั้งตื่นเริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ และที่สำคัญ คือ เป็นต้นทางไปสู่อายตนนิพพาน ทางมรรคผลนิพพานจะต้องเริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ทุกพระองค์ท่านจะเริ่มต้นหยุดใจของท่านตรงนี้เรื่อยไปเลย หยุดอย่างเดียวไม่ได้ทำอะไรที่นอกเหนือจากนี้ ตั้งแต่เบื้องต้นจนกระทั่งได้บรรลุมรรคผลนิพพานเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เราต้องทำความรู้จักเอาไว้ว่า ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นตำแหน่งที่สำคัญที่จะต้องเอาใจมาหยุดนิ่งๆ อยู่ที่ตรงนี้ ไม่ว่าเราจะทำภารกิจอะไรก็ตามทั้งทางโลกและทางธรรม โดยเฉพาะทางธรรม จะทำทานก็จะต้องเอาใจมาหยุดนิ่งอยู่ตรงนี้ ทำน้อยก็จะได้ผลบุญมาก จะรักษาศีลให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ก็ต้องเอาใจมาอยู่ตรงนี้ เพราะศีลบังเกิดขึ้นที่ตรงนี้ รักษา คือ ทำให้อยู่ ก็ต้องอยู่ตรงนี้ จะเจริญภาวนาก็จะต้องเอาใจมาอยู่ตรงนี้ ตรงนี้จึงเป็นที่ตั้งของใจเรา เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เป็นต้นทางของมรรคผลนิพพาน ฐานที่ ๗ ตรงนี้จึงเป็นตำแหน่งที่สำคัญ ที่ลูกทุกคนจะต้องเอาใจใส่ เอาใจมาหยุดมานิ่งอยู่ที่ตรงนี้ให้ได้ทุกวันทุกคืน ทั้งวันทั้งคืน แล้วความบริสุทธิ์ก็จะบังเกิดขึ้นกับเรา ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ พระธรรมเทศนา โดย …

๓๗. ความสำคัญของฐานที่ ๗ Read More »

๓๖. ตำแหน่งศูนย์กลางกายฐานที่ ๗

ตำแหน่งศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ สำหรับท่านที่ยังไม่รู้จักว่า ฐานที่ ๗ อยู่ที่ตรงไหน ให้สมมติว่า หยิบเส้นด้ายขึ้นมา ๒ เส้น นำมาขึงให้ตึง เส้นหนึ่งขึงจากสะดือทะลุไปด้านหลัง อีกเส้นหนึ่งขึงจากด้านขวาทะลุไปด้านซ้าย ให้เส้นด้ายทั้งสองตัดกันเป็นกากบาท จุดตัดจะเล็กเท่ากับปลายเข็ม ให้สมมติเอานิ้วชี้กับนิ้วกลางมาวางซ้อนกัน แล้วนำไปทาบตรงจุดตัดของเส้นด้ายทั้งสอง สูงขึ้นมา ๒ นิ้วมือ ตรงนี้แหละเรียกว่า ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนต่อเมื่อใจหยุดนิ่งได้สนิทสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น จำง่ายๆ ว่า ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อยู่ตรงกลางท้อง ในระดับที่เหนือสะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือ หรือจำให้ง่ายกว่านี้ก็คือ อยู่ในกลางท้อง ตรงตำแหน่งที่เรามีความมั่นใจ มีความพึงพอใจ นึกตรงนี้แล้วสบาย สบายกายสบายใจ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 …

๓๖. ตำแหน่งศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ Read More »

๓๕. คำภาวนาไม่เป็นอุปสรรค

คำภาวนาไม่เป็นอุปสรรค ขอย้ำว่า คำภาวนาไม่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงพระธรรมกาย ยกตัวอย่าง คำภาวนา “พุทโธ” คำนี้เหมาะสำหรับการกำหนดลมเข้าออก ซึ่งมีอาการ ๒ อย่าง ต้องใช้คำเป็นคู่ ลมเข้าใช้ “พุท” ลมออก “โธ” แต่คำภาวนา “สัมมาอะระหัง” เหมาะสำหรับการกำหนดดวงแก้วใสๆ ไม่ได้กำหนดลม ไปกำหนดที่ฐานที่ ๗ ที่สุดของลม เมื่อเราภาวนา สัมมาอะระหัง เราก็ระลึกนึกถึงดวงแก้วไปด้วย ซึ่งบางครั้งมันอาจจะไปพ้องกับลมหายใจเข้าออกบ้าง เช่น “สัมมา” ลมเข้า “อะระหัง” ลมออก ก็ไม่เป็นไร อย่าไปกังวลใจ แล้วอย่าไปคิดว่าเป็นวิธีใหม่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๓๔. วิธีทำใจให้ติดที่ศูนย์กลางกาย

วิธีทำใจให้ติดที่ศูนย์กลางกาย ประคองใจด้วยบริกรรมภาวนา “สัมมาอะระหัง” ไปเรื่อยๆ พร้อมกับนึกถึงภาพควบคู่กันไป จะเป็นองค์พระแก้วใสๆ หรือดวงแก้วใสๆ หรือพระเดชพระคุณหลวงปู่ นึกไปเรื่อยๆ ใจจะค่อยๆ คุ้นกับการอยู่กลางกาย เดี๋ยวความละเอียดจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น จนใจติดที่ศูนย์กลางกาย พอใจติด ก็จะติดใจ มีฉันทะเกิดขึ้น สมัครใจที่จะนั่งสมาธิ ไม่ฝืน ไม่พยายาม ก็จะเกิดขึ้นมาเอง เกิดความขวนขวายขึ้นมา ด้วยใจรัก ฝึกใจหยุดนิ่งด้วยความสุข สนุกสนาน บุญบันเทิงกับการฝึกใจ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่