krirk

๓๓. การเห็นภาพภายใน

การเห็นภาพภายใน การเห็นภาพภายในนั้นแตกต่างจากการเห็นภาพภายนอกในเบื้องต้น คือ การเห็นภาพภายในจะยังไม่ชัดเจนมาก ไม่เหมือนตาเนื้อที่เราลืมตาดูภาพคนสัตว์สิ่งของจะเห็นได้ชัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย แต่ภาพภายในจะค่อยเป็นค่อยไป สำหรับนักเรียนใหม่ นึกใหม่ๆ จะยังไม่ค่อยชัดเจน แต่ก็ทำความรู้จักภาพที่จะเกิดขึ้นภายในกับภายนอกว่าต่างกันอย่างนี้ กับยอมรับสภาพว่า เราจะไม่ได้อะไรดังใจทุกอย่าง ภาพภายในจะให้ชัดเจนทันที ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นานๆ จะเจอสักคนหนึ่ง แต่ ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์มักจะค่อยเป็นค่อยไป เราต้องใจเย็นๆ จะนึกดวงแก้วก็ดี องค์พระก็ดี ก็ค่อยเป็นค่อยไป เราต้องทำใจให้ใส ให้เยือกเย็น นึกไปเรื่อยๆ ให้ต่อเนื่อง อย่างเบาๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ใจมาหยุดนิ่งๆ นุ่มๆ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ พอถูกส่วนก็จะเห็นเอง เป็นเอง เห็นได้ชัดเหมือนกับเราลืมตาเห็นวัตถุภายนอกอย่างนั้น จะค่อยๆ ชัดขึ้นๆ ฝึกปฏิบัติให้สม่ำเสมอ ทำซ้ำๆ ทำทุกอิริยาบถ ทั้งนั่งนอนยืนเดินในทุกๆ กิจกรรม เราก็ทำไป เพราะสิ่งที่เราจะได้รับตอบแทนนั้นสุดคุ้ม คุ้มเกินคุ้ม นำมาซึ่งความสุข ปีติสุข เบิกบาน ความสว่าง เห็นแจ้งรู้แจ้งในเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับตัวเรามาก ๓๑ พฤษภาคม …

๓๓. การเห็นภาพภายใน Read More »

๓๒. ภาพองค์พระกลางดวงแก้ว

ภาพองค์พระกลางดวงแก้ว จำภาพองค์พระที่ท่านนั่งหลับตาเจริญสมาธิภาวนากลางดวงแก้วให้ดีนะ นึกน้อมท่านมาตั้งไว้ในกลางกาย มีเวลาก็นึกไว้เรื่อยๆ ใจของเราจะได้ค่อยๆ คุ้นกับภาพนี้ เวลามานั่งสมาธิใจจะรวมได้ง่าย นึกได้ง่าย จากแต่เดิมเราต้องใช้ความพยายาม และไม่รู้ว่าจะนึกอย่างไร ตอนนี้เราได้เห็นภาพแล้วก็จะทำให้นึกได้ง่ายขึ้น และการนึกก็จะไปในทิศทางเดียวกัน ภาพนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำให้เราเข้าถึงสิ่งที่มีอยู่ในตัว คือ ดวงธรรม กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม กระทั่งกายธรรม เพราะฉะนั้นจำต้นทางที่จะทำให้เข้าถึงแผนผังชีวิตดังกล่าวนี้ให้ดี ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เราจะทำมาหากินอะไรก็ทำไปเถอะ มีเวลาสัก ๑ หรือ ๒ นาที ก็นึกเล่นๆ นึกเพลินๆ ให้ใจมันคุ้น การนึกถึงองค์พระกลางดวงแก้ว จะทำให้ใจของเราเชื่อมโยงกับอานุภาพอันไม่มีประมาณของพระรัตนตรัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านับพระองค์ไม่ถ้วน และอานุภาพอันไม่มีประมาณนั้นก็จะถูกถ่ายทอดมาที่กลางกายกลางใจหยุดใจนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นที่ตั้งของภาพองค์พระกลางดวงแก้วที่เรานึกถึง ตัวเราก็จะพลอยเป็นผู้มีอานุภาพไปด้วย ไม่มากก็น้อย ซึ่งขึ้นอยู่กับความละเอียดของใจ และด้วยอานุภาพนั้นจะทำให้เราสมหวังดังใจในทุกสิ่งที่เป็นกุศลธรรม ที่เป็นสัมมาอาชีวะ ในธุรกิจการงาน ในชีวิตครอบครัวหรือในการแสวงหาความสุขที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ภาพองค์พระกลางดวงแก้วที่หลวงพ่อมอบให้นั้นเป็นภาพที่สำคัญมาก ภาพเล็กก็พกติดตัวใส่กระเป๋า ภาพใหญ่ก็ไว้ในห้องพระ ที่โต๊ะหมู่บูชา หรือไว้ข้างฝาก็ได้ หรือจัดตรงไหนสักแห่งหนึ่งในบ้านของเราให้เป็นที่รวมประชุมของครอบครัว จะได้ดูองค์พระ ใจของเราจะใส สะอาด บริสุทธิ์ เป็นทางมาแห่งความสุขความสำเร็จของเราและครอบครัว …

๓๒. ภาพองค์พระกลางดวงแก้ว Read More »

๓๑. นึกนิมิตด้วยสิ่งที่คุ้นเคย

นึกนิมิตด้วยสิ่งที่คุ้นเคย กรณีที่เรานึกบริกรรมนิมิตเป็นองค์พระ หรือดวงแก้วไม่ออก มีข้อแนะนำเพิ่มเติมพิเศษ สำหรับบางท่านที่มีอาชีพค้าผลไม้ หรือมีอาชีพหลากหลาย โดยนำวิธีการที่พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านได้สอนแก่นาคที่ได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ณ พระอุโบสถ โดยให้นาคที่นั่งคุกเข่ากระโหย่งเท้าพนมมือต่อหน้าท่าน นึกถึงปอยผมที่ปลงเมื่อเช้า น้อมมาตั้งไว้ในกลางกาย หรือจำง่ายๆ ว่า กลางท้อง ให้เอาใจมาหยุดนิ่งๆ อยู่กลางปอยผมที่อยู่กลางท้องนั้น นึกไปเรื่อยๆ แล้วท่านก็ซักถามนาคว่า “เส้นผมปลายมันชี้ไปทางไหน โคนชี้ไปทางไหน” นาคก็ตอบคำถามทุกครั้งที่ท่านถามว่า “โคนชี้ไปทางนี้ ปลายชี้ไปทางนี้” จนกระทั่งเห็นปอยผมนั้นเปลี่ยนแปลง จากสีดำเป็นสีใส เป็นปอยผมแก้วที่ใสเหมือนเพชร กายก็เริ่มเบา ใจก็เริ่มปลอดโปร่ง สบาย อาการปวดเมื่อยเนื้อตัวสั่น เพราะนั่งอยู่ในท่ากระโหย่งเท้าที่ไม่ถนัดเป็นเวลายาวนานถึงชั่วโมงครึ่งก็หายไป พร้อมกับปอยผมแก้วนั้นก็เปลี่ยนไปเป็นดวงใสๆ ใสเหมือนเพชรอยู่กลางท้อง แล้วท่านก็ทำพิธีอุปสมบทนาคผู้นั้นเป็นพระภิกษุ และแนะนำให้จำดวงแก้วที่เกิดขึ้นในกลางท้องเมื่อใจหยุดนิ่งว่า “นั่นแหละ ดวงปฐมมรรค ต้นทางที่จะไปสู่อายตนนิพพาน ที่จะทำพระนิพพานให้แจ้ง ให้รักษาเอาไว้ให้ดีว่าบวชมาแล้วเรามีวัตถุประสงค์จะทำพระนิพพานให้แจ้งเพียงประการเดียว เราได้ต้นทางแล้ว คือ ดวงปฐมมรรค ให้รักษาเอาไว้ อย่าให้หาย แล้วให้ไปทำต่อหลังจากบวชแล้ว” นี่คือคำแนะนำสั่งสอนของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หรือหลวงปู่สดของเรา หลวงพ่อเลยนำวิธีการนั้น มาแนะนำต่อ สำหรับผู้ที่มีอาชีพค้าขาย …

๓๑. นึกนิมิตด้วยสิ่งที่คุ้นเคย Read More »

๓๐. บริกรรมนิมิต

บริกรรมนิมิต การกำหนดบริกรรมนิมิตขึ้นมา ควรจะเป็นสัญลักษณ์ของพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกของเรา จะเป็นองค์พระพุทธรูป เป็นดวงใสๆ หรือพระเดชพระคุณหลวงปู่อยู่ในกลางกาย อย่างใดอย่างหนึ่ง เอาอย่างเดียวที่จะทำให้เรานึกได้อย่างสบาย และใจมีความพร้อมที่จะอยู่ที่กลางกาย แต่ไม่ต้องกังวลจนเกินไปว่า จะตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป๊ะเลยไหม ประมาณว่าอยู่ในกลางท้องแถวๆ นั้น ฝึกบ่อยๆ นึกบ่อยๆ เพราะใจเราต้องคิดอยู่แล้ว เรื่องอื่นเราคิดมาเยอะแล้ว ซึ่งไม่ได้ทำให้เราเกิดความพึงพอใจอันสูงสุด แค่เพลินๆ ไปชั่วคราว แต่ถ้าจะเข้าถึงความสุขภายใน ที่จะทำให้เราเกิดความพึงพอใจอันสูงสุด จนกระทั่งไม่ต้องการอะไรอีกเลย ก็ต้องนึกถึงพระรัตนตรัย เพื่อเป็นจุดเชื่อมโยงใจให้หยุดนิ่งๆ นุ่มๆ อยู่ในกลางกาย นึกบ่อยๆ ค่อยๆ นึก ใหม่ๆ ก็นึกไม่ค่อยออก ถ้านึกบ่อยๆ จะค่อยๆ นึกได้ แต่ก็ไม่ชัดเจนเหมือนกับเราลืมเห็นภาพวัตถุภายนอก ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ …

๓๐. บริกรรมนิมิต Read More »

๒๙. การหลับตา

การหลับตา หลับตาเบาๆ พอสบายๆ คล้ายกับตอนที่เราใกล้จะหลับ ปรือๆ ตา อย่าถึงกับปิดสนิท อย่าเม้มตา อย่ากดเปลือกตาหรือลูกนัยน์ตา หลับพอสบายๆ ถ้าหลับตาเป็นกล้ามเนื้อทุกส่วนจะคลี่คลาย ผ่อนคลายหมดทั้งเนื้อทั้งตัว ถ้าเราบีบเปลือกตา เดี๋ยวกล้ามเนื้อจะเกร็งหมดตั้งแต่ใบหน้า แล้วก็ไล่ไปทั้งเนื้อทั้งตัวเลย หลับเบาๆ พอสบายๆ แค่ไม่ให้เห็นภาพภายนอกเท่านั้น ใจจะได้ไม่ฟุ้ง เพราะฉะนั้นต้องให้ความสำคัญกับการหลับตาให้มากๆ ตรงนี้สำคัญ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๒๘. เห็นแจ้งแล้วรู้แจ้ง

เห็นแจ้งแล้วรู้แจ้ง หยุดเป็นตัวสำเร็จ ที่ทำให้เข้าถึงสิ่งที่มีอยู่ในตัว ไม่ว่าจะเป็นกายในกาย ตั้งแต่กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม กายธรรมโคตรภู กายธรรมพระโสดาบัน กายธรรมพระสกิทาคามี กายธรรมพระอนาคามี กายธรรมพระอรหัต ต้องหยุดอย่างเดียว ไม่ต้องทำอะไรเลย พอหยุดอย่างเดียว ใจก็จะละเอียด นี่เป็นเรื่องที่แปลก หยุดอย่างเดียว เราจะเห็นไปเรื่อยๆ พอเห็นแล้ว ก็จะรู้ขึ้นมาเอง พอเห็นแจ้ง ก็รู้แจ้ง มันไปพร้อมๆ กัน ต่างจากดวงตามนุษย์ที่เห็นของที่อยู่กลางแจ้ง บางทียังไม่รู้ว่าเป็นอะไร ต้องไปดูใกล้ๆ ถึงพอจะรู้ แต่นี่เห็นแจ้งแล้วก็รู้แจ้งไปในเวลาเดียวกันเลย อาศัยหยุดอย่างเดียวกระทั่งเข้าไปรวมกับกายของท่านผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว คือ ธรรมกาย กายพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หลุดพ้นจากอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สามัญลักษณะที่เป็นปกติของสิ่งต่างๆ ทั่วไป ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 …

๒๘. เห็นแจ้งแล้วรู้แจ้ง Read More »

๒๗. ใจตกศูนย์พบแสงสว่างภายใน

ใจตกศูนย์ พบแสงสว่างภายใน พอกายกับใจเป็นหนึ่งเดียวกันเข้าก็จะเกิดการเคลื่อน หรือการเดินทางเข้าไปสู่ภายใน เราจะมีความรู้สึกเหมือนดิ่งลงไป หรือถูกดึงดูดให้เคลื่อนเข้าไปข้างใน มีอาการคล้ายๆ หล่นลง ใหม่ๆ อาการคล้ายๆ หล่นไปอย่างนั้น หล่นลงมาจากท้องฟ้าบ้าง ตกหลุมอากาศบ้าง ตกจากที่สูงบ้าง ถ้าเราทำเฉยๆ เดี๋ยวก็จะคุ้นเคย อาการหล่นไปนั้นกลายเป็นการขยายไปรอบทิศ ทุกทิศทุกทาง ความสว่างก็เกิด เป็นแสงสว่างภายในที่ขจัดความมืดในดวงใจเราหมดสิ้นไป เมื่อความมืดในดวงใจหมดสิ้นไป ความไม่รู้จริงอันใดก็พลอยหมดสิ้นตามไปด้วย เหมือนดวงอาทิตย์ผุดขึ้นมาขจัดความมืดในอากาศ ทำให้อากาศสว่างอย่างนั้น ทำให้สามารถมองเห็นอะไรได้ชัดเจน แจ่มแจ้ง แล้วก็มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราเห็น แสงสว่างภายในก็เช่นเดียวกัน จะทำให้เรารู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ในสรรพสัตว์สรรพสิ่งทั้งหลาย เพราะแสงสว่างภายในจะเจิดจ้ามากกว่าแสงสว่างภายนอก เหมือนเอาดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวันมาเรียงกันเต็มท้องฟ้าอย่างนั้น แต่ไม่แสบตา ไม่เคืองตา แต่พาให้เราสุขใจ เป็นแสงแก้วที่นุ่มเนียนละมุนตา ละมุนใจ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ …

๒๗. ใจตกศูนย์พบแสงสว่างภายใน Read More »

๒๖. ธรรมะรักษา

ธรรมะรักษา การฝึกใจให้หยุดนิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต อย่าให้มีสิ่งใดมาเป็นอุปสรรค ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เจ็บไข้ได้ป่วย หรืออ่อนเพลียเพียงไรก็ตาม ให้ลงมือนั่งสมาธิ กำหนดจิตไปเลยว่า เราจะหยุดนิ่งให้ได้ เมื่อเราตั้งใจแน่วแน่อย่างนี้ ไม่ช้าความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าก็จะหายไป เปลี่ยนมาเป็นความสุข แม้ความทุกข์ทรมานที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บก็จะเลือนหายไป ยกตัวอย่าง ผู้ป่วยโรคมะเร็งท่านหนึ่ง คุณหมอบอกว่า จะมีชีวิตอยู่อีกไม่กี่เดือน ให้ร่ำลาหมู่ญาติ เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม ผู้ป่วยฟังแล้วใจเศร้าหมอง เพราะไม่รู้ว่าตายแล้วจะไปไหน ชีวิตในสัมปรายภพจะเป็นอย่างไร มีความกังวลมาก ทุกข์ทั้งกายทั้งใจ แต่เมื่อได้ยอดกัลยาณมิตรไปแนะนำให้ฝึกสมาธิ ให้ปล่อยวางเรื่องความเจ็บป่วย อย่ากังวลเรื่องที่คุณหมอบอก ซึ่งมีแต่จะทำให้เกิดความวิตกกังวล และให้กำหนดจิตตัดใจ ทำใจให้แน่วแน่อยู่กลางกาย ให้ใจหยุดนิ่งอยู่ภายในตัว เมื่อตั้งใจทำอย่างจริงจังแล้ว ผลแห่งการปฏิบัติอย่างจริงจังย่อมปรากฏ แม้ร่างกายจะเจ็บป่วยด้วยโรคภัยที่ร้ายแรง แต่ก็สู้กำลังใจที่เข้มแข็งแน่วแน่ และการฝึกใจให้หยุดนิ่งไม่ได้ ในที่สุดก็สามารถเอาชนะทุกขเวทนาได้ ใจหลุดจากสังขารแห่งความทุกข์ทรมาน หยุดนิ่งเข้าถึงความสว่างภายใน เห็นดวงปฐมมรรค เห็นกายมนุษย์ละเอียด และในที่สุดก็เข้าถึงองค์พระธรรมกายในตัว ความสุขก็พรั่งพรูออกมา จนลืมไปว่า ตัวเองเจ็บไข้ได้ป่วย ลืมไปว่าคุณหมอบอกว่า จะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน ลืมความทุกข์ทรมานทั้งหมด มีแต่สุขอย่างเดียว สุขอยู่ในพระธรรมกายที่สว่างไสว ไม่หวาดกลัวต่อมรณภัย มีจิตใจที่เข้มแข็ง มีปีติ เบิกบาน สิ่งที่เหนือธรรมชาติก็เกิดขึ้น …

๒๖. ธรรมะรักษา Read More »

๒๕. รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง

รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง ความสุขที่แท้จริงที่ทุกคนแสวงหา มีรวมประชุมอยู่ในพระธรรมกายเท่านั้น ที่อื่นไม่มี มนุษย์ทุกคนในโลก ทุกเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ ล้วนมีพระธรรมกายอยู่ในตัวด้วยกันทั้งนั้น แต่เราไม่ทราบว่า มีท่านอยู่ ดังนั้นทั้งๆ ที่ปรารถนาจะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง แต่เมื่อหาผิดที่ก็หาไม่เจอ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง, รสแห่งธรรม ย่อมชนะรสทั้งปวง, ความยินดีในธรรม ย่อมชนะความยินดีทั้งปวง, ความสิ้นไปแห่งตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง” หลวงพ่อมีความปรารถนาอย่างยิ่ง ที่จะให้ลูกทุกคนได้เข้าถึงพระธรรมกาย จะได้รู้จักและเข้าใจคำว่า “รสแห่งธรรม ชนะรสทั้งปวง” นั้นเป็นอย่างไร มีรสชาติอย่างไร เข้าถึงแล้วจะยังประโยชน์สุขให้แก่ตนเองและต่อโลกอย่างไร เมื่อใดที่เราได้รับรสแห่งธรรม เมื่อนั้นเราจะทราบด้วยตนเองว่า สิ่งใดเป็นงานที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์ เราจะมีมหากรุณาเกิดขึ้น เรารักตนเองอย่างไร เราก็จะรักเพื่อนมนุษย์อย่างนั้น มีใจมุ่งตรงต่อจุดหมายปลายทางของชีวิต โดยมีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร และมีความปรารถนาอยากจะให้คนทั้งโลกได้เข้าถึงพระธรรมกาย และอยากให้เขามีความสุข เป็นความปรารถนาที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของเจตนาอันบริสุทธิ์ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม …

๒๕. รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง Read More »

๒๔. ความสุขที่คาดไม่ถึง

ความสุขที่คาดไม่ถึง ถ้าเราฝึกใจให้หยุดนิ่งได้ถูกส่วน ถูกต้องสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จิตเราจะเกลี้ยงเกลา จะบริสุทธิ์ จะผ่องแผ้ว และมีความสุขที่เราคาดไม่ถึง มีความสุขด้วยตัวของตัวเอง โดยไม่หวังคำชื่นชมจากใครๆ เลย เป็นความสุขที่มนุษย์ไม่เข้าใจ ชาวโลกไม่เข้าใจ และนึกไม่ถึงว่า มีความสุขชนิดนี้อยู่ มันเกินกว่าความคิดของมนุษย์ ไม่ว่าจะเรียนมาสูงแค่ไหนก็แล้วแต่ ไม่เข้าใจ สุขที่คาดไม่ถึง คือ นึกไม่ถึงเลยว่า สุขอย่างนี้มีอยู่ สุขโดยไม่ต้องอาศัยวัตถุสิ่งของ คำยกย่องสรรเสริญ ชื่นชม ไม่ต้องอาศัยดวงตาที่ต้องดู ดูของรัก ดูคนรัก ดูธรรมชาติที่สวยสดงดงามแล้วเราถึงจะปลื้ม ถึงจะชื่นใจ ไม่ต้องใช้หูฟังเสียงคนสรรเสริญชื่นชมเรา หรือฟังเพลงให้เพลินๆ ฟังเสียงน้ำตก คลื่นกระทบฝั่งอะไรต่างๆ เหล่านี้ ไม่ต้องอาศัยอย่างนี้เลย หรือความสุขที่ได้ดมกลิ่นหอมๆ ต้องมีใครมาปรุงกลิ่นให้หอม ความหอมชนิดนั้นชนิดนี้แตกต่างกันหลากหลาย สุขที่ไม่ต้องอาศัยจมูก ไม่ต้องอาศัยดวงตา ไม่ต้องอาศัยหู ไม่ต้องอาศัยลิ้นที่ลิ้มรส ถ้าได้รสอาหารที่อร่อยๆ ถึงจะมาช่วยปรุงแต่งลิ้นให้มีความสุขไปถึงใจอะไรอย่างนี้ ไม่ต้องอาศัยกายที่จะต้องสัมผัสสิ่งที่นุ่มนวล ไปติดที่ระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ได้สัมผัส ความสุขที่นอกเหนือจากสิ่งเหล่านี้ คือ ปิดหู ปิดตา ปิดปาก ปิดทุกอย่าง และทำใจหยุดนิ่งๆ …

๒๔. ความสุขที่คาดไม่ถึง Read More »

๒๓. ความสุขที่ทุกคนแสวงหา

ความสุขที่ทุกคนแสวงหา การทำความบริสุทธิ์ของใจ โดยการเจริญสมาธิภาวนา เราต้องหมั่นทำกันทุกวัน อย่าให้ขาดเลยแม้แต่เพียงวันเดียว ไม่ว่าวันนั้นเราจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เจ็บไข้ได้ป่วย มีเครื่องกังวลอะไรต่างๆ ก็ให้นั่งหลับตาทำสมาธิไป อาจจะฟุ้งบ้าง ก็ต้องยอมให้มันฟุ้ง จะง่วงก็ต้องยอมบ้าง จะเมื่อยก็เปลี่ยนอิริยาบถเอา แล้วเราก็ค่อยๆ ฝึกฝนอบรมใจกันไปทุกวัน ตราบใดที่ใจเรายังไม่หยุดไม่นิ่ง เราจะไม่มีวันรู้จักความสุขที่แท้จริง ตราบใดเรายังไม่ได้เข้าถึงดวงปฐมมรรค เราจะไม่มีวันเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว ตราบใดที่เรายังเข้าไม่ถึงพระรัตนตรัยในตัว เราจะไม่มีวันรู้จักที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง เมื่อเข้าถึงแล้วเราจะสลัดตนให้พ้นจากกองทุกข์ไปสู่อายตนนิพพานได้ ถ้าเราเข้าไม่ถึง เราจะไม่มีวันไปได้ จุดเริ่มต้น คือ ต้องฝึกใจให้หยุดนิ่ง ต้องให้ความสำคัญตรงนี้นอกเหนือจากภารกิจในชีวิตประจำวัน แล้วก็ต้องให้มากๆ ด้วย เพราะมันเกี่ยวข้องกับตัวของเรา เมื่อเราปรารถนาอยากจะพบความสุขความสมหวังในชีวิตที่แท้จริง เราก็ต้องปฏิบัติธรรมฝึกใจให้หยุดนิ่ง ถ้าเราไม่ฝึกใจให้หยุดนิ่ง เราจะไม่มีวันรู้จักความสุขที่แท้จริง เราจะแสวงหาความสุขที่แท้จริงจากทรัพย์ วัตถุภายนอก คน สัตว์ สิ่งของไม่ได้เลย จะเดินทางไกลไปเที่ยวต่างประเทศ จะดื่ม จะดริ๊ง จะอะไรก็แล้วแต่ ไม่เจอทั้งนั้น เพราะความสุขที่แท้จริงอยู่ที่หยุดกับนิ่งตรงนี้ ถ้าเรารักและปรารถนาความสุขที่แท้จริง อยากจะสมหวังในชีวิต ก็ต้องฝึกใจให้หยุดนิ่ง ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ พระธรรมเทศนา โดย …

๒๓. ความสุขที่ทุกคนแสวงหา Read More »

๒๒. ใจที่ฝึกดีแล้ว…นำสุขมาให้

ใจที่ฝึกดีแล้ว..นำสุขมาให้ งานฝึกสมาธิ การทำใจหยุดใจนิ่ง เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตเรา ตราบใดที่เรายังมีชีวิตเป็นมนุษย์อยู่ แล้วก็อยู่ในโลกใบนี้ โลกที่เต็มไปด้วยธรรม ๘ ประการ คือ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีคนสรรเสริญบ้าง นินทาบ้าง มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ธรรม ๘ ประการนี้ มีอยู่เป็นของประจำโลกนี้ ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้จะต้องเจอธรรม ๘ ประการ เมื่อเจอแล้วอารมณ์ของปุถุชนย่อมหวั่นไหว ยินดีบ้าง ยินร้ายบ้าง เป็นเหตุให้ใจของเรากระเพื่อมอยู่ตลอดเวลา และส่วนมากมักจะเอนเอียงมาสู่ธรรมที่เป็นฝ่ายลบ คือ ฝ่ายความทุกข์ มีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ คนนินทา แล้วก็มีความทุกข์ ไม่สบายกาย ไม่สบายใจอย่างนั้น การฝึกสมาธิทำใจให้หยุดให้นิ่ง จะทำให้ใจของเรามีหลักของชีวิต มีหลักของจิตใจ ถ้าเราจับหลักได้ วางใจเป็น ที่มีทุกข์มากก็จะทุกข์น้อย ที่ทุกข์น้อยก็จะหายไปเลย ความทุกข์มันมีอยู่ทุกขั้นตอนของชีวิต มีอยู่ทุกวัน การฝึกสมาธิ ฝึกใจให้หยุดนิ่งจะทำให้เราหลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้ได้มาก ยิ่งในวาระสุดท้ายของชีวิต ครั้งหนึ่งในชีวิตเราจะต้องพบต้องเจอ คือการเจ็บไข้ได้ป่วย เราจะต้องไปนอนอยู่บนเตียงคนป่วย ในยามนั้น หมอก็ดี …

๒๒. ใจที่ฝึกดีแล้ว…นำสุขมาให้ Read More »

๒๑. การปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงธรรมกายเป็นสมถะ หรือวิปัสสนา

การปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงธรรมกายเป็นสมถะหรือวิปัสสนา ที่จริงสมถะกับวิปัสสนาขาดอันใดอันหนึ่งไม่ได้เลย เหมือนบันได ต้องมีขั้นมีตอนของมันไป ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน หรือเหมือนเท้า ๒ เท้า ที่ต้องไปคู่กัน “สมถะ” แปลว่า หยุด, นิ่ง, สงบ, ระงับ หมายถึง ใจที่แวบไปแวบมา คิดไปในเรื่องราวต่างๆ เราดึงมาหยุดให้เป็นหนึ่ง เป็นเอกัคคตา มีอารมณ์เดียว หยุดนิ่งๆ อย่างนี้เรียกว่า สมถะ วิธีฝึกใจให้หยุดนิ่งเพื่อให้ถึงคำว่า “สมถะ” มีมากมาย ที่รวบรวมไว้ในวิสุทธิมรรคมี ๔๐ วิธี (กสิณ ๑๐ อสุภะ ๑๐ อนุสสติ ๑๐ พรหมวิหาร ๔ อรูปกัมมัฏฐาน ๔ อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑ จตุธาตุววัฏฐาน ๑) แต่จริงๆ มีนอกเหนือจากนี้อีกเยอะมาก คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ใจหยุด พอใจหยุดนั่นแหละ เรียกว่า สมถะ ถ้าใจยังไม่หยุด เรียกว่า อนาถะ คือ …

๒๑. การปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงธรรมกายเป็นสมถะ หรือวิปัสสนา Read More »

๒๐. พระผู้ปราบมาร

พระผู้ปราบมาร ถ้าหากไม่มีพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร บังเกิดขึ้น แล้วก็ตัดสินใจสละชีวิต “ถ้าหากว่า ไม่ได้บรรลุธรรม ยอมตาย” ถ้าไม่มีท่าน วิชชาธรรมกายสูญหายไปเลย นี่ขนาดมีท่านค้นคว้าขึ้นมาได้ สืบทอดจนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน ก็ยังมีคนที่ยังข้องใจเกี่ยวกับเรื่องธรรมกาย ถ้าไม่มีท่านมาบังเกิดขึ้น ธรรมกายก็จะสูญพันธุ์ไปเลย มีปรากฏเฉพาะแต่ในคัมภีร์ต่างๆ ทั้งในเถรวาทและมหายาน แล้วการตีความ แปลความ คำว่า “ธรรมกาย” ก็หลากหลายกันไป จนหาข้อสรุปที่จะปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงไม่ได้เลย ส่วนใหญ่มักจะตีไปว่า เป็นเรื่องนามธรรม เป็นเรื่องที่หาข้อปฏิบัติไม่ได้ เช่น แปลว่า เป็นที่รวมหมวดหมู่แห่งธรรม แล้วเราจะไปหาตรงไหน มารวมกันอย่างไร เมื่อแปลยังไม่ค่อยรู้เรื่องอย่างนี้ การปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงจึงไม่เกิดขึ้น น่าหวาดเสียวนะ ถ้าหากไม่มีหลวงปู่ ไม่มีการค้นคว้ารื้อฟื้นกลับคืนขึ้นมาใหม่ หลวงพ่อว่าพวกเราคงสะเปะสะปะกันยังไม่รู้จะยึดอะไรเป็นแบบ แม้เป็นชาวพุทธก็เป็นแต่เพียงในนาม ที่จะเข้าสู่การปฏิบัติคงไม่มี เพราะไม่รู้วิธีว่าจะทำอย่างไร “พระธรรมกาย” มีอยู่ในตัวของทุกๆ คน แต่มนุษย์ไม่เคยรู้เลย แล้วก็ไม่เฉลียวใจด้วยว่า มีอยู่ จนกระทั่งหลวงปู่ท่านมาบอกว่า “มี” ท่านได้เข้าไปถึงจริงๆ มีจริงและก็ดีจริง และสิ่งที่ถึงนั้นเรียกว่า “ธรรมกาย” …

๒๐. พระผู้ปราบมาร Read More »

๑๙. พระคุณของหลวงปู่วัดปากน้ำ

พระคุณของหลวงปู่วัดปากน้ำ ลูกๆ ที่รักทั้งหลาย พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร ท่านมีพระคุณต่อเราและต่อโลกอย่างยิ่ง ถ้าปราศจากท่านแล้ว เราจะไม่มีโอกาสได้มารวมกันและศึกษาวิชชาธรรมกายอยู่ที่นี่อย่างเด็ดขาด เราอาจจะต้องกระจัดกระจายกันไป ชีวิตของเราคงจะไม่มีเป้าหมายที่เด่นชัด ที่แน่นอน ชีวิตของเราก็คงคล้ายๆ กับชาวโลกทั่วๆ ไป พระเดชพระคุณหลวงปู่ ท่านเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่งต่อตัวเรา ต่อโลก และต่อธาตุธรรม ประโยชน์ต่อตัวเรา คือ ทำให้เราทราบว่า หนทางไปสู่อายตนนิพพานนั้นผ่านเข้าทางศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ด้วยวิธีการทำใจให้หยุดนิ่งอย่างเดียวเท่านั้น บอกทั้งวิธีการ และบอกทั้งหนทาง บอกทั้งเป้าหมายปลายทางด้วย บุคคลนั้นถือว่าเป็นผู้ที่มีพระคุณกับเราอย่างมหาศาล เพราะจะทำให้ชีวิตของเราดำเนินไปสู่เป้าหมายอย่างถูกต้อง ไม่พลัดตกไปที่อื่นเลย นอกจากให้เราได้เข้าไปสู่หนทางพระนิพพานแล้ว ถ้าหากเราได้ศึกษาเข้าไปเรื่อยๆ เราจะยิ่งค้นพบความลึกซึ้งเกี่ยวกับชีวิตของเราซึ่งสลับซับซ้อนมากมายก่ายกอง ไม่ใช่เป็นชีวิตในระดับตื้นๆ หรือพื้นผิวอย่างที่เราเคยได้ยินได้ฟัง หรือที่เราเข้าใจ มันลึกซึ้งไปกว่านั้นมากมายเป็นชั้นๆ เข้าไป ความรู้ทั้งหมดเหล่านี้เราได้รับมาจากท่านว่า ยังมีชีวิตในระดับลึกที่ซ้อนๆ กันอยู่ภายในไปอีกหลายชั้นตั้งแต่กายมนุษย์ละเอียดเข้าไปถึงกายธรรม แล้วในกายธรรมยังมีซ้อนๆ เข้าไปอีก จนกระทั่งไปถึงที่สุดแห่งธรรม ธรรมทั้งหลายทั้งปวงที่เราได้ยินได้ฟังว่า กุสลาธัมมา อกุสลาธัมมา อัพยากตาธัมมา ธรรมที่เป็นกุศลก็ดี เป็นอกุศลก็ดี เป็นกลางๆ ก็ดี เป็นของมีจริงอยู่ข้างใน …

๑๙. พระคุณของหลวงปู่วัดปากน้ำ Read More »