หลวงพ่อทัตตชีโว

วัดในสมัยพุทธกาลมีเมรุเผาศพหรือไม่

คำถาม:  วัดในสมัยพุทธกาล เช่น วัดเชตวันฯ หรือวัดอื่นๆ มีเมรุเผาศพหรือไม่? คำตอบ:  ไม่มี ในประเทศอินเดียเรื่องของเมรุเผาศพ ไม่ได้มีอยู่ในวัด ไม่ว่าในสมัยพุทธกาล หรือสมัยปัจจุบัน แม้ในเมืองไทยเรา ดูทางภาคเหนือเป็นต้นก็เป็นอย่างที่คุณโยมไปเห็นมานั่นแหละ แต่ก่อนนี้เขาก็ไม่ได้มีเมรุในวัดนะ เขาเผากันกลางทุ่ง         ต่อๆ มาเราเอาศพเข้ามาในวัด เพราะอะไรล่ะ? เพราะความกลัวผีบ้าง เพราะอยากจะให้พระปลอบประโลมใจบ้าง เลยดึงเอากิจกรรมเผาศพเข้ามาไว้ในวัด จนกระทั่งกลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้ทุกวัดจะต้องมีเมรุเผาศพ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

พระประธานของวัดพระธรรมกาย

คำถาม:  ทำไมพระประธานของวัดพระธรรมกาย จึงไม่เหมือนพระประธานของวัดอื่นๆ ในลักษณะรูปร่างและความหมาย? คำตอบ:  พระประธานในโบสถ์วัดพระธรรมกาย ได้ปั้นขึ้นโดยจำลองเอาพระธรรมกายในตัวออกมา คือ พวกเราพอเข้าถึงพระธรรมกายในตัวแล้วก็จะเห็นองค์ท่านเป็นอย่างนี้ แต่ว่าแน่นอนที่จำลองออกมานี้ถามว่าเหมือนกี่เปอร์เซ็นต์ ตอบว่าโดยลักษณะโครงสร้างก็ประมาณ 60-80 เปอร์เซ็นต์เข้าไปแล้ว แต่ว่าเนื่องจากเป็นวัสดุหยาบนอกตัวจะให้ใสเป็นแก้วเหมือนพระธรรมกายในตัว เรายังทำไม่ได้ ก็คงได้อย่างที่เห็นนี่แหละ แต่ก็พยายามที่จะเก็บรายละเอียดให้ยิ่งๆ ขึ้นไป  พระประธานในโบสถ์วัดพระธรรมกาย         ช่างปั้นพระที่อื่นเขาไม่ได้นั่งสมาธิ หรือนั่งก็วางใจไม่ค่อยถูกส่วน เขาก็เลยไม่เห็นพระธรรมกายในตัว เมื่อไม่เห็นก็ไม่รู้จัก เขาก็ปั้นพระพุทธรูปตามแต่เขาจะจินตนาการกันไป หลายๆ แห่งทีเดียวที่ปั้นผิดพุทธลักษณะ เช่น เกตุต้องเป็นดอกบัวตูม ก็ทำเป็นเปลวเพลิงยาวตั้งศอก พระกรรณหรือหูของของพระพุทธองค์งามมาก ใบหูใหญ่กว่าของพวกเรา แต่ก็ได้ส่วนกับพระพักตร์ ช่างปั้นไปอ่านตำราว่าหูของพระองค์ใหญ่ยาวกว่าคนอื่น ก็จินตนาการว่ายาวไปถึงไหล่ นั่นไม่ใช่หูคนแล้วนะ         เราพยายามจะอธิบาย เพื่อให้ช่วยกันแก้ไขให้ตรงตามพุทธลักษณะที่แท้จริง แต่ว่าเนื่องจากผิดจนเคย พอเจอของถูกเข้า จึงสงสัยไม่แน่ใจ ของจริงเป็นอย่างนี้ ค่อยๆ ฝึกไปเถอะ อีกหน่อยพอฝึกใจใสสว่าง จนใช้ใจดูภายในตัว เห็นชัดละเอียดดีแล้ว มาช่วยกันปั้นพระพุทธรูปให้ถูกพุทธลักษณะเสียทีนะ         ใครไปเห็นข้อบกพร่องตรงไหนในองค์พระที่ปั้น ที่บกพร่องจนไม่เหมือนกับพระธรรมกายในตัว จะได้มาช่วยแก้ไขกันอีก อยากให้ทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่นั่งสมาธิให้มากๆ จนเข้าถึงธรรมกาย …

พระประธานของวัดพระธรรมกาย Read More »

ยุคพระศรีอริยเมตไตรย

คำถาม:  เขาว่ากันว่าในยุคพระศรีอาริย์ พวกมนุษย์จะไม่ต้องทำมาหากิน เพราะมีของให้กินให้ใช้ตามธรรมชาติเต็มไปหมด เมื่อไหร่พระศรีอาริย์จะมาเกิดเสียทีเจ้าคะ? คำตอบ:  มีบันทึกในพระไตรปิฏกว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ครั้งหนึ่งว่า นับแต่เมื่อพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ทุกๆ 100 ปี อายุขัยของมนุษย์จะลดลง 1 ปี เป็นอายุขัยโดยเฉลี่ยนะ         เมื่อปีที่พระพุทธองค์ปรินิพพาน อายุขัยโดยเฉลี่ยของมนุษย์ พ.ศ.1000 อายุขัยของมนุษย์จะเป็น 90 ปี พ.ศ. 2000 อายุขัยเฉลี่ย 80 ปี เพราะฉะนั้น พ.ศ. 2500 นี้อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์เราจึงเป็น 75 ปี         อายุขัยของมนุษย์จะลดลงเรื่อยๆ อย่างนี้ จนเหลือ 10 ปี (คำนวณได้ประมาณ พ.ศ.9000) เรียกว่า “ยุคมิคสัญญี” คือคุณธรรมของมนุษย์ไม่เหลือเลย พอเห็นหน้าก็จะฆ่ากันเหมือนนายพรานเห็นเนื้อสมัน การฆ่าฟันกันจะมีมาก จนกลิ่นศพเหม็นตลบไปทุกหัวระแหงเมื่อไรที่คนอายุขัย 10 ปี คิดได้ แล้วตั้งใจถือศีล 5 ประพฤติกุศล-กรรมบถตลอดชีวิต บุตรของคนเหล่านี้จะมีอายุขัยค่อยๆ …

ยุคพระศรีอริยเมตไตรย Read More »

พระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

คำถาม:  ผมอยากทราบว่าพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เราจะทราบได้อย่างไรว่าเป็นของจริง และมีผลอย่างไรต่อผู้มีไว้บูชาครับ? คำตอบ:  พระบรมสารีริกธาตุ หมายถึงอัฐิของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้วก็ถวายพระเพลิงกัน วันที่พระองค์จะปรินิพพานพระองค์ทรงอธิษฐานว่า ให้อัฐิของพระองค์ส่วนที่เป็นกระดูก จะเป็นฟัน หรือจะเป็นส่วนไหนก็ตาม ให้แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย 84000 ชิ้น ตามจำนวนข้อพระธรรมที่มีตรัสไว้ ซึ่งปรากฏต่อมาในพระไตรปิฎก 84000 ข้อ         ลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุที่จะพอสังเกตเห็นได้ชัดๆ คือมีลักษณะคล้ายมุก ที่วัดพระธรรมกายมีอยู่จำนวนหนึ่ง หลวงพ่อคิดว่าจะเอามาให้พวกเราได้เห็นกันชัดๆ ได้บูชากันชัดๆ เมื่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์เสร็จ         ส่วนที่ถามว่าทำไมจึงใสเหมือนมุก ก็บอกว่าเพราะธาตุของพระองค์ถูกกลั่นบริสุทธิ์แล้วจริงๆ เมื่อพระองค์ยังทรงพระชนม์ คือ ยังมีชีวิตอยู่ ธาตุที่ประกอบเป็นร่างกายก็บริสุทธิ์จนมีรัศมีแผ่ออกมารอบพระวรกายข้างละวา มีบันทึกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบางพระองค์ ในอดีต มีรัศมีแผ่ออกถึงข้างละ 1 โยชน์ คือประมาณ 16 กิโลเมตร บางพระองค์ข้างละ 10 วา บางที 20 วา ซึ่งก็แล้วแต่บารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นๆ เพราะว่าแต่ละพระองค์ทรงสร้างบารมีมาไม่เท่ากัน         อย่างไรก็ตาม ถ้าธาตุภายในบริสุทธิ์ก็หมายความว่า แม้แต่กระดูกก็บริสุทธิ์ตาม ส่วนพวกเรานี่กิเลสยังหนาอยู่ …

พระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุเกิดขึ้นมาได้อย่างไร Read More »

วัดพระธรรมกายมีการสวดศพภายในวัดหรือไม่

คำถาม:  วัดพระธรรมกายมีการสวดศพในวัดหรือเปล่า? คำตอบ:  วัดใกล้เคียงเขารับสวดศพกันอยู่แล้ว วัดพระธรรมกายขอตัวนะ เพราะว่าจะได้มีโอกาสทำภาวนา แล้วก็เตรียมสอนเตรียมเทศน์ พอพวกเรามาวัด หลวงพ่อหลวงพี่จะได้มีความรู้เทศน์ให้ฟังได้เลย ถ้ามานั่งสวดศพ มาจัดการเกี่ยวกับเรื่องศพอยู่ เดี๋ยวจะไม่มีเวลาเตรียมการเทศน์การสอน เพราะฉะนั้นงานนี้ขอตัวนะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ทำไมโบสถ์วัดพระธรรมกายไม่มีใบสีมา

คำถาม:  เสาที่อยู่รอบโบสถ์วัดพระธรรมกายเรียกว่าเสาอะไร มีความสำคัญอย่างไร แล้วทำไมโบสถ์ของที่นี้ไม่มีใบสีมา? คำตอบ:  เสาที่อยู่รอบระเบียงโบสถ์ซึ่งมีทั้งหมด 4 เสา อยู่ตรงมุมแต่ละมุม เป็นทั้งลูกนิมิตและเขตพัทธสีมาไปด้วย เราเคยเห็นแต่ลูกนิมิตกลมๆ อยู่ใต้ดิน เนื่องจากฝังไว้ใต้ดิน จึงไม่มีใครรู้ว่ามีลูกนิมิต         โบราณก็เลยต้องให้ทำใบสีมาโผล่ขึ้นมาครอบลูกนิมิตไว้อีกทีหนึ่ง แต่ของวัดพระธรรมกายไม่ต้องให้ทำใบเสมาครอบ เราไปเอาหินกลึงกลมๆ ยาวๆ มาแล้วก็ปักลงไปใต้ดิน จากพื้นโบสถ์ลึกลงไปใต้ดินประมาณเมตรครึ่ง แล้วผูกขึ้นมาเหนือพื้นอีกเมตรครึ่ง ความยาวของเสาทั้งหมด ตั้งแต่ที่เห็นข้างบนจนกระทั่งลงไปข้างล่างนั้นประมาณ 3 เมตรกว่า เป็นทั้งลูกนิมิต และเป็นทั้งใบสีมาเรียบร้อยอยู่ในตัวเสร็จถูกต้องตามพระวินัย         เพราะจริงๆ แล้วพระวินัยไม่ได้บอกเอาไว้ว่าลูกนิมิตจะต้องมีรูปต่างหน้าตาอย่างไร ใบสีมาของแต่ละแห่งก็ไม่เหมือนกัน ใบสีมาไทย ใบสีมาเขมร ใบสีมาแขกจะทำอย่างไรก็ทำไป ขอให้สังเกตเป็นเครื่องหมายได้ก็แล้วกัน         เพราะฉะนั้นเมื่อเราสร้างวัดในยุคปัจจุบันโดยศึกษาข้อกำหนดในพระวินัยแล้วอย่างถี่ถ้วน เราก็เลยคิดว่าลูกนิมิตควรจะเป็นอย่างไรได้บ้าง กลมๆ ยาวๆ ก็น่าจะได้ ก็เลยทำกันเป็นเสาเลย ไม่ได้เป็นรูปใบสีมาข้างบน และไม่ใช่ลูกกลมอยู่ข้างล่าง แต่ต่อเป็นแท่งเดียวกันตลอด         ผู้ที่มาเป็นประธานในการผูกพัทธสีมา คือสมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณฺณกมหาเถร ป.ธ.๙) อดีตเจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส ซึ่งขณะนี้ก็มรณภาพไปแล้ว พระวินัยต้องการให้เครื่องหมายแสดงขอบเขตอุโบสถหยั่งลงไปถึงดิน …

ทำไมโบสถ์วัดพระธรรมกายไม่มีใบสีมา Read More »

ทำไมวัดพระธรรมกายจึงเปิดเพลงก่อนเริ่มพิธี

คำถาม:  ทำไมที่วัดพระธรรมกายถึงได้เปิดเพลงในตอนเช้าๆ ก่อนพิธีด้วย จะเปลี่ยนเป็นเทศนามงคลชีวิต หรือบทเทศน์อื่นๆ ได้ไหม? คำตอบ:  สำหรับเรื่องการเปิดเพลงนี่เมื่อก่อนที่วัดนี้ก็ไม่ได้เปิด จนมาในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา เราพยายามสอบถาม เก็บข้อมูลศึกษาในทุกเรื่องราวเกี่ยวกับคนที่มาวัด ในที่สุดก็ได้ข้อสังเกตว่าผู้ที่มาวัด มีอยู่หลายระดับ เช่น ระดับผู้เฒ่า ระดับกลางๆ คน ระดับเด็กวัยรุ่น และระดับเมื่อเริ่มจะรุ่น คือในระดับประถมปลาย จะขึ้นมัธยมอีกระดับหนึ่ง         เราพบอีกว่าสำหรับผู้เฒ่าและผู้มีอายุล่วงเข้าวัยกลางคน ท่านเหล่านี้เมื่อเข้ามาในวัดแล้วก็ไม่อยากจะได้ยินเสียงเพลง เสียงอึกทึกอะไรทั้งนั้น แต่ว่าในกลุ่มเด็กๆ แกยังอยากได้ยินเสียงเพลงอยู่ แกบอกมาวัดแล้วมันเซ็ง เสียงนอกร้องเพราะๆ ก็ไม่มีจะให้ฟังเพลินๆ นอกจากเสียงนกกระจอกจ๊อกแจ๊กๆ ที่มันชอบมาเกาะแถวใต้หลังคานี่         ความจริงนกย่านนี้มีมาก นกเขาขันคูเสียงเพราะๆ ในวัดมีกว่าสิบตัว แต่กว่านกมันจะขันเสียงเพราะได้ต้องหลังจากมันรุ่นหนุ่ม รุ่นสาวแล้ว มันต้องหัดขันเป็นเดือนๆ มันหัดดีแล้วเสียงจึงเพราะ แต่ทันทีที่มีนกเสียงเพราะๆ พวกนักต่อนกจะเอากรงต่อนกมาแขวนไว้รอบวัดเลย ก็ไม่รู้จะไปห้ามเขาอย่างไร พอไปว่าเขาเข้า เขาตอบว่าไงรู้ไหม?         “แหมบวชมาตั้งหลายพรรษาแล้วเรื่องสัตว์เดรัจฉาน แค่นี้ยังตัดใจ ไม่ขาด ยังปลงไม่ตกอีกเหรอหลวงพ่อ” อ้าว..แล้วกัน ไปว่ามันเข้า มันก็เลยว่าเอาอย่างนี้แหละ …

ทำไมวัดพระธรรมกายจึงเปิดเพลงก่อนเริ่มพิธี Read More »

การปลูกผักในวัด

คำถาม:  เมื่อบวชเรียนในพระพุทธศาสนาแล้ว จะปลูกผักฟักแฟงแตงกวาไว้ในวัดได้หรือไม่? คำตอบ:  เรื่องการปลูกผักไว้กินนี้ไม่ใช่กิจของสงฆ์ที่จะทำ กิจของสงฆ์คือการศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรมกันไป แล้วก็เอาความรู้ทางธรรมที่ศึกษาได้ มาอธิบายขยายความให้ญาติโยมเข้าใจ ให้มีกำลังใจทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป         ถ้าเด็กวัด หรือญาติโยมที่มาวัด เขาต้องการจะปลูกฟักแฟงแตงกวาอย่างที่ว่าในบริเวณที่ว่างในวัด เพื่อเก็บเกี่ยวเอาผลเป็นเสยียงไว้เลี้ยงพระ อันนั้นเป็นกิจที่เขาทำได้ ก็ปล่อยให้เขาทำไป เราไม่ว่ากันละนะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ฟังสวดพระอภิธรรมไม่รู้เรื่องเลยคะ

คำถาม:  ไปงานศพ ฟังสวดพระอภิธรรมไม่รู้เรื่องเลยคะ จะให้เข้าใจได้อย่างไรคะ? คำตอบ:  โดยทั่วไป การสวดพระอภิธรรมเป็นการหยิบยกเอาเรื่องราวส่วนหนึ่งในพระไตรปิฏกมาสวด คือพระไตรปิฏกแบ่งเป็น 3 ส่วน         ส่วนที่ 1 เป็นพระวินัย ว่าด้วยศีลของพระภิกษุ รวมทั้งภิกษุณีเปรียบเหมือนกฎหมายควบคุมความประพฤติ         ส่วนที่ 2 เป็นพระสูตร ว่าด้วยเรื่องราวเหตุการณ์ในสมัยพุทธกาลเป็นตอนๆ         ส่วนที่ 3 เป็นพระอภิธรรม แสดงถึงหัวข้อธรรมต่างๆ ในพระพุทธศาสนา ที่เกี่ยวกับคุณภาพจิตของผู้ปฏิบัติตามธรรม         คุณฟังสวดเท่าไรๆ ก็ไม่รู้เรื่องหรอก เพราะเป็นคำบาลี ฟังเอาว่าเป็นธรรมะ เป็นเรื่องการทำความดีอย่างนั้นก็ได้ ถ้าเกิดศรัทธาแรงกล้า อยากรู้ว่าท่านว่าอย่างไรบ้าง ก็มาค้นคว้าตำรับตำรา หรือไปเรียนภาษาบาลี เอามาแปลคำสวดของท่านให้รู้เรื่องไปเลย ก็คงจะหายข้องใจนะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ภิกษุณีจะมีอีกได้ไหม

คำถาม:  หลวงพ่อคะภิกษุณีจะมีอีกได้ไหม? คำตอบ:  เคยมีผู้แสดงความคิดเห็นว่า ในการพัฒนาบุคลากรของชาติและศาสนา ผู้หญิงเก่งๆ ขณะนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าได้มาบวชเป็นพระ ก็น่าจะช่วยทำให้งานพระศาสนารุดหน้าไปอีกกว้างไกล และคงจะทำให้สังคมมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น         เรื่องนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงคิดไว้แล้ว พระพุทธศาสนาอยู่ในลักษณะของบริษัทใหญ่ อันประกอบด้วยหุ้นส่วน 4 หุ้น คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบากสก อุบาสิกา         ภิกษุณีนั้นมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล แต่ว่าสูญไปนานแล้ว จนสิ้นเชื้อสาย จะกลับมารื้อฟื้นบวชใหม่ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีภิกษุณีเป็นอุปัชฌาย์บวชให้ การบวชของพระภิกษุก็เหมือนกัน ถ้าปล่อยให้พระภิกษุหมดไปจากโลกในวัดใด วันต่อมาถึงใครอยากบวช ก็ไม่รู้จะบวชอย่างไร เพราะไม่มีเชื้อสายเหลืออยู่         สมมติว่าในภายภาคหน้า โลกนี้ไม่มีพระภิกษุแม้แต่รูปเดียวแต่มีผู้ไปอ่านพระไตรปิฏก พบว่าพระภิกษุ แล้วเกิดอยากบวชเป็นพระภิกษุขึ้นมา ก็คงทำไม่ได้ เพราะไม่มีผู้บวชให้ ก็ไม่ได้ผิดวินัย ซึ่งตัวคนนั้นจะรู้ตัวเองว่าไม่ใช่พระ คงพอนึกภาพออกนะ         เช่นกัน ภิกษุณีได้หมดไปจากพุทธศาสนจักร เมื่อประมาณ พ.ศ. 300 ก็เลยไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป ครั้นจะมาบวชอีกก็ยาก เพราะตามพุทธบัญญัติ ต้องอาศัยปวัตตินี คือภิกษุณีเถรีที่ทำหน้าที่เป็นพระอุปัชฌาย์ของภิกษุณีบวชให้ด้วย จึงจะถูกต้องตามพุทธบัญญัตินะ         …

ภิกษุณีจะมีอีกได้ไหม Read More »

การแสดงตนเป็นพุทธมามกะที่ถูกต้องเป็นอย่างไร

คำถาม:  หลวงพ่อคะ เวลาสวดบูชาพระรัตนตรัย และกล่าวย้ำตอนท้ายว่า “พุทโธ เม นาโถ, ธัมโม เม นาโถ, สังโฆ เม นาโถ” ไม่ถือว่าเป็นการกล่าวว่าเราขอเป็นพุทธมามกะหรือคะ และที่สวดว่า “พุทธัง สรณัง คัจฉามิ, ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ, สังฆัง สรณัง คัจฉามิ” อันนี้จะถือว่าได้แสดงตนเป็นพุทธมามกะหรือเปล่า พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะที่ถูกต้องเป็นอย่างไรคะ? คำตอบ:   คำกล่าวทั้ง 2 อย่างที่คุณโยมว่าก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ยังไม่เป็นพิธีการ อุปมาเหมือนอย่างนี้ ในการประชุมรัฐสภา สมมติว่าเรามี ส.ส. ครบตามจำนวน พอถึงเวลาก็ชวนกันว่าวันนี้ไปประชุมกันที่สนามหลวงก็แล้วกัน ไม่ต้องไปที่รัฐสภาหรอก มีอะไรก็ค่อยๆ ว่ากันไปการประชุมลักษณะนี้ เรียกว่าเป็นการประชุมรัฐสภาไหม ไม่เป็นนะ         หรือ การบวชพระภิกษุ มีความจำเป็นต้องบวชกันในโบสถ์ซึ่งผูกพัทธสีมาแล้ว ถ้าโบสถ์นั้นยังไม่ได้ฝังลูกนิมิต ยังไม่ได้ผูกพัทธสีมา การบวชนั้นก็ไม่ชื่อว่าเป็นการบวชพระ เพราะไม่ถูกต้องตามพุทธบัญญัติ เพราะฉะนั้นพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ เมื่อกล่าวว่าเป็นพิธีในการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ก็ต้องต้องมีระเบียบพิธี ด้วย คือ …

การแสดงตนเป็นพุทธมามกะที่ถูกต้องเป็นอย่างไร Read More »

ทำไมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเป็นที่พึ่งสูงสุด

คำถาม:  ทำไมเราจึงนับถือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เป็นที่พึ่งสูงสุด ทั้งที่พระองค์ก็มาจากมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง? คำตอบ:  ชาวพุทธที่แท้จริงเป็นคนมีเหตุผล ไม่ใช่คนงมงายเชื่อง่าย การที่คนใดคนหนึ่งจะเลือกใครมาเป็นศาสดา เป็นที่เคารพของตนนั้น ที่ถูกต้องแล้วเขาควรจะต้องคำนึงถึงประวัติของศาสดานั้นๆ เสียก่อนว่า         1. เป็นบุคคลที่มีประวัติชัดแจ้ง ว่ามีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์โลก ไม่ใช่เป็นเพียงบุคคลที่ประวัติไม่ชัดแจ้ง หรือคลุมเครือ ไม่น่าเชื่อถือ         2. เป็นบุคคลที่มีสติปัญญาความรู้ และคุณธรรมมาก รู้เรื่องโลกและชีวิตอย่างลึกซึ้ง ที่เรียกว่าตรัสรู้ และคิดค้นคำสอนได้ด้วยตนเองไม่ใช่แอบอ้างเอาคำสั่งสอนคนอื่นมาสอนต่อ คือต้องเป็นผู้ที่มีความรู้จริง มีความสามารถจริงด้วยตัวเอง        3. คำสั่งสอนของศาสดานั้นๆ เป็นคำสอนที่สาวกหรือลูกศิษย์สามารถประพฤติปฏิบัติตามจนบังเกิดผลดีได้ หรือมีความสุขได้จริง ถ้าไม่มีใครสามารถประพฤติตามคำสอนเหล่านั้นได้เลย ก็แสดงว่าคำสอนเหล่านั้นไร้ประโยชน์ เพราะใครๆ ก็ทำตามไม่ได้         เมื่อพิจารณาตามหลักเกณฑ์เหล่านี้แล้วก็จะทราบว่า การที่ชาวพุทธเคารพนับถือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่งสูงสุดอย่างเต็มภาคภูมิ เพราะเหตุที่สอดคล้องกันทั้ง 3 ประการ คือ        1) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นบุคคลที่เคยมีตัวตนอยู่จริงในโลกมนุษย์ มีประวัติศาสตร์รับรอง และระบุถึงผู้ให้กำเนิดชีวิตแก่พระองค์อย่างชัดแจ้งเหมือนมนุษย์ทั่วไป ยิ่งกว่านั้นยังทรงมีชาติตระกูลสูง คือ เป็นถึงพระโอรสของกษัตริย์ ซึ่งบ้านเมืองที่เคยรุ่งเรืองในประวัติศาสตร์ มีตำแหน่งแหล่งที่ปรากฏอยู่ในแผนที่โลกมาถึงปัจจุบัน         2) พระองค์ทรงกระทำความเพียร ค้นคว้าหาสัจธรรมโดยลำพัง จนได้ตรัสรู้เอง ทรงบัญญัติคำสอนโดยใช้ความสามารถของพระองค์เองโดยแท้ ไม่ได้รวบรวมคำสอนของคนอื่นมาอ้างว่าเป็นของตนเอง หรืออ้างเลยไปถึงว่าได้นำคำสอนของผู้มีอำนาจบนสวรรค์มาสอน ซึ่งเท่ากับเป็นการอาศัยอิทธิพลผู้อื่น …

ทำไมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเป็นที่พึ่งสูงสุด Read More »

ประเพณีรดน้ำดำหัว

คำถาม:  การรดน้ำดำหัว มีประเพณีเป็นมาอย่างไรคะ เด็กควรรดน้ำให้ผู้ใหญ่ หรือผู้ใหญ่ควรรดให้เด็กกันแน่คะ? คำตอบ:  ประเพณีของปู่่ย่าตาทวดที่ดีงามมีมาก ประเพณีรดน้ำดำหัวหรือประเพณีรดน้ำขอพรเป็นประเพณีทางโลก กระทำในวันสงกรานต์ เนื่องจากวันสงกรานต์อยู่ในช่วงหน้าร้อน ความที่อากาศร้อนมาก จึงคิดเตรียมน้ำมารดกันให้เย็นชุ่มฉ่ำ แต่ไม่ได้ใช้วิธีสาดกัน โครมๆ อย่างที่ทำกันในบางแห่งในปัจจุบันนี้หรอกนะ         ปู่่ย่าตาทวด เมื่อเริ่มธรรมเนียมนี้ขึ้นมา ท่านเอาน้ำฝนที่เก็บไว้อย่างดีมาใส่ขันเงินขันทองใบใหญ่ที่สุดที่ท่านมี ใส่น้ำหอม อบดอกมะลิวางไว้หน้าพระพุทธรูปตลอดคืน แล้วท่านก็นั่งสมาธิ(Meditation)ตั้งแต่หัวค่ำนึกแผ่เมตตาแผ่ความปรารถนาดีลงในน้ำนั้น         รุ่งเช้าท่านก็อุ้มขันน้ำลอยดอกมะลินั้นมาหน้าบ้านลอยขัน หรือจอกใบเล็กๆ ไว้ พอพบใครที่ต้องการอวยพรให้ ท่านก็กล่าวคำขออนุญาตรดน้ำ คนรับก็ก้มหลังให้รด คนรดน้ำก็ให้พรไปด้วย ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งเตรียมน้ำไว้เช่นกัน ก็จะรดน้ำอวยพรให้เป็นการตอบแทน         การรดน้ำอวยพร เป็นกุศโลบายในการประสานใจ ในคนเรานี่อุปมาเหมือนแผ่นดิน คือแผ่นดินถึงจะแตกระแหง พอได้รับน้ำฝนที่ตกมาซู่เดียว แผ่นดินก็ประสานเป็นเนื้อเดียวกันได้ ใจที่ได้รับน้ำคือความปรารถนาดีก็ประสานกันได้เช่นกัน         บางประเทศไม่รู้จักหาวันประสานใจ พอกระทบกระทั่งกันจากประเทศใหญ่ก็แตกกันเป็นฝ่ายๆ ไปเลย โอกาสรวมตัวกันใหม่ให้เหมือนเดิมก็ยาก จนมองไม่เห็นทาง เหมือนแผ่นดินแห้งจนแตกเป็นเม็ดกรวดเม็ดทราย รดน้ำเท่าไรๆ ก็ไม่มีวันประสานเป็นเนื้อเดียวกันได้         ประเพณีดั้งเดิมเป็นอย่างนี้ ก็ดัดแปลงกันมาเรื่อยๆ การรดน้ำดำหัวนิยมทำกันทางภาคเหนือมาก่อน และเป็นธรรมเนียมที่ผู้น้อยกระทำต่อผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ …

ประเพณีรดน้ำดำหัว Read More »

พระพุทธเจ้ามีกี่พระองค์

คำถาม:  พระพุทธเจ้ามีกี่พระองค์ครับ? คำตอบ:  ในคัมภีร์พระไตรปิฎกได้กล่าวไว้ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ตรัสรู้ล่วงไปแล้วในอดีตนั้นน่ะ นับไม่ถ้วนทีเดียว แต่ว่าสำหรับในกัปนี้ ในโลกมนุษย์ของเรานี้ ได้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นผ่านไปแล้ว 4 พระองค์ คือ         พระกกุสันธะพุทธเจ้า, พระโกนาคมนะพุทธเจ้า, พระกัสสปะพุทธเจ้า และพระพุทธเจ้าในยุคของพวกเรามีพระนามว่า พระโคตมะพุทธเจ้า ส่วนพระองค์ที่ 5 มีพระนามว่า พระเมตไตรยพุทธเจ้า ยังไม่เสด็จอุบัติขึ้นมาหรอกนะ โอวาท หลวงพ่อทัตตชีโว (คุณครูไม่เล็ก) วันที่ ที่มา เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC บทความหลวงพ่อตอบปัญหา

ความหมายของคำ “พระ” “ภิกษุ” “สงฆ์”

คำถาม:  คำว่า “พระ” คำว่า “ภิกษุ” คำว่า “สงฆ์” แต่ละคำมีความหมายถึงบุคคลเดียวกัน ทำไมนิยมใช้ทั้ง 3 คำ มาเขียนติดกันเป็นพระภิกษุสงฆ์ล่ะคะ? คำตอบ:  คำว่า “ภิกษุ” โดยคำศัพท์แปลว่า ผู้ขอ ผู้เพ่งเล็งเอา หมายถึงชายที่บวชในพระพุทธศาสนาดำรงชีวิตอยู่ โดยไม่ได้หุงหาอาหารกินเอง ใช้เวลาเพื่อปฏิบัติธรรม และสอนชาวบ้านเท่านั้น เรื่องอาหารแต่ละวันต้องขอชาวบ้านเขากิน อย่างที่เราเห็นท่านออกบิณฑบาตทุกๆ วันนี่แหละ         “พระ” หมายถึง ชายที่บวชในพระศาสนาที่ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมตามพระวินัย ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบัญญัติเอาไว้ มีศีล 227 ข้อ เป็นต้น ส่วนธรรมะต่างๆ ก็ศึกษาเล่าเรียนกันไป ภิกษุที่มีความตั้งใจปฏิบัติตามธรรมตามพระวินัยอย่างเคร่งครัด จะเกิดความประเสริฐ หรือเกิดความดีขึ้นในตัวคือความโลภน้อยลง ความโกรธน้อยลง  ความหลงน้อยลง เป็นผลให้สติปัญญาทางธรรมก้าวหน้ายิ่งขึ้น ความประเสริฐก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามมา         คำว่าประเสริฐมาจากคำว่า “วร” (อ่านว่า วะ-ระ) แล้วก็แผลงมาเป็น “พระ” ฉะนั้น พระคือภิกษุผู้ประเสริฐ ส่วนคำว่า “สงฆ์” ในพระวินัย …

ความหมายของคำ “พระ” “ภิกษุ” “สงฆ์” Read More »