ธรรมะเพื่อประชาชน

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – โมฆะของชีวิต

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – โมฆะของชีวิต ชีวิตในวันหนึ่งๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านเลยไป ไม่ไหลย้อนกลับ ทุกลมหายใจเข้าออกที่สูญเสียไป นั่นคือวันเวลาที่ลดถอยลงไปทุกที ประเดี๋ยววันประเดี๋ยวคืน ร่างกายของเราก็เข้าใกล้ความเสื่อมความชราไปทุกขณะจิต ช่วงเวลาของชีวิตนี้สั้นนัก เราทั้งหลายจึงควรเป็นผู้ไม่ประมาท พึงเร่งทำความเพียร หมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมทุกๆวัน เพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ มีจิตใจที่แน่วแน่จะมุ่งแสวงหาไปให้ถึงจุดหมายปลายทางของชีวิต มุ่งตรงต่อหนทางของพระนิพพาน เช่นเดียวกับพระอริยเจ้าทั้งหลาย มีวาระพระบาลีใน โสมทัตตชาดก ความว่า มตํ มริสฺสํ โรทนฺติ เย รุทนฺติ ลปนฺติ จ ตสฺมา ตฺวํ อิสิ มา โรทิ โรทิตํ โมฆมาหุ สนฺโต เหล่าสัตว์ผู้ร้องไห้คร่ำครวญ ก็ร้องไห้ถึงสัตว์ผู้ตายไปแล้ว และที่จักตาย เพราะฉะนั้นท่านฤๅษี ท่านอย่าร้องไห้เลย เพราะสัตบุรุษทั้งหลายเรียกการร้องไห้ว่า เป็นโมฆะ การพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รักทั้งหลายในโลก เป็นทางมาแห่งความทุกข์ แต่ความโศกนั่นแหละที่บัณฑิตนักปราชญ์ทั้งปวงกล่าวว่า เป็นโมฆะ หมายถึงว่าเป็นสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดกับผู้ที่เศร้าโศกเลย มีแต่จะแผดเผาทำให้สภาวะของใจอ่อนแอลงและสูญเสียความละเอียดภายใน ไม่มีผู้ใดในโลกนี้ที่มีจิตใจขุ่นมัว ถูกความทุกข์ครอบงำ แล้วบรรลุธรรมาภิสมัย …

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – โมฆะของชีวิต Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – บัณฑิตผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – บัณฑิตผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์ เราเกิดมาสร้างบารมี มีเป้าหมายว่าจะทำพระนิพพานให้แจ้ง เพื่อไปดับต้นเหตุแห่งทุกข์ ให้เข้าถึงบรมสุขอันแท้จริงที่เป็นนิรันดร์ เมื่อเรามีความตั้งใจที่ดีอย่างนี้แล้ว ก็ต้องทำความดีของเราให้เต็มที่ สร้างบารมีให้สมบูรณ์ ซึ่งทุกๆวันเราได้ชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส จะได้มีกำลังใจที่เข้มแข็งในการสร้างบารมี และอาจหาญในการทำหน้าที่ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร ไปชักชวนผู้มีบุญทั้งหลายให้มาสร้างบารมี จะได้เป็นประวัติศาสตร์ชีวิตอันงดงาม เพราะเราเกิดมาก็เพื่อการนี้ ฉะนั้น ให้ขวนขวายตักตวงบุญกุศลกันให้เต็มที่ คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการสร้างบารมีเท่าไร เพราะเขาไม่รู้ว่าสำคัญอย่างไร แต่พวกเราทุกคนรู้แล้วว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต และจะมีผลดีต่อชีวิตในปัจจุบันนี้เรื่อยไปเลย ตั้งแต่ชีวิตที่เป็นปุถุชนจนถึงได้เป็นพระอริยเจ้า ดังนั้น เราต้องสร้างบารมีทุกๆวัน และก็ชวนชาวโลกให้มาสร้างบารมีด้วย ให้ใช้วันเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อภินันทสูตร ว่า “ผู้ใดมีความเพลิดเพลินในรูป ผู้นั้นย่อมชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินในเสียง ในกลิ่น ในรส ในสัมผัส ในธรรมารมณ์ ผู้นั้นย่อมชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินทุกข์ ผู้นั้นย่อมไม่พ้นไปจากทุกข์” เราเกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่ทำให้น่าเพลิดเพลินอยู่มาก ทั้งรูปที่สวยๆ เสียงที่ไพเราะ กลิ่นที่หอมๆ รสที่อร่อย สัมผัสที่นุ่มนวลและธรรมารมณ์ที่น่าพอใจ แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเป็นผู้รู้แจ้ง เห็นแจ้ง …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – บัณฑิตผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้ข้ามพ้นวัฏฏะ

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้ข้ามพ้นวัฏฏะ การเจริญสมาธิภาวนาเป็นสิ่งที่ดีงาม เป็นความดีอันยิ่งและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเกิดมาเป็นมนุษย์ โดยหมั่นฝึกฝนอบรม กาย วาจา ใจ ของเราให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ การที่เราได้ปฏิบัติอย่างนี้ ถือว่าได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ชื่อว่า “ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท” ชีวิตมนุษย์นั้น พื้นฐานของชีวิตมีแต่ความทุกข์ทรมาน ทรมานจนกระทั่งเกิดความเคยชิน บางครั้งถือเป็นเรื่องปกติ มีทั้งทุกข์ที่ติดตัวมาและทุกข์ใหม่ที่เข้ามา รวมทั้งหมดทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ ดังนั้น เมื่อพื้นฐานชีวิตมีความทุกข์ กิจที่ต้องทำ คือ “กิจที่มุ่งดับทุกข์ เพื่อให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ได้ข้ามพ้นวัฏสงสารไปได้” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสสาเหตุของความทุกข์ไว้ว่า… “ตัณหาความทะยานอยาก เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เป็นเหตุให้บุคคลต้องเร่ร่อนไปในภพน้อยใหญ่ ใครถูกตัณหาครอบงำแล้ว จิตของผู้นั้นย่อมวิ่งพล่านไปในอารมณ์ต่างๆ อันเป็นบ่วงแห่งมารที่หมู่สัตว์ติดข้องอยู่ และย่อมเข้าถึงความโศกสิ้นกาลนาน ส่วนผู้ใดขุดรากเหง้าแห่งตัณหาได้ ได้ชื่อว่าตัดเครื่องผูกแห่งมารได้ ย่อมล่วงพ้นความโศก ความทุกข์ทั้งหลายย่อมตกไป เหมือนหยาดน้ำที่กลิ้งตกไปจากใบบัว” เมื่อสาวไปดูถึงต้นเหตุ ในที่สุดเราก็จะพบว่า ต้นเหตุของความทุกข์ทรมานทั้งหลายนั้น ล้วนมาจากความทะยานอยากทั้งสิ้น พญามารนั่นเองที่เอาความอยากมาบังคับสรรพสัตว์ทั้งหลายให้เป็นไปตามอำนาจ ใครตกอยู่ในอำนาจจะต้องประสบกับทุกข์ร่ำไปไม่มีวันจบสิ้น ผู้รู้ทั้งหลาย มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น ได้แสวงหาวิธีการดับทุกข์โดยดับที่ความอยาก แล้วก็พบวิธีการว่า ต้องทำนิโรธ คือ ทำใจให้หยุด …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้ข้ามพ้นวัฏฏะ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – คำถามนำไปสู่ความหลุดพ้น

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – คำถามนำไปสู่ความหลุดพ้น ชีวิตนี้น้อยนัก ทุกชีวิตล้วนบ่ายหน้าไปหามฤตยู เหมือนผลไม้ที่สุกแล้ว ย่อมมีวันต้องร่วงหล่นลงอย่างแน่นอน เหมือนภาชนะดินที่มีการแตกทำลายในที่สุด ฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ผู้ไม่รู้ย่อมเศร้าโศกเมื่อพลัดพราก เพราะยึดมั่น ความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของเรา ย่อมประสบทุกข์สิ้นกาลนาน แต่วิญญูชนทั้งหลาย ละความยินดีในสิ่งที่ตนถือว่าเป็นของเรา ละความยึดมั่นถือมั่นแล้ว ไม่มีความยินดียินร้าย จึงละความโศก ความอาลัย ความร่ำพิไรรำพันได้ เราโชคดีที่ได้อัตภาพเป็นมนุษย์ ได้มีโอกาสดีที่จะสร้างบารมี พึงเร่งสร้างความดีให้เต็มที่ ตักตวงเอาบุญกุศลกันไปให้มากๆ เพราะบุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง เป็นมิตรแท้ที่ซื่อสัตย์ที่จะติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติเหมือนเงาตามตัว ความดีหรือบุญที่ได้ทำเอาไว้จะเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต ตั้งแต่ชีวิตที่ยังเป็นปุถุชนอยู่จนกระทั่งได้เป็นพระอริยเจ้า จะสมบูรณ์ไปด้วยสมบัติทั้งสาม คือ มนุษยสมบัติ ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ สิ่งที่ทำทั้งทาน ศีล ภาวนา เป็นทางมาแห่งบุญ ตอนนี้เรากำลังเจริญภาวนา ทำกรณียกิจที่สำคัญยิ่งต่อตัวของเราเอง กิจนี้คนอื่นทำแทนให้ไม่ได้ ต้องทำด้วยตนเอง ทำเพื่อช่วยตัวของเราให้พ้นจากทุกข์ ให้พ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร ที่บังคับบัญชาเรามานับภพนับชาติไม่ถ้วน ทำให้มีอุปสรรคนานาในชีวิต ดังนั้น จึงต้องตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันให้ดี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเรื่องความจริงของชีวิตไว้ว่า… “ชีวิตนี้น้อยนัก ทุกชีวิตล้วนบ่ายหน้าไปหามฤตยู เหมือนผลไม้ที่สุกแล้ว …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – คำถามนำไปสู่ความหลุดพ้น Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้อยู่จบพรหมจรรย์

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ การใช้วันเวลาให้คุ้มค่าในโลกนี้ ต้องเอามาใช้สร้างบารมี โดยตั้งใจจะละบาปอกุศลทั้งหลาย ทำแต่ความดีให้ถึงพร้อม ทำใจให้ผ่องใส ซึ่งมนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่องความเป็นจริงของชีวิต ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า โลกมนุษย์นี้เป็นโลกแห่งการเกิดมาสร้างบารมี เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ความเป็นจริงของชีวิตอย่างนี้ ไม่ว่าเราจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม ขึ้นชื่อว่าเกิดมาได้อัตภาพความเป็นมนุษย์นี้แล้ว ต่างมีจุดประสงค์หลัก คือ เกิดมาสร้างบารมี มาทำพระนิพพานให้แจ้ง เพราะนิพพานเป็นจุดสุดท้ายของชีวิต เป็นเป้าหมายอันสูงสุดของทุกๆคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถึงผู้ที่บรรลุพระนิพพานอยู่จบพรหมจรรย์ว่า… “ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ได้สดับธรรมแล้ว ย่อมทราบชัดธรรมทั้งปวงด้วยปัญญาอันยิ่ง ครั้นทราบชัดธรรมทั้งปวงแล้วย่อมกำหนดรู้ ครั้นกำหนดรู้ธรรมทั้งปวงแล้วย่อมเสวยเวทนา ครั้นได้เสวยเวทนาแล้วย่อมพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง พิจารณาเห็นความหน่าย พิจารณาเห็นความดับ พิจารณาเห็นความสละคืนในเวทนาทั้งหลาย เมื่อนั้นย่อมไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในโลก เมื่อถอนความยึดมั่นแล้วย่อมดับกิเลสได้บรรลุพระนิพพานเฉพาะตน และทราบชัดว่าชาติสิ้นแล้ว” ผู้ที่ได้บรรลุพระนิพพาน ได้เข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัต หมดสิ้นกิเลสอาสวะแล้ว เรียกว่า ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ เพราะกิจของการประพฤติพรหมจรรย์ จะเป็นการปฏิบัติสมถวิปัสสนา การศึกษาไตรสิกขา ศึกษาเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ได้เข้าถึงบรมสุข คือ ความสุขอย่างยิ่ง …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้มีชัยชนะที่ไม่กลับแพ้

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้มีชัยชนะที่ไม่กลับแพ้ สรรพสัตว์ทั้งหลายเป็นล้านๆชีวิต ไม่มีใครที่จะประทับรอยเท้าไว้บนผืนทรายได้จีรังยั่งยืน เพราะไม่นานรอยเท้านั้น ก็ถูกคลื่นพัดให้จางหายไป เหมือนชีวิตที่เกิดขึ้นมาแล้วหาความยั่งยืนคงที่ไม่ได้ ไม่ช้าก็ถูกคลื่นแห่งกาลเวลาพัดพาไปสู่ความเสื่อมสลาย คงเหลือไว้แต่คุณงามความดีให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาและเอาเป็นแบบอย่าง ในโลกนี้มีมนุษย์เพียงส่วนน้อยที่ไม่ประมาท ส่วนใหญ่ยังประมาทอยู่ ยังไม่เร่งขวนขวายสร้างความดี กลับปล่อยชีวิตให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า แสวงหาแต่สิ่งที่ไร้สาระ ต้องตกเป็นทาสของกิเลสตัณหา มิอาจเป็นตัวของตัวเองได้ ชีวิตจึงต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ร่ำไป มีวาระพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน ขัคควิสาณสูตร ว่า สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ อวิเหฐยํ อญฺญตรมฺปิ เตสํ บุคคลควรวางอาชญาในสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ไม่ควรเบียดเบียนสัตว์อื่น แม้ผู้ใดผู้หนึ่งให้ลำบาก ความเมตตาปรารถนาดีต่อกันและกัน ด้วยความจริงใจ เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้มนุษยชาติและสรรพสัตว์ทั้งหลายอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอนเหล่าพุทธบริษัท ให้เป็นผู้มีจิตประกอบด้วยเมตตา ไม่ให้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน นอกจากไม่เบียดเบียนกันแล้ว ก็ให้ประกอบด้วยมหากรุณา คือ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ให้พ้นทุกข์ ได้พบกับความสุขยิ่งๆขึ้นไป ผู้ที่เจริญเมตตาอยู่เป็นประจำ ทำให้เป็นผู้มีอารมณ์เยือกเย็น ใครเข้าใกล้ จะสัมผัสได้ถึงกระแสแห่งความเย็น เหมือนอยู่ใต้ร่มโพธิ์ร่มไทร อันตรายใดๆไม่สามารถมากล้ำกรายได้ เมื่อเกิดภาวะวิกฤติขึ้น กระแสแห่งความเมตตาจะแปรผันสภาวะนั้น ให้กลับดีขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ มีเรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยก่อนพุทธกาล …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้มีชัยชนะที่ไม่กลับแพ้ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – กุศโลบายให้พ้นโลก

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – กุศโลบายให้พ้นโลก พระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด สิ่งอื่นที่ยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เราต้องทำใจให้เลื่อมใสในพระรัตนตรัย เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า เพราะความเลื่อมใสทำให้ใจเราหยุดนิ่งและผ่องใส เราจะได้รับรสแห่งความสุขที่เกิดจากใจหยุดนิ่ง การเจริญพุทธานุสติมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์นี้ มีอานิสงส์ใหญ่ สามารถปิดประตูอบายภูมิ เปิดประตูสวรรค์และนิพพานได้ ถ้าหากเราหมั่นระลึกนึกถึงบ่อยๆ จนกระทั่งเห็นองค์พระได้ชัดใส จนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับท่าน เมื่อนั้นอานุภาพอันไม่มีประมาณของพระรัตนตรัย จะบังเกิดขึ้นกับเรา เพราะฉะนั้น ให้หมั่นเจริญสมาธิภาวนาทุกๆวัน เพื่อจะได้เข้าถึงพระรัตนตรัย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อิจฉาสูตร ว่า “โลกอันความอยากผูกไว้ เพราะกำจัดความอยากเสียได้ จึงหลุดพ้น เพราะละความอยากได้เด็ดขาด จึงตัดสังโยชน์อันเป็นเครื่องผูกได้ทั้งหมด” โลกของเรา มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าเพลิดเพลิน จนทำให้เกิดความอยาก ผู้ไม่รู้ หลงใหล มีความทะยานอยากในสิ่งต่างๆที่อายตนะทั้งหก ได้ไปถูกต้องสัมผัสทั้งทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกายและทางใจ แต่บัณฑิตผู้รู้ทั้งหลายที่ท่านได้ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากในทุกระดับชั้น ท่านเห็นว่า โลก คือ หมู่สัตว์นี้ เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในโลกใบนี้ ล้วนแต่มีทุกข์ด้วยกันหมดทั้งสิ้น เพราะชีวิตในภพทั้งสามนี้เป็นทุกข์ ภพสาม เป็นเหมือนคุกขนาดใหญ่ที่กักขังสัตวโลกไว้ ใครจะออกจากคุกนี้ได้ …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – กุศโลบายให้พ้นโลก Read More »

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ชีวิตที่ไม่หวั่นไหว

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ชีวิตที่ไม่หวั่นไหว ชีวิตบนโลกใบนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราหนีไม่พ้นที่จะต้องพบกับความไม่แน่นอน บางครั้งสมหวัง บางครั้งไม่สมหวัง ซึ่งเป็นธรรมดาของโลก เมื่อมีลาภก็ต้องมีเสื่อมลาภ มียศก็มีเสื่อมยศ มีสรรเสริญก็มีนินทา มีสุขก็มีทุกข์คละเคล้าปะปนกันไป ความเปลี่ยนแปลงตามธรรมดาของโลกนี้ เรียกว่า โลกธรรม อันเป็นธรรมประจำโลก มีอยู่แล้วในโลกนี้ ตั้งแต่ก่อนเรามาเกิด สิ่งเหล่านี้มีอยู่แล้ว หรือแม้เราจะหมดอายุขัย ละจากโลกนี้ไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่ ไม่ได้หายไปไหนและใครจะถือเอาเป็นสิทธิ์เฉพาะตนก็ไม่ได้ เพราะเป็นของสาธารณะ สำหรับมนุษย์ทุกคนที่เกิดมาในโลก และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ดังนั้น ในสภาวะปัจจุบันนี้ แม้สังคมและเศรษฐกิจ จะแปรปรวนอย่างไรก็ตาม อย่าได้หวั่นไหว ให้ตั้งใจทำความดีต่อไปเถิด หว่านพืชเช่นไร ย่อมได้ผลเช่นนั้น ถ้าเราประกอบเหตุดี ผลที่ออกมาย่อมจะดีตามไปด้วยการทำความดีนั้น เราควรเพียรพยายามให้ถึงที่สุด และถ้าหากพบปัญหาอะไรที่หนักๆ นั่นแสดงว่าใกล้จะพ้นแล้ว ดังคำโบราณที่กล่าวว่า “ยิ่งมืดแสดงว่ายิ่งดึก ยิ่งดึกก็ยิ่งใกล้สว่าง” เพราะฉะนั้นให้หมั่นสั่งสมความดีกันต่อไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ในมงคลสูตรตอนหนึ่งว่า ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ อโสกํ วิรชํ …

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ชีวิตที่ไม่หวั่นไหว Read More »

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – กาลเวลาพิสูจน์ความดี

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – กาลเวลาพิสูจน์ความดี ชีวิตเปรียบเสมือนการเดินทางไกล การเดินทางจำเป็นต้องมีเสบียงติดตัวไป เพื่อหล่อเลี้ยงสังขารร่างกายให้ดำรงอยู่ได้ การเดินทางไปสู่อายตนนิพพาน จะต้องมีเสบียง คือ บุญ บุญเป็นสิ่งที่ชำระใจของเราให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ เมื่อจิตบริสุทธิ์ ก็จะหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ความโลภ ความโกรธ ความหลง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมอบหลักการในการดำเนินชีวิตของชาวพุทธไว้ว่า สพฺพปาปสฺส อกรณํ ต้องละชั่วทุกอย่าง กุสลสฺสูปสมฺปทา ทำความดีให้ถึงพร้อม สจิตฺตปริโยทปนํ ทำใจให้ผ่องใส ชาวพุทธทั้งหลายได้ถือปฏิบัติ สืบเนื่องกันมาตราบเท่าทุกวันนี้ นอกจากนี้ พระพุทธองค์ทรงประทานวิธีการในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไว้ว่า “ไม่เข้าไปว่าร้าย ไม่เบียดเบียนใคร มีความสำรวมในศีล รู้จักประมาณในการบริโภค รู้จักที่นอนที่นั่งอันสงัด และประกอบความเพียรในอธิจิต นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย” เมื่อมีความไม่เข้าใจใดๆเกิดขึ้น พระพุทธองค์ทรงสอน ไม่ให้ไปว่าร้ายใคร หรือไปต่อล้อต่อเถียงกับใคร คิดแล้วตรองแล้วว่า สิ่งที่เราทำนั้นดีอยู่แล้ว ให้ทำความดีต่อไป อย่าได้หวั่นไหว ให้อดทน อย่าไปประทุษร้ายใคร แม้เขาจะไม่เห็นด้วย หรือขัดขวางการทำความดีของเราก็ตาม พระพุทธองค์ไม่ทรงสรรเสริญการเบียดเบียน หรือการทำร้ายซึ่งกันและกัน เพราะนั่นเป็นทางมาแห่งบาปอกุศล ให้หันกลับมาพิจารณาตนเอง สำรวมในศีล รักษาศีลให้บริสุทธิ์ …

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – กาลเวลาพิสูจน์ความดี Read More »

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – จิตที่ไม่หวั่นไหว

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – จิตที่ไม่หวั่นไหว สรรพสิ่งในโลกนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่คงที่ ดังนั้น เมื่อเราเกิดมาแล้ว จึงไม่อาจหลีกหนีความเปลี่ยนแปลง อันเป็นธรรมประจำโลกนี้ไปได้ คือ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ ได้รับคำสรรเสริญ ถูกนินทา มีความสุข ก็มีความทุกข์ แต่ไม่ว่าจะประสบกับสภาวการณ์เช่นไรก็ตาม เราต้องฝึกให้มีสติ ไม่หวั่นไหว รักษาใจให้มั่นคง แล้วมุ่งมั่นสร้างความดีให้เต็มที่ เมื่อบุญบารมีเต็มเปี่ยมแล้ว ในที่สุดเราก็จะก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุดของชีวิต คือ พระนิพพาน ตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่าพระอรหันต์ทั้งหลายได้อย่างแน่นอน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย สุตตนิบาต ว่า กาเมสุ พฺรหฺมจริยวา วีตตโณฺห สทา สโต สงฺขาย นิพฺพุโต ภิกฺขุ ตสฺส โน สนฺติ อิญฺชิตา ภิกษุมีพรหมจรรย์ เพราะเห็นโทษในกามทั้งหลายปราศจากตัณหา มีสติทุกเมื่อ พิจารณาแล้ว ดับกิเลสแล้ว ย่อมไม่มีความหวั่นไหว จิตของผู้ที่ทำพระนิพพานให้แจ้งแล้วนั้น ย่อมมีความมั่นคงหนักแน่นดุจขุนเขา …

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – จิตที่ไม่หวั่นไหว Read More »

มงคลที่ ๓๒ ประพฤติพรหมจรรย์ – ความทุกข์ในการครองเรือน

มงคลที่ ๓๒ ประพฤติพรหมจรรย์ – ความทุกข์ในการครองเรือน ชนเหล่าใด รู้จักสำรวมจิตไปในที่ไกล มีใจดวงเดียวแล่นไป หาสรีระมิได้ เพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น มีถ้ำ คือ ปริมณฑลภายใน เป็นที่อยู่อาศัย ชนเหล่านั้น จะพ้นเครื่องผูกแห่งมาร ชีวิตที่มีคุณค่าและมีความหมาย คือ ชีวิตที่ผ่านไปพร้อมกับการสั่งสมบุญบารมี พระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย กว่าจะได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิต ท่านก็สั่งสมบุญเรื่อยมา มิได้หยุดพักเลย ทั้งการทำทาน รักษาศีลและเจริญภาวนา เมื่อได้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิตแล้ว ก็อาศัยปุพเพนิวาสานุสสติญาณ มองย้อนกลับไปดูการสร้างบารมีที่ผ่านมา ก็เห็นแต่ภาพประวัติศาสตร์ชีวิตอันงดงาม นำมาซึ่งความปลื้มปีติและภาคภูมิใจ ชีวิตของพวกเรานักสร้างบารมี ก็เช่นเดียวกัน จะต้องดำเนินตามอย่างพระองค์ท่าน ชีวิตเราจึงจะเป็นชีวิตที่สมบูรณ์ที่ประเสริฐสุด เกิดมาเพื่อสร้างสันติสุขให้บังเกิดขึ้นแก่โลกอย่างแท้จริง มีวาระพระบาลีที่มาใน วัจฉนขชาดก ความว่า ฆรา นานีหมานสฺส ฆรา นาภณโต มุสา ฆรา นาทินฺนทณฺฑสฺส ปเรสํ อนิกุพฺพโต เอวํ ฉิทฺทํ ทุรภิสมฺภวํ โก ฆรํ ปฏิปชฺชติ บุคคลที่เป็นผู้ครองเรือน ถ้าหากไม่มีมานะพยายามทำการงานก็ดี …

มงคลที่ ๓๒ ประพฤติพรหมจรรย์ – ความทุกข์ในการครองเรือน Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ๓๐ ปีที่รอคอย

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ๓๐ ปีที่รอคอย นรชนเหล่าใด ประพฤติตนอยู่ในโอวาทที่ผู้รู้บอกแล้ว นรชนเหล่านั้น จักถึงฝั่งอย่างปลอดภัย ดุจพ่อค้าทั้งหลาย ทำตามถ้อยคำของม้าวลาหก สิ่งที่เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข และความสำเร็จ ในชีวิตของเรา คือ บุญกุศลที่เราได้ทำไว้อย่างดีแล้ว จะเป็นเครื่องสนับสนุนให้เราได้บรรลุจุดประสงค์ของชีวิต เราจะเข้าถึงความเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี จะเข้าถึงความเป็นพระราชา เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นพระอริยเจ้า เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า หรือแม้ที่สุดเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ก็เพราะบุญนั่นเอง เพราะฉะนั้น บุญจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราได้บรรลุเป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต คือ พระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า อปฺปกา เต มนุสฺเสสุ เย ชนา ปารคามิโน อถายํ อิตรา ปชา ตีรเมวานุธาวติ เย จ โข สมฺมทกฺขาเต ธมฺเม ธมฺมานุวตฺติโน เต ชนา ปารเมสฺสนฺติ มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ๓๐ ปีที่รอคอย Read More »

มงคลที่ ๓๒ ประพฤติพรหมจรรย์ – ถึงเวลาแล้ว

มงคลที่ ๓๒ ประพฤติพรหมจรรย์ – ถึงเวลาแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ผู้บริสุทธิ์หลุดพ้นแล้วจากกิเลสอาสวะ กิจที่จะทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เราจึงควรดำเนินชีวิตตามแบบอย่างพระพุทธองค์ โดยมุ่งทำความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ เป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องอื่นนั้นให้เป็นเรื่องรองลงมา เพราะเรายังมีกิจที่จะต้องทำให้รู้แจ้งให้ได้ว่า เราเกิดมาจากไหน มาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต เพราะฉะนั้น เราจึงควรหมั่นฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้หยุดให้นิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายใน คือ พระธรรมกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า มตฺตาสุขปริจฺจาคา ปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ จเช มตฺตาสุขํ ธีโร สมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ ถ้าว่านักปราชญ์พึงเห็นความสุขอันไพบูลย์ได้ เพราะยอมสละสุขพอประมาณ เมื่อผู้มีปัญญาเล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็พึงสละความสุขส่วนน้อยเสีย มนุษย์ทุกคนต่างมุ่งแสวงหาความสุข บ้างก็แสวงหาจากการดื่ม การกิน การเที่ยว หรือจากการได้รับของที่ถูกใจ แต่ความสุขเหล่านั้นล้วนเป็นความสุขชั่วคราว ไม่ยั่งยืน เมื่อได้รับแล้วก็ยังคงแสวงหาต่อไปอีก ถ้าจะเรียกให้ถูก ต้องเรียกว่า เป็นความเพลินมากกว่า …

มงคลที่ ๓๒ ประพฤติพรหมจรรย์ – ถึงเวลาแล้ว Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – จุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิต

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – จุดหมายสูงสุดของชีวิต จุดประสงค์ของชีวิต ก็เพื่อกระทำพระนิพพานให้แจ้ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อครั้งที่พระองค์ยังสร้างบารมีเป็นพระบรมโพธิสัตว์อยู่ จะเกิดกี่ภพกี่ชาติ ก็ทำแต่ความดี จนกระทั่งหมดอายุขัย และตลอดระยะเวลานั้น ท่านไม่เคยละเลยต่อการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ทรงกระทำอย่างนี้ทุกชาติ จนบารมีเต็มเปี่ยมบริบูรณ์และได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นบรมครูของเรา สั่งสอนสัตวโลกให้เข้าถึงธรรมตามพระพุทธองค์ไปด้วย ดังนั้น เราควรหมั่นฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งกัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมัยเป็นสรภังคโพธิสัตว์ ได้กล่าวธรรมภาษิตไว้ว่า “ผู้มีปัญญา ย่อมเล็งเห็นกามคุณเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์และเป็นโรค ผู้เห็นอย่างนี้ ย่อมละความพอใจในกามคุณอันเป็นทุกข์ เป็นภัยใหญ่หลวงได้” ปัจจุบันนี้ กระแสสังคมโลกกำลังเปลี่ยนไป โลกเข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดน โลกใบนี้จึงดูเหมือนว่าจะเล็กลงไปถนัดตา ซึ่งคนส่วนมากจะพัฒนาแต่เฉพาะภายนอก โดยลืมนึกถึงการพัฒนาจิตใจ ทำให้เกิดการแข่งขัน ต่อสู้กันด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่มาบำรุงบำเรอตามความปรารถนา ซึ่งไม่พ้นไปจากรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่เรียกว่า เบญจกามคุณ แสวงหาในเรื่องที่ทำให้ใจเหินห่างจากศูนย์กลางกาย ซึ่งเป็นต้นแหล่งแห่งความสุขที่แท้จริง ยิ่งแสวงหาเท่าไร ก็จะยิ่งห่างไกลจากความสุขมากขึ้นเท่านั้น ผู้ที่มัวแต่แสวงหาความสุขจากภายนอก จะไม่มีวันรู้ซึ้งถึงความสุขที่แท้จริงเลยว่าเป็นอย่างไร เพราะผู้ปรารถนากามคุณ จะมีความพร่องอยู่เป็นนิตย์ แม้จะถมเท่าไรก็ไม่มีวันเต็ม เหมือนทะเลที่ไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ หากเมื่อใดที่มนุษย์เปลี่ยนวิธีการแสวงหาความสุขจากภายนอก มาแสวงหาความสุขภายใน …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – จุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิต Read More »

มงคลที่ ๓๒ ประพฤติพรหมจรรย์ – ทายาทพระศาสนา

มงคลที่ ๓๒ ประพฤติพรหมจรรย์ – ทายาทพระศาสนา ปัจจุบัน มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่า เกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต เมื่อไม่ได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ ชีวิตจึงต้องเวียนวนอยู่ในกระแสแห่งความทุกข์ระทม เหมือนนาวาที่หลงทิศทางท่ามกลางมหาสมุทร ต่อเมื่อได้ฟังพระสัทธรรม ก็จะเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต และมุ่งแสวงหาสาระอันแท้จริง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ พระนิพพานในที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน พรหมชาลสูตร ว่า ทุลฺลภญฺจ มนุสฺสตฺตํ พุทฺธุปฺปาโท จ ทุลฺลโภ ทุลฺลภา ขณสมฺปตฺติ สทฺธมฺโม ปรมทุลฺลโภ ทุลฺลภา สทฺธาสมฺปตฺติ ปพฺพชฺชา จ ทุลฺลภา ความเป็นมนุษย์ หาได้ยาก ความเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้า หาได้ยาก ความถึงพร้อมด้วยขณะสมัย ก็หาได้ยาก พระสัทธรรม หาได้ยากอย่างยิ่ง ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา หาได้ยาก การบวช ก็หาได้ยาก การที่พระพุทธองค์ตรัสว่า การได้อัตภาพเป็นมนุษย์นั้นยาก และเพศภาวะของมนุษย์นี้ เหมาะต่อการสร้างบารมีที่สุด ไม่ว่าจะทำความดีใดก็สามารถทำได้เต็มที่ การได้อัตภาพเป็นมนุษย์ ต้องอาศัยกำลังบุญบารมีที่สั่งสมไว้ในอดีตชาติ ส่วนการอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์นั้น …

มงคลที่ ๓๒ ประพฤติพรหมจรรย์ – ทายาทพระศาสนา Read More »