ธรรมะเพื่อประชาชน

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – บัณฑิตที่แท้จริง

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – บัณฑิตที่แท้จริง           แท้จริง บุคคลผู้มีปกติเที่ยวสมคบคนพาล ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน เพราะการอยู่ร่วมกันกับคนพาล เป็นเหตุนำทุกข์มาให้ เหมือนการอยู่ร่วมกับศัตรู ส่วนบัณฑิตมีการอยู่ ร่วมกันเป็นสุข เหมือนอยู่ในสมาคมแห่งหมู่ญาติ เพราะเหตุนั้นแล นรชนพึงคบบัณฑิตผู้มีปัญญา เป็นพหูสูต เอาการเอางาน มีศีล มีวัตร ไกลจากกิเลส และเป็นสัตบุรุษ เปรียบดังพระจันทร์  คบกับอากาศ อันเป็นทางโคจรแห่งดวงดาว ฉะนั้น         ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่จะต้องศึกษาควบคู่กันไปอยู่ ๒ ประการ คือ การศึกษาวิชาความรู้ทางโลก และการศึกษาวิชชาความรู้ทางธรรม การศึกษาวิชาความรู้ทางโลก มีเป้าหมาย เพื่อให้เรารู้จักวิธีแสวงหาปัจจัยสี่มาเลี้ยงตน ทำให้เราได้รับความสุขและความสำเร็จในชีวิต         การศึกษาความรู้ในทางธรรม มีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนอบรมจิตใจของเรา ให้สะอาด บริสุทธิ์ เพื่อจะได้เข้าถึงแหล่งแห่งสติ แหล่งแห่งปัญญาที่สมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลให้ชีวิตจิตใจของเราสะอาดบริสุทธิ์สูงส่งยิ่งๆ ขึ้น จนกระทั่งหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งหลาย ได้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ที่อยู่ภายในตัวของเรา …

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – บัณฑิตที่แท้จริง Read More »

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – ของแท้ของเทียม

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – ของแท้ของเทียม         การสมาคมกับสัตบุรุษแม้ครั้งเดียว ย่อมสามารถรักษา    ผู้นั้นไว้ได้  แต่การสมาคมกับอสัตบุรุษแม้หลายครั้ง ก็รักษาไม่ได้  พึงอยู่ร่วมกับสัตบุรุษ พึงกระทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษ เพราะการรู้ทั่วถึงธรรมของสัตบุรุษ ย่อมมีแต่ความเจริญ ไม่มีเสื่อม         มนุษย์ทุกคนในโลกล้วนปรารถนาความสุข และกำลังแสวงหาสิ่งที่เป็นสรณะอันแท้จริง ต่างก็อยากจะรู้เรื่องราวของตัวเองว่าเกิดมาจากไหน มาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต แต่การที่จะรู้เห็นสิ่งเหล่านี้ได้ ต้องอาศัยตัวของเรา ที่ปฏิบัติธรรมจนเกิดความรู้แจ้ง เป็นความรู้ที่เกิดจากการทำภาวนา ที่เรียกว่า “ภาวนามยปัญญา” คือการทำใจให้หยุดนิ่งอยู่ภายใน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน มหาสุตโสมชาดก ว่า         “การสมาคมกับสัตบุรุษแม้ครั้งเดียว ย่อมสามารถรักษาผู้นั้นไว้ได้ แต่การสมาคมกับอสัตบุรุษแม้หลายครั้ง ก็รักษา ไม่ได้ พึงอยู่ร่วมกับสัตบุรุษ พึงกระทำความสนิทสนมกับ  สัตบุรุษ เพราะการรู้ทั่วถึงธรรมของสัตบุรุษ ย่อมมีแต่ความเจริญ ไม่มีเสื่อม ราชรถอันวิจิตรตระการตายังคร่ำคร่าได้ และแม้สรีระก็เข้าถึงชราโดยแท้ ส่วนธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไม่เข้าถึงความคร่ำคร่า สัตบุรุษกับสัตบุรุษเท่านั้นรู้กันได้ ฟ้าและแผ่นดินไกลกัน ฝั่งของมหาสมุทรก็ไกลกัน ข้าแต่พระราชา …

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – ของแท้ของเทียม Read More »

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – ผู้เป็นแสงสว่างของโลก

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – ผู้เป็นแสงสว่างของโลก           ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันหนึ่งที่มีอุปการะมาก เป็นไปเพื่อการเกิดขึ้นแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ธรรมอันหนึ่งเป็นไฉน คือ ความเป็นผู้มีกัลยาณมิตร ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีกัลยาณมิตร พึงหวังได้ว่าจักเจริญในอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ความปรารถนาของมวลมนุษยชาติ ตลอดระยะเวลา อันยาวนาน ล้วนปรารถนาให้โลกมีสันติสุขอันแท้จริง         แต่ไม่มีใครรู้ว่า สันติสุขที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ไหน มีลักษณะอย่างไร และจะเข้าถึงได้อย่างไร จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบหนทางสายกลาง และพบว่าโลกจะมีสันติสุขที่แท้จริง ก็ต่อเมื่อมนุษย์ได้ตั้งใจปฏิบัติธรรม จนเข้าถึงสันติสุขภายใน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุขที่แท้จริง และสันติสุขภายในจะเป็น  จุดเริ่มต้นของสันติสุขภายนอกนั่นเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน กัลยาณมิตตสูตร ว่า         “เอกธมฺโม ภิกฺขเว พหูปกาโร อริยสฺส อฏฺฐงฺคิกสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาทาย ฯ กตโม เอกธมฺโม ฯ …

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – ผู้เป็นแสงสว่างของโลก Read More »

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – ผูกมิตรไว้ดีกว่า

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – ผูกมิตรไว้ดีกว่า   ถ้าผู้ใดเป็นมิตร ถึงจะมีกำลังน้อย แต่ดำรงอยู่ในมิตรธรรม ผู้นั้นก็นับได้ว่าเป็นทั้งญาติเป็นทั้งพวกพ้อง และเป็นทั้งเพื่อนของเรา         ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นธรรมอันสงบประณีต ละเอียดลึกซึ้ง จะนึกคิดคาดเดาเอาไม่ได้ เป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติจะรู้เห็นได้ด้วยตนเอง หากเราตั้งใจปฏิบัติกันอย่างจริงจัง และปฏิบัติอย่างถูกวิธี ย่อมเข้าถึงธรรมได้อย่างแน่นอน เพราะธรรมะเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วภายในตัวของพวกเราทุกคน และของมนุษย์ทุกคนในโลก ซึ่งจะเข้าถึงได้ต่อเมื่อเราฝึกใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายได้อย่างถูกต้อง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คุณชาดก ว่า     “อปิ เจปิ ทุพฺพโล มิตฺโต      มิตฺตธมฺเมสุ ติฏฺฐติ     โส ญาตโก จ พนฺธุ จ โส      มิตฺโต โส จ เม สขา         ถ้าผู้ใดเป็นมิตร ถึงจะมีกำลังน้อย แต่ดำรงอยู่ใน   มิตรธรรม ผู้นั้นก็นับได้ว่าเป็นทั้งญาติเป็นทั้งพวกพ้อง …

มงคลที่ ๒ คบบัณฑิต – ผูกมิตรไว้ดีกว่า Read More »

พระอริยเจ้า

พระอริยเจ้า       การดำเนินชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยในสังสารวัฏ จะต้องรู้เท่าทันอาสวกิเลส รู้ว่าสิ่งใดเป็นบุญสิ่งใดเป็นบาปอกุศล แล้วดำรงตนให้อยู่ในเส้นทางแห่งบุญ เส้นทางแห่งความดี ความไม่รู้เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อชีวิต เพราะถ้าไม่รู้สิ่งเหล่านี้แล้ว จะทำให้พลาดพลั้งไปทำบาปอกุศล ทำให้ชีวิตมัวหมอง เมื่อไม่รู้ก็ต้องแสวงหาผู้รู้  เข้าไปสอบถามในสิ่งที่สงสัย และที่สำคัญ คือต้องหมั่นเข้าไปหาผู้รู้ภายในคือพระธรรมกายด้วยวิธีการหยุดใจที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เพื่อแสวงหาความรู้แจ้งที่เกิดจากปัญญาอันบริสุทธิ์ แล้วเราจะเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายใน และจะได้รับคำตอบที่ถูกต้องสมบูรณ์ ปัญหาต่างๆ ที่สงสัยก็จะหมดไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน โมหสูตร ว่า “นตฺถญฺโญ เอกธมฺโมปิ    เยเนวํ นิวุตา ปชา    สํสรนฺติ อโหรตฺตํ         ยถา โมเหน อาวุฏา           เย จ โมหํ ปหนฺตฺวาน    ตโมกฺขนฺธํ ปทาลยุํ       น เต ปุน สํสรนฺติ       …

พระอริยเจ้า Read More »

พระอรหันต์มีจริง

พระอรหันต์มีจริง      มนุษย์ทุกชาติทุกศาสนา ล้วนปรารถนาให้โลกมีสันติสุขที่แท้จริง แต่ไม่มีใครรู้ว่าจะทำอย่างไร จนกระทั่งพระพุทธองค์ได้ทรงค้นพบว่า วิธีการที่จะทำให้โลกเกิดสันติสุขที่แท้จริงนั้น จะต้องให้ทุกคนในโลกเข้าถึงสันติสุขภายในก่อน คือเข้าถึงพระธรรมกายที่มีอยู่แล้วในตัวของทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนภาษาใด จะมีความเชื่ออย่างไร ล้วนมีธรรมกายอยู่ในตัวทั้งสิ้น ธรรมกายเป็นแหล่งกำเนิดของความสุข เป็นแหล่งของสติ แหล่งของปัญญา เมื่อเข้าถึงแล้ว มนุษย์จะมีความคิด คำพูด และการกระทำที่ดี จะมีความเมตตา กรุณา รู้จักแบ่งปัน และให้อภัยกัน หากเป็นเช่นนี้สันติสุขที่แท้จริง ย่อมบังเกิดขึ้นในโลกอย่างแน่นอน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน รัตนสูตร ว่า      “พระอริยบุคคลเหล่าใด ในศาสนาของพระพุทธเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว มีใจมั่นคง ไม่หวั่นไหว ปราศจากความอาลัยทั้งปวง พระอริยบุคคลเหล่านั้น บรรลุพระอรหันต์แล้ว เข้าถึงพระนิพพาน เสวยสุขอยู่ รัตนะนี้เป็นรัตนะอันประณีตในพระอริยสงฆ์ ด้วยสัจจะวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทั้งหลาย”      พระอรหันต์ คือพระอริยบุคคลผู้มีใจหยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัตตลอดเวลา ใจของท่านมั่นคง มุ่งตรงต่อพระนิพพานอย่างเดียว จึงเป็นผู้ไม่หวั่นไหวในโลกธรรมทั้งปวง และห่างไกลจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย ทั้งสังโยชน์เบื้องต่ำเบื้องสูง อวิชชา ตัณหา อุปาทาน …

พระอรหันต์มีจริง Read More »

ความวิเศษสุดของพระพุทธศาสนา

ความวิเศษสุดของพระพุทธศาสนา      ทุกวันนี้มนุษย์ตกเป็นบ่าวเป็นทาสของกิเลสอาสวะ คือ โลภะ โทสะ โมหะ ทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ ตาย และมีการสูญเสียเกิดขึ้นมากมาย แม้กระทั่งภัยสงครามที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ล้วนเกิดมาจากกิเลส ๓ ตระกูลใหญ่ คือ โลภะ โทสะ โมหะ ที่เข้าไปบังคับบัญชา ในจิตใจของมนุษย์ บังคับให้คิดให้พูดให้ทำลายล้างกันเอง มวลมนุษยชาติซึ่งเป็นเครือญาติกันจึงหํ้าหั่นกันเอง รบราฆ่าฟันกันเอง ไม่ได้รบกับศัตรูที่แท้จริง แต่ผู้รู้ ผู้มีธรรมจักษุ มีทัสสนะ ท่านรู้ว่าศัตรูที่แท้จริงนั้นไม่ใช่มนุษย์ แต่คือพญามาร ซึ่งเป็นศัตรูที่ร้ายกาจ เป็นคู่ต่อสู้ที่อันตรายที่สุด จะเอาชนะได้ต้องอาศัยใจหยุดใจนิ่งอย่างเดียว ใจหยุดจึงจะหลุดพ้นจากอาสวกิเลส และจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร * มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน อปริหานิสูตร ว่า “สีเล ปติฏฺฐิโต ภิกฺขุ     อินฺทฺริเยสุ จ สํวุโต โภชนมฺหิ จ มตฺตญฺญู    ชาคริยํ อนุยุญฺชติ เอวํ วิหรมาตาปี …

ความวิเศษสุดของพระพุทธศาสนา Read More »

อาทิตตปริยายสูตร

อาทิตตปริยายสูตร      สรรพสัตว์และสรรพสิ่ง ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไป ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ ล้วนตกอยู่ในสภาพนี้ทั้งนั้น คือ มีความไม่เที่ยง แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมทุกอนุวินาที มนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องตาย แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นเลิศกว่าใครในภพสาม ก็ยังต้องทอดทิ้งพระวรกายของพระองค์ไว้ในโลก แล้วดับขันธปรินิพพานไป        ดังนั้นเราต้องหมั่นนึกคิดถึงความตายอย่างนี้อยู่เสมอ จะได้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต แล้วเร่งขวนขวาย สร้างความดีในทุกรูปแบบ สิ่งใดที่ไม่เป็นสาระ จะได้ปลดปล่อยวาง ให้ใจหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นในคน สัตว์ สิ่งของ ที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา มุ่งแสวงหาสิ่งที่เป็นนิจจัง สุขัง อัตตา คือพระรัตนตรัยภายในตัวของเรานั่นเอง ให้พิจารณาปล่อยวางอย่างหนึ่ง เพื่อมุ่งเข้าหาอีกอย่างหนึ่ง ที่เป็นสาระแก่นสารที่แท้จริงของชีวิต มีวาระพระบาลีที่กล่าวไว้ใน อาทิตตปริยายสูตร ว่า      “สพฺพํ ภิกฺขเว อาทิตฺตํ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน  กิญฺจิ ภิกฺขเว สพฺพํ อาทิตฺตํ ภิกษุทั้งหลาย สิ่งอะไรเล่าเป็นของร้อน …

อาทิตตปริยายสูตร Read More »

พระอรหันต์รู้ได้ยาก

พระอรหันต์รู้ได้ยาก      ร่างกายของมนุษย์เป็นอุปกรณ์สำคัญ ที่สามารถสร้างความดีได้อย่างเต็มที่ และเป็นฐานสำหรับรองรับคุณธรรมความดีทั้งหลาย เป็นที่ฝึกฝนอบรมจิตใจ ให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ จนสามารถเข้าถึงพระธรรมกาย และสามารถกำจัดกิเลสอาสวะที่หมักดองอยู่ในจิตใจให้หมดสิ้นไปได้ การที่จะเข้าถึงธรรมอันประเสริฐ คือพระธรรมกายที่มีอยู่ภายในตัวของเราได้นั้น ต้องรู้จักปลดปล่อยวางภารกิจเครื่องกังวลใจ โดยการหยุดใจไว้ ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งถาวรของใจ ให้หมั่นประกอบความเพียรไม่เกียจคร้าน และประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างสมํ่าเสมอ ไม่ช้าจะสามารถทำใจหยุด ใจนิ่งได้ แล้วความสุขอันเกิดจาก ใจหยุด ใจนิ่ง จะพรั่งพรูออกมาเป็นรางวัล สำหรับผู้มีความเพียร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน รัตนสูตร ว่า “เย สุปฺปยุตฺตา มนสา ทฬฺเหน     นิกฺกามิโน โคตมสาสนมฺหิ เต ปตฺติปตฺตา อมตํ วิคยฺห     ลทฺธา มุธา นิพฺพุตึ ภุญฺชมานา      พระอริยบุคคลเหล่าใด ในศาสนาของพระโคดม เป็นผู้ประกอบดีแล้ว ด้วยกิริยาทางกายและวาจาอันบริสุทธิ์ มีใจมั่นคง เป็นผู้ไม่มีความห่วงใยในกายและชีวิต พระอริยบุคคลเหล่านั้น บรรลุอรหัตผลที่ควรบรรลุ หยั่งลงสู่อมตนิพพาน …

พระอรหันต์รู้ได้ยาก Read More »

กุศโลบายในการเข้าถึงพระรัตนตรัย

กุสโลบายในการเข้าถึงพระรัตนตรัย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัต ทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้บริสุทธิ์หลุดพ้นแล้วจากอาสวกิเลส กิจที่จะทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ในฐานะที่พวกเราเป็นสาวกของพระพุทธองค์ จะต้องดำเนินรอยตามพระองค์ ด้วยการใช้วันเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดนี้ สร้างบารมีทำความดีความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ให้เกิดขึ้น เพราะเรายังมีกิจที่จะต้องทำให้รู้แจ้งให้ได้ว่า เราเกิดมาจากไหน มาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต และจะไปสู่เป้าหมายนั้นได้อย่างไร ดังนั้น เราจึงควรหมั่นฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้หยุดให้นิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายในคือพระธรรมกายให้ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มหาปรินิพพานสูตร ว่า “ดูก่อนอานนท์ สังเวชนียสถาน ๔ แห่งเหล่านี้ เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา คือ ๑.สถานที่พระตถาคตประสูติ ๒.สถานที่ตรัสรู้ของพระตถาคตเจ้า ๓.สถานที่ยังธรรมจักรอันยิ่งยวดให้เป็นไป และ ๔.สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ดูก่อนอานนท์ สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง เหล่านั้นแล เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา” เป็นที่ทราบกันดีว่า ไม่ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงมีพระชนม์ชีพอยู่หรือดับขันธปรินิพพานแล้วก็ตาม หากบุคคลมีจิตเลื่อมใสเสมอเหมือนกับที่พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ผลนั้นไม่แตกต่างกัน เพราะพระพุทธเจ้าทรงมีอานุภาพอันไม่มีประมาณ ดังนั้น ก่อนจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระพุทธองค์จึงตรัสบอกถึงสถานที่ที่ควรเคารพบูชา และเป็นทางมาแห่งมหากุศล ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีปรากฏอยู่ที่ประเทศอินเดียและเนปาลเป็นต้น สาธุชนจากต่างประเทศทั่วโลก ผู้เลื่อมใสในพระพุทธองค์ …

กุศโลบายในการเข้าถึงพระรัตนตรัย Read More »

เบื้องต้นเบื้องปลายไม่ปรากฏ

เบื้องต้นเบื้องปลายไม่ปรากฏ      ความใสบริสุทธิ์ของใจนำมาซึ่งความสุขอย่างแท้จริง จิตใจของเราจำเป็นต้องชำระล้างให้สะอาดบริสุทธิ์ด้วยการเจริญสมาธิภาวนาอยู่เสมอ เราจะได้ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข แม้โลกนี้จะร้อนรุ่มไปด้วยไฟกิเลสที่คุกรุ่นอยู่ในใจของมนุษย์ แต่ถ้าหากเรารู้จักฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง หมั่นขัดเกลาจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใสอยู่เสมอ เราก็จะเป็นผู้มีความสุขท่ามกลางหมู่ชนผู้มีความทุกข์ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงสั่งสอนให้พุทธบริษัท เจริญภาวนาอยู่ในหนทางสายกลาง ให้เราเห็นความสำคัญของการฝึกฝนใจว่า ใจที่ผ่องใสย่อมเป็นเหตุนำสุขมาให้ เป็นทางมาแห่งมหากุศล เป็นเครื่องนำสัตว์โลกทั้งหลายไปสู่สุคติโลกสวรรค์ และนำทุกชีวิตไปสู่เป้าหมายอันสูงสุด คือการบรรลุมรรคผลนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ติณกัฏฐสูตร อนมตัคคสังยุต ว่า      “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังสารวัฏนี้ กำหนดที่สุด เบื้องต้น เบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ เหมือนอย่างว่า บุรุษตัดทอนหญ้า ไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ ในชมพูทวีปนี้ แล้วจึงรวมกันไว้ ครั้นแล้วพึงกระทำให้เป็นมัดๆ ละ ๔ นิ้ววางไว้ แล้วสมมติว่า บุคคลนี้เป็นมารดาของเรา บุคคลนี้เป็นมารดาของมารดาของเราโดยลำดับ มารดาของมารดาของบุรุษนั้น  ไม่พึงสิ้นสุด ส่วนว่า หญ้า ไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ในชมพูทวีปนี้พึงถึงการสิ้นไป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุด …

เบื้องต้นเบื้องปลายไม่ปรากฏ Read More »

สรรเสริญพระรัตนตรัยปลอดภัยทุกชาติ

สรรเสริญพระรัตนตรัยปลอดภัยทุกชาติ      ชีวิตของทุกๆ คนที่เวียนเกิดในสังสารวัฏ ต่างก็เคยผ่านการถือกำเนิดในทุกภพทุกภูมิมาแล้ว ทั้งในระดับสูง ระดับกลาง และระดับล่าง ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช หรือยาจกวณิพก เพราะชีวิตมีการขึ้นลงไปตามอำนาจแห่งบุญและบาปที่ได้ก่อขึ้นในภพชาตินั้นๆ ถ้าทำบุญมากจะได้รับผลดี ชีวิตจะประสบแต่ความสุขความเจริญ ถ้าทำบาปอกุศลไว้มาก ก็ต้องไปเสวยวิบากกรรมในอบายภูมิ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ก็หลีกหนีกฎแห่งกรรมไม่พ้น        ดังนั้น เราต้องตระหนักถึงคุณค่าของการสร้างบารมี เพื่อเพิ่มพูนความบริสุทธิ์บริบูรณ์ให้แก่ตนเอง โดยหมั่นประพฤติปฏิบัติธรรม ทำใจหยุดใจนิ่งบ่อยๆ ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ชีวิตจะสมหวัง เต็มด้วยบุญบารมี และความบริสุทธิ์บริบูรณ์ มีวาระแห่งภาษิตที่มาใน สาคตเถราปทาน ความว่า      “เราได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ฝึกพระองค์แล้ว แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ผู้ฝึกตน จึงยังจิตของตนให้เลื่อมใส และได้กล่าวชื่นชมพระองค์ผู้นำของโลกว่า ต้นไม้ทุกชนิดงอกงามบนแผ่นดิน ฉันใด ผู้มีความรู้แจ้ง ก็ฉันนั้น ย่อมงอกงามในศาสนาของพระชินเจ้า องค์พระสัพพัญญูผู้ทรงนำสรรพสัตว์แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงปลดเปลื้องชนเป็นอันมากออกจากทางผิดแล้ว ตรัสบอกทางที่ถูก พระองค์ฝึกพระองค์แล้ว แวดล้อมด้วยผู้เพ่งฌาน ทรงมีความเพียร แวดล้อมด้วยผู้ส่งตนไปแล้ว เป็นผู้สงบระงับ และผู้คงที่ประดับด้วยบริษัท ย่อมงามด้วยพระญาณอันเกิดแต่บุญ รัศมีของพระองค์รุ่งเรืองดังพระอาทิตย์อุทัยฉะนั้น พระศาสดาพระนามว่า ปทุมุตตระ …

สรรเสริญพระรัตนตรัยปลอดภัยทุกชาติ Read More »

โสฬสญาณ

โสฬสญาณ      ความสุขและความบริสุทธิ์เกิดขึ้นจากการทำทาน รักษาศีลและเจริญภาวนา แต่มีวิธีลัดคือ ใจของเราต้องหยุดนิ่งอยู่ภายในศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งถาวรของใจ ตรงนี้เป็นต้นแหล่งแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย หากสามารถวางใจ ของเราให้ได้ตลอดเวลา กระแสบุญและความบริสุทธิ์จะหล่อเลี้ยงใจของเราตลอดเวลา และเมื่อความบริสุทธิ์กลั่นตัวกันมากเข้า ความสุขที่แท้จริงก็จะบังเกิดขึ้นตามมา ความสุขที่เกิดจากใจหยุดนิ่งนี้ เป็นสิ่งเดียวที่จะนำไปสู่ความรู้แจ้งเห็นจริงภายใน และเป็นพลวปัจจัยที่จะส่งผลให้เราได้บรรลุธรรมาภิสมัย คือได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในกันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ชฏาสูตร ว่า “สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ อาตาปี นิปโก ภิกฺขุ โส อิมํ วิชฏเย ชฏํ      นรชนผู้มีปัญญา ตั้งมั่นแล้วในศีล อบรมจิตและปัญญาให้เจริญอยู่ เป็นผู้มีความเพียร มีปัญญารักษาตนรอด ภิกษุนั้นพึงถางชัฏนี้”      การจะถางชัฏคือตัณหาได้ ต้องอาศัยศีลที่บริสุทธิ์ หมั่นอบรมจิตให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส อีกทั้งต้องใช้สติปัญญาพิจารณาข้อบกพร่อง และต้องมีความเพียรพยายามไม่หยุดยั้ง ทำใจหยุดในหยุดเรื่อยไป จนกว่าจะบรรลุมรรคผลนิพพาน การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะมีโอกาสบรรลุถึงโลกุตตรภูมินี้ มิใช่ว่าอยู่ๆ และจะทึกทักเอาว่า ได้บรรลุขั้นนั้นขั้นนี้แล้ว โดยไม่ต้องอาศัยการปฏิบัติอะไรเลย …

โสฬสญาณ Read More »

ถึงพระรัตนตรัยอยู่ไกลก็เหมือนใกล้

ถึงพระรัตนตรัยอยู่ไกลก็เหมือนใกล้      ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในวัฏสงสาร และเป็นทางมาแห่งบุญกุศลอันไม่มีประมาณ ภัยทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นภัยในชีวิต ภัยในอบาย และภัยที่ชาวโลกทั้งหลายมองว่าน่ากลัวที่สุด คือ มรณภัย ภัยจากความตาย และความทุกข์ทรมานหลังความตาย แต่เมื่อเข้าถึงพระรัตนตรัย ซึ่งสิงสถิตอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ แล้ว ภัยทั้งหลายเหล่านั้นจะไม่มีทางทำอันตรายใดๆ ได้เลย และเราจะสามารถยืนหยัดต่อสู้กับภัยเหล่านั้นได้อย่างองอาจกล้าหาญ โดยไม่หวั่นไหวเกรงกลัวแต่อย่างใด      เมื่อเราเข้าถึงพระรัตนตรัย ท่านจะช่วยเราขจัดทุกข์โศกโรคภัยได้ และที่สำคัญยังเป็นแหล่งกำเนิดแห่งบุญกุศลอันยิ่งใหญ่อีกด้วย เพราะพระรัตนตรัยเป็นศูนย์รวมของความดี ของอานุภาพที่ไม่มีประมาณ เป็นทางไหลผ่านของสายธารแห่งบุญที่มาสู่กายมนุษย์ได้อย่างเต็มที่      ฉะนั้น เราควรให้ความสำคัญให้มากกับศูนย์กลางกาย และพระรัตนตรัยในตัว โดยหมั่นเจริญสมาธิภาวนาให้มากๆ แล้วเราจะได้ที่พึ่งอันเกษม ที่เป็นทางมาแห่งบุญใหญ่อีกด้วย มีวาระแห่งพุทธพจน์ที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย อปทาน ความว่า    “อตีตํ นานฺวาคเมยฺย         นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ      ยทตีตมฺปหีนนฺตํ             อปฺปตฺตญฺจ อนาคตํ …

ถึงพระรัตนตรัยอยู่ไกลก็เหมือนใกล้ Read More »

หลุดพ้นจากสังสารวัฏ

หลุดพ้นจากสังสารวัฏ      สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ เป็นเพียงเครื่องอาศัยสำหรับไว้สร้างบารมี ไม่ใช่มีไว้สำหรับให้ยึดมั่นถือมั่น เพราะเราเกิดมาในโลกนี้ ก็เพียงอาศัยสิ่งเหล่านี้สร้างบารมีเท่านั้น อย่าไปคิดว่ามันเป็นจริงเป็นจังอะไร สมบัติทั้งหลายเป็นของกลางของโลก ที่จะช่วยให้เราสร้างบารมีได้สะดวกสบาย เราจะได้มุ่งแสวงหาสิ่งที่เป็นสาระของชีวิต ที่เป็นความจริงของพระอริยเจ้า ที่เรียกว่า อริยสัจ มีใจมุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพาน ชีวิตเราจะได้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน สุมนาเถรีกถา ว่า “ธาตุโย ทุกฺขโต ทิสฺวา      มา ชาติ ปุนราคมิ    ภเว ฉนฺทํ วิราเชตฺวา        อุปสนฺตา จริสฺสสิ        ท่านพิจารณาเห็นธาตุทั้งหลายว่าเป็นทุกข์แล้ว อย่าเกิดอีก ท่านสำรอกความพอใจในภพแล้ว จงเป็นผู้สงบระงับเที่ยวไปเถิด”      ธาตุ แปลว่า ธรรมชาติที่ทรงตัวเอาไว้ หมายถึงสิ่งที่รวมกันเข้าเป็นรูปร่าง ประกอบด้วยธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ เมื่อธาตุต่างๆ คุมกันเข้าเองโดยธรรมชาติหรือมนุษย์ปรุงแต่งขึ้น ก็เรียกว่าสังขาร สังขารที่มีวิญญาณเข้าครอบครอง ท่านสมมติเรียกว่าคน สัตว์ …

หลุดพ้นจากสังสารวัฏ Read More »