krirk

๒๒. นึกแล้วปลื้ม

หลวงพ่อเชื่อว่า ลูกชายหญิงทุกคนทั้งภายในและต่างประเทศ ได้ใช้วันเวลาของชีวิตอย่างมีคุณค่าที่สุด เราเกิดมาสร้างบารมี ถ้าเราไม่ใช้วันเวลาในการสร้างบารมี เท่ากับเราขโมยวันเวลาของตัวเราเอง คือ เวลาในโลกมนุษย์ เขาให้เรามาทำความดี แต่เราไปทำสิ่งที่ไม่ดี เป็นบาปอกุศล ก็ได้ชื่อว่า ขโมยเวลาของตัวเอง เพราะฉะนั้น วันเวลาที่ผ่านมาให้ปลื้มใจเถิดว่า เราได้สั่งสมคุณงามความดีของเรากันมาโดยตลอด ให้จิตใจเราเบิกบาน แช่มชื่น นึกถึงการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า มีงานบุญอะไร เราก็ช่วยกันไปอย่างเต็มที่เต็มกำลัง ไม่ใช่ว่าพวกเราจะร่ำรวยทรัพย์สินเงินทอง เราก็มีเท่าๆ กับที่คนอื่นเขามี มีบ้างไม่มีบ้างอย่างนั้นแหละ แต่ทรัพย์ของเรามีประโยชน์ต่อตนเองและต่อโลก สิ่งที่เราได้สละทรัพย์มาสร้างถาวรวัตถุเอาไว้สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ สร้างสภาธรรมกายสากล นี้เป็นของสาธารณะ เป็นของพระพุทธศาสนา เป็นของส่วนรวมของประเทศชาติของเรา และเป็นของโลก ไม่ใช่ของตัวเรา ไม่ใช่ของหลวงพ่อ ไม่ใช่ของวัดพระธรรมกาย แต่เป็นของส่วนรวม เราสละทรัพย์มาสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ ให้สถานที่นี้เป็นที่ปลูกฝังศีลธรรม เป็นมหาวิทยาลัยศีลธรรมที่สร้างสันติสุข สันติภาพให้เกิดขึ้นแก่โลก เป็นสาธารณประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่มหาศาล ทรัพย์ของเราเป็นทรัพย์ที่มีประโยชน์ หามาด้วยความบริสุทธิ์ ด้วยความเหนื่อยยากลำบาก แต่เรานำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อันสูงสุดเกินควรเกินค่า เปรียบเสมือนแม่น้ำมีท่าลงอย่างดี ตั้งอยู่ในที่ใกล้มหาชน เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ต่อสัตว์ทั้งหลายอย่างนั้น ส่วนบุคคลใดมีทรัพย์สินเงินทองแล้วเก็บเอาไว้ ทรัพย์นั้นเป็นทรัพย์ทุพพลภาพ เป็นทรัพย์พิการ …

๒๒. นึกแล้วปลื้ม Read More »

๒๑. ไม่สั่งสมบุญใหม่ = กินบุญเก่า

เมื่อไม่ได้สั่งสมบุญอะไรเพิ่มเติม ก็เหมือนกับกินใช้บุญเก่าที่สั่งสมเอาไว้ในอดีตชาติไปเรื่อยๆ ตรงนี้คนไม่ค่อยเข้าใจกัน บุญธาตุนี่ เหมือนพลังงานนะ พลังงานแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต ถ้าหมดบุญก็หมดพลังงาน และบุญเก่ามีไว้เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้สร้างบุญใหม่เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าหากไม่สั่งสมบุญใหม่ ก็กินบุญเก่าที่สั่งสมเอาไว้ในอดีตชาติไปเรื่อยๆ จนกระทั่งบุญเก่าหมดไป ชีวิตความเป็นอยู่จึงยิ่งลำบากยากจนมากขึ้นๆ แล้วก็มากขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องสั่งสมบุญ แล้วเราจะจนยากมาก คือ ไม่มีวันจน ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 1 สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๒๐. อย่ามัวแต่กินบุญเก่า และการบ้าน ๑๐ ข้อ

อย่าให้วันหนึ่งคืนหนึ่งผ่านไป โดยการกินบุญเก่าใช้บุญเก่า เพราะบุญเก่าใช้ไป มันก็มีวันหมด เราต้องสั่งสมบุญใหม่เพิ่มขึ้นทุกวันทุกคืน ทุกอนุวินาที อย่างที่ให้การบ้านไปนั่นแหละ บางจังหวะเราก็ให้ทาน บางจังหวะเราก็รักษาศีล บางจังหวะก็เจริญภาวนา ศีลกับภาวนานี่ รักษาไม่ยาก ทานเราอาจจะต้องใช้ในบางจังหวะ เพราะฉะนั้นง่ายที่สุดคือ ภาวนา หมั่นทำการบ้านทุกวันให้สม่ำเสมอเถอะ เดี๋ยวลูกทุกคนจะต้องเข้าถึงดวงธรรม ถึงกายภายใน ถึงพระธรรมกายจนได้ ถ้าได้ทำ เราก็ทำได้ ทำไม่ได้เพราะไม่ได้ทำเท่านั้น ต้องถึงธรรมกายนะลูกนะ ชีวิตจึงจะปลอดภัย แล้วเราจะเลือกไปอยู่ภพภูมิไหนก็ได้ ไม่ว่าวิบากกรรมจะมาตัดรอนชีวิตของเราให้ตายแบบไหนก็ตาม จะตายแบบไหนไม่ต้องกังวลกับมัน พระธรรมกายในตัวจะช่วยเราได้ ไม่ต้องไปแวะที่ยมโลก ไม่ไปแวะบนพื้นมนุษย์ มันจะแวบไปสวรรค์เลย ไม่ต้องแวะแต่แวบไปเลย ที่ของเรา หมู่คณะของเราอยู่บนชั้นดุสิตนะลูกนะ ผูกใจเอาไว้ตรงนั้น เพราะฉะนั้นต้องสร้างกำลังบุญไปให้ถึงทั้งทานศีลภาวนาทำให้ครบถ้วนบริบูรณ์เลย ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 1 สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๑๙. โกยบุญให้เต็มที่

ทรัพย์สินเงินทองที่เรามีในปัจจุบัน เป็นผลจากบุญเก่าที่เราได้สร้างมาในอดีต ถ้าเราไม่ทำบุญต่อ มันก็หมด อย่างนี้ถือว่า “กินบุญเก่า” ดังนั้น..อย่าเสียดาย พวกเราต้องทำเป็นแบบอย่าง แล้วก็ไปช่วยแนะนำชาวโลกเขา อย่าเสียดายเลย เก็บไว้ส่วนหนึ่งเพื่อความปลอดภัยของชีวิต อีกส่วนหนึ่งเพื่อความปลอดภัยของชีวิตในอนาคตในภพชาติเบื้องหน้า หลังจากตายแล้ว กอบโกยบุญกันไปให้เต็มที่ จังหวะไหนที่เขาเปิดให้สร้างบารมี พึงทุ่มชีวิตจิตใจเป็นเดิมพัน มีอะไรที่จะทุ่มเทสร้างบารมีได้ ทำเสียเถิด นั่นเป็นทางมาแห่งบุญ และเป็นของขวัญอันยิ่งใหญ่ เมื่อโอกาสเปิดแล้ว ทำเสียเถิด ก่อนที่โอกาสนี้จะหมดไป เช่น เราอาจจะตายเสียก่อน หรือสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเกิดศรัทธาภายหลัง แม้มีทรัพย์น้อย ก็มีทางออกอยู่ พึงใช้ปากและหัวใจกัลยาณมิตร ไปชักชวน ไปแนะนำ พึงทำจิตใจให้ชื่นบาน ต่อการสร้างบารมี ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 1 สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๑๘. คิดอย่างนักสร้างบารมี

บุญที่เราทำนั้นจะติดตัวเราเป็นเงาตามตัวไปทุกภพทุกชาติจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม บุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตทุกระดับตั้งแต่ปุถุชนจนกระทั่งเป็นพระอริยเจ้า บุญ คือ ที่พึ่ง คือ ทุกสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เป็นเทวดาก็ตามต้องอาศัยบุญ หรือแม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงอาศัยบุญบารมีจึงทำให้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ บุญทำมากก็ได้มาก ทำปานกลางก็ได้ปานกลาง ทำน้อยก็ได้น้อยลดหย่อนกันลงมา มีบุญมากอุปสรรคในชีวิตก็น้อย มีบุญน้อยอุปสรรคในชีวิตก็มาก เพราะฉะนั้น เราควรสั่งสมบุญเอาไว้ให้เต็มที่ สิ่งที่เรานำออกด้วยการบริจาคฝากฝังไว้ในพระพุทธศาสนานี้ คือ สิ่งที่เป็นของเราที่จะติดตามเราไปทุกภพทุกชาติอย่างแท้จริง สิ่งใดที่เรายังไม่ได้นำออกด้วยการบริจาคฝากฝังไว้ในพระพุทธศาสนาก็ยังไม่ได้ชื่อว่า เป็นของเราอย่างแท้จริง เราจะได้ครอบครองเหมือนอยู่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะการชิงช่วงช่วงชิงนั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้าเราไม่ชิงช่วงมาสร้างบารมีก่อน ก็อาจจะถูกช่วงชิงให้สมบัตินั้นกระจัดกระจาย ถูกใช้ไปในทางอื่นที่ไม่เป็นสาระแก่นสาร เมื่อไม่ใช้สร้างบุญก็ต้องไปใช้ทำอย่างอื่น เพราะเราจะต้องใช้มันตลอดเวลา บัณฑิตนักปราชญ์รู้ว่า เกิดมาในโลกนี้เกิดมาเพื่อสร้างบารมี โลกนี้ไม่ใช่ที่เสวยบุญ ไม่ใช่มาคอยกินบุญเก่า แต่เป็นที่สร้างบารมี สุคติโลกสวรรค์นั่นแหละเป็นที่เสวยผลบุญ เมื่อเราทำบุญก็ต้องรอระยะเวลาให้บุญส่งผลบ้าง บางทีระหว่างที่บุญกำลังจะส่งผลอยู่ วิบากกรรมมันมาตัดรอน คือ มาให้ผลก่อน ก็อย่าได้ท้อใจ อย่าได้น้อยใจว่า ปัจจุบันเราทำบุญไว้ตั้งเยอะ ทุ่มเททำโดยเอาชีวิตจิตใจเป็นเดิมพัน แต่ทำไมบุญถึงยังส่งผลไม่เต็มที่ กลับมีอุปสรรคต่างๆ นานาในชีวิต บุญไม่เห็นช่วยเราเลย อย่าท้อใจ อย่าน้อยใจ และอย่าคิดอย่างนั้น อย่าคิดอย่างผู้ที่ไม่รู้ บุญที่เราทำไม่ได้หายไปไหน กำลังช่วยแก้ไขอยู่ตลอดเวลา แต่วิบากกรรมที่เราทำมาจากชาติในอดีตมันตามมา …

๑๘. คิดอย่างนักสร้างบารมี Read More »

๑๗. ผู้ให้..ย่อมได้รับ

ในสมัยพุทธกาล พระราชธิดาของพระเจ้าโกศล พระนามว่า “สุมนา” เมื่อทรงพระเยาว์มีพระชนม์ได้ ๗ พระชันษา ทรงทอดพระเนตรเห็นสิ่งที่เป็นอจินไตยเกิดขึ้น แต่เก็บไว้เป็นความลับ ไม่กล้าบอกใครเพราะเกรงว่า เขาจะไม่เชื่อ จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อพระวิหารเชตวันสร้างเสร็จใหม่ๆ พระเจ้าโกศลทรงรับสั่งให้พระราชธิดาไปรับเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากที่ถวายบังคมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงบูชาด้วยของหอมและดอกไม้แล้ว ประทับนั่งในที่อันควรแล้ว จึงตรัสเล่าถึงเรื่องที่ทรงสงสัยว่า “หม่อมฉันเห็นเด็ก ๒ คน เพิ่งเกิดใหม่ คนหนึ่งนอนอยู่ในเปลทอง อีกคนหนึ่งนอนที่พื้นใกล้ๆ กัน เด็กที่นอนในเปลทองเป็นน้องชายของหม่อมฉัน ได้คุยกับเด็กที่นอนบนพื้นซึ่งเป็นลูกของหญิงรับใช้ว่า “เห็นไหม ท่านไม่เชื่อคำชักชวนของเราว่า ให้ทำทานตั้งแต่ชาติที่แล้ว ถ้าทำทานก็จะได้เกิดในอู่ทอง แล้วก็มีสมบัติใหญ่อย่างนี้” เด็กชายที่นอนที่พื้นบอกว่า“ถึงจะร่ำรวยมีทรัพย์สินเงินทองแค่ไหน มันก็เป็นแค่ธาตุดินน้ำลมไฟเท่านั้น ไม่เห็นว่าจะสำคัญอย่างไร จะได้นอนเปลทอง หรือว่านอนบนพื้นมันก็เหมือนกัน” เด็กชาย ๒ คน คุยกันตั้งแต่เกิด พระนางสุมนา ซึ่งตอนนั้นมีวัยเพียง ๗ ขวบ จึงไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง และได้นำมาตรัสถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ก็ทรงยืนยันว่า สิ่งที่เธอเห็นเป็นจริงอย่างนั้น พระนางสุมนาจึงกราบทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อว่า “คน ๒ คน มีศรัทธา มีศีล …

๑๗. ผู้ให้..ย่อมได้รับ Read More »

๑๖. มหาทานบารมี

มหาทานบารมีเป็นบันไดเบื้องต้นแห่งบารมี ๓๐ ทัศ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ เมื่อยังเสวยพระชาติเป็นพระบรมโพธิสัตว์ ตั้งความปรารถนาจะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านก็พิจารณาด้วยปัญญาของท่านว่า จะเริ่มต้นสร้างบารมีอะไรเป็นอันดับแรก ก็ทรงเห็นพ้องตรงกันหมดทุกพระองค์เลยว่า ต้องสร้างมหาทานบารมี ต้องมีทานเสียก่อน เพราะทานเป็นทางมาแห่งโภคทรัพย์สมบัติ และโภคทรัพย์นี้เองจะทำให้เรามีโอกาสสร้างบารมีอื่นๆ ได้อย่างสะดวกสบาย มหาทานบารมีจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องสั่งสมไว้ เพราะการไปพระนิพพาน ไปที่สุดแห่งธรรมนั้น ไม่ใช่ว่าจะไปกันง่ายๆ เราจะต้องมีบุญบารมีมากๆ ต้องมีความบริสุทธิ์มากๆ จึงจะไปได้ บารมีทั้ง ๓๐ ทัศต้องเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ตั้งแต่ทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมมบารมี ปัญญาบารมี วิริยบารมี ขันติบารมี สัจจบารมี อธิษฐานบารมี เมตตาบารมี อุเบกขาบารมี บารมีทั้งหมดนี้ต้องครบถ้วนบริบูรณ์ บารมีจะครบถ้วนบริบูรณ์เราก็ต้องสั่งสม เราจะสั่งสมบารมีอื่นๆ ได้สะดวก ก็ต้องมีโภคทรัพย์สมบัติให้มาก มากพอที่จะทำให้เราไม่เดือดร้อน และเหลือพอที่จะแบ่งปันกัน โภคทรัพย์จึงเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้เราสร้างบารมีอื่นๆ ได้เพิ่มขึ้น สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเราได้สร้างมหาทานบารมีเท่านั้น ตัวอย่างที่เราพบเห็นในปัจจุบัน คือ ยามใดที่เรามีศรัทธา พบเนื้อนาบุญ และสมบูรณ์ไปด้วยโภคทรัพย์ ตอนนั้นเราก็สร้างบารมีได้สะดวกสบาย ง่ายดาย แต่ถ้ายามใดเรามีศรัทธา พบเนื้อนาบุญ แต่ขาดโภคทรัพย์ …

๑๖. มหาทานบารมี Read More »

๑๕. ทานบารมี

ทุกคนจะหลุดพ้นความยากจนด้วยผลทาน นี่เป็นความจริงแท้ของชีวิต ที่จำเป็นจะต้องศึกษาเอาไว้ จะได้ทำถูกหลักวิชชา ไม่อย่างนั้นเราจะมัวแต่เสวยบุญเก่า กินบุญเก่า ที่เราทำมาข้ามชาติ บุญเก่า ทำให้เรามีโภคทรัพย์สมบัติมากมาย พอมาชาตินี้ ถ้าเราประมาท ไม่ศึกษาเรียนรู้วิชชาของชีวิต ทำไม่ถูกหลักวิชชา มีความตระหนี่ หวงแหนทรัพย์ หรือมัวแต่ทำมาหากินอย่างเดียว และก็ลืมทำมาสร้างบารมี ก็มีสิทธิ์ที่จะลำบากยากจนในภพชาติต่อไป เราต้องรีบสั่งสมทานบารมีให้เต็มที่ อย่างสม่ำเสมอ นี่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก พึงจำเอาไว้ให้ดี ยิ่งให้..ยิ่งได้ ยิ่งไม่ให้..ยิ่งอด หวง คือ ไล่ ให้ คือ เรียกทรัพย์มา ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 1 สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๑๔. ขอยืม..อย่าขอลืม

พูดถึงเรื่องหนี้สิน หากมีกำลังทรัพย์เมื่อไร ก็เอาไปใช้เขาเสีย จะได้ไม่ติดไปเป็นวิบากกรรมในภพเบื้องหน้า สมมติเราขอยืมเงินเขามาทำบุญ แต่เราไม่ได้คืนเขา อย่างนี้เจ้าหนี้เขาได้บุญนะ ไม่ใช่เราได้ เหมือนเราไปทำบุญแทนเขา แต่ถ้าหากเรายืม และเราใช้คืนเขา บุญนั้นเราได้ ดังนั้น มีทรัพย์แล้ว เอาไปใช้เขานะลูกนะ มากบ้าง น้อยบ้าง อย่างน้อยไปพูดไปคุยให้เขาสบายอกสบายใจ เขาจะได้ให้โอกาสเราไปแสวงหาทรัพย์ให้ได้เยอะๆ กฎแห่งกรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนนะลูกนะ นอกจากเราไม่ได้เอาไปคืนเขา บุญก็ไม่ได้ด้วย แถมมีวิบากกรรมติดไปในภพเบื้องหน้า จะมีทรัพย์เมื่อไร คนจะต้องมายืมทุกที และเขาก็ขอลืม เราก็กลุ้มใจ ทุกข์ใจ เพราะฉะนั้น ต้องศึกษากฎแห่งกรรมเอาไว้ให้ดี เราจะได้ดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง ไม่ผิดพลาด เราจะได้ปลอดภัยและมีชัยชนะในศึกชิงภพ ปิดงบดุลชีวิต อันนี้สำคัญนะ แต่คุณครูไม่ใหญ่ไม่สนับสนุนให้ยืมเงินมาทำบุญนะ ถ้าเรามีกำลังไม่พอ ก็ให้ใช้ดวงปัญญาไปชักชวนเขามาร่วมบุญ จะได้ช่วยเก็บสมบัติให้เขา และเราจะได้มีบริวารสมบัติ ติดไปในภพเบื้องหน้า มีพรรคมีพวก ความสะดวกมันก็มี ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 ต้นฉบับ หนังสือ …

๑๔. ขอยืม..อย่าขอลืม Read More »

๑๓. ทำทุกบุญ

อย่าตกบุญเลย แม้แต่เพียงบุญเดียว เพราะเรามาเกิดสร้างบารมี เราต้องสร้างบารมีทุกอนุวินาที เนื่องจากเราใช้บุญเก่าไปทุกวัน บุญเก่าใช้ไปก็มีวันหมด เราต้องสร้างบุญใหม่เพื่อเป็นบุญต่อบุญ สมบัติต่อสมบัติ โดยเฉพาะเรามีเป้าหมายมโนปณิธานจะไปสู่ที่สุดแห่งธรรม ต้องมีบุญมากๆ มีบุญมากๆ ก็ต้องสร้างเยอะๆ สร้างไปเรื่อยๆ อย่างเต็มกำลัง ทั้งทำด้วยตัวเองและไปชวนคนอื่นเขามาทำด้วย นี่ก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำ เพราะความตายไม่มีนิมิตหมาย เราต้องใช้ทุกอนุวินาทีที่เรายังมีชีวิตอยู่ และทรัพยากรที่เรามีอยู่นั้นเป็นไปเพื่อการสร้างบารมี จึงจะถูกหลักวิชชา เราจะไปพักกลางทางที่ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์ เราจะต้องสร้างบารมีอย่างกลั่นกล้า เพื่อความปลื้มปีติของเรา และเป็นต้นบุญต้นแบบแก่เพื่อนมนุษย์ทุกคน ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 1 สิ่งที่ต้องสั่งสมคือบุญกุศล กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๑๒. คุณยายกลัวบุญน้อย

คุณยายเป็นผู้ที่รักการสร้างบารมีมาก เพราะท่านทราบดีว่า ความสุขและความสำเร็จในชีวิต ขึ้นอยู่กับกำลังบุญบารมีอย่างเดียวเท่านั้น ถ้ามีบุญบารมีมากแล้วจะทำอะไรก็สำเร็จหมด เพราะฉะนั้นในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะขยันสร้างบุญอยู่ตลอดเวลา ความขยันของท่านเป็นสิ่งที่หลวงพ่อและพวกเราที่ทันเห็นท่าน ได้เห็นกันจนชินตา แม้ในยามบั้นปลายชีวิตของท่าน แม้ท่านมีอายุมากแล้ว หลวงพ่อก็ยังเห็นท่านขยันเหมือนเดิม และไม่เคยเหนื่อยหน่ายในการสร้างบารมีเลย ทั้งที่ท่านขยันสร้างบารมีไม่หยุดหย่อน แต่ท่านมักจะพูดอยู่เสมอๆ ว่า “ชาตินี้ยายกลัวจะได้บุญน้อย ยายจึงต้องสร้างบุญติดตัวไปให้มากๆ เพราะถ้ามีบุญน้อยบาปจะได้ช่อง แต่ถ้ามีบุญมาก มีความบริสุทธิ์กายวาจาใจมากๆ เราก็จะเป็นผู้ชนะ เรื่องบุญนี้ใครจะยอมแพ้ก็ยอมไปเถอะ แต่ยายไม่ยอมแพ้ เพราะกว่าจะได้เกิดมาเป็นคนนั้นยาก เกิดมาแล้วต้องสร้างบุญให้สุดชีวิต เอาบุญทั้งบุญหยาบ บุญละเอียด เพราะบุญเป็นที่พึ่งได้ บุญช่วยเราได้ อย่าทิ้งบุญ เราต้องยึดเอาบุญของเราเป็นที่พึ่ง อย่างนี้เรียกว่า หาบุญได้ใช้บุญเป็น” นี่คือคำสอนของคุณยายอาจารย์* คุณยายรักและห่วงใยลูกหลานทุกคน และรักในการสร้างบุญมากๆ ยากจะหาใครในโลกมาเทียบได้ ท่านเป็นต้นบุญต้นแบบให้กับพวกเราและชาวโลกได้เจริญรอยตาม ถ้าเราก้าวเดินตามท่าน ชีวิตของเราก็จะไม่มีวันผิดพลาด ซึ่งชีวิตของผู้ที่ผิดพลาดเพราะขาดกัลยาณมิตร ถือว่าเป็นชีวิตที่อาภัพอับโชค แต่ลูกทุกคนเป็นผู้มีบุญลาภอันประเสริฐ ที่เกิดมาแล้วได้มาพบคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และยังได้มหาปูชนียาจารย์ของเราเป็นต้นแบบในการสร้างบารมี ในการดำเนินชีวิต ทำให้เราได้มาพบแสงสว่าง มาพบหนทางอันประเสริฐที่จะนำเราไปสู่ที่สุดแห่งธรรมได้ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ พระธรรมเทศนา โดย …

๑๒. คุณยายกลัวบุญน้อย Read More »

๑๑. ทำบุญกับทักขิไณยบุคคล

พระรัตนตรัยเป็นต้นแหล่งแห่งบุญกุศล เป็นบุญเขตอันเยี่ยมของพวกเราทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ทานที่บุคคลให้แล้วในบุญเขตใดมีผลมาก พึงเลือกให้ทานในบุญเขตนั้น พระสุคตเจ้าทรงสรรเสริญการพิจารณาก่อนแล้วจึงให้ เพราะทานที่บุคคลให้แล้วใน “ทักขิไณยบุคคล” ทั้งหลายในโลกนี้ ย่อมมีผลมาก เหมือนบุคคลผู้ฉลาดที่หว่านพืชลงในนาดี ย่อมมีผลอันไพบูลย์ คำว่า “ทักขิไณยบุคคล” หมายถึง บุคคลผู้ได้เข้าถึงพระรัตนตรัย หรือเข้าถึงพระธรรมกาย ตั้งแต่ธรรมกายโคตรภู ธรรมกายพระโสดาบัน ธรรมกายพระสกิทาคามี ธรรมกายพระอนาคามี และธรรมกายพระอรหัต ใครก็ตามได้เข้าถึง หรือเป็นธรรมกายดังกล่าวนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในเพศภาวะใด จะเป็นชาติไหน ภาษาไหน เป็นภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา หรือฆราวาสผู้ครองเรือนก็ตาม ก็ได้ชื่อว่าเป็นทักขิไณยบุคคลทั้งสิ้น เพราะมีพระธรรมกายปรากฏ จึงเป็นผู้ควรแก่การต้อนรับ ควรแก่การเคารพสักการบูชากราบไหว้ ควรแก่ทักขิณาทาน ผู้ที่ทำบุญด้วยจะได้บุญมาก แม้ตัวเราถ้าเข้าถึงพระธรรมกายก็ได้ชื่อว่าเป็นทักขิไณยบุคคลเช่นเดียวกัน ถ้าเราทำบุญกับพระธรรมกาย อานิสงส์ยิ่งเพิ่มพูนทับทวี ยิ่งได้ทำบุญกับพระธรรมกายที่ละเอียดที่มีบารมีแก่กล้าขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างเช่น ทำบุญกับมหาปูชนียาจารย์ จะยิ่งได้บุญมากมายมหาศาล นับกันไม่ไหว เป็นอสงไขยอัปปมาณัง และถ้าหากปรารถนาจะให้ได้บุญมากยิ่งขึ้นไปอีกให้ทำบุญด้วยพระธรรมกาย คือปฏิบัติให้เข้าถึงพระธรรมกาย ก็จะเป็นบุญที่ยิ่งใหญ่สำหรับตัวเรา ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ พระธรรมเทศนา …

๑๑. ทำบุญกับทักขิไณยบุคคล Read More »

๑๐. เราคือผู้ออกแบบชีวิต

ชาติที่ผ่านมา ถ้าเรารู้ว่า “เราคือผู้ออกแบบชีวิต” ชาตินี้เราจะมีชีวิตที่สมบูรณ์กว่านี้ จะเป็นไปตามความปรารถนาของเรา เราจะเป็นผู้มีอุปสรรคน้อย เพราะเราจะสั่งสมบุญเยอะ เราจะเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ปฏิบัติธรรมก็พบพระธรรมกายได้เร็ว จะสมหวังดังใจในทุกสิ่ง ไม่ใช่มีชีวิตที่ขึ้นๆ ลงๆ ผิดหวังบ้าง สมหวังบ้างอย่างนี้ รูปสมบัติ ของเราจะดีกว่านี้มาก จะมีรูปงาม แข็งแรง มีอายุขัยที่ยืนยาวเลยอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ในแต่ละยุค เพื่อให้โอกาสเราสั่งสมบุญได้มาก และแก้ไขข้อผิดพลาดที่ผ่านมา เราจะได้รูปสมบัติอย่างน้อยก็อย่างนี้ ทรัพย์สมบัติ เราจะมีทรัพย์สมบัติมาก เพราะเราจะสร้างมหาทานบารมีกันอย่างเต็มที่เต็มกำลัง ไม่ตระหนี่ ไม่หวงแหนทรัพย์ จะทำถูกหลักวิชชาในแหล่งเนื้อนาบุญ ทำทั้งสงเคราะห์ทางโลกและทางธรรม ทั้งก่อนทำ กำลังทำ และหลังทำไปแล้ว จะปลื้มใจตลอดเวลา ไม่เสียดายเลย จะไม่ทำด้วยตัวเองตามลำพังเท่านั้น แต่จะไปชวนคนอื่นมาทำร่วมด้วย ซึ่งจะทำให้เรามีทรัพย์สมบัติมาก มีบริวารมาก มีพรรคพวก มีหมู่ญาติที่ดีที่มาช่วยสนับสนุนให้เราได้ประสบความสำเร็จในชีวิต ในธุรกิจการงานได้ง่าย และถ้าบุญมากก็จะได้สมบัติจักรพรรดิ เป็นบรมเศรษฐี คุณสมบัติ เราจะสั่งสมปัญญาบารมี ทั้งธรรมทาน วิทยาทาน สนับสนุนการศึกษา เพื่อให้เราได้คุณสมบัติ …

๑๐. เราคือผู้ออกแบบชีวิต Read More »

๙. สั่งสมบุญไว้เถิด

สั่งสมบุญไว้เถิด ประเสริฐนัก เพราะตอนช่วงศึกชิงภพ ต้องใช้บุญสู้กับบาป เพื่อนำพาไปสู่สุคติ นี่เป็นเรื่องที่สำคัญนะ กำลังบุญเท่านั้น ที่จะนำพาเราไปสู่คติโลกสวรรค์ได้ ให้เรามีสมบัติที่เป็นทิพย์อันโอฬาร มีรูปทิพย์ เสียงทิพย์ กลิ่นทิพย์ รสทิพย์ สัมผัสอันเป็นทิพย์ มีอายุ วรรณะ สุข ยศ อธิปไตย ความเป็นใหญ่อันเป็นทิพย์ จะมีความสุขอันยาวนานในสุคติภูมิ และท่องเที่ยวอยู่แต่ในมนุษยโลกและเทวโลกจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางคือ ที่สุดแห่งธรรม เราเป็นนักสร้างบารมีพันธุ์รื้อวัฏฏะ มีบารมีพิเศษที่จะมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม ฉะนั้นการกลับคืนสู่ดุสิตบุรีก็เป็นแค่การย้ายที่อยู่ หรือที่ทำงานชั่วคราว แล้วก็ต้องไปทำงานละเอียดกันต่อ รอคอยจังหวะโอกาสในการกลับมาเกิดสร้างบารมีกันอีก เมื่อขึ้นไปแล้วก็จะได้ทบทวนดูว่า ตอนที่เป็นมนุษย์สร้างบารมีเต็มที่เหมือนอย่างที่ตั้งใจก่อนที่จะลงไปหรือเปล่า แล้วก็จะเห็นเลยว่า ความสว่างของรัศมีกายของเรา ของวิมานและบริวาร จะเป็นเครื่องวัดว่า เราลงมาคราวนี้สร้างบารมีอย่างเต็มที่เต็มกำลังหรือไม่ ถึงตรงนั้นจะรู้เห็นด้วยตัวเอง และจะแก้ไขอะไรก็ไม่ทันแล้ว เพราะโลกสวรรค์เป็นโลกแห่งการเสวยบุญ โลกมนุษย์เท่านั้นที่เป็นโลกแห่งการสร้างบารมี วันเวลาที่เหลืออยู่ในโลกนี้มีไม่มาก ถ้าเรายังมีโอกาสสร้างบารมีได้ ก็ใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดนี้สร้างบารมีกันให้เต็มที่ ตราบใดที่ยังไม่หมดกิเลส เราก็จะต้องสร้างบารมีกันต่อไป ตอนนี้เรายังอยู่ในระหว่างการเติมบุญเติมบารมีกันอยู่ พึงอย่าประมาท ชะล่าใจ วันสุดท้ายของเราจะมาถึงเมื่อไรก็ไม่ทราบ คติของเรายังไม่แน่นอน เราจะให้คติในปรโลกของเราเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ใจจะไขว่คว้าเอา เพราะเราคือผู้ออกแบบชีวิตของตัวเราเอง เราจะออกแบบชีวิตให้เป็นอย่างไร เลือกเอานะลูกนะ แต่ชีวิตจะมีคุณค่าเมื่อได้สร้างบารมี …

๙. สั่งสมบุญไว้เถิด Read More »

๘. บุญคือที่พึ่ง

บุญทั้งหมดที่เราทำจะถูกรวมไว้ในศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นดวงบุญที่ใส สว่างไสว เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตทั้งในโลกนี้และในปรโลก หรือในสัมปรายภพ ชีวิตในสัมปรายภพ ไม่มีการทำมาหากิน ไม่มีการหว่าน การไถ การพาณิชย์ เป็นอยู่ได้ด้วยบุญและบาปที่เราได้กระทำตอนเป็นมนุษย์ มีอายุที่ยาวนาน เป็นหมื่น เป็นแสนปี เป็นต้น ถ้าไปอบายอายุก็ยืนยาวเป็นหมื่นเป็นแสนปีเหมือนกัน มีรูปกายใหม่ที่ไม่สวยงาม ทุกข์ทรมานอยู่อย่างนั้น แต่ถ้าหากเราสร้างกุศลกรรม ก็จะส่งผลให้เรามีสุขอยู่ในสุคติโลกสวรรค์ เข้าไปเป็นสหายแห่งเทวดา เมื่อละโลกไปแล้วบุญจะเป็นที่พึ่งของเราสิ่งอื่นไม่ใช่ จะส่งผลให้เรามีวิมานที่สุกใส สว่างไสว รัศมีกายเจิดจ้า มีสมบัติอันเป็นทิพย์ ไม่อายเพื่อนชาวสวรรค์ทั้งหลายซึ่งเขาวัดกันด้วยกำลังบุญ กำลังบารมี ซึ่งจะปรากฏที่รัศมีกาย เครื่องประดับ ที่วิมาน บริวาร สมบัติอันเป็นทิพย์ทั้งหลาย ถ้ารัศมีกายเราสว่างมาก เวลาเข้าไปในหมู่เทวดา ในเทวสมาคมเราก็จะอยู่แถวหน้า ที่มีรัศมีน้อยๆ ก็จะอยู่แถวหลังๆ ถัดออกไปตามกำลังบุญ คล้ายๆ ในโลกมนุษย์อย่างนี้แหละ ผู้ที่สั่งสมบุญมามากในอดีต ทำความดีมากในปัจจุบัน เขาก็จะมีแบ่งเป็นชนชั้นอย่างนั้นตามกำลังบุญกำลังบารมีที่ได้สั่งสมมา ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/90 …

๘. บุญคือที่พึ่ง Read More »