ธรรมะเพื่อประชาชน

มงคลที่ 38 – จิตเกษม – ทำลายข่าย คือ ทิฏฐิมานะ (1)

มงคลที่ 38 จิตเกษม – ทำลายข่าย คือ ทิฏฐิมานะ (1) การเข้าถึงพระธรรมกาย คือ เป้าหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์ การปฏิบัติธรรมก็เพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในตัว ซึ่งเป็นกรณียกิจ คือ กิจที่พึงกระทำอย่างยิ่ง และต้องทำบ่อยๆให้ต่อเนื่องสม่ำเสมอ ทำให้ได้ทุกๆวัน ใจเราจะละเอียดอ่อนบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นไปตามลำดับ ใจจะมีพลังมีอานุภาพ เหมือนเกลียวคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง แม้จะอ่อนนุ่ม แต่ทรงพลัง สามารถทำลายสิ่งที่ขวางกั้นได้ การปฏิบัติธรรมก็เช่นกัน ต้องอาศัยความเพียรที่ต่อเนื่อง ไม่ช้าความเพียรนั้น ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จสมหวัง ในที่สุดเราจะเข้าถึงพระรัตนตรัยกันทุกคน มีวาระพระบาลีใน ปราภวสูตร ว่า ชาติถทฺโธ ธนถทฺโธ โคตฺตถทฺโธ จ โย นโร สญฺญาตึ อติมญฺเญติ ตํ ปราภวโต มุขํ นรชนใดกระด้างโดยชาติ กระด้างโดยทรัพย์และกระด้างโดยโคตร ย่อมดูหมิ่นแม้ญาติของตน กรรมสี่อย่างของนรชนนั้น เป็นทางแห่งความเสื่อม สิ่งที่คนทั่วไปหลงยึดถือ จนทำให้เกิดทิฏฐิมานะนั้น มีหลายอย่าง เช่น ชาติตระกูล ทรัพย์สมบัติ รูปร่างหน้าตา ความรู้ความสามารถ …

มงคลที่ 38 – จิตเกษม – ทำลายข่าย คือ ทิฏฐิมานะ (1) Read More »

มงคลที่ 38 – จิตเกษม – ทำลายข่าย คือ ทิฏฐิมานะ (2)

มงคลที่ 38 จิตเกษม – ทำลายข่าย คือ ทิฏฐิมานะ (2) ความเพียรเป็นกุญแจดอกสำคัญ ที่จะทำให้เราล่วงพ้นจากความทุกข์ได้ ถ้าปราศจากความเพียรแล้ว ยากที่จะหลุดพ้นจากห้วงทุกข์ในสังสารวัฏนี้ไปได้ ฉะนั้น ความเพียรในการปฏิบัติธรรม จึงเป็นหัวใจสำคัญของการเข้าถึงธรรม เราจะรู้ได้ด้วยตัวของเราเองว่า เรามีความเพียรแค่ไหน ถ้าเราไม่ย่อท้อ หมั่นปฏิบัติธรรมสม่ำเสมอ เราย่อมจะเห็นการพัฒนาของใจที่ก้าวหน้าตลอดเวลา กระทั่งเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน และสามารถกำจัดกิเลสอาสวะที่หมักดองอยู่ภายในใจให้หมดสิ้นไปได้ มีวาระพระบาลีที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน คาถาธรรมบท ว่า นิธีนํว ปวตฺตารํ ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ นิคฺคยฺหวาทึ เมธาวึ ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช ตาทิสํ ภชมานสฺส เสยฺโย โหติ น ปาปิโย ผู้มีปัญญาพึงเห็นบัณฑิตผู้กล่าวสอนชี้โทษว่า เป็นเหมือนผู้ชี้บอกขุมทรัพย์ให้ พึงคบบัณฑิตผู้มีปัญญาเช่นนั้น เพราะว่าเมื่อคบบัณฑิตเช่นนั้น ย่อมมีแต่คุณอย่างประเสริฐ ไม่มีโทษเลย การคบบัณฑิตยอดกัลยาณมิตรนั้น เสมือนการได้ต้นทางแห่งสวรรค์และพระนิพพาน เพราะกัลยาณมิตรจะคอยชี้ขุมทรัพย์ คือ ข้อบกพร่องในตัวเราที่ติดตัวมาข้ามภพข้ามชาติ เสมือนกระจกเงาที่สะท้อนให้เราเห็นสิ่งที่ควรปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ขึ้น ถ้าหากมีกัลยาณมิตรผู้ชี้ขุมทรัพย์ให้ ต้องถือเป็นโชคดีของเราที่ได้สั่งสมบุญมาดี …

มงคลที่ 38 – จิตเกษม – ทำลายข่าย คือ ทิฏฐิมานะ (2) Read More »

มงคลที่ 38 – จิตเกษม – ธรรมกายต้นแหล่งแห่งความบริสุทธิ์

มงคลที่ 38 จิตเกษม – ธรรมกาย ต้นแหล่งแห่งความบุริสุทธิ์ เราเกิดมาภพชาติหนึ่ง เพื่อแสวงหาธรรมกาย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันแท้จริง เป็นสิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เป็นสุขได้ด้วยตนเองและเป็นตัวตนที่แท้จริง สิ่งเหล่านี้ประชุมรวมอยู่ในธรรมกาย ธรรมกาย คือ แก่นของชีวิต เป็นชีวิตในระดับลึกที่อยู่ภายในตัวของเรา ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงได้ หากฝึกใจให้หยุดนิ่ง หยุดได้เมื่อไรก็เข้าถึงได้เมื่อนั้น ไม่จำกัดด้วยกาลเวลา ถ้าเราเข้าถึงธรรมกายแล้ว ชีวิตเราจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น มีความสุขเพิ่มมากขึ้น จะมีความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิต คำว่า ธรรมกาย มีหลักฐานปรากฏอยู่ในปัจเจกพุทธาปทานตอนหนึ่งว่า… “นักปราชญ์เหล่าใด เจริญสุญญตวิโมกข์ อนิมิตตวิโมกข์ และอัปปณิหิตวิโมกข์ ไม่บรรลุความเป็นพระสาวกในศาสนาของพระชินเจ้า นักปราชญ์เหล่านั้นย่อมเป็นพระสยัมภูปัจเจกพุทธเจ้า ผู้มีธรรมใหญ่ มีธรรมกายมากมาย มีจิตเป็นอิสระ ข้ามห้วงทุกข์ทั้งมวลได้ มีจิตโสมนัส มีปกติเห็นประโยชน์อย่างยิ่ง” คำว่า สุญญตวิโมกข์ คือ สภาวะที่ใจหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ไม่ยึดมั่นถือมั่น เพราะพิจารณาเห็นสรรพสิ่ง โดยความเป็นอนัตตา คือ เมื่อเข้าถึงธรรมกายแล้ว ธรรมจักษุเกิดขึ้น จะเห็นด้วยตาของธรรมกายว่า สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้เป็นอนัตตา บังคับบัญชาได้ ไม่มีสาระแก่นสาร ใจจึงคลายความยึดมั่นถือมั่นในสรรพสิ่งเหล่านั้น ยึดเอาพระนิพพานเป็นอารมณ์ …

มงคลที่ 38 – จิตเกษม – ธรรมกายต้นแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ Read More »

มงคลที่ 38 – จิตเกษม – พากเพียรเถิดให้เกิดบุญบารมี

มงคลที่ 38 จิตเกษม – พากเพียรเถิดให้เกิดบุญบารมี ความขยันหมั่นเพียร เป็นทางมาแห่งความสำเร็จ เป็นวิริยบารมีที่นักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลายต่างประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยเฉพาะความเพียรในการขจัดกิเลสอาสวะออกจากใจ ถือเป็นภารกิจหลักที่สำคัญของมนุษยชาติ ยิ่งเพียรพยายามชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์มากเท่าใด เราจะมีโอกาสหลุดพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามารได้มากเท่านั้น ดังนั้น เราจึงต้องทุ่มเทชีวิตจิตใจสั่งสมบุญบารมี และเพียรพยายามอย่างสุดกำลัง เพื่อให้บรรลุมรรคผลนิพพาน พระธรรมปาลเถระได้กล่าวธรรมภาษิตไว้ว่า “ภิกษุหนุ่มรูปใดแล เพียรพยายามอยู่ในพระพุทธศาสนา เมื่อสัตว์ทั้งหลายนอกนี้ พากันหลับแล้ว ภิกษุหนุ่มนั้นตื่นอยู่ ชีวิตของเธอไม่ไร้ประโยชน์ เพราะฉะนั้น บุคคลผู้มีปัญญาระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึงประกอบศรัทธา ศีล ความเลื่อมใส และการเห็นธรรมเนืองๆเถิด” ความเพียรใดเป็นไปเพื่อพระนิพพาน ความเพียรนั้นเป็นยอดของความเพียร เพราะเป็นสิ่งประเสริฐที่นักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลายต่างสรรเสริญ นักสร้างบารมีที่ดีต้องให้ความสำคัญกับการทำความเพียรเป็นชีวิตจิตใจ โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจเลยก็ว่าได้ จะปล่อยตัวปล่อยใจไปตามกระแสโลกไม่ได้ เราต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้กับชาวโลก โดยคิดที่จะฝึกฝนตนเองทุกรูปแบบ เหมือนการเดินทางไกล ในขณะที่คนอื่นกำลังหลับใหล เราจงตื่นขึ้น ในขณะที่เขาลุกเราจงเดินก้าวต่อไป เมื่อมีผู้ก้าวตามมาพวกเราก็ถึงจุดหมายเรียบร้อยแล้ว อย่างนี้ถึงจะเรียกว่าเป็นผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร ผู้จะนำความสว่างไสวมาให้แก่โลก ส่วนความเพียรในการประกอบอาชีพ ทำธุรกิจการงาน หรือการศึกษาเล่าเรียนนั้น เป็นเพียงการช่วยเหลือตนเอง ให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสะดวกสบายเท่านั้น เป็นภารกิจที่ยังติดข้องอยู่ในเบญจกามคุณ ยังเกี่ยวข้องอยู่กับรูป เสียง …

มงคลที่ 38 – จิตเกษม – พากเพียรเถิดให้เกิดบุญบารมี Read More »

มงคลที่ 38 – จิตเกษม – ปล่อยวางอย่างพระอริยะ

มงคลที่ 38 จิตเกษม – ปล่อยวางอย่างพระอริยะ การเดินทางในสังสารวัฏเป็นการเดินทางที่ยาวไกล ยากที่ใครๆจะหาเบื้องต้น ท่ามกลางและเบื้องปลายได้ ไม่รู้ว่าเดินทางมาถึงจุดไหนแล้ว ใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางแล้วหรือยัง ก็ไม่มีใครทราบ ท่านถึงใช้คำว่า เวียนวน เพราะไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดตรงไหน ต้องเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด วนเวียนอยู่อย่างนี้นับภพนับชาติไม่ถ้วน ที่เป็นเช่นนี้ เพราะชีวิตยังไม่พบที่พึ่ง ที่ยึด ที่เกาะอย่างแท้จริง ไม่มีหลักของชีวิต จึงต้องลอยคว้างอยู่ในทะเลแห่งความทุกข์ มองหาฝั่งแห่งความสุขไม่เจอ แต่ถ้าใครได้เข้าถึงพระธรรมกาย มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ชีวิตก็จะพบกับความสุข ความปลอดภัย ไม่ต้องเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ มุ่งตรงสู่จุดหมายปลายทางของชีวิต คือ อายตนนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า อจิรํ วตยํ กาโย ปฐวึ อธิเสสฺสติ ฉุฑฺโฑ อเปตวิญฺญาโณ นิรตฺถํว กลิงฺครํ ไม่นานหนอ กายนี้จักนอนทับแผ่นดิน ร่างกายนี้ปราศจากวิญญาณ ที่ถูกทอดทิ้งแล้ว ราวกับท่อนไม้ไม่มีประโยชน์อะไร สังขารร่างกายที่เราอาศัยใช้ในการสร้างบารมีในโลกนี้ ประกอบไปด้วยมหาภูตรูปสี่ คือ ธาตุดิน น้ำ …

มงคลที่ 38 – จิตเกษม – ปล่อยวางอย่างพระอริยะ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – บัณฑิตผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – บัณฑิตผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์ เราเกิดมาสร้างบารมี มีเป้าหมายว่าจะทำพระนิพพานให้แจ้ง เพื่อไปดับต้นเหตุแห่งทุกข์ ให้เข้าถึงบรมสุขอันแท้จริงที่เป็นนิรันดร์ เมื่อเรามีความตั้งใจที่ดีอย่างนี้แล้ว ก็ต้องทำความดีของเราให้เต็มที่ สร้างบารมีให้สมบูรณ์ ซึ่งทุกๆวันเราได้ชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส จะได้มีกำลังใจที่เข้มแข็งในการสร้างบารมี และอาจหาญในการทำหน้าที่ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร ไปชักชวนผู้มีบุญทั้งหลายให้มาสร้างบารมี จะได้เป็นประวัติศาสตร์ชีวิตอันงดงาม เพราะเราเกิดมาก็เพื่อการนี้ ฉะนั้น ให้ขวนขวายตักตวงบุญกุศลกันให้เต็มที่ คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการสร้างบารมีเท่าไร เพราะเขาไม่รู้ว่าสำคัญอย่างไร แต่พวกเราทุกคนรู้แล้วว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต และจะมีผลดีต่อชีวิตในปัจจุบันนี้เรื่อยไปเลย ตั้งแต่ชีวิตที่เป็นปุถุชนจนถึงได้เป็นพระอริยเจ้า ดังนั้น เราต้องสร้างบารมีทุกๆวัน และก็ชวนชาวโลกให้มาสร้างบารมีด้วย ให้ใช้วันเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อภินันทสูตร ว่า “ผู้ใดมีความเพลิดเพลินในรูป ผู้นั้นย่อมชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินในเสียง ในกลิ่น ในรส ในสัมผัส ในธรรมารมณ์ ผู้นั้นย่อมชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินทุกข์ ผู้นั้นย่อมไม่พ้นไปจากทุกข์” เราเกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่ทำให้น่าเพลิดเพลินอยู่มาก ทั้งรูปที่สวยๆ เสียงที่ไพเราะ กลิ่นที่หอมๆ รสที่อร่อย สัมผัสที่นุ่มนวลและธรรมารมณ์ที่น่าพอใจ แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเป็นผู้รู้แจ้ง เห็นแจ้ง …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – บัณฑิตผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้ข้ามพ้นวัฏฏะ

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้ข้ามพ้นวัฏฏะ การเจริญสมาธิภาวนาเป็นสิ่งที่ดีงาม เป็นความดีอันยิ่งและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเกิดมาเป็นมนุษย์ โดยหมั่นฝึกฝนอบรม กาย วาจา ใจ ของเราให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ การที่เราได้ปฏิบัติอย่างนี้ ถือว่าได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ชื่อว่า “ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท” ชีวิตมนุษย์นั้น พื้นฐานของชีวิตมีแต่ความทุกข์ทรมาน ทรมานจนกระทั่งเกิดความเคยชิน บางครั้งถือเป็นเรื่องปกติ มีทั้งทุกข์ที่ติดตัวมาและทุกข์ใหม่ที่เข้ามา รวมทั้งหมดทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ ดังนั้น เมื่อพื้นฐานชีวิตมีความทุกข์ กิจที่ต้องทำ คือ “กิจที่มุ่งดับทุกข์ เพื่อให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ได้ข้ามพ้นวัฏสงสารไปได้” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสสาเหตุของความทุกข์ไว้ว่า… “ตัณหาความทะยานอยาก เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เป็นเหตุให้บุคคลต้องเร่ร่อนไปในภพน้อยใหญ่ ใครถูกตัณหาครอบงำแล้ว จิตของผู้นั้นย่อมวิ่งพล่านไปในอารมณ์ต่างๆ อันเป็นบ่วงแห่งมารที่หมู่สัตว์ติดข้องอยู่ และย่อมเข้าถึงความโศกสิ้นกาลนาน ส่วนผู้ใดขุดรากเหง้าแห่งตัณหาได้ ได้ชื่อว่าตัดเครื่องผูกแห่งมารได้ ย่อมล่วงพ้นความโศก ความทุกข์ทั้งหลายย่อมตกไป เหมือนหยาดน้ำที่กลิ้งตกไปจากใบบัว” เมื่อสาวไปดูถึงต้นเหตุ ในที่สุดเราก็จะพบว่า ต้นเหตุของความทุกข์ทรมานทั้งหลายนั้น ล้วนมาจากความทะยานอยากทั้งสิ้น พญามารนั่นเองที่เอาความอยากมาบังคับสรรพสัตว์ทั้งหลายให้เป็นไปตามอำนาจ ใครตกอยู่ในอำนาจจะต้องประสบกับทุกข์ร่ำไปไม่มีวันจบสิ้น ผู้รู้ทั้งหลาย มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น ได้แสวงหาวิธีการดับทุกข์โดยดับที่ความอยาก แล้วก็พบวิธีการว่า ต้องทำนิโรธ คือ ทำใจให้หยุด …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้ข้ามพ้นวัฏฏะ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – คำถามนำไปสู่ความหลุดพ้น

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – คำถามนำไปสู่ความหลุดพ้น ชีวิตนี้น้อยนัก ทุกชีวิตล้วนบ่ายหน้าไปหามฤตยู เหมือนผลไม้ที่สุกแล้ว ย่อมมีวันต้องร่วงหล่นลงอย่างแน่นอน เหมือนภาชนะดินที่มีการแตกทำลายในที่สุด ฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ผู้ไม่รู้ย่อมเศร้าโศกเมื่อพลัดพราก เพราะยึดมั่น ความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของเรา ย่อมประสบทุกข์สิ้นกาลนาน แต่วิญญูชนทั้งหลาย ละความยินดีในสิ่งที่ตนถือว่าเป็นของเรา ละความยึดมั่นถือมั่นแล้ว ไม่มีความยินดียินร้าย จึงละความโศก ความอาลัย ความร่ำพิไรรำพันได้ เราโชคดีที่ได้อัตภาพเป็นมนุษย์ ได้มีโอกาสดีที่จะสร้างบารมี พึงเร่งสร้างความดีให้เต็มที่ ตักตวงเอาบุญกุศลกันไปให้มากๆ เพราะบุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง เป็นมิตรแท้ที่ซื่อสัตย์ที่จะติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติเหมือนเงาตามตัว ความดีหรือบุญที่ได้ทำเอาไว้จะเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต ตั้งแต่ชีวิตที่ยังเป็นปุถุชนอยู่จนกระทั่งได้เป็นพระอริยเจ้า จะสมบูรณ์ไปด้วยสมบัติทั้งสาม คือ มนุษยสมบัติ ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ สิ่งที่ทำทั้งทาน ศีล ภาวนา เป็นทางมาแห่งบุญ ตอนนี้เรากำลังเจริญภาวนา ทำกรณียกิจที่สำคัญยิ่งต่อตัวของเราเอง กิจนี้คนอื่นทำแทนให้ไม่ได้ ต้องทำด้วยตนเอง ทำเพื่อช่วยตัวของเราให้พ้นจากทุกข์ ให้พ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร ที่บังคับบัญชาเรามานับภพนับชาติไม่ถ้วน ทำให้มีอุปสรรคนานาในชีวิต ดังนั้น จึงต้องตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันให้ดี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเรื่องความจริงของชีวิตไว้ว่า… “ชีวิตนี้น้อยนัก ทุกชีวิตล้วนบ่ายหน้าไปหามฤตยู เหมือนผลไม้ที่สุกแล้ว …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – คำถามนำไปสู่ความหลุดพ้น Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้อยู่จบพรหมจรรย์

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ การใช้วันเวลาให้คุ้มค่าในโลกนี้ ต้องเอามาใช้สร้างบารมี โดยตั้งใจจะละบาปอกุศลทั้งหลาย ทำแต่ความดีให้ถึงพร้อม ทำใจให้ผ่องใส ซึ่งมนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่องความเป็นจริงของชีวิต ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า โลกมนุษย์นี้เป็นโลกแห่งการเกิดมาสร้างบารมี เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ความเป็นจริงของชีวิตอย่างนี้ ไม่ว่าเราจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม ขึ้นชื่อว่าเกิดมาได้อัตภาพความเป็นมนุษย์นี้แล้ว ต่างมีจุดประสงค์หลัก คือ เกิดมาสร้างบารมี มาทำพระนิพพานให้แจ้ง เพราะนิพพานเป็นจุดสุดท้ายของชีวิต เป็นเป้าหมายอันสูงสุดของทุกๆคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถึงผู้ที่บรรลุพระนิพพานอยู่จบพรหมจรรย์ว่า… “ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ได้สดับธรรมแล้ว ย่อมทราบชัดธรรมทั้งปวงด้วยปัญญาอันยิ่ง ครั้นทราบชัดธรรมทั้งปวงแล้วย่อมกำหนดรู้ ครั้นกำหนดรู้ธรรมทั้งปวงแล้วย่อมเสวยเวทนา ครั้นได้เสวยเวทนาแล้วย่อมพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง พิจารณาเห็นความหน่าย พิจารณาเห็นความดับ พิจารณาเห็นความสละคืนในเวทนาทั้งหลาย เมื่อนั้นย่อมไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในโลก เมื่อถอนความยึดมั่นแล้วย่อมดับกิเลสได้บรรลุพระนิพพานเฉพาะตน และทราบชัดว่าชาติสิ้นแล้ว” ผู้ที่ได้บรรลุพระนิพพาน ได้เข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัต หมดสิ้นกิเลสอาสวะแล้ว เรียกว่า ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ เพราะกิจของการประพฤติพรหมจรรย์ จะเป็นการปฏิบัติสมถวิปัสสนา การศึกษาไตรสิกขา ศึกษาเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ได้เข้าถึงบรมสุข คือ ความสุขอย่างยิ่ง …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้มีชัยชนะที่ไม่กลับแพ้

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้มีชัยชนะที่ไม่กลับแพ้ สรรพสัตว์ทั้งหลายเป็นล้านๆชีวิต ไม่มีใครที่จะประทับรอยเท้าไว้บนผืนทรายได้จีรังยั่งยืน เพราะไม่นานรอยเท้านั้น ก็ถูกคลื่นพัดให้จางหายไป เหมือนชีวิตที่เกิดขึ้นมาแล้วหาความยั่งยืนคงที่ไม่ได้ ไม่ช้าก็ถูกคลื่นแห่งกาลเวลาพัดพาไปสู่ความเสื่อมสลาย คงเหลือไว้แต่คุณงามความดีให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาและเอาเป็นแบบอย่าง ในโลกนี้มีมนุษย์เพียงส่วนน้อยที่ไม่ประมาท ส่วนใหญ่ยังประมาทอยู่ ยังไม่เร่งขวนขวายสร้างความดี กลับปล่อยชีวิตให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า แสวงหาแต่สิ่งที่ไร้สาระ ต้องตกเป็นทาสของกิเลสตัณหา มิอาจเป็นตัวของตัวเองได้ ชีวิตจึงต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ร่ำไป มีวาระพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน ขัคควิสาณสูตร ว่า สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ อวิเหฐยํ อญฺญตรมฺปิ เตสํ บุคคลควรวางอาชญาในสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ไม่ควรเบียดเบียนสัตว์อื่น แม้ผู้ใดผู้หนึ่งให้ลำบาก ความเมตตาปรารถนาดีต่อกันและกัน ด้วยความจริงใจ เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้มนุษยชาติและสรรพสัตว์ทั้งหลายอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอนเหล่าพุทธบริษัท ให้เป็นผู้มีจิตประกอบด้วยเมตตา ไม่ให้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน นอกจากไม่เบียดเบียนกันแล้ว ก็ให้ประกอบด้วยมหากรุณา คือ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ให้พ้นทุกข์ ได้พบกับความสุขยิ่งๆขึ้นไป ผู้ที่เจริญเมตตาอยู่เป็นประจำ ทำให้เป็นผู้มีอารมณ์เยือกเย็น ใครเข้าใกล้ จะสัมผัสได้ถึงกระแสแห่งความเย็น เหมือนอยู่ใต้ร่มโพธิ์ร่มไทร อันตรายใดๆไม่สามารถมากล้ำกรายได้ เมื่อเกิดภาวะวิกฤติขึ้น กระแสแห่งความเมตตาจะแปรผันสภาวะนั้น ให้กลับดีขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ มีเรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยก่อนพุทธกาล …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้มีชัยชนะที่ไม่กลับแพ้ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – กุศโลบายให้พ้นโลก

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – กุศโลบายให้พ้นโลก พระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด สิ่งอื่นที่ยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เราต้องทำใจให้เลื่อมใสในพระรัตนตรัย เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า เพราะความเลื่อมใสทำให้ใจเราหยุดนิ่งและผ่องใส เราจะได้รับรสแห่งความสุขที่เกิดจากใจหยุดนิ่ง การเจริญพุทธานุสติมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์นี้ มีอานิสงส์ใหญ่ สามารถปิดประตูอบายภูมิ เปิดประตูสวรรค์และนิพพานได้ ถ้าหากเราหมั่นระลึกนึกถึงบ่อยๆ จนกระทั่งเห็นองค์พระได้ชัดใส จนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับท่าน เมื่อนั้นอานุภาพอันไม่มีประมาณของพระรัตนตรัย จะบังเกิดขึ้นกับเรา เพราะฉะนั้น ให้หมั่นเจริญสมาธิภาวนาทุกๆวัน เพื่อจะได้เข้าถึงพระรัตนตรัย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อิจฉาสูตร ว่า “โลกอันความอยากผูกไว้ เพราะกำจัดความอยากเสียได้ จึงหลุดพ้น เพราะละความอยากได้เด็ดขาด จึงตัดสังโยชน์อันเป็นเครื่องผูกได้ทั้งหมด” โลกของเรา มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าเพลิดเพลิน จนทำให้เกิดความอยาก ผู้ไม่รู้ หลงใหล มีความทะยานอยากในสิ่งต่างๆที่อายตนะทั้งหก ได้ไปถูกต้องสัมผัสทั้งทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกายและทางใจ แต่บัณฑิตผู้รู้ทั้งหลายที่ท่านได้ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากในทุกระดับชั้น ท่านเห็นว่า โลก คือ หมู่สัตว์นี้ เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในโลกใบนี้ ล้วนแต่มีทุกข์ด้วยกันหมดทั้งสิ้น เพราะชีวิตในภพทั้งสามนี้เป็นทุกข์ ภพสาม เป็นเหมือนคุกขนาดใหญ่ที่กักขังสัตวโลกไว้ ใครจะออกจากคุกนี้ได้ …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – กุศโลบายให้พ้นโลก Read More »

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ชีวิตที่ไม่หวั่นไหว

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ชีวิตที่ไม่หวั่นไหว ชีวิตบนโลกใบนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราหนีไม่พ้นที่จะต้องพบกับความไม่แน่นอน บางครั้งสมหวัง บางครั้งไม่สมหวัง ซึ่งเป็นธรรมดาของโลก เมื่อมีลาภก็ต้องมีเสื่อมลาภ มียศก็มีเสื่อมยศ มีสรรเสริญก็มีนินทา มีสุขก็มีทุกข์คละเคล้าปะปนกันไป ความเปลี่ยนแปลงตามธรรมดาของโลกนี้ เรียกว่า โลกธรรม อันเป็นธรรมประจำโลก มีอยู่แล้วในโลกนี้ ตั้งแต่ก่อนเรามาเกิด สิ่งเหล่านี้มีอยู่แล้ว หรือแม้เราจะหมดอายุขัย ละจากโลกนี้ไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่ ไม่ได้หายไปไหนและใครจะถือเอาเป็นสิทธิ์เฉพาะตนก็ไม่ได้ เพราะเป็นของสาธารณะ สำหรับมนุษย์ทุกคนที่เกิดมาในโลก และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ดังนั้น ในสภาวะปัจจุบันนี้ แม้สังคมและเศรษฐกิจ จะแปรปรวนอย่างไรก็ตาม อย่าได้หวั่นไหว ให้ตั้งใจทำความดีต่อไปเถิด หว่านพืชเช่นไร ย่อมได้ผลเช่นนั้น ถ้าเราประกอบเหตุดี ผลที่ออกมาย่อมจะดีตามไปด้วยการทำความดีนั้น เราควรเพียรพยายามให้ถึงที่สุด และถ้าหากพบปัญหาอะไรที่หนักๆ นั่นแสดงว่าใกล้จะพ้นแล้ว ดังคำโบราณที่กล่าวว่า “ยิ่งมืดแสดงว่ายิ่งดึก ยิ่งดึกก็ยิ่งใกล้สว่าง” เพราะฉะนั้นให้หมั่นสั่งสมความดีกันต่อไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ในมงคลสูตรตอนหนึ่งว่า ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ อโสกํ วิรชํ …

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ชีวิตที่ไม่หวั่นไหว Read More »

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – กาลเวลาพิสูจน์ความดี

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – กาลเวลาพิสูจน์ความดี ชีวิตเปรียบเสมือนการเดินทางไกล การเดินทางจำเป็นต้องมีเสบียงติดตัวไป เพื่อหล่อเลี้ยงสังขารร่างกายให้ดำรงอยู่ได้ การเดินทางไปสู่อายตนนิพพาน จะต้องมีเสบียง คือ บุญ บุญเป็นสิ่งที่ชำระใจของเราให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ เมื่อจิตบริสุทธิ์ ก็จะหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ความโลภ ความโกรธ ความหลง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมอบหลักการในการดำเนินชีวิตของชาวพุทธไว้ว่า สพฺพปาปสฺส อกรณํ ต้องละชั่วทุกอย่าง กุสลสฺสูปสมฺปทา ทำความดีให้ถึงพร้อม สจิตฺตปริโยทปนํ ทำใจให้ผ่องใส ชาวพุทธทั้งหลายได้ถือปฏิบัติ สืบเนื่องกันมาตราบเท่าทุกวันนี้ นอกจากนี้ พระพุทธองค์ทรงประทานวิธีการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไว้ว่า “ไม่เข้าไปว่าร้าย ไม่เบียดเบียนใคร มีความสำรวมในศีล รู้จักประมาณในการบริโภค รู้จักที่นอนที่นั่งอันสงัด และประกอบความเพียรในอธิจิต นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย” เมื่อมีความไม่เข้าใจใดๆเกิดขึ้น พระพุทธองค์ทรงสอน ไม่ให้ไปว่าร้ายใคร หรือไปต่อล้อต่อเถียงกับใคร คิดแล้วตรองแล้วว่า สิ่งที่เราทำนั้นดีอยู่แล้ว ให้ทำความดีต่อไป อย่าได้หวั่นไหว ให้อดทน อย่าไปประทุษร้ายใคร แม้เขาจะไม่เห็นด้วย หรือขัดขวางการทำความดีของเราก็ตาม พระพุทธองค์ไม่ทรงสรรเสริญการเบียดเบียน หรือการทำร้ายซึ่งกันและกัน เพราะนั่นเป็นทางมาแห่งบาปอกุศล ให้หันกลับมาพิจารณาตนเอง สำรวมในศีล รักษาศีลให้บริสุทธิ์ …

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – กาลเวลาพิสูจน์ความดี Read More »

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – จิตที่ไม่หวั่นไหว

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – จิตที่ไม่หวั่นไหว สรรพสิ่งในโลกนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่คงที่ ดังนั้น เมื่อเราเกิดมาแล้ว จึงไม่อาจหลีกหนีความเปลี่ยนแปลง อันเป็นธรรมประจำโลกนี้ไปได้ คือ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ ได้รับคำสรรเสริญ ถูกนินทา มีความสุข ก็มีความทุกข์ แต่ไม่ว่าจะประสบกับสภาวการณ์เช่นไรก็ตาม เราต้องฝึกให้มีสติ ไม่หวั่นไหว รักษาใจให้มั่นคง แล้วมุ่งมั่นสร้างความดีให้เต็มที่ เมื่อบุญบารมีเต็มเปี่ยมแล้ว ในที่สุดเราก็จะก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุดของชีวิต คือ พระนิพพาน ตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่าพระอรหันต์ทั้งหลายได้อย่างแน่นอน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย สุตตนิบาต ว่า กาเมสุ พฺรหฺมจริยวา วีตตโณฺห สทา สโต สงฺขาย นิพฺพุโต ภิกฺขุ ตสฺส โน สนฺติ อิญฺชิตา ภิกษุมีพรหมจรรย์ เพราะเห็นโทษในกามทั้งหลายปราศจากตัณหา มีสติทุกเมื่อ พิจารณาแล้ว ดับกิเลสแล้ว ย่อมไม่มีความหวั่นไหว จิตของผู้ที่ทำพระนิพพานให้แจ้งแล้วนั้น ย่อมมีความมั่นคงหนักแน่นดุจขุนเขา …

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – จิตที่ไม่หวั่นไหว Read More »

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ผู้มีจิตมั่นคง

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ผู้มีจิตมั่นคง บุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุข และความสำเร็จในชีวิต ตั้งแต่ปุถุชนจนกระทั่งเป็นพระอริยเจ้า บุญที่เราได้ทำไว้อย่างดีแล้วในบุญเขตอันเยี่ยม คือ พระรัตนตรัย จะส่งผลให้เราท่องเที่ยวอยู่แต่ในสุคติภูมิเท่านั้น แล้วยังติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ จนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม คำว่า ท่องเที่ยว คือ การกลับไปเกิด กลับมาเกิดในระหว่างมนุษย์กับเทวโลก ไม่พลัดไปในอบายเลย จนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง เมื่อหมดอายุขัยในมนุษย์ ก็จะไปบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เมื่อลงมาเกิดก็จะอยู่ในแวดวงของผู้มีบุญ ที่มีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ดังนั้น การทำบุญถูกทักขิไณยบุคคล ทำถูกต้นแหล่งแห่งบุญ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับนักสร้างบารมี มีวาระพระบาลีปรากฏใน ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะว่า สงฺขาย โลกสฺมึ ปโรวรานิ ยสฺสิญฺชิตํ นตฺถิ กุหิญฺจิ โลเก สนฺโต วิธูโม อนิโฆ นิราโส อตาริ โส ชาติชรญฺจ พฺรูมิ ผู้ใดไม่มีความหวั่นไหว ในโลกไหนๆ เพราะได้พิจารณาเห็นธรรม ที่ยิ่งและหย่อนในโลก ผู้นั้นสงบแล้ว ไม่มีความประพฤติชั่ว อันจะทำให้มัวหมองดุจควันไฟ ไม่มีกิเลสอันกระทบจิต …

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ผู้มีจิตมั่นคง Read More »