krirk

๗. ผลบุญอัศจรรย์

เราทำบุญ ดูเหมือนเราเสียทรัพย์นะ แต่มันจะแปรเปลี่ยนไปเป็นดวงบุญที่อยู่ภายในกลางกายของเรา ที่จะส่งผลให้เรามีสุขในภพชาตินี้ และภพชาติต่อๆ ไป เวลาบุญส่งผลมันมหัศจรรย์นะ ยกตัวอย่างมหาเศรษฐีในกาลก่อน ชฎิลเศรษฐี ทันทีที่ก้าวเท้าข้ามธรณีประตูแล้วเหยียบลงบนพื้นบ้านด้วยเท้าเพียงข้างเดียว ภูเขาทองขนาด ๘๐ ศอก ก็ผุดขึ้นมาหลังบ้าน แถมยังตักไม่พร่องอีกด้วย แล้วถ้าใครไม่มีบุญไปตัก ก็ตักไม่ได้ แม้เป็นลูกของตัวก็ตาม ภูเขาทองคำนี้ เป็นสมบัติอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นสำหรับชฎิลเศรษฐีและลูกชายคนเล็กเท่านั้น เมณฑกเศรษฐี เวลาบุญส่งผล มันเหลือเชื่อจริงๆ มีแพะกายสิทธิ์เกิดขึ้นมาด้วยบุญจำนวนหนึ่ง ในปากแพะมีกลุ่มด้าย ๕ สี คือ สีเขียว สีทอง สีแดง สีขาวเงิน และสีส้ม ใครต้องการอะไร ก็ดึงด้ายสีนั้น สิ่งที่ต้องการก็จะออกมา เช่น ต้องการอาหารก็ตั้งจิตอธิษฐานแล้วดึงด้ายสีเขียว อยากได้ทองก็ดึงด้ายสีทอง ด้ายสีแดงก็เป็นพวกเสื้อผ้า เครื่องประดับ ถ้าอยากได้เงินกหาปณะ ก็ดึงด้ายสีขาวเงิน ถ้าอยากได้ยาก็ดึงด้ายสีส้ม เป็นต้น แต่ต้องตั้งจิตอธิษฐานและมีบุญเก่าด้วยจึงจะได้ แพะเหล่านี้เกิดขึ้นมาด้วยกำลังบุญของท่านเศรษฐี เป็นแพะกายสิทธิ์ที่สามารถนำความสมปรารถนามาให้กับเจ้าของ และผู้ที่มาขอสมบัติต่างๆ ได้ โชติกเศรษฐี ยิ่งรวยหนักเข้าไปอีก มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง มีต้นกัลปพฤกษ์ มีปราสาทแก้ว …

๗. ผลบุญอัศจรรย์ Read More »

๖. บุญถึงจึงสำเร็จ

เราต้องสั่งสมบุญกันเอาไว้ การปฏิเสธบุญ คือ การ ปฏิเสธความสุขและความสำเร็จในชีวิตทุกๆ ระดับ ถ้าชาตินี้ เราลำเค็ญ แปลว่า ชาติที่ผ่านมาเราปฏิเสธบุญ เพราะเรา คิดว่า ที่เราประสบความสำเร็จในชีวิตเพราะหนึ่งสมองสองมือ ทีมถึง ทุนถึง ใจถึง มือถึง แต่มันไม่ใช่แค่นั้น เพราะบุญอยู่เบื้องหลังความสุขความสำเร็จในชีวิต ชาติที่ผ่านมาประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะชาติก่อนหน้านั้นได้สั่งสมบุญเอาไว้ แต่ชาตินี้ลำเค็ญ เพราะปฏิเสธบุญในชาติที่ผ่านมา หรือใครมาชวนทำบุญแล้วเราปฏิเสธบุญ เพราะความประมาทในการดำเนินชีวิต บวก กับมีความตระหนี่หวงแหนทรัพย์ เลยทำให้ไม่เข้าใจเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ชาตินี้เลยมีชีวิตที่ลำเค็ญ ดังนั้น เราคงลำเค็ญเพียงพอแล้ว ถึงเวลาที่เราจะปฏิเสธความลำเค็ญ ยอมรับความรวย ยอมรับความสำเร็จในชีวิต แต่จะรวยและประสบความสำเร็จในชีวิตได้ก็ต้องสั่งสมบุญ เพราะบุญอยู่เบื้องหลังความสุขและความสำเร็จในชีวิตทุกระดับ นี่เป็นเรื่องที่เราจะต้องศึกษากันให้ดี ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๙ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 1 สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๕. ทำไมต้องทำบุญบ่อยๆ

ดวงบุญนี้อยู่ในศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเราตั้งแต่ปุถุชนจนกระทั่งเป็นพระอริยเจ้า จะส่งผลไปทุกภพทุกชาติ จะไปตัดรอนวิบากกรรม วิบากมาร อุปสรรคต่างๆ นานาในชีวิต ทุกข์ โศก โรคภัย สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายให้มลายหายสูญ บุญเป็นบ่อเกิดแห่งมนุษย์สมบัติ ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ มนุษย์สมบัติ ทำให้เรามีรูปสมบัติอันงดงาม มีทรัพย์สมบัติเอาไว้ใช้หล่อเลี้ยงสังขาร และสร้างบารมี มีคุณสมบัติ คือ ความรู้ดี ความสามารถดี ความประพฤติดีที่จะทำให้ภารกิจการงานประสบความสำเร็จได้อย่างสะดวกสบาย อย่างง่ายดาย มีบริวารสมบัติ มีพรรคมีพวก มีความสะดวกสบาย มีคนรองรับงานเรา ทำให้เราประกอบภารกิจได้อย่างสะดวกสบาย อย่างง่ายดาย ทิพยสมบัติ แม้ละโลกไปแล้วก็ไปเป็นทิพยสมบัติ มีวิมานอันเป็นทิพย์ วิมานเงิน วิมานทอง วิมานทองแก้วที่สวยงามมากๆ มีทั้งอาหารทิพย์ บริวารอันเป็นทิพย์ เป็นต้น มีอายุทิพย์ที่ยืนยาวนานกว่าในโลกนี้มากมาย ให้เราได้ไปเสวยสุขอยู่ในเทวโลก นิพพานสมบัติ คือ ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน บรรลุวิชชาธรรมกาย ไปสู่จุดหมายปลายทางคือที่สุดแห่งธรรมได้ ทั้งหมดบังเกิดขึ้นจากบุญที่ได้สั่งสมเอาไว้ บุญก็จะกลั่นไปเป็นบารมี เป็นรัศมี เป็นกำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด …

๕. ทำไมต้องทำบุญบ่อยๆ Read More »

๔. บุญช่วยตลอดเวลา

ฝ่ายบุญทำงานอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับฝ่ายบาปอกุศล ก็ทำงานตลอดเวลาเช่นกัน แต่กายมนุษย์หยาบเรานั้นไม่รู้เรื่อง บางทีเราประสบทุกข์ ทั้งๆ ที่ปัจจุบันเราทำบุญ สร้างความดีมาตลอด ด้วยความไม่รู้ บางทีเราจะรำพึงว่า “บุญไม่เห็นช่วยเลย” ใจก็เริ่มคลอนแคลน เมื่อเกิดความไม่มั่นใจในการสร้างบุญกุศล ใจก็จะน้อมไปทางบาปอกุศลกรรม และความเชื่อง่ายในสิ่งที่ ไร้เหตุผลก็จะเกิดขึ้น จะถูกชักจูงไปในสิ่งเหล่านั้น จะตกไปอยู่ในวงจรของผู้ไม่รู้อีก ก็จะหลุดพ้นออกนอกบุญเขตของพระพุทธศาสนา คือ คำสอนของท่านผู้รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในธรรม ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับชีวิตในสังสารวัฏ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 1 สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๓. บุญบาปสู้กันอยู่

บุญกับบาปสู้กันอยู่ มนุษย์เหมือนหุ่นให้บุญและบาปเชิด เพราะพญามารบังคับมนุษย์ให้ทำบาป เมื่อบาปมากเข้าๆ ก็เก็บเอาวิบากกรรมของทุกคนมารวมกัน ถ้ารวมทั้งโลกเมื่อไร กัปวินาศก็เกิดขึ้น ด้วยไฟบรรลัยกัลป์บ้าง น้ำบรรลัยกัลป์บ้าง ลมบรรลัยกัลป์บ้าง แผ่นดินบรรลัยกัลป์บ้าง อย่างนี้เป็นต้น แต่ถ้ายุคใด มนุษย์มีศีลมีธรรม สั่งสมบุญกุศลเนืองนิตย์ ฝ่ายบุญก็จะเอาบุญของทุกคนมารวมกันแล้วก็ส่งผล ให้มนุษย์ในยุคนั้น ยกตัวอย่างเช่น ยุคหน้าคือยุค พระศรีอริยเมตไตรย์ ยุคนั้นมนุษย์มีศีลมีธรรม คนในยุคนั้น ก็จะเจอแต่สิ่งสวยๆ งามๆ เหมือนสวรรค์บนดิน heaven on earth ในยุคนั้นแผ่นดินจะเชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียวกัน เสมอกัน แต่ตอนนี้แยกเป็นทวีป เป็นเกาะแก่ง เพราะฉะนั้น โลกจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับบุญและบาปของคนในโลก เมื่อ “บาป” ทำให้เกิดภัยพิบัติต่างๆ เราก็ต้องแก้ด้วยการสั่งสม “บุญ” ให้มากๆ ก็จะไปตัดรอนวิบากกรรมวิบากมาร ทำให้หนักเป็นเบา เบาเป็นหาย ร้ายก็กลายเป็นดีได้ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 …

๓. บุญบาปสู้กันอยู่ Read More »

๒. มนุษย์เหมือนหุ่น..ให้บุญและบาปเชิด

บุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จ ในชีวิตของเราทุกระดับเลย ตั้งแต่ระดับปุถุชนจนกระทั่งเป็นพระอริยเจ้า บุญนี้จะติดตามส่งผลให้เราทั้งในมนุษย์และในเทวโลก แม้แต่ในอบาย ถ้าบุญได้ช่องละก็จะแวบลงไปช่วยทันทีเลย แต่ว่าคนส่วนมากไม่ค่อยจะเข้าใจ เวลาอะไรไม่ได้ดังใจ ก็มักจะบ่นว่า บุญไม่ช่วย แต่จริงๆ บุญช่วยตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง อย่าลืมว่า มีแค่บุญกับบาปเท่านั้นที่กำลังประมูลฤทธิ์กันอยู่ ปะทะกันอยู่ มนุษย์เหมือนหุ่นเชิด ต่างก็ทำงานกันทุกอนุวินาที คือ ตลอดเวลา ชิงช่วงช่วงชิงกันอยู่ ใครได้จังหวะช่วงชิงไปได้ก็เป็นหุ่นของเขา ถ้าบุญได้จังหวะ…ก็เป็นหุ่นของบุญ ถ้าบาปชิงช่วงได้…ก็เป็นหุ่นของบาป ถ้าเป็นหุ่นของบุญ ก็คิดดี พูดดี ทำดี ถ้าเป็นหุ่นของบาปก็คิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดี ผลออกมาก็ตรงกันข้าม นี่คือกฎแห่งกรรม Law of Karma มันเป็นอย่างนี้ เราจะต้องศึกษาให้เข้าใจ แล้วก็ต้องเลือกทำแต่สิ่งที่ดี ที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความสุขความสำเร็จในชีวิตทุกระดับ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 1 …

๒. มนุษย์เหมือนหุ่น..ให้บุญและบาปเชิด Read More »

๑. สร้างความดีไว้เถิด

บุญกุศลที่ได้สั่งสมมาอย่างดีแล้ว จะส่งผลให้ไปเสวยสุข อยู่ในสุคติโลกสวรรค์ เรื่องนรกสวรรค์ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ไม่ห้าม จะเชื่อก็ได้ ไม่เชื่อก็ไม่บังคับ แต่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม ให้ทำความดีเอาไว้เถิด หากนรกสวรรค์มีจริง เราสร้างความดีไว้ ตายไปเราก็ไปสู่สุคติโลกสวรรค์ ปิดประตูอบายภูมิ แต่หากเราไม่ทำความดี ไปทำบาปอกุศลกรรม คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว เมื่อละโลกไปแล้ว บาปอกุศลที่ทำไว้ก็ดึงดูดไปอบาย เพราะฉะนั้น สร้างความดีไว้เถิด ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๒ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 1 สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

61.สันติภาพโลกไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน

สันติภาพที่แท้จริงของโลกจะเกิดขึ้นได้ มีวิธีเดียวเท่านั้น คือให้เข้าถึงสันติสุขภายใน เข้าถึงพระธรรมกาย ซึ่งเป็นทุกสิ่ง เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุข แหล่งกำเนิดแห่งความบริสุทธิ์ แหล่งกำเนิดของสติ ของปัญญา ของความรู้แจ้งในชีวิต เป็นที่สุดแห่งการแสวงหา เป็นที่ดับความสงสัย เป็นที่พึ่งที่ระลึกของบุคคลที่เข้าถึงได้ จะเป็นผู้เบิกบานเป็นนิจ สว่างไสวเป็นนิจ เหมือนดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ที่ไม่ตกเลย เพราะฉะนั้น สันติภาพโลกสามารถเป็นจริงได้ ไม่ใช่เพ้อฝัน ถ้าหากว่าทุกคนเข้าถึงพระธรรมกายได้ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/44 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 3 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

60.สันติภาพโลกเกิดจากสันติสุขภายใน

ครูไม่ใหญ่ไม่อยากให้มนุษย์ตายฟรี อยู่กันไปวัน ๆ หรืออยู่กันไปอย่างนั้นเอง ไม่อยากให้มนุษย์มีชีวิตอยู่บนความทุกข์ทรมาน แม้เราไม่อาจจะหลีกเลี่ยงปัญหาหรือแรงกดดัน ซึ่งสิ่งแวดล้อมมันเป็นอย่างนี้ก็ตาม แต่เราสามารถหาแหล่งที่พักพิงของใจได้ภายในตัว ด้วยวิธีที่ง่าย ตรง ลัด ประหยัดสุด ประโยชน์สูง ไม่ต้องลงทุน ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลย นั่นคือ การทำสมาธิ ถ้ามนุษย์ทุกคนในโลก เข้าถึงธรรมภายในได้ สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ ครูไม่ใหญ่ยังยืนยันว่า สันติภาพของโลกต้องเกิดจากสันติสุขภายในของมวลมนุษยชาติ เพราะว่าเมื่อเข้าถึงสันติสุขภายในแล้ว ความคิดที่จะไปขัดแย้งกันก็จะหมดไป จะมีความรักและปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริงเกิดขึ้น จะเกิดความรู้สึกอยากให้ อยากแบ่งปัน มากกว่าอยากเอา 6 ตุลาคม พ.ศ. 2550 พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/44 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 3 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

59.ศาสนาแห่งสันติภาพ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ตรัสว่า “พระนิพพานเป็นเยี่ยม” นี่คือ คำยืนยันของท่านผู้รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นที่เราเวียนว่ายตายเกิดกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วน เป้าหมายของเรา คือ ทำพระนิพพานให้แจ้ง ถ้ายังไม่แจ้งก็ต้องทำกันต่อไป นิพพานจะแจ้งได้นั้น จะต้องอาศัยกำลังบุญบารมีที่เราได้สั่งสมอบรมมาในแต่ละภพแต่ละชาติ มากบ้างน้อยบ้าง กลั่นกายวาจาใจ ธาตุธรรมเห็นจำคิดรู้ของเรา ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ พอบริสุทธิ์มากเข้า ใจก็หยุดนิ่ง หยุดนิ่งเพราะว่า ทำซ้ำแล้วซ้ำอีกมานับภพนับชาติไม่ถ้วน พอใจบริสุทธิ์มันจะหยุดนิ่ง ไม่วิ่งไปที่ไหน ไม่วิ่งไปในทางตา คือ ไม่ออกไปทางนั้น เห็นอะไรก็ติดอกติดใจ เกิดความยินดียินร้าย ใจไม่แล่นไปทางนั้น ทางหู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่แล่นไปรับสิ่งเหล่านั้น พอใจหยุดนิ่งถูกส่วน ก็จะเห็นต้นทางแห่งความบริสุทธิ์ผุดเกิดขึ้นเป็นดวงสว่าง อย่างเล็กก็ขนาดดวงดาวในอากาศ อย่างกลางก็ขนาดพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ อย่างใหญ่ก็ขนาดพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ความบริสุทธิ์ของดวงธรรมนี้มาพร้อมกับความสุขและความเข้าใจชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากมาย หากมนุษย์ทุกคนในโลกมีเป้าหมายเดียวกัน คือ จะทำพระนิพพานให้แจ้ง หรือมีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร มุ่งแสวงหามรรคผลนิพพาน โลกนี้จะเกิดสันติภาพที่แท้จริง สันติสุขที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้น จะไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันเลย การขัดแย้งก็ไม่มี การเบียดเบียนกันก็ไม่มี มีแต่การแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน มีแต่การให้สิ่งดี …

59.ศาสนาแห่งสันติภาพ Read More »

58.การแผ่เมตตาทำให้ใจเป็นสุข

การแผ่เมตตาทำให้ใจเราเป็นสุข แผ่กระแสแห่งความปรารถนาดีของเรา ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ไม่มีประมาณ ให้สรรพสัตว์ทั้งหลายอยู่เย็นเป็นสุข พ้นจากทุกข์โศกโรคภัยพิบัติต่าง ๆ ใครที่เคยทำให้เราขุ่นข้องหมองใจ ขุ่นมัว เราก็ให้อภัยเขา ไม่โกรธตอบ ไม่ผูกโกรธ ไม่ผูกพยาบาท การผูกโกรธ ผูกพยาบาท เป็นเหตุให้ใจเราเศร้าหมอง ขุ่นมัว เป็นทุกข์ หลับก็ไม่เป็นสุข ตื่นก็ไม่เป็นสุข เหมือนคนป่วยอย่างนั้น 11 มีนาคม พ.ศ. 2531 พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/44 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 3 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

57.อานุภาพการเจริญพุทธานุสติ

การเจริญพุทธานุสติ คือ การระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ มีอานิสงส์ใหญ่ จะปิดประตูอบายภูมิ ทำให้ไม่ต้องไปเกิดในนรก ไม่ต้องไปเป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน แม้ในปัจจุบัน ถ้าเข้าถึงได้ หรือเพียงแต่นึกได้ตลอดเวลา ก็ทำให้เรามีความสุข สดชื่น เบิกบานทันทีที่ระลึกถึง เมื่อระลึกจนเป็นชีวิตจิตใจ ทุกลมหายใจเข้าออก จนกระทั่งท่านมาปรากฏอยู่ในกลางใจเรา เห็นองค์พระได้ใสแจ่มตลอดเวลาแล้ว ย่อมมีอานุภาพยิ่งใหญ่ ไม่มีประมาณ ใจเราจะผ่องใสเกลี้ยงเกลาตลอดเวลา กระแสกรรมที่ทำมาในอดีตจะตามไม่ทัน แม้ยังไม่หมดก็ตาม เหมือนเราขี่จรวดหรือนั่งเครื่องบิน แต่วิบากกรรมนั้นขี่จักรยานหรือเดินด้วยเท้า เพราะเมื่อจิตผ่องใส ไม่เศร้าหมอง ก็มีสุคติเป็นที่ไป หลังจากละโลกไปแล้ว เราจะมีกายใหม่เป็นกายทิพย์ที่สวยงาม มีรัศมีสว่างไสว มีสมบัติอันเป็นทิพย์ มีวิมานและบริวารเกิดขึ้นมากมาย กระแสบุญแห่งการระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามิใช่สิ่งเล็กน้อย จะส่งต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ เหมือนระลอกคลื่นที่ส่งต่อกันไปลูกแล้วลูกเล่า เราจะไปเป็นสหายแห่งเทวดาเป็นเวลายาวนาน และเมื่อถึงคราวที่ต้องมาเกิดในมนุษย์ ก็จะเกิดในตระกูลที่ดี มีโภคทรัพย์สมบัติเพียบพร้อม รอคอยให้เราได้ใช้สร้างบารมี และนำเราเข้าไปถึงกระแสธรรมได้ในที่สุด ดังนั้น ให้ตั้งใจเจริญพุทธานุสติ นึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ โดยนึกถึงพระแก้วขาวใสบริสุทธิ์เป็นสิ่งแทนองค์ท่าน ทำใจให้ใสเยือกเย็น นิ่ง หยุดให้ถูกส่วน ประสานใจของเรากับพระผู้มีพระภาคเจ้าให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ให้ในใจเรามีแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดเวลา แล้วไม่นานสิ่งอัศจรรย์ก็จะเกิดขึ้นกับตัวของเรา 2 …

57.อานุภาพการเจริญพุทธานุสติ Read More »

56.นรกสวรรค์มีจริง…พิสูจน์ได้

มีเรื่องราวหลาย ๆ อย่างที่บันทึกเอาไว้ในพระไตรปิฎก แต่ก็ยังเป็นข้อสงสัย เช่น เรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องนรกสวรรค์ว่า มีจริงไหม แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า…มีจริง พระเดชพระคุณหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) บอกว่า ถึงธรรมกายแล้ว ไปนรกก็ได้ ไปสวรรค์ก็ได้ ไปนิพพานก็ได้ แค่ไปนรกสวรรค์ เราก็ยากต่อการเชื่อ แต่ในสมัยท่าน หรือผู้ที่เข้าถึงพระธรรมกาย เขาทำได้เป็นปกติ เป็นเรื่องธรรมดา แล้วยังไปนิพพานได้ด้วย ตรงนี้แหละที่เป็นข้อถกเถียงกัน มีนานาทัศนะ บ้างว่านิพพานสูญหมด บ้างก็ว่าสูญแต่เฉพาะกิเลสเท่านั้น แต่กายรองรับบรมสุขยังอยู่ แล้วภพที่รองรับก็มี เมื่อได้ยินได้ฟังอย่างนี้ เราก็วางใจเป็นกลาง ๆ ไม่ใช่ให้ “เชื่อ” หรือ“ไม่เชื่อ” แต่ให้เฉย ๆ แล้วมาพิสูจน์ด้วยการปฏิบัติ หยุดนิ่งเข้าไว้ทำตามหลักวิชชา เดี๋ยวเราก็พิสูจน์ได้ ไม่ต้องมานั่งถกเถียงกัน ถ้าไปได้ มันก็พิสูจน์คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีในพระไตรปิฎกได้ พอพิสูจน์ได้ ก็หายสงสัย พอหายสงสัย ก็เกิดความเลื่อมใส ทำให้มีศรัทธา อยากปฏิบัติธรรม ก็จะทำความเห็นให้ตรงต่อเป้าหมายของชีวิต คือ ไปนิพพาน จะหายสงสัย …

56.นรกสวรรค์มีจริง…พิสูจน์ได้ Read More »

55.อยากเห็นองค์กรต้นแบบ

ให้ปฏิบัติธรรมควบคู่กับภารกิจไปด้วย เพราะ..ถ้ารอให้ภารกิจเสร็จ แล้วค่อยมาปฏิบัติธรรม เราอาจจะ “ซี้” (ตาย) ก่อน เหมือนเวลาเรากินก๋วยเตี๋ยวก็ต้องหายใจไปด้วย ไม่ใช่กินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ แล้วค่อยมาหายใจ ถ้าเรารองานหยาบเสร็จ เดี๋ยวเราจะซี้ก่อนที่จะ ได้ปฏิบัติธรรมกัน เพราะที่เราเข้ามาสู่องค์กร เพื่อจะมาปฏิบัติธรรม หาพระรัตนตรัยภายในตัว เพื่อศึกษาวิชชาธรรมกาย เราจึงมาอยู่ตรงนี้ ปีนี้หลวงพ่อ 72 แล้ว เราทุกคนต้องหวนกลับไปทบทวนมโนปณิธานดั้งเดิม ก่อนเข้ามาสู่องค์กรว่า ไม่ใช่เราไม่มีทางไป เราจะไปใช้ชีวิตทางโลกก็สามารถทำได้ แต่เราเลือกมาทางนี้ ซึ่งตอนนี้ถึงเวลาแล้ว ถ้าอายุมากขึ้น ความแข็งแรงจะลดลง จะมารอให้งานหยาบเสร็จ แล้วค่อยทำงานละเอียด มันไม่ได้ เราต้องทำควบคู่กันไป ในจังหวะที่ยังแข็งแรงอยู่ ถ้าหากองค์กรเราใจหยุดได้ ใจสบายได้ มีความสุขจากการปฏิบัติธรรม การกระทบกระทั่งสูญพันธุ์เลย จะทำภารกิจกันอย่างมีความสุข สนุกสนาน บุญบันเทิง “ข้างนอกเคลื่อนไหว แต่ข้างในหยุดนิ่ง” ได้อย่างสมบูรณ์ จึงต้องมีโครงการติวธรรมะที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะให้เราทุกคนเข้าถึงธรรมได้อย่างง่าย ๆ หลวงพ่อจะได้สมหวังเสียที พอทุกคนในองค์กรมีความสุขจากผลของการปฏิบัติธรรม ก็จะมีความยิ้มแย้มเบิกบาน ถ้าใครเห็นหมู่คณะเรา ก็จะเกิดคำถามว่า ทำไมสมาชิกในองค์กร ถึงดูเบิกบานเหมือนชาวสวรรค์ …

55.อยากเห็นองค์กรต้นแบบ Read More »

54.อย่ารอให้แก่ก่อน…แล้วค่อยเข้าวัด

เลิกคิดไปเลยว่า ให้แก่ ๆ เสียก่อนแล้วค่อยเข้าวัด ค่อยมาศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ค่อยมาปฏิบัติธรรม คิดอย่างนี้ประมาท เพราะเราจะมีชีวิตถึงแก่ชราหรือเปล่าก็ไม่รู้ อีกอย่างความแก่ความชรา ไปถามคนแก่ดูเถอะ ไม่ชอบเลย เพราะว่าสังขารมันเสื่อม ความคิด คำพูด การกระทำกาย วาจา ใจ เสื่อมหมด ปฏิบัติธรรมะก็ง่วง เดี๋ยวปวด เดี๋ยวเมื่อย เดี๋ยวก็หลับ เดี๋ยวก็เผลอฟุ้ง เพราะฉะนั้น อย่าไปคิดนะ อย่าไปเชื่อคำสอนของพญามารที่สอนอยู่ในใจเรา มันมาสิงอยู่ในใจ แล้วสอนให้เราคิดอย่างนี้ว่า เอาเวลาเป็นหนุ่มเป็นสาวไปหาประสบการณ์ของชีวิตทางโลกให้ช่ำเสียก่อน พอช้ำแล้วค่อยมาแสวงหาธรรมะ อย่านะลูกนะ 16 กันยายน พ.ศ. 2545 พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/44 ต้นฉบับ หนังสือ คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ เล่ม 3 กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่